space
space
space
<<
สิงหาคม 2560
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
space
space
1 สิงหาคม 2560
space
space
space

Mission ภารกิจพิชิตเชียงใหม่



Missionภารกิจพิชิตเชียงใหม่


(รูปทั้งหมดถ่ายเองนะครับ: ริมแม่ปิง)

ภารกิจหลักของการเดินทาง

แอ่วสถานีเกษตรหลวงดอยอินทนนท์, หาที่พักสงบทางจิตวิญญาณ, พาพ่อแม่มาเที่ยว ทดสอบว่าหากท่านๆ จะไป Roadtrip กันที่ "ยูเอส ออฟ เอ" จะไปกันไหวหรือไม่

ภารกิจรองแห่งการเดินทาง

เพื่อสำรวจว่าสามารถทำมาหากินอะไรในสาขาอาชีพของตนที่เมืองเชียงใหม่ได้บ้าง และดูว่ากระผมกับภรรยาจะชอบกับสภาพแวดล้อม สังคมและชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่นี่หรือไม่ จะมีศักยภาพเป็นดั่งที่คิดจินตนาการเอาไว้หรือเปล่า

การเตรียมตัว

เนื่องจากมีทั้งภารกิจหลักและภารกิจรองที่ต้องปฎิบัติให้ลุล่วงควบคู่กันไปอย่างแนบเนียน จึงต้องวางแผนตารางการเดินทางกันอย่างดีเพื่อไม่ให้เสียงานของทุกคน อีกทั้งไม่เคยขับรถที่เมืองไทยระยะทางไกลขนาดนี้มาก่อน การเตรียมพร้อมทั้งร่างกายและรถให้พร้อมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

1. กระผมและภรรยาเป็นบุคคลที่ค่อนข้างชอบจัดการอะไรให้เป็นระเบียบเรียบร้อย คือ ชอบรู้กำหนดการล่วงหน้าว่าจะต้องไปไหน เวลานี้จะต้องทำอะไร ฯลฯ จึงใช้ Google Doc ทำตารางใส่กิจกรรมแต่ละอย่าง อย่างละเอียด จริงอยู่ เมื่อนำไปปฎิบัติจริงนั้น ตารางเวลาหรือกิจกรรมต่างๆ คงจะคลาดเคลื่อนไปจากกำหนดการบ้าง แต่อย่างน้อยพวกเราก็รู้ว่ากำลังจะไปไหน จะต้องไปเจอใคร จะใช้เวลาเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งเท่าไร จะอยู่ที่สถานที่แต่ละแห่งได้นานเท่าใด

การจะหาข้อมูลของสถานที่ต่างๆ เดี๋ยวนี้ไม่ยากเลย หากรู้จักใช้ Google หรือ Google Map และใช้วิจารณญาณของท่านเลือกเฟ้นข้อมูล (Big Data) ที่มีท่วมหัวได้ ท่านจะเดินทางไปไหนก็ได้แล้วละครับ แนะนำว่า หากเลือกไม่ได้ว่าจะไปเที่ยวที่ใดเพราะว่ามีตัวเลือกเต็มไปหมด ก็ใช้วิธีกำหนด Theme ขึ้นมาก็ได้ เช่น เที่ยววัด เที่ยวโบราณสถาน เที่ยวกินดื่ม เที่ยวธรรมชาติ ฯลฯ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการท่องเที่ยวเดินทางด้วย


2. เป็นอีกครั้งที่จองห้องพักผ่านระบบ Internet โดยกระผมจองโรงแรม B2 (https://www.b2hotel.com ของคุณพิชัย จาวลา) สำหรับช่วงเวลาในเมืองเชียงใหม่ เพิ่งทราบเหมือนกันว่าเมื่อจองแล้วสามารถไปจ่ายเงินได้ที่ 7-Eleven (และอีกหลายช่องทาง) อีกหน่อยจะทำอะไรคงทำได้หมดที่นั่น ส่วนห้องพักที่สถานีเกษตรหลวงดอยอินทนนท์ (//www.royal-inthanon.com) นั้นก็เพียงแค่โทรศัพท์ไปแจ้งเจตจำนงพร้อมส่งหลักฐานการโอนเงินผ่าน Line หรืออีเมล์ สะดวกดีครับ
3. อย่าลืมเอารถไปตรวจเช็คสภาพก่อนขับระยะทางไกล โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบเบรก เพราะจะต้องขับรถขึ้นลงดอย เกิดเป็นอะไรขึ้นมากลางทาง ไม่คุ้มเสีย อีกอย่างหนึ่ง คือ ศึกษาวิธีการขับขึ้นลงเขาให้ดี เพราะไม่ใช่การขับรถตามปกติ มีเทคนิคการขับที่ควรทราบ เช่น ใช้เกียร์ ใช้เบรกอย่างไร กระผมก็อาศัย YouTube นี่แหละครับ ช่วยท่านได้จริง

4. ส่วนร่างกายนั้นวันก่อนจะเดินทางก็ควรจะนอนพักผ่อนให้เพียงพอ การขับรถไปเชียงใหม่นั้นใช้เวลาประมาณ 8-9 ชั่วโมง หากแวะนู่นแวะนี่บ่อยๆ ก็ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมงเห็นจะได้ ยาวพอควร การพักผ่อนไม่เพียงพอก็รังแต่จะเป็นการเอาชีวิตของคนอื่นๆ บนรถไปเสี่ยงกับท่าน ระหว่างทางหากรู้สึกเหนื่อยก็ให้สลับกับคนขับอีกคน หรือแวะสถานีเติมน้ำมันล้างหน้าล้างตา ซื้อกาแฟดื่มได้ไม่ต้องอายใคร ไม่มีอะไรต้องพิสูจน์ การขับรถโดยไม่ต้องหยุดพักไม่ได้เป็นการพิสูจน์ว่าท่านแกร่งที่สุดในปฐพี คิดเสมอว่าเป้าหมายของท่าน คือ การนำสมาชิกทุกคนไปถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย

5. เวลาขับรถไปยังสถานที่ๆ ไม่คุ้นเคย ควรจะทำการศึกษาเส้นทางให้ดีเสียก่อน อย่างน้อยก็ควรจะรู้คร่าวๆ ว่าจะต้องใช้ถนนเส้นไหน ขับไปยังทิศใด Google Map ที่ว่าฉลาดนักฉลาดหนาบางทีก็เห็นจะเชื่อไม่ได้ เวลาเกิดเหตุสุดวิสัย สติของคนขับนี่แหละที่จะช่วยทุกคนเอาไว้ แนะนำว่าควรจะให้คนที่นั่งฝั่งข้างคนขับคอยเป็นผู้นำทาง (Navigator) ไปด้วย จะได้มีผู้ช่วยดูทางดูป้าย คนขับจะได้มุ่งไปยังการขับรถอย่างเดียวไม่ต้องไปเกาะแกะมือถือดูนั่นดูนี่เวลาขับรถ เป็นการจำกัดความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ

(สาวสวยในรูปนี้ภรรยาผมเอง)

ประสบการณ์ที่ได้รับ

1. Roadtrip นั้นจะสนุกได้ก็ต่อเมื่อสมาชิกมีบทสนทนาอันสนุกสนานออกรสชาติเกิดขึ้นระหว่างทาง ไปกันเงียบๆ บนรถเป็นระยะเวลานานๆ ช่างน่าเบื่อดีแท้ เป็นอันสรุปว่าคงจะไม่ทำ Roadtrip ที่ "ยูเอส ออฟ เอ" กับที่บ้าน ถึงแม้ว่าร่างกายเขาจะไหวก็ตาม

2. เคยคิดว่าเมืองเชียงใหม่จะน่าอยู่กว่ากรุงเทพฯ เอาเข้าจริงกลับไม่น่าอยู่เอาเสียเลย ถนนหนทางนั้นคับแคบราวว่าไม่พอกับจำนวนรถราและประชากรที่เพิ่มขึ้นมาอย่างมากมาย อากาศในเมืองก็ไม่ได้ดีอย่างที่คิด ช่วงเวลา Rush Hour นั้น รถก็ติดเหมือนกับกรุงเทพฯ ดีๆ นี่เอง หากคิดจะย้ายไปเชียงใหม่เพื่อชีวิตที่ง่ายสบายกว่ากรุงเทพฯ ขอให้คิดให้ดีอีกครั้ง เผลอๆ การอยู่กรุงเทพฯ ต่อไปอาจจะดีกว่า หากจะไปอยู่จริงๆ นั้น ควรออกไปอยู่ให้ไกลจากเมือง แล้วไม่จำเป็นไม่ต้องเข้าเมือง คิดว่าหากจะไปเที่ยวเชียงใหม่คราวหน้า จะเดินทางด้วยเครื่องบินหรือรถไฟเวลากลางคืน เมื่อไปถึงก็จะเช่ารถแล้วขับไปเที่ยวเขาเที่ยวดอยไปเลย

บทสรุป คือ ไม่ชอบเมืองเชียงใหม่เลย แต่ที่นี่มีดีตรงที่เมื่อออกไปนอกเมืองแล้วมีที่ให้เราได้พักสงบทางใจอยู่อีกมาก เช่น ดอยนั้นดอยนี้ ต่างจากกรุงเทพฯ ที่ทุกตารางเมตรนั้นช่างเต็มไปด้วยตึกคอนกรีต ป้ายโฆษณาและแสงสีเสียง จ๊อกแจ๊กจอแจ

3. เรื่องดนตรีนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง หากมันดูเหมือนจะร่อแร่ในกรุงเทพฯ แล้ว ที่เชียงใหม่นี้คงจะเปรียบได้กับคนที่ล้มฟุบลงไปกับพื้นพสุธาเลยทีเดียว การเป็นนักดนตรีอาชีพในเชียงใหม่นั้นยาก จะต้องมีวิชาชีพสำรองเอาไว้ เช่น เป็นครูอาจารย์หรือมีโรงเรียนสอนดนตรีของตัวเอง เป็นต้น เป็นอันว่าการไปทำงานที่เชียงใหม่นั้นคงจะไม่เกิดขึ้น

4. การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในรายได้หลักของคนเมืองเขียงใหม่ นึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่าหากเมืองเชียงใหม่ไร้นักท่องเที่ยวแล้ว คนจะตกงานกันเท่าไร

5. ใครว่าค่าครองชีพที่เชียงใหม่ต่ำ กระผมก็ว่าอาจจะจริง เพราะราคาของกินและที่ดินก็ไม่ได้สูงนัก แต่ที่จริงเสียยิ่งกว่า คือ ค่าแรงที่ได้รับนั้นต่ำเตี้ยติดดินมาก จากบทสนทนากับเพื่อนๆ ค่าแรงเริ่มต้นสำหรับบุคคลผู้ได้รับการศึกษาระดับปริญญาตรีนั้นอยู่ที่ 9,000 บาท ระดับปริญญาโทและเอกนั้นก็น้อยจนต้องตั้งคำถามว่า เอ๊ะ! ไปเรียนมาทำไม เพราะฉะนั้น ถึงแม้ว่าค่าครองชีพจะต่ำก็จริง หักลบกลบหนี้แล้วก็แทบจะไม่มีอะไรเหลือเป็นทุนรอนสำหรับอนาคตเลย ต้องใจรักที่จะอยู่จริงๆ หรือมีทุนอยู่แล้วและไปอยู่เป็นบ้านหลังที่สอง

6. กระผมรู้สึกชื่นชมโครงการหลวงและจุดมุ่งหมายของมันเหลือเกิน นี่เป็นสิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่ของประเทศต้องการ คือ การสอนหรือช่วยเหลือให้ผู้คนสามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีได้ด้วยพืชผลจากผืนดิน ให้เขามีกินมีใช้อย่างพอเพียง ไม่ตกเป็นทาสของระบบทุนนิยม ประเทศเราเป็นประเทศกสิกรรม เสียดายที่พระองค์ท่านได้จากเราไปแล้ว ก็ได้แต่หวังว่าปณิธานของท่านจะยังได้รับการสืบสานอยู่ในตัวของบุคลากรทุกคนต่อจากนี้ไป

สุดท้ายก็แล้วแต่คนจะอยู่คนจะทำมาหากินนะครับ ความพึงพอใจของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน แต่เมื่อถึงคราวจำเป็นจริงๆ จะต้องไปอยู่ก็ไปอยู่ครับ กระผมเป็นคน Flexible

ลากันด้วยภาพสวยๆ จากสถานีเกษตรหลวงดอยอินทนนท์ครับ เอียงคอดูกันหน่อยนะครับ Rotate รูปใน Blog ไม่เป็น








 

Create Date : 01 สิงหาคม 2560
0 comments
Last Update : 1 สิงหาคม 2560 17:18:37 น.
Counter : 349 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

space

BlogGang Popular Award#13


 
drparinyamusic
Location :
Ann Arbor, Michigan United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




ดร.ปริญญา ณ แอน อาร์เบอร์, มิชิแกน อาศัยอยู่กับภรรยาซึ่งกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาเอก สาขาดนตรีวิทยา (historical musicology) ที่ University of Michigan ขณะนี้ทำงานดนตรีอิสระ เช่น เรียบเรียงเพลง แต่งเพลง และจะผันตัวเป็นวาทยกรและผู้จัดการแสดงดนตรีร่วมกับเพื่อนๆ วงศาลายา โมเดิร์น อองซอมเบิ้ล หากมีโอกาสกลับประเทศไทยช่วงฤดูร้อน (www.facebook.com/SalayaModernEnsemble) นอกจากงานดนตรีแล้ว ดร.ปริญญามักใช้เวลาว่างอ่านหนังสือและเขียน Blog เกี่ยวกับดนตรี ประวัติศาสตร์ ธุรกิจการเงินการลงทุน สังคม วัฒนธรรม การใช้ชีวิตในต่างประเทศและสูตรอาหารอยู่เป็นประจำ ซึ่งสามารถติดตามได้ที่ ../mainblog.php?id=parinyamusic หากมีเวลาเหลือจากงานข้างต้นก็จะไปทำงานพิเศษเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารไทยและทำกับข้าวปิ่นโตขายให้กับเพื่อนของคุณภรรยา ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่สิ่งที่ ดร.ปริญญารักจะทำที่สุด คือ การได้ดูแลรับ-ส่งและทำอาหารให้คุณภรรยา รวมไปถึงการช่วยดูแลบ้านของเราให้น่าอยู่

A recipient of Fund for Classical Music Promotion Under the Patronage of HRH Princess Galyani Vadhana, Dr. Chucherdwatanasak is currently a music director of the Salaya Modern Ensemble (www.facebook.com/SalayaModernEnsemble), at which he conducts a 20-musician ensemble that performs various repertoires with an emphasis on modern music. He previously served as an assistant conductor at the Colorado MahlerFest, a cover conductor for the Kansas City Ballet, an assistant conductor for the Thailand Philharmonic Orchestra, and a guest conductor at the Thailand International Composition Festival.

Originally trained as a flutist and composer, Dr. Chucherdwatanasak received his master’s and doctoral degrees in orchestral conducting from School of Music, Georgia State University and University of Missouri-Kansas City, Conservatory of Music and Dance, respectively. His primary mentors included Michael Palmer and Robert Olson. In addition, he also participated in the Sixth Ithaca International Conducting Masterclasses 2014, Fort Wayne Philharmonic International Conductors’ Workshop and Frederick Fennell Memorial Conducting Masterclass 2015.

Dr. Chucherdwatanasak was born and raised in Bangkok, Thailand. He currently resides in Ann Arbor, Michigan with his wife, Nathinee (Nee), a doctoral candidate in historical musicology at the University of Michigan. In his leisure time, he enjoys cooking for his wife, walking around the neighborhood, writing blogs in various subjects, reading music, literature, newspaper and watching movies.

space
space
[Add drparinyamusic's blog to your web]
space
space
space
space
space