* + * + * + * + * ฟาร์มจิม ทอมป์สัน สถานที่เที่ยวแบบ agritourism ที่น่าสนใจ * + * + * + * + *






สวัสดีค่ะ


หลังจากพาไปเที่ยวโคราช

ทั้งแบบชิลๆ ตึกงามๆ ที่ พาลิโอ (คลิกเพื่ออ่าน)

และ ไหว้หลวงพ่อโตเพื่อเป็นมงคลกันแล้ว (คลิกเพื่ออ่่าน)




วันนี้จะพาไปเที่ยวอีกรสชาติหนึ่งกับการไปเที่ยวการท่องเที่ยวเชิงเกษตรนะคะที่ฟาร์มจิม ทอมป์สันนั่นเองงงงงงงง

คำเตือน บล็อกวันนี้ยาวโคตรและรูปเยอะมากกกกกกก หากต้องการดูครบทุกรูป ต้องอาศัยเน็ตแรงๆ นะคะ จะได้ดูอย่างครบถ้วนสมบูรณ์





อันความเดิมจากตอนที่แล้ว หลังจากออกจากวัดหลวงพ่อโต และเรายูเทิร์นเรียบร้อยแล้ว ที่จริง เราต้องเลี้ยวซ้าย ทว่า...เลย ก็เลยต้องยูเทิร์นอีกรอบ แหะๆ แล้วก็มาขึ้นตรงนี้แทนค่ะ วิ่งไปทางที่จะไปบุรีรัมย์น่ะนะคะ มันก็จะตีโค้ง ไปทางขวามือของเรา (ถ้าหันหน้าเข้าไปทางที่จะไปตัวเมืองโคราช)ให้ใหม่ค่ะ




















วิ่งไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเจอร้านตอไม้อยู่ทางซ้ายมือ เป็นร้านอาหารมีชื่ออีกที่ในแถบนี้ ทางขวามือก็จะเป็นทางวิ่งไปฟาร์มจิม ทอมสันได้ค่ะ แต่ว่า มันเลี้ยวไม่ได้เลย ต้องไปยูเทิร์นกลับมาก่อน แหะๆ

ที่ตอไม้นี่ จุดเด่นอีกอย่างคือ เขาทำห้องน้ำให้อยู่ในลักษณะของตอไม้น่ะค่ะ (ตามรูป)




















ยูเทิร์นกลับมาปุ๊บ เจอหลักกิโลเมตรนี้ที่บอกว่าอีก 15 กิโลถึงสีคิ้ว (จำหมายเลขหลักกิโลทางด้านตราครุฑไม่ได้แล้วค่ะ)

ร้านตอไม้จะกลายเป็นอยู่ทางขวามือ ก็เตรียมเลี้ยวซ้ายได้เลย (เห็นป้ายแดงๆ ปะคะ)




















จากแยกตรงนี้ ต้องวิ่งไปอีก 32 กิโลเมตรค่ะ


















เอิ่ม...เห็นทางแล้ว ก็จะบอกท่านที่คิดจะไปว่า เพราะงั้น ไม่ควรมาเส้นทางนี้ในเวลาเย็นย่ำมากๆ นะคะ เพราะเปลี่ยวใช้ได้เลย)

ก็วิ่งไปตามป้ายเรื่อยๆ แหละค่ะ ไม่หลง แต่..นาน แหะๆ

























จนถึงแยกนี้ จะต้องเลี้ยวซ้าย เลาะริมลำคลองไปค่ะ





















จนเจอป้ายนี้ ก็เตรียมเลี้ยวซ้าย ขึ้นสะพาน ข้ามคลองไปค่ะ























จากนั้นก็วิ่งไปอีกแป๊บหนึ่ง ก็จะถึงแล้วค่ะ เริ่มเห็นรถจอดๆ กันอยู่แล้วสยองไม่น้อย

วันนั้นรถติดยาวเลยค่ะ ไม่ชอบเที่ยวช่วงเทศกาลเพราะงี้แหละ

แต่ช่วงนั้นก็มีังานตามป้ายโฆษณานี้อยู่น่ะนะคะ


รถจอดล้นลานจอดรถมาจอดริมถนนเลยค่ะ เหอๆ


























พอดีว่ามีรถออกจากทางลานจอดรถฝั่งตรงข้ามฟาร์ม เราก็เลยเอารถไปจอดได้ค่ะ

จากนั้นก็เดินข้ามถนนไปสู่ทางเข้าฟาร์มกัน คนเยอะใช้ได้อยู่





















อ่านรายละเอียดฟาร์มทัวร์ในช่วงนั้นหน่อยค่ะ (พร้อมเบอร์โทร.เผื่อจะโทร.ไปถามทางค่ะ)




















จากนั้นก็เลี้ยวขวาไปอย่างที่ป้ายบอก เพื่อไปซื้อตั๋วค่ะ ผู้ใหญ่ 60 เด็ก 40 ค่ะ


















ซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์ พนักงานเสื้อเขียวๆ แบบนี้ค่ะ




















นอกจากนั้นที่นี่ยังสามารถมาพักเต๊นท์ได้ด้วยนะคะ รายละเอียดและราคาตามนี้ค่ะ























หลังจากชำระเงินเรียบร้อย เราจะได้เอกสารพร้อมใบเสร็จ (ตั๋ว) มาแบบนี้ค่ะ






















การเข้าไป (เพื่อขึ้นรถชมฟาร์ม) ก็เข้าได้สองไลน์อย่างนี้นะคะ เห็นคนแล้วท้อเลย


















ระหว่างยืนรอในคิว ก็เอาเอกสารที่เขาให้มามาเปิดดูค่ะ

โบรชัวร์ก็จะมีเรื่องราวของคุณจิม ทอมป์สัน แล้วก็เรื่องที่มาของฟาร์มนี้ค่ะ



















แล้วก็มีแผนที่ของฟาร์มให้ดูด้วย (ตัวการ์ตูน+ลายเส้นน่ารักดีค่ะ เราชอบ)

ก็แบ่งเป็นจุดๆ อย่างที่ถ่ายรูปมาให้ดูนะคะ



























ที่นี่ถ้าเด็กสูงไม่เกิน 100 ซม. เข้าฟรีนะคะ แล้วก็ห้ามนำสัตว์เลี้ยงขึ้นรถด้วย

แต่ขอบอกว่า เราเข้าไปแล้วเราเห็นมีคนเอาขึ้นหละ เหอๆ



















ซึ่งตรงซุ้มทางเดินของคิวที่จะขึ้นรถนี่ เค้าก็ปลูก..เอ่อ..แฟง? ฟัก? น้ำเต้า? something ค่ะ เรียกไม่ถูกไว้ด้วยนะคะ

ส่วนข้างๆ ก็มีกระถางพริกอยู่ น่ารักเชียว


















แต่ดูจากรูปนี้แล้วน่าจะน้ำเต้าเนาะ ใกล้จะถึงคิวเราสักทีๆ เย้ๆๆ


















อย่างที่บอกไว้นะคะ มีทางขึ้นแยกทั้งซ้ายและขวา รถก็จะเวียนมารับเรื่อยๆ ค่ะ






















บนรถแต่ละคันก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยบรรยายให้ฟังนะคะ คนนี้บรรยายไม่ค่อยดีเท่าไหร่ค่ะ สู้อีกคนที่เราเจอไม่ได้ คนนี้เค้าออกแนวท่องๆ มา เนือยๆ ควาเหนื่อยฉายชัด และไม่สนุกกับสิ่งที่พูดน่ะค่ะ สงสัยลูกค้าจะเยอะไปมั้ง (แต่อีกคนที่เดี๋ยวมีรูปเหมือนกันนี่ น่ารักมาก มีชีวิตชีวา ยิ้มแย้ม เล่าสนุกค่ะ)




















ตัวนี้ถ้าจำไม่ผิดเรียกว่า ปอเทืองนะคะ เอาไว้ทำอาหารสด หรือปุ๋ยสดเนี่ยแหละค่ะ แหะๆ



















ตรงนี้รู้สึกว่าจะเป็นโซนจำหน่ายอาหารค่ะ

แล้วก็วิวระหว่างทาง (คือเค้าบรรยายค่ะ ว่าเป็นต้นอะไร ยังไง แต่เราจำไม่ได้แล้ว แหะๆ)
























จากนั้นก็จะเจอทุ่งทานตะวันค่ะ ก็แสดงว่าใกล้ๆ จะถึงจุดจอดที่ 1 แล้วนะคะ





















จากนั้นก็จะถึงจุดจอดที่ 1 (หรือจุดที่สองในแผนที่)ค่ะ คนลงจากรถก็ลงด้านซ้าย ส่วนด้านขวาจะให้คนขึ้น

แต่ขอบอกว่า เราว่าเรื่องของการจัดการนี่ ฟาร์มโชคชัยดีกว่ามากๆ ค่ะ (แต่ค่าเข้าก็แพงกว่าเยอะเช่นกัน แหะๆ)



















ฟักทองงงงงงงงงงงงและทานตะวันค่ะ



















ฟักทองบางลูกใหญ่ยักษ์มาก ขนาดไหนก็ดูจากภาพนี้ค่ะ ตอนแรกเรานึกว่าของปลอม

แต่ไม่ใช่นะคะ ฟักทองจริงๆ แท้ๆ เลยแหละค่ะ






















จะเห็นว่าจุดนี้ เป็นลานโ่ล่งๆ เลยแหละค่ะ ร้อนได้ใจเลย ถ้ามาเช้าๆ หน่อยจะดีมากค่ะ ไม่งั้นแดดเผามากมายอ้ะ






















แล้วเราก็เจอน้องหมาน่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกก 2 ตัวค่ะ

แต่ท่าทางร้อนนะนั่น ลิ้นห้อยเชียว งือออออ




















่จุดนี้ส่วนใหญ่คนก็มาถ่ายรูปกันแหละค่ะ มีจุดให้ถ่ายรูปอยู่พอสมควรทีเดียว





















จากนั้นเราก็เดินขึ้นไปตรงเนินที่มีร้านค้าค่ะ เห็นอ่างเก็บน้ำอยู่ไกลๆ

ตรงบริเวณนี้จะมีที่จำหน่ายเครื่องดื่มและที่ืนั่งไว้บางส่วนให้ด้วยนะคะ
























จากนั้นเราก็ไปรอขึ้นรถเพื่อไปยังจุดต่อไปคือหมู่บ้านอีสานค่ะ การจัดการไม่ดีจริงๆ นะ

ต้องแย่งกันขึ้นสุดฤทธิ์ เฮ้อ..



















พอถึงที่นี่ อันดับแรก ขอไปถ่ายพระเอกของจุดนี้ก่อนค่ะ บุญหลายยยยยยยยยย ไปตามป้ายเลยค่ะ

ถ้าเราหันหลังให้ถนน หันหน้าเข้าคอกบุญหลาย ทางขวามือของเราก็เป็นหมู่บ้านอีสานแล้วค่ะ






















ผักปลอดสารพิษ ข้าวปลอดสารพิษ และตูดควายปลอดสารพิษ (เอ่อ..มุกควายจริงๆ ตรู)
























โห..พ่อบุญหลาย หล่อโคตร แมนโคตร บึกโคตร อ๊างงงงงงงงงง

มีที่ให้เหน็บตังค์ด้วยนะคะ สงสัยคนเลี้ยงทำไว้มั้ง



















นอกจากนั้นก็มีการให้ข้อมูลเรื่องของการปลูกข้าวด้วยนะคะ



















จากนั้นเราก็เดินไปที่หมู่บ้านอีสานค่ะ แหะๆ



















เดินไปถึง เจอบ้านแรกก็มีการแสดงการสีไฟให้ดูค่ะ (การแสดงต่างๆ นี่มีแต่ช่วงนี้นะคะ เพราะคุยกับเพื่อนที่เคยมา เพื่อนบอกว่าไม่มีง่ะ)

นอกจากนั้นก็มีไฟโป๊กให้ดูด้วยนะคะ




















มาชมไฟโป๊กกันก่อนค่ะ






























ต่อไป การสีไฟค่ะ

ดูแล้วทึ่งในภูมิปัญญาพื้นบ้าน และนึกถึงเรื่องเพชรพระอุมาอย่างไรไม่ถูก



























นอกจากนั้นก็ยังมีภูมิปัญญาพื้นบ้านอื่นๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นที่ใส่ขวดน้ำแบบนี้

หรือกังหันสำหรับให้เด็กเล่นแบบนี้























นอกจากนั้นก็ยังมีเดินกะลา ล้อวิ่งและม้าไม้ (เมื่อก่อนเราเดินม้าไม้ได้นะ แต่เดี๋็ยวนี้ อ้วน อืด ไม่สามารถแล้วง่ะ)























นอกจากนั้นก็มีการทำหนังสือในสมัยโบราณด้วยค่ะ พร้อมตัวอย่างหนังสือ เสียดาย เจ้าหน้าที่ไม่อยู่ เลยไม่มีใครอธิบายเลยน่ะ ได้แต่เดาๆ และถ่ายรูปมาค่ะ


คงจะจาร (สลัก) ก่อนแล้วค่อยลงสี แล้วก็ขัดกระมังคะ
































นอกจากนี้ตรงจุดนี้ก็มีที่ขายอาหาร (แต่ไม่เยอะนัก) และที่นั่งสำหรับรับประทานอาหารด้วยค่ะ






















แล้วก็มีข้าวซ้อมมือจำหน่ายด้วยค่ะ มีการสาธิตการตำข้าว (เด็กๆ ร่วมเล่นด้วยได้) และการฝัดข้าวด้วยนะคะ

จะอยู่ใกล้ๆ บ้านหลังนี้ค่ะ





























ใต้บ้านหลังเมื่อกี๊ ก็จะเป็นที่จำหน่ายสินค้าด้วยค่ะ

ส่วนชั้นบนนั้นเป็นที่นวดค่ะ คุณสามีสนใจก็เลยชักชวนกัน เพราะราคาไม่ได้แพงเลย

























ซึ่งเราสามารถเลือกคอร์สรวมกันได้นะคะ อย่างเราเอานวดคลายเครียดด้วย นวดเท้าด้วยน่ะค่ะ

ซึ่งก็เลือกได้ว่าจะนวดอยู่ที่ด้านนอกชานอย่างนี้

















หรืออยากได้มิดชิดหน่อย ก็นวดในบ้านอย่างนี้ค่ะ



















ซึ่งก่อนที่จะนวด ก็ต้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ เข้าไปเปลี่ยนในห้องก่อนออกมานวดค่ะ



















หลังจากนวดเสร็จ ก็จะมีชามะตูมให้กินแบบนี้ค่ะ




















2 ท่านนี้คือหมอที่นวดให้เรากับสามีค่ะ พี่ผู้หญิงเห็นตัวบางๆ อย่างนั้น แรงดีนะคะแต่คนผู้ชายนี่เก่งเลยค่ะ ตอนนวดเท้าสามีเรานี่ บอกถูกหมดเลยว่าเป็นโรคอะไร เจ๋งมาก

เสียดายเวลาน้อยไปหน่อย ไม่งั้นถ้าจะให้ครบคอร์สจริงๆ ต้อง 2 ชั่วโมงค่ะ แต่เรามีเวลาน้อย เพราะต้องกลับวันนี้แล้ว นี่ยังเหลือไปกินที่สวนไม้ฯ อีก




















นวดตัว สบายขึ้นหน่อยแล้ว ก็ลงมาเก็บรูปร้านขายของด้านล่างต่อ






















แล้วก็มีการสาธิตการ..เอ่อ..ยาหม้อ? ทำสีหม้อ? อะไรสักสิ่งนี่แหละค่ะ ด้วย แหะๆ



















จากนั้นเห็นทีท่าว่า คงต้องลำบากแย่งขึ้นรถอีก เลยตัดสินใจเดินดีกว่า ตรงใกล้ๆ นี่มีเรือนพยาบาลด้วยนะคะ หันหน้าเข้าเรือนพยาบาลนี้ เดินไปทางซ้ายมือค่ะ ไกลเหมือนกัน แต่เดินเรื่อยๆ ตอนเย็นๆ ก็พอได้อยู่ค่ะ




















ถึงซะที จุดสุดท้าย เป็นที่ขายของของฟาร์มและสวนดอกไม้เมืองหนาวค่ะ























นอกจากพวกดอกไม้เมืองหนาวแล้ว ก็ยังมีผักที่ปลูกแบบไม่ใช้ดินด้วยค่ะ

แต่ตอนที่เราไป ผักสภาพดีๆ ไม่ค่อยมีแล้วง่ะ เลยได้แต่ซื้อตะบองเพชรมา (เอามาวางหน้าจอคอมให้กรองรังสีค่ะ แฮ่)
























จากนั้นเราก็นั่งรถรางไปยังจุดทางออกค่ะ คราวนี้เจอเจ้าหน้าที่อีกคน

น้องคนนี้น่ารักค่ะ ยิ้มแย้ม พูดคุยมีชีวิตชีวาดีค่ะ ชอบๆ



















ตรงทางออกนี่ จะมีการปลูกมะเขือเทศแบบห้อยหัวด้วยนะคะ

เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีพื้นที่ในการปลูกค่ะ (คนที่อยู่คอนโดฯ อะไรอย่างนี้เป็นต้น)
























นอกจากนั้น หากท่านใดที่ซื้อของตามจุดต่างๆ แล้วขี้เกียจหิ้ว สามารถฝากให้เค้านำมาไว้ที่ทางออกได้

ซึ่งก็ต้องมารับที่กระโจม (เต๊นท์) สีขาวๆ นี่นะคะ



















จากนั้นก็ไปสำรวจห้องน้ำของที่นี่ค่ะ ก็ถือว่าสะอาดใช้ได้เลยค่ะ

คนเยอะขนาดนี้ แต่ไม่สกปรกเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ทั่วไป ใช้่ได้ๆ


























สรุปแล้วสำหรับที่นี่นะคะ ก็ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่น่าสนใจอีกที่ค่ะ แต่เหมาะกับผู้ที่มีรถเดินทางไปได้ค่ะ ดูเหมือนจะไม่มีรถสาธารณะบริการไปที่นี่เลยนะคะ การจัดการยังต้องปรับปรุงสำหรับการรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลค่ะ และหลายๆ อย่างที่มารีวิววันนี้ จะไม่มีในช่วงที่ไม่ใช่เทศกาลนะคะ เพราะฉะนั้นก็ลองตรวจสอบไถ่ถามกันให้ดีก่อน จะได้ไม่ผิดหวังค่ะ













ขอบคุณทุกท่านที่แวะมานะคะ

6450089/4709/443




Create Date : 26 เมษายน 2553
Last Update : 26 เมษายน 2553 8:20:45 น. 26 comments
Counter : 4335 Pageviews.

 
สวนผักน่าไปจัง ยังไม่เคยไปเลยนะเนี้ย อิอิ

จริงแล้วเปิ้ลก็ไม่ได้ทานราดหน้าหรอก เห็นเค้าบอกว่าอร่อยกัน เผื่อสาวไกด์จะได้ชิม อิอิ ใช่ๆๆ เปิ้ลก็ชอบร้าน To sit ใกล้กันเวลานั่งทานข้างนอกเปิ้ลได้ที่มึดๆ เตี้ยๆ ตลอดเลยอะ แต่ก็ชอบรสชาติอาหารค่ะ:))


โดย: APPLEAIR วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:10:08:51 น.  

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:11:25:39 น.  

 
น่าเที่ยวมากๆๆๆๆๆๆๆ
คนที่บ้านเรามาเห็น ท่าทางจะชอบ
(ส่วนเรา อยากเข้าไปกอดน้องหมาอะ แหะๆ)


โดย: แพนด้ามหาภัย IP: 124.127.123.51 วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:11:47:01 น.  

 
ได้ไปเที่ยวจิม ทอมป์สัน ฟาร์ม มาเหมือนกันครับ เมื่อปลายปีที่แล้ว

แต่เขาเปิดให้เข้าชมแค่ปีละครั้ง ปีนึงก้เปิดประมาณ 20 กว่าวันเท่านั้นเอง ใครพลาดไปก็รอปลายปีนี้นะครับ ถึงจะเปิดให้เข้าชมอีกที


โดย: NET-MANIA วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:12:45:58 น.  

 
อืม ถือเป็นที่เที่ยวที่น่าสนใจจังเลยค่ะ
มีกิจกรรมเยอะแยะมากมาย
เราดูแล้วแอบนึกถึงนิยายชุดบ้านไร่ฯ เลยอ่ะ


โดย: หัวใจสีชมพู วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:12:57:10 น.  

 

สวัสดียามบ่ายครับ
แวะมาเที่ยวด้วยคน ดูจากภาพ
เหมือนได้ไปเที่ยวกับคุณไกด๊เลยครับ
แต่ก็อย่างที่คุณเล่า จิม ทอมป์สันต้องไปดูงานฟาร์มโชคชัยบ้างครับ
เรื่อง การแย่งขึ้นรถเป็นอะไรที่ไม่ชวนมองเลย
ต้องแบ่งสีแต่ละรอบที่เข้าครับ



โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:13:24:23 น.  

 
โชคดีมิเน็ตแรง ไม่ต้องรอนาน 5555 จุใจค่ะ


โดย: nompiaw.kongnoo วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:13:46:58 น.  

 
เคยแต่ผ่านตอนที่ไปนิกส์ หนาวปีนี้จะแวะไปดูค่ะ


โดย: LoveError วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:13:51:51 น.  

 
นั่นสิ คุณสาวไกด์
จินเองก็สงสัยแต่ไม่ได้ถามเพื่อน

วันนั้นแฟนจินพาเพื่อนไปค่ะ
จินไม่ได้ไปด้วย
ปกติวัดน่าจะมีผ้าถุงให้ถือใส่
ไม่แน่ใจว่าเป็นช่าวเทศกาล
วันสงกรานต์ คนเยอะหรือเปล่า เลยไม่มีให้ยืม หรือมีให้ไม่พอ

ว่าแต่เจ้าบุญหลาย
หล่อแต้ ๆ ฮี่ๆๆๆๆ
อ้วนมากกกกก บ้านท้ายไม่เท่าไหร่ 555
แต่ใบหน้าอิ่มเอิบอ้วนมาก
555


โดย: JinnyTent วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:14:07:51 น.  

 
น่าสนุกจังค่ะ รูปเยอะจริงๆ นั่นสิว่าทำไมวันนี้บล็อกพี่โหลดช้าจัง คุ้มค่าสำหรับการพักผ่อนจริงๆค่ะ


โดย: sawkitty วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:15:03:06 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปทักทายนะคะ เห็นรูปแล้วอยากไปมั่งจังเลย


โดย: ในความอ่อนไหว วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:15:52:37 น.  

 
เวียนมาอีกรอบคะ เพราะต้องแก้ตัว พอดีสาวเพิ่งอัพบล็อกใหม่ แต่ลืมเปลี่ยนหน้าหลัก แต่ก็ยังรู้สึกดี ที่ได้ให้คนอ่านหนังสืออย่างพี่เต้ยได้รู้จักหนังสือเล่มนี้ค่ะ


โดย: sawkitty วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:15:56:30 น.  

 
ตามมาเที่ยวฟาร์มแล้วค่ะ
ดีนะเนี่ยที่พี่เต้ยเตือนไว้ก่อน
เพราะโหลดดูรูปสามรอบเลยค่ะ
แต่เต็มอิ่มมากเลยสำหรับคนไม่เคยไปอย่างส้มน่ะค่ะ
คนเยอะแบบนี้บางทีก็ไม่สนุกนะคะ
จะถ่ายรูปทีก็ติดคนอื่นเต็มไปหมดเลย
แล้วที่นี่เค้าไม่มีสัญลักษณ์กลุ่มแบบที่โชคชัยใช่มั้ยคะ
ดูแล้วชุมมุนจัง


โดย: ส้มแช่อิ่ม วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:16:19:46 น.  

 
เดี๋ยวขอแวะมาใหม่อีกครั้ง
น่าสนค่ะ ขอตัวไปเป็นแม่บ้านก่อน
อ้อ เอามื้อเย็นมาฝากจ้า


โดย: แม่ปู (myroom_pu ) วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:17:28:07 น.  

 


โดย: ถุงก๊อปแก๊ป วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:19:25:39 น.  

 
เห็นแล้วก็น่าไปเที่ยวจังเลยครับพี่เต้ย
แต่ท่าทางตอนกลางวันแดดจะร้อนเอาการนะเนี่ย



ปล. จากบ้านเรื่องฉายานี่ที่จริงก็มีฉายาแย่ๆอย่างอื่นแหละครับ
แต่แบบว่าไม่อยากจำอ่ะ เลยเลือกแต่ฉายาดีๆมา ฮ่าๆ


โดย: ไอซ์คุง (ปีศาจความฝัน ) วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:20:09:24 น.  

 
น่าไปบ้างจังเลยอ่ะ


โดย: kwan_3023 วันที่: 27 เมษายน 2553 เวลา:8:03:48 น.  

 
หวัดดียามเช้าจ้า
วันนี้ตั่งใจมาอ่านล้วน เน้น
เพื่อไว้ น่าสนใจดีค่ะ
กิจกรรมเหมาะกับครอบครัวมากๆ
ได้เรียนรู้เรื่องราวมากมาย
ถ้าไม่กลัวแดดนะ อยากไปคร้า
คิดดูก่อน เห็นมีกางเต็นท์ได้ใจดี
คนข้างๆชอบมากแนวแบบนี้
ยกเว้นเรา ขี้เกียจเหนื่อยไง
เที่ยวแบบนี้ลูกน่าจะชอบนะ
เจ้าควายดำเนี้ยะ
ตัวใหญ่จริงๆ


โดย: แม่ปู (myroom_pu ) วันที่: 27 เมษายน 2553 เวลา:9:08:33 น.  

 
ดีจัง ภาพตรึม ได้เปิดหูเปิดตา รู้สึกเหมือนได้ไปเที่ยวเองเลยค่ะ

แสดงว่าเนตเราแรงดีได้ใจ ดูภาพได้ครบหมดเลยจ้า


โดย: haiku วันที่: 27 เมษายน 2553 เวลา:10:32:03 น.  

 
ร้านกาแฟเก๋ดีค่ะ บ้านจิมป์ เนี่ยพาเด็กๆ ไปน่าจะสนุกสนานนะคะ


โดย: lovectc วันที่: 27 เมษายน 2553 เวลา:12:56:00 น.  

 
คนเยอะมากเลยนะคะ
แต่สวยจริงๆ ยังไม่เคยไปเลยค่ะ


โดย: กางเกงยักษ์ลอยฟ้า วันที่: 27 เมษายน 2553 เวลา:17:17:53 น.  

 
คนเยอะมาก ๆ เห็นแล้วเหนื่อยแทนค่ะ
ฟักทองลูกโตมาก ไม่รู้เนื้ออร่อยหรือเปล่า

ป.ล. ยังไม่ได้เขียนบล็อกใหม่ค่ะ


โดย: The Best of Me วันที่: 27 เมษายน 2553 เวลา:19:52:37 น.  

 
เห็นคนแล้วท้อใจจริงๆ เป็นผมถ้าไปเจอคนเยอะขนาดนี้ + อากาศร้อนด้วยสงสัยจะหันหัวรถกลับแทบไม่ทัน

รีวิวได้ละเอียดดีเหมือนเคยครับ แต่ผมสนใจร้านตอไม้แฮะ ผมว่าเค้าทำเก๋ดี


โดย: แฟนผมตัวดำ วันที่: 27 เมษายน 2553 เวลา:20:57:23 น.  

 
เป็นการท่องเที่ยวที่แปลกไปอีกแบบนะคะ คนคิดไอเดียเข้าท่าดีและดีกว่าที่มีคนสนับสนุนมากมายขนาดนี้ เห็นแล้วนึกถึงบ้านคุณตาตอนเด็กๆ(คุณตาเป็นชาวนาค่ะ) เป็นภาพความทรงจำดีๆถึงทุกวันนี้


โดย: hellojaae (hellojaae ) วันที่: 28 เมษายน 2553 เวลา:1:31:55 น.  

 
แฮ่กๆๆ รูปและเรื่องจุใจจริงๆค่ะ ขอบคุณข้อมูลดีๆค่ะ


โดย: jeab&michelle วันที่: 28 เมษายน 2553 เวลา:5:53:00 น.  

 
แวะมาชมค่ะ


โดย: นู๋ที วันที่: 28 เมษายน 2553 เวลา:9:58:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สาวไกด์ใจซื่อ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 202 คน [?]




ชอบอ่านหนังสือและดูหนังค่ะ ตอนนี้ทำงานด้านการท่องเที่ยวอยู่ นิสัยดีบ้างร้ายบ้าง แล้วแต่สภาวการณ์และคนที่เจอ


เนื้อหาและรูปภาพทั้งหมดในบล็อกสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้นำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก


ติดต่อเจ้าของบล็อกได้ที่ theworpor@yahoo.com
หรือ
https://www.facebook.com/saoguide






Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
26 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สาวไกด์ใจซื่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.