บทที่ 7 "Wishing Well"ความตายที่สวยงาม

ข้อความข้างล่างนี้ และความคิดที่ว่า "ไม่รู้ว่าเราจะหายใจได้อีกกี่วัน "
เป็นแรงบันดาลใจให้อยากไปเป็นอาสาสมัครของ wishing well ค่ะ



"Wishing Well"ความตายที่สวยงาม
เราทุกคนรู้ว่า "ความตาย" คือ ปลายทางของชีวิต แต่ไม่อาจรู้ได้ว่ามันจะมาถึง
เมื่อไร ตรงกันข้ามมีเด็กกลุ่มหนึ่งที่รู้ตัวดีว่า พวกเขากำลังเดินไปสู่ความตาย
และอยู่ใกล้มันขนาดไหนทุกวินาทีที่ผ่านไป



หากใครมีโอกาสขึ้นไปบนชั้น 16 ตึก สก รพ.จุฬาลงกรณ์
จะพบเด็กๆ โกนหัวจนล้านเลี่ยนนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยเรียงราย
เขาและเธอเหล่านี้เป็นโรคมะเร็งที่แตกต่างกันไป
เมื่อรักษาไปได้ระยะหนึ่งแพทย์วินิจฉัยแล้วว่า ไม่สามารถรักษาต่อไปได้
จะแนะนำพ่อแม่ผู้ปกครองถึงทางเลือก 2ทาง
คือ หยุดการรักษาทางเคมีการแพทย์แล้วกลับไปอยู่บ้าน
แต่ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์และใช้ชีวิตตามปกติ



แต่ถ้าหากพ่อแม่เด็กตัดสินใจทางเลือกใหม่ คือ การหยุดรักษาทางเคมีแพทย์
แล้วให้รักษาแบบประคับประคอง โดยให้เด็กมีคุณภาพจิตที่ดี ทำให้มีความสุข
ก่อนจากโลกนี้ไป แพทย์จะส่งต่อมาที่WishingWellหรือ โครงการส่งชีวิตสุขสมหวังก่อนสิ้นลม แทนที่จะนอนรอความตายอยู่กับยาพาราแก้ปวดหรือสิ้นลม
ในห้องไอซียูอย่างเดียวดาย



"เม่น" เด็กผู้ชายวัย 6 ขวบ ป่วยเป็นมะเร็งเยื่อหุ้มปอดมานาน 2 ปีแล้ว
เขามีอาการครั้งแรกเมื่อปลายปี 2547 ขณะเดินถือหม้อหุงข้าวอยู่เขาหันมาบอกแม่ว่า "ขอพักก่อน เหนื่อยเดินไม่ไหว"
หลังจากนั้นแม่ก็พาไปหาหมอที่คลินิกประจำ และได้รับคำแนะนำให้ไปที่
รพ.บางพลี รพ.ศิครินทร์ ก่อนจะส่งต่อไปยัง รพ.จุฬาฯ ตรวจวินิจฉัยโรค
บังเอิญว่าเป็นช่วงปีใหม่และเกิดพิบัติภัยสึนามิจึงต้องรอผลการตรวจ ระหว่างนี้แพทย์จะเจาะน้ำออกจากปอดทุกวันๆ ละ 500-800 ซีซี



1ทุ่มตรง วันที่ 4 มกราคม 2548 ครอบครัวน้องเม่นจึงรู้ว่า แท้ที่จริงแล้วโรคที่
เด็กชายวัย 6 ขวบกำลังเผชิญอยู่ คือ มะเร็งเยื่อหุ้มปอด ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้
เพียง 1 ในล้าน โอกาสรักษาหายมีเพียง 80% ขณะนอนรักษาตัวอยู่ที่ตึก สก ชั้น 18 น้องเม่นต้องทำเคมีบำบัด 3 สัปดาห์ครั้ง และครั้งละ 3-5 วัน มากถึง 17 ครั้งด้วยกัน และครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ปีที่แล้ว


หลังจากเอกซเรย์ด้วยคอมพิวเตอร์หมอไม่พบมะเร็งอีก จึงให้พักฟื้น 3 เดือน
น้องเม่นกลับไปใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้ง ไปโรงเรียนได้ วิ่งเล่นได้เหมือนกับเด็กคนอื่นๆ

แต่แล้วอีก 6 เดือนต่อมา เมื่อหมอนัดตรวจอีกครั้ง
น้องเม่นและครอบครัวก็ต้องพบ กับข่าวร้ายยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เด็กชายในวัยซุกซนจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 3 เดือนเท่านั้น หมอจึงแนะนำทางเลือกให้ 2 ทาง
คือ รักษาต่อซึ่งโอกาสหายน้อยมาก กับการหยุดรักษาแล้วใช้ชีวิตตามปกติ ไปโรงเรียนตามปกติ พาไปเที่ยวที่เด็กอยากไป


ครอบครัวและน้องเม่นเลือกวิธีที่ 2 คือ การอยู่ท่ามกลางความรักความอบอุ่นของคน ในครอบครัว ในวาระสุดท้ายของชีวิต เที่ยวทะเลบางแสน สวนสนุกดรีมเวิลด์
สยามโอเชี่ยน เวิร์ล และไปทำบุญตามวัดต่างๆ


"โหน่ง ชะ ชะ ช่า" คือ ดาวตลกในดวงใจของน้องเม่น ก่อนช่วงสุดท้ายของชีวิตจะมา ถึง เจ้าหน้าที่มูลนิธิสายธารแห่งความหวัง โทรศัพท์ติดต่อไปยังตลกชื่อดัง
โหน่งกำลังทำงานอยู่ต่างจังหวัดบอกกับ"นิลอุบล จันทร์โหนง" เจ้าหน้าที่ให้หามือถือที่เปิดเสียงได้ "จะเล่นตลกให้น้องฟัง" ก่อนจะบอกลาน้องเม่นให้หลับให้สบาย
เมื่อการแสดงสั้นๆ จบลง



ในขณะที่ทุกคนในห้องหัวเราะกับเสียงของโหน่ง ชะ ชะ ช่า
น้องเม่นหลับสบายไปพร้อมกับเสียง"พี่โหน่ง...มาแว้วววว"


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -


ในขณะที่ "น้องรุ้ง" เด็กผู้หญิงอีกคนอยากเพ้นท์เล็บเจ้าหน้าที่ก็พาช่างมา
เพ้นท์เล็บถึงเตียงผู้ป่วย หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ น้องรุ้งก็จากโลกใบเล็กๆ นี้ไปอย่างสงบ พร้อมกับเล็บที่เพ้นท์ด้วยสีสันสวยงาม และรอยยิ้มที่เปี่ยมสุข



แต่สำหรับ "น้องซี" วัย 7 ขวบ ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แม้จะต้องทนทุกข์ขนาดไหน น้องซีก็ยังมอบความสุขให้กับเพื่อนๆ พี่ๆ ในมูลนิธิสายธารแห่งความหวัง ด้วยการร้องเพลงให้ฟังกลายเป็นบ่อเกิดแห่งความหวังเล็กๆ ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ระดมเงินมาช่วยเหลือและก็ได้ครบในวันที่น้องซีจากไป



ด้าน "น้องเจมส์" เด็กฉลาดที่อยากไปพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่มูลนิธิ
สารธารแห่งความหวัง แอบทำเซอร์ไพรส์เล็กๆ ด้วยการให้ "อ้อม พิยดา อัครเศรณี" ไปกับเขาด้วย น้องเจมส์กึ่งตกใจกึ่งดีใจและวันที่น้องเจมส์จากไปนางเอกสาวชื่อดังถึงกับหลั่งน้ำตา



เด็กผู้หญิงอีกรายวัย 12 ปี มีความหวังสุดท้ายของชีวิต คือ การเสริมดั้งจมูก
เพื่อจะได้พบกับ "แอนดริวเกร้กสัน" แต่การตามตัวดาราดังไม่ใช่เรื่องง่าย
ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงหาวิธีเข้าไปโพสต์ในอินเทอร์เน็ตบอกว่า มีคนไข้ต้องการเจอตัว
และเขาใกล้จะเสียชีวิตแล้ว



ไม่นานต่อมา กลางดึกคืนหนึ่งแอนดริวในสภาพหนวดเคราเฟิ้ม เพราะกำลังถ่ายละครเรื่อง"คนระลึกชาติ" ก็โผล่เข้ามาให้กำลังใจเด็ก สร้างความประทับใจกับทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่ป่วย แล้วอีก 2 วันต่อมา เด็กก็เสียชีวิตลง


"ความฝันของเด็กๆ มีหลากหลาย ทำง่ายและทำได้ทันที เช่น เด็กคนหนึ่งอยากกินไก่ทอดเคเอฟซี เราก็สั่งมาให้ตอนนั้นได้เลย เด็กบางคนอยากไปเดินเล่นสวนลุมฯ เราก็พาไป" นิลอุบล จันทร์โหนง สรุป


ก้าวเข้าปีที่ 4 แล้ว สำหรับโครงการWishing Wellซึ่งมีความหมายอยู่ 2 ประการ
คือ การรักษาให้หายกับคำอธิษฐานสุดท้ายที่เป็นจริง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
ได้ต่อชีวิตและส่งชีวิตเด็กๆ ไปแล้ว 35-40 ราย เฉลี่ยมีคนไข้เสียชีวิต 3-5 คนต่อปี โดยเด็กๆ หลายคนสุขสมหวังกับปรารถนาสุดท้ายของชีวิต จากไปด้วยรอยยิ้มอย่างสงบสุข ถึงแม้จะรู้ล่วงหน้าว่า
มีเวลาเหลืออยู่บนโลกกลมๆ ใบนี้อีกนานแค่ไหน

หลังจากนั้นพวกเขาก็จะจากไป ไม่มีวันกลับมาอยู่ดูความศิวิไลซ์บนโลกใบนี้อีกต่อ
ไป !!!

ภาพ/มูลนิธิสายธารแห่งความหวัง
โทร 02-677-4117

บริจาคเงินได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย บัญชีออมทรัพย์
ชื่อบัญชี"มูลนิธิสายธารแห่งความหวัง"
เลขที่บัญชี 045-2-95999-4



มีเด็กอีกเยอะค่ะ ที่เค้าเหลือเวลาอยู่ในโลกนี้ไม่นานแล้ว ถ้าสิ่งนึงที่เราจะทำได้ตอนนี้ คืออยากให้คำขอสุดท้ายของเค้าเป็นจริง ไม่ใช่เรื่องยากไปหรอกค่ะ ....

บุญรักษา รักคุ้มครองค่ะ


Create Date : 09 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2550 12:02:55 น. 14 comments
Counter : 317 Pageviews.

 
รู้จักชื่อนี้ตอนดูรายการพ.ศ.พอเพียงอ่ะค่ะ ตอนที่คุณนีน่าพาเด็กไปดูการแสดง


เห็นหน้าน้องๆแล้วเศร้ามากเมื่อรู้ว่าเขาเป็นโรคร้ายขนาดนั้นและไม่อยากยอมรับว่าเขาอาจจะจากไปในเร็ววัน


โดย: ณ มน IP: 203.146.63.185 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2550 เวลา:20:11:17 น.  

 
กลัวตายเจ็บปวดอ๊ะ

แต่น่าสงสารจัง


โดย: นางน่อยน้อย วันที่: 9 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:33:13 น.  

 
แล้วว่างๆ จะแปลให้นะ
ขอเปิดดิกฯให้ครบทุกตัวก่อน หุหุ

ฝันดีนะคะ


โดย: rosepinkbutterfly วันที่: 9 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:43:12 น.  

 
อิอิ ดองบล็อกจนเปรี้ยวปรี้ดแล้วแน่ๆเลย
กำลังหาเรื่องมาอัพบล็อกอยู่เหมือนกันอ่ะคะ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะค้า


โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ วันที่: 10 พฤศจิกายน 2550 เวลา:0:48:37 น.  

 
เช้าๆแบบนี้
อ่านแค่เรื่องแรกของน้องเม่น
น้ำตาซึมเลยครับ

หวัดดียามเช้าครับ





โดย: กะว่าก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 10 พฤศจิกายน 2550 เวลา:7:39:37 น.  

 
เกิด แก่ เจ็บ ตาย การสูญเสียเป็นเรื่องที่หนีกันไม่พ้นค่ะ

แต่คนที่อยู่ข้างหลังก็ต้องสู้กันต่อไป

ขอบคุณ..ที่แวะไปเยี่ยมค่ะ

ขอบคุณ..สำหรับกำลังใจนะคะ ขอบคุณมากค่ะ


โดย: Ananta_Z วันที่: 10 พฤศจิกายน 2550 เวลา:9:55:22 น.  

 
อ่านไปเกือบร้องไห้แน่ะ..เศร้าจังง่า

แต่ก็เป็นเรื่องที่ดี เออ แล้วเราจะบริจาคเงินไปช่วยนะ วันเกิดเราเดือนหน้าพอดี

เป็นเรื่องที่ดีมาก ขอบคุณนะที่อุตส่าห์เอาสิ่งดีดีแบบนี้มาแบ่งปันกันในบล็อก

ส่วนบ่ายนี้...ฮี่ ๆ ๆ นินเอาผู้ชายจากในฮาเร็มส่วนตัวนินมาฝากธุลีนะ เอาไว้เคี้ยวเล่นกับน้ำชายามบ่ายให้เอร็ดไปเรย



โดย: Ninniko วันที่: 10 พฤศจิกายน 2550 เวลา:13:03:53 น.  

 
เข้ามาทักทายนะครับ คุณธุลี โทษทีนะครับ

ที่ตอบช้า เพราะช่วงนี้ยุ่งๆ ไม่ค่อยมีเวลาเลย

(นั่งซักผ้าทุกวันเลย ) 555 และก็ขอบคุณนะที่

เข้าไปเยี่ยมบล็อคของผม ช่วงนี้อากาศเย็น

ดูแลรักษาสุขภาพด้วย คนไม่สบายกันเยอะ

เรื่องที่บรรยายมาน่าเห็นใจจัง พูดไม่ออก !!

จริงจัง มีสาระดีจริงๆ ยังไงทักทายแค่นี้ก่อน

นะครับ เพิ่งรู้ว่าเปนคนที่แจกของด้วย นารัก

จริงๆ สวัสดีครับ


โดย: โบ (เกิดมามีกรรม....แต่ก็ok ) วันที่: 10 พฤศจิกายน 2550 เวลา:13:28:17 น.  

 
สวัสดีค่ะ....
อ่านแล้วเศร้า...มะเร็งนี่เลวร้ายจัง
อ่านแล้วคิดถึงยายอีกแระ
เฮ้อออ....



โดย: insane_child วันที่: 10 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:29:44 น.  

 
เศร้าจัง

ถ้าอยากเป็นอาสาสมัครต้องทำไงบ้างค่ะ


โดย: เลดี้มาเฟีย IP: 124.120.0.45 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:46:02 น.  

 
... สุขสันต์วันหยุดค่ะ ... ขอบคุณที่แวะไปฟังเพลงที่บล็อคของนุชนะคะ



โดย: Vannessa วันที่: 10 พฤศจิกายน 2550 เวลา:19:07:17 น.  

 
เป็นเรื่องน่าเศร้านะครับ แต่แค่เห็นรอยยิ้มของพวกเด็ก ๆ เหล่านั้น เราก็อดมีความสุขไปด้วยไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่รอยยิ้มเหล่านั้นจะเต็มไปด้วยความสุขและความเจ็บปวดก็ตาม

คุณเป็นคนมีจิตใจดีนะคัรบ


โดย: Necessary วันที่: 10 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:15:49 น.  

 
เคนอ่านเจอเรื่องน้องเจมส์ กับอ้อม พิยดาในนิตยสารค่ะ แล้วก้มีน้องๆคนอื่นอีก
อ่านจบน้ำตาร่วงกันเลย T^T
อยากให้คนที่มีโอกาสมากกว่าน้องๆ
ไปให้โอกาสทำฝันน้องให้เปนจริงบ้าง
เรายังอยากไปเลย.....


โดย: NuiNhui (Bourgeoise ) วันที่: 11 พฤศจิกายน 2550 เวลา:2:14:59 น.  

 
แวะมาทักทายในวันหยุดค่ะ บล๊อคสวยสดใสจังค่ะ


โดย: เพราะฉันห่างไกล วันที่: 11 พฤศจิกายน 2550 เวลา:9:54:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Help Me im lost
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
9 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Help Me im lost's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.