พฤษภาคม 2553

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
โศลกธรรม - อ.กะลาเรปะ
มิอาจแบ่งแยก

ใจเชื่อมใจ
เป็นหนึ่งเดียว
เหมือนหยดน้ำสองหยด
เชื่อมต่อกันและกัน
เป็นหยดเดียว
เป็นเนื้อเดียว
เป็นหนึ่งเดียว
มิอาจแบ่งแยก
มิอาจแตกต่าง
มิอาจทำลายได้เลย
ไร้ ไร้ ไร้ ขอบเขตทุกๆด้าน
ใจเชื่อมใจเป็นเนื้อเดียว
หุบปากเงียบ ตถตา


********************************

สุญญตาหนึ่งเดียว

อย่าได้สร้างความแตกต่างระหว่างใจและสรรพสิ่ง
เราควรจะเชื่อมมันเข้าด้วยกันให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
อย่าได้มองว่ามันมีความแตกต่างกันหรือเกิดความคิดแบ่งแยกแตกต่างกันขึ้นมาในใจ
แต่จงมองให้เห็นสัจจะความจริงของสรรพสิ่งนั้น
ว่าง ว่าง ว่าง ไร้ขอบเขตทุกๆด้าน นี้แหละคือความจริงของสรรพสิ่ง
ที่เป็นสังขาร สังขตะ และอสังขตะ เพราะธรรมทั้งปวงล้วน ว่าง
ไร้ขอบเขตทุกๆด้าน สุญญตาธาตุ ว่างไร้ขอบเขต หรือใจ สุญญตา
ว่าง ไร้ขอบเขตทุกๆ ด้าน
หุบปากเงียบถึงทันที


***********************************

เสียงเพียงเสียงเดียวนำเราไปสู่ความเงียบได้ (ตถาตา)

ในเสียง ๆ เดียว
มีทั้งกฏไตรลักษณ์
มีทั้งความเงียบ
มีทั้งความว่างเปล่า จากเสียง
รู้เพียงเสียง ๆ เดียว
เกิดดับเป็นไตรลักษณ์
หรือเป็นไปตามกฏเก้าตา
กี่แสนล้านเสียงก็ล้วนเกิดดับ
เป็นไตรลักษณ์ หรือเป็นไป
ตามกฏเก้าตาเช่นเดียวกัน
ตถาตา เช่นนี้เอง


**************************************

สัจจะแห่งใจ

ใจเป็นสัจจะสูงสุดและล้ำค่า
ไม่อาจจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้
สัจจะแห่งใจไม่เกิดไม่ดับ
และมีอยู่เท่าเดิมตลอดเวลา
ไม่มากขึ้น ไม่น้อยลง
นี้คือ สัจจะแห่งใจอันเป็นสมบัติล้ำค่า


****************************************

ใจไม่มีตัวตนจะเศร้าหมองได้อย่างไร

ใจไม่เคยเศร้าหมอง
ใจไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ใจไม่เคยลดน้อยลง
ใจไม่เคยหมองเศร้า
เพราะมีสภาพว่างและ
ไร้ขอบเขตทุกๆ ด้าน
จึงไม่มีสิ่งใดจะเศร้าหมอง
ใจเป็นสัจจะอันสูงสุด
เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง ๆ
แต่ไร้ตัวตนไร้รูปวัตถุ
ไร้ความเกิดไร้ความดับลง
นี้แหละคือสัจจะแห่งใจว่าง
หรือใจสุญญตา



*******************************************

ใจ คือนิพพาน ขันธ์และสิ่งที่เกิดขึ้นในใจคือ วัฎฎะ

ใจและอาการของใจ
ใจและกิริยาของใจ
ใจและพฤติการณ์ของใจ
ใจและระลอกคลื่นระยิบระยับของใจ
ใจและปรากฏการณ์ของใจ
ใจและมโนภาพของใจ
ใจและภาพความฝันของใจ
ใจและความคิดดีและชั่วของใจ
ใจและขันธ์ ทั้ง 5 ของใจ
ใจและหมอกเมฆของใจ
ใจและเงาสะท้อนของใจ
สรรพสิ่งที่เกิดจากใจล้วนเป็นสังขตะสังขารทั้งสิ้น
ส่วนใจไม่เกิดไม่ดับมีสภาพเป็น อนัตตา
เป็น สุญญตา เป็น อสังขต เป็น วิสังขาร และหมายถึงนิพพานธาตุด้วย


*********************************************

ท้องฟ้า และหมอกเมฆมีความว่างเปล่าเป็นสะภาพ

ท้องฟ้าดำรงอยู่ที่ใด
หมอกเมฆก็อยู่ที่นั้นด้วย
ที่ใดมี ท้องฟ้า ที่ ๆ นั้นก็มีหมอกเมฆด้วย
ที่ใดมีหมอกเมฆที่ ๆ นั้นก็มีท้องฟ้า
เห็นท้องฟ้าก็จะเห็นหมอกเมฆ
เห็นหมอกเมฆก็จะเห็นท้องฟ้า
เพราะทั้งสองอย่างได้ปรากฏอยู่ด้วยกัน
แต่ไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน
ธรรมชาติที่แท้จริงของท้องฟ้าไม่เคยเศร้าหมองไปเพราะหมอกเมฆ
ส่วนหมอกเมฆก็ไม่เคยทำลายท้องฟ้าให้เศร้าหมอง
ทั้งสองปรากฏอยู่ด้วยกันแต่ไม่ติดกัน
จะบอกว่าเป็นสองก็เป็นสอง
จะบอกว่าเป็นหนึ่งก็เป็นหนึ่ง
แต่โดยเนื้อแท้แล้วทั้งสองมีสะภาพว่างเปล่าเป็นเนื้อเดียวกันรวด มิอาจแบ่งแยกใด ๆ


*********************************************

ใจมิอาจหมองเศร้า ท้องฟ้ามิเคยเปียก

ฝนตกเป็นพันๆ ปี
แต่ท้องฟ้าก็มิเคยเปียก
ใจมีอุปมาดั่งท้องฟ้า
ท้องฟ้าก็มีอุปมาดั่งใจ
กิเลสต่าง ๆ อุปมาดั่งหมอกเมฆ
หมอกเมฆก็มีอุปมาดั่งกิเลส
ในท้องฟ้าเต็มไปด้วยหมอกเมฆ
แต่ท้องฟ้าก็มิเคยเศร้าหมองไป
เพราะหมอกเมฆ
ส่วนหมอกเมฆก็มิเคยทำลาย
ท้องฟ้าให้เศร้าหมอง
กิเลสมีปรากฏมากมาย
แต่ก็มิเคยทำลายใจให้เศร้าหมอง
แต่ใจเป็นที่ปรากฏของหมอกเมฆแห่งกิเลสทั้งหลาย
ทำไมใจจึงไม่เศร้าหมองไปเพราะหมอกเมฆ
ก็เพราะเมฆหมอกทั้งหลายเป็นความว่างเปล่า
กิเลสก็ว่างเปล่า ท้องฟ้าก็ว่างเปล่า
ใจเองก็ว่างเปล่า
ธรรมทั้งปวงทั้ง สังขตะ และอสังขตะ
ล้วนมีสภาพว่างเปล่า เป็นอนัตตา เป็นสุญญตาในที่สุด
ใจว่างเปล่า กิเลสก็ว่างเปล่า
ในขณะที่เราคิดว่าใจของเราเศร้าหมองอยู่
ในขณะนั้นใจของเราก็ไม่ได้เศร้าหมอง
แต่เป็นการเศร้าหมองที่ความคิดหรือความเข้าใจผิด
เพียงเท่านั้นเอง ( อวิชชาหลงผิด )
แต่ในขณะที่เราคิดว่าใจของเราสะอาด
ในขณะนั้น ใจของเรา ก็ไม่ได้สะอาด
แต่เป็นการสะอาดที่ความคิดหรือความเข้าใจผิด


**********************************************

ความเป็นหนึ่ง

ใจและอาการกิริยาของใจ
และกฏไตรลักษณ์หรือกฏเก้าตา
เป็นสิ่ง ๆ เดียวกัน
เป็นหนึ่งเดียวกัน
หรือมีสภาพเท่ากัน
เป็นอนัตตาเป็นสุญญตาเท่ากัน
หรือ ใจ + อาการของใจ และกฏเก้าตา
มีสภาพเป็นอนัตตา
เป็นสุญญตาเสมอกันหรือเท่ากัน
คือเป็นหนึ่งเดียวกัน
เป็นอันเดียวกัน
ที่ใดมีใจที่นั้นก็มี อาการของใจ
ที่ใดมีอาการของใจ ที่นั้นก็มี
กฏใตรลักษณ์ มีกฏเก้าตาอยู่ด้วย
ใจก็คืออาการ และ อาการก็คือใจ
ใจคือกฏเก้าตาและกฏเก้าตาก็คือใจ
เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแท้


********************************************

ใจนี้มีธรรมชาติ ว่าง ๆ และเป็นที่ผ่านมาผ่านไปของอารมณ์
อารมณ์ต่าง ๆ ผ่านมาแล้วผ่านไปในใจนี้
ใจนี้มีธรรมชาติว่าง ๆ ไร้ขอบเขตทุก ๆ ด้าน
และไม่มีอารมณ์ใด ๆ จะทนอยู่ได้ในใจนี้
ใจนี้ไม่เกิดไม่ดับ (เพราะว่างไร้ตัวตน จึงไม่เกิด จึงไม่ดับ)
สิ่งที่เกิดและดับนั้นคืออารมณ์หรือ สังขารนั้นเอง (ธรรมดาของสังขารล้วนมายา)
ใจคือผู้รู้ ผู้ดู ผู้เห็น ผู้เข้าใจ
ต่อสังขารต่ออารมณ์ตามเป็นจริง
อารมณ์ต่าง ๆ ล้วนเกิดดับและว่างเปล่า
ใจก็ว่างเปล่าเพระเป็นที่เกิดดับของอารมณ์
(ธรรมทั้งปวงคือใจสุญญตานี้เอง)


********************************************

การตื่นรู้เป็นการเฝ้ามองอย่างแผ่วเบา มองและรับรู้อย่างแผ่วเบา
แล้วสิ่งต่าง ๆจะไหลผ่านจิตใจเราไป
หมอกเมฆเปรียบเหมือน รูป รส กลิ่น เสียง สุข ทุกข์
ความคิดต่างๆ อุปมาดังหมอกเมฆ อย่ารังเกียจ
ถ้าเรามีสติตื่นรู้เรื่องทุกเรื่องประสบการณ์ทุกประสบการณ์ต้องจบสิ้นลง
เหมือนหมอกเมฆไหลผ่านยอดเขา
และสิ่งต่างจะยึดไว้ไม่ได้เพราะมันไหลเหมือนหมอกเมฆ
มันไร้สาระ มันว่างเปล่า มันไม่มีตัวตนให้ยึด
มันเป็นเพียงปรากฎการณ์ที่อาศัยกันและกัน
ประสานบวกกันเป็นรูปทรงขึ้นมาชั่วคราวเท่านั้น
โดยเนื้อแท้แล้วมันไม่มีตัวตนให้ยึด ยึดไว้ไม่ได้
เหมือนเงาในกระจกเหมือนหมอกเมฆในท้องฟ้า
เหมือนภาพในความฝัน ยึดไว้ไม่ได้


**********************************************

ไม่มีการขัดท้องฟ้าด้วยซันไลต์ (ใจไม่มีตัวตน ไม่สะอาด ไม่สกปรก จึงขัดไม่ได้)

**********************************************








Create Date : 12 พฤษภาคม 2553
Last Update : 2 กันยายน 2554 11:25:51 น.
Counter : 2901 Pageviews.

2 comments
  
โดย: nuyza_za วันที่: 12 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:14:05 น.
  
ไอ๊หยา....หมอเขียวออกบู๊กเดืองหน้านี้เลี้ยว ที่สานติอาโศก ฮ้อหม้อ......น่าลูชม
โดย: โดเรม่อง IP: 110.49.104.198 วันที่: 14 พฤษภาคม 2553 เวลา:14:09:32 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

patnaja
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




Puangpeth Jang

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง