~ ~★ ~ ~★ ~ ~★ Wall-E มิตรภาพ ความรัก และการต่อสู้ ~ ~★ ~ ~★ ~ ~★






Wall-E






ผู้กำกับ
Andrew Stanton



ผู้เขียนบท

Andrew Stanton





นักแสดง

(Fred Willard, Jeff Garlin, Ben Burtt, Sigourney Weaver, John Ratzenberger)



Wall-E







Eve






Mo










เรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ค่ะ)



ในโลกอนาคตข้างหน้า (อีกหลายร้อยปีกระมัง) โลกสีฟ้าของเราหลงเหลืออยู่เพียงกองขยะมหึมากับหุ่นยนตร์ที่ทำหน้าที่เก็บกวาดขยะอยู่เพียงหนึ่งตัว นั่นคือ Wall-E แต่แล้ววันหนึ่ง Wall-E ก็ได้พบกับ Eve หุ่นยนตร์จากดาวดวงอื่นซึ่งมาทำหน้าที่ค้นหาบางสิ่งซึ่งเป็นความลับ ทั้งสองค่อยๆ สร้างความสัมพันธ์กัน แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อ Eve ค้นพบสิ่งที่ถูกมอบหมายให้ค้นหา ชีวิตของทั้งคู่ก็เปลี่ยนแปลงไป








ความรู้สึกที่ได้ดู (น่าจะไม่สปอยล์นะ)


ไม่ได้ดูหนังที่ทำให้รู้สึกสนุกและกระตุ้นต่อมคิดอะไรบางอย่างมานานแล้วค่ะ




กับราวๆ 30 นาทีของหนังที่ไม่มีบทพูดเลย (เจ๋งสุดๆ) แต่กลับไม่ทำให้คนดูเบื่อหน่ายแต่อย่างใด การปูพื้นเรื่องด้วยฉากของความเวิ้งว้างว่างเปล่า ท่ามกลางกองขยะและตึกสูง ซึ่งทำให้การทำงานของ Wall-E ในแต่ละวันนั้น ดูเปลี่ยวเหงามากมาย (ซึ่งก็ไม่ได้แตกต่างไปจากมนุษย์ในสังคมเมืองใหญ่ ที่แม้จะมีผู้คบล้อมรอบอยู่มากมาย แต่ความรู้สึกที่คล้ายกลับ “ไม่มีใคร” นั้น ก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน) เป็นการปูพื้นให้คนดูได้รู้จักกับหุ่นยนต์ตัวนี้ ได้เห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในความเป็น Wall-E







นอกจากนั้น ความอ่อนโยนบางอย่างของ Wall-E (กับเจ้าแมลงสาปตัวจ้อย) การเก็บของเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสะสมไว้ส่วนตัว การมีอะไหล่สำรอง การได้รู้จักกับอุปกรณ์บางอย่าง ก็ล้วนแล้วแต่เป็นการปูพื้นเพื่อให้คนดูได้ “รู้จัก” ได้ “เอ็นดู” และได้เริ่มที่จะ “รัก” เจ้าหุ่นตัวจ้อยนี้ รวมทั้งเป็นการปูพื้นเพื่อรองรับกับเรื่องราวในอนาคตที่จะเกิดขึ้นในหนังต่อไป ซึ่งถือว่าเป็นการเก็บรายละเอียดที่ดีมากๆ เลยค่ะ (แต่ก็มีหลุดๆ บ้างนิดหน่อย ซึ่งจะกล่าวในโอกาสต่อไป)







ซึ่งการปูพื้นรายละเอียดเช่นนี้ ไม่ได้ทำแต่กับ Wall-E เท่านั้น แต่กับ Eve ทั้งในเรื่องของฉากเปิดตัว (ซึ่งถ้าเป็นนิทานสมัยก่อน ก็คงประมาณว่า เธอเป็นเจ้าหญิงผู้ถูกเสกให้สวยเพริดพริ้งลอยละล่องมาเตะตาพระเอกของเราเลยทีเดียว) ความดุเดือดในการทำลายเมื่อเจอกับสิ่งที่น่าจะเป็นอันตราย ก็ล้วนแล้วแต่เป็นการปูพื้นให้คนดูสามารถเชื่อถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอนาคตได้ว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น Eve สามารถที่จะช่วยเหลือ Wall-E ได้อย่างไร








เรียกได้ว่า การปูพื้นตัวละคร ทำได้ค่อนข้างแน่น แต่ไม่น่าเบื่อได้เป็นอย่างดี เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ค่อยๆ ถักทอสำหรับการเกิดเรื่องต่อไปในอนาคต ซึ่งทำได้ค่อนข้าง “เนียน” มากๆ





นอกจากนั้นการสร้างบุคลิกตัวละคร ก็มีความเป็น unique ที่เด่นชัด นอกจากสองตัวที่กล่าวไปแล้ว เจ้าโม (ซึ่งน่าจะเป็นขวัญใจของใครหลายๆ คน) ก็ทำออกมาได้น่ารักน่าชังมากมายค่ะ เป็นตัวละครที่น่ารักและสร้างรอยยิ้มให้กับคนดูได้ค่อนข้างมากทีเดียว (ประมาณกั๊ตจังของอาราเล่เลยนะ – สำหรับเรา)






หรือแม้กระทั่ง เจ้าหุ่นเพี้ยนๆ ทั้งหลายที่ท้ายที่สุดกลายเป็นผู้ช่วยพระเอก แต่ละตัวก็สร้างมาได้ “ขำ” ได้ใจมาก (แถมยังเอาความ “เพี้ยน” ของแต่ละตัวมา “ต่อยอด” ว่าได้ใช้ความ “เพี้ยน” นั้น “ช่วย” ได้อย่างไรอีกต่างหาก) รวมทั้งกัปตัน ผู้หญิงและผู้ชายในอนาคต (ขออภัย จำชื่อไม่ได้) ซึ่ง Wall-E ได้ประสบระหว่างทาง ก็กลายเป็น 2 คนที่มีส่วนช่วยเล็กๆ ที่ทำให้เรื่องจบลงได้อย่างที่มันควรเป็น เป็นการเฉลี่ยบท และให้น้ำหนักได้ค่อนข้างลงตัวค่ะ





นอกจากนั้น “เสียง” ในเรื่องก็เลิศมากมาย ค่อนข้างทึ่งกับการสร้างเสียงของหนังเรื่องนี้ค่ะ ทำได้ค่อนข้างเข้ากับภาพที่ปรากฏ เป็นส่วนช่วยที่ทำให้หนังสมบูรณ์และมีเสน่ห์ขึ้นมากมาย (เพราะฉะนั้น ในความเห็นเรา ควรดู soundtrack ค่ะ เพราะไม่แน่ใจว่า การพากย์ไทย จะทำให้เสียงบางเสียง หรือเสน่ห์บางอย่าง (เช่นสไตล์เสียงการพูดของ Eve กับ Wall-E) จะหายไปบ้างหรือเปล่า) แล้วก็ถ้าดูในโรงใหญ่ ระบบเสียงดีๆ ก็น่าจะมีผลอย่างมากต่อการดูหนังได้เต็มอรรถรสมากขึ้น






นอกจากเรื่องเสียงแล้ว ในส่วนของภาพก็ทำได้ดีนะคะ (แหม้..อะไรจะชมไปหมดขนาดนี้เนี่ย ) การให้โทนสีของภาพ โลกที่ Wall-E อยู่ กับความแห้งแล้งกันดารที่เกิดขึ้น (จนทำให้คนดูอดโอ้โหไม่ได้กับสีเขียวแรกที่ปรากฏในโลกแห่งนั้น-แหม้..สปอยล์นิดหนึ่งนะนี่ หุๆ) อวกาศที่เวิ้งว้างแต่งดงามด้วยดาวพราวแพรวและทางช้างเผือกอันตระการตา กับโลกสมัยใหม่ที่มีแต่สีสดใส หากแต่ก็ดูเนี้ยบจนไร้ชีวิตชีวา ทำได้โอเคมากค่ะ







แต่ที่สำคัญอีกประการหนึ่งเลยก็คือ ความคิดบางอย่างที่อยู่ในหนังค่ะ ไม่ว่าจะเป็นความเปลี่ยวเหงา การปฏิบัติหน้าที่ของตนเองเพียงเพื่อให้การดำรงอยู่ของตนมีความหมาย และการทุ่มเทสุดใจเมื่อได้รักใครสักคน (จนท้ายที่สุด คนๆ นั้น ก็ยอมที่จะข้ามกฎเกณฑ์บางอย่าง เมื่อเห็น “ค่า” ความทุ่มเทนั้น) แต่ขณะเดียวกัน หนังก็สอดแทรกประเด็นชวนขบคิดอย่างความสะดวกสบายที่อาจทำให้คนทุกคนรู้สึกว่า การเสพอะไรบางอย่างนั้นง่ายดายเหลือเกิน หากแต่ความสะดวกล้ำยุคนั้น กลับไม่สามารถเติมเต็มบางสิ่งบางอย่างที่สิ่งมีชีวิตอย่าง “มนุษย์” หรือแม้แต่ “หุ่นยนต์” (แต่จขบ.เป็นคนเชื่อว่า ทุกสิ่งมีจิตวิญญาณอยู่แล้วนะคะ แม้กระทั่งสิ่งไม่มีชีวิตก็ตาม) ต้องการได้ นั่นก็คือ การสร้างความสัมพันธ์และความรู้สึก “รัก” อย่างแท้จริง รวมทั้งโทษภัยของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วอาจทำให้มนุษย์เกิดการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพอย่างมาก (ซึ่งเราคิดว่าเป็นไปได้เลยแหละ เหอๆ) การกลับไปเพื่อกอบกู้และแก้ไขบางสิ่งบางอย่าง แม้ว่าจะเป็นหนทางที่ต้องทำลายความสะดวกสบายที่ตนเองมีอยู่ ทว่า..มนุษย์เราก็ยังเลือกในสิ่งที่ “ควร” และ “ต้อง” ทำมากกว่าจะยึดติดอยู่กับสิ่งเดิมๆ ที่ไม่ได้ประเทืองความเป็นมนุษย์สักเท่าไหร่ (ซึ่งก็เป็นตอนจบที่ดูเหมาะกับหนังแนวนี้อยู่แล้วน่ะนะคะ แม้ว่าจขบ.อดคิดไม่ได้ว่า...เอ่อ..แล้วการตัดสินใจที่ว่า แน่ใจหรือว่าคนอื่นๆ ที่อยู่กับความสะดวกสบายมาตลอดชีวิต จะทำได้ทุกคนและแฮปปี้ทุกคนน่ะ เหอๆ )






อย่างไรก็ตาม มีจุดที่สะกิดใจจขบ.นิดหน่อย (แต่..อะน่ะ..จะมองข้ามๆ ไปก็ได้) คือในส่วนของอุปกรณ์บางอย่างที่มีส่วนช่วย Wall-E ซึ่งแบบ..นะ โลกก้าวล้ำไปขนาดนั้นแล้ว อุปกรณ์ตัวนี้ยังเป็นรูปลักษณ์เดิมอยู่หรือไง (แต่ถ้าเอาสมัยใหม่กว่านี้ เจ้าพระเอกของเราก็คงใช้ไม่เป็นอะนะ)












อย่างไรก็ตามที ก็ถือว่าเป็นการ์ตูนของ Pixar อีกเรื่องหนึ่งที่ดูสนุกและไม่ได้ทำให้สมองว่างเปล่าหลังดูแต่อย่างใดนะคะ (ทำให้ยิ่งรู้สึกว่า หนัง animation ของค่ายนี้นี่ น่าสนใจมากๆ จริงๆ) เป็นหนังอีกเรื่องที่อยากให้ดูกัน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันค่ะ (เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี จริงๆ นา) แต่มารีวิวซะป่านนี้แล้ว หนังออกจากโรงไปหรือยังก็ไม่รู้ แหะๆ













ขอบคุณทุกท่านสำหรับการแวะมาอ่านค่ะ


239816/3581/279




Create Date : 15 กันยายน 2551
Last Update : 15 กันยายน 2551 10:31:33 น. 41 comments
Counter : 1351 Pageviews.

 
...



หนังน่ารักดีครับ
เด็กๆได้ดูคงได้ข้อคิดเรื่อง สิ่งแวดล้อม ติดหัวไปบ้าง เคล้ากับความสนุก






จขบ.เป็นคนเชื่อว่า ทุกสิ่งมีจิตวิญญาณอยู่แล้วนะคะ แม้กระทั่งสิ่งไม่มีชีวิตก็ตาม)

อืมมม...อธิบายให้ฟัง (อ่าน) หน่อยได้ป่าวครับพี่?
ทำไมพี่คิดงี้อ่ะครับ?




ป.ล. 2-1






โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:11:08:13 น.  

 
เย้ๆๆๆๆๆ จะเป็นคนแรกรึเปล่านิ อิอิ

วอลล์อีๆๆๆ ^^

อ่านรีวิวแล้วก็นึกภาพตามไปด้วยออกเลยคะ


โดย: :D keigo :D วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:11:12:50 น.  

 
ยังไม่ได้ดูเลยอ่ะ
ชอบพิกซาร์ จะมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยให้ดูแล้วคิดได้เหมือนกัน เคยดูที่เป็นชุดการ์ตูนสั้นรึยัง


โดย: อั๊งอังอา วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:11:13:15 น.  

 
ชอบเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ น่ารักเนอะ ตอนนี้อีกเรื่องที่ดูแล้วชอบก็คือ Mamma Mia อย่าลืมหาโอกาสไปดูนะคะ


โดย: เบบูญ่า วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:12:17:22 น.  

 
ดูมาแล้วเหมือนกันค่ะ
หนังน่ารัก ดูแล้วอมยิ้มทั้ง
เรื่องเลย
ชอบมากเพราะเรื่องนี้ได้ตั๋วฟรี แถมเป็นเก้าอี้นอนอีกตะหาก
เลยยิ่งถูกใจเป็นพิเศษ
55555555


โดย: หัวใจสีชมพู วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:12:46:33 น.  

 
ถึงจะมารีวิวช้าไป ..แต่ก็ไม่นานเกินไปที่จะพูดถึงได้อยู่นะครับ

ส่วนตัวหนัง ผมประทับใจค่อนข้างมาก ..คือมันยังไม่อิ่มสุดๆ แต่มันก็พอดีพอดิบ
ที่ต้องการจาก พิกซาร์

เอาแค่ช่วงเวลาครึ่งแรกก็เพียงพอแล้วที่หนังเรื่องนี้จะมีสิทธิ์ไปไกลถึงออสการ์หนังยอดเยี่ยม(ที่รวมหนังคนอยู่ในนั้น)

จะเสียดายก็แค่ครึ่งหลังที่มันทำได้สนุก แต่ออกจะเล่นมากไปบ้าง จนแอบเบื่อก็บางฉาก

ถ้าปกติเราอาจจะเคยมองว่า พิกซาร์ ชอบทำหนังการ์ตูนสำหรับผู้ใหญ่แต่แอ๊บเด็ก หาก Wall-E เรื่องนี้ได้แหวกขนบของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยความทะเยอะทะยานที่ไปไกลถึงเรื่องซีเรียสของโลกในวันนี้
และเป็นเรื่องที่เด็กไม่อาจจะเข้าใจได้อย่างที่เรารู้สึก

นี่แหละที่ทำให้ Wall-E กลายเป็นที่ต้องจับตามองบนเวทีรางวัลปีหน้า ..ว่าจะไปได้ไกล สมกับความทะเยอทะยานหรือไม่ครับผม

ชวนแวะไปแจมกับรีวิวของผมกันครับ
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=onceupon&month=08-2008&date=18&group=2&gblog=146


โดย: OncE UPoN'-'a MaN วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:15:01:32 น.  

 

มันคือการ์ตูนก่อนหนังฉายนั่นแหละ แต่รวมๆ กัน ดูทีเดียวยาวเป็นชั่วโมง ตั้งแต่เริ่มแรกๆ ของพิกซาร์ จะเห็นว่าเขาทำงานมีความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง ถ้าอยากดู บอกมานะแต่ต้องไปค้นก่อนนะว่าอยู่ไหน รกมาก ^^"


โดย: อั๊งอังอา IP: 124.120.120.231 วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:16:41:34 น.  

 
เรื่องนี้สนุกมากครับ แอบคิดเล่นๆว่าถ้าอีฟเป็นผู้ชาย


โดย: ปลายเทียน วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:17:41:33 น.  

 
หนังที่ดูได้ทั้งครอบครัวแบบนี้
เป้จะไม่ไปดูในโรงค่ะ
แต่จะรอแผ่น แล้วซื้อไปดูกันทั้งบ้าน

นี่ก็รอแผ่นอยู่
เพราะกุ้งไปดูมา แล้วมาชื่นชมให้ฟังซะยกใหญ่
ยิ่งมาอ่านพี่เต้ยการันตี
ยิ่งตั้งตารอ (แผ่น) ค่ะ


โดย: กาน้ำชากะเชี่ยนหมาก วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:18:04:02 น.  

 
สวัสดีค่าพี่สาวไกด์ฯ

ทีแรกเห็นหนังเรื่องนี้คิดว่าจะสนุกมั๊ยน้า ไม่มีแรงจูงใจที่จะไปดูเลยค่ะ โปรโมตเขาก็มีแต่มันเหมือนมีไม่พอที่จะกระตุ้นให้ไปดู ก็เลยปล่อยผ่านล่วงเลยไป ถ้าได้อ่านรีวิว ก็คงจะต้องไปดูที่โรงแน่ ๆ เลย เพราะที่โรงเสียงจะกระหึ่มแล้วภาพก็ได้ใจมากกว่า

แต่ถ้ามีแผ่น คราวนี้ก็คิดว่าจะซื้อมาดูค่ะ

น่าแปลกนะค่ะ โอ๋หน่ะโดนหลอกมาหลายเรื่องแล้วค่ะจากแรงโปรโมต ทำซะชวนให้เข้าไปดู แต่พอดูเสร็จออกมาก็รู้สึกผิดหวังยังงัยก็ไม่รู้ หลัง ๆ เลยออกจะเฉื่อยชากับหนัง ถ้ามีเรื่องไหนน่าสนใจเอามารีวิวอีกนะค้า ถ้าไม่ทันดูในโรงก็หาซื้อแผ่นมาดูได้ค่า จะได้แบ่งให้น้อง ๆ หลาน ๆ ดูด้วย


โดย: oa (rosebay ) วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:20:17:06 น.  

 
+ กี๊ซซซซ ว้อลลี ... เรื่องนี้พี่คะแนน (สำหรับหนังโรง) ไปเป็น 10/10 เรื่องที่ 4 ของปีนี้ครับ (ถัดจาก There will be blood, The diving bell and the butterfly, The dark knight)

+ อาจเป็นเพราะพี่ถูกจริตกับหนังเด็ก / อนิเมชั่น / Coming-of-age / Fantasy อยู่แล้วด้วยมั้งครับ ... พอเรื่องไหนมีความดีเด่นในตัว ก็เลยจะรู้สึกชอบมากเป็นพิเศษ

+ พี่ชอบภาพฉากเปิดครับ ... อารมณ์เวิ้งว้าง หลอกหลอนใกล้เคียง นิวยอร์คร้างใน I am legend แต่น้อยกว่าลอนดอนร้างใน 28 days later หน่อยนึง

+ นอกจากประเด็นต่างๆ ที่ครูเต้ยพูดถึงแล้ว ... พี่ก็ชอบตรงที่เค้าสามารถเอาประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมและโลกร้อน มาแฝงไว้ในหนังได้แบบเนียนๆ โดยไม่ได้สอนกันตรงๆ เหมือนหนังสารคดีสิ่งแวดล้อมอ่ะครับผม ... แบบนี้ให้เด็กได้ดู ก็จะเป็นการปลูกฝังเรื่อง 'รักษ์โลก' ให้แก่พวกเค้าไปได้ในตัวเลยอ่า

+ ชอบการปั้นคาแรคเตอร์ด้วย นอกจาก 2 ตัวเอกแล้ว เจ้า MO กับน้องแมลงสาบก็น่ารักดีอ่ะฮับ
+ ไม่ทราบครูเต้ยได้ดูหนังตัวอย่างเรื่องนี้ ที่มีเพลง Love is in the air ประกอบรึเปล่า ... พี่ว่าเป็น 1 ในหนังตัวอย่างที่น่ารัก โดนใจสุดๆ ของปีนี้เลยอ่า

+ อ้อ! เห็นด้วยกับคุณเบบูญ่า #4 นะครับว่าเรื่อง Mamma mia! เป็นอีก 1 ความบันเทิงที่ควรเสพ (ในโรง) สำหรับช่วงนี้ (ถึงแม้เพลงของ ABBA จะเก่าไปนิดสำหรับพี่ก็ตาม) แต่หนังทำออกมาได้หนุกหนานมากมายอ่ะครับ (พี่ให้ไป 9/10)


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:20:50:09 น.  

 
ปกติเราจะไม่ค่อยชอบดูหนังแนวนี้เลยค่ะ
แต่ว่าพอได้อ่านรีวิวแล้วแบบว่ามีคน
บอกว่าสนุกเกือบทุกคน เราก็เลยลองดู
เลยชวนคนข้างๆ ดูด้วยกัน ปรากฏว่า ...

สนุกจริงๆ ค่ะ .. สนุกมาก เรียกว่าเราเอง
ก็ไม่ได้ดูหนังแนวนี้บ่อยๆ แต่ว่าพอได้ดูเรื่องนี้
คลายเครียดได้ขนานแท้เลยคะ

หนังไม่ต้องพูด ได้เห็นตัวโรบ็อตเคลื่อนไปมา
แค่นั้นก็ยิ้มแล้ว แต่ว่ามาขำตลกฮากันหลาย
ตอนเลย เรียกว่าไม่ผิดหวังจริงๆ นะค่ะ


แต่ว่าเรื่องนี้ทำเอาเราเหงาจริงๆนะ
กับการที่ได้เห็นหุ่นตัวเดียว อยู่ตัวเดียว
ทำอะไรตัวเดียว .. มันเหงาสุดๆ เลยอ่ะคะ ...

ขนาดว่าหุ่นยังเหงา แล้วถ้าเป็นคนมีเลือดเนื้อ
แล้วจะต้องอยู่คนเดียว โห เราว่าทรมานนะคะ


โดย: JewNid วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:21:17:14 น.  

 
นั่นสิ รีวิวมาช้ามากเลยครับ หนังออกจากโรงแถวบ้านผมไปแล้ว...

แต่ถึงคุณสาวไกด์จะรีวิวเร็วผมก็คงไม่ได้ดูอยู่ดี เพราะหนังแบบนี้โรงหนังที่ระยองจะฉายไม่นาน แถมยังมีแต่พากย์ไทยอีกต่างหาก เฮ้อ... นึกแล้วเศร้า


โดย: แฟนผมตัวดำ วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:21:33:42 น.  

 
วัลลี เอ๊ย วอลล์E

ช่วงนี้ยังอดออกไปดูหนังง่ะ เคลื่อนที่เกิน 10 เมตรไม่ได้


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:22:45:57 น.  

 


โดย: หอมกร วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:8:39:52 น.  

 
น่าดู น่าดู ...

ยังฉายอยู่หรือเปล่าคะ หวานเย็นจะได้ไปดูบ้าง น่ารักอะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา IP: 58.8.211.220 วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:10:02:38 น.  

 
นั่นอ่าจิ เง้อออ ตอนเปิดหน้าบล็อกเข้ามา ยังไม่มีใครเม้นท์เลยนี่นา ... นี่เคโกะอ่านช้าขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย - -^

...
ตอบไปตอบมา เคโกะว่าก็หนุกดีนะคะ อิอิ


โดย: :D keigo :D วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:12:23:03 น.  

 
เสียดายจัง ไม่ได้ดูในโรง

ของ Pixar ถ้าสนุกเหมือน "หนูเป็นพ่อครัว" (เขียนภาษาอังกฤษไม่ถูก...อายจัง) เสียดายแย่เลย


โดย: January Friend วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:16:08:12 น.  

 
...


พี่เต้ย เติบโตมากับ ตุ๊กตาพูดได้!!!
ไม่หลอนแย่ฤาครับ?




เรื่องที่ว่า เราไม่ควรจะทำลายหรือทำร้ายอะไรโน่นนี่ตามใจ นั้น
เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วครับ

เพราะคนที่ทำเช่นนั้นได้
ต้องมีจิตใจเอนเอียงไปในทางหมองและร้ายเป็นแน่แท้
ซึ่งไม่ควรเป็นแบบนั้น

แต่ พี่เต้ย ก็ดูเป็นตัวของตัวเองนะครับ
ทั้งที่รู้ว่า จริงๆแล้วมันไม่มี
แต่ก็นึกให้มันมี
(ล้อเล่นนะค้าบบบ...)

พอเข้าใจความคิดพี่ครับ
แฟนตาซีดี
แต่คนเรามองทุกสิ่งในด้านจริง น่าจะดีกว่าใช่ป่าวพี่?








โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:17:24:53 น.  

 



สวัสดีวันอังคาร
ที่แสนจะชุ่มฉ่ำ
ฝนตกทั้งวัน.... เฮ้อ




โดย: โสดในซอย วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:19:48:19 น.  

 
ไม่มีบทพูดเลย โห เจ๋งสุดๆ
วันก่อนเพิ่งคุยกับเพื่อนที่ดูหนังเรื่องนี้มา
เค้าก็บอกว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้
ยังไม่ค่อยอยากดูตามเท่าไหร่
พอมาอ่านรีวิวพี่เต้ยแล้ว
ไว้จะรอหาแผ่นมาดูทีหลังค่ะ


โดย: BeCoffee วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:22:26:20 น.  

 
ยังไม่ได้ดูเลยจ้า
อ่านแต่หนังสือทั้งที่เกี่ยวกับงาน และไม่เกี่ยวกับงาน


โดย: grappa วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:22:29:17 น.  

 
เรื่องนี้"เกือบ"ได้ดูครับ แหะๆ


โดย: kirofsky วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:3:12:55 น.  

 
...


"ความจริง" ที่ผมว่าไว้ในคอมเม้นท์ก่อน
อาจจะออกแนว "ศรัทธาจริต" ไปนี๊ดดดด...

ก็อย่างที่ พี่เต้ย ว่าไว้ในคอมเม้นท์ก่อนนี้ (ของบล็อกผม) อ่าครับ
ที่ว่าถ้าพิจารณาตามหลักของ พุทธศาสนา
สิ่งของต่างๆจะมิมีวิญญาณ
(ซึ่งถ้าจะเล่นลิ้นก็จะตีไปได้อีกว่าเป็น วิญญาณผีลอยล่อง หรือเป็น ความระลึกรู้ -consciousness )
หรือถ้าดูให้ลึกๆว่ามีชีวิตหรือไม่ก็อาจจะพิจารณาที่ "เจตสิก"
ซึ่งอันนี้ผมลืมไปแล้วว่ามันคืออารายยย...

ผมก็ยึดเอาตามนั้นล่ะครับ




เรื่องบางเรื่องนี่
ผมว่าเราไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้
อย่างที่ท่าน ว.วชิรเมธี เคยเขียนไว้ (ไม่ quote นะครับ)
"เราอาจจะอยากรู้ว่าการโดนรถชนมันเจ็บแค่ไหน แต่เราจำเป็นต้องไปให้รถชนฤา?"
(ตัวอย่างไม่ต้องตรงเท่าไรนัก)

รู้เฉพาะสิ่งที่ทำให้ "ไม่ทุกข์" ก็พอแล้วเน้อ
(แต่คนเราก็มักจะสู่รู้กันมั่กๆ นัท-คุง คนนึงล่ะ )



ป.ล. ความจริงมี 2 อย่างครับ
อันแรกคือ ปรมัตถ์ ที่จะไม่เปลี่ยนแปลงไป
อีกอันคือ สมมติ ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไปตามเงื่อนไขและสภาพใดๆ

ที่พี่ว่ามันไม่สามารถระบุชัด ก็คงเป็น สมมติ ล่ะครับ




โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:8:40:12 น.  

 
สาไปดูหนังเรื่องนี้มาแหล่ะ ชอบค่ะ ตลกดีค่ะ อิอิ


โดย: Candydolls วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:8:44:37 น.  

 
คุณสาวไกด์ ..

เรื่องของการแนะนำหนังหรือว่าหนังสือ
ที่เราว่าดีให้กับคนอื่นแล้วเค้าไม่ดูหรือคิดแม้แต่จะลอง
บางทียอมรับเลยคะว่าหงุดหงิดจังว่าทำไม
เค้าไม่ลองอ่านลองดู แต่ก็ว่าไม่ได้ล่ะคะ
เพราะว่าเราเองบางทีก็ได้รับการแนะนำมา
ก็ยังต้องใช้เวลาเลยกว่าจะอ่านเน๊าะ


โดย: JewNid วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:9:23:40 น.  

 


โดย: หอมกร วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:10:41:23 น.  

 
...


+ แล้วพี่จะพิสูจน์ด้วยวิธีไหนอ่าครับ?



+ สมมตินะครับสมมติ
ถ้าเราจะห้ามไม่ให้คนตัดไม้ทำลายป่า

แล้วมีสองวิธีให้เลือก ระหว่าง ทำให้เขากระจ่างเรื่องความไม่สมดุลของระบบนิเวศน์ ซึ่งจะย้อนกลับมาทำลายเขาและคนรอบข้างในที่สุด
กับ การทำให้เขาเชื่อว่า มีเทพอารักษ์ อยู่ในต้นไม้
หากไปตัดทิ้งจะถูกเทพเจ้าลงโทษ

แม้ผลจะออกมาเหมือนกัน (กรณีที่เขาเก็ททั้งสองทาง...สมมตินะครับสมมติ)
พี่ว่าทางเลือกไหนจากสองทางที่ว่าจะดีที่สุดเอ่ย?



+ แนวคิดพี่นี่อ่านแล้วคิดถึง "สิทธารถะ" เลยอ่าครับ
เป็นตัวของตัวเองดี




ป.ล. เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
พี่จำที่เราเคยคุยกันไปมาเรื่อง จำนวนพระพุทธเจ้ามีดังเม็ดทราย ได้ป่าวครับ?

ได้ฟังธรรมจากที่ไปปฏิบัติธรรมมา ผมจึงเก็ทสิ่งที่พี่บอก
เป็นเพราะนับรวม "อรหันต์" ไปด้วยนั่นเอง
ไม่ใช่แค่ "ผู้ตรัสรู้ได้ด้วยตนเองและสอนคนอื่นได้" กับ "ผู้ตรัสรู้ได้ด้วยตนเองแต่สอนคนอื่นไม่ได้" เพียงสองประการ





โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:11:17:32 น.  

 


โดย: NathalieNoelle วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:13:27:11 น.  

 
...



+ ผมก็เกรงๆอยู่นะเนี่ย
เพราะว่ากันว่าไม่ควรสนทนากันสองเรื่อง
1) การเมือง
2) ศาสนา
ไม่งั้นจะต้องต่อยกัน อิอิ

แต่ไม่เป็นไรหรอกเนอะพี่
เราคุยกันทางตัวหนังสือ ไม่เห็นแอ๊คชั่น (มุขนะครับมุข)



+ เรื่อง เม็ดทราย นี่
ฟังมาจาก ยุวพุทธิกสมาคมฯ ครับ



+ เรื่อง สมมต ต่อ

พี่เต้ย เหมาะกับความจริงปรมัตถ์แล้วนาครับ อิอิ



โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:13:48:15 น.  

 
เป็นหนังที่โรแมนติคมากคับ

ผมชอบช่วงแรกของหนังนะที่ wall E อยู่คนเดียวและเพิ่งจีบ EVE ใหม่ๆ มันให้อารมณ์เหงาๆอินเลิฟดี

ช่วงหลังๆในยานอวกาศแม้จะมั่วเมามันส์ไปหน่อยแต่ก็ยังดูสนุกอยู่

ถ้าใครเคยดู 2001 A space odyssey มาก่อนเชื่อว่าจะขำก๊ากกับหลายๆฉากเลยล่ะครับ


โดย: jonykeano วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:14:37:26 น.  

 
เรื่องนี้รอดู (จากแผ่น) อยู่ค่ะ ตามไปดูที่โรงหนังไม่ทัน

(มาblog นี้ทีไรหมดเวลาไปเยอะ เนื้อหามากเหลือเกินแล้วจะกลับมาโกยอีกนะคะ ขอเอาไปปะไว้ที่friend's blogs นะคะจะได้ให้เพื่อน ๆ มาแวะชมบ้าง)


โดย: Maekapomkha วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:15:14:39 น.  

 
แวะมาตอบนิดนึง

คุยสาวไกด์เข้าใจถูกแล้วครับ ที่ว่าเพื่อนผมอีกคนกำลังเดินทางไปไกลแสนไกลที่มีตั๋วไปเที่ยวเดียว

ยินดีที่ได้คุยกันอีกครับ


โดย: jonykeano วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:20:40:19 น.  

 
สวัสดีอีกรอบครับ

จะเข้ามาบอกว่า เห็นด้วยกับที่คุณสาวไกด์เข้าไปเมนท์ในบล็อคผมนะครับ ที่ว่า "หรือเค้าไม่กล้าทำความดีในโลกของความเป็นจริง ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่เหอะ ก็เลยทำให้ต้องมาระบายออกทางเน็ตน่ะ" เออ... เป็นสมมติฐานที่เข้าท่ามากเลยครับ (แต่ดูเหมือนคนมีปมทางจิตยังไงก็ไม่รู้) แต่ผมว่านับวันมันยิ่งเยอะขึ้นนะครับ คนแบบนี้ ไม่ทราบว่าคุณสาวไกด์เคยดู The Mist มั๊ยครับ ผมว่าคนแบบนั้นก็เหมือนกลุ่มคนที่หันไปนับถือยัยป้าบ้าพระเจ้าคนนั้นนั่นแหละ

เอาเข้าจริงแล้วผมว่าไอ้คนแบบนี้แหละ ที่น่ากลัว


โดย: แฟนผมตัวดำ วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:21:14:14 น.  

 
ที่เกือบได้ดูเพราะคนชวนเป็นเพศชายอะครับ 555


โดย: kirofsky วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:21:30:09 น.  

 
ไม่ได้ไปดูอ่ะกั๊บ แฮะแฮะ

คิดถึงนะค้าบ (นานๆ แวะมาที)


โดย: เปิ้ลพีเองกั๊บ IP: 125.24.68.61 วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:22:58:29 น.  

 
ขอบคุณที่แวะเข้าไปทักทายพระจันทร์ที่บ้านนะคะ


โดย: เจ้าแห่งน้ำคือพระจันทร์ IP: 58.8.73.223 วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:23:49:18 น.  

 
อ๊ากกกกกกกกกกกกก น่าดูอ่ะ แนวหนังแบบนี้เราชอบเลย ออกจากโรงไปยังหว่า มันเข้าเมื่อไหร่ไม่รู้เลย พักนี้ไม่ได้ติดตามข่าวสารบันเทิงไทยเลย ขอให้ยังไม่ออกเหอะ จะไปดู


โดย: LEE (lyfah ) วันที่: 18 กันยายน 2551 เวลา:0:22:51 น.  

 


โดย: หอมกร วันที่: 18 กันยายน 2551 เวลา:8:19:26 น.  

 
อยากดูวอลอีมากกก เลยค่ะ

ไว้จะไปหาแผ่นมาดูเนาะ (คือตอนนี้หนูอยู่ปักกิ่งแล้วล่ะค่ะ มาเรียนอีกตามเคย

)


โดย: concubine วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:23:09:01 น.  

 
แวะมาดูคนที่
วิจารณ์หนังก็ได้

ของเขาดีจริงๆครับ
รางวัลการันตีมากมาย


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:11:50:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
สาวไกด์ใจซื่อ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 201 คน [?]




ชอบอ่านหนังสือและดูหนังค่ะ ตอนนี้ทำงานด้านการท่องเที่ยวอยู่ นิสัยดีบ้างร้ายบ้าง แล้วแต่สภาวการณ์และคนที่เจอ


เนื้อหาและรูปภาพทั้งหมดในบล็อกสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้นำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก


ติดต่อเจ้าของบล็อกได้ที่ theworpor@yahoo.com
หรือ
https://www.facebook.com/saoguide






Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
15 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สาวไกด์ใจซื่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.