สมุดบันทึกผู้หญิงชอบเที่ยว "ภัทรานิตย์" -- www.atourthai.com --

"เที่ยวเมืองไทยด้วยหัวใจ แล้วคุณจะรักเมืองไทยอย่างยั่งยืน"


<<
ธันวาคม 2558
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
21 ธันวาคม 2558
 

RATCHABURI :: เค้ามาทำอะไรกัน ณ CORO field สวนผึ้ง

สวนผึ้ง .. สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในจังหวัดราชบุรี เชื่อไหมว่าหากนึกถึงราชบุรีคนรุ่นใหม่จะนึกถึงสวนผึ้ง สำหรับ จขบ.เองอยู่ราชบุรีมานานสมัยที่สวนผึ้งยังเป็นป่าที่น่ากลัวแต่ปัจจุบันสวนผึ้งกลายเป็นเมืองประดิษฐ์ที่หลายๆ คนหลงไหล รีสอร์ทต่างๆ ผุดขึ้นมากมายด้วยความที่สวนผึ้งอากาศดีมาก จึงไม่แปลกใจที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้แห่ไปเที่ยวกันอย่างล้นหลาม ชนิดที่ว่าสถานที่ท่องเที่ยวอื่นเงียบเหงากันเลยทีเดียว 

ไหนๆ ก็พูดถึงสวนผึ้งมาแล้วก็ไปเที่ยวซะหน่อย ตอนนี้ก็มีสถานที่เช็คอินใหม่ที่เรียกว่า "CORO field" ต้องบอกเลยว่าที่นี่ทำการตลาดได้มีมาก มนุษย์เมืองรวมถึง จขบ.ยังต้องแวะไปโดยส่วนตัวแล้วอยากไปดูวิธีปลูกเมล่อนญี่ปุ่นน่าสนใจดี ตอนนี้เทรนทำธุรกิจเกษตรกำลังมาแรงหากจะทำเปล่าๆ ก็ดูไม่เก๋ไก๋มันต้องใส่ไอเดียเข้าไปด้วย เพราะนอกจากจะเชิงเกษตรแล้วก็มิกซ์แอนด์แมตซ์ให้เป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรไปด้วยเสียเลย เอาล่ะตาม จขบ.ไปเที่ยวกันค่ะ เข้า Google Map แล้วพิมพ์ Coro Field เลยค่ะ หาไม่ยากอยู่ทางไปสวนผึ้งติดถนนเลย







ป้ายใหญ่มากหาไม่ยากจริงๆ มีตัวมาสคอสเหมือนหุ่นฟางยืนอยู่ทางเข้าสามารถจอดรถได้ด้านหน้าได้เลยค่ะ



จขบ.เดินเข้ามาเจอป้าย Harvest Festival ช่วงนี้ทุกวันเสาร์อาทิตย์มีกิจกรรยามด้วยนะคะ
ตั้งแต่เวลา 15.00 - 21.00 น.



จากด้านหน้าเดินเข้าไปด้านซ้ายเป็นโซนขายอาหารคนเยอะมากแน่นทุกอณู
พวกเราเลยเดินไปชมด้านในก่อนเพราะเห็นว่ามีรอบเข้าในสวนเมล่อนและสวนมะเขือเทศ



รอบเข้าสวนเมล่อนและสวนมะเขือเทศมีตามนี้ค่ะ เมล่อนค่าเข้า 200 บาท มีเมล่อนให้ชิมหลังจบการบรรยาย
ส่วนสวนมะเขือเทศค่าเข้า 180 บาท มีมะเขือเทศให้ชะลอมเล็กๆ กลับบ้าน







เอายังไงดีจะเข้าสวนไหนหรือจะเข้าทั้งสองสวน พวกเราปรึกษาหารือกันอยู่พักหนึ่งฟันธงว่าเข้าเมล่อนดีกว่า เพราะมะเขือเทศดูไม่มีอะไรเข้าสวนเมล่อนยังได้ชิมด้วย แอบงกเพราะเมล่อนแพงกว่าเรื่องของเรื่อง ประกอบกับเท่าที่กวาดสายตาชมมะเขือเทศคือไม่มีอะไรเลยอ่ะ เลยเดินไปซื้อบัตรปรากฏว่ารอบหมดเป็นไงล่ะคิดนานอดเลย ก็เลยเดินไปดูโซนกิจกรรมแทน









เบื้องหน้าที่เห็นก็คือสวนมะเขือเทศคือด้วยอากาศสวนผึ้งอ่ะมันเย็นตอนกลางคืน
ส่วนตอนกลางวันเนี่ยร้อนตับแตกแล้วสวนมะเขือเทศมันเลยดูแห้งแล้งตามอากาศ เชื่อดิต้องมีคนคิดเหมือน จขบ. เข้าไปสวนเมล่อนดีกว่า













ด้านในนี่ก็เป็นที่จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ในขวด ต้นไม้ดัดต้นเล็กๆ อารมณ์เหมือนสวนการเรียนรุ้
แล้วก็มีจำหน่ายสินค้าของที่นี่ด้วยผลิตภัณฑ์เค้าก็น่ารักๆ ทั้งนั้นเลยล่ะ





ที่นี่ต้องยอมรับว่าไอเดียในการทำสวนให้มีเรื่องราวเดินเพลินๆ ได้เหมือนกัน
ด้านบนของที่นี่ก็จัดเป็นสวนให้นั่งถ่ายรูป แต่ถามว่ามาบ่ายสามไหวไหมมมม .. ร้อนขนาดนี้ จขบ.ว่าต่อหลังคาติดแอร์เหอะ
จะได้มีที่นั่งมองวิวด้านบนสวยๆ นะ







ร้อนเดินลงดีกว่า .. ไปดูสวนโซนอื่นกัน



สวนสลัดสงสัยคนมาเยอะจัดต้นสลัดโตไม่ทันปริมาณคนป่ะเนี่ย
แต่สวนมะเขือเทศที่มองดูแล้งๆ เดินมาใกล้ผลิตผลดกเหมือนกันนะ ไม่น่าเชื่อว่าร้อนๆ แบบนี้มันก็ขึ้นได้ดีแฮะ







ต้นนี้ต้นอะไรหว่า .. น่าจะเป็นผักโขมนะ ถ้าไม่ใช่ก็ขออภัยด้วยนะคือลืมดูป้ายมา
เดินไปอีกนิดก็เป็นแปลงปลูกทานตะวันที่นี่ดูเหมือนยังปลูกไม่เสร็จนะ เพราะเท่าที่อ่านข้อมูลมาเหมือนยังขยายอีกเยอะเลยล่ะ







ตรงนี้เค้าทำไว้ให้นั่งถ่ายรูปแต่แดดตอนบ่ายสามขนาดนี้ไหวม๊ะ ยอมนะร้อนเกิ๊น
ประชากรเมืองหนีเข้าห้องอาหารกันหมดเลยเพลานี้



ตรงนี้ก็เป็นโรงเมล่อนคือดูในเว็บเหมือนมันใหญ่มาก แต่พอมาจริงๆ ไม่ใหญ่นะ เสียดายที่รอบหมดเสียก่อนเลยไม่ได้เข้าไปชม 
ไม่ได้เสียเงิน 200 เลยดีใจจัง!! เอาตังค์ไปซื้ออะไรกินกันดีฝ่า



ผลิตภัณฑ์เมล่อนญี่ปุ่นที่นี่มีสองพันธุ์คือ Yoshi Melon เนื้อสีส้มกิโลละ 199 บาท
และ Tomi Melon เนื้อสีเขียวกิโลละ 249 บาท มีเป็นลูกๆ ให้เลือกซื้อกลับบ้านได้ในร้านอาหาร









และมันม่วงญี่ปุ่นกิโลละ 55 บาท อันนี้ชอบใจก็ซื้อกลับบ้านได้เอาล่ะเดินมาเมื่อยแระ
ไปหาอะไรกินกันดีกว่า มนุษย์เมืองเริ่มทยอยกลับกันแล้วเนื่องจากเป็นวันอาทิตย์เริ่มทยอยเดินทางกลับกัน


ที่นี่เค้าให้เลือกสั่งอาหารแล้วก็ไปนั่งรอที่โต๊ะพนักงานจะนำไปเสริฟ์ให้ด้วยความที่มนุษย์เมืองมากกันเยอะมาก
ทำเอาอาหารบางรายการหมดจ้า เกือบไม่ได้กิน Fresh Melon ซะแล้วหมด แต่โชคดีมีมาเพิ่มจัดไปค่ะ







ด้วยความที่มนุษย์เมืองเยอะมากอาหารเลยออกได้ช้าใครมาที่นี่ก็สั่งเมนูง่ายๆ ไว้ก่อนเลยนะ
ไม่งั้นรอนานพาลจะหงุดหงิดเปล่าๆ มาดูเมนูแนะนำที่เค้าบอกว่าต้องห้ามพลาดกัน



เมนูแรกโยเกิรต์เมล่อน อันนี้อร่อยเหมาะกับอากาศยามบ่ายของสวนผึ้งเป็นที่สุด
และเมนูต่อมาก็เช่นกันเมล่อนปั่นกินเย็นๆ มีเนื้อเมล่อนใส่มาด้วยก็ถือว่าโอเคนะ ชื่นใจดีคือถ้าเที่ยวร้อนๆ ในสถานที่ท่องเที่ยวก่อนหน้านี้
มากินสองเมนูนี้ชื่นใจเลยเหอะ เมล่อนโยเกิรต์แก้วละ 85 บาท ส่วนเมล่อนครีมชีสแก้วละ 95 บาท





เมนูต่อมาเมล่อนสดคัสซึโอะ เสริฟ์พร้อมมะเขือเทศลูกเล็กๆ ราคา 145 บาท เป็นเนื้อเมล่อนราดซอสญี่ปุ่นแล้วมีอะไรอ่ะที่โรยหน้าพิซซ่าญี่ปุ่นอ่ะ เห็นเพื่อนบอกว่ามันคือปลาแห้งอันนี้ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร ใครรู้บอกหน่อยนะ แต่ จขบ.ว่ามันสวนทางกันเกินไป ไอ้เราก็ไม่เคยไปเจแปนเสียทีก็เลยไม่รู้ว่ามันเป็นรสชาติแบบญี่ปุ่นเปล่า แต่เอาจริงๆ เลยนะจากใจคือเมล่อนอ่ะมันต้องมิกซ์แอนด์แมทช์กับอะไรที่ดูเย็นๆ หวานๆ จะได้ส่งให้เนื้อเมล่อนมันเด่นอ่ะ คือเมนูนี้ซอสที่ราดมันกลบรสชาติเมล่อนอ่ะ 



มาอีกเมนูแนะนำมันญี่ปุ่นทอด เสริฟ์พร้อมซอสสามแบบ แต่ละแบบก็ไม่เหมือนกันอันนี้แล้วแต่คนชอบรสไหน 
เมนูนี้จานละ 95 บาท อันนี้ก็โอเคนะมิกซ์แอนด์แมทช์ได้เข้ากันดี
เบ็ดเสร็จจ่ายไป 580 บาท

เอาค่าเข้ามาทานอาหารน่าจะเพลินสำหรับมนุษย์เมือง แต่หากอยากเรียนรู้เกี่ยวกับเมล่อน
ก็ต้องเข้าไปชมด้านไหน อันนี้น่าสนใจนะเสียดายที่ไม่ได้เข้าไปไปซะบ่ายเลยเรา ไว้มีโอกาสจะแวะไปไหม่นะ 
ยังไม่ได้ชิมเมล่อนสีส้มเลยอ่ะว่าอร่อยเปล่า ??



Photo and Story By
Patthanid C.




Create Date : 21 ธันวาคม 2558
Last Update : 21 ธันวาคม 2558 8:39:50 น. 2 comments
Counter : 1823 Pageviews.  
 
 
 
 
ถ้าไปตอนแดดร่มลมตก คงฟินมากๆเลย
 
 

โดย: VELEZ วันที่: 21 ธันวาคม 2558 เวลา:19:51:21 น.  

 
 
 
thx u crab
 
 

โดย: Kavanich96 วันที่: 22 ธันวาคม 2558 เวลา:2:40:47 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

BlogGang Popular Award#15


 
patthanid
 
Location :
ราชบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]




: การท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ
: คืออีกก้าวของประสบการณ์
: ทุกๆ ก้าวที่ก้าวเดิน
: มีจุดหมายที่อยากสัมผัส
: โลกใบกลมๆ ใบนี้

ติดต่อผู้เขียน
Email :: patthanids@hotmail.com
Line :: @atourthai
Facebook :: Patthanid Cheang
Fanpage :: โสดเที่ยวสนุก

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ.2539 ห้ามผู้ใดละเมิดโดยนำภาพถ่าย
รูปภาพ, บทความ งานเขียนต่างๆ รวมถึง
ข้อความต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง
หรือทั้งหมดของข้อความใน Blog แห่งนี้
ไปใช้ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าเป็นการส่วนตัว
หรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็น
ลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดี
ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด
New Comments
[Add patthanid's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com