##### รีวิวปราสาทคินคาคุจิ Kinkakuji เกียวโต #####







สวัสดีค่ะ





เอนทรี่ล่าสุด รีวิวร้านอาหาร สุราษฎร์ธานี - ยกเข่ง ร้านดังของเมืองสุราษฎร์ค่ะ (คลิกเพื่ออ่าน)







หลังจากรีวิวที่พัก ที่ช็อปปิ้ง และสายการบินมาแล้วดังนี้

โรงแรม Nikko Osaka - ทำเลดีค่ะ (คลิกเพื่ออ่าน)

Nikko Hotel Osaka - อาหารเช้า (คลิกเพื่ออ่าน)

รีวิวสายการบิน JAL เส้นทางกรุงเทพฯ - คันไซ โอซาก้า และการผ่านด่านตม. (คลิกเพื่ออ่าน)

รีวิวย่านชินไซบาชิ โอซาก้า - ของกินและช็อปปิ้งค่า (แนะนำชีสทาร์ตเจ้าอร่อยด้วยนะคะ) (คลิกเพื่ออ่าน)

รีวิววัดไทโดจิแห่งเมืองนารา (คลิกเพื่ออ่าน)









วันนี้ก็จะพาไปอีกวัดที่ขึ้นชื่อของเกียวโตกันบ้างนะคะ นั่นก็คือวัดคินคาคุจินั่นเองค่ะ

ซึ่งรูปที่ใช้ในการรีวิวนี่ก็ปนๆ กันมาในสามทริปที่ไปนะคะ คือ กันยายน ต้นพฤศจิกายน และมีนาคมค่ะ

ข้อมูลจากเว็บนี้นะคะ
//www.oknation.net/blog/print.php?id=431731


ปราสาทคินคาคุจิ(Kinkaku) หรือปราสาททอง เดิมเป็นสถานตากอากาศของ โชกุนโยชิมิสึ (Yoshimitsu) แห่งตระกูลอาชิคางะ จากภาพยนตร์เรื่อง เณรน้อยเจ้าปัญญา – อิคคิวซัง ปราสาทนี้ สร้างขึ้นใหม่ในปีค.ศ . 1955 หลังจากที่ได้ ถูกไฟไหม้ ไปเมื่อปี ค.ศ . 1950 ซึ่งได้ถอดแบบจำลองโครงสร้างจากของจริงในยุคศตวรรษที่ 14 ตัวอาคารมี 3 ชั้น ตัวเรือนเป็นสีทองจากทองคำเปลว อีก จุดเด่นของปราสาทแห่งนี้ก็คือรูปหล่อนกฟีนิกซ์ บนยอดปราสาท .. โดยรอบปราสาทมีลำธารน้ำใสสะอาดทำให้เกิดภาพสะท้อนผิวน้ำแสนสวยราวภาพวาด และภายในบริเวณปราสาทมีสวนญี่ปุ่นจัดแต่งไว้อย่างสวยงาม


คินคาคูจิ (Kinkaku )หรือ วัดวิหารทอง มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘วัดโระคุงอนจิ’ (Rokuon-ji Temple) ซึ่งมีความหมายว่า วัดสวนกวาง เป็นวัดที่วิจิตรงดงามอีกแห่งหนึ่งในเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น จนองค์การยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกโลก (World Cultural Heritage )ในปี 1994

วิหารหลังงามแห่งนี้ แต่เดิมเคยเป็นที่ดินของไซออนจิ คิซูเนะ(Kintsune Saionji) (ค.ศ.1171-1244) หลังจากนั้นก็ตกเป็นของท่านโชกุน โยชิมิตสึ อาชิคางะ(Shogun of Ashikaga) ในการ์ตูนเรื่องอิกคิวซังนั่นเอง ซึ่งขณะนั้นโชกุนโยชิมิตสึได้ใช้วัดแห่งนี้เป็นที่พักผ่อน และรับรองแขกสำคัญ เช่น จักรพรรดิโคมัตสึ พระบิดาของ อิกคิวซัง ต่อมาในปี 1419 บุตรชายของโชกุนอาชิคางะได้เปลี่ยนแปลงให้เป็นวัดนิกายเซน สายรินไซ

ภายในคินคาคูจินั้น แต่เดิมครั้งยังเป็นสถานที่ตากอากาศของโชกุน มีอาคารหลายแห่งปรากฏอยู่ อย่างเช่นรูปจำลองของประสาทชิชิน-เดน แต่เมื่อได้ เปลี่ยนเป็นวัดแล้ว จึงถูกรื้อถอนออกไป แต่ตอนนี้แม้จะไม่มีอาคารอื่นๆ ให้เห็น แต่สวนและต้นไม้รอบๆ คินคาคูจินั้น ก็ยังคงสภาพดั้งเดิมเช่นเมื่อร้อยกว่าปี




ภาพแรกของที่นี่ที่ปรากฏแก่สายตา (หลังจากจอดรถที่ลานแล้ว) ก็คืออาคารหลังนี้ค่ะ ซึ่งเป็นอาคารขายพวกขนม ของกินต่างๆ ด้วยนะคะ มีพวกไอติม น้ำแข็งไสต่างๆ ค่ะ แต่ไอติม ลูกค้าบอกว่าที่หน้าปราสาทโอซาก้าอร่อยกว่านะคะ แหะๆ
























จากนั้นก็เดินผ่านหน้าอาคารดังกล่าวไปค่ะ ตามทางเดินแบบนี้เพื่อเข้าสู่บริเวณวัดนะคะ


















ตรงทางเดินนี้เองค่ะ ถ้ามองไปทางขวามือก็จะเจอห้องน้ำแล้วนะคะ


















เราก็เดินต่อไปจะเจอทีตันค่ะ (ทางขวามือนั่นเป็นทางออก) เราต้องเลี้ยวซ้ายไปตามทางแบบนี้จนเจอสามแยกอีกทีก็เลี้ยวขวาค่ะ


















ตรงทางแยกนี่ เวลาช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะสวยมากเลยนะคะ แดงอย่างที่เห็นตามภาพนี้เลยหละค่ะ






















จากนั้นจะเจอลานและประตูทางเข้าแบบนี้ก็เดินลอดเข้าประตูไปนะคะ





















จากนั้นก็เดินไปตามทางแบบนี้อีกหน่อยหนึ่งนะคะ

อาคารทางขวามือนี่ก็น่าจะเป็นไปตามที่เว็บเดิมว่าไว้ค่ะว่า...

บรรยากาศร่มรื่นต้อนรับผู้ไปเยือนตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ตัววัด ด้านขวามือเป็นเขตของพระและฮอนโด ซึ่งเป็นวิหารหลัก และมีต้นคาเมลเลียที่พระจักรพรรดิโก มิซูโนโอะ ทรงปลูกไว้ ประดับอยู่ด้านหน้าหอ หลังจากที่เดินไปตามทางตลอดแนวของต้นไม้ ก็จะเห็นประตูกลาง หรือชูมอง ซึ่งด้านขวาจะมีก้อนหินรูปเรือขนาดใหญ่ประดับอยู่ ส่วนด้านซ้ายจะเป็นส่วนของหอระฆัง หรือที่เรียกว่า ‘โชโร’ เมื่อเดินไปจนสุดก็จะพบกับประตูจีน หรือคารามอน เมื่อเดินผ่านประตูจีนเข้าไป ก็จะเห็นภาพที่สวยงามที่สุด นั่นก็คือ สระกระจก ที่สะท้อนภาพศาลาทองอร่ามชัดเจน สระกระจก ถูกออกแบบให้เป็นสระน้ำบนสรวงสวรรค์ ภาย ในสระมีดอกบัว และยังมีเกาะเล็กๆและก้อนหินโผล่พ้นขึ้นมาเหนือน้ำซึ่งก็เปรียบเป็นหาสมุทร 8 แห่ง และภูเขา 9 ลูก ในตำนานของเซน

ทิวทัศน์เหล่านี้เป็นเสน่ห์จูงใจให้ผู้มาพบเห็นเกิดความสงบและศรัทธา โดยเฉพาะในหน้าหนาว จะเห็นใบไม้และต้นไม้เปลี่ยนเป็นสีแดงและสีส้ม ส่วนในฤดูหนาวทุกสิ่งทุกอย่างจะปกคลุมไปด้วยหิมะ เห็นเป็นสีขาวโพลน


















จากนั้นก็จะเจอทางแบบนี้แยกสำหรับกรณีที่มาเป็นกรุ๊ป (เข้าช่องซ้าย) และที่มาเอง (ช่องขวา) ค่ะ


















เดินไปตามช่องที่เขาแบ่งหน่อยหนึ่งก็จะเห็นที่ขายตั๋วทางขวามือตามภาพค่ะ


















ตั๋วเข้าที่นี่พร้อมโบรชัวร์ของที่นี่ค่ะ


















เดินไปตามทางเลาะเลียบด้านในกำแพงเตี้ยๆ แบบนี้นะคะ


















จากนั้นก็จะเจอทางแยก (อีกแล้ว) แบบนี้ค่ะ

เราจะต้องเดินไปทางซ้ายมือก่อนนะคะ จะเป็นจุดที่อนุญาตให้ถ่ายรูป แล้วค่อยกลับมาเดินตรงไป เลาะข้างสระน้ำไปค่ะ

จะเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่คอยโบก (แอนด์บอก) ว่าให้ไปทางซ้ายมือก่อนค่ะ


















ข้อมูลจากเว็บเดิมนะคะ


ส่วนวิหารทองนั้นนับว่าเป็นจุดที่ดึงดูดใจผู้ที่มาพบเห็นเป็นที่สุด เป็นอาคาร 3 ชั้น ตั้งตระหง่านด้วยความสูง 12.8 เมตร กว้าง 10 เมตร และ ยาว 15.2 เมตร แต่ละชั้นมีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ต่างกันไป

สำหรับชั้นแรกของวิหาร เรียกว่า ‘โฮซุยอิน’ ตกแต่งสไตล์ชินเดน-ซูคูริ เป็นห้องโถงขนาดใหญ่และมีระเบียงไม้ล้อมรอบแบบพระราชวังสมัยนั้น พื้นที่ส่วนนี้ ใช้เป็นส่วนต้อนรับแขกสำคัญ

ชั้นที่ 2 ถูกออกแบบในสไตล์บ้านของซามูไร หรือเรียกว่า ‘โชฮอนโด’ ซึ่ง โชกุนจะใช้เป็นที่ประชุม หรือพบปะกับแขกผู้มีเกียรติ ผนังของห้องตกแต่งด้วย ภาพวาดของ คาโน่ มาซาโนบุ ในยุค 1434-1530

ส่วนชั้นที่ 3 เรียกว่า ‘คูเคียวโช’ เป็นรูปแบบวัดนิกายเซน มีพื้นที่เพียง 23 ตารางฟุต ซึ่งเป็นที่ที่ท่านโชกุนใช้พบ ปะกับเพื่อนสนิทเพื่อดื่มน้ำ ชา การตกแต่งของชั้นนี้ ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะของจีน มีขอบหน้าต่างเป็นรูป ระฆัง มีพระพุทธรูป 3 องค์ประทับอยู่

ชั้นที่ 2 และ 3 ใช้ขั้นตอนที่เรียกว่า อูรูชิ เป็นการทาเคลือบวัสดุตาม แบบของญี่ปุ่น เพื่อเป็นการรักษาและเชื่อมวัสดุเข้าด้วยกัน แล้วใช้แผ่นทองคำ น้ำหนักรวม 20 กก. ปิดทับรวม 5 ชั้น สร้างความโอ่อ่าอลังการเป็นอย่างมาก วิหาร ทองแห่งนี้ยังเป็นตัวแทนของการรวมวัฒนธรรมระหว่างญี่ปุ่นกับจีนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากโชกุน โยชิมิตสุ ชื่นชอบ วัฒนธรรมและศิลปะของจีนเป็นพิเศษ

แม้ความงามของวิหารทองแห่งนี้ จะถูกสร้างขึ้นด้วยแรง ศรัทธา แต่ก็ถูกเผาทำลายหลายครั้งในระหว่างสงครามโอนิง และครั้งหนึ่งวิหารถูกเผาจากฝีมือของพระในวัดวัย 21 ปี และเมื่อถูกจับได้ ก็ยอมสารภาพว่า ตัวเองอยากตายในกอง เพลิงพร้อมกับวิหารสีทองแสนสวยแห่งนี้ และวิหารที่เห็นใน ปัจจุบันถูกสร้างขึ้นใหม่ ตามรูปแบบเดิมเมื่อปี พ.ศ.2498




















เอาภาพในฤดูใบไม้ร่วงมาให้ชมค่ะ สวยดีเนาะ

















เดินเลยไปจากสระน้ำที่มีปราสาททองก็จะเจออาคารหลังนี้ค่ะ

ไม่แน่ใจว่าเป็นเรือนน้ำชาหรือเปล่านะคะ (ณ ตอนนั้นหาไกด์ท้องถิ่นไม่เจอแว้ว จมไปกะฝูงชนแล้วค่ะ เหอๆ)


















เลยไปอีกหน่อยจะเจออาคารหลังนี้นะคะ เป็นอาคารที่จำหน่ายเครื่องรางต่างๆ ค่ะ

ที่นี่จะมีเครื่องรางที่เป็นอิคคิวซังกับคิตตี้ด้วยนะคะ (มารู้ทีหลังว่าเค้าห้ามถ่ายภาพง่ะ แหะๆ)




















เลยจากที่ขายเครื่องรางมา เดินมาตามทางอีกจะเจอก้อนหินแกะสลักเป็นรูปพระแบบนี้ค่ะ

ได้ยินแว่วๆ ว่า ให้อธิษฐานถามถึงเรื่องที่เราอยากรู้แล้วโยนเหรียญ ถ้าสำเร็จ จะโยนเหรียญเข้าค่ะ


















จากตรงแถวๆ ที่หินแกะสลักเป็นรูปพระนี่ ถ้าเราหันมองย้อนกลับไป จะเห็นชั้นบนสุดของปราสาท ซึ่งจะมีรูปนกฟีนิกซ์อยู่บนยอดปราสาทนะคะ


















หลังจากนั้นก็เดินไปตามทางเรื่อยๆ ก็จะเจอทางแยกนี้ค่ะ ถ้าเดินตรงไปจะเป็นห้องน้ำอีกจุดหนึ่งนะคะ

เลี้ยวซ้ายเข้าประตูเพื่อไปยังจุดต่อไปกันค่ะ


















พอลอดประตูไปปุ๊บก็จะเจอสวนและอาคาร ตรงนี้เป็นเรือนน้ำชาซึ่งน่าจะเป็นของเอกชนแล้วหละค่ะ

ราคาก็ห้าร้อยเยนต่อชาและขนมนะคะ

คนไปกินกันมากพอควรทีเดียว ก็เกียวโตเค้าก็ดังเรื่องชาเขียวอะนะคะ























จากอาคารน้ำชา ตรงไปก็จะเป็นศาลเจ้านะคะ

ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นที่จำหน่ายแผ่นป้ายขอพรรูปอิ๊คคิวซังค่ะ
























ระหว่างที่แขวนแผ่นป้ายกับศาลเจ้าก็เป็นที่ปักเทียนด้วย

มีตัวอักษรด้วยง่ะ แต่เราอ่านญี่ปุ่นไม่ออก

ไม่รู้ว่าเป็นเทียนแนวเดียวกับทางเหนือของไทยหรือเปล่านะคะ ประเภทสะเดาะเคราะห์ ต่อชะตาอะไรงี้




















สำหรับศาลเจ้าแห่งนี้นะคะ บางที่ก็บอกว่าเป็นศาลเจ้าแห่งเทพเจ้าแห่งไฟค่ะ

บางที่ก็บอกว่าเป็นศาลเจ้าที่ควรขอเรื่องสุขภาพค่ะ อันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเชื่อใครนะคะ แหะๆ





สำหรับวิธีการของที่นี่ จาก //www.oknation.net/blog/sea-sand-n-star/2012/10/25/entry-1 บอกดังนี้นะคะ

การเขย่าเชือกเพื่อตีระฆังก่อนแล้วจึงค่อยโยนเงินเหรียญเพื่อทำบุญ แล้วโค้งคำนับ 2 ครั้ง จากนั้นจึงปรบมือ 2 ครั้ง ก่อนขอพรด้วยความศรัทธา แล้วโค้งคำนับอีก 1 ครั้ง เป็นอันเสร็จพิธี

















ตรงหน้าศาลเจ้าจะมีเจ้าตู้เหลืองๆ นี่อยู่ค่ะ นั่นก็คือเป็นตู้สำหรับหยอดเซียมซีนั่นเอง

หยอดร้อยเยนมั้งคะ ถ้าจำไม่ผิดนะ


















ตรงบริเวณแถบๆ ศาลเจ้านี่ก็จะมีร้านขายของที่ระลึก ขนม ชาเขียวต่างๆ มากมายนะคะ

อย่างพวกพวงกุญแจ ที่ห้อยโทรศัพท์รูปคิตตี้กับปราสาททองคินคาคุจิ ก็ต้องซื้อแถวๆ นี้หละค่ะ


















ชาเขียวเจ้านี้อร่อยนะคะ แพง แต่อร่อยเลยแหละ ออกหวานหน่อยๆ ด้วยค่ะ
























นอกจากนั้นก็มีตู้กดเครื่องดื่มด้วย ตอนเราไปรอบเดือนมีนาคม มีตู้ไอติมฮาเก้นดาสด้วยหละ

รับเหรียญก็ตามรูปเลยนะคะ แต่เห็นมีที่รับแบงก์ด้วยนะคะ


























ปิดท้ายด้วยวิธีการไปที่นี่นะคะ เอามาจากลิงก์แรกที่เราเอาข้อมูลมาแปะเยอะๆ นี่แหละค่ะ


การเดินทางไป วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) นั่งรถบัสสาย 101, 102, 204, 205 จากสถานีรถไฟเกียวโต ลงที่ป้าย Kinkakuji-michi แล้วเดินต่ออีก 300 เมตร (ประมาณ 5 นาที) จะถึงทางเข้าวัด นั่งรถบัสสาย 12, 59 ลงที่ป้าย Kinkakuji-mae แนะนำให้ซื้อ ตั๋วแบบวันเดย์พาส Kyoto City Buses One Day Pass ในราคา 500 เยน สามารถขึ้นรถบัสในเมืองเกียวโตได้ทุกสายไม่จำกัดจำนวนเที่ยว หาซื้อได้ที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว บริเวณขวามือเมื่อออกจากประตูสถานีรถไฟ (หันหน้าไปที่เกียวโตโดม) เวลาเปิด 09.00-17.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 400 เยน เด็ก 300 เยน











ก็หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์สำหรับท่านที่จะไปเที่ยวที่นี่กันบ้างนะคะ








ปฏิทินธรรม








วันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม 2557

1. ตักบาตรพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น วัดพุทธบูชา (ทุกวันเสาร์แรกของเดือน)




วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม 2557 (กิจกรรมจัดทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน)

1.ทำบุญกับพระกรรมฐานสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
ณ มูลนิธิพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ถ.จรัญสนิทวงศ์ซอย 37
เวลา 06.30-10.30 น.


ดูรายละเอียดพระที่มารับบาตรและแผนที่ได้ที่
//www.watpa.com/board_detail.asp?board_id=3447





วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม ๒๕๕๗

1. เชิญทุกท่านร่วมสวดมนต์ และฟังการแสดงธรรม โดย พระหลวงปู่อุทัย สิริธโร วัดเขาใหญ่เจริญธรรมญาณสัมปันโน จ.นครราชสีมา

เวลา ๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น.

ณ บ้านอารีย์

เว็บไซต์บ้านอารีย์
//www.baanaree.net





วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2557 (กิจกรรมจัดทุกๆ วันอาทิตย์ที่ ๒ และ ๔ ของเดือน)

1. ทำบุญ ฟังธรรม จากครูบาอาจารย์พระป่าสายกัมมฐาน ณ ศาลาลุงชิน แจ้งวัฒนะ 14
กิจกรรมจะเริ่มจากการถวายภัตตาหารร่วมกันเวลา ๘:oo น. สำหรับท่านที่สนใจนำอาหารมาร่วมทำบุญ แนะนำให้มาก่อนเวลาเพื่อจัดเตรียมอาหารใส่ภาชนะ ซึ่งจะเริ่มลำเลียงถาดอาหารเพื่อเตรียมประเคนเวลาประมาณ ๗:๔๕ น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่
https://www.facebook.com/SalaLungChin?fref=ts






วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม 2557 (กิจกรรมจัดทุกวันอาทิตย์ที่สามของเดือน)

1. ตักบาตรพระกรรมฐาน (นิมนต์พระสายหลวงปู่มั่น) ที่วัดบรมนิวาส (ไม่มีรายละเอียดอย่างอื่นค่ะ)





วันพุธที่ 14 พฤษภาคม 2557

1. ฟังธรรม พระอาจารย์มานพ อุปสโม แห่งวัดนายโรง และศูนย์ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ เขาดินหนองแสง จันทบุรี

18.30 น. - สวดมนต์ ทำวัตรเย็น / 19.00-21.00 น. - นั่งสมาธิ และ ฟังธรรม (เน้นการปฏิบัติ ตามแนวมหาสติปัฏฐาน 4)

ณ หอประชุมพุทธคยา อมรินทร์พลาซ่า ชั้น 22

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.facebook.com/events/874320219304643/?ref=5





วันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2557 (จัดทุกวันเสาร์ที่สี่ของเดือน)

1. เชิญทุกท่านร่วมทำบุญตักบาตร สดับธรรม พระเถระวัดป่ากรรมฐาน เมตตารับบาตร โดย พระราชภาวนาวิกรม (หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม) วัดหนองป่าพง จ. อุบลราชธานี พระครูสุธรรมประโชติ (หลวงพ่อคำผอง ฐิตปุญโญ) วัดป่าพิทักษ์ธรรม จ. นครราชสีมา พระครูภาวนาอุดมคุณ (หลวงพ่อโสภา อุตฺตโม) วัดเขาวันชัยนวรัตน์ จ. นครราชสีมา

เวลา ๐๗.๐๐-๑๐.๐๐ น. ณ บ้านอารีย์

เว็บไซต์บ้านอารีย์
//www.baanaree.net





วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๗ (ในเว็บแย้งกันอยู่ค่ะ ที่หัวบอกว่าวันที่ 8 พฤษภาคม แต่ในเนื้อหาบอก 27 ยังไงเช็คกับทางบ้านอารีย์อีกทีนะคะ เพราะเราโทร.ไปถามแล้วไม่มีคนรับสายเลยค่ะ)

1.เชิญทุกท่านร่วมสวดมนต์ และฟังการแสดงธรรม โดย พระครูโอภาสวุฒิกร (พระอาจารย์โสภณ โอภาโส) วัดบึงลัฏฐิวัน จ.พระนครศรีอยุธยา

เวลา ๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ น.ณ บ้านอารีย์

เว็บไซต์บ้านอารีย์
//www.baanaree.net











ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ

1,469,696+1567697=3037393/10503/855





Create Date : 19 พฤษภาคม 2557
Last Update : 19 พฤษภาคม 2557 8:41:35 น. 23 comments
Counter : 8619 Pageviews.

 
ดูภาพวัด ถนน อาคารไม้ ดูเรียบ
ร้อย สอาด มีต้นไม้ สบาย ๆ ชอบดูครับ..
แผ่นผับ เขาไม่มีภาษาอังกฤษเหรอครับ
เที่ยวแบบนี้ดีครับ แหะ ๆ กลัว
ถูกต้อนเข้าร้านซื้อ สินค้า ยา
นะครับ 555


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 19 พฤษภาคม 2557 เวลา:10:12:28 น.  

 
ตามมาเที่ยวค่ะ ^^


โดย: มี๊เก๋+ป๊าโอ๋=ซีทะเล (kae+aoe ) วันที่: 19 พฤษภาคม 2557 เวลา:10:42:40 น.  

 
ตามมาเที่ยวค่ะ ^^


โดย: มี๊เก๋+ป๊าโอ๋=ซีทะเล (kae+aoe ) วันที่: 19 พฤษภาคม 2557 เวลา:10:42:40 น.  

 
เห็นใบไม้เปลี่ยนสีแล้วใจละลาย
อยากไปอยู่ที่นั่นพร้อมกล้องถ่ายภาพจริงๆครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 พฤษภาคม 2557 เวลา:10:55:21 น.  

 
ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยน่าไปเที่ยวค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 19 พฤษภาคม 2557 เวลา:13:10:35 น.  

 
สาวไกด์ใจซื่อ Travel Blog



ชอบตู้หยอดน้ำเขามากๆค่ะ
หลากหลายดี


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 19 พฤษภาคม 2557 เวลา:14:21:25 น.  

 
ตามพี่เต้ยมาเที่ยวญี่ปุ่นต่อครับ กดโหวตให้เลยครับ


ป.ล.ขอบคุณสำหรับที่กดโหวตให้ผมด้วยนะครับ


บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กระต่ายน้อยแสนซน Book Blog ดู Blog
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: ปีศาจความฝัน วันที่: 19 พฤษภาคม 2557 เวลา:17:23:26 น.  

 
สวัสดีค่ะ..

ผู้คนไปเที่ยวญี่ปุ่นกันเยอะนะค่ะ

ฤดูใบไม้ร่วง..สวยมากๆนะค่ะ

น่าอิจฉาจัง..อ้อมแอ้มยังไม่เคยไปญี่ปุ่นเลยค่ะ

มีความสุขมากๆนะค่ะ



โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 19 พฤษภาคม 2557 เวลา:19:05:39 น.  

 
ตามมาเที่ยวญึ่ปุ่นด้วยคนค่า
เห็นใบไม้สีแดงๆแล้วใจละลาย
ต้องตบด้วยไอติมชาเขียวเนาะ
น่าเที่ยวมากค่ะ สักวันต้องไปมั่ง

ทึ่งบ้านที่ฝรั่งเศส ตรงที่มันเงียบ
หรือว่ารูปทรงของบ้านคะ
ทั้งเงียบๆทั้งรูปทรงแบบนี้ มีหลายที่
ที่บล๊อคนี้ก็ใช่ค่ะ คลิกที่นี่
เงียบหมาหอนคือกันค่ะ 5555



โดย: schnuggy วันที่: 19 พฤษภาคม 2557 เวลา:19:20:43 น.  

 
เห็นชื่อวัดผมนึกถึงอิคคิวซังก่อนเลยครับ ตามประสาคนชอบดูการ์ตูน (ฮา)

เดินไกลเหมือนกันนะครับ แต่คงไม่มีที่ไหนไกลบ้าเลือดแบบที่จีนแล้วล่ะ ใบไม้เปลี่ยนสีสีสวยดี แดงไปหมดเลย มีถ่ายติดคนที่กำลังถ่ายรูปด้วย เห็นภาพแบบนี้บางทีก็รู้สึกว่าไม่น่าติดเค้ามาเลย แต่บางทีเห็นก็อดขำท่าทางตอนเค้าถ่ายรูปไม่ได้เหมือนกัน (ไม่ใช่ดูถูกนะ แต่เห็นแล้วมันได้ยิ้มน่ะ)

ดูงดงามดีจริงๆ ส่วนหนึ่งเพราะเงาที่สะท้อนลงในน้ำด้วยแหละ มันเลยดูสวย

กดถ่ายภาพมาแล้วก็ช่วยไม่ได้ บางครั้งกดไปแล้วพึ่งรู้ว่าเค้าห้ามก็มี แต่เรากดไปแล้วนี่นะ

พวกป้ายผมเดาจากตัวคันจิ ความหมายคงไม่ทิ้งกันกับภาษาจีน มีเกี่ยวกับประสบความสำเร็จในการเรียน (ในการ์ตูนชอบซื้อเครื่องรางตัวนี้ก่อนสอบ) เกี่ยวกับการเดินทาง/ครอบครัว ปลอดภัย สุขภภาพแข็งแรง

ป้ายไม้ที่เหมือนบ้านที่เขียนแล้วเอาไปแขวน ที่รู้มาบางคนวาดการ์ตูนลงไปด้วยเลยก็มี!!

ผมทึ่งกับตู้เชียมซีครับ ประเทศญี่ปุ่นสมเป็นประเทศที่มีตู้ขายของอัตโนมัติเยอะจริงๆ


โหวตท่องเที่ยวให้ด้วยความชอบส่วนตัว 555

+


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 20 พฤษภาคม 2557 เวลา:1:05:14 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับคุณเต้ย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 พฤษภาคม 2557 เวลา:6:15:09 น.  

 
โลภ โกรธ หลง
สามตัวนี้น่ากลัวทุกตัวครับ 555

สำหรับผมโทสะเป็นเรื่องที่ฝึกยากมากที่สุดเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 พฤษภาคม 2557 เวลา:8:41:20 น.  

 
ปราสาทสีท้องงามทุกฤดูเลยค่า
แต่ขอเมใจให้ใบไม้แดง สวยจริงๆ


โดย: AdrenalineRush วันที่: 20 พฤษภาคม 2557 เวลา:14:35:03 น.  

 
ขอตามมาเที่ยวกับพี่เต้ยด้วยคนค่ะ
ปล.พี่เต้ยมีนัดกับสาวด้วย ถ้าว่างบอกนะคะ


โดย: sawkitty วันที่: 20 พฤษภาคม 2557 เวลา:15:20:02 น.  

 
ไปพิพิธภัณฑ์เบนซ์ครึ่งวัน
แชะรัวไปเป็นพัน 55555
ตอนรัวก็สนุกดีค่ะ ท้อตอนทำรูปเนี่ย
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตนะคะ


โดย: schnuggy วันที่: 20 พฤษภาคม 2557 เวลา:20:29:51 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยครับ


โดย: wicsir วันที่: 20 พฤษภาคม 2557 เวลา:21:40:12 น.  

 
แงๆ ตอนที่ไปวัดนี้ฝนตกพรำ ๆ เลยค่ะ ถ่ายรูปไม่สวยเอาซะเลย แงๆๆๆ อิจฉาอ้ะ


โดย: keigolin วันที่: 20 พฤษภาคม 2557 เวลา:22:48:58 น.  

 
สวัสดีค่าคุณเต้ย

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
AppleWi Beauty Blog ดู Blog
newyorknurse Health Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Travel Blog ดู Blog
ALDI Food Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: schnuggy วันที่: 21 พฤษภาคม 2557 เวลา:0:56:22 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับคุณเต้ย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 พฤษภาคม 2557 เวลา:6:04:26 น.  

 
กาแฟในร้าน softcream ไม่อร่อยรุนแรง สียดายตังค์ 250 เยนเลยทีเดียว


โดย: ปลาทอง สมองน้อย IP: 122.155.132.66 วันที่: 21 พฤษภาคม 2557 เวลา:10:10:06 น.  

 
ภาพต้นไม้มีใบไม้สีแดง สีส้มสวยมากจ้ะ

ที่มีปราสาททองอยู่ด้วยก็สวย

พี่นาถเคยส่งโปสการ์ดมาให้พี่ แบบที่เต้ยถ่ายมาเลย มุมนี้เลย เห็นเงาสะท้อนของปราสาทสวยมาก...

อยากไป


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 21 พฤษภาคม 2557 เวลา:15:17:43 น.  

 
เคยไปเมื่อปี1985 ตอนนี้สวยกว่าเดิมมาก เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของชาวญี่ปุ่นแห่งหนึ่งที่ชาวพุทธควรไปเยี่ยมเยือนครับ


โดย: surya21 IP: 58.11.124.167 วันที่: 23 พฤษภาคม 2557 เวลา:17:07:25 น.  

 
อยากสั่งซื้อชาเขียวผสมทองคำทำไงอ่ะคะ


โดย: ฟ้า IP: 49.229.106.131 วันที่: 21 กันยายน 2560 เวลา:6:27:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
สาวไกด์ใจซื่อ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 201 คน [?]




ชอบอ่านหนังสือและดูหนังค่ะ ตอนนี้ทำงานด้านการท่องเที่ยวอยู่ นิสัยดีบ้างร้ายบ้าง แล้วแต่สภาวการณ์และคนที่เจอ


เนื้อหาและรูปภาพทั้งหมดในบล็อกสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้นำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก


ติดต่อเจ้าของบล็อกได้ที่ theworpor@yahoo.com
หรือ
https://www.facebook.com/saoguide






Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2557
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
19 พฤษภาคม 2557
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สาวไกด์ใจซื่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.