+++++The Emperor’s Journey และ April Snow หนังอบอุ่นท่ามกลางความหนาวเย็น+++++




(โดยไม่ต้องเตือนซ้ำ ทั้งสองรีวิว สปอยล์แน่นอนค่ะ เพราะเช่นนั้นถ้าคิดจะดูก็เหมือนเดิมนะคะ กรุณาอย่าอ่าน )




The Emperor’s Journey (March of the penguins)



กำกับโดย
Luc Jacquet

เรื่องราวโดย
Jordan Roberts (บทบรรยาย)
Lucc Jacquet (บทภาพยนตร์เบื้องต้น)



เครดิตการไปดูหนังเรื่องนี้ขอมอบให้น้องแข rebel ที่เอาถ้วยชามาประกันที่บล็อกว่าควรไปดูนะคะ รวมทั้งพี่ grappa ที่มาช่วยยืนยันอีก ๑ เสียงจนทำให้เสาร์ที่ผ่านมาได้ดูเรื่องนี้สมใจ (และต่อด้วย April Snow ที่โรงลิโดเหมือนกัน)



สำหรับเรื่องนี้บอกไม่ถูกค่ะ เราไม่อยากเชื่อว่ามันเป็นหนังสารคดี สำหรับเราเราไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้อย่างหนังสารคดีเลยค่ะ แต่กลับดูด้วยความรู้สึกที่หนังเป็นหนังดรามาที่อาศัยภาพที่ถ่ายในแบบสารคดีมาถ่ายทอดเท่านั้นเอง เป็นหนังดรามาที่ตัวละครเอกผู้แสดงทั้งหลายไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นสัตว์อย่างเพนกวิน






เราไม่ทราบว่าการสร้างหนังเรื่องนี้นั้น ผู้สร้างเขียนบททั้งหมดก่อนแล้วไปถ่ายภาพมาเพื่อให้ได้ตามบท หรือ ได้ไปถ่ายทำชีวิตของเพนกวินจักรพรรดิแล้วคิดพล็อตเรื่องขึ้นมา หรือ คิดไว้บางส่วนและไปเก็บภาพมาแล้วดัดแปลงเรื่องให้มันเข้าที่เข้าทางมากขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าภาพแต่ละภาพที่ปรากฏในหนังเรื่องนี้นั้นน่ามหัศจรรย์ในเรื่องของการเก็บภาพมาให้ปรากฏแก่สายตาคนดูได้มากๆ ทั้งภาพแบบโคลสอัพให้เห็นในระยะประชิดจนน่าทึ่ง หรือภาพอันสวยงามในมุมกว้างที่น่าประทับใจ







ดังนั้นเมื่อดูๆ ไปและดูหนังเรื่องนี้อย่างที่เราไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นสารคดีแต่ดูด้วยอารมณ์ของหนังดรามา เราจึงไม่ตะขิดตะขวงใจกับการที่ผู้สร้างใส่คำพูด ความคิดนึก ความรู้สึกผ่านบทพูด, บทบรรยาย โดยให้ความคิดนึกนั้นเป็นความคิดนึกของเพนกวินชายและเพนกวินหญิง รวมทั้งลูกเพนกวินที่ได้กำเนิดขึ้นมาด้วย


หนังเรื่องนี้ทำให้เราค่อนข้างทึ่งกับบทที่เขียนขึ้นโดยมีภาพประกอบราวกับสามารถ “กำกับ” เพนกวินทั้งหลายให้สามารถดำเนินเรื่องราวไปอย่างที่ผู้สร้างต้องการได้ และภาพแต่ละช็อตที่ปรากฏนั้นหลายภาพงดงามราวกับสร้างขึ้นด้วยเทคนิคพิเศษ (หลายๆ ช็อตที่สวยจัดๆ เราอดสงสัยไม่ได้จริงๆ ว่าหนังเรื่องนี้มันใช้ CG ในการสร้างภาพบ้างมั้ยนี่? แล้วบางช็อตก็ extreme close up ซะจน..โหย..ทำได้ไงเนี่ย?) โดยเฉพาะช็อตช่วงที่พ่อเพนกวินกับแม่เพนกวิน “เต้นรำ” กันนั้นงดงามและโรแมนติกจริงๆ (เพลงประกอบช่วงนี้ไพเราะมากมาย โดยเฉพาะประโยคที่ว่า How beautiful we can be? ใช่แล้ว เราไม่คิดว่าจะ “งาม” ได้ขนาดนี้มาก่อนเลย)



โดยสรุปแล้วเป็นหนังสารคดี (?) ที่งดงามและมีเรื่องราวให้คนดูสามารถที่จะอินไปได้ง่ายๆ ค่ะ รวมทั้งมีมุขน่ารักๆ ทั้งจากภาพ (เพนกวินลื่นล้มทั้งเพนกวินโต เพนกวินเด็ก- แปลกใจเหมือนกัน ทำไมเวลาเราเห็นการ “ลื่น” แล้วอารมณ์แรกที่ปรากฏต้อง “ขำ” ด้วยนะ? หรือกระทั่งบทพูดของลูกนกเพนกวินที่เปรียบเปรยง่ายๆ แต่น่ารักดีคือ สีขาว หมายถึง ดี มีอาหารมาให้ สีดำ หมายถึง ไม่ดี หิวโหย ต้องจากลาไปไกล (ตามสีตัวของเพนกวินที่ด้านหลังดำ หน้าท้องด้านหน้าขาว) แต่พูดถึงตัวเองว่าสีเทาดังนั้นจึงหมายถึง “หิวตลอดเวลา” ) แต่ถ้าใครที่ต้องการดูสารคดีแบบเพียวๆ จริงๆ อาจไม่ค่อยชอบลักษณะการสร้างที่เอาคำพูดคำจาและความคิดไปใส่ให้นกเพนกวินสักเท่าไหร่นักค่ะ


นอกจากนั้น..ไม่รู้ว่าเกี่ยวกันมั้ย..แต่ดูหนังเรื่องนี้แล้วคิดถึงแม่เอามากๆ ค่ะ การเป็นพ่อคนแม่คนนี่มันยากจังนะคะเพราะฉะนั้นมีชีวิตรอดมาจนป่านนี้ได้ อย่าทำลายมันลงไปง่ายๆ เลยค่ะ เพราะเราไม่มีสิทธิ์ทำให้พ่อกับแม่เราเสียใจได้มากมายขนาดนั้นหรอกค่ะ (จริงๆ เราไม่มีสิทธิ์ทำให้ใครเสียใจเลยด้วยซ้ำ หึๆ)


อ้อ..แล้วที่ชอบอีกอย่างคือ ทั้งพ่อนกและแม่นกเพนกวินต่างมีส่วนช่วยในการเลี้ยงลูกทั้งคู่เลยค่ะ ถ้าขาดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปลูกนกเพนกวินจะไม่มีทางรอดเลย ทำให้รู้สึกดีจัง



ส่วนที่ชอบ

๑. ภาพอันสวยงามและดนตรีประกอบไพเราะๆ (ชอบสุดคือเพลงตอนที่เพนกวินจับคู่เต้นรำค่ะ โรแมนติก อ่อนหวานและเข้ากับภาพมากๆ)
๒. บทน่ารักๆ การโยงบทเข้ากับภาพ และการทำให้หนังสารคดี (?) เรื่องนี้ไม่น่าเบื่อเลยสำหรับเรา


ส่วนที่ไม่ชอบ

๑. บางช่วงของหนังที่อืดไปนิด จนถ้าสมาธิไม่ดีพออาจวูบหลับเอาได้ง่ายๆ
๒. ความไม่เคลียร์บางอย่างของหนัง (หรือข้าพเจ้างุนงงไปเองไม่ทราบ) จนป่านนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าแล้วลูกเพนกวินจะไปอยู่ไหน แล้วพอโตจะแยกแหล่งที่อยู่หญิง-ชายเหมือนพ่อกับแม่มันได้อย่างไร

สำหรับเรื่องนี้ให้ 8 เต็ม 10 ค่ะ




April Snow



กำกับโดย

Heo Jin-Ho (One Fine Spring Day, Christmas in August)

นักแสดง

Bae Yong-Joon
Son Ye-Jin
Ryu Seung-Su



เรายังไม่เคยดู One Fine Spring Day ค่ะ ได้ดูแต่ Christmas in August (ซึ่งเป็นหนังเกาหลีอีกเรื่องที่ระหว่างดูไม่ร้องไห้ แต่เมื่อหนังจบนี่ร้องได้แบบจริงจังมาก เพราะประโยคปิดท้ายเรื่องที่ว่า “ความปรารถนาดีที่คุณมอบให้มานั้น ผมรับรู้มาตลอดและต้องขอขอบคุณ แต่ที่ผมทำได้ก็เพียงรับมันไว้เท่านั้น” ตายจมน้ำตาไปเลยค่ะ) เพราะฉะนั้นจึงมิอาจตีความหนังรวมฉบับไตรภาคแบบที่คุณ merveillexx ได้นะคะ แต่เราก็รู้สึกว่าผู้กำกับคนนี้ค่อนข้างให้ความสำคัญกับฤดูกาลและวันเวลาเหลือเกิน (ดูจากชื่อหนังแต่ละเรื่องเค้าสิคะ)


สำหรับ April Snow เป็นเรื่องราวของอุบัติเหตุทางความสัมพันธ์ เมื่อชายคนหนึ่งได้รับทราบพร้อมๆ กับหญิงอีกคนหนึ่งว่า คู่ชีวิตของตัวเองมีชู้กับคู่ชีวิตของอีกฝ่าย ทั้งคู่เจ็บปวด แต่การได้ร่วมความรู้สึกทุกข์ทนจากการถูกทรยศด้วยกันทั้งคู่ ทำให้ทั้งสองค่อยๆ สร้างความสัมพันธ์กัน และท้ายที่สุดก็ทำในสิ่งที่ทั้งคู่เคยเป็นฝ่าย “ถูกกระทำ” แต่ครั้งนี้ทั้งสองคนเลือกที่จะเป็นฝ่าย “กระทำ” บ้าง (โดยก้ำกึ่งอยู่ระหว่างความปรารถนาในการที่จะแก้แค้นหรือความปรารถนาส่วนตัวของทั้งคู่) แต่ท้ายที่สุดเมื่อคู่ชีวิตของอีกฝ่ายมี “การเคลื่อนไหว” (คนหนึ่งฟื้น-คนหนึ่งตาย) ทั้งสองคนก็ต้องเลือกทางของตนเอง


หนังเรื่องนี้มีช็อตหลายช็อตบนท้องถนนที่สื่อความหมายที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นช็อตแรกของพระเอกที่ขับผ่านอุโมงค์ (ทางเชื่อมจากอีกที่สู่อีกที่-จากสิ่งเก่าไปสู่สิ่งใหม่) พร้อมกับหิมะที่โปรยปราย / ช็อตสองคนที่นั่งรถในคันเดียวกันเพื่อจะไปงานศพ (วิวระหว่างทางเป็นภาพการเผาที่นาเพื่อเริ่ม “เพาะปลูก” ใหม่ – เหมือนๆ กับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่เริ่มก่อรูปชัดเจนภายหลังจากที่ไปประสบกับเหตุการณ์เลวร้ายที่งานศพของชายหนุ่มด้วยกัน) และช็อตในรถครั้งสุดท้ายของทั้งคู่ที่สองข้างทางมีเหตุการณ์ที่เรียกได้ว่า ไม่ปกติ นั่นคือมีหิมะในฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน ปกติของเกาหลีเป็นฤดูใบไม้ผลิแล้ว) ดังที่นางเอกเคยคุยกับพระเอกว่าตนเองชอบฤดูใบไม้ผลิ แต่ก็ชอบหิมะด้วย (ขณะที่พระเอกชอบฤดูหนาว)และพระเอกได้พูดว่างั้นก็เป็น “หิมะในฤดูใบไม้ผลิน่ะสิ”





แล้วสุดท้ายความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เป็น “หิมะในฤดูใบไม้ผลิ” จริงๆ (อยากรู้เหมือนกันว่า ถ้าหิมะมันไม่ตกในฤดูใบไม้ผลิให้พระเอกเห็นแล้ว พระเอกจะคิดอะไรกับเรื่องของนางเอกขึ้นมาอีกครั้งได้มั้ยนะ?) นั่นคือ เป็นความสัมพันธ์ที่ “ผิด” ไปจากปกติ แต่ “เป็นได้” และแม้ดอกไม้อันสวยงามจะต้องจมอยู่ใต้หิมะ แต่มันก็จะมีการผลิบานขึ้นอีกครั้ง

นอกจากนั้นในหนังยังมีช็อตการเฝ้ามองไปนอกหน้าต่าง เฝ้ามองแสงสว่างที่ปรากฏอยู่ภายนอก ขณะที่คนที่นอนอยู่เป็นเสมือนความมืดดำของชีวิต




และนอกจากนั้นแล้ว ผู้กำกับคนนี้ชอบมีภาพที่แสดงให้เห็นถึงการแตะต้องไม่ได้และการเฝ้ามองอย่างห่างไกลค่ะ (ไม่แน่ใจว่าใน One Fine Spring Day มีช็อตแบบนี้หรือไม่นะคะ) แต่อย่างใน Christmas in August คือช็อตที่พระเอกได้เห็นนางเอกอีกครั้งผ่านกระจกของร้านอาหาร และเขาได้แต่เพียงไล้นิ้วไปบนกระจกที่เห็นเธออยู่ และกับเรื่องนี้ที่นางเอกได้แต่เฝ้ามองพระเอกจากร้านที่เคยนั่งด้วยกันผ่านกระจกถึงสองชั้น ทั้งกระจกจากร้านที่เธอนั่งอยู่และกระจกของห้องพระเอก ก่อนที่เธอจะตัดสินใจที่จะเดินจากไป


อีกประการที่น่าสังเกตคือ อาชีพของพระเอกทั้งสองเรื่องค่ะ เรื่อง Christmas in August พระเอกเป็นเจ้าของร้านถ่ายภาพ ส่วนเรื่องนี้เป็นผู้จัดไฟ เหมือนๆ กับว่า ผู้กำกับคนนี้ชอบที่จะให้พระเอกของตนเองทำหน้าที่ “ให้ความสุขกับผู้อื่น” เสมอเลย (ว่าแต่ใน One Fine Spring Day นี่พระเอกทำอาชีพอะไรฤา?)



ส่วนที่ชอบ

๑. การสื่อความหมายด้วยภาพหลายๆ ช็อตอย่างที่กล่าวมาในข้างต้น
๒. การถ่ายหิมะที่ถ่ายออกมาได้สวยมาก จนเรียกได้ว่าเป็นความหนาวเย็นที่แสนสวยงามจริงๆ
๓. เนื้อนวลเนียนของนางเอก ความกล้าที่จะเปิดเผยเนื้อหนัง (และหุ่นแสนงาม) ของเธอ ดูแล้วอยากเป็นพระเอกค่ะ


ส่วนที่ไม่ชอบ

ไม่ชอบตอนจบค่ะ แม้ใจหนึ่งจะอยากให้จบอย่างนี้ แต่..นะ..บอกไม่ถูก เหมือนที่เราอยากให้ Il Mare จบตั้งแต่พระเอกโดนรถชนตายโดยที่นางเอกจำไม่ได้เลยนั่นแหละ ไม่ต้องมาเจอกันเลยอีก จะ “โดน” กว่านี้มาก


สำหรับเรื่องนี้ให้ 7.8 เต็ม 10 ค่ะ


อ้อ...ว่าแต่ไม่แน่ใจว่าช็อตนี้ข้าพเจ้าพลาดไปหรือเขาตัดออกไปคะ? ใครที่ดูแล้วช่วยบอกหน่อยว่า ช็อตนี้มันมีในหนังที่ฉายในไทยหรือไม่ ทำไมไม่อยู่ในหัวสมองข้าพเจ้าเลยหละ?






สำหรับหนังสองเรื่องนี้เป็นหนังที่มีบรรยากาศอบอุ่นค่ะ (แม้ฉากในเรื่องจะค่อนข้างหนาวเย็น) แต่เรื่องหลังจะเศร้าระทมไปด้วยนิดหนึ่ง (แต่ก็จบแบบสุขอะนะคะ) ถ้าถามว่าจำเป็นต้องดูในโรงหนังมั้ย สำหรับเราเราคิดว่าร้านวีดีโอใกล้บ้านอาจไม่เอาเจ้าเพนกวินมาให้เช่าค่ะ จึงเลือกที่จะดูในโรง และสำหรับเรื่องหลังถ้าอยากอยู่ในบรรยากาศที่สามารถจะซึมซับสีหน้า อารมณ์ แววตาทั้งหมดของนักแสดงได้ ก็ควรดูในโรงค่ะ เพราะถ้าดูผ่านทางดีวีดี (หรือวีซีดี) แล้วสมาธิไม่พอ อาจไม่อินเต็มที่



อ้อ..แทรกนิดหนึ่งละกัน (ตอนแรกว่าจะเขียนอีกบล็อกแต่อย่าดีกว่าแฮะ) เพิ่งกลับไปอ่านนาร์เนีย (ตอนนี้ถึงเล่ม ๓ แล้วค่ะ) แล้วก็เลยเห็นข้อแตกต่างระหว่างหนังกับหนังสือดังนี้นะคะ

๑. ในหนังทำให้บุคลิกของซูซานกับเอ็ดมันด์ชัดกว่าหนังสือ ซึ่งสำหรับเราเราว่าไม่ดีค่ะ เพราะสำหรับเล่มแรกซูซานยังไม่ได้เป็นคนที่ยึดหลักการและความเป็นจริงมากขนาดนั้น เอ็ดมันด์เองก็ไม่ได้ “เกเร” มากขนาดนั้น (แต่สำหรับเอ็ดมันด์เราเห็นว่าเป็นข้อดี เพราะจะทำให้การ “ทรยศ” นั้นดูมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น)

๒. ในหนังสือ เด็กๆ ไม่ได้เรียกร้องที่จะกลับบ้านและไม่ช่วยเหลืออย่างในหนัง (ซูซานเป็นคนพูดด้วยซ้ำว่า เราควรจะอยู่ช่วย) ซึ่งประเด็นตรงนี้เราว่าสำคัญนะที่จะทำให้ซูซานน่ารักกว่าในหนังอีกเยอะ

๓. หนังตัดประเด็นที่อัสลานเป็นผู้สอนปีเตอร์ในเรื่องของแผนการรบ (โดยให้ปีเตอร์เป็นคนวางแผนซะเอง ซึ่งทำให้ดู “เก่งกาจ” เกินเหตุ)


แต่ขณะเดียวกันสิ่งที่หนังทำได้ดีกว่าหนังสือคือ ทำให้ประเด็นการขัดแย้งระหว่างเอ๊ดมันด์กับปีเตอร์ชัดเจนขึ้น มีน้ำหนักในการทรยศมากขึ้น และทำให้เรื่องราวในหนังดูสมจริงสมจังในแบบผู้ใหญ่มากขึ้น (ในหนังสือจัดได้ว่าเป็นจินตนาการสำหรับเด็กจริงๆ กระทั่งผู้เขียนเองก็แซวตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่า คงบรรยายตอนนี้มากไม่ได้ เดี๋ยวผู้ใหญ่จะไม่ให้เด็กอ่าน ฯลฯ) ซึ่งทำให้หนังมีควาสมเหตุสมผลมากกว่าในหนังสือค่ะ



ขอบคุณทุกท่านสำหรับการติดตามค่ะ





สำหรับท่านใดที่แวะมาบ้านสาวไกด์เป็นครั้งแรก
(หรือเคยมาแล้วแต่มีหนังสือกับหนังที่อยากแนะนำเพิ่มเติม)

เรียนเชิญ ที่นี่ค่ะ



Create Date : 09 มกราคม 2549
Last Update : 9 มกราคม 2549 18:13:17 น. 55 comments
Counter : 1425 Pageviews.

 
หวัดดีตอนเช้าค่ะ คุณสาวไกด์.....

เป็นหนังที่ยังไม่ได้ดูเลย แต่อยากดูมากๆ


โดย: Batgirl 2001 วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:9:37:20 น.  

 
อะจ๊ากส์
ชื่อบล็อกของเต้ยวันนี้" โดน" พี่อย่างแรง
มีคนเคยเซ็นหนังสือให้ด้วยประโยคนี้ "สำหรับผู้หญิงที่อบอุ่นท่ามกลางความหนาวเย็น" (อนุญาต ให้อ้วกได้-แต่มันนานมากกกกกกกกกก แล้วล่ะ )

April Snow ที่พี่ดูก็ไม่มีฉากที่เต้ยเอารูปมาลง

ส่วน One fine spring day พระเอกเป็นคนอัดเสียง
พระเอกจะอัดเสียง พวกธรรมชาตื อย่างเสียงน้ำตก เสียงลม ฯลฯ เข้าไปในหนัง เวลาเราเห็นเบื้องหลังหนัง คนที่ถิอไมค์อันใหญ่ๆ น่ะ อันนั้นคือหน้าที่ของพระเอกในเรื่อง One fine spring day

สรุปแล้ว พระเอกของ เฮอร์จินโฮ ( ผู้กำกับ ) ในหนังทั้งสามเรื่อง เป็นคนให้ภาพ ให้แสง และให้เสียง

ดูหนังลงรายละเอียดดีนะเต้ย


โดย: grappa วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:9:46:01 น.  

 
เมนต์ก่อนนะเด๋วจะอ่าน


โดย: ปลายเทียน IP: 203.113.71.104 วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:9:48:44 น.  

 


โดย: โสมรัศมี วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:9:59:37 น.  

 
แวะมาหา อยากดูเรื่องที่สอง เรื่องแรกดูไปแล้ว ฟังไม่ออก ฮิๆๆๆ แต่ก็น่ารักกันมากๆ


โดย: ตี๋น้อย IP: 221.194.29.238 วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:10:09:59 น.  

 
อ่านสัมภาษณ์ผู้กำกับ เค้าบอกว่าก่อนหน้านี้ไปทำงานเป็นตากล้องให้กับหนังนกเพนกวินอีกเรื่องหนึ่งแล้วรู้สึกว่าชีวิตของนกเพนกวินมันมีความเป็นดราม่าอยู่ในตัวมาก จึงคิดจะทำหนังของตัวเองค่ะ และนกเพนกวินไม่กลัวคนค่ะ สามารถเข้าไปใกล้ๆ ได้โดยมันไม่รู้สึกถูกรบกวน นอกจากนี้พฤติกรรมของเพนกวินค่อนข้างจะเป็นแบบแผน คือเดาได้ว่าจะเดินไปทางไหนจะทำอะไรต่อไปค่ะ

ความรู้สึกจริงๆ ที่ได้จากหนังเรื่องนี้คือ
ความเปราะบางของชีวิตและเกียรติของการดิ้นรนต่อสู้ค่ะ
แล้วก็นึกถึงสัตว์ในสวนสัตว์
ว่าชีวิตของมันยังมีความหมายอะไรเหลืออยู่บ้างหนอ


โดย: rebel วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:10:10:28 น.  

 
A chance of sunshine ฉบับภาษาอังกฤษ ท่าทางจะหายากแล้วล่ะเต้ย
เคยถามที่คิโนฯ เขาบอกว่าคงไม่สั่งมาแล้ว

แต่ถ้าอยากได้จริงอาจต้องซื้อทางเว็ป อย่างเช่น อเมซอน น่าจะพอหาได้


โดย: grappa วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:10:21:28 น.  

 
ยังไม่ได้ดูทั้งสองเรื่องเลยค่ะ
ไม่มีโอกาสดูซักที สุดท้าย ดู DVD ตลอดเลย

คุณสาวไกด์เม้นท์ได้ดีจังเลยค่ะ เด๋ววันหลังจะเข้ามาอ่านอีกนะคะ


โดย: BBwindy วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:10:26:28 น.  

 
บล็อกวันนี้เห็นแล้วเย็นๆ เนาะคะพี่
อยู่ท่ามกลางหิมะทั้งสองเรื่องเลย


แต่สงสัยสองเรื่องนี้แอนไม่ได้ดูแน่ๆ เลย แงๆ


=@^_^@=


โดย: มรกตนาคสวาท วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:10:39:23 น.  

 
หนังสือ A Chance of Sunshine ฉบับภาษาอังกฤษ เมื่อไม่นานมานี้เห็นอยู่ที่ B2S แต่ไม่แน่ใจว่าสาขาชิดลม หรือโรบินสันสุขุมวิทค่ะ เดี๋ยวถ้าได้ไปจะไปดูให้อีกทีค่ะ

แขมี mp3 เพลง Oldie อยู่นะคะ ถ้าพี่ไกด์อยากได้เดี๋ยวก๊อบให้ได้นะคะ


โดย: rebel วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:10:59:05 น.  

 
เรื่องเรกดูแล้วน้ำตาไหลค่ะ

ส่วนเรื่องที่สองยังไม่ได้ดู
แต่เพลงเพราะอ่ะค่ะ

มีความสุขมากๆนะคะ


โดย: prncess วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:11:24:02 น.  

 
เรื่องเก่ายังไม่ได้ดูเลย คุณสาวไกด์เอาเรื่องใหม่มายั่วอีกแร้วววววววว


โดย: ไ่่ก่ย่างคุกกี้กรอบหมีชอบหมด วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:11:59:34 น.  

 
อยากดูทั้งสองเรื่องเลยค่ะ


โดย: ทูน่าค่ะ วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:12:06:42 น.  

 
ไปดูน้องเพนกวิน (ญาติห่างๆ ของเราเอง) มาแล้วค่า

น่ารักมากมาย ประทับใจสุดๆ (แต่ต้นๆ เกือบเผลอหลับไปเหมือนกัน)

แต่ยังไม่ได้ดู April Snow เลยค่ะ จริงๆ คือยังไม่ได้ดูทั้ง 3 เรื่อง พอดีช่วงหลังๆ เริ่มเบื่อๆ หนังเกาหลีนิดๆ เลยห่างๆ ไป
แต่ไว้จะไปหามาดูดีกว่า เห็นคนพูดถึงกันเยอะ

ส่วนเรื่องหนังสือของคุณคำผกา ที่เคยถามไว้ เรื่องกระทู้ดอกทอง เราว่าก็สนุกดีค่ะ แต่เรายังไม่ได้อ่าน ฉัน-บ้า-กาม เลยเทียบกันไม่ได้ว่าเล่มไหนสนุกกว่ากัน กระทู้ดอกทองเป็นเรื่องในแนววิจารณ์วรรณกรรมไทยร่วมสมัยในแง่ของแฟมินิสต์มากกว่า อ่านก็มันส์ๆ ดีค่ะ ตามประสาสาวสมัยใหม่ปากร้าย แต่เรื่องแนวคิด ก็คงเป็นเรื่องความคิดส่วนบุคคลล่ะค่ะ (เราว่าบางเรื่องก็แรงไปนิดสำหรับคนไทยอ่ะนะ) เราชอบเรื่อง จดหมายจากเกียวโตมากกว่าค่ะ


โดย: เดอะ กั้ง วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:12:06:59 น.  

 
The Emperor’s Journey (March of the penguins)
เรื่องนี้ค่ะที่อยากดูมากๆ เห็นมันน่ารักดี แต่คงรอ DVD ออกถึงได้ดู ค่ะ แต่ก้อจะรอดูเรื่องนี้อะค่ะ


โดย: asariss วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:12:07:46 น.  

 
ไม่อ่าน ไม่อ่าน ไม่อ่าน จะรอไปดู

แฮ่ ๆ แต่อดใจไม่ได้อ่านไปหลายบรรทัดเหมือนกันนะเนี่ย


โดย: blueblood@มาทุกวัน!!!! ^o^ วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:12:17:45 น.  

 
ตอนท้ายรู้สึกว่าหนังก็ไม่เฉลยนะคะว่าลูกเพนกวินไปอยู่ไหน
แต่เค้าจะกลับมาที่เดิม เพื่อดำเนินรอยตามบรรพบุรษอีก
ธรรมชาตินยี่ มหัศจรรย์จริงๆ

=)


โดย: hunjang วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:12:54:05 น.  

 
ให้จริงๆค่ะ
ค่าใช้จ่ายคือเขียนบลอกให้อ่านฟรีต่อไปค่ะ
ส่วนจะสะดวกไปรษณีย์ หรือมารับเองก็แล้วแต่พี่ไกด์ค่ะ หลังไมค์มาได้เลย


โดย: rebel วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:12:57:39 น.  

 
แฟนจุมาอยู่บล็อกนี้ได้งัยเนี่ย


โดย: ju (กระจ้อน ) วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:13:11:32 น.  

 
... ส่วนตัวแล้วชอบซูซานในหนังมากกว่าในหนังสือ เพราะมันทำให้เห็นว่า พี่น้องทุกคนล้วนมีความเป็นเด็กที่ยังไม่เติบโต (ความดื้อดึงจะกลับบ้าน ไม่ต้องการช่วยนาร์เนีย ไม่ใช่ ความเห็นแก่ตัว แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของการต้องการปกป้องครอบครัว แต่เมื่อ เธอได้พบกับ มิตรภาพ ความเสียสละ ที่เกิดขึ้นในนาร์เนีย ทำให้เธอได้เรียนรู้ โลกอีกด้าน และ ทำให้เธอ เติบโต ขึ้นอีก และ เข้าใจว่าทำไมคนอื่นๆถึงเลือกจะอยู่ต่อสู้เพื่อผู้คน)


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:13:22:10 น.  

 
เพนกวินจักรพรรดิ ผมไปดูมาเมื่อวันอาทิตย์ครับ

แต่อารมณ์หดหู่ไปหน่อย ก็เลยไม่ค่อยซาบซึ้ง

และก็ได้รับรู้ว่า ตัวเอง ไม่ใช่คนที่จะลบความรู้สึกเศร้าๆ ออกไปได้ง่ายๆ



เพนกวินน่ารักดีเนอะครับ

ชอบตอนที่เขาไถลตัวไปตามน้ำแข็ง

แล้วไปชนก้นเพื่อนที่ยืนอยู่

ขำดีจัง

- + - + - + -

ตอบข้อสงสัยครับ

เพนกวินเขาไม่ได้ถึงกับแยกกันอยู่ชายหญิงหรอกครับ

เพียงแต่ตอนรวมฝูงกันนั้น

จะไม่ได้สนใจเรื่องคู่ครองมากนัก

ดังนั้นจึงใช้คำพูดว่ามาเจอกันที่โออาม็อค

เพราะเมื่อถึงที่นั่น จึงเริ่มจับคู่ครับ


โดย: Marvellous Boy วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:13:51:40 น.  

 
ใจตรงกันเลยค่ะ
เพิ่งเขียนบล็อกเรื่อง April Snow เสร็จก็มาบล็อกคุณสาวไดด์เป็นที่แรก
แล้วก็มาจ๊ะเอ๋หิมะในฤดูใบไม้ผลิเหมือนกัน

ส่วนตัวแล้วไม่ค่อยประทับ Christmas in August กะ One Fine Spring Day นะคะ
แต่สำหรับ April Snow... กลับชอบแฮะ
ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยจะปลื้มพระเอกคนนี้เท่าไหร่เลย

รีบโทรไปขอบคุณเพื่อนเลยนะคะเนี่ยที่ส่งดีวีดีเรื่องนี้มาให้
ไม่งั้นคงไม่ได้ดูแน่ๆ

ส่วนเรื่องเพนกวินยังไม่มีโอกาสไปดูเลยค่ะ
ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องเครือญาติของเพื่อนซี้เราเลยนะคะ


โดย: กาน้ำชากะเชี่ยนหมาก วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:15:13:29 น.  

 
อืม ไม่ได้ดู
ทำไมเราเข้ามาblog นี้ทีไร ต้องมีประโยคว่า
ยังไม่เคยดู ยังไม่ได้อ่านตลอดเลย
แต่เท่าที่อ่านรู้สึกว่า
สำหรับบางคนบางคู่ ชีวิตก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยเนอะ


โดย: I am just fine^^ วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:15:17:24 น.  

 
อยากดูเพนกวินน่ะครับ ช่วงนี้ไม่ว่างเอาซะเล้ย...

กลัวมันจะออกไปซะก่อนเหมือนกันเนี่ย - -*


โดย: nanoguy (nanoguy ) วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:15:34:05 น.  

 
เพนกวินน่ารัก... พี่เบยิ่งน่ารัก อิอิ


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:15:58:20 น.  

 
..............จ้องมานานแล้ว April Snow ชอบนักล่ะ หนังแบบนี้

ว่าจะไปดูเลยอ่านเม้นท์ของคุณสาวไกด์ไม่หมด...

ส่วนหนังเพนกวิน น่ารักดีค่ะ......เอ่อ ยังไม่ดูเลยอ่ะ


โดย: แผล (J'aime l'amour... ) วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:16:45:18 น.  

 
การเดินทางของจักรพรรดิ์ นี่น่าสนใจจริงๆครับ..

คุณสาวไกด์..หาเรื่อง..มาหใผมลิสต์ไว้หลายเรื่องแล้วนะครับเนี่ย..แต่ยังไม่ได้เข้าโรงเลยวักกะเรื่อง..สงสัยต้องอาศัยบารมีร้านเช้าหนังอีกแล้วอ่ะ...


โดย: กุมภีน วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:16:51:34 น.  

 
อยากดูเพนกวินๆ มากๆ เลยค่า
คือ ชอบเพนกวินอยู่แล้ว พอเป็นหนังก็เลยอยากดู

ส่วนอีกเรื่องชอบพระเอกอ่ะค่ะ
ตั้งแต่เรื่อง winter love song ไว้จะไปหามาดูมั่ง


บล็อคนี้อยู่ในกลุ่มไหนดีคะคุณสาวไกด์ ...


โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:17:10:09 น.  

 
อิอิ อ่านเรียบทุกบรรทัด เพราะคงไม่ไปดูในโรงแน่ๆ ค่ะ (นาร์เนียก็คงอดแล้ว ถ้าหายเปื่อยไม่ทัน เหอๆๆ) แต่พออ่านแล้วทำให้นึกอยากดูเพนกวินขึ้นมากะทันหัน อยากดูภาพสวยๆ (เท่าที่เอามาลงนี่ก็โดนมากแล้วค่ะ)

ส่วน เอพริล สโนว์ อืมมม ถ้าพี่สาวไม่อยากดูก็คงจะไม่ได้ดูค่ะ เพราะส่วนตัวเป็นคนที่ดูหนังเกาหลีแล้วไม่ประทับใจเท่าไร (แต่ชอบ อิลเมเร่ นะคะ นี่กำลังจะหาเดอะคลาสสิกมาดูค่ะ เพราะมีคนแนะนำมาบอกว่าเรื่องนี้กรี๊ดมากๆ)

ปล.แปะโป้งการรีวิว The Key to the kingdom ไปก่อนนะคะ อิอิ อารมณ์ขี้เกียจเข้าสิงค่ะ


โดย: สายลมโชยเอื่อย วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:17:19:24 น.  

 



...


โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:17:32:16 น.  

 
พักนี้ ไม่ค่อยมีเวลาว่างได้ดูหนังเลยค่ะ

อ่านจากบล็อคเพื่อนๆเอา ก็ประหยัดดี

ขอบคุณนะคะ


โดย: Black Tulip วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:18:21:56 น.  

 
vote ja อิอิ..



โดย: VSr. วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:18:50:02 น.  

 
อยากดูเรื่องแรกเนื่องมาจากบล๊อคน้องแขเหมือนกันค่ะ
แต่ยังไม่ได้ไปดูค่ะ ไม่รู้ว่าฉายที่ไหนค่ะ ไม่ได้เข้าโรงหนังมาหลายปีแล้วค่ะ
เรื่องสุดท้ายที่ดูคือสุริโยทัยค่ะ หลังจากที่ไม่ได้ดูหนังโรงมา 10 กว่าปีแล้วค่ะ


โดย: Petit Patty วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:18:59:12 น.  

 
ถ้าได้ไป .. แวะมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ


โดย: แ ม ง ป อ วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:19:02:53 น.  

 

มาโหวตให้ค่ะ


ส่วนรีวิวเด๋วดูเพนกวินแล้วจะมาอ่านค่ะ
แต่อีกเรื่องดูแล้วค่ะ ชอบบบบบ


โดย: p_tham วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:19:09:10 น.  

 




แอบบ อ้อนนน
อีกแล้วค่ะ

วันนี้ วันสุดท้ายแล้ว
เพื่อนๆโหวดให้หนี่ฯด้วยน๊ะค๊ะ
ที่Blog”หนี่หนีหนี้
สาขาเพลงออนไลน์
+สาขาแดจังกึม

หนี่ฯขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงค่ะ




โดย: หนี่หนีหนี้ (แพรวขวัญ ) วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:19:30:22 น.  

 



หนี่ฯโหวดด้วยค่ะ




โดย: หนี่หนีหนี้ (แพรวขวัญ ) วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:19:32:33 น.  

 
โหวตให้ในสาขา guest book นะคะ


โดย: Batgirl 2001 วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:21:13:23 น.  

 
ไปดูมาแล้วครับสำหรบเพนกวิน

ช่วงแรกของเรื่องผมหลับครับ มาตื่นอีกทีตอนโดนแมวน้ำกิน

สำหรับเรื่องที่สงสัยว่าทำไมเขาถึงโคลสอัพได้ขนาดนั้น สำหรับมือสารคดีนี้ต้องทำได้ครับ เคยดูพวกเบื้องหลัง ไปถ่ายกันไม่ได้กลัวตายเลย

แต่สนุกดี เข้าใจเล่าเรื่องครับ


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:21:30:32 น.  

 
ส่วน Narnia ดูแล้วเฉย ๆ ครับ

มันจบแล้วยังไม่เค่ยอนรึงใจผมเท่าสด

ผมชอบอะไรเครียด ๆ กว่านี้


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:21:32:53 น.  

 
ชอบๆๆๆ อยากดูนกเพนกวินมากเลยอ่ะค่ะ ท่าทางน่ารักดีอ่ะ


โดย: tabebuia วันที่: 10 มกราคม 2549 เวลา:0:03:21 น.  

 
มาเชียร์ให้ดู One Fine ฯ ค่ะ เพราะข้าพเจ้าอินกับเรื่องนั้นมากกว่า

April Snow ก็ชอบนะคะ แต่ถ้าเทียบแล้ว ยกให้ One Fine ฯ

คงเป็นสถานการณ์ร่วมน่ะค่ะ...อะรไท่ใหล้เคียงกบเรา...เรามักจะอินง่าย

...ข้าพเจ้ายังคงชอบขอความรักบ้างได้ไหม? มากกว่าชูมาน เพราะเรื่องของการอินนี่ล่ะค่ะ (ชูมานชอบที่การตั้งชื่อเรื่องเป้นพิเศษ)

อาปอน (พิบูลศักดิ์) เป็นเจ้าชายโรแมนติคอย่างที่เค้าบอกจริงๆ เคยเจอด้วยค่ะ เดินเข้าไปขอถ่ายรูปด้วย...อาเค้าก็งงๆ


โดย: เจ้าหญิงวีนัส (ohvenus ) วันที่: 10 มกราคม 2549 เวลา:1:05:25 น.  

 
Image Hosted by ImageShack.us


โดย: ไอดินและกลิ่นฝน วันที่: 10 มกราคม 2549 เวลา:3:30:47 น.  

 


...ยังไม่ได้ดูทั้ง2เรื่องเลยค่ะ

แต่คงจะได้ดูเร็วๆนี้ ....

เดี๋ยวดูแล้วจะมาอ่านอีกทีนะคะ

แต่แวะมาทักทายพี่สาวไกด์คะ


โดย: Dying To Be Alive วันที่: 10 มกราคม 2549 เวลา:7:02:52 น.  

 
ผมชอบThe Emperor’s Journey มากครับ

คุณสาวไกด์เขียนได้ละเอียดสุดๆ เก็บรายละเอียดดีครับ


โดย: นายเบียร์ วันที่: 10 มกราคม 2549 เวลา:7:22:21 น.  

 
รีวิวนี่ทำให้ต่อยอยากดูกำเริบ เรื่องแรกเอาแค่ภาพไม่ต้องดูเนื้อเรื่องก็คุ้มแล้วอ่ะค่ะ เพนกวินน่ารักมาก ภาพพ่อแม่เพนกวินก็ดูโรแมนติคจังอ่ะ อิจฉาเพนกวินจะเป็นไรมั้ยเนี่ย


โดย: W i n t e r b e r r y วันที่: 10 มกราคม 2549 เวลา:8:41:45 น.  

 




เป็นเรื่องที่อยากดูทั้งสองเรื่องเลยค่ะ

เห็นเจ้าเพนกวิน แล้วอดเอ็นดูไม่ได้จริงๆ

ส่วน April Snow คงไม่ได้ดูแล้ว....ต้องรอหนังแผ่นแล้วค่ะ




โดย: อย่ามาทำหน้าเขียวใส่นะยะ วันที่: 10 มกราคม 2549 เวลา:11:42:44 น.  

 
TAKE CARE YOURSELF KRAABB...


happy new year นะคร้าบ...


ผมดูเพนกวินเดินทางแล้วร้องไห้
ตอนไหนให้ทาย...อิอิ


น่ารักครับ



โดย: อะไรดี วันที่: 10 มกราคม 2549 เวลา:12:34:27 น.  

 
ยังไม่ได้ดูเหมือนกัน...คิดว่าจะดูเพนกวินมากกว่า


โดย: ดอกพิกุลจะร่วง วันที่: 10 มกราคม 2549 เวลา:18:25:08 น.  

 
พี่ไกด์ ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆ ทำให้แบมอยากดูอีกแล้ว

ไม่เป็นไร รอดูตอนกลับเมืองไทยค่ะ

คิดถึงพี่ไกด์นะคะ แบมกลับมาแล้วค่ะพร้อมรูปๆๆๆ


โดย: yadegari วันที่: 11 มกราคม 2549 เวลา:0:43:55 น.  

 
พอบอกว่าฉะปอยเลยไม่กล้าอ่านเลย

เพราะยังไม่ได้ดูทั้ง 2 เรื่อง



โดย: เสือดาว IP: 58.10.20.58 วันที่: 11 มกราคม 2549 เวลา:1:21:12 น.  

 
Image Hosted by ImageShack.us


โดย: ไอดินและกลิ่นฝน วันที่: 11 มกราคม 2549 เวลา:3:07:04 น.  

 
กิ๊ววววววววววว เข้ามากิ๊วก๊าวด้วยความดีใจ เพราะศุกร์นี้พี่สาวจะพาไปดูนาร์เนียค่ะ (กำลงัพยายามภาวนาว่า ถึงวันนั้น อาการไอค้อกไอแค้กน่าจะหาย เพราะถ้าไม่หาย ชวดแน่)

แล้วยังไงอาจจะได้มาคุยกันค่ะ (แหะๆ อาจจะไม่รีวิวที่บล็อกตัวเองหรอกค่ะ ช่วงนี้เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ แบบว่า ขี้เกียจ )




โดย: สายลมโชยเอื่อย วันที่: 11 มกราคม 2549 เวลา:4:05:56 น.  

 
ตระเวณหาหนังแผ่นเกาหลีจนเหนื่อยใจ


โดย: กระจ้อน วันที่: 14 มกราคม 2549 เวลา:9:02:30 น.  

 
ไม่คุยด้วยเพราะคงคุยไม่รู้เรื่อง
อิอิ
ล้อเล่นจ้า
แบบว่าตามจขบ.ไม่เคยทันเล้ยย
ขอแอบอ่านอย่างเดียวแล้วกันนะคะ
^^


โดย: I am just fine^^ วันที่: 16 มกราคม 2549 เวลา:15:28:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
สาวไกด์ใจซื่อ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 201 คน [?]




ชอบอ่านหนังสือและดูหนังค่ะ ตอนนี้ทำงานด้านการท่องเที่ยวอยู่ นิสัยดีบ้างร้ายบ้าง แล้วแต่สภาวการณ์และคนที่เจอ


เนื้อหาและรูปภาพทั้งหมดในบล็อกสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้นำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก


ติดต่อเจ้าของบล็อกได้ที่ theworpor@yahoo.com
หรือ
https://www.facebook.com/saoguide






Group Blog
 
<<
มกราคม 2549
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
9 มกราคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สาวไกด์ใจซื่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.