Group Blog
 
 
มีนาคม 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
13 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 

ที่วุ่น...ก็เพราะรัก






ที่วุ่น…ก็เพราะรัก 1




ข้าวของที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นห้องทำให้คนที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาส่ายหน้าไปมาเหมือนเช่นทุกครั้ง แล้วก้มลงเก็บของเหล่านั้นให้มันอยู่เป็นที่เป็นทางเหมือนเช่นเคย ร่างบางที่นอนแผ่หลาอยู่บนเตียงกว้างยังคงหายใจเข้าออกเป็นจังหวะ แสดงว่ายังคงหลับอยู่และหลับลึกด้วย

เสียงกุกกักที่ดังขึ้นทำให้คนที่นอนอยู่บนเตียงรู้สึกตัวเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ยอมตื่นขึ้นมา เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมันคือความเคยชิน แล้วมือบางก็หยิบผ้าห่มขึ้นมาห่มตัวแล้วหลับต่ออย่างมีความสุข

ม่านถูกเปิดออกเพื่อที่จะให้แสงแดดลอดผ่านเข้ามา ลมจากข้างนอกโกรกเข้ามา เช้าๆแบบนี้อากาศเย็นสบาย ยิ่งเป็นต่างจังหวัดแบบนี้ด้วยแล้วอากาศยิ่งสดชื่น ร่างบางบนเตียงยกขึ้นกอดอกพร้อมกำผ้าห่มกระชับขึ้นกว่าเดิมเนื่องจากอากาศที่พัดผ่านเข้ามาหลังจากที่หน้าต่างถูกเปิดออกมันเย็นมากสำหรับเธอ แล้วแสงที่ลอดผ่านเข้ามานั่นอีกล่ะ หญิงสาวคว้าหมอนอีกใบขึ้นมาปิดใบหน้าพร้อมตะแคงซ้ายทันทีเพื่อให้สายตาพ้นจากแสงนั่น

คนที่จัดการทุกอย่างเมื่อสักครู่มายืนเท้าเอวมองคนขี้เซาที่ไม่ยอมตื่นสักทีอย่างขำๆ นี่ขนาดเขาตั้งใจทำเสียงดังขนาดนี้ แถมยังเปิดให้แสงแดดเข้ามาเพื่อที่ให้เธอแสบตาแล้วลืมตาขึ้นมาบ้าง แต่ทุกอย่างที่เขาทำไม่ได้มีผลอะไรกับเธอเลยแม้แต่น้อย คนขี้เซายังคงหลับต่ออย่างสบายในอารมณ์เหมือนเดิม

“จะสิบโมงแล้ว เมื่อไหร่เจ้าหญิงจะตื่นจากบรรทมสักทีน้า” เสียงที่เอ่ยออกมาออกจะขันๆในท่าหยุกหยิกของร่างที่นอนขดอยู่บนเตียง

“ขอต่ออีกสักชั่วโมงน่า” ว่าพร้อมคว้าผ้าห่มคลุมมิดถึงหัว

“เมื่อคืนนอนกี่โมงเนี่ย ทำไมถึงไม่ยอมตื่นสักที ตื่นได้แล้ว ตื่นๆ” ไม่พูดเปล่า มือหนาเขย่าที่ต้นขาเธอเบาๆเพื่อเป็นการปลุก ทำให้คนที่นอนอยู่ยกขาเตะขึ้นมาตอบโต้ ดีนะที่เขาไวกว่าหลบทันเสียก่อน

“ยุ่งน่า...”

ชายหนุ่มส่ายหน้าน้อยๆ นี่ถ้าเขาหลบไม่ทันคงจะโดนขาน้อยๆของเธอฟาดเข้าตรงลำคอพอดิบพอดีแน่ๆ เห็นขาเรียวเล็กอย่างนี้แต่แรงใช่จะเล็กตามไปด้วยเสียที่ไหน ถ้าเกิดว่าโดนเข้าจริงๆคงจะเจ็บไม่น้อยทีเดียว หลังจากที่คำว่ายุ่งน่าจบลง เธอก็ยังคงหลับตาต่อไปอย่างมีความสุข
เมื่อเห็นว่าคนที่อยู่บนเตียงไม่ยอมลุกง่ายๆ เขาจึงกระโดดขึ้นเตียงไปนอนกอดเอวบางพร้อมก่ายขาบนตัวของเธอ ทำให้ฝ่ายที่โดนกระทำลุกพรวดขึ้นทันที

“เฮ้ย! ไอ้บ้าทำไรของแกว่ะ” ว่าพร้อมถีบร่างหนาอย่างแรงทำให้เขาหล่นตุ้บไปกองอยู่กับพื้น

“โหย ทำไมโหดแต่เช้าจังว่ะ” คนที่นอนจุกอยู่งึมงำออกมา

“ใครใช้ให้แกมาทำรุ่มร่ามก่อนล่ะ”

“ก็นึกว่าแกหนาวเลยจะให้ความอบอุ่น”

“เชื่อตายเลย แล้วนี่มาวุ่นอะไรแต่เช้าล่ะ คนจะหลับจะนอนยุ่งจริงๆ” ว่าแล้วก็หยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำปล่อยให้ตัวยุ่งนอนบ่นอยู่คนเดียวกับพื้น

“จะช่วยพยุงขึ้นหน่อยก็ไม่ได้”

“ได้ยินนะโว้ย” เสียงเล็กๆลอดดังออกมาจากห้องน้ำ ทำให้คนที่นอนจุกอยู่บนพื้นทำปากยื่นน้อยๆ พร้อมส่งค้อนผ่านเข้าไปในห้องน้ำ

ชายหนุ่มลุกขึ้นช้าๆเพราะจุกยังไม่หาย “คนอะไรว่ะ ตัวนิดเดียวแต่แรงอย่างกับช้าง” เมื่อลุกได้แล้วก็ปัดก้นตัวเองลวกๆ เดินไปหย่อนก้นลงหน้าคอมพิวเตอร์ของเจ้าของห้องที่ยังมีไฟกระพริบอยู่ตรงตัวเครื่อง เลยลองเอามือเขย่าเม้าส์ดู แล้วหน้าจอก็สว่างขึ้นมา แสดงให้เห็นว่าเจ้าของห้องไม่ได้ปิดคอมฯก่อนเข้านอน หรือไม่ก็อาจจะง่วงจนลืมปิด

ภาพบนเดสท็อปเป็นภาพของเขากับเธอที่ถ่ายคู่กัน มือข้างหนึ่งของเขากอดคอเธอไว้ส่วนอีกข้างชูสองนิ้ว เธอก็เช่นกันท่าเดียวกันกับเขาเป๊ะ แต่คนละข้างเท่านั้นเอง

ความที่เขากับเจ้าของห้องเป็นเพื่อนเล่นกันตั้งแต่เด็ก ความสนิทสนมเลยเกินกว่าเพื่อนคนอื่นๆ เมื่อเห็นเขาที่ไหนย่อมเห็นเธอที่นั่นด้วย กลายเป็นคู่ปาท่องโก๋ประจำหมู่บ้านไปแล้ว ถ้าใครเห็นเขาก็ต้องถามหาเธอ และกลับกัน ถ้าเกิดว่าเห็นเธอคนเดียวก็จะถูกถามถึงเขาเช่นกัน

ภาพของหญิงสาวที่ใส่ชุดคลุมเดินออกมาจากห้องน้ำเป็นภาพปกติที่เขาคุ้นเคยไปเสียแล้ว มันเป็นเรืองธรรมดาระหว่างเขากับเธอ เหมือนที่เขาสามารถเข้าห้องเธอได้โดยไม่ต้องขออนุญาตนั่นแหละ

“แกยังไม่กลับอีกหรือ” ถามพร้อมใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมแรงๆ จนคนที่นั่งอยู่ทนดูไม่ได้ต้องเอ่ยปราม

“เช็ดแรงๆอย่างนั้นเดี๋ยวผมก็ขาดหลุดร่วงกันพอดี”

“วุ่นอะไรด้วย นี่มันผมของฉันโว้ย”

“ก็เพราะเป็นห่วงหรอกน่า” อีกฝ่ายทำเสียงงอนๆ

“เออ ขอบใจ” ถึงแม้น้ำเสียงจะห้วนๆไปเสียหน่อยแต่ก็สามารถทำให้คนฟังอมยิ้มได้ ถ้าคนอื่นคงจะไม่รู้สึกอะไรกับคำพูดของหญิงสาว แต่สำหรับเขาแค่นี้มันก็หมายถึงว่าอีกฝ่ายยอมง้อแล้ว

“แล้วมาทำไมแต่เช้า”

“เช้าบ้าอะไร แกลองเหลือบไปดูนาฬิกาซิกี่โมงกี่ยามแล้ว” หญิงสาวหันไปมองตามที่เขาบอกแล้วยักไหล่เล็กน้อย

“สิบโมงกว่าๆเอง”

“เอง...? ? ?” เขาทำเสียงสูงเป็นคำถาม

“ใช่ แค่นั้นเองถ้าแกไม่มากวนนะ ฉันคงจะนอนอิ่มกว่านี้ คนอะไรไม่รู้ชอบขัดจังหวะคนเวลานอนอยู่เรื่อยเชียว” ต่อว่ากลายๆ

“แปลว่าเมื่อคืนเล่นเกมส์จนดึกเลยซิเนี่ย” ว่าพร้อมชี้นิ้วโป้งไปยังคอมฯที่ยังเปิดอยู่ อีกฝ่ายพยักหน้ารับหงึกๆ

“เล่นมากระวังสายตาจะเสียเอานะ สุขภาพก็อิดโรยเดี๋ยวหมดสวยกันพอดี”
“เอาน่า ฉันมีลิมิตของตัวเอง รู้ว่าเล่นแค่ไหนถึงจะพอดี”

“รู้ตัวหรอ แล้วทำไมถึงเล่นจนดึกๆดื่นๆแบบนี้ล่ะ”

“แล้วแกจะมาบ่นทำไมว่ะ ลงไปได้แล้วฉันจะแต่งตัว”

“ที่บ่นก็เพราะเป็นห่วงหรอก” เขาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงออกจะน้อยใจก่อนเดินออกจากห้องไป ทำให้คนที่กำลังหยิบเสื้อขึ้นมาสวมชะงักเล็กน้อย แล้วแอบแลบลิ้นตามอย่างหมั่นไส้ คนอะไรยุ่งได้ทุกเรื่องจริงๆ ถ้าไม่คิดว่าเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆนะ เธอต้องคิดว่าเขาคิดอะไรกับเธอมากเกินกว่าเพื่อนแน่ๆ แต่คงจะเป็นไปไม่ได้หรอก คนอย่างศิธาน่ะหรือจะมาชอบคนไม่เอาไหนอย่างเธอ เขาออกจะเพอร์เฟ็กต์ไปหมดทุกอย่าง เรียนก็เก่ง งานบ้านก็เก่ง จนบางครั้งคนที่พบเจอเธอกับเขามักจะพูดว่า เขากับเธอน่าจะเปลี่ยนเพศกัน

เพราะผู้หญิงอย่างเธอ การบ้านการเรือนก็ไม่เอาไหน แถมยังทำตัวซกมกให้เขาตามเก็บตามกวาดให้อยู่เรื่อย นี่ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่ศิธาละก็คงไม่มีใครทนคบเธอเป็นเพื่อนได้แน่นอน ว่าแล้วก็อดที่จะกวาดสายตาไปทั่วห้องไม่ได้ อย่างวันนี้ก็เช่นกันห้องเธอสะอาดเอี่ยมอ่องก็เพราะฝีมือเขา ขนาดชุดชั้นในของเธอเขาก็ยังเคยเก็บลงตะกร้าให้ จำได้ว่าตอนนั้นเธอโวยวายจนลั่นบ้านด้วยความอาย แต่เขากลับทำหน้าเหมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดา หลังจากนั้นเธอไม่กล้าที่จะทำชุดชั้นในหล่นกระจัดกระจายอีกเลย แต่อย่างอื่นยังคงเหมือนเดิม เธอยังคงทำอะไรรกห้องให้เขาตามเก็บเหมือนเดิม


เมื่อเธอลงมาจากห้องหลังแต่งตัวเสร็จก็เห็นว่าเขากำลังจักการชงกาแฟอยู่ เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ เขายกถ้วยหนึ่งให้เธอ

“อ่ะ ชงเผื่อ”

“ขอบใจ...”

หญิงสาวยกกาแฟขึ้นเป่าก่อนจิบเล็กน้อยก่อนทำปากฟู่ให้ลมออกมา “ร้อนๆๆๆ” ทำให้อีกคนหัวเราะร่วนกับท่าทางของเธอ นี่แหละปานจรีย์ล่ะไม่มีใครเหมือนเธอเลยจริงๆ

“ค่อยๆซิ เดี๋ยวก็โดนกาแฟลวกลิ้นหรอก กินข้าวไม่อร่อยก็อย่ามาโทษคนชงกาแฟละกันเน้อ” เขาขัดคออย่างรู้ทัน อีกฝ่ายค้อนตาเหลือก

“เรามีคุ้กกี้มาด้วย เดี๋ยวไปเอาให้นะ พอดีอยู่ตะกร้ารถลืมเอาเข้ามาด้วย” หญิงสาวมองตามร่างสมส่วนหุ่นนักกีฬาที่เป็นที่หมายปองของสาวๆละแวกนี้ไป รถจักรยานที่เขาปั่นมาจอดอยู่หน้าประตูรั้วแทนที่เจ้าตัวจะเอามาจอดไว้ใกล้ๆตัวบ้านก็ไม่ ทั้งที่จากรั้วบ้านกว่าจะเดินเข้ามาถึงตัวบ้านก็ถือว่าไกลพอสมควร แถมในโรงจอดรถของบ้านเธอก็ใช่ว่าจะมีรถจอดจนเต็ม ยิ่งวันนี้พ่อกับแม่ออกไปทำธุระข้างนอกด้วยแล้ว ยิ่งทำให้โรงจอดรถว่าง แต่คงจะเป็นเพราะความเคยชินของเจ้าตัวแล้วก็ได้ จากเด็กจนโตเมื่อไหร่ที่เขามาหาเธอที่บ้านจุดที่เขาจอดจักรยานไว้ยังคงเป็นที่เดิมทุกครั้ง

ศิธาหยิบถุงกระดาษที่มีคุ้กกี้บรรจุอยู่ในนั้นขึ้นโชว์คนที่ยืนมองอยู่ตรงหน้าต่าง รอยยิ้มสดใสของเขาทำให้หัวใจเธอกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะพยายามสลัดภาพรอยยิ้มของเขาออกแล้วพยักหน้ายิ้มไปยังเขาพร้อมชูถ้วยกาแฟขึ้นเชิงเตือนว่าให้เขาเอามาเร็วๆเธอจะได้กินคุ้กกี้ในมือเขากับกาแฟถ้วยโปรดในมือเธอ

รอยยิ้มกว้างๆของคนที่รับคุ้กกี้ไปจากมือเขาทำให้อดที่จะยิ้มตามไม่ได้ รู้หรอกว่านี่คือของโปรดของเธอ ทุกครั้งที่เขาผ่านร้านที่ขายคุ้กกี้เหล่านี้อดที่จะนึกถึงรอยยิ้มกว้างๆของเธอไม่ได้ เลยต้องแวะทุกครั้งที่มีโอกาสผ่านทางนั้น บางครั้งเขาเคยปั่นจักรยานไปซื้อโดยทันทีหลังจากที่แอบได้ยินเธอบ่นว่าอยากกิน แล้วก็เอามาให้เธอโดยอ้างว่าพอดีผ่านทางนั้นก็เลยแวะซื้อ


“นี่แกผ่านร้านนี้เหรอถึงได้ซื้อมา” เขาพยักหน้าหงึกๆทันทีหลังจากที่เธอถาม จะให้บอกได้อย่างไรว่าครั้งก็เป็นอีกหนที่เขาปั่นไปซื้อโดยเฉพาะหลังจากที่เมื่อวานได้ยินเธอบ่นว่าอยากกินขนมร้านนี้

“แกนี่รู้ใจฉันจริงๆเลย เพิ่งบ่นไปไม่นานก็ได้กินซะแล้ว สวรรค์ทรงโปรด” แทนที่จะเป็นเขาทรงโปรด เพราะเขาเป็นคนซื้อไม่ใช่สวรรค์ซักหน่อย เหมือนว่าเธอจะอ่านความคิดของเขาออกว่าตอนนี้เขาคิดอะไร ปานจรีย์หันมาตบบ่าเขาเบาๆ พร้อมเอ่ย...

“ขอบใจแกมากนะ แกเป็นเพื่อนที่รู้ใจฉันที่สุดเลย ฉันรักแกว่ะ” ว่าแล้วก็หอมแก้มเขาแรงๆหนึ่งฟอด อดที่จะหันไปค้อนให้ไม่ได้ ส่วนเธอแทนที่จะอายอย่างกุลสตรีควรจะเป็นกลับหัวเราะร่วนถูกใจ คนที่หน้าแดงกลับเป็นเขาเสียนี่

“กินเสร็จไปปั่นจักรยานเล่นกัน” เธอหันมาบอกเขาอีกฝ่ายหูผึ่งทันที วันนี้กะจะชวนเธอออกไปเหมือนกันแต่ไม่กล้า กลัวว่าเธอจะวีนเข้าให้ เพราะถ้าวันหยุดแบบนี้เธอจะเลือกที่จะนอนคุดคู้อยู่แต่ในบ้านมากกว่าเลือกออกไปนอกบ้านเพราะเธอให้เหตุผลว่าเหนื่อยมาตลอดทั้งสัปดาห์ของพักผ่อนอยู่บ้านและอีกเหตุผลก็คือ “ร้อน…เดี๋ยวผิวจะเสีย”

“ไม่กลัวผิวเสียแล้วหรอ” ชายหนุ่มเย็บๆถาม

“ไม่หรอก ตอนนี้เทรนด์ผิวสีแทนกำลังมาแรง ออกไปรับแดดเผื่อมีผิวสวยๆไปอวดเพื่อนๆ”

“ถ้าจะไปปั่นจักรยานข้างนอก แกช่วยไปเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่หน่อยนะ ชุดนี้เราว่ามันไม่เหมาะออกนอกบ้าน” เขามองชุดที่หญิงสาวใส่ เสื้อกล้ามพอดีตัวคอคว้านลึก กางเกงขาสั้นเลยเข่าขึ้นมาถือว่ามาก หรือจะเรียกว่าสั้นจู๋เลยก็ว่าได้ ถ้าอยู่ในบ้านชุดแบบนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับเขาเพราะเห็นจนชินแล้ว แต่ถ้าเกิดว่าเธอจะใส่ออกไปนอกบ้านดูแล้วคงจะไม่เหมาะแน่ๆ ถึงแม้เธอจะไม่ใช่สาวหวาน แต่ก็สวยแบบฉบับสาวห้าวที่ใครเห็นเป็นต้องเหลียวมองตาม

หญิงสาวก้มมองตัวเอง ก่อนเบะปากให้กับความคิดของอีกฝ่าย โป๊ตรงไหน...เดี๋ยวนี้ใครๆก็แต่งตัวอย่างนี้กันทั้งนั้น คนที่อยู่หลังเขาเท่านั้นแหละที่จะเห็นเป็นเรื่องแปลก แต่เธอก็ไม่อยากค้านคนตรงหน้า เพราะรู้ว่าที่เขาเตือนเป็นเพราะห่วง

“เออ...เปลี่ยนก็ได้ แกนี่ไม่อินเทรนด์เอาเสียเลย แบบนี้โป๊ตรงไหนว่ะ ออกจะน่ารัก” ว่าแล้วก็หมุนตัวไปมาให้เขาดู ก็เขาไม่อยากให้ใครเห็นเนื้อหนังมังสาของเธอนี่นา วับๆแวมๆก็ไม่ยอม เขาหวงเพื่อนเป็นเหมือนกันนา

“ถ้าอินเทรนด์แล้วแต่งแบบนี้สู้เอาท์ดีกว่า กินเสร็จก็รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเลยจะได้ไปกัน” เขาไล่เมื่อเห็นอีกฝ่ายนั่งหมุนถ้วยกาแฟในมือเล่นหลังจากที่จัดการดื่มไปหมดแล้ว คุ้กกี้ของโปรดเธอตอนนี้ก็เกลี้ยงไม่เหลือสักชิ้น เขายังรู้สึกแปลกใจเลยว่าทำไมเธอกินเยอะแต่ไม่ยักจะอ้วนเหมือนคนอื่นๆ หุ่นเธอยังคงเพรียวเหมือนเดิม เขาเสียอีกที่กินเยอะเมื่อไหร่รู้สึกพุงจะยื่นๆออกมาทุกครั้ง ทั้งที่ออกกำลังกายเป็นประจำ สงสัยระบบเผาผลาญของเธอจะดี หรือไม่แน่พยาธิอาจอยู่ในท้องเธอเยอะกว่าเขาก็ได้ใครจะไปรู้

เพียงครู่เดียวเธอก็วิ่งลงมาจากชั้นบน ชุดใหม่ที่เธอว่าก็แค่เสื้อคลุมตัวนอกแค่นั้น นอกนั้นยังเป็นชุดเดิมอยู่ หญิงสาววิ่งตึงๆ ตามองขั้นบันไดในขณะที่มือกลัดกระดุมเสื้อคลุมตัวนอกไปด้วย หมวกปีกกว้างที่เธอสวมมาด้วยเหมาะกับรูปหน้าที่เรียวเล็กเป็นอย่างดี

“พร้อมแล้ว” หญิงสาวกระโดดลงจากขั้นบันไดขึ้นสุดท้ายพร้อมกันทั้งสองขามาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาพอดี

“ลุยกันเลย…เย้ๆ” เธอชูมือขึ้นทั้งสองข้างพร้อมร้องดังๆ ศิธาผลักหัวเล็กๆนั้นเบาๆ อย่างหมั่นไส้ในความน่ารักของเจ้าตัว ปานจรีย์ย่นจมูกให้อย่างเคืองๆ

“ไหนว่าจะไปเปลี่ยนชุด นี่มันยังเป็นชุดเดิมอยู่เลย” เขาแกล้งต่อว่า ซึ่งที่จริงมันก็ไม่น่าเกลียดอะไร เพราะเสื้อคลุมแขนยาวตัวนอกนั้นถือว่าเรียบร้อยใช้ได้

“โธ่...แค่นี้ก็ไม่โป๊แล้ว เห็นไหมมิดชิดเลย แกนี่วุ่นวายจริงๆ” หญิงสาวต่อว่าไม่จริงจังนัก บางครั้งที่ศิธาบ่น มันก็เป็นเรื่องที่สมควรจะบ่น แต่เชื่อไหมว่า...คนเดียวที่เธอยอมให้บ่นก็คือเขา เพราะถ้าเพื่อนคนอื่นบ่นเมื่อไหร่เธอจะสวนขึ้นทันที ไม่มีหรอกที่จะฟังอย่างที่ฟังชายหนุ่มตรงหน้า นี่อาจเป็นเพราะเธอฟังเขาบ่นตั้งแต่เล็กจนโตเลยทำให้กลายเป็นอาการชินไปโดยปริยายก็ได้มั้ง
ศิธาเดินไปเอาจักรยานที่จอดอยู่หน้าประตูรั้ว ในขณะที่เธอกำลังปิดประตูบ้าน เมื่อขึ้นนั่งซ้อนท้ายจักรยานเขาแล้วเรียบร้อย ปานจรีย์สวมหมวกปีกกว้างของพ่อที่เธอหยิบออกมาเผื่อให้กับเขา ชายหนุ่มหันมาส่งยิ้มแทนคำขอบคุณ

ปานจรีย์เกาะเอวเขาแน่นเมื่ออีกฝ่ายเริ่มปั่น ศิธาประคองจักรยานไปตามทางเล็กๆที่สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าที่เขียวชอุ่ม ลมเย็นๆพัดกระทบผิวหน้ารู้สึกเย็นสบาย อดที่จะหลับตาแล้วสูดเอาอากาศบริสุทธิ์เหล่านั้นเข้าปอดไม่ได้

...รักจัง อากาศแบบนี้...










 

Create Date : 13 มีนาคม 2552
19 comments
Last Update : 23 กรกฎาคม 2552 12:26:35 น.
Counter : 795 Pageviews.

 

...เจิมครับเจิม อิอิ สักนิดดดดดดดดดดดดด..ก็บ่ได้อ่านเลยเน้อ..คิคิ

 

โดย: doyngam 13 มีนาคม 2552 0:13:40 น.  

 



วันนี้ชวนทานต้มยำไก่ใส่ยอดมะขามอ่อนค่ะ มะได้ทำเองหรอก คนใกล้ตัวทำน่ะ แต่ครูเรดฯ ช่วยเตรียมเครื่องนะคะ
อร่อยเพราะคนเตรียมเครื่องนี่แหละ

เริ่มเรื่องใหม่แล้วเหรอ

 

โดย: redclick 26 มีนาคม 2552 18:58:41 น.  

 

ว่างๆก่าแวะมาแอ่วเฉยๆบ่ได้ลักอ่านเลยเน้อ....อิอิ

 

โดย: คนหน้าตาดี IP: 118.175.80.78 11 เมษายน 2552 8:41:58 น.  

 



วันหยุด ได้หยุดเปล่า

 

โดย: redclick 14 เมษายน 2552 8:36:51 น.  

 

คือหมั่น แท้น้อน้าเปิ่น
อ่านแล้ว พรุ่งนี้เจอกัน 555

 

โดย: น้องน่านครับผม 21 เมษายน 2552 0:51:36 น.  

 

^
^
^
พ่อน้องน่าน....
ไม่อ่านธรรมดา แต่ยังมีการแซวอีก

มักแท้หนอ...แบร่ๆๆๆๆ

 

โดย: มู๋เปิ้น IP: 61.19.66.224 21 เมษายน 2552 22:20:25 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณปาณิก
ขอบคุณมากน๊าสำหรับคำอวยพรวันเกิดที่มีให้นาห์
ว่าแต่ทำไมนาห์พลาดบล็อกนี้ไปได้หนอ
ไม่ยอมๆเดี๋ยวว่างอีกนิดจะมาอ่านนะจ๊ะ




 

โดย: มัยดีนาห์ 25 เมษายน 2552 8:36:23 น.  

 




อย่าลืมทานอาหารกลางวันนะคะ
เริ่มเรื่องใหม่แล้วเหรอคะ ดีจัง

 

โดย: redclick 4 พฤษภาคม 2552 13:46:09 น.  

 

ประกาศ...

ขอโทษด้วยนะคะที่หายเงียบไป

ตอนนี้ของดการลงนิยายก่อนนะคะ
ขอทำภาระกิจตัวเองให้เสร็จสิ้นก่อน

เดือนกรกฎาฯเจอกันนะคะ

 

โดย: ปาณิกดา... IP: 61.19.66.79 4 มิถุนายน 2552 20:30:21 น.  

 

เปลี่ยนตอนได้แล้ว น้าเปิ่น

ตัวขี้เกียจเกาะแล้ว 555

 

โดย: น้องน่านครับผม 10 มิถุนายน 2552 23:24:50 น.  

 

 

โดย: redclick 17 มิถุนายน 2552 0:26:21 น.  

 

คือโดนแท้ กรกฎา ตามสัญญาหล่ะเด้อ

 

โดย: บ่บอก IP: 161.200.154.25 23 กรกฎาคม 2552 17:15:14 น.  

 

^
^
พ่อน้องน่าน
แปะโป้งไว้ก่อนเด้ออ้าย
แหะๆ

 

โดย: fonrin 26 กรกฎาคม 2552 23:52:43 น.  

 

ห่างหายจากบล้อกนี้ไปเสียนาน
หลังจากที่ชีวิตเริ่มกลับมาวุ่นวายกับการทำงาน
จนถึงตอนนี้ที่งานต่างๆเริ่มลงตัว
เลยขอกลับมาพักสมองคลายเครียดากการทำงาน
ด้วยการอ่านนิยายสนุกๆที่นี่ด้วยคนนะค่ะ

 

โดย: fordear 2 กันยายน 2552 21:02:35 น.  

 

เหนื่อยจัง เพิ่งกลับไปเลือกตั้งมา ไม่ได้โทรหา ขอโทษด้วย แต่นู๋ม่ายด้ายหายไปไหนหรอก งานยุ่งช่วงนี้ใกล้ขึ้นสนง.ใหม่ด้วยอ่ะ ว่างๆ มาเที่ยวอุดรมั่งนะ คิดถึงเสมอจ้า

 

โดย: น้ำค้างกลางใจ 9 กันยายน 2552 12:51:43 น.  

 

เรื่องน่ารักจังเลยค่ะพี่ปาณิก...

^^

 

โดย: น้องใบเตย IP: 10.0.0.12, 58.8.156.216 12 ตุลาคม 2552 15:20:34 น.  

 

:)

 

โดย: xyz IP: 119.46.16.28 2 ธันวาคม 2552 14:46:43 น.  

 

 

โดย: redclick 5 ธันวาคม 2552 11:44:53 น.  

 



สวัสดียามเช้าค่ะ

 

โดย: redclick 22 มกราคม 2553 7:48:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


หนึ่งเดียวในใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]






* ฝนริน/ปาณิกดา *

ผู้หญิงที่มีอารมณ์อ่อนไหว
เหงา เศร้า หัวเราะ
ร้องไห้ได้ในเวลาเดียวกัน
(ท่าจะบ้าเนอะผู้หญิงคนนี้ เอิ๊กส์)

งานเขียนในบล็อกนี้
ขอสงวนลิขสิทธิ์
ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
นะคะ




**ขอขอบคุณภาพแต่งบล็อก และ โค๊ดแต่งบล็อกจากเพื่อนชาวบล็อกทุกท่านมา ณ ตรงนี้ด้วยนะคะ**
















Friends' blogs
[Add หนึ่งเดียวในใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.