❤++++++❤ The Constant Gardener และ The Invisible Wave❤++++++❤



คำเตือน : รีวิวหนังทั้งสองเรื่องอาจมีการเปิดเผยบางส่วนของหนัง ดังนั้นท่านใดที่ยังไม่ดูกรุณาหลีกเลี่ยงการอ่านค่ะ


คำเตือน ๒ : รีวิวคราวนี้เป็นหนังสองเรื่องที่ยาวมาก กรุณามั่นใจว่ามีเวลามากพอจะอ่านได้นะคะ




The Constant Gardener



กำกับโดย
Fernando Meirelles

เขียนบทโดย
Jeffrey Caine จากนิยายของ John le Carré

นักแสดง
Ralph Fiennes เป็น Justin Quayle
Rachel Weisz เป็น Tessa Quayle
Hubert Koundé เป็น Arnold Bluhm
Danny Huston เป็น Sandy Woodrow
Daniele Harford เป็น Miriam
Bill Nighy เป็น Sir Bernard Pellegrin


เลือกดูหนังเรื่องนี้เพราะผู้กำกับเป็นคนเดียวกับ City of God ที่เคยรีวิวไว้ก่อนหน้านี้ ที่นี่ค่ะ


แต่เมื่อดูหนังเรื่องนี้แล้ว..เราก็พบว่าผู้กำกับคนนี้มีแนวทางที่น่าพูดถึงในหลายประเด็นค่ะ (ซึ่งจะกล่าวถึงในลำดับต่อไป)



หนังเรื่องนี้เป็นหนังรัก (สำหรับเรานะ) ที่มีประเด็นซึ่งการกล่าวถึงการใช้ประเทศแอฟริกาเป็นสถานที่ทดลองยารักษาวัณโรคของบริษัทยาแห่งหนึ่ง ซึ่งได้รับความร่วมมือ (อย่างกลายๆ) จากรัฐบาลอังกฤษ ซึ่งส่งผลให้ชายคนหนึ่งต้องสูญเสียภรรยาอันเป็นที่รักไปจากการพยายามเปิดเผยความจริงนี้ให้ชาวโลกได้รับรู้


แม้จุดจบของเรื่องจะเป็นการสูญเสีย (เพื่อกลับ “บ้าน” ตามความหมายของเจ้าตัว) แต่ก็เป็นการสูญเสียที่คุ้มค่า เพราะมันได้ช่วยให้เปิดเผยความจริงอย่างที่ผู้ซึ่งเป็นที่รักของเขาต้องการ และเป็นการเปิดเผยอย่างมีพลังเสียด้วย (นึกถึงเรื่องราวคล้ายคลึงกันในบ้านเราอย่างกรณีคุณสืบ นาคะเสถียรเลยค่ะ)




ส่วนที่คล้ายคลึงกันของผลงานทั้งสองเรื่องของผู้กำกับคนเดียวกันคือ มีโลเคชั่นหลักของเรื่องในประเทศที่จัดได้ว่าเป็นโลกที่สาม (หรือที่ถูกขนานนามว่า สังคมด้อยพัฒนา) และลักษณะของการเป็นผู้ถูกกระทำของมัน


ขณะที่ City of God เป็นสังคมที่ถูกเสือกไสไล่ส่งให้คนกลุ่มหนึ่งต้องมาสร้างสังคมแห่งใหม่ โดยไม่ได้รับความใส่ใจไยดี จนกลายเป็นเมืองแห่งอาชญากรรมและความรุนแรง Constant Gardener คือ เรื่องราวของประเทศในทวีปแอฟริกาที่ถูกกระทำ (แบบที่ตัวละครในหนังพูดว่า เป็นวิธีที่โลก f-u-c-k แอฟริกา) ให้เป็นเพียงหนูทดลองยาสำหรับประเทศอื่นๆ ที่ “เจริญ” แล้ว คนแอฟริกาที่ตายไปจากการทดลองครั้งนี้ไม่ได้มีคุณค่าหรือความหมายใดๆ มากไปกว่าหนูที่ถูกทดลองในห้องทดลอง เพราะถึงไม่ได้เป็นหนูทดลอง คนในทวีปนี้ก็ต้องตายทุกวันอยู่แล้ว (พระเจ้า..บาดลึกจริงๆ)


หนังเรื่องนี้ยังคงมีการเขียนบทแบบซับซ้อน มีตัวละครมากมายเกี่ยวพันกันไม่ต่างจาก City of God เพียงแต่ City of God นั้นมีการขยายความตัวละครแต่ละตัวมากกว่าและการถ่ายภาพก็หวือหวากว่า The Constant Gardener ค่ะ



แต่ส่วนที่เราชอบมากๆ ในหนังเรื่องนี้ คือ เรื่องของความรักในหนังค่ะ


ไม่รู้ว่าด้วยการแสดง (และใบหน้า+แววตาอันเปี่ยมเสน่ห์ของเทสซา) การเขียนบท การถ่ายภาพ หรืออะไรก็ตามแต่ ทำให้เรารู้สึกอินกับความรักของทั้งคู่ เจ็บปวดกับความจริง (ที่หนังหลอกคนดูและพระเอก) ที่ได้รับรู้ถึงสิ่งที่นางเอก “ทำ” และ “คิด” อย่างแท้จริงว่า ในท่าทีอันคลุมเครือราวกับทำให้คนดูได้เชื่อว่า นางเอกเป็นนางมาร (เป็นชู้+โทษพระเอก) นั้น จริงๆ แล้วคืออะไร ใช่อย่างที่คนดู “ตัดสิน” ใช่อย่างที่พระเอก “ระแวง” หรือไม่?





ฉากที่เรียกน้ำตาของเรามีดังนี้ (ใครที่ดูแล้วช่วยตอบหน่อยว่าคุณร้องไห้กับฉากเหล่านี้บ้างมั้ย หรือมีฉากไหนที่ทำคุณๆ เสียน้ำตาอีกบ้างหรือเปล่า?) – spoil!!!

๑. ฉากที่พระเอกรู้ความจริงเรื่องคำพูดของนางเอกที่ว่า “การแต่งงานยัง (มัก) ง่าย ทำให้ได้แต่ลูกที่ตายแล้ว” พร้อมๆ กับอาการโมโหโทโสต่อพระเอกที่เลือกใช้ยาฆ่าแมลง ซึ่งก่อนหน้านี้คนดูคงอดจะสงสาร (และเจ็บปวดไปกับ) พระเอกไม่ได้ว่า ทำไมนางเอกถึงดูร้ายกับพระเอกได้มากขนาดนั้น แต่เมื่อรู้ความจริง ความรู้สึกที่เกิดกับคนดูคงไม่ต่างจากพระเอกนักหรอกค่ะ มันเจ็บปวดจริงๆ นะที่เราเคยเข้าใจคนที่รักเราได้ผิดมากขนาดนั้น

๒. ฉากที่พระเอกรู้ความจริง (อีกแล้ว) เรื่องที่นางเอกพยายามใช้วิธีที่ถูกต้อง (เพื่อปกป้องเค้าไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเธอ) แต่นั่นกลับกลายเป็นหอกที่กลับมาทิ่มแทงให้เธอต้องตาย (พูดกลายๆ ก็ตายเพราะพยายามปกป้องเค้านั่นแหละ ถ้าเธอเลือกอีกวิธี เธอก็คงไม่ต้องตายอย่างนั้นเลย)

๓. ฉากที่พระเอกพยายามจะช่วยเด็กผู้หญิงที่เป็นผู้ช่วยของหมอให้ได้ขึ้นเครื่องบินด้วย ทำให้เรา (และแน่นอน-พระเอกด้วย) คิดถึงเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันที่นางเอกอยากจะให้พระเอกได้รับ “สามชีวิต” ขึ้นรถเพื่อไปส่งที่บ้านแทนการเดินเป็นหลายสิบกิโลเมตร พระเอกนอกจากจะต้องเจ็บปวดจากการที่ไม่สามารถช่วยเด็กคนหนึ่งได้แล้ว (และเด็กคนนั้นก็รู้ตัวพอที่จะรีบโดดลงเครื่องบินโดยไม่ต้องให้พระเอกต้องเดือดร้อนไปมากกว่านั้น) นั่นทำให้เค้าเข้าใจว่า ณ วันนั้นนางเอกต้องเจ็บปวดเพียงใดกับการที่ไม่ได้ช่วย “สามชีวิต” นั้น และคำพูดจากปากของนักบินเพื่อปฏิเสธการช่วยเหลือก็มิได้ต่างไปจากคำพูดที่เค้าเคยให้กับนางเอกเพื่อปฏิเสธการช่วยเหลือที่นางเอกต้องการเช่นกัน

๔. ฉากเด็กน้อยที่อุตส่าห์เดินเท้ามาเคารพหลุมฝังศพของนางเอก (โอยยย..ฉากนี้ทำเอาเราเจ็บไปที่หัวใจจริงๆ ค่ะ)


และฉากอำลาฉากสุดท้ายกับการตัดสินใจของพระเอกเพื่อกลับ “บ้าน” เพื่อกลับไปพบกับนางเอกนั้น มันทั้งงดงามและเจ็บปวด (ใช้คำนี้บ่อยจังแฮะเรา) เหลือเกิน


แต่เราเข้าใจวิถีของพระเอกที่เลือกวิถีทางในการจบแบบนี้นะ เหมือนๆ กับที่เราเข้าใจวิถีของพระเอกที่เลือกทางจบได้ไม่ต่างกันในหนังอีกเรื่อง



(ป.ล. แต่เราติดใจชื่อหนังน่ะ ไม่แน่ใจว่ามันมีความหมายอย่างอื่นซ่อนอยู่หรือเปล่า นอกจากการชอบทำสวนของพระเอก ใครเก่งภาษาอังกฤษช่วยหน่อยแล้วกันนะคะ)






The Invisible Wave คำพิพากษาของมหาสมุทร



กำกับโดย
เป็นเอก รัตนเรือง

เขียนบทโดย
ปราบดา หยุ่น

แสดงโดย
อาซาโน่ ทาดาโนบุ เป็น คิโยจิ
คัง แฮ จอง เป็น น้อย
ทูน หิรัญทรัพย์ เป็น วิวัฒน์
ป.ล.สนใจนักแสดงอีกคนที่แสดงเป็นลูกน้องวิวัฒน์ที่ชอบร้องคาราโอเกะ แต่หาเครดิตไม่เจอว่าเค้าชื่ออะไรค่ะ



หนังเรื่องนี้โชคดีมากๆ ที่เราสามารถได้ดูในฉบับของการไม่พากย์ไทย (หลังจากที่ได้ข้อมูลว่าที่มาบุญครองกับอีกที่เท่านั้นที่มีแบบไม่พากย์ แต่พอโทร.ไปถามเอสเอฟเอ็กซ์มาบุญครอง คนขายกลับบอกว่า “มันเป็นหนังไทยนะคะ ก็ต้องพากย์ไทยอยู่แล้วค่ะ ” โดยเราก็พยายามอธิบายแล้วเค้าก็ยืนยันว่าไม่มีแบบไม่พากย์ไทย ก็เลย..เอาวะ ดูที่ที่เดิมแล้วกันก็คือ อีจีวีเมโทรโพลิส แต่กลายเป็นว่าอีจีวีเมโทรโพลิส (ที่ในโทรศัพท์บอกว่าเป็นพากย์ไทย) กลับกลายเป็นไม่พากย์ไทยค่ะ ก็เลยได้อมยิ้มกับหลายๆ ฉากที่เกิดขึ้น (พูดฮ่องกงกับอังกฤษแต่เข้าใจกันได้ – เป็นต้น)


สำหรับเรื่องนี้ สรุปโดยเบื้องต้น ความรู้สึกหลังจบเราชอบน้อยกว่า “เรื่องรักน้อยนิด มหาศาล” ค่ะ (แต่ยังไงขออ่านบทแบบก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงบทนะคะ เพราะได้ข่าวว่า หนังเรื่องนี้มีการเปลี่ยนแปลงบทไปพอสมควร ซึ่งหนังสือรวมบทหนังของหนังเรื่องนี้ที่จะออกมามีทั้งสองเวอร์ชั่น)




การดูหนังเรื่องนี้คงต้องแบ่งออกเป็นเหตุผลที่ต้องแยกย่อยดังนี้ค่ะ

๑. ความเป็นหนังของเป็นเอก รัตนเรือง
เนื่องจากเป็นเอก เป็นผู้กำกับหนังไทยคนหนึ่งในรุ่นๆ เรา (หมายถึงรุ่นของผกก.ที่วัยไม่ได้ห่างจากเจ้าของบล็อกมากนัก) ที่เราติดตามผลงานอยู่ (นอกจากจิระ มะลิกุล / ยุทธเลิศ สิปปะภาค / อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์) และหนังของเขาเราก็ดูทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ฝันบ้าคาราโอเกะ เรื่องตลก69 มนต์รักทรานซิสเตอร์ เรื่องรักน้อยนิดมหาศาล และกับเรื่องล่าสุดเรื่องนี้


เรารู้สึกว่า นอกจากสไตล์ “เท่” แบบที่บางทีความดีของหนังเขาก็อยู่ที่เฉพาะสไตล์แล้ว เราว่าเป็นเอกทำหนังรักได้ “แปลก” ดี ทั้งมนต์รักทรานซิสเตอร์และเรื่องรักน้อยนิดฯ เป็นความรักที่กึ่งๆ กระอักกระอ่วน กึ่งๆ ซึมๆ คือ เป็นหนังรักที่ไม่ใช่หวานจับจิต เศร้าจับใจ แต่เป็นหนังรักอีกรสชาติที่เราว่าคงเป็นผู้กำกับไทยคนเดียว (ในขณะนี้) ที่ทำหนังรักออกมาได้รสชาติแบบนี้ (แต่เรื่องรักน้อยนิดฯ ส่วนสำคัญที่ทำให้ “กลิ่น” แปลกไปน่าจะเกี่ยวข้องกับการร่วมงานกับคนเขียนบทอย่างคุ่นและคนถ่ายทอดภาพอย่างดอยล์ด้วยค่ะ)


ขณะที่หนัง “แบบ” อื่นของเป็นเอกเองก็มีกลิ่นอายที่แปลกประหลาดไม่แพ้กัน ทั้งความสับสน ปนเป วุ่นวาย คล้ายมิวสิควีดีโอในฝันบ้าคาราโอเกะ เรื่องเล่าของความบังเอิญ ตลกแดกดันและการร้อยเชื่อมที่น่าสนใจในเรื่องตลก 69 และกับความนืดเนือยซึมหม่นกดดันในคำพิพากษาของมหาสมุทร


ส่วนหนึ่งที่ทำให้เราติดใจในหนังทุกเรื่องของเป็นเอกคือ ความตลกร้ายในหนัง มันเป็นตลกที่ไม่ใช่ขำก๊าก แต่เป็นตลกแบบหัวเราะหึๆ แบบขื่นๆ ขำๆ บอกไม่ถูกค่ะ ซึ่งเราว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของหนังเป็นเอกนะ (ซึ่งเป็นเสน่ห์แบบที่คน “พันธุ์” หนึ่งน่าจะชื่นชอบเป็นพิเศษด้วยค่ะ ) อย่างเช่น การที่ลูกกระจ๊อกคนหนึ่งจะร้องไห้โฮออกมาเมื่อได้ฟังเพลงๆ หนึ่งทางวิทยุในเรื่องตลก 69 พระเอกที่เฝ้าแต่ฆ่าตัวตายในเรื่องรักน้อยนิดมหาศาล (ฉากฆ่าตัวตายตอนที่พระเอกไปนอนรอให้รถทับหลังจากโดนนางเอกไล่ออกมาจากบ้านนี่อาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกเป็นอย่างอื่น แต่เราขำและเอ็นดูเฉยเลยค่ะ) หรือแม้กระทั่งการบ้าร้องคาราโอเกะของลิซาร์ดในหนังเรื่องนี้ก็ตาม


ขณะเดียวกันเป็นเอกก็มักสร้างตรรกะแปลกๆ ในหนังของเขาให้คนดูเกิดคำถามอยู่เสมอ เช่น ทางออกของตอนจบแบบง่ายๆ ของเรื่องตลก 69 (นางเอกรอดได้ง่ายขนาดนั้นเลยหรือ? หรือทิ้งไว้ให้คนดูคาดเดาต่อเอง?) สำหรับเรื่องนี้ก็คือการต้องไปขโมยเงินของพระเอกก่อน (ทั้งที่ตั้งใจจะฆ่าพระเอกทิ้งอยู่แล้วเนี่ยนะ) เพื่อ...? ซึ่งคงต้องไปอ่านในบทอีกทีค่ะ ว่าหนังได้ตัดฉากซึ่งบรรจุสาระสำคัญอะไรไปจนทำให้กลายเป็นสิ่งที่ดูเหมือนไม่มีเหตุผลไปซะได้หรือเปล่า?


นอกจากนั้นแทบทุกตัวละครในหนังของเป็นเอกก็มีด้านร้ายและด้านมืดของตนเองปรากฏอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นความโลภของนางเอกในเรื่องตลก 69 การนอกใจซึ่งกันและกันและความเลวร้ายของผู้จัดการวงลูกทุ่งในมนต์รักทรานซิสเตอร์ การไม่ซื่อสัตย์ของคิโยจิในคำพิพากษาของมหาสมุทรก็เช่นกัน (ซึ่งด้านลบของตัวละครครั้งนี้เป็นส่วนสำคัญในการสื่อประเด็นหลักของหนังเรื่องนี้ด้วย)



๒. การที่หนังเรื่องนี้เขียนบทโดยปราบดา หยุ่น และถ่ายภาพโดยคริสโตเฟอร์ ดอยล์

จริงๆ แล้ว ตอนที่เราได้ดูเรื่องรักน้อยนิดมหาศาลนั้น เราค่อนข้างให้เครดิตกับปราบดา และ ดอยล์มากกว่าผู้กำกับคือ เป็นเอกค่ะ เนื่องจากเรารู้สึกว่า กลิ่นและตัวตนของหนังเรื่องนี้หนักไปทางสองท่านข้างต้นมากกว่า (แต่ส่วนหนึ่งที่เราชอบเป็นเอกมากอีกเรื่องคือการคัดเลือกนักแสดงแต่ละคนมาแสดงค่ะ เป็นเอกแคสติ้งได้แบบ..เฮ้ย..คนนี้มันจะมาเล่นได้เหรอ? (แต่ก็กลายเป็นบทบาทการแสดงที่ดีที่สุดบทหนึ่งของใครหลายคนไปเลย) อย่างหมิวในตลก 69 อุ้มและต๊อก-ศุภกรณ์ในมนต์รักทรานซิสเตอร์ สองพี่น้องบุณยศักดิ์ในเรื่องรักน้อยนิดมหาศาล เสียดายว่าเรื่องนี้นักแสดงไทยน้อยไปนิด ไม่งั้นก็อยากรู้เหมือนกันว่า เป็นเอกจะเลือกใครมาแสดงอีก แต่..หลายๆ คนก็คงอยากที่จะมาทำงานกับเป็นเอกเองด้วยกระมังคะ?)


กลับมาที่เรื่องของปราบดาและดอยล์ต่อนะคะ


สำหรับปราบดาเมื่อเราได้อ่านหนังสือเรื่องเรื่องรักน้อยนิดมหาศาล ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่า หนังเรื่องนั้นมันมีกลิ่นอายของความเป็นคุ่นมากกว่าเป็นเอกจริงๆ ค่ะ คือความละเอียดอ่อนในหลายๆ เรื่อง การแสดงออกของตัวละครในบางอย่างที่ดูประหลาดกว่าคนทั่วไป ฯลฯ ซึ่งในหนังเรื่องอื่นๆ ของเป็นเอกนั้น ไม่ได้มีกลิ่นและรสแบบนี้เท่าไหร่น่ะค่ะ

แต่สำหรับหนังเรื่องนี้เหมือนว่าตัวตนของคุ่นจะถูกเจือจางลงไปมากขึ้น (ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราชอบหนังเรื่องนี้น้อยกว่า )


ส่วนดอยล์ การถ่ายภาพในเรื่องรักน้อยนิดฯ นั้น ค่อนข้างถ่ายทอดอารมณ์เหงาแบบดอยล์ๆ (ในแบบที่เค้าเคยทำในหนังของหว่อง กาไว) ได้ดี ภาพนิ่งๆ แต่สื่ออารมณ์ได้นั้นเป็นพรสวรรค์และเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของดอยล์ที่ผู้กำกับหนังที่อยากได้ภาพแบบนี้คงอยากให้เค้าทำงานให้ และสำหรับหนังเรื่องนี้ดอยล์ก็ได้ถ่ายรูปในที่แคบอึดอัดได้สมใจอยาก (หรือเปล่าหนอ?) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่อยู่ในเรือ (ซึ่งมีธรรมชาติอันเป็นสถานที่ใหญ่โตบนผืนน้ำที่มีที่อยู่อย่างคับแคบให้กับคนบนเรืออยู่แล้ว)





สำหรับเราเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้ไม่จับใจเราเท่า “เรื่องรักน้อยนิดมหาศาล” ค่ะ อาจเป็นเพราะเราเป็นคนรุ่น “บูชาและอ่อนไหวในเรื่องของความรัก” กระมังคะ ทำให้ค่อนข้างอ่อนไหวและจับใจกับเรื่องรักน้อยนิดมหาศาลมากกว่า อย่างไรก็ตามหนังเรื่องนี้ก็มีหลายเรื่องที่ควรนำมากล่าวถึง ไม่ว่าจะเป็น


๑. ฉาก REDRUM ที่สะท้อนในกระจกเป็นคำว่า MURDER มากนะคะ แม้จะดูแบบ “สร้างๆ” หน่อยก็ตามทีเถอะ แต่ก็ทำให้เราหัวเราะหึๆ ในลำคอทีเดียว

๒. การนำเอาชื่อตัวละครของเรื่องรักน้อยนิดมหาศาลมาเล่นในหนังเรื่องนี้ ทั้ง น้อย นิด และลิซาร์ด (lizard – จิ้งจก) ดูเป็นการเชื่อมโยงให้คนดูได้คิดถึงหนังที่ทีมหลักเคยทำด้วยกันมาได้ดีทีเดียว

๓. การใช้ถ้อยคำสั้นๆ ที่ทำให้คนดูเหมือนจะสามารถยอมรับถึงทางเลือกที่พระเอกเลือกในตอนจบของหนังเรื่องนี้ได้อย่าง “คุณคิดว่าชีวิตที่มีความสุข กับวิญญาณเร่ร่อน ใครควรจะมีชีวิตอยู่ต่อมากกว่ากันกันหละ?”


๔. ฉากการพูดคุยระหว่างบาร์เทนเดอร์ จนถึงบทสนทนาที่ไถ่ถามความเป็นคนดีของพระเอกที่บาร์เทนเดอร์ได้เปิดประตูฝ้าออกมาบดบังขณะที่พระเอกตอบคำถาม (หึๆ)



ขณะเดียวกันก็มีคำถามหลายคำถามที่ยังค้างคาจากการได้ดูในหนังเรื่องนี้ นอกเหนือจากการปล้นพระเอกที่ดูเหมือนไร้เหตุผลเพราะตั้งใจจะปิดปากอยู่แล้วแล้ว ก็มีฉากเลือดเปื้อนกระจกตู้ปลา (หมายถึงได้มีการฆ่าบาร์เทนเดอร์ตัวจริงไป แล้วบาร์เทนเดอร์ที่คุยกับพระเอกคือคนของหัวหน้าเหมือนกันหรือเปล่า เพราะนายคนที่อ้างว่าเป็นเพื่อนเก่าพระเอกก็พยายามพาพระเอกมาที่ชั้นนี้เพื่อให้มาเจอกับบาร์มิใช่รึ?) การล็อกพระเอกไว้ในห้อง (เพื่อให้พระเอกต้องออกมาจากห้อง เพราะไม่กล้าอยู่ในห้องหรือเปล่า?) และอื่นๆ ซึ่งคงเป็นคำถามที่ผู้กำกับคงตั้งใจทิ้งไว้ให้โดยไม่ตอบออกมาตรงๆ กระมัง




โดยสรุปแล้วเรารู้สึกว่า การผสมผสานระหว่างการทำงาน ๓ คน ในหนังเรื่อง “เรื่องรักน้อยนิดมหาศาล” นั้น ดูกลมกล่อม ลงตัว และเข้าทางเรามากกว่าหนังเรื่องนี้ค่ะ


อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าขออ่านบทหนังก่อนค่ะ อาจมีการเปลี่ยนแปลงความคิดเห็นได้ในภายหลัง แต่ถ้าเอาโดยตัวหนังล้วนๆ แล้ว ตอนนี้ขอสรุปตามนี้ก่อน





ขอบคุณทุกท่านสำหรับการพยายามอ่านรีวิวอันยาวยืดดดดดดดนะคะ







สำหรับท่านใดที่แวะมาบ้านสาวไกด์เป็นครั้งแรก
(หรือเคยมาแล้วแต่มีหนังสือกับหนังที่อยากแนะนำเพิ่มเติม)

เรียนเชิญ ที่นี่ค่ะ








ป.ล. จากการไปดูหนังเรื่องหลัง ทำให้อยากดูหนังเรื่อง Perhaps Love ค่ะ (เนื่องจากเป็นผู้กำกับของ "เถียนมีมี่")


และขอแจ้งไปยังค่ายหนังของหนังเรื่อง "Inside Man" ค่ะว่ากรุณาเปลี่ยนแปลง copy ที่อธิบายนักแสดงแต่ละตัวด่วน

เพราะคุณเล่นเฉลยบางส่วนที่ควรปิดบังไว้ใน copy น่ะค่ะ ได้โปรดเถอะ


Create Date : 06 มีนาคม 2549
Last Update : 6 มีนาคม 2549 17:07:46 น. 89 comments
Counter : 1654 Pageviews.

 



เห็นพูดกันว่า เรื่อง Invisible wave เป็นหนังแบบอาร์ทมากๆ

ต้องคอหนังจริงๆ ถึงจะดูรู้เรื่องอ่ะค่ะ....จริงป่าวคะ



โดย: อย่ามาทำหน้าเขียวใส่นะยะ วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:11:10:28 น.  

 
ผมว่ามันไม่อาร์ทจ๋าแบบหนังโซนยุโรปที่จำเป็นจะต้องมี software สำหรับดู (โดยเฉพาะหนังในตระกูลเหนือจริง ที่ต้องคุ้นเคยในการชมพอควรครับ จึงจะเข้าใจ)

ดูแล้วสามารถเข้าใจได้ทั่วกัน เพียงแต่ว่าใครที่ไม่คุ้นชินหนังที่อารมณ์นิ่ง ๆ ค่อย ๆ เดินเรื่อง (แตกต่างจากหนังฮอลลีวูด) อาจจะพลอยหลับเสียก่อน

คืนนี้กำลังคิดอยู่ครับว่าจะไปดู History of Violence ดีไหม (ออกไปยังไม่รู้)

ป.ล. ผมดูเรื่อง invisible wave ที่มาบุญครองนะครับ ยืนยันครับว่าหนังไม่ได้พากย์ไทย แสดงว่าคนให้ข้อมูลมิได้ดูชัวร์เลย


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:11:18:46 น.  

 
หนังของคุณเป็นเอกนี่ดูแล้วงงน่ะ


โดย: ปลายเทียน วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:11:26:38 น.  

 
Image Hosted by ImageShack.us
SawatD Kaa


โดย: erol วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:11:45:17 น.  

 
คราวนี้ขอไม่อ่านนะคะ
อยากดูConstant Gardenerน่ะ



โดย: keyzer วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:12:17:27 น.  

 
ถ้าแอนบอกว่าแอนเข้ามาเพื่ออ่าน spoil เรื่อง คำพิพากษาจากมหาสมุทร พี่สาวไกด์ฯ จะว่าไหมเนี่ย แหะๆ แบบว่าไม่ชอบหนังแนวนี้ แต่อยากรู้เรื่องอ้ะค่ะ



ป.ล. ดูเรื่อง "เด็กหอ" หรือยังคะพี่ แอนดูแล้ว อยากคุยด้วยหลายๆ ตอน รอให้พี่ดูแล้วมาเขียนเนี่ย

เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ดูแล้วไม่เสียดายตังค์ค่ะ อยากให้พี่ไปดูให้ได้นะคะ


โดย: มรกตนาคสวาท วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:12:31:46 น.  

 
ยังไม่ได้อ่านนะคะ มาตอบก่อน ว่าถ้าเป็นหนังสือเรียน ต้องรอช่วงจวนๆ จะเปิดเทอมค่ะ หนังสือเรียนของรร ปกติ เค้าเปลี่ยนเรื่อยๆ เลยต้องทำใหม่เกือบทุกเทอม วันไหนว่างๆ ลองไปติดต่อที่สมาคมคนตาบอดที่อยู่แถวๆ อนุสาวรีย์ ได้ค่ะ (เดี๋ยวเลิกงานแล้วจะลองหาข้อมูลให้ค่ะ)

ขอบคุณที่เรียกให้ดูเบอร์นาร์ดนะคะ – คิดถึงเบอร์นาร์ดเลยค่ะ


โดย: rebel IP: 203.155.129.130 วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:12:39:13 น.  

 
น่าดูเหมือนกันเน๊อะ...


โดย: Jannyfer วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:12:39:41 น.  

 
เพราะเราคู่กัน

Image Hosted by ImageShack.us


โดย: รักในแววตา วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:12:47:15 น.  

 
ถูกใจนู๋อาบิเกลสุดสุด
นู๋ชอบดูหนังมั๊กมั๊กค่ะ


โดย: Bee1st วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:13:03:03 น.  

 
The Constant Gardener เป็นหนังเรื่องแรกที่ได้ดูตอนมาที่นี่ค่ะ

ตอนดูจำได้ว่า "มึน" มากเลยค่ะ เพราะหนังมัน "หนัก" ในความรู้สึกอ้วนนะ

Ralph Fiennes ทำได้ดีกับบทของ Justin และRachel Weisz เรียกได้ว่าสุดยอดนะคะกับบทของTessa ทำให้รู้สึกทั้งสงสัย ทั้งโกรธ ทั้งสงสารเธอในหนังเรื่องนี้ พลิกบทจากเรื่องก่อนๆมากเลยค่ะ

เชียร์ Rachel มากๆสำหรับ Supporting Role และเธอก็ได้ไป เยี่ยมมากๆค่ะ

สำหรับอ้วน เรื่องนี้เศร้าทั้งเรื่องเลยค่ะ
แต่ฉากที่เศร้าสุดๆเป็นฉากที่พระเอกดูวีดีโอ และก็ช่วงก่อนจบ...ฉากอำลา...แค่มองสีท้องฟ้าก็เศร้าแล้วค่ะ

ชอบการถ่ายภาพของเรื่องนี้ด้วยค่ะ

ส่วน The Invisible Wave ยังไม่ได้ดูค่ะ กลับบ้านไปจะยังทันได้ดูมั้ยเนี่ย


โดย: ที่ได้พบกับเธอ นั่นคือโชคชะตา วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:13:10:06 น.  

 
เรื่องแรกสงสัยจาค่อนข้างจะบีบคั้นเหมือนกันนะค่ะ เราคิดว่าคงไม่ได้ดูก็เลยอ่านรีวิวทั้งหมดเลย

ส่วนเรื่องหลังนี่อยากดูเหมือนกันค่ะแต่ก็คงต้องรออีกสักพัก ชอบหนังของเป็นเอกถึงจะดูออกบ้างไม่ออกบ้างแต่ก็ชอบแนวผลงานเค้าเลยอ่ะค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:13:15:06 น.  

 
หวัดดีค่ะพี่สาวไกด์ หนูไปดูเด็กหอมาแล้วค่ะ หนูว่ามันเป็นแนวดราม่าที่แทรกเรื่องผีไว้ ไม่ใช่หนังผีแบบชัตเตอร์ที่ทำเอาผวาทั้งเรื่องแบบนั้น เด็กๆในเรื่อง(อันที่จริงจะเน้นน้องแน็คกับน้องไมเคิลนั่นล่ะ) แสดงได้ดีทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะฉากใกล้จบที่ถือว่าเป็นอีกจุดที่หนูชอบมาก เกี่ยวกับช่วงเวลาหกโมงเย็นและน้องวิเชียรน่ะค่ะ ทำให้หนูเสียน้ำตาให้กับมิตรภาพของเพื่อนต่างภพนี้เลย สำหรับหนู คุ้มค่าเงินที่เสียค่าตั๋วไปค่ะ


โดย: Kitsunegari วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:13:49:01 น.  

 
ไม่ได้ดูสองเรื่องนี้แน่ๆ ง่า
เข้ามาอ่านค่ะ ขอบคุณมากจ้า




โดย: กำปงพิราเทวี วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:14:17:51 น.  

 
ยังไม่ได้ดูทั้งสองเรื่องเลย ก็ไม่ได้อ่านเนื้อหาข้างในนะคะ แต่อยากดูเรื่อง The Constant Gardener นะ ล่าสุดรางวัลออสการ์สาขาสมทบหญิงยอดเยี่ยมเป็นของ Rachel Weiz นะ


โดย: หลังจอ วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:14:21:14 น.  

 



The Constant Gardener เป็นหนังที่กำลังจะลองหามาดูอยู่เลยคะ...แต่แอบอ่านคุณไกด์ฯ ซะแล้ว....แต่ไม่เป็นไรเพราะยิ่งอ่านก็ทำให้ยิ่งอยากดู ส่วนเรื่องที่ 2 นี่สงสัยไม่ได้ดูแน่ๆ เลยอ่านหมดเลยทั้งสองเรื่อง


โดย: marinesnow วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:14:23:38 น.  

 
ไม่ค่อยชอบหนังแนวนี้อะครับ

ถ้าพี่สาวไกด์อยากไปที่ร้านผมว่าลองนัดผ่านแขดูก็ได้ครับ จะได้นัดกันครั้งเดียวกันเลย


โดย: เซียวเปียกลี้ วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:14:40:10 น.  

 
ไม่ค่อยชอบหนังแนวนี้อะครับ

ถ้าพี่สาวไกด์อยากไปที่ร้านผมว่าลองนัดผ่านแขดูก็ได้ครับ จะได้นัดกันครั้งเดียวกันเลย


โดย: เซียวเปียกลี้ วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:14:40:11 น.  

 
เรื่อง เด็กหอ อยากให้พี่สาวไกด์ไปดูแสงสีในภาพอ้ะค่ะ หนูว่ามันสวยดีอ้ะ วิธีการถ่ายภาพด้วย แล้วก็การค่อยๆ เฉลยปมในเรื่อง จริงๆ ไม่ต้องมีคน spoil เข้าไปดูเอง ก็จะรู้ตั้งแต่แรกๆ แล้วเหมือนกันค่ะ เพราะจุดสำคัญมันไม่ได้อยู่ตรงที่เราจะรู้หรือไม่รู้เรื่องน่ะค่ะพี่


อีกอย่าง ผีในเรื่องไม่น่ากลัวเลยแม้แต่นิดเดียว มีฉากสะดุงฉากเดียวที่ห้องอาบน้ำเท่านั้นเองค่ะ


อยากให้ไปดูจริงๆ นะคะเนี่ย อยากได้มุมดีๆ จากคนดูหนังเยอะๆ อย่างพี่อ้ะค่ะ

หนูได้แต่ดู แต่วิจารณ์ไม่เป็นอ้ะ แหะๆ



โดย: IP: 203.148.136.67 วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:14:41:18 น.  

 
แง้ว ทำไมล็อกอินแล้ว ชื่อไม่ขึ้นล่ะเนี่ย

คคห. 19 ของแอนเองนะคะพี่



โดย: มรกตนาคสวาท IP: 203.148.136.67 วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:14:42:59 น.  

 
อยากดู Invisible waves อ่ะครับ

แฟนผมก็อยากดูเหมือนกัน..แต่คงต้องหาวันที่มีเวลาว่างร่วมกัน..

เพราะตั้งกติกาเอาไว้ว่า ห้ามใครดูหนังที่อยากดูเหมือนๆกัน ตามลำพัง.. ไม่ง้าน เป็นเรื่อง อิ อิ


โดย: กุมภีน วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:14:52:15 น.  

 
ว้าว เปลี่ยน BG บลอคแล้วน่ารักมากๆๆค่ะ

ยังไม่ได้ดู The Constant Gardener เลย อยากดูเหมือนกัน ไว้จะหาเวลาไปดูนะคะ

Invisble wave เนี่ย อยากไปเก็บรายละเอียดดูแบบจริงจังอีกรอบนึงเหมือนกันค่ะ พอกลับมาอ่านรีวิว จากหลายๆ ที่แล้วเกิดไอเดีย ในการดูหนังเรื่องนี้ ในมุมที่แปลกไป ทำให้อยากไปพิสูจน์ดูอีกครั้ง ไว้ถ้าได้ไปดูแล้วจะมาเขียนอีกนะจ๊ะ


โดย: Fly to the sky วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:14:52:34 น.  

 
ปีนี้ไม่มีอารมณ์เข้าโรงหนังเลยค่ะ เชื่อไหมว่าเพิ่งได้ดูหนังในโรงเรื่องแรกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี่เอง

อารมณ์ตอนนี้ อยากดู Fearless มากกว่าหนังแนวนี้ค่ะ เลยเข้าไปดูฉากวิทยายุทธแทน ฉากหมู่บ้านบนเขาสวยมากเลย


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:15:05:04 น.  

 




ยังไม่อ่านครับ ตั้งใจจะดูทั้ง 2 เรื่องเลย


โดย: infonoom วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:16:47:12 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะคะ
ขอให้มีความสุขมากๆ เช่นกันค่ะ




สงสัยหนังคงจะไม่ได้ดู ^^'...


โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:17:21:10 น.  

 
จุดูหนังเป็นบางอารมณ์นะคะ บางทีไม่อยากดูอะไรที่เครียดๆ แต่บางที อยากดูมาก

และบางที หนังไม่เครยีด แต่จุดันดูแล้วเครียด 555 เอาใจตัวเองไม่ถูกเหมือนกัน.... ว่างๆ ถ้าจุอยากดูหนัง ต้องแวะมาที่บล็อกนี้ซะแล้ว ขี้เกียจไปยืน ตัดสินใจหน้าร้านเช่าค่ะ


โดย: กระจ้อน วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:18:14:26 น.  

 
บอกว่าอย่างไรดี
จริงๆ ทั้งสองเรื่อง เรื่องรักน้อยนิด และคำพิพากษาของมหาสมุทร เป็นการผสมผสานของทั้งสามคน(คริส ,เป็นเอก ,ปราบดา)
ทั้งสองเรื่อง
บทหนังอินวิซิเบิล เวฟส์ ถึงแม้นจะมีการปรับเปลี่ยน แต่พอดูหนังแล้ว ก็ยังรู้สึกเป็นคุ่น อะจ้า



โดย: grappa วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:18:28:14 น.  

 
ยังไม่ได้ดูทั้งสองเรื่องเลย ฮือ
ไว้ต้องไปหามาดูเสียแล้ว(ไม่น่าอ่านสปอยเลอร์ของเรื่องแรกเลย)

แต่ว่า อะแฮ่ม ได้ดู Perhaps Love (หยูกั่ว อ้าย) แล้วนะ
หนังดีพอตัว เพลงบางเพลงดีถึงดีมาก แต่ยังไม่โดน ไม่ค่อยชอบ หนังปีเตอร์ชานยังไงเราก็ชอบเถียนมี่มี่กับ He's a woman, she's a man มากที่สุดค่ะ


โดย: concubine วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:18:35:43 น.  

 
^
^
^
ชอบเหมือนคอนคิวไบน์ (โดยเฉพาะเรื่องหลัง เพราะมีเก่อเก๊อ)


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:18:38:13 น.  

 
ขอข้ามไม่อ่านก่อนนะครับกลัว สปอยร์ เพราะกำลังอยากไปดู The Invisible Wave อยู่พอดี


โดย: ตงเหลงฉ่า วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:18:55:57 น.  

 
หนังของเป็นเอก
ชอบมีตลกร้ายเนอะ
เรื่องนี้ อยากดูมากกก

ชอบเรื่องมนต์รักทรานซิสเตอร์มาก
ดูหลายรอบอยู่
ดูกี่ทีก็ชอบ
คนที่เล่นเป็นป๋าเกย์อ่ะ
เราว่าเขาน่ารักจัง แฮ่...

เรื่องคำพิพากษามหาสมุทรนี่สงสัยต้องตั้งใจดูมากๆแน่
ฟังจากที่หลายคนเล่า
ห้ามนอนดูแหงๆๆ


ว่าไปว่ามาไม่เคยพลาดหนังเขาสักเรื่องแหะ...


โดย: prncess วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:19:16:25 น.  

 
ยังม่ะได้ดูอ่ะจ๊ะ


เลยยังม่ะอ่านครับ


โดย: ตี๋สีชมพู วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:20:06:09 น.  

 
อยากดู The Constant Gardener ค่ะ เลยอ่านข้ามๆไว้ก่อน


โดย: azzurrini วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:22:08:43 น.  

 
อ่านคำเตือนก่อนรีวิว ก็เลยยังไม่ได้อ่านหลังจากนั้นนะคะ เพราะอยากจะดูหนังก่อน ไว้ถ้าได้ดูแล้วจะกลับมาคุยค่ะ

ขอบคุณที่แวะไปอ่านกระทู้พาพ่อชมฟูจิซังค่ะ


โดย: cottonbook วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:22:24:07 น.  

 
หนังทั้งสองเรื่องที่กล่าวมา ผมยังไม่มีโอกาสได้ไปชมเลยครับ และคาดว่าคงจะไม่ไปชมด้วย เนื่องจากผมไม่ค่อยจะถูกโรคกับหนังอาร์ต สักเท่าไหร่ ดูทีไร พาลจะหลับซะให้ได้เชียว คร่อกๆๆๆ


โดย: JasonSจัง!!! วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:22:37:11 น.  

 
เรื่องแรกคงไม่ดูอ้ะค่ะ ไม่ค่อยถูกกับหนังหนักๆๆ
รอดูงานของเป็นเอกดีกว่า อีกอย่างชอบงานเขียนของคุณคุ่นด้วยค่ะ ประเภทต้องตีความตามด้วยเนี่ยะ


โดย: ธูปหอมเทียนสว่าง วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:1:56:58 น.  

 
รีบรูดผ่านเลย กลัว...

เพราะยังไม่ได้ดูค่า เดี๋ยวได้รู้เรื่องก่อนล่ะก็ม่ายหนุกแหงๆ



โดย: เจ้าหญิงวีนัส (ohvenus ) วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:3:08:05 น.  

 
หนังรักดูไม่ไหวค่ะ....ชอบดูหนังแนวตลกไร้สาระ

แต่เข้ามาทักทายค่ะ


โดย: ~Sweet lemonade~ วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:4:14:20 น.  

 
ไหนๆ ก็ติดไว้แล้ว
เรื่องข้อมูลขอติดยาวถึงวันอาทิตย์เลยนะคะ แหะๆ


โดย: rebel วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:6:48:30 น.  

 
ชอบลิซาร์ดครับ

คนอะไรมันร้องคาราโอเกะได้กระทั่งขณะกำลังจะยิงหัวคน

ขอบคุณที่แวะเข้ามาครับ


โดย: kimprite วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:8:17:19 น.  

 
ถ้ามีเบอร์ก็โทรไปถามเลยดีกว่าค่ะ ทันใจดีด้วย
อยากอ่านเรื่องแม่ป่ะค่ะ แต่มันเป็นเรื่องปฏิวัติรัสเซีย ดูไม่ใช่แนวพี่เต้ยเลยนะคะ (แต่แนว ด.ญ.รีเบล อย่างแรง 55) แล้วยังอยากอ่านฤทธิ์มีดสั้นอยู่มั้ยคะ เดี๋ยวเอาไปให้ยืมค่ะ (วันอาทิตย์ชวนพี่ฮันไปด้วย แต่ยังเล่นตัวอยู่ค่ะ)


โดย: rebel วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:10:37:38 น.  

 
เอากาแฟร้อนมาฝากจ้า...



โดย: อย่ามาทำหน้าเขียวใส่นะยะ วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:10:52:12 น.  

 
ดูทั้งสองเรื่องแล้วครับ
ชอบ Invisible Waves มากกว่า

เพราะหลายอย่างในหนังดูคลุมเครือ และเปิดช่องให้เราตีความได้เยอะดี

ยกตัวอย่างเช่น ประเด็นบาร์เทนเดอร์ของคุณสาวไกด์ฯ แค่ประเด็นนี้ ประเด็นเดียว ก็สามารถตีความได้หลายแบบมากๆ ครับ

แบบคุณสาวไกด์ก็คิดว่าบาร์เทนเดอร์คนนี้ อาจเป็นคนของหัวหน้า

แต่สำหรับผม ผมกลับคิดว่านี่ คืออีกจุด ที่ยืนยันถึงสมมุติฐานความจริง และความลวง ที่ซ้อนทับกันอยู่ในหนังเรื่องนี้ครับ (โดยส่วนตัว ผมคิดว่าฉากบนเรือ มันเป็นเรื่องของฝัน - จินตนาการ - และความจริงที่ซ้อนทับกันอยู่น่ะครับ)

โดยหลักฐานประกอบสิ่ง
ที่ผมคิดก็คือ ถ้าสังเกตให้ดี บาร์เทนเดอร์คนนี้ มีหน้าตาคล้ายกับพ่อของคิโยจิที่ตายไปมากๆ ครับ (จำตอนที่เซโกะพูดกับคิโยจิได้ไหมครับ ที่เธอดูรูปแล้วก็พูดว่า "คุณกับพ่อนี่หน้าไม่เหมือนกันเลย" -- คนในรูป ก็คือ บาร์เทนเดอร์ที่พูดกับคิโยจิน่ะครับ)

พอเห็นอย่างนี้ มันก็เลยทำให้ผมอดคิดไม่ได้น่ะครับ ว่าบรรยากาศในบาร์นั่น มันเป็นภาพฝันรึเปล่านะ? มันอาจเป็นห้วงความคิดหนึ่งของคิโยจิ ที่เค้ารู้สึกผิดมากๆ ....มากเสียจนทำให้เขาจินตนาการเห็นพ่อของตัวเอง? ...เห็นภาพพ่อกำลังสอนเรื่องบางอย่างให้กับเขา?

ซึ่งนอกจากนี้ หลายๆ ฉากบนเรือ เช่น ฉากความซวยซ้ำ ซวยซาก ของพระเอก ก็อาจเป็นจินตนาการอีกแบบของพระเอกก็เป็นได้ เพราะคนเรา เวลาทำผิดมากๆ ก็มักมีความรู้สึกผิด อยากลงโทษตัวเองเสมอๆ ...สิ่งที่มันคลุมเครือ ระหว่างความจริง - หรือไม่จริง พวกนี้ เลยทำให้ผมชอบ Invisible Waves เป็นพิเศษน่ะครับ

ส่วน Constant Gardener ก็เจ๋งเช่นกัน ชอบราเชล ไวซ์มาก ส่วนประเด็นของหนัง ผมกลับชอบตรง End Credit มากกว่า (ฮา)

เพราะถ้าสังเกต จะเห็นว่า End Credit ตอนจบ มีข้อความเขียนประมาณว่า โชคดีที่นี่เป็นเพียงเหตุการณ์จำลอง ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงใดๆ ทั้งสิ้น เพราะจริงๆ แล้ว เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง มัน "เฮงซวย" ยิ่งกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับหนังเรื่องนี้ หลายร้อยเท่า ! โอว์ ได้ใจจริงๆ


โดย: it ซียู IP: 161.200.83.138 วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:10:52:37 น.  

 
เพิ่มเติม
คนแสดงเป็นลิซาร์ด
ชื่อ Ken Mitsuishi ครับ


โดย: it ซียู IP: 161.200.83.138 วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:10:56:27 น.  

 
อิอิอิ ที่บอกว่าชอบอ่านหนังสือที่ต้องคิดตาม แต่ไม่ชอบดูหนังหนักๆๆ ก็เพราะเวลาอ่านหนังสือไม่จำกัดเวลาไงคะ ตีไม่แตกก็กลับไปอ่านย้ำได้ แต่ถ้าดูหนังหนักๆแล้วหลุดคิดตามไม่ทันนี่



โดย: ธูปหอมเทียนสว่าง วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:11:35:42 น.  

 
ตอนเม้นต์เสร็จก็คิดว่ายังไงๆ อยู่เหมือนกันค่ะ
เม้นตน่าตีเนอะ 55
เพราะเห็นพี่แนะนำแต่หนังสือแนวที่อ่านแล้วโลกไม่โหดร้ายนักมั้งคะ
งั้นเดี๋ยวเอาไปให้ยืมค่ะ ทั้งแม่ และ ฤทธิ์มีดสั้นนะคะ


โดย: rebel วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:12:41:30 น.  

 
อ่านแล้วครับ
โดยสามารถหลบเลี่ยง Spoil ได้อย่างปลอดภัย

เพิ่งรู้ว่า Constant Gardener นี้...ผลงานเดียวกับของผกก. City Of God นะเนี่ย


โดย: ShadowServant วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:13:30:56 น.  

 
เมื่อกอ่นจะดูหนังแต่ละเรืองต้องไปที่ห้องเฉลิมไทย เด๋วนี้สะดวกสบาย มาอ่านรีวิวของคุณสาวไกด์ดีกว่า

เมื่อวานไปดูเด็กหอมาค่ะ ก็โอเคนะคะ

ดูหนังได้ทุกประเภท และขึ้นอยุ่กับอารมณ์ค่ะว่าจะดูเรืองไหนดี ออกโรง 1 เข้าโรง 2 ก็ยังไหวค่ะ อารมณ์เปลียนทุก ชั่วโมง อิอิ

หนังของคุณเป็นเอกก็น่าสนใจค่ะ แบบว่าอยากดูให้รุ้ว่าทำไมถึงดูไม่ค่อยรุ้เรืองนะ ไรงี้ค่ะ



โดย: พลอยสีรุ้ง วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:13:51:47 น.  

 
ขอบคุณมากนะครับ
สำหรับ พร ที่เอาไป อวย..


โดย: กุมภีน วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:14:00:05 น.  

 
ไม่ชอบดูหนังเป็นเอกเลยค่ะ
นอกจากตลกหกเก้าแล้ว ไม่ชอบเรื่องไหนอีกเลย


ส่วนเรื่องคนทำสวนนี่ ร้องไห้ฉากเด็กวิ่งตามเครื่องบินค่ะ
กับฉากศพของหมออาโนลด์
แล้วก็ที่พระเอกบอกว่าจะเทสซาคือบ้านของผม

เฮ้อ..
คนเรารักกันได้มากมายอย่างนี้ในความจริงก็ดีสิเนอะ


โดย: IP: 203.156.27.157 วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:16:37:41 น.  

 
...ชอบ The Constant Gardener มากครับ เป็นหนึ่งในสองเรื่องของบรรดาหนังล่ารางวัลออสการ์ ที่ผมดูสนุกระหว่างดูเป็นอย่างยิ่ง (อีกเรื่องคือ Transamerica) ประเด็นที่ชอบ คือ ความรักของทั้งสองคน เมื่อเผยความจริงแล้วทำให้เราได้เห็นว่า เขารักเธอมากแค่ไหน และ เธอรักเขามากมายเหลือเกินไม่แพ้กัน

หนังเล่นเรื่อง ความรัก กับ จริยธรรมการฉ้อฉล ไปได้พร้อมกันอย่างลงตัว กำลังเขียนถึงหนังเรื่องนี้อยู่เหมือนกันครับ(และประเด็นความรักที่คุณสาวไกด์เขียนถึง ก็เป็นประเด็นที่ผมชอบมากและเขียนถึงเช่นกัน)

...ส่วน Invisible waves ก็เหมือนที่เขียนไว้ในบล็อกครับ

ปล ... มีความสุขกว่าวันก่อนหรือยังครับ


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:18:32:08 น.  

 
มาตอบให้ที่นี่เลยค่า

He's a woman, She's a manชื่อภาษาไทยสุดฮิพ(ซะไม่มี)ว่า เขาหญิงเธอชายรักแล้วไม่เปลี่ยนใจค่ะ
แต่เราว่าถามไปที่ร้านก็ไม่รู้จักร้อก หนังเก่าพอตัว(ปีเก้าสี่ฉายไทยปีเก้าเจ็ด)และไม่ดัง
แถม คนเล่นก็คือเลสลี่ หลิวเจียหลิง หยวนหย่งอี๋ค่ะ



โดย: IP: 222.28.86.185 วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:18:54:15 น.  

 
อ้าว เฮ่ย คนที่ห้าสิบสองคือเราเองนะคะ


โดย: concubine IP: 222.28.86.185 วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:18:55:09 น.  

 
นานๆได้เข้าเมืองเสียที
เพิ่งได้ยินหนังเรื่องที่คุณว่า

หมายถึง constan gardener
แต่เคยดู city of god มาแล้ว ชอบมาก

เรื่องที่คุณพูดถึง เป็นหนังฉายโรงใหญ่หรือเปล่าครับ ถ้าฉาย ฉายที่ไหน ช่วยบอกด้วยนะครับ หรือว่า เป็นดีวีดี ครับ อยากดู ช่วงนี้ผมจะอยู่กรุงเทพสักสามสี่วัน กำลังอยากดูหนังอยู่พอดีเลยครับ


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:19:01:31 น.  

 
มาอ่านครับ

ได้มุมมองเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยสำหรับ Invisible Waves ผมไม่ได้เก็บรายละเอียดไปหลายอย่างเลย สงสัยจะต้องรอดูตอนลงแผ่นอีกรอบแล้วล่ะครับ

ส่วน Constant Gardener ไม่รู้ว่าจะมีเวลาดูหรือเปล่า มี Final Destination 3 เข้าเสียด้วยสิ แล้วเรื่องนี้ต้องดูในโรงเท่านั้น ไม่อย่างนั้นมันจะไม่ได้อารมณ์น่ะครับ


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:19:44:59 น.  

 
ขอบคุณนะคะ น่าสนใจทั้งสองเรื่องเลยนะ ละเอียดจริงๆนะเนี่ย ^_^


โดย: P a s t e l T o n e วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:21:50:19 น.  

 
แวะมาราตรีสวัสดิ์ค่ะ หลับปุ๋ยๆ หรือยังน๊า

ล.ป เรืองมนต์รักทรานซิสเตอร์ได้ดูแล้วค่ะ ชอบซะด้วย...แน๊



โดย: พลอยสีรุ้ง วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:22:34:48 น.  

 
จ้ะๆ

ไม่ได้ดูหนัง เพราะยากจนสุดๆ

ได้แต่บอกตัวเองว่า...ไม่เป็นไร ช่างมัน


โดย: เจ้าหญิงวีนัส (ohvenus ) วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:1:23:57 น.  

 
เข้ามาตอบค่า...หนังรักก็ดูค่ะ..เรื่องที่ประทับใจก็ The road home แต่บางเรื่องก็เล่นเอาหลับเหมือนกันค่ะอย่าง..The Bridges of Madison county...จำได้ว่าดูกับแม่...ตื่นมาอีกทีหนังจบไปแหล่ว

ส่วนหนังตลกนี่ส่วนมากเป็นตลกโปกฮาแนวอเมริกันค่ะ เพราะอยู่เมกา เข้าเมืองตาหลิ่วก็หลิ่วตาตาม...ที่เพิ่งดูไปก็
Hitch- Will Smithเล่นเป็นคล้ายๆกับสร้างสถานการณ์ให้คนรักกัน
Without the paddle- จำไม่ได้ว่าใครเล่นแต่สนุกดีค่ะ

จริงๆแล้วชอบดูหนังทุกแบบนะคะ แต่ว่าหนังชีวิตนี่ไม่ค่อยชอบค่ะ...ถ้าเป็นหนังแบบเครียดๆก็ไม่เอาค่ะ


โดย: ~Sweet lemonade~ วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:1:38:23 น.  

 
ยาวมากครับพี่
แต่อ่านแล้วอยากดูแฮะ
Constant Gardener

วันนี้จะไปดู เด็กหอ ครับ
Image hosting by Photobucket


โดย: Marvellous Boy วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:8:32:38 น.  

 
ได้อ่าน คห. 43 ของคุณ it ซียู แล้วครับ น่าคิดดีกับการตีความออกไปได้ไกลขนาดนี้

ผมเองสงสัยกับฉากที่โดนปล้นที่โรงแรมมาก คือ ถ้าผมเป็นลิซาร์ด (อืม... มันคือจิ้งจก สัตว์ในอุดมคติของคุณคุ่นนี่เอง) ผมจะไม่เสียเวลามาปล้นก่อนแล้วค่อยมาตามยิงทีหลัง

หรือตอนที่อยู่บนเรือ ผมคงไม่มาเสียเวลาล็อคประตูห้องข่มขวัญพระเอกก่อน คงเก็บไปตั้งแต่บนเรือแล้ว (เอ... แต่ก็น่าคิดว่า บอสอาจจะส่งมาคุ้มกันน้อยกับนิดด้วยก็ได้ ถึงยังไม่อยากทำอะไรกระโตกกระตาก)

คุณ it ซียู ว่าบางฉากอาจเป็นสิ่งที่พระเอกคิดไปเองในหัวก็เป็นได้ สงสัยจะจริง เช่น ฉากที่เห็นบาร์เทนเดอร์หน้าเหมือนพ่อตัวเอง ฉากที่ประตูห้องโดนล็อคซึ่งอาจจะไม่ได้ล็อคจริงๆ ฯลฯ

อันนี้ก็น่าคิดนะ คนที่ทำผิดมักจะเกิดความระแวง อะไรก็ดูจะเลวร้ายไปเสียหมด เช่น ก๊อกอ่างน้ำกับก๊อกฝักบัวที่มันสลับกัน เตียงนอนบนเรือที่มันเสีย (แต่กลับดีได้ในเวลาต่อมา) โดนปล้นที่โรงแรม ฯลฯ

การกินแต่นมสด อาจจะหมายถึง ความพยายามทำอะไรดีๆ เป็นการไถ่โทษความผิดที่ตัวเองทำไว้ในอดีตก็ได้

ท่าทางจะต้องรอดูตอนเป็นหนังแผ่นอีกรอบจริงๆ แล้วสิครับ เริ่มน่าสนใจขึ้นมาแล้ว


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:9:47:30 น.  

 
ไม่ได้แวะมาหานานเลย ขอโทษนะคะ หวังว่าคงจะสบายดีนะคะ


โดย: Angel Tanya วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:9:56:30 น.  

 
ลืมไป อยากร่วมบ่นเรื่องที่สอบถามรอบหนังที่ไม่ใช่พากย์ไทย แล้วพนักงานไม่รู้เรื่อง

ผมว่าช่วงหลังๆ คนที่ทำงานไม่มีความใส่ใจในงานที่ทำเอามากๆ สังเกตจากเวลาไปร้านหนังสือ คนขายไม่รู้จักหนังสือ ไม่อ่านหนังสือก็มีมาก หรือไปร้านขายหนัง ถามคนขายว่ามีหนังเรื่องนี้เรื่องนั้นไหม เขาก็ไม่รู้จัก แถมบางทีทำเหมือนหัวเราะเยาะใส่กันด้วยว่าหนังอะไร มั่วมาหรือเปล่า มีหนังเรื่องที่ว่าจริงหรือเปล่า ไม่เคยเห็น (ก็แหงล่ะ แกขายหนัง แต่แกไม่ดูหนัง ไม่ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับหนังนี่หว่า)

ช่วงหลังจะเจอคนแบบนี้เยอะมาก คุณจะอยากหรือไม่อยากทำงานที่กำลังทำอยู่ แต่ในเมื่อยังไม่มีทางอื่นไป ก็ควรจะใส่ใจกับงานที่ทำให้เต็มที่ ถ้าคนไทยมีนิสัยแบบนี้กันหมด สังคมโดยรวมมันก็จะมีแต่เปลือก หาแก่นหรือรากฐานที่หนักแน่นไม่ได้

ขอบ่นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับหนังหน่อยนะครับ


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:9:57:36 น.  

 
ดีใจที่คุณเปลี่ยนรูปของบล็อคแล้ว ส่วนหนังที่คุณเขียน ถ้าออกเป็นดีวีดีจะรีบหาไปอ่านครับ สบายดีนะครับ


โดย: Johann sebastian Bach วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:11:34:12 น.  

 
ชอบ last life มากกว่า invisible เหมือนกันค่ะ

แต่พอมาอ่านที่คุณสาวไกด์ฯเขียน

ก็รู้สึกว่า เออ คุณสาวไกด์ดูหนังได้ละเอียดกว่าเราเยอะเลยแฮะ



โดย: ป่อหงส์ วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:12:23:08 น.  

 
ยังไม่ได้ดูหนังสองเรื่องนี้เลยค่ะ แต่อ่านไปแล้วหน่อยนึง ก่อนถึงช่วงสปอยค่า


โดย: jan_tanoshii วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:14:22:26 น.  

 
ดูแต่ Invisible Waves เราชอบลิซารด์ที่สุด แสดงดี แต่ฉากที่ชอบมากคือตอนร้องเพลงในรถที่จับคิโยจิไป

แต่ถ้าให้เทียบกัน เราอาจจะยังดูไม่ละเอียดพอ แต่ให้รู้สึกคร่าวๆ คงชอบ Lst Life มากกว่า ในทำนองที่ว่าเป็นเรื่องที่อบอวลด้วยความรักมากกว่าค่ะ

ในขณะที่เรื่องหลังดูแล้วก็มีอะไรให้ติดใจและคิดตามค่ะ


โดย: foneko (fonkoon ) วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:16:04:39 น.  

 
ชะแว่บๆ มาบอกว่า เอาเพลง Endless story มาลงแล้วค่า



โดย: jan_tanoshii วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:16:32:36 น.  

 
ว๊า อุตส่าห์ขนหนังสือใส่รถกันลืมไว้แล้วเชียว


โดย: เซียวเปียกลี้ วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:17:22:40 น.  

 
ขอบคุณครับสำหรับรายละเอียดในการจะไปดูหนัง
ยังไม่มั่นใจว่าจะได้ไปหรือเปล่า
เพราะโรงหนังแถบนั้นไม่ค่อยคุ้นเลย

ไม่ได้ไปแถวนั้นนานแล้ว



โดย: พ่อพเยีย วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:18:33:34 น.  

 
จากบล็อกเพลงดาวนะคะ

"เราว่าเสียงคุณจุเศร้าเกินเนื้อหาเพลงน่ะค่ะ (ในบางช่วง)


เพลงนี้มันออกแนวกำลังหวั่นไหว รอคอยความหวัง

แต่ของคุณจุ บางช่วงเสียงมันออกแนวเหมือนจะเจ็บปวด (เหมือนแบบ..เฮ้ย..ไม่มีหวังน่ะค่ะ) มากกว่าน่ะค่ะ "



คุณไกด์ คะ.... นั่นอ่ะ ความรู้สึกจุ ตอนร้องเลยล่ะ

เพราะถ้าบอกรักใครสักคน ถ้ามันรัก อ่ะ มันควรจะแสดงออกตรงนั้นเลย ไม่ใช่ให้รอวุ๊ย


โดย: กระจ้อน วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:18:36:02 น.  

 
งั้นขอไม่อ่านนะคะ
เพราะยังไงก็คงไม่ได้ดูหนังสองเรื่องนี้อยู่ดี

ขอบคุณสำหรับกำลังใจให้ส้มนะคะ


โดย: mungkood วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:19:13:52 น.  

 
มาเยี่ยมยามค่ำๆค่ะ


โดย: ธูปหอมเทียนสว่าง วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:20:11:24 น.  

 
สนใจเรื่อง The Constant Gardener จังค่ะ
ดูตัวอย่างหนังแล้วชอบมากๆ
ยิ่งได้มาอ่านที่คุณสาวไกด์เขียน ยิ่งคิดว่าน่าจะไปดูจัง


โดย: Black Tulip วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:21:05:32 น.  

 
แวะมาคับ แต่ไม่ได้อ่าน เพราะมันเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ขอบคุณคับที่เข้า blog BB ยังไงก็ติดตามเรื่อยๆนะคับ

ป.ล.เข้ากลุ่ม blog อื่นๆก็ได้คับ


โดย: ## ARMYKUNG ## วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:21:28:24 น.  

 
มาลงชื่อไว้ก่อน จะค่อยๆ อ่าน สลับกับอ่านหนังสือ


โดย: LEE (lyfah ) วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:21:33:19 น.  

 
เรื่องนี้คงไม่ได้ดูแน่ๆ

ฝากบอกพี่ก.หายไวไวนะคะ จะได้ไปช่วยถล่มร้านตาเซียว

แล้วเจอกันค่า

=)


โดย: hunjang วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:22:04:12 น.  

 
คำวิจารณ์ เป็นสิ่งที่ดี
หากคำที่เขาวิจารณ์ถูกต้องเราก็นำไปปรับปรุงตัวเอง
หากคำวิจารณ์นั้นไม่จริง
ไม่ถูกต้อง และเราไม่เป็นตามที่เขาวิจารณ์เราก็เฉยเสีย ไม่ต้องเก็บเอามาให้ความสนใจ

จากที่ท่านไปคุยใน BLOG เลยมาตอบให้ครับ


โดย: Sky วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:22:13:25 น.  

 


ข้าพเจ้ากะว่าสิ้นเดือนคงจะมีตังค์แล้ว...ไม่งั้นล่ะก็


โดย: เจ้าหญิงวีนัส (ohvenus ) วันที่: 9 มีนาคม 2549 เวลา:2:55:42 น.  

 


โดย: รักในแววตา วันที่: 9 มีนาคม 2549 เวลา:8:21:27 น.  

 
BBM อยู่อันดับ 4 ค่ะ
แต่ไม่รู้เพราะประเด็นไหนนะคะ เกี่ยวกับผู้หญิงต้องเป็นผู้เสียหาย จากการ "แอบ" หรือเปล่า


โดย: rebel วันที่: 9 มีนาคม 2549 เวลา:9:09:11 น.  

 
ถ้าท่านเจ้าของร้านไม่รีบไปเฝ้าร้านก็คงรอกันได้ค่ะ ต้องปรึกษาเถ้าแก่ก่อน


โดย: rebel วันที่: 9 มีนาคม 2549 เวลา:10:03:10 น.  

 
แวะมาอ่านแล้วครับ สำหรับ constant คุณสาวไกด์เขียนน่าอ่านจังครับ ส่วน คำพิพากษา ผมข้ามไปก่อนครับ เผื่อว่าจะได้ดูในโรง constant ผมชอบมากเลยนะ หนังดีมากแล้วก็สนุกด้วย


โดย: joblovenuk (joblovenuk ) วันที่: 10 มีนาคม 2549 เวลา:12:44:10 น.  

 
ยอมรับว่า ดู Invisible Waves แล้วหลับไปหลายช่วงเลยครับ เพราะการเดินเรื่องแบบอืดดดดดตอนต้นเรื่องนี่ ไม่ถูกโรคกะคนอดนอนแบบผมจริงๆ..

ส่วน The Constant Gardener ผมชอบนางเอกมากเลยครับ เธอเล่นได้มีพลังมากเลย

ผมเองก็ยังติดใจกับคำว่า Constant ครับ เพราะถ้าแปลตรงตัวมันจะแปลว่า "ค่าคงที่" ซึ่งพอเอามาขยายกับ Gardener ความหมายมันดูแปลกๆ เพราะผมเองก็ไม่รู้ว่า Constant มันมีความหมายอื่นอีกหรือไม่

หรือถ้ามันจะแปลแบบที่ผมคิดคือ "ชาวสวนผู้เสมอต้นเสมอปลาย" ผมก็ตีความไปว่า พระเอกเป็นเหมือนคนสวนที่ดูแลสวนแห่งหนึ่ง "ต่อจาก" ภรรยาของตัวเองที่ตายไป เมื่อเขาเห็นสภาพของสวน ว่ามันเริ่มเน่าเฟะและถูกพวกมอดแมลงกัดกินจนเสียหาย เขาก็พยายามใช้ทุกวิถีทางเพื่อรักษาสวนเอาไว้ แต่ในที่สุดแล้ว วิธีที่เขาเลือกมาทั้งหมดมันก็ไม่ได้ผล...

จนต้องพลีร่าง สลายสรรภางค์เป็นปุ๋ย คืนสู่สวนของเขา


โดย: nanoguy IP: 203.113.34.10 วันที่: 12 มีนาคม 2549 เวลา:11:23:11 น.  

 
ดู constant มาแล้วค่ะ
แต่ได้อ่านที่คุณสาวไกด์รีวิว
ก็อดขนลุกไม่ได้กับข้อ3-4
(ฉากที่เราโคตรสะเทือนใจเลย)

อยากให้หนังเรื่องนี้เปลี่ยนชีวิตเราบ้างจัง


อินวิซิเบิลเวฟติดไว้ก่อน เพราะยังไม่ได้ดูค่า


โดย: quin toki วันที่: 13 มีนาคม 2549 เวลา:17:56:27 น.  

 
มาตอบตามสัญญาค่ะ เราเองก็ชอบมากๆเหมือนกัน รู้สึกได้เลยว่าหนังเข้าทางแฮะ

ชอบความรักในหนังเรื่องนี้มากที่สุดเหมือนกันค่ะ ตอนนี้สังเกตตัวเองว่าถึงจะไม่ค่อยชอบหนังรัก แต่มักจะชอบประเด็นความรักที่แฝงอยู่ในหนังที่เน้นประเด็นอื่นๆ(งงมั้ยเนี่ย ) คล้ายๆกับที่เราชอบประเด็นความรักใน The Interpreter มากๆ

ส่วนฉากที่ทำให้ร้องไห้ มีฉากเดียวค่ะ คือฉากบนเครื่องบินกับเด็กคนนั้น โอย พูดไม่ออกเลย แต่ก็ชอบฉากที่เปิดเผยความจริงของ "การแต่งงานที่ได้แต่ลูกที่ตาย" มากๆเหมือนกัน เฉียบคมมากๆ ชอบค่ะ

รู้สึกว่าอยากจะดูเรื่องนี้อีกรอบจังค่ะ เพราะช่วงแรกๆนี่เอาแต่ตามอ่าน subtitle จนรู้สึกว่าไม่ค่อยได้เก็บรายละเอียดของหนังเท่าไหร่แฮะ


โดย: azzurrini วันที่: 17 มีนาคม 2549 เวลา:19:18:07 น.  

 





หวัดดีก่ะ

แวะมาบอกว่า


คิดถึงจ้า



โดย: TopFee วันที่: 23 มีนาคม 2549 เวลา:22:12:08 น.  

 
? ? The Constant Gardener และ The Invisible Wave? ? replica bags
replica bags //www.itbagonline.com


โดย: replica bags IP: 192.99.14.36 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:17:26:29 น.  

 
obviously like your website however you need to test the spelling on quite a few of your posts. Several of them are rife with spelling issues and I in finding it very troublesome to inform the reality however I??ll definitely come back again.
louis vuitton borse //www.hotelconsulting.it/


โดย: louis vuitton borse IP: 94.23.252.21 วันที่: 3 สิงหาคม 2557 เวลา:22:21:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
สาวไกด์ใจซื่อ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 201 คน [?]




ชอบอ่านหนังสือและดูหนังค่ะ ตอนนี้ทำงานด้านการท่องเที่ยวอยู่ นิสัยดีบ้างร้ายบ้าง แล้วแต่สภาวการณ์และคนที่เจอ


เนื้อหาและรูปภาพทั้งหมดในบล็อกสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้นำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก


ติดต่อเจ้าของบล็อกได้ที่ theworpor@yahoo.com
หรือ
https://www.facebook.com/saoguide






Group Blog
 
<<
มีนาคม 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
6 มีนาคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สาวไกด์ใจซื่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.