##### รีวิวการท่องเที่ยวเขตคาบสมุทรมิอุระ ญี่ปุ่นค่ะ #####







สวัสดีค่ะ





เอนทรี่ล่าสุด รีวิวร้านเทคแคร์ ร้านเล็กๆ ออกรายการเยอะที่เจอโดยบังเอิญค่ะ (คลิกเพื่ออ่าน)





สำหรับวันนี้ก็จะเป็นการพาไปท่องเที่ยวผ่านงานกึ่งๆ ประชุมกึ่งๆ ปาร์ตี้ของการท่องเที่ยวในเขตคาบสมุทรมิอุระหละนะคะ ซึ่งก็เป็นการชวนไปของ JGB อีกเช่นเคยค่ะ โดยคราวนี้จัดที่โรงแรมคราวน์พลาซ่านะคะ จัดในห้องประชุมอีกต่างหาก แตกต่างจากงานก่อนหน้านี้ที่เราเคยไปมาเลยหละค่ะ Smiley

เราก็ไปตรงเวลานะคะ (เค้านัด 11 โมง เราไปถึงก่อนเล็กน้อย) รอผู้ติดตามอีกหน่อยแล้วก็ลงทะเบียนรับเอกสารเข้าห้องประชุมไปค่ะ

จะเห็นว่ามีบิงโกให้เล่นด้วยนะเอ้า..Smiley
















พิธีกรยังคงเป็นคนเดิมค่ะ แล้วก็มีการเชิญผู้หลักผู้ใหญ่ของทางการท่องเที่ยวญี่ปุ่นในภาคพื้นดังกล่าวมาด้วยนะคะ
















ตัวเขตคาบสมุทรมิอุระอยู่ที่ไหน เรามาดูแผนที่กันค่ะ ข้อมูลจากกุเกิ้ลอีกเช่นเคยนะคะ แหะๆ



สำหรับในส่วนของข้อมูลคาบสมุทรมิอุระ จากวิกิพีเดียนะคะ

คาบสมุทรมิอุระ (ญี่ปุ่น: 三浦半島) เป็นคาบสมุทรในจังหวัดคะนะงะวะ บนเกาะฮนชู บริเวณทางใต้ของเมืองโตเกียว และโยะโกะฮะมะ แบ่งแยกอ่าวโตเกียวทางตะวันตกออกจากอ่าวซะงะมิ เมืองสำคัญที่ตั้งอยู่บริเวณนี้ ได้แก่ เมืองโยะโกะซุกะ เมืองฮะยะมะ เมืองซุชิ และเมืองคะมะคุระ

ป.ล. แต่ตอนที่ไปฟังเจ้าหน้าที่บอกว่ามีห้าเมืองค่ะ คือ โยโกซูกะ คามาคุระ ฮายามะ ซุชิ และมิอุระค่ะ














สำหรับการเดินทาง ถ้าท่านใดเดินทางบินลงที่สนามบินฮาเนดะ ก็นั่งรถไฟสาย Keikyu Line แค่ 47 นาทีเท่านั้นเองหละค่ะ แต่ถ้าจากโตเกียวสกายทรี นั่งรถไฟไปก็อยู่ที่ 60 นาทีก็ถึงคาบสมุทรมิอุระแล้วค่ะ ถ้าจากดิสนีย์แลนด์ ก็ 90 นาทีค่ะ
















สำหรับการท่องเที่ยวทางภาคพื้นนี้นะคะ โซนแรกที่มาแนะนำก็คือ เมืองโยโกสุกะค่ะ โดยโปรยมาว่าเป็นเมืองฐานทัพทหารเรือ (ซึ่งเค้าบอกว่าเป็นกองกำลังป้องกันตัวเองและเป็นฐานทัพเรืออเมริกันด้วย) ซึ่งที่ที่น่าสนใจก็คือการล่องเรือชมฐานทัพเรือนี่แหละค่ะ เรายังไม่เคยเห็นที่ภาคพื้นอื่นของญี่ปุ่นนะคะ ซึ่งการนั่งเรือครุยส์ชม 2 ฐานทัพนี่ ได้รับความนิยมมากเลยค่ะ รวมทั้งมีเรือรบที่เคยรบกับรัสเซียเมื่อหลายร้อยปีที่แล้วซึ่งมีเพียง 3 ลำในโลกด้วยนะคะ แถมบอกอีกว่า มีนักเรียนไทยไปเรียนมากกว่าสิบคนด้วยหละค่ะ

เมืองนี้ที่โดดเด่นคือ ที่นี่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติมาก เพราะมีคนอาศัยอยู่หลายเชื้อชาติด้วยกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอเมริกัน (แหงแหละ) ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เปรู ฯลฯ ทำให้คนทีเมืองนี้มีความเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวและคุ้นกับชาวต่างชาติมากยิ่งกว่าเมืองอื่นๆ ในญี่ปุ่นค่ะ
















นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว ที่นี่ยังมีข้าวแกงกะหรี่แบบทหารเรือด้วยหละค่ะ ซึ่งก็มีเรื่องเล่าด้วยว่าสาเหตุของการเกิดแกงกระหรี่ทหารเรือก็เพราะว่า มีอยู่ครั้งหนึ่งในฐานทัพมีทหารเรือป่วยเพราะได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ ทำให้กองทัพคิดหาอาหารที่มีสารอาหารเพียงพอให้กับทหารเรือได้กิน สรุปก็ได้เจ้าแกงกะหรี่เนี่ยหละค่ะมาเป็นเมนูแก้ไขปัญหา ซึ่งทุกวันนี้ทุกวันศุกร์ก็มีการทำแกงกะหรี่ให้ทหารเรือกินเป็นมื้อกลางวันกันด้วยนะคะ


นอกจากนั้นด้วยความมีชื่อของเมนูนี้ ก็ทำให้มีมัสคอตเป็นเป็ดทหารเรือกตามภาพด้วยอ้ะ น่ารักเกิ๊น หรือถ้าชอบแนวฝรั่งๆ หน่อยก็มีเบอร์เกอร์ยักษ์แบบที่เค้าเรียกว่า เบอร์เกอร์ทหารเรือ (Navy Burger) ชิ้นยักษ์ตามภาพหละค่ะ (อันนี้รับวัฒนธรรมมาจากอเมริกันแน่ๆ อะนะคะ) ซึ่งถ้าเรากินกันไม่ไหว ก็มีไซส์ปกติให้กินกันด้วยนะคะ แถมที่สำคัญอีกอย่างก็คืออาหารทะเลค่ะ คนพรีเซนต์บอกเลยว่าถูกกว่าและสดกว่าโตเกียวมาก ถูกใจคนชอบกินแน่นอนค่ะ
















นอกจากนั้นในเมืองนี้ก็ยังมีการชมทุ่งดอกไม้ (มีสวนดอกกุหลาบ ซึ่งฝั่งตรงข้ามจะเห็นฐานทัพเรืออเมริกันด้วยค่ะ) และรถไฟที่สามารถชมทุ่งดอกไม้ได้ด้วยหละค่ะ (เรียกชื่อว่า Flower Train ค่ะ) แล้วทางฝั่งตะวันตกก็ยังมีสวนทานตะวันและดอกไม้อื่นๆ ด้วยนะคะ

แถมยังมีอุโมงค์คู่รักที่เค้าบอกว่า เป็นอุโมงค์ที่ประสบความสำเร็จในความรักเรียกกันว่า อุโมงค์คู่รัก ว่ากันว่าถ้าได้เดินเข้าไปจากโสดจะกลายเป็นมีคู่ คนที่ไม่เป็นแฟนกัน ออกมาก็กลายเป็นแฟนกันไปเลย (ข้าพเจ้าฟังถึงตอนนี้เตรียมตัวเก็บเงินไปที่นี่ด่วน เอิ๊กๆ )

สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งก็คือมีสวนให้เก็บสตรอเบอรี่ (ซึ่งเดือนสำหรับการเก็บสตรอเบอรี่คือธันวาคมถึงมีนาคมค่ะ) แล้วก็ยังมีตัวที่ทำเป็นเหมือนบ้านจำลองที่เวลาเราเข้าไปแล้วจะจำลองสถานการณ์เวลาแผ่นดินไหวด้วยนะคะ จำลองเวลาเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6 ริกเตอร์ให้ได้ประสบพบพานกันว่ามันจะประมาณไหนค่ะ เก๋อ้ะ
















นอกจากนั้นที่เมืองนี้ (ซึ่งแทบทุกเมืองค่ะ เพราะหลังจากนี้เมืองอื่นๆ ก็มาพรีเซนต์จุดนี้เหมือนกัน ฮา) ก็สามารถถ่ายรูปเห็นฟูจิซังได้ตามภาพด้วยค่ะ แล้วก็ที่นี่มีเจ้าก็อตซิลล่ายักษ์เบิ้มอยู่ด้วย (สูง 10 เมตรกันเลยทีเดียว) เพราะในหนัง ก็อตซิลล่าก็มาขึ้นบกที่นี่หละค่ะ แฮ่...Smiley
















ต่อไปค่ะกับอีกเมืองที่ใครหลายคนน่าจะคุ้นกันดีกับคามาคุระนะคะ พรีเซนท์โดยคุณยามาโตะค่ะ คราวนี้มาพรีเซนต์ในส่วนของเป็นเมืองหลวงเก่าของนักรบญี่ปุ่นด้วยค่ะ

เมืองคามาคุระเป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยภูเขา ด้านหนึ่งติดทะเล ซึ่งคุณยามาโตะบอกว่า สมัยที่การปกครองอยู่ในมือของซามูไร เมืองหลวงก็อยู่ที่คามาคุระนี่แหละค่ะ ซึ่งการโชว์ซามูไรขี่หลังม้ายิงธนูนี่ในญี่ปุ่นมีเพียงสามเมืองนะคะ คือ เกียวโต นาราและคามาคุระนี่แหละค่ะ



ซึ่งข้อมูลจาก ลิงก์นี้ ก็บอกไว้ดังนี้ค่ะ

คามาคุระ (Kamakura) เป็นเมืองหลวงเก่า เมืองหนึ่ง ของประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่สมัยของ โชกุน โยริโตโมะ มินาโมโตะ เป็นสมัยที่ชนชั้น ซามูไร ได้ขึ้นมามีอำนาจในการปกครองประเทศ และยุคนี้เองที่ญี่ปุ่นได้มีการใช้ ระบบศักดินากันอย่างกว้างขวาง คามามุระ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเมืองซามูไรเก่าได้เลยทีเดียว













สำหรับเมืองคามาคุระเองก็จะเน้นไปที่วัดวาอารามและทิวทัศน์อันสวยงามในแต่ละฤดู รวมทั้งป่าไผ่ที่วัดโฮโคคุด้วยค่ะ ซึ่งถ้าข้ามป่าไผ่ไปก็จะมีที่ชิมชาชงชาและคาเฟ่ด้วยหละค่ะ

เมืองนี้นี่มีวัดอยู่ร้อยห้าสิบวัดขึ้นไปนะคะ แต่วัดเคนโชจิจะเป็นวัดที่ได้รับความนิยมที่สุดเลยค่ะ ซึ่งถ้าพักที่เมืองนี้ความพิเศษคือสามารถไปที่วัดนี้ก็มีการนั่งสมาธิของเซนได้นะคะ
















และแน่นอนค่ะสำหรับเมืองนี้กับพระใหญ่เมืองคามาคุระ หรือพระใหญ่แห่งวัดโคโตกุค่ะ มีความสูง 11.13 เมตร (เจ้าหน้าที่มีหยอดมุขด้วยว่าใหญ่กว่าก็อตซิล่า ฮาาา Smiley ) ซึ่งที่นี่ก็จะมีต้นสนที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงปลูกไว้ในวโรกาสที่เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เยือนวัดโคโตคุอินนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2474 ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลปัจจุบันจะมาปลูกอีกต้นเมื่อปีพ.ศ. 2530 แต่ไม่มีรูปเป็นสไลด์ค่ะ เจ้าหน้าที่เอารูปเป็นเอกสารมาโชว์ให้ดูแทนหละค่ะ

ข้อมูลจาก //www.tiewyeepoon.com/review/daibutsu-kamakura/ ก็บอกไว้ดังนี้นะคะ

บริเวณที่ตั้งของ Daibutsu นั้น เดิมทีเป็นที่ตั้งของวัด Kōtokuin 高徳院 วัดแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1252 แต่ได้เกิดความเสียหายหลายครั้งจากไต้ฝุ่น และเสียหายมากที่สุดจากเหตุการ์ณสึนามิ เมื่อปี 1495 ทำให้ตัวอาคารวัดนั้นพังทลายหายไป เหลือเพียงแต่องค์พระ Daibutsu อยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง สร้างความประหลาดใจให้กับชาวญี่ปุ่น และเลื่อมใสในความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน ที่ได้ปกปักรักษาเมืองคะมะคุระตลอดมา ค่าเข้าชมคนละ 200 เยน ด้านในมีสวนญี่ปุ่นร่มรื่นย์ตลอดสองข้างทาง

Daibutsu ทำจากทองสำริด มีความสูง 13.35 เมตร หนักถึง 93 ตัน ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น รองจากองค์โตที่วัดโทไดจิ เมืองนาระ สามารถเข้าไปด้านในองค์พระได้ (ค่าเข้าชม 20 เยน)
















นอกจากนั้นก็ยังมีรถรางที่สามารถจะนั่งแล้วชมวิวทั้งทะเลและภูเขาไฟฟูจิด้วยหละค่ะ ซึ่งคุณยามาโตะเองก็แนะนำว่าถ้าไปคามาคุระ ไม่แนะนำให้ไปด้วยรถยนต์ค่ะ แนะนำให้นั่งเอนโนเด้ง (รถไฟของคามาคุระค่ะ) ซึ่งจะเห็นวิวอย่างที่บอกนี่แหละค่ะ



สรุปสำหรับเมืองนี้นะคะ เค้าบอกว่าจุดเด่นของเค้ามีสี่อย่างนั่นก็คือ

1. สถาปัตยกรรม
2. ดอกไม้
3. พระ
4. ฟูจิ














ต่อไปเป็นเมืองซุชิค่ะ ซึ่งก็อยู่ในคาบสมุทรมิอุระอีกเมืองนะคะ
















ที่เมืองนี้เจ้าหน้าที่พรีเซนต์เรื่องของท่าเรือที่สามารถไปชมวิถีชีวิตได้ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองค่ะ เป็นที่ปลูกสาหร่ายทะเล รวมทั้งการ Hiking ซึ่งจะมีทั้งชมธรรมชาติและสถานที่ต่างๆ (เค้าบอกว่า ถ้าระยะไกลนี่ จะมาจากทางคามาคุระได้เลยนะคะ) แต่ที่ขึ้นชื่อของที่นี่น่าจะเป็นเรื่องของชายหาดที่มีกีฬาทางน้ำต่างๆ เช่น แคนู เรือใบ ฯลฯ น่ะค่ะ โดยหาดของที่เมืองนี้นี่สามารถเดินได้ 10 นาทีจากสถานีรถไฟเลยค่ะ แล้วทะเลที่นี่ก็ไม่ค่อยมีคลื่นด้วยค่ะ พื้นที่หาดจะคล้ายๆ กับฝั่งอ่าวไทยของเราคือไม่มีน้ำลึก ยืนถึงเกือบหมดเลยหละค่ะ


















ต่อไปเป็นเมือง Hayama ค่ะ
















ที่นี่ก็เป็นอีกเมืองที่ขายเรื่องของชายหาดซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในฤดูร้อนค่ะ (อารมณ์น่าจะประมาณพัทยาหัวหินบ้านเรา เพราะไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนี่แหละค่ะ) แล้วก็มีประภาคารยูจิโร่เป็นตัวชูโรงอันหนึ่งด้วยนะคะ

ที่เมืองนี้เป็นเมืองที่เป็นต้นกำเนิดของการแข่งขันเรือยอชท์ ซึ่งจะมีราวเดือนสี่วันที่หกของทุกปีค่ะ นอกจากนั้นยังแนะนำเพิ่มเติมว่า ในช่วงเดือนกันยายนจะเป็นช่วงที่เห็นฟูจิชัดและเห็นพระอาทิตย์ตกที่ปลายยอดพอดีค่ะ เรียกกันว่า Diamond ค่ะ

นอกจากนั้นที่เมืองนี้ยังมีบ้านพักตากอากาศของจักรพรรดิด้วยนะคะ ความนิยมในการว่ายน้ำที่ชายหาดอิชชิกิของที่นี่ ได้รับการคัดเลือก 1 ใน 100 หาดของโลกจาก CNN ว่าเป็นหาดที่มีคนมาเล่นน้ำมากที่สุดด้วยค่ะ

สำหรับเทศกาลดอกไม้ไฟ จะมีในช่วงเดือนกรกฎาคมค่ะ
















จากนั้นก็เป็นการแนะนำจากเจ้าหน้าที่ของบริษัท Keikyu ซึ่งนอกจากจะเป็นบริษัทที่ทำเรื่องรถไฟแล้วก็มีส่วนอื่นๆ ด้วยนะคะ อย่างพวกรถบัส ธุรกิจท่องเที่ยว ฯลฯ และมีส่วนของการบริการข้อมูลการท่องเที่ยวด้วยค่ะ ซึ่งจะอยู่ที่สนามบินและมีพนักงานที่พูดได้ทั้งญี่ปุ่น อังกฤษ จีนและเกาหลีด้วย
















นอกจากนั้นก็ยังมีการให้บริการฟรีไวไฟทั้งตามสถานีรถไฟและบนรถไฟของบริษัทด้วยค่ะ เก๋มาก ชอบๆ (ตั้งแต่มีนา 2014 ที่ผ่านมานี่ใช้ไวไฟฟรีได้หกชั่วโมงที่สนามบินฮาเนดะด้วยนะคะ)
















จากนั้นก็มีตารางบอกด้วยค่ะว่า การเดินทางด้วยรถไฟสายของบริษัทจากฮาเนดะไปยังเมืองต่างๆ ของคาบสมุทรมิอุระนั้นใช้เวลาเท่าไหร่บ้างค่ะ แล้วนอกจากนั้นก็มีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ภายในเครือด้วยค่ะ (ของบริษัทนี้มีรถไฟที่วิ่งเร็วที่สุดของเขาชือว่า Jet Coaster ค่ะ วิ่งได้ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงค่ะ)

อย่างเช่นตัวท่าเรือ ซึ่งมีบริการล่องเรือพร้อมรับประทานอาหารกลางวัน หรืออย่างโรงแรมคังนนซะกิ เคคิว และโรงแรมโจกะชิมะ เคคิว ซึ่งเป็นรร.ที่เห็นวิวทะเลทุกห้องแล้วทั้งสองที่ก็ได้รับดาวจากมิชลินด้วยค่ะ
















ซึ่งอย่างที่บอกไปนะคะ บริษัทนี้เค้าก็เป็นบริษัทที่มีบริษัทท่องเที่ยวอยู่ในเครือด้วยนะคะ ซึ่งทางบริษัทก็มีโปรแกรมการท่องเที่ยวในแหลมมิอุระมานำเสนอคร่าวๆ ในหลายเส้นทางด้วยค่ะ


















หลังจากได้รับความรู้มาเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็จะเป็นช่วงของการปาร์ตี้ รับประทานอาหารและร่วมกิจกรรมกันแล้วค่ะ ห้องที่จัดงานก็อยู่ติดๆ กับห้องสัมมนานั่นเองหละค่ะ เป็นอาหารแบบบุฟเฟท์นะคะ
















มาดูหน้าตาอาหารกันค่ะ หน้าตาดูดีมาก ไข่หวานยังดูแตกต่างจากร้านทั่วไปเลยค่ะ คือมีตัวอักษรอยู่บนไข่หวานด้วย

ซึ่งเราก็เอาไปถามล่ามเค้าบอกว่าเป็นชื่อร้านอาหารนะคะ

แน่นอนว่ามีเจ้าข้าวแกงกะหรี่ขึ้นชื่อมาด้วยหละค่ะ อยู่ในไลน์เช่นเดียวกันนะคะ






















จากนั้นพิธีกรคนเดิมก็ขึ้นมากล่าวเชิญคุณ Takehito Akimoto ประธานกรรมการบริหาร สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวโยโกสุกะขึ้นมากล่าวเปิดงานค่ะ
















ในงานมีสาเกเจ้านี้มาบริการด้วยค่ะ แรงและหอมใช้ได้เลย
















รินสาเก รอการเปิดและดื่มร่วมกันค่ะ ล่ามงานนี้สวยมากค่ะ ว่าแล้วก็คัมไป!!
















สำหรับอาหารที่ตักมารับประทานนะคะ ได้รอบเดียวค่ะ ไปรอบสองอาหารหมดไปแล้วอย่างรวดเร็วมากๆ แง Smiley

อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ ข้าวแกงกะหรี่ก็เข้มข้น หอมดี ไข่หวานก็อร่อยนุ่ม ตัวโซบะน้ำซุปโอ เส้นหนึบหนับดีมากค่ะ
















ในงานนี้มีล่ามมาให้ด้วยอีกสองคนค่ะ ซึ่งถ้าเราสงสัยอะไรก็ให้เค้าไปช่วยสอบถามมาได้นะคะ อย่างเราสงสัยเรื่องตัวอักษรบนไข่หวาน เค้าก็ไปถามมาตอบให้ค่ะ แฮ่...
















โอเด้งและผลไม้ค่ะ ตัวโอเด้งก็โออยู่ค่ะ ผลไม้มะละกออร่อยดี นอกนั้นเฉยๆ
















ระหว่างรับประทานก็มีศิลปินดูโอมาบรรเลงเพลงให้ฟังด้วยหละค่ะ ชื่อว่าวงเฮอันซากุระนะคะ ถ้าท่านใดอยากทราบข้อมูลวงเพิ่มเติมก็ไปที่นี่ได้นะคะ

//office-ecole.com/heianzakura-web/Thai_profile.html
















จากนั้นก็เป็นกิจกรรมร่วมสนุกแล้วค่ะ กับบิงโกนั่นเอง
















ซึ่งพอใครมีวี่แววว่าจะชนะ ก็จะถูกเรียกไปด้านหน้าหละค่ะ แล้วถ้าชนะก็สามารถเลือกของรางวัลตามใจชอบได้เลยฮับ


















จากนั้นก็มีตัวแทนจากสมาคมมัคคุเทศก์ภาษาญี่ปุ่นและตัวแทนจากแต่ละเมืองขึ้นมาปิดท้ายงานค่ะ
















ปิดท้ายกันด้วยการถ่ายรูปหมู่ตามประเพณีค่าา












สำหรับเอนทรี่นี้ก็มีแต่เพียงเท่านี้นะคะ คิดว่าน่าจะเป็นพื้นที่ที่หลายๆ คนคงยังไม่คุ้นเคย (รวมทั้งเจ้าของบล็อกเองด้วย ฮา ) ซึ่งเท่าที่ไปฟังก็มีหลายที่ที่น่าสนใจอยู่หละค่ะ ก็หวังว่าบล็อกนี้คงพอจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลไปเที่ยวญี่ปุ่นกันนะคะ












ปฏิทินธรรม








วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2557

1. ตักบาตรพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น วัดพุทธบูชา (ทุกวันเสาร์แรกของเดือน)




วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2557 (กิจกรรมจัดทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน)

1.ทำบุญกับพระกรรมฐานสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
ณ มูลนิธิพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ถ.จรัญสนิทวงศ์ซอย 37
เวลา 06.30-10.30 น.


ดูรายละเอียดพระที่มารับบาตรและแผนที่ได้ที่
//www.watpa.com/board_detail.asp?board_id=3447

สำหรับเดือนนี้มีงานทอดกฐินด้วยนะคะ


วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2557

1. ฟังธรรมจากพระอาจารย์มานพ อุปสโม
ศูนย์ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา ราชนครินทร์ เขาดินหนองแสง จ.จันทบุรี
เวลา 9.30 - 15.00 น.

ณ ศาลาไตรสิกขา บ้านจิตสบาย พุทธมณฑลสาย 2

รถประจำทางที่ผ่าน สาย 123, ปอ.พ.79
สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ 02-448-3392 เวลาทำการ 9.00 – 18.00 น.


//www.jitsabuy.com/calender.html




วันอาทิตย์ที่ 14 และ 28 ธันวาคม 2557 (กิจกรรมจัดทุกๆ วันอาทิตย์ที่ ๒ และ ๔ ของเดือน)

1. ทำบุญ ฟังธรรม จากครูบาอาจารย์พระป่าสายกัมมฐาน ณ ศาลาลุงชิน แจ้งวัฒนะ 14
กิจกรรมจะเริ่มจากการถวายภัตตาหารร่วมกันเวลา ๘:oo น. สำหรับท่านที่สนใจนำอาหารมาร่วมทำบุญ แนะนำให้มาก่อนเวลาเพื่อจัดเตรียมอาหารใส่ภาชนะ ซึ่งจะเริ่มลำเลียงถาดอาหารเพื่อเตรียมประเคนเวลาประมาณ ๗:๔๕ น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่
https://www.facebook.com/SalaLungChin?fref=ts






วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม 2557 (กิจกรรมจัดทุกวันอาทิตย์ที่สามของเดือน)

1. ตักบาตรพระกรรมฐาน (นิมนต์พระสายหลวงปู่มั่น) ที่วัดบรมนิวาส (ไม่มีรายละเอียดอย่างอื่นค่ะ)

ที่จอดรถค่อนข้างหายาก ไม่ควรนำรถส่วนตัวไปค่ะ





วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม 2557 (จัดทุกวันเสาร์ที่สี่ของเดือน)

1. เชิญทุกท่านร่วมทำบุญตักบาตร สดับธรรม พระเถระวัดป่ากรรมฐาน เมตตารับบาตร โดย
พระราชภาวนาพินิจ (หลวงพ่อสนธิ์ อนาลโย)
วัดพุทธบูชา กรุงเทพฯ
พระพุทธิสารเถร (หลวงบุญกู้ อนวฑฺฒโน)
วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน กรุงเทพฯ
พระครูเกษมวรกิจ (หลวงพ่อวิชัย เขมิโย)
วัดถ้ำผาจม จ. เชียงราย

เว็บไซต์บ้านอารีย์
//www.baanaree.net

















ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ

1,469,696+2005266=3308215/11046/914




Create Date : 01 ธันวาคม 2557
Last Update : 1 ธันวาคม 2557 8:36:20 น. 15 comments
Counter : 4649 Pageviews.

 
แอร๊ยยยย !! เห็นแล้วน่าไปเที่ยวมากคะ

ของกินก็น่าทาน เริ่ดคะ

เที่ยงแล้ว อย่าลืมหาอะไรทานด้วยนะคะ

เดี๋ยวน้องตามมาเก็บข้อมูลต่อคะ



โดย: Chic Bossy วันที่: 1 ธันวาคม 2557 เวลา:11:56:05 น.  

 
ญี่ปุ่นมีที่เที่ยวอะไรอีกเยอะแยะมากมายเลยนะคะ ขอบคุณค่ะ ได้ความรู้เยอะเลย


โดย: touch the sky วันที่: 1 ธันวาคม 2557 เวลา:13:20:42 น.  

 
อยากให้การท่องเที่ยวของเราทำงานให้เข้มแข็ง เข้มข้นเหมือนของญี่ปุ่นบ้างจังเลยครับคุณเต้ย

การท่องเที่ยวเราในตอนนี้ทำงานกันแบบต่างคนต่างทำ
ต่างคนต่างคิด
หัวไปทาง หางไปทาง
ทำไปแบบนี้การท่องเที่ยวไม่ยั่งยืนแน่ๆครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 ธันวาคม 2557 เวลา:19:50:51 น.  

 
เข้าใจโปรโมทดีแหะ อุโมงค์คู่รัก

คามาคุระ ถ้าเอามาโปรโมทในเชิงตามรอยอนิเม ของญี่ปุ่นก็ได้เหมือนกัน แต่อันนั้นมันก็เฉพาะกลุ่มเกินไป จริงๆ หลายๆ เมืองของญี่ปุ่นเค้าทำกันเยอะเหมือนกันสำหรับการตามรอยสถานที่ท่องเที่ยวจากในการ์ตูนอนิเม

ญี่ปุ่นนี่ต่อให้เป็นเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมก็น่าสนใจ มันมีเสน่ห์ พูดแบบนี้เดี๋ยวเมืองไทยน้อยใจแย่ แต่ผมมองว่าเมืองไทยถ้าจะเที่ยวเองคนเดียว ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว เที่ยวลำบากครับ อันนี้พูดจากการเทียบกับจีนเป็นหลัก ฮ่องกง สิงคโปร์ขอไม่นับ เพราะที่นั่นมันเล็ก

มีคำกล่าวที่ว่า ไปญี่ปุ่นมีแสนหมดแสนมีล้านหมดล้าน ผมอยากให้เมืองไทยได้แบบเค้าซักครึ่งนึงจริงๆ

+


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 2 ธันวาคม 2557 เวลา:0:07:09 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 2 ธันวาคม 2557 เวลา:2:13:00 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับคุณเต้ย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 ธันวาคม 2557 เวลา:6:08:34 น.  

 
งานนี้จัดตอนต้นเดือนป่ะคะ เห็นโทรมาชวนเหมือนกันแต่ไปเชียงใหม่พอดี อดเจอกันเลย


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 2 ธันวาคม 2557 เวลา:8:15:16 น.  

 
หมิงหมิงตอนนี้ยิ่งดูตัวใหญ่ขึ้นครับคุณเต้ย
เสื้อผ้าเปลี่ยนไซส์เร็วมากเลยครับ

ปีเดียวใส่สองสามครั้งก็ต้องเปลี่ยนแล้วครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 ธันวาคม 2557 เวลา:12:03:33 น.  

 
สาวไกด์ใจซื่อ Travel Blog
ตามมาดูฝากฝั่งคาบสมุทรมิอุระ

ชื่อของเกาะหลักในญี่ปุ่น ลืมไปหมดแหล่ววว มารื้อฟื้นก็ตอนเห็นแผนที่นี่แหละค่ะ
สนใจ flower train ค่ะพี่เต้ย น่าจะสวยทีเดียวเลยนะ

เคยได้ยินว่าญี่ปุ่นไม่มีกองทัพ มีแค่กองกำลังป้องกันตัวเอง
สมัยก่อนที่มีกองทัพ แล้วรบชนะรัสเซียเนี่ยเป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ
มารู้ว่า แกงกระหรี่ นี่มีสารอาหารครบถ้วน ด้วยภูมิปัญญาของชาวเรือญี่ปุ่นก็หนนี้ อิอิ

อยากให้การท่องเที่ยวบ้านเราทุ่มเท อะไรที่ดีๆแบบนี้บ้างจัง ญี่ปุ่นนี่ สุดยอดจริงๆ ยกนิ้วให้เลยล่ะ


โดย: กาบริเอล วันที่: 2 ธันวาคม 2557 เวลา:18:55:31 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับคุณเต้ย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 ธันวาคม 2557 เวลา:6:11:55 น.  

 
อุโมงค์คู่รัก ของเค้า คอนเซปท์จะเหมือนภูกระดึงบ้านเราเลยเนอะ

จุดเด่นเค้า 4 อย่าง เรียงลำดับตามความชอบของพี่เลยนะนั่น

พี่ก็ตามเที่ยวกับเพื่อนบล็อกเรานี่แหละ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 3 ธันวาคม 2557 เวลา:6:35:50 น.  

 
พี่เต้ย เห็นไลน์อาหารแล้วก็เสียดายที่ไม่ว่างไปงานนี้ แงๆ
แต่ว่า แอบเห็นพี่แอนได้รางวัลด้วยนะคะ แล้วพี่เต้ยได้รางวัลกะเค้าเปล่าคร๊า


โดย: prizella วันที่: 3 ธันวาคม 2557 เวลา:20:58:29 น.  

 
สวัสดีค่า ^^

บล็อควันนี้ได้ความรู้ดีจังค่ะ
อย่างนี้ก็ได้ทั้งทำงานทั้งเที่ยวไปในตัวเลยนะคะ
น่าสนุกจัง
ไลน์อาหารแบบว่าน่าทานมาก
ดูนาฬิกา โหย ตีหนึ่งกว่า
หิวเลยค่ะ

ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆ ข้อมูลดีๆค่า



โดย: lovereason วันที่: 4 ธันวาคม 2557 เวลา:1:05:39 น.  

 
เยี่ยมไปเลย
[url]//www.relaxthai.net[/url]


โดย: shuriken วันที่: 7 ธันวาคม 2557 เวลา:18:58:07 น.  

 
อยาหเห็นเมืองไทยเป็นอย่างนี้บ้างจังเน๊าะ
เยี่ยมไปเลยจ้าน้องเต้ย
ที่นำมาฝากจ๊ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 8 ธันวาคม 2557 เวลา:21:24:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
สาวไกด์ใจซื่อ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 201 คน [?]




ชอบอ่านหนังสือและดูหนังค่ะ ตอนนี้ทำงานด้านการท่องเที่ยวอยู่ นิสัยดีบ้างร้ายบ้าง แล้วแต่สภาวการณ์และคนที่เจอ


เนื้อหาและรูปภาพทั้งหมดในบล็อกสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้นำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก


ติดต่อเจ้าของบล็อกได้ที่ theworpor@yahoo.com
หรือ
https://www.facebook.com/saoguide






Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
1 ธันวาคม 2557
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สาวไกด์ใจซื่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.