*'^'~*-.,_,.-* Keep my Memories in my Mind *-.,_,.-*~'^'*
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2556
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
15 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 

[SF] HwaRi ; เมื่อถึงวันนั้น ~ Life, it goes on : บทสอง - เปิดใจ


~ สองวันต่อมา สมาชิกทั้ง 5 คน ของบ้านครอบครัวรยู ~ ทั้ง คุณพ่อ คุณแม่ ลูกสาวฝาแฝดทั้งสอง และลูกสาวคนเล็ก กำลังรับประทานอาหารมื้อเช้ากันอย่างเอร็ดอร่อย....


“วันนี้ฮโย ต้องเข้าบริษัทรึป่าวลูก?” คุณพ่อถาม อ่านหนังสือพิมพ์ไปพลาง

“อ๋อ ไม่เข้าค่ะพ่อ วันนี้หนูไม่มีคิวงาน จะพักผ่อนซะหน่อย” แฝดผู้พี่ตอบผู้เป็นพ่อ พร้อมกัดขนมปังไปพลาง

“แล้วฮวาล่ะลูก วันนี้มีเรียน หรือมีซ้อมอะไรรึป่าว เห็นตื่นแต่เช้า” คุณแม่หันไปถามแฝดผู้น้องบ้าง

“วันนี้ไม่มีเรียนค่ะ ไม่มีคิวฝึกซ้อมอะไรด้วย หนูเห็นอากาศดี เลยตื่นแต่เช้า มาสูดอากาศซะหน่อยค่ะ” แฝดผู้น้องตอบผู้เป็นแม่ ขณะทาแยมสตอเบอรี่ที่ขนมปังไปด้วย

“เออ...ฮวา...แกเรียนสาขาอะไรนะ ที่มหาวิทยาลัยควังฮีน่ะ...วันก่อน เพื่อนพ่อเค้าถามถึงแก...พ่อก็จำได้แต่ว่าแกเรียนที่ไหน แต่จำไม่ได้ว่าแกเรียนสาขาอะไร” ผู้เป็นพ่อละสายตาจากหนังสือพิมพ์หันมาถามลูกสาวคนที่สอง

“อ๋อ หนูเรียนสาขาภาพยนตร์ค่ะพ่อ....หนูบอกพ่อตั้งหลายครั้งแล้วนะ พ่อไม่จำเลยอ่ะ” ลูกสาวคนที่สองตอบแบบบ่นๆ แต่ก็อมยิ้มไปด้วย

“เออๆๆ พ่อแก่แล้วนี่ จำอะไรไม่ค่อยได้” ผู้เป็นพ่อทำเป็นพูดน้ำเสียงน้อยใจ แต่ก็อดยิ้มไม่ได้ เพราะรู้ว่าลูกสาวสุดที่รักล้อเล่น

แฝดคนน้องที่หน้าตาคมสันกว่าแฝดคนพี่ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยตัดผมสั้น จนเป็นสาวหล่อมาแล้ว แต่ตอนนี้ผมเริ่มยาว จนกลายเป็นสาวหน้าตาสวยคม ในขณะที่แฝดคนพี่ ตอนนี้ตัดผมสั้น แต่ด้วยเค้าโครงหน้าที่ดูหวานกว่า จึงทำให้แฝดคนพี่ กลายเป็นสาวหล่อหวาน ไปได้

“เออ...ดีแล้ว ที่แกว่างวันนี้ ฮวา....พี่จะชวนแกไปเป็นเพื่อนซื้อของหน่อย....แต่พี่จะแวะไปเอาของที่บ้านเพื่อนพี่ก่อนนะ แกช่วยขับรถไปให้หน่อยได้มั้ย?” แฝดผู้พี่ ได้ทีรีบออกปากชวน

“อืม ได้สิ ก็วันนี้ว่างอยู่นี่....แล้วเพื่อนพี่เค้าอยู่แถวไหนล่ะ”

“ย่านกังนัม น่ะ...เดี๋ยวพี่บอกทางแกเอง” แฝดผู้พี่ตอบนิ่งๆ แต่ในใจกระหยิ่มยิ้มย่อง ‘เยสสสส...เป็นไปตามแผน’

อีกสามชั่วโมงต่อมา แฝดน้องขับรถไปตามเส้นทางที่แฝดพี่บอก จนมาถึงลานจอดของคอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านกังนัม

“โหหห เพื่อนพี่พักอยู่คอนโดนี้น่ะเหรอ” แฝดน้องอุทานตาโต พลางชี้มือไปยังตึกที่อยู่ข้างหน้า

“อืม นี่แหละ...อ้าว...ฉันนึกว่าแกเคยมา” แฝดพี่พูดพึมพำ

“จะบ้าเหรอพี่ ฉันจะเคยมาได้ไง ฉันไม่มีเพื่อนหรือญาติ อยู่แถวนี้ซะหน่อย” แฝดน้องหันมาบ่นอุบอิบกับแฝดพี่

“เออๆ ไม่เคยก็ไม่เคย...รีบลงจากรถเถอะ พี่จะได้รีบขึ้นไปเอาของจากเพื่อน เราจะได้ไปช้อปปิ้งกันต่อไงล่ะ” แฝดพี่รีบเปลี่ยนเรื่อง พลางเปิดประตูรถชวนแฝดน้อง

“อ่ะ ค่ะ” แฝดน้องรีบเปิด-ปิดประตูลงจากรถ แล้วยิงสัญญาณล็อครถ เดินจ้ำตามแฝดพี่ไปที่ลิฟต์

ลิฟต์ของคอนโดหรูแห่งนี้ พาสองสาวฝาแฝดขึ้นไปจนถึงชั้น 12 เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก แฝดพี่ก็ออกจากลิฟต์เดินนำแฝดน้อง ไปหยุดอยู่หน้าประตูห้อง หมายเลข 1212

‘เลขห้องสวยจัง...แต่เลขนี้คุ้นๆ แหะ’ แฝดน้องยืนคิดอยู่ด้านหลังแฝดพี่ ในขณะที่แฝดพี่กดกริ่งหน้าประตูห้อง

ด้านข้างในห้องพัก....สาวสวยร่างเล็กเจ้าของห้อง กำลังกดดูมอนิเตอร์ซึ่งอยู่ที่กำแพงใกล้ประตู เมื่อเห็นหน้าแขกผู้มาเยือน 2 คนที่หน้าประตูห้องพัก ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที

“ตื่นเต้นทำไมล่ะ คิวริ ทำเป็นไม่เคยรู้จักน้องๆ ไปได้” คิวริ พูดกับตัวเอง ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตู

พอประตูเปิดออก คิวริ หลบไปยืนด้านข้างของประตู เพื่อหลบทางให้แขกข้างนอกเข้ามา ในขณะที่ด้านนอก แฝดผู้พี่ก็ทำเนียน ดันหลังแฝดผู้น้องให้เดินนำเข้าไปก่อน

“ว้าววว....ห้องสวยจังเลยนะคะ” แฝดผู้น้องเดินเข้าไป สายตามัวแต่มองชื่นชมสภาพห้องตรงหน้า โดยไม่ทันเห็นสาวร่างเล็กที่ยืนอยู่ข้างประตู

“สวัสดีจ้ะ ฮวายอง” เสียงคุ้นๆ ดังมาจากด้านหลัง จนทำให้แฝดผู้น้องชะงักและรีบหันกลับไปตามเสียงนั่น

“พะ...พี่...คิวริ!!” “อะไรกันเนี่ย พี่ฮโย!! อย่าบอกนะว่า.....” แฝดน้องยืนงุนงง และหันไปโวยวายใส่แฝดผู้พี่ ที่ยืนยิ้มเผล่อยู่หน้าประตูห้อง ไม่ยอมเดินเข้ามา

“เออน่าๆ ไหนๆ ก็มาแล้ว อยู่คุยกับพี่คิวริเค้าก่อนล่ะกันนะ....เดี๋ยวฉันไปหากาแฟกับเค้กอร่อยๆ กินข้างล่างรอนะ....พี่คิวริ ฉันฝากด้วยนะคะ” พูดจบ แฝดผู้พี่ก็รีบปิดประตูทันที ไม่รอฟังคำตอบอะไรจากเจ้าของห้องและแฝดผู้น้องทั้งสิ้น

“เฮ้ยยยย...พี่ฮโย...ไปซะแล้ว....ฉันยังพูดไม่จบเลย” ฮวายองส่ายหัวทำหน้าเซ็ง

“อย่าไปโกรธ ฮโยเค้าเลยนะ เค้าบอกพี่ว่าฮวามีเรื่องอยากคุยกับพี่....พี่เองก็มีเรื่องอยากคุยกับฮวาเหมือนกัน พี่ก็เลยบอกฮโย ให้พาฮวา มาที่นี่” คิวริพยายามอธิบายให้แฝดผู้น้องเข้าใจ

“อ่ะ ค่ะ” ฮวายองดูยังงุนงงกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่อยู่ แต่ก็รีบปรับสีหน้า หันไปโค้งทักทายเจ้าของห้องอย่างเป็นทางการ

“สวัสดีค่ะ พี่คิวริ สบายดีมั้ยคะ”

“ทำตัวตามสบายสิคะ ฮวา...ทำอย่างกับเราเพิ่งจะรู้จักกันไปได้” คิวริพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ

“เอ่อ ค่ะ...ขอโทษค่ะ” ฮวายองพยายามปรับน้ำเสียงให้ฟังเป็นกันเองมากขึ้น

“มานั่งตรงนี้สิ ฮวา” สาวร่างเล็กจูงมือสาวน้อยร่างสูง ที่ยืนเก้ๆ กังๆ มานั่งที่โซฟาในห้องรับแขก คิวริ รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก ที่ได้สัมผัสมืออันอ่อนนุ่ม ซึ่งตัวเองห่างหายสัมผัสนี้ไปนาน

เมื่อพาแขกที่เคยคุ้นเคย แต่ไม่เจอหน้ากันมาเกือบปี มานั่งที่โซฟาแล้ว สาวร่างเล็กเจ้าของห้อง ก็แอบสำรวจด้วยสายตาสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งตอนนี้ดูโตเป็นสาวขึ้น ผมที่เคยสั้นประมาณต้นคอเมื่อครั้งสุดท้ายที่เจอ ตอนนี้ยาวเลยหัวไหล่ลงมาแล้ว ส่วนใบหน้ายังดูสดใสน่ารัก แก้มเนียนขาวอมชมพู ปากอวบอิ่มแดงระเรื่อ ผิดกับแววตา ที่ดูมุ่งมั่น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ซึ่งแตกต่างกับแต่ก่อน ทำให้คิวริ รู้สึกหวั่นไหวอยู่ไม่ใช่น้อย...

“พี่คิวริ.....” “ฮวา....” ต่างฝ่ายต่างเรียกชื่อของอีกคนออกมาพร้อมกัน

“งั้น พี่พูดก่อนดีกว่าค่ะ” ฮวายองผายมือให้อีกฝ่ายพูดก่อน

“เออ...ฮวาจะเอาเครื่องดื่มอะไรมั้ยคะ...ชา กาแฟ หรือน้ำหวาน” คิวรินึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้เสิร์ฟอะไรเลยกับแขกผู้มาเยือน

“อ่า....งั้นขอเป็นชาร้อนล่ะกันค่ะ” ฮวายองยิ้มน้อยๆ ตอบรับข้อเสนอของเจ้าของห้อง เพื่อไม่เป็นการเสียมารยาท

ขณะที่สาวร่างเล็กเจ้าของห้อง ลุกขึ้นเดินไปที่เคาน์เตอร์เครื่องดื่ม เพื่อชงชาร้อนให้สาวน้อยผู้มาเยือน

“ห้องพี่สวยดีนะคะ คอนโดก็ดูหรูหรา สภาพแวดล้อมดีจังค่ะ” ฮวายองเริ่มบทสนทนา เพื่อให้บรรยากาศดูเป็นกันเอง

“ขอบคุณค่ะ แต่ราคาก็แพงใช่ย่อยเหมือนกันนะ ทำไงได้ล่ะ ที่พักย่านนี้ รู้ๆ กันอยู่ว่าแพงที่สุดในโซล นี่เพราะอยู่ไม่ไกลจากบริษัทมากนักนะ ไม่งั้นพี่ไม่ซื้อหรอก” คิวริอธิบาย พร้อมยกถ้วยชาร้อนมาเสิร์ฟให้สาวน้อยที่นั่งฟังอย่างตั้งใจ

“ช่วงนั้น...พวกเราต้องย้ายออกจากหอพักที่บริษัทเคยจัดให้อยู่...ต้องกลับไปอยู่กับครอบครัวของแต่ละคน..ฮวายังจำได้ใช่มั้ย” คิวริพูดต่อ พยายามเล่าย้อนอดีตให้อีกฝ่ายนึกทบทวน

“จำได้สิคะ ก็ฉันยังเคยบอกว่าจะช่วยพี่ขนของ อยากมาดูที่พักใหม่ของพี่ แต่ก็ไม่ได้มาช่วย ขอโทษด้วยนะคะ” ฮวายองพูดอย่างสำนึกผิด เมื่อนึกย้อนอดีต

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว พี่ไม่มาติดใจเรื่องแค่นี้หรอก” คิวริ พยายามพูด เพื่อให้สาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าคลายกังวล

“เออ..ฮโยเค้าบอกว่า ฮวามีเรื่องอยากคุยกับพี่ มีเรื่องอะไรเหรอคะ?” คิวริรีบเปลี่ยนเรื่อง พูดด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง

ฮวายองอึกอักอยู่ในใจ ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี แต่ก็ตัดสินใจพูดออกไป “เอ่อ...พี่คิวริคะ...ฉัน...ฉัน...ฉันอยากขอโทษพี่ค่ะ” พูดก้มหน้า เหมือนเด็กสำนึกผิดเวลาอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่

“ขอโทษ....ขอโทษเรื่องอะไรคะ?” คิวริขมวดคิ้วสงสัย

“เรื่องที่เกิดขึ้น...วันนั้น...กลางปีที่แล้วไงคะ....ฉันยังไม่ได้พูดขอโทษ ยังไม่ได้ร่ำลาพี่เลย” ฮวายองพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ นึกย้อนเหตุการณ์ช่วงนั้น

“ช่วงที่สื่อประโคมข่าวกัน ฉันก็เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน...แต่หลังจากนั้น สองสามวัน ช่วงค่ำแล้วล่ะ...ฉันให้พี่ฮโย พาฉันเข้าไปพบท่านประธานที่บริษัท หลังจากคุยกับท่านประธานแล้ว....ฉันไปหาพี่ที่ห้องพักในบริษัท พวกพี่ๆ สต๊าฟเค้าบอกว่า พี่กลับที่พักไปแล้ว...ฉันเลยไม่มีโอกาสได้ขอโทษ ได้ร่ำลาพี่เลย...ขอโทษจริงๆ นะคะ” ฮวายองน้ำตาคลอ พร้อมก้มหัวให้สาวร่างเล็กรุ่นพี่ที่อยู่ตรงหน้า

“พี่เอง...ก็ขอโทษฮวาเช่นกันค่ะ” คิวริ กล่าวด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด

“พี่ขอโทษฉันเรื่องอะไรคะ?” ฮวายองรีบเช็ดน้ำตา เงยหน้ามองคนตรงหน้าด้วยความสงสัย

“ถ้าพี่...ถ้าพี่...ใส่ใจฮวามากกว่านี้....ไม่ทำท่าทีเพิกเฉย....เรื่องมันคงไม่ต้องจบแบบนี้....พี่ขอโทษ...พี่ขอโทษค่ะ” คิวริพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พยายามกลั้นน้ำตาไว้ แต่สายน้ำอุ่นๆ ก็ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย

ฮวายอง มองสาวสวยรุ่นพี่ ที่กำลังร้องไห้อยู่ตรงหน้า พลันน้ำตาของตัวเองก็เริ่มไหลออกมา..เมื่อนึกย้อนไป 3 ปีก่อน ช่วงที่ตัวเองเข้ามาเป็นเด็กใหม่ในวงทีอาร่า กลางปี 2010 ....ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักทั้งฝึกร้องแร๊พ ฝึกเต้น ให้ทันรุ่นพี่อีก 6 คน ซึ่งเป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปที่เริ่มประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียง มีแฟนคลับมากมาย และเป็นที่จับตามองของสื่อวงการเพลง

ในขณะเดียวกัน เธอเอง ก็มีความเครียดอยู่ไม่น้อย...ไหนจะกลัวว่าจะเป็นตัวถ่วงของพวกพี่ๆ...ไหนจะพยายามทำให้ทุกคนในวง..ยอมรับความสามารถของตัวเองให้ได้....แต่...มันเหมือนมีเส้นบางๆ มากั้นระหว่าง “เด็กเก่า” กับ “เด็กใหม่”..... “คนเก่าร่วมฝ่าฟัน” กับ “คนใหม่เข้ามาชุบมือเปิบ”

บ่อยครั้ง ที่ช่วงแรกๆ ที่เข้ามาในวง ต้องรู้สึกเหงา ...ถึงหอพักจะอยู่กันหลายคน แต่บางครั้งก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน....บางครั้งต้องแอบร้องไห้คนเดียว...บางครั้ง อยากจะกลับบ้าน...แต่กลับไม่ได้ เพราะมีคิวซ้อม คิวแสดง แน่นตลอด....ถึงอย่างนั้น....เธอเอง ก็รู้สึกรับรู้ได้ว่า...มีสายตาของใครบางคน มองเธอด้วยความห่วงใย แม้คนๆ นั้น จะไม่ค่อยพูดก็ตาม แต่ก็ปฏิบัติกับเธอ มาด้วยดีตลอด

คนๆ นั้น คือคนที่กำลังร้องไห้อยู่ตรงหน้านี้ ...คิวริ คือคนที่ เธอคุยด้วยแล้วมีความสุข จึงทำเธอรู้สึกสนิทและผูกพันกับพี่สาวคนนี้เป็นพิเศษ....จนบางครั้งรู้สึกพิเศษจนเกินพี่สาว....เกินเพื่อนร่วมวง.....แต่บางครั้ง...คนพิเศษในใจเธอคนนี้...ก็พูดน้อยเกินไป...จนเหมือนไม่สนใจเธอ....ทำให้เธอน้อยใจ...หรือแอบเคืองอยู่บ่อยครั้ง...


“พี่ไม่ต้องขอโทษก็ได้ค่ะ แค่พี่ไม่ทวีตข้อความเหมือนแดกดันฉัน อย่างพวกเค้า ฉันก็รู้สึกขอบคุณมากแล้ว” ฮวายองพูดด้วยน้ำเสียงแฝงความเจ็บปวด เมื่อนึกถึงข้อความบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก ที่ตัวเองเหมือนถูกรุม !!!!


To be Continue ..........




 

Create Date : 15 สิงหาคม 2556
2 comments
Last Update : 16 สิงหาคม 2556 0:09:58 น.
Counter : 528 Pageviews.

 

เม้นท์ได้ นะคะ ติ-ชม ได้ รับฟัง
เพราะเพิ่งหัดเขียนเรื่องแรก

ไม่เป็นสมาชิก blog ก็เม้นท์ได้ค่ะ

 

โดย: คนเขียนเองค่ะ IP: 171.97.25.93 16 สิงหาคม 2556 0:39:59 น.  

 

ในที่สุดก็ได้เจอกัน แผนพี่ฮโยสุดยอดไปเลย หลอกเด็กได้เนียนมาก ฮ่าๆ แต่แอบสงสารพี่รินะ คงจะอึดอัดน่าดูกับเหตุการณ์ (จริง) ที่เกิดขึ้นน่าดูเลย

 

โดย: Ticha92 IP: 115.67.66.168 16 สิงหาคม 2556 0:44:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Patparatcha
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Patparatcha's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.