Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
12 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 

หัวใจเพียงรัก 13











หัวใจเพียงรัก 13





หลังจากที่ทานข้าวเช้ากับครอบครัวปลายฝันเสร็จแล้ว จิรัชย์ได้แต่นั่งมองคนที่ทำตัวสบายๆกับชุดสบายๆบนโซฟาตัวใหญ่หน้าทีวีพพลาสม่าจอยักษ์อย่างสบายในอารมณ์ โดยทิ้งให้เขาคุยอยู่กับพ่อแม่ของเธอไปอย่างนั้น ไม่มีทีท่าว่าหญิงสาวจะไปเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเพื่อที่จะไปออกเดทกับเขาอย่างที่เขาได้นัดไว้ทางโทรศัพท์เมื่อคืน

หน้าหวานๆหันมาส่งยิ้มให้เขาเล็กน้อย แล้วหันไปสนใจกับภาพในจอทีวีต่อ เป็นภาพที่ช่างขัดหูขัดตาเขานักในเวลานี้ อยากเอ่ยถามก็เกรงใจพ่อกับแม่ของเธอที่นั่งคุยอยู่กับเขาตอนนี้ เลยจำใจต้องปล่อยให้เธอนั่งเหยียดขาสบายๆไปอย่างนั้น

พอพ่อกับแม่ของเธอขอตัวขึ้นข้างบนแค่นั้นแหละ ชายหนุ่มรีบปรี่หาร่างบางทันที

“อ้าวไม่คุยกับพ่อแม่ต่อแล้วหรือ” เธอหันมาถามหน้าตาย

“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย” เขาทำสีหน้างอนๆจนเธออดที่จะหัวเราะกับท่าทางนั้นไม่ได้

“ฝันเปลี่ยนเรื่องอะไร” พูดกลั้วหัวเราะ

“ทำไมไม่ไปเปลี่ยนชุด” เสียงแข็งๆที่ถามออกมานั้น ทำให้เธอรับรู้ถึงอาการที่คนตรงหน้างอนทันที

“ก็นี่ไง ชุดนี้แหละที่ฝันใส่อยู่บ้าน” ชายหนุ่มมองตั้งแต่เสื้อยืดพอดีตัว ไปจนถึงกางเกงขาสั้นอวดเรียวขาแสนสวยของเจ้าตัวด้วยสีหน้างอนๆ

“ก็ไหนว่าวันนี้จะไปออกเดทกับรัชย์ไง แล้วทำไมมานั่งอยู่อย่างนี้”

“รัชย์พูดเองเออเองทั้งนั้น ฝันไม่ได้รับปากเสียหน่อยว่าจะไปด้วย” หญิงสาวทำปากยื่นๆในขณะที่พูดจนทำให้คนข้างๆอดที่จะหมั่นไส้เล็กๆไม่ได้ จึงเอื้อมมือไปแกล้งปากเล็กได้รูปที่ยื่นออกมาโดยการบีบเบาๆ

“เอ๊ะ!” หญิงสาวทำเสียงขัดใจเมื่อโดนแกล้ง

“ไปเปลี่ยนชุดเลย รัชย์ให้เวลาห้านาที”

“จะออกไปทำไมข้างนอกน่ะ เสียเงิน เสียเวลา สู้นั่งอยู่บ้านแบบนี้ดีกว่าไม่ดีหรือ ร้อนก็ไม่ร้อน รัชย์ก็ได้อยู่ใกล้ๆฝันตลอด ถ้าเบื่อละก็รัชย์ก็ไปรดน้ำผักหลังบ้านให้ฝันก็ได้ ฝันจะได้อ่านหนังสือเล่มนี้ให้จบ” หญิงสาวหยิบหนังสือนิยายที่พิมพ์ด้วยภาษาอังกฤษเล่มใหญ่โชว์

“ฝันซื้อมานานแล้ว ยังอ่านไม่จบเลย สนุกพอๆกับแฮรี่เลยนะหรือว่ารัชย์จะอ่านก็ได้นะฝันไม่หวง” เขาทำปากงุบงิบอย่างขัดใจ แล้วเงียบไป ท่าทางยกแขนกอดอกคอตั้งเชิดตรงทำให้รู้ว่าเขางอนได้ที่แล้ว หญิงสาวจึงขยับเข้าไปใกล้ๆแล้วเอามือจิ้มๆไปที่แขนเขาเบาๆ

“งอนเหรอ” ทำเสียงอ้อนๆ เขาเชิดหันหน้าหนี

“จะออกไปทำไม แดดร้อนก็ร้อน อยู่บ้านแบบนี้ดีออกนะรัชย์ก็อ่านหนังสือกับฝัน ดูทีวีกับฝัน ทำอะไรหลายๆอย่างด้วยกัน ดีกว่าออกไปเปลืองตังค์ข้างนอกน้า ฝันช่วยรัชย์ประหยัดนะเนี่ย เช้าก็มีข้าวให้ทาน กลางวันก็มี หรือจะต่อด้วยมื้อเย็นฝันก็ไม่ได้ห้ามนี่นา”

“ฝันนี่ไม่โรแมนติคเอาเสียเลย ก็รัชย์อยากอยู่กับฝัน อยากดูหนังกับฝัน อยากเดินจับมือ...เอ้ย” เขาปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน

“อยากอยู่สองต่อสองกับฝัน” เขาพูดเสียงอ่อยๆ

“คิดอะไรหรือเปล่าเนี่ย” หญิงสาวชี้หน้าอย่างเอาเรื่อง

“เปล๊า!” เขาปฏิเสธเสียงสูง

“แล้วทำไมต้องทำเสียงสูงแบบนั้นด้วยล่ะ” หญิงสาวคาดคั้น จิรัชย์ทำตาเลิ่กลั่กกลอกไปกลอกมา นั่นยิ่งทำให้เธออยากรู้มากยิ่งขึ้น

“ฝันไม่ออกไปข้างนอกจริงหรอ” เขาเปลี่ยนเป็นเสียงอ่อนนุ่มเป็นการเปลี่ยนเรื่องไปในตัว

“ก็บอกแล้วไงว่า ไม่เห็นจำเป็นเลย อยู่บ้านแบบนี้รัชย์ได้ทำอะไรๆหลายๆอย่างกับฝันได้เลยนะ เดี๋ยวเย็นๆจะพาไปรดน้ำผักหลังบ้าน” ปลายฝันยิ้มจนตาหยี ยื่นหน้าไปใกล้ๆเขาอย่างเอาใจ ชายหนุ่มแกล้งบีบจมูกรั้นนั้นเบาๆ

“เอาแบบนั้นก็ได้” เขาหรืออุตส่าห์แต่งหล่อมาครบองค์ประกอบ แต่จะต้องมานั่งๆนอนๆอยู่แต่ในบ้านแบบนี้น่ะหรือ เฮ้อ~ แต่ก็ช่างเถอะ แค่ได้อยู่ใกล้ๆเธอในวันหยุดแบบนี้ก็ดีไม่หยอก


“ฝัน...แม่กับพ่อออกไปข้างนอกก่อนนะลูก” พ่อกับแม่ของเธอลงมาจากข้างบนด้วยอาภรณ์ชุดใหม่ ไม่ยักรู้แฮะว่าท่านทั้งสองมีนัดข้างนอกนึกว่าวันหยุดนี้พ่อกับแม่อยู่ติดบ้านเสียอีก อุตส่าห์แกล้งคนตัวโตแต่สวรรค์ดันไม่เป็นใจเสียอย่างนั้น

“อะไรนะคะ พ่อกับแม่จะไปไหนคะ” หญิงสาวถามเสียงหลง

“พอดีพ่อกับแม่มีนัดข้างนอก ตอนแรกกะจะชวนหนูไปด้วย แต่หนูมีแขกคงไปไม่ได้ใช่ไหม”

“แม่อ่ะ” หญิงสาวทำเสียงงอน หันไปทำตาขวางให้กับคนที่นั่งหัวเราะร่วนถูกใจ

“รัชย์...แม่ฝากบ้านฝากฝันด้วยนะลูก ถ้าไม่ได้ออกไปไหนกันกับข้าวก็จัดการเองนะ”

“ครับแม่ ไม่ต้องเป็นห่วงครับผมจะดูแลเป็นอย่างดี” เขาหันมาเลิกคิ้วให้เธออย่างเป็นต่อ


“อืม...ได้อยู่สองต่อสองแบบนี้ก็ดีเหมือนกันเนอะ” เขาหันมาอมยิ้มให้กับคนที่นั่งไม่ติด หลังจากที่พ่อกับแม่ของเธอออกไปแล้ว รู้ว่าคนหน้ามนตรงหน้าตั้งใจจะแกล้งเขา แต่...ทำอย่างไรได้ในเมื่อสวรรค์เข้าข้างเขามากกว่า ทีนี้ล่ะถึงคราวเขาบ้างละนะ

“ไปไกลๆเลยรัชย์” หญิงสาวเอ่ยปากไล่ เมื่อเขาแกล้งด้วยการค่อยๆเขยิบเข้าหาเธอทีละนิดๆ ชายหนุ่มค่อยๆโน้มตัวเข้าหาเธอช้าๆจนคนถูกแกล้งต้องเอนตัวหนี เพราะขยับออกไม่ได้เนื่องจากติดพนักของโซฟาอยู่ มือบางผลักหน้าเขาออกพัลวันพร้อมหลับตาปี๋

ชายหนุ่มมองภาพนั้นขำๆ แกล้งเขาดีนัก...โดนเอาคืนบ้างเป็นไงล่ะ

“ฝันว่าเราออกไปเที่ยวข้างนอกก็ดีนะ” จิรัชย์ขยับนั่งตัวตรง กอดเอวบางไว้หลวมๆ

“ไม่เอาหรอก อากาศมันร้อน เปลืองตังค์ด้วย” เขาเอาคำพูดเธอมาย้อนซะอย่างนั้น

ไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวเล้ยปลายฝันเอ้ย...หญิงสาวได้แต่หันไปส่งสายตาค้อนให้กับคำพูดของเขา ชายหนุ่มแกล้งไม่เห็นแล้วกดศีรษะได้รูปเข้าซบกับอกกว้างของตน โยกไปโยกมาอย่างนั้น

“ได้อยู่ใกล้ฝันแบบนี้ก็ดีอีกอย่างเนอะ” ก่อนที่จะฝังจมูกคมลงบนเรือนผมนุ่มสลวยของเธออย่างแสนรัก คนที่โดนโอบกอดอยู่แอบอมยิ้มหวานอยู่กับอกกว้างแข็งแรง แล้วมือบางก็ตวัดโอบเอวเขาคืนบ้างจะได้ไม่เสียเปรียบอยู่ฝ่ายเดียวไง


“เป็นไงจ้ะ หน้าตาสดชื่นดีนี่” เสียงที่มาพร้อมกับศอกแข็งแรงวางลงบนบ่าของเธอ ถึงไม่หันไปมองก็รู้ว่าเป็นของใคร หญิงสาวมองเจ้าของศอกอย่างเอาเรื่องพร้อมสะบัดตัวเองจนทำให้เจ้าของศอกเกือบคะมำ

“หนักนะโว้ย”

“หืม ทำเป็นหนัก” เดชาทำเสียงเล็กเสียงน้อย

“เป็นไงช่วงนี้มดตอมบ่อยไหม”

“ตอมอะไร” มือที่กำลังชงกาแฟหยุดลงทันที พร้อมหันไปหาคนถามอย่างเอาเรื่อง

“จะไปรู้เรอะ เห็นเดี๋ยวนี้ตามไล่ตามส่ง ฝันจ้ะฝันจ๋าอยู่เรื่อย” หญิงสาววางถ้วยกาแฟในมือแล้วหันไปโอบคอเพื่อนด้วยแขนข้างหนึ่ง

“นี่นะเดชา ถ้าแกเอาเวลาในการมาคอยยุ่งเรื่องของฉันแล้วไปเอาใจคุณนาแทน ฉันว่าแกอาจได้รับข่าวดีภายในปีนี้ก็ได้นะ ฉันว่า...” แล้วตบบ่าเพื่อนเบาๆ

“แนะนำด้วยความหวังดีนะเว้ย”


สองเพื่อนซื้เดินกอดคอกันพร้อมแก้วกาแฟในมือคนละใบออกจากมุมกาแฟของบริษัท เสียงพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน โดยไม่รู้สักนิดว่ามีผู้บริหารระดับสูงของบริษัทกำลังมองด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดสุดฤทธิ์ ถึงแม้จะรู้ว่าทั้งคู่สนิทสนมกันในแบบเพื่อนแต่ก็อดที่จะหวงไม่ได้

ก็ดูท่าโอบกอดคอกันเดินทั่วบริษัทซิ จะไม่ให้เขาหวงได้อย่างไรกัน ทีกับเขานะแตะนิดแตะหน่อยทำเป็นหวง แต่กับเดชาทำไมถึงไม่หวงตัวให้สมกับการเป็นกุลสตรีบ้างเลยน้า

จิรัชย์ยืนทำหน้าขึง พยายามนับหนึ่งถึงสิบเพื่อที่จะห้ามไม่ให้ตัวเองเดินไปกระชากมือบางของเธอออกจากคอเดชา และมือหนาของเดชาออกจากไหล่บางนั่น

เมื่อสองเพื่อนซี้เดินมาถึงหน้าห้องก่อนที่จะแยกย้ายเข้าห้องใครห้องมัน คนที่ตกใจหัวใจแทบทรุดลงไปอยู่ที่ตาตุ่มก็คือเดชา เมื่อเห็นสีหน้าของบอสใหญ่ที่ยืนรออยู่หน้าห้องก่อนแล้ว ชายหนุ่มปล่อยแขนที่โอบคอเพื่อนสาวแทบไม่ทัน ส่วนปลายฝันทำเหมือนไม่เห็นสีหน้าเหล่านั้นของเขา ยังคงกอดคอเดชาอยู่อย่างนั้นทั้งที่เขาพยายามแกะมันออกแล้วก็ตาม

“เฮ้ย! แกช่วยเอาแขนออกจากคอฉันได้ไหมว่ะฝัน ฉันไม่อยากตกงานตอนอายุปูนนี้แล้ว” หญิงสาวทำหูทวนลมไม่ได้ยินที่เพื่อนพูด

“งานการไม่มีทำหรือคุณเดชา ถึงได้มาเดินเตร่อยู่แบบนี้”

ไหมล่ะ...คนที่โดนเล่นงานคนแรกก็ไม่พ้นเขา ส่วนอีกคนที่ตั้งใจแกล้งเขาได้แต่แอบอมยิ้มอยู่คนเดียว เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยแฮะ
เดชายืนทำหน้าจ๋อยสนิท ก้มหน้านิ่งไม่กล้ามองหน้าบอสใหญ่ หญิงสาวเห็นเช่นนั้นเลยเลิกที่จะแกล้งเพื่อน แล้วหันไปส่งยิ้มหวานให้บอสหนุ่มแทน

“บอสเอากาแฟสักถ้วยไหม เดี๋ยวฉันจะไปชงให้” สรรพนามในการแทนตัวของเธอนั้นยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดใจมากยิ่งขึ้น

“ไม่ ขอบคุณ” ว่าแล้วก็เดินเข้าห้องปิดประตูดังปัง!

“อะไรของเขาว่ะ เอาใจยากจริงๆ” หญิงสาวเกาหัวแกรกๆ แล้วหันไปโบกมือให้เพื่อนก่อนเดินเข้าห้องตามบอสหนุ่มไปติดๆ

“แล้วเจอกันตอนเลิกงานนะเดชา ถ้าฉันไม่กลายเป็นศพไปก่อนนะ” หญิงสาวพูดกลั้วหัวเราะ พลางบุ้ยปากเข้าไปในห้องทำงานเป็นอันรู้กันว่า อารมณ์บอสหนุ่มตอนนี้คุกรุ่นเพียงใด เธอคงจะโดนหางเลขไม่มากก็น้อยละงานนี้...ก็อยากเอามือไปแหย่รังแตนก่อนทำไมล่ะ ปลายฝันเอ้ย~


เมื่อก้าวเข้ามาในห้องปุ๊บ ปลายฝันอยากจะก้าวขาหนีออกจากห้องทันที เพราะสายตาของคนที่กำลังนั่งกอดอกอยู่บนโซฟามุมห้องนั้นมันวาวโรจน์จนน่ากลัว แต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือส่งยิ้มหวานๆไปให้

“ทำไมบอสไปนั่งอยู่ตรงนั้นละคะ” คำว่าบอสที่ออกมาจากปากของเธอทำให้เขายิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากยิ่งขึ้น เมื่อวานยังใช้สรรพนามเรียกกันอย่างสนิทสนมอยู่เลย แค่ข้ามวันก็เปลี่ยนซะแล้ว

บอสหนุ่มไม่พูดสักคำ ได้แต่นั่งกอดอกนิ่ง เมื่อเห็นเช่นนั้นวิศวกรสาวเลยทำเป็นไม่สนใจเอาบ้าง หย่อนตัวลงนั่งได้ก็เริ่มลงมือทำงานเลย ท่าทางไม่สนใจของอีกฝ่ายยิ่งทำให้อารมณ์ของเขาปะทุมากยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

“กะจะไม่ง้อกันเลยหรือ”

“หืม...บอสว่าอะไรนะคะ” หญิงสาวเอ่ยถามเพราะไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน

“ไปเดินกอดคอกันแบบนั้นต่อหน้าต่อตา ไม่รู้หรือไงว่าหวงนะ” เขายังคงทำหน้างอง้ำ แต่ตอนนี้หญิงสาวหัวเราะจนน้ำหูน้ำตาแทบจะไหล

“บอสพูดเรื่องอะไรเนี่ย” หญิงสาวทำเหมือนไม่รู้เรื่องที่เขาพูด ทั้งที่จริงๆแล้วรู้ตั้งแต่เดินเข้ามาแล้วว่าทำไมเขาถึงทำสีหน้าไม่พอใจ

“คำก็บอสสองคำก็บอส บอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ให้เรียกแบบนั้น” เสียงงอนๆที่เอ่ยออกมาพร้อมปากที่ยื่นนิดๆ มันไม่เหมาะกับหน้าคมเข้มของเขาเลยสักนิด ถ้าเธอเป็นฝ่ายทำยังจะดูน่ารักกว่า

“ก็ที่นี่มันที่ทำงานนี่คะ จะให้เรียกแบบสนิทสนมก็คงจะดูไม่เข้าท่าสักเท่าไหร่” เธอให้เหตุผล

“แต่เวลาอยู่สองคนแบบนี้ก็ไม่เห็นจะต้องเรียกให้เป็นทางการเลยนี่นา”

“อย่าทำตัวงอแงเหมือนเด็กซิคะบอส ไม่น่ารักเอาเสียเลย แล้วไปนั่งทำท่างอนตุ๊บป่องๆแบบนั้นไม่มีงานจะทำหรือไงคะ”

“เรื่องของรัชย์”

“ไม่ยุ่งก็ได้ บริษัทนี้ของบอสนี่นา” ว่าแล้วก็ทำท่าเลิกสนใจเขา แล้วหันมาสนใจงานตรงหน้าแทน

“บอกให้เรียกรัชย์ไงเล่า” เขาลุกขึ้นไปยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเธอ

“ก็บอกว่าที่นี่มันที่ทำงานไง เรียกแบบนั้นมันไม่เหมาะ เอ๊ะยังไง” เธอไม่เคยเห็นใครงอแงได้เท่าคนตรงหน้าอีกแล้ว เอาแต่ใจเป็นที่หนึ่ง อารมณ์ขี้โมโหก็ไม่มีใครเทียบ เฮ้อ...เธอรักเข้าไปได้ยังไงเนี่ย

บอสหนุ่มทำหน้างอง้ำเดินไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง ปลายฝันได้แต่แอบขำ เออ...ใครจะไปรู้ว่าคนตัวใหญ่จะขี้น้อยใจแบบนี้

“บอสทานอะไรไหม กาแฟ คุ้กกี้” เมื่อเห็นว่าเขางอนจริงๆ จึงเริ่มปฏิบัติการง้อ แต่ดูเหมือนมันจะไม่เป็นผล เพราะคนงอนก้มหน้าก้มตานั่งทำอะไรยุกยิกๆ คงไม่ได้ทำงานจริงๆหรอกมั้งถ้าให้เธอเดาอาการนั่นละก็คงจะเป็นอาการของคนเรียกร้องความสนใจมากกว่า

“ซิค่ะ บอกมาฉันจะได้ไปจัดการมาให้” รู้ก็รู้ว่าที่เขาทำหน้างอง้ำแบบนั้นเพราะอะไร แต่เธอก็ยังเลือกที่จะทำ

“ผมไม่ต้องการ กรุณาอย่ารบกวน จะทำงานแล้ว” เขาตอบเสียงเรียบ

“แล้วคุณก็ควรจะทำงานได้แล้ว ไม่ใช่ไปเดินเตร่กอดคอผู้ชายทั่วบริษัทแบบนั้น งานที่สั่งไว้เมื่อเช้าถึงไหนแล้วล่ะ” คำพูดของเขาทำเอาฉุนกึกขึ้นมาทันที จากที่ตั้งใจจะง้อ ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว...

ทั้งที่รู้ว่าเธอกับเดชาเป็นเพียงเพื่อนที่สนิทกัน แต่ทุกครั้งที่เห็นเธอให้ความสนิทสนมกับชายหนุ่มแบบไม่หวงเนื้อหวงตัวแบบนั้น มันก็อดที่จะหึงและหวงไม่ได้ อีกอาการก็คงเป็นอาการน้อยใจ ทีกับเขามักจะมอบความเหินห่างให้เสมอ

“รับรองวันนี้เสร็จแน่ค่ะ ถ้าไม่เสร็จฉันจะอยู่ทำให้จนมืดค่ำและไม่เรียกร้องค่าล่วงเวลาด้วย” หญิงสาวตอบเสียงเรียบ พยายามสะกดกลั้นใจตัวเองไม่ให้เผลอแสดงสีหน้าที่บ่งบอกว่าตัวเองไม่พอใจกับคำพูดของเขา แต่อย่างไรก็ตามบอสหนุ่มก็รู้ทันทีถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปของหญิงสาว รู้สึกผิดขึ้นมาตะหงิดๆ

“ผมไม่ได้หมายความว่าจะให้เสร็จวันนี้เสียหน่อย” เสียงเขาเริ่มอ่อนลงเล็กน้อย

“แต่มันก็เป็นหน้าที่ของฉันที่จะต้องทำให้เสร็จค่ะบอส”

จิรัชย์ถอนใจเบาๆ เมื่ออยากเรียกบอสนักก็ตามใจ เดี๋ยวถ้าเขาทำสีหน้าโมโหไปเดี๋ยวเธอได้งอนกลับแน่ๆ เอาเป็นว่าอยากเรียกอะไรตอนไหนก็ตามสบายละกัน

“ถ้าวันนี้ไม่เสร็จก็ต่อพรุ่งนี้ก็ได้นี่นา ไม่ต้องอยู่จนมืดค่ำหรอก เพราะงานนี้ลูกค้านัดไว้อาทิตย์หน้าน่ะ”

“ก็อยากมาทวงทำไมละคะ ทวงแบบนี้ก็แปลว่าอยากได้เร็วๆนะซิ” เธอแอบต่อว่าเล็กน้อย

“ผมขอโทษ” เขาเอ่ยเสียงอ่อยๆ เบาๆ แค่นี้ก็ทำให้เธออมยิ้มได้แล้ว รู้สึกคนขี้งอนเอาแต่ใจอย่างเขา ช่วงหลังๆมานี่จะอ่อนโยนขึ้นเยอะเลยแฮะ

“วันนี้ผมไปส่งนะ” อยู่ๆเขาก็เปลี่ยนเรื่องทันที จนแทบตั้งตัวไม่ติด

“กลับเองได้น่า”

“จะกลับยังไงล่ะ”

“เดินกลับมั้ง ถามได้” อดที่จะประชดให้ไม่ได้

ชายหนุ่มหัวเราะหึ รู้ว่าโดนเธอเล่นงานเสียแล้ว แต่ก็ยังอยากต่อกร “สวยๆแบบนี้ระวังนะ กว่าจะเดินถึงบ้านน่ะ”

“ทำไมไม่ทราบ” เสียงแข็งๆของเธอทำให้เขาอมยิ้ม

“เดี๋ยวหนุ่มๆมองตามจนคอเคล็ดน่ะซิ” พูดจบก็ได้สายตาค้อนจากเธอมาอีกวง อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้

“นะๆ ให้ผมไปส่ง” เขาทำสายตาออดอ้อน

“ก็ได้”

คำตอบของเธอทำให้ชายหนุ่มยิ้มแก้มแทบปริออกจากกัน ส่วนคนที่เอ่ยอนุญาตเมื่อสักครู่ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำงานด้วยความอาย ไม่รู้สักนิดว่าขณะนี้เขาได้มายืนอยู่ข้างๆตัวเอง และก่อนที่จะได้ทันตั้งตัว แก้มเนียนใสก็โดนแอบเอาเปรียบจากจมูกคมนั้นแล้ว
หญิงสาวยกมือกุมแก้มข้างที่โดนเอาเปรียบแล้วชี้หน้าคนที่หัวเราะเดินไปหย่อนตัวลงนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเองอย่างเอาเรื่อง...

...ฝากไว้ก่อนเถอะ...











 

Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2552
12 comments
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2552 6:35:09 น.
Counter : 434 Pageviews.

 

สวัสดีค่ะคุณปาณิก
วันนี้มาแบบน่ารักมากเลย
คุณจิรัชย์ ฝันเล่นตัวนักมาทางนี้ก็ได้ค่า ว่างๆๆๆ

 

โดย: มัยดีนาห์ 12 กุมภาพันธ์ 2552 12:38:56 น.  

 

คุณนาห์... ดีจังที่เห็นคุณนาห์วันนี้

เดี๋ยวส่งคุณจิรัชย์ไปให้ถึงสงขลาเลยนิ อิอิ

 

โดย: หนึ่งเดียวในใจ 12 กุมภาพันธ์ 2552 16:04:25 น.  

 


 

โดย: fonrin 12 กุมภาพันธ์ 2552 20:27:17 น.  

 

ฝากไว้ก่อนเถอะ....โอฬาร

 

โดย: น้องน่านครับผม 16 กุมภาพันธ์ 2552 16:10:18 น.  

 

^
^
ซิฝากไว้ดนบ่อ้าย
รีบๆมาเอาคืนเด้อ
บ่อยากฮับฝากน่ะ
ถ้าฝากก็ต้องมีแนวแลกเปลี่ยนเด้

 

โดย: fonrin 16 กุมภาพันธ์ 2552 18:55:11 น.  

 



ในวันเหงาๆ นั่งมองแสงเทียน
และฟังเพลงอกหัก รักร้าว
เหงาให้ขาดใจไปเลยเนาะ

 

โดย: redclick 16 กุมภาพันธ์ 2552 21:28:58 น.  

 

สวัสดีค่ะ ขอโทษที่ไม่ได้มาทักกันเลยนะคะ พอดีช่วงนี้ไม่ค่อยเข้าบล็อกตัวเองอะ เข้าเเต่ของคนอื่น อิอิ อย่างไงก็รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

 

โดย: รัตจันทน์ 17 กุมภาพันธ์ 2552 15:03:04 น.  

 

ซะงั้น

 

โดย: น้องน่านครับผม 20 กุมภาพันธ์ 2552 11:46:28 น.  

 

วู้ๆๆๆ..แวะมาป่วน+กวนเล็กน้อยยเน้อ...ฮิ้วววววววววว

 

โดย: doyngam 23 กุมภาพันธ์ 2552 2:09:40 น.  

 

ขอบคุณที่ไปทักทายและให้กำลังใจกันนะคะ ขอบคุณจริงๆค่ะ

 

โดย: blackskin 2 มีนาคม 2552 9:53:37 น.  

 

รอติดตามอยู่นะคะ พร้อมรอฟังเพลงเพราะๆ ด้วยค่ะ :)

 

โดย: โบว์ IP: 130.88.170.215 4 มีนาคม 2552 19:10:25 น.  

 

เค๊าแวะมาส่งนอนก่อนนะ
เดี๋ยวพรุ่งนี้ว่างๆเค๊าจะมานั่งอ่านเน้อ..ตาข้าเจ้าจะปิดแล้ว จุ๊บๆๆๆฝันดีนะจ๊ะ

 

โดย: แม่เฮือน 5 มีนาคม 2552 2:29:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


หนึ่งเดียวในใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]






* ฝนริน/ปาณิกดา *

ผู้หญิงที่มีอารมณ์อ่อนไหว
เหงา เศร้า หัวเราะ
ร้องไห้ได้ในเวลาเดียวกัน
(ท่าจะบ้าเนอะผู้หญิงคนนี้ เอิ๊กส์)

งานเขียนในบล็อกนี้
ขอสงวนลิขสิทธิ์
ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
นะคะ




**ขอขอบคุณภาพแต่งบล็อก และ โค๊ดแต่งบล็อกจากเพื่อนชาวบล็อกทุกท่านมา ณ ตรงนี้ด้วยนะคะ**
















Friends' blogs
[Add หนึ่งเดียวในใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.