++++++++นาร์เนียและคิงคอง การเผชิญกับโลกใหม่ของผู้ใหญ่และเด็ก++++++++




สวัสดีค่ะ


เมื่อวานซืนจริงๆ สาวไกด์ฯ ต้องกลับมาทำงานครึ่งบ่ายค่ะ แต่ด้วยความขี้เกียจ (รับปีใหม่เลยนะเนี่ย) ประกอบกับปีใหม่ทั้งทียังไม่ได้พัก ยังไม่ได้รื่นเริงอะไรกับเค้าเล้ย (ข้ออ้าง ข้ออ้าง ) ช่วงบ่ายก็เลยโดดงานไปดูหนังค่ะ โดยเราเลือกนาร์เนียขณะที่คนที่ไปด้วยเลือกคิงคอง จึงดูนาร์เนียที่เมโทรโพลิส และไปดูคิงคองที่ฝั่งเซ็นทรัลเวิลด์ (อันเนื่องมาจากความเหมาะสมของรอบฉายค่ะ)


ไม่เสียเวลา เริ่มทีละเรื่องเลยนะคะ (ทั้งสองเรื่องสปอยล์ค่ะ ถ้ายังไม่ดูและไม่ต้องการรู้เรื่องใดๆ อย่าเพิ่งอ่านนะคะ)



The Chronicle of Nania, the Lion, the Witch and the wardrobe



กำกับโดย
Andrew Anderson

เรื่องราวโดย
C.S. Lewis (หนังสือ)
Ann Peacocok (บทภาพยนตร์)

นักแสดง
Georie Henley แสดงเป็น Lucy Pevensie
Skandar Keynes แสดงเป็น Edmund Pevensie
William Moseley แสดงเป็น Peter Pevensie
Anna Poplewell แสดงเป็น Susan Pevensie
Tilda Swinton แสดงเป็น แม่มดขาว
James Mcavoy แสดงเป็น ฟอนทุมนัส



สำหรับนาร์เนียนั้น เราเคยอ่านหนังสือตอนออกมา ๓ เล่มตั้งแต่สมัยม.ปลาย โดยเพื่อนคนหนึ่งให้ยืมอ่านค่ะ แต่เนื่องจากอยู่ต่างจังหวัด เราจึงหาซื้อเองได้ยากมาก และแล้วในที่สุดตอนมาเรียนที่กรุงเทพฯ ก็เห็นสำนักพิมพ์ผีเสื้อเริ่มทยอยพิมพ์ออกมา เราก็ดีใจมากแต่ตอนนั้นรู้สึกออกมาเล่มเดียว เราก็รอกะว่าให้ครบแล้วจะซื้อทีเดียว ก็ปรากฏว่าเพิ่งจะมาได้ครบชุด ๗ เล่มเมื่องานหนังสือเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้เองค่ะ


พอได้หนังสือมาแล้วก็ตั้งใจว่าในหนังสือหลายสิบเล่มที่ได้มาจะอ่านชุดนี้เป็นชุดสุดท้าย (เพราะรู้ว่าสนุกอยู่แล้ว) แล้วเมื่อมีหนังมา ตอนแรกก็คิดอยู่ค่ะว่าเอ..จะอ่านก่อนดูหนังดีมั้ยจะได้รื้อความจำให้ชัดเจนขึ้น แต่ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจว่า ลองดูหนังก่อนดีกว่า แล้วค่อยอ่านจบครบชุดเลยทีเดียว


แต่แม้ว่าจะยังไม่อ่านหนังสือก่อนไปดูหนัง แต่ก็รู้สึกว่าตัวหนังกลับห้วนๆ และตัดอะไรหลายๆ อย่างออกไปจากหนังสือพอสมควรน่ะค่ะ (ซึ่งอันนั้นเราก็เข้าใจว่าหนังกับหนังสือไม่เหมือนกันน่ะนะคะ จะลอกมาทุกกระบิได้อย่างไร) แต่การตัดนี้กลับมีผลในเรื่องของอารมณ์บางอย่างที่ควรจะสร้าง อย่างกรณีของซูซาน (เอ่อ..ธนูมาเพื่อยิงครั้งเดียวเองเหรอคะ มันไม่มีส่วนสำคัญอะไรต่อเรื่องเหมือนคนอื่นๆ เลยนะนี่) แต่เราก็จำไม่ได้ว่าในหนังสือให้บทบาทของซูซานกับธนูมากกว่านี้หรือเปล่านะคะ ต้องขอไปอ่านก่อนค่ะ แต่ตอนนี้เอาความรู้สึกจากการได้ดูหนังล้วนๆ ก่อนเลยละกันค่ะ สรุปคือ รู้สึกว่าตัวหนังมันพร่องๆ อะไรบางอย่างไปก็ไม่รู้ค่ะซึ่งต่างกับตอนที่อ่านหนังสือที่รู้สึกเต็มอิ่มมากๆ


ในขณะเดียวกันตัวหนังกลับมีบางมุขที่เป็นแบบวอลท์ ดิสนี้ย์ วอลท์ ดิสนีย์ เช่นเรื่องผ้าเช็ดหน้าของลูซี่ที่เคยให้กับทุมมัส ที่ตอนท้ายเรื่องทุมมัสยื่นเพื่อจะพูดประโยคที่ลูซี่เคยพูดกับเค้าให้คนดูได้ยิ้มกัน(เอ่อ..บีเวอร์คืนให้ทุมมัสตอนไหนอย่างไรหรือ? หรือละไว้ในฐานที่เข้าใจ) ซึ่ง..นะ..เอาเวลาตรงนี้ไปเก็บบางส่วนจากหนังสือมาเพื่อให้เต็มอิ่มกับหนังกว่านี้ดีมั้ยคะ? แล้วจริงๆ ถ้าจะเก็บให้ครบกว่านี้หรือสร้างอะไรที่จะทำให้มีอารมณ์ร่วมได้มากกว่านี้ เวลาที่หนังเป็นอยู่ก็ไม่ได้ยาวนานอะไร (ประมาณสองชั่วโมงครึ่ง) ถ้าอยากจะเก็บครบจริงๆ เพิ่มเป็นสามชั่วโมงก็ไม่น่าเกลียดนักหรอกกระมัง


ข้างบนที่กล่าวมาคือส่วนที่ไม่ชอบในหนังเรื่องนี้ค่ะ




ส่วนที่ชอบ


๑. นักแสดง
แคสติ้งดี และแสดงดีค่ะ โดยเฉพาะตัวลูซี่ รวมทั้งพี่น้องอีกสามคน นั้น บุคลิกค่อนข้างชัดเจนและใกล้เคียงกับหนังสือมาก รวมทั้งแม่มดขาว และฟอน เรารู้สึกว่าหนังฮอลลีวู้ดฟอร์มดีๆ ส่วนใหญ่ ไม่ค่อยหลุดเรื่องแคสติ้งเท่าไหร่ค่ะ ส่วนใหญ่จะค่อนข้างมีบุคลิกที่ใกล้เคียงหรือเหมือนในหนังสือ ส่วนเรื่องการแสดงนั้นว่ากันอีกที สำหรับเรื่องนี้นักแสดงที่เราชอบมีสามตัวละครที่โดดเด่นเลยคือ ลูซี่ ฟอนกับแม่มดขาวค่ะ ลูซี่แสดงได้ดีสมวัย สดใสเป็นสดใส เสียใจเป็นเสียใจ ฟอนก็แสดงออกได้ดี แววตาตอนมองเอ็ดมันด์เมื่อรู้ว่าเค้าโดนเอ็ดมันด์ทรยศนั้นแสดงได้ดีมาก ส่วนแม่มดขาวนั้นคงไม่ต้องพูดถึงค่ะ เป็นตัวร้ายที่เหี้ยม เลือดเย็นและสง่ามากๆ


๒. สเปเชียลเอฟเฟ็คและโปรดัคชั่นโดยรวม
การสร้างอัสลานให้ดูสง่าน่าเกรงขามแต่ก็อ่อนโยนและเหี้ยมหาญสมกับที่บรรยายไว้ในหนังสือ ความน่ารักของบีเวอร์ทั้งสองตัวกับมุขน่ารักๆ มากมาย (ฉากเปิดตัวบีเวอร์กับสี่พี่น้องน่ารักมาก) ฯลฯ ต้องขอบคุณเทคนิค CG เป็นอย่างมากที่ทำได้ขนาดนี้ค่ะ รวมทั้งความเนียนในเรื่องของการตกแต่งหน้าต่างๆ งานสร้างทั้งหลายในเรื่องนี้ที่ทำให้โลกจินตนาการกลายเป็นโลกเสมือนจริงที่น่าเชื่อถือและจับต้องทางสายตาได้เป็นอย่างดีค่ะ


แต่ส่วนที่เรารู้สึกตั้งแต่อ่านหนังสือ (และเมื่อมาดูหนังก็กระตุ้นความจำตรงนี้ได้เป็นอย่างดี) ก็คือเรื่องของความเชื่อในตัวผู้อื่น ด้วย "วัย" ลูซี่กลับไม่ได้รับการเชื่อถือในเรื่องจริงที่เธอบอกเล่า และศาสตราจารย์เป็นคนทำให้ปีเตอร์และซูซานคิดได้ว่า เรื่องไม่น่าเชื่อเมื่อออกมาจากปากคนที่น่าเชื่อถือ ก็ควรจะรับฟังและพิสูจน์ (ซึ่งอาจไม่ใช่การพิสูจน์แค่ครั้งเดียว) อย่ามองแค่เรื่องของวัย หรือจากทัศนคติของเรา (“มันจะเป็นจริงไปได้อย่างไร?” “ไม่สมกับตรรกะและเหตุผลเลย” - หุๆ ตอนศาสตราจารย์ย้อนซูซานเรื่องตรรกะนี่ “ได้ใจ” เราเอามากๆ)


แต่ได้อ่านๆ คนที่เคยพูดถึงนาร์เนีย บอกไว้ว่า เรื่องนี้เกี่ยวพันกับศาสนาคริสต์ค่อนข้างเยอะ แถมมีคนบอกๆ ว่าอย่าอ่านเล่ม ๗ อีก เอ่อ..เลยไม่แน่ใจว่ามันเกี่ยวอะไรด้วยหรือเปล่า แต่สำหรับเราเรื่องนี้ไม่ได้ตีความไปทางศาสนาเลยค่ะ (ซึ่งไม่เหมือน Matrix ที่เราตีความเป็นศาสนาพุทธเป็นหลักและผสมกับศาสนาคริสต์ด้วย)


สำหรับเรื่องนี้ให้ ๗.๘ เต็มสิบค่ะ




เรื่องต่อมา “คิงคอง” ค่ะ



กำกับโดย
Peter Jackson

เขียนบทโดย
Fran Walsh และ Philippa Boyens
(แต่เครดิตในหนังมีชื่อผู้กำกับด้วยนะคะ)

นักแสดง
Naomi Watts แสดงเป็น Ann Darrow
Jack Black แสดงเป็น Carl Denham
Adrien Brody แสดงเป็น Jack Driscoll
Thomas Kretschmann แสดงเป็น กัปตัน Englehorn
Colin Hanks แสดงเป็น Preston
Andy Serkis แสดงเป็น Kong/Lumpy


สำหรับคิงคองนี้เราเคยดูเวอร์ชั่นเดิมตอนเด็กมากๆ (ถ้าจำไม่ผิดดูทางทีวีมั้งคะ) แต่จำได้ว่าตอนท้ายนั้นร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่าเลย สงสารคิงคองและเกลียดบรรดาคนที่รุมฆ่าคิงคองเอามากๆ


สำหรับเวอร์ชั่นนี้นะคะ


ส่วนที่ชอบ


๑. สเปเชียลเอฟเฟ็คทั้งหลายทำให้ดูสมจริงและเนียนอย่างมาก สีหน้าแววตาของคองเป็นส่วนสำคัญต่อการสื่อความรู้สึกของคองและสร้างอารมณ์ร่วมให้กับคนดูอย่างมากเลยค่ะ และฉากการต่อสู้ระหว่างคองและเจ้าทีเร็กซ์ (หรือเปล่าหว่า?) สองตัวนั่นทำได้เร้าใจมากๆ และถ้าเราเป็นนางเอก คองก็คงได้ใจเราไปตอนนี้เหมือนกันแหละค่ะ (แม้ว่าหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงเธอก็ยังผละจากไปกับชายหนุ่มอีกคนอยู่ดีก็ตาม)





๒. แจ็ค แบล็คและนาโอมิ วัตต์ส




ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายคนที่เคยเล่นหนังอย่าง School of Rock จะทำให้เรารู้สึกไม่ชอบได้มากขนาดนี้ (เพราะบทด้วยแหละค่ะ) แต่เค้าทำให้เราเชื่อจริงๆ ว่า สิ่งที่เค้าทำและแสดงออกมาคือสิ่งที่เค้าคิดและเป็นอยู่ ซึ่งทำให้เรารู้สึกว่า มนุษย์เวลาอยากได้อะไรมากเกินไปนี่มันอันตรายเอามากๆ จริงๆ (และเราก็รู้สึกไม่สมอารมณ์นิดหน่อยที่อีตานี่ไม่โดนอะไรเลยทั้งที่พาเพื่อนไปตายซะ... ด้วยความกระหายอยากของตัวเองเนี่ย ถึงแม้ว่าท้ายที่สุดผู้ช่วยเค้าจะได้รู้เช่นเห็นชาติตานี่ก็ตาม แต่เราก็รู้สึกว่าตานี่ก็ไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไรนักนี่)




สำหรับนาโอมิ วัตต์ส ชอบการแสดงออกทางแววตาของเธอในเรื่องนี้ค่ะ เวลารักคือรัก สงสารคือสงสาร แม้เธอจะไม่สวยจับใจ แต่เธอก็สวยได้แบบ..อืมม์..น่าหลงรักไปอีกแบบค่ะ (แบบที่คองหลงรักนี่แหละ) แล้วหุ่นเธอก็ทั้งน่าปกป้องและมีเสน่ห์ทางเพศไปพร้อมๆ กันเลยทีเดียว แล้วผมสีบลอนด์ของเธอ ก็สวยอ่อนโยนดีค่ะ โดยรวมแล้วบุคลิกเหมาะกับการแสดงเป็นตัวละครตัวนี้เลยทีเดียว



สำหรับพระรอง (ดริสคอลล์) ชอบอยู่อย่างคือ เค้าเป็นพระเอกที่ไม่ได้หล่อจัดๆ แต่ก็มีความเป็นศิลปินในตัวเองซึ่งแสดงให้เห็นทางแววตาดีค่ะ เชื่อเลยว่าเป็นนักเขียนบทละครที่นางเอกคง “ปลื้ม” เอาได้ง่ายๆ แต่เนื่องจากบทน้อยไปนิด แถมสำหรับเรา เรารักคองมากกว่าค่ะ เลยทำให้ตัดพระรองออกจากความชื่นชอบไป



๓. ฉากจบคองกับนางเอก



ยังไงฉากนี้ก็เป็นฉากคลาสสิคจริงๆ ค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแววตาสุดท้ายของคองที่มองนางเอกก่อนร่างจะร่วงลงมานี่เป็นอะไรที่..สุดบรรยาย (แต่จะดีกว่านี้ถ้าไม่มีช็อตอีกตาพระรองมากอดกับนางเอกบนตึกต่อจากนั้นด้วย สำหรับเราเราว่ามันหักอารมณ์ความรักระหว่างคองกับนางเอกยังไงไม่รู้ค่ะ ) สำหรับเรา ตอนดูเวอร์ชั่นแรก เรารู้สึกว่าคองขึ้นมาตรงนี้เพราะเป็นที่ที่เค้าจะได้เห็นพระอาทิตย์ ได้ไปอยู่ตรงจุดที่คล้ายคลึงกับบ้านที่เค้าเกิดมา แต่สำหรับเวอร์ชั่นนี้ (ไม่รู้เพราะการสร้างหรือเพราะเราโตขึ้นแล้ว จึงเข้าใจความรักระหว่างหญิง-ชาย เอ่อ..คองกับหญิงสาวได้ลึกซึ้งขึ้น) เรากลับรู้สึกว่าเค้าอยากขึ้นไปตรงนั้นเพราะมันเป็นที่ที่คล้ายคลึงกับที่ที่เค้ากับหญิงสาวได้มีเวลาดีๆ ร่วมกัน (ตอนอยู่ในป่า ช่วงแรกนางเอกก็กรี๊ดและหนี ไหนจะต้องต่อสู้กับทีเร็กซ์อีกฯลฯ มีช่วงเวลาที่ดูพระอาทิตย์ด้วยกันนี่แหละค่ะ ที่สงบงาม (beautiful) อย่างแท้จริงระหว่างทั้งคู่) และเค้าก็คงอยากอยู่ตรงนั้นกับคนที่เค้ารักอีกสักครั้ง


๔. การสื่อความด้วยภาพสั้นๆ ไม่กี่ช็อต
ฉากที่นางเอกเต้นรำกับลูกเรือบนดาดฟ้า – ทำให้เราเข้าใจว่าความสัมพันธ์ที่ลูกเรือมีให้นางเอกนั้น น่าเชื่อถือมากพอที่หลายคน (แม้จะไม่ทุกคน) อยากไปช่วยเธอ (แม้จะเสี่ยงตายก็ตาม)
ฉากนางเอกต้องไปเต้นรำหากิน - ทำให้เธอสามารถใส่ชุดที่สวยงามขนาดนั้นมาเป็นฉากจบกับคองได้อย่างไม่เก้อเขินสำหรับคนดู
ฉากภาพโปสเตอร์ของแบกซ์เตอร์ที่ขนมาติดรอบห้อง - ทำให้เรารู้จักนิสัยของตัวละครคนนี้ทันทีในระยะเวลาไม่ถึงนาที

สำหรับเราการสื่อความหมายด้วยภาพสั้นๆ ไม่กี่ช็อตนี้ถือว่าเป็นการสื่อความที่มี “ประสิทธิภาพ” เอามากๆ และสมควรชื่นชมค่ะ



ส่วนที่ไม่ชอบ

๑. การเขียนบทให้พระรองต้องไปดูละครก่อนแล้วจึงค่อยคิดเรื่องระหว่างตัวเองกับนางเอกได้ (เอ่อ..เลยทำให้ตัวละครตัวนี้ดูโง่กว่าที่ควรเป็นน่ะค่ะ)

๒. การเขียนบทให้แบกซ์ตันบอกคนอื่นว่าต้องกลับมาช่วย (ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่ยอมอยู่ช่วยเนี่ยนะ งงค่ะ)

๓. การเขียนบทให้คาร์ลพูดประโยคเท่ๆ ปิดท้ายออกมา (มันไม่ควรออกจากปากตัวละครตัวนี้ค่ะ) ที่ว่าคองไม่ได้ตายเพราะเครื่องบินแต่ตายเพราะสาวงามเป็นผู้ฆ่าต่างหาก ซึ่งมันทำให้เรากระอักกระอ่วน (อันนี้ส่วนตัวค่ะส่วนตัว พอไม่ชอบตัวละครตัวนี้ก็เลยไม่อยากให้ประโยคเท่ๆ ออกจากปากตัวละครตัวนี้)

๔. ฉากที่พระรองมากอดบนยอดตึกกับนางเอกหลังคองร่วงหล่น มันหักอารมณ์เราอ้ะ (เอ..หรือเค้าอยากให้ยิ่งเศร้าไปกันใหญ่ก็ไม่ทราบนะคะ แต่สำหรับเรามันทำให้นางเอกน่ารักน้อยลงแฮะ) คือ สำหรับเรามันไม่ใช่พระรองมาปลอบนางเอก แต่เป็นการกอดเพื่อบอกรัก เราก็เลยเอ่อ..ง่า..เรารักคองนี่

สำหรับคิงคองให้ ๘ เต็มสิบค่ะ



สรุปแล้วทั้งสองเรื่องนี้ด้วยฟอร์มของหนังและการสร้างที่ควรดูแบบเต็มๆ ตา เราว่าสองเรื่องนี้ควรดูในโรงภาพยนตร์นะคะ ถ้าดูหนังความตระการตาหลายๆ ฉากน่าจะลดน้อยลงไปด้วย

ขณะที่นาร์เนียเป็นเสมือนการสร้างโลกแห่งจินตนาการเมื่อสิบกว่าปีก่อนโน้นให้เป็นโลกที่จับต้องได้ด้วยสายตา สื่อให้เห็นถึงความกล้าหาญในตัวคนทุกคน (ที่ผู้ใหญ่บางคนอาจหลงลืมไปแล้ว) และจินตนาการอันสุดยอดแล้ว คิงคองก็เป็นเหมือนการนำเอามหากาพย์ทางภาพยนตร์ (เอ่อ..ใช้ศัพท์ยิ่งใหญ่ไปมั้ยเนี่ย) ที่เคยสร้างความประทับใจให้คนมากมายมาทำให้สมจริงยิ่งขึ้นด้วยเทคนิคที่เจริญก้าวหน้าขึ้น


แต่สิ่งหนึ่งที่เรารู้สึกหลังจากใคร่ครวญถึงหนังสองเรื่องนี้แล้วก็คือ ขณะที่นาร์เนีย เมื่อเด็กกลุ่มหนึ่งก้าวเข้าสู่โลกที่เขาไม่เคยคุ้นเคย แม้มีความหวาดกลัวเพียงใด เขาก็ยังปรับตัวได้ดีและพยายามทำในสิ่งที่ดีให้กับโลกที่เขาได้เข้าไปอยู่ (และเป็นที่น่าสังเกตว่าคนที่ยึดติดกับโลกแห่งความเป็นจริงและคำนึงถึงความต้องการของตัวเองมากกว่าพี่น้องคนอื่นอย่างซูซานก็เป็นคนที่ปรับตัวได้ยากที่สุดกับโลกใหม่ๆ) ขณะที่คิงคองเอง เมื่อมนุษย์ก้าวเข้าสู่โลกของคอง มนุษย์เพียงต้องการตักตวงผลประโยชน์ของตนเอง (จากการถ่ายหนังจนกระทั่งสู่การจับคิงคองมาแสดงในเมือง) และเมื่อนำสิ่งอื่นมาอยู่ในโลกใหม่ เมื่อเป็นโลกที่เขาไม่ได้ต้องการ และเขาไม่มีหนทางกลับ เขาก็ยินดีที่จะเลือกที่จะหมดลมหายใจไป

มันเป็นการตัดสินใจและกระทำที่แตกต่างกันอย่างมากเหลือเกินระหว่างโลกของเด็กกับผู้ใหญ่



สำหรับท่านใดที่เมื่อวานยังไม่ได้อ่านบล็อกที่เขียนถึงหนังเรื่อง Nana เชิญ อ่านที่นี่ค่ะ



ขอบคุณทุกท่านสำหรับการติดตามค่ะ





สำหรับท่านใดที่แวะมาบ้านสาวไกด์เป็นครั้งแรก
(หรือเคยมาแล้วแต่มีหนังสือกับหนังที่อยากแนะนำเพิ่มเติม)

เรียนเชิญ ที่นี่ค่ะ



Create Date : 05 มกราคม 2549
Last Update : 5 มกราคม 2549 17:47:00 น. 62 comments
Counter : 1375 Pageviews.

 
ส่งเพลงนานะ ไปให้แล้วเน้อ
แนะนำให้ไปดู March of the penguins อีกเรื่อง


โดย: grappa วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:10:19:59 น.  

 


นาร์เนียยังไม่ได้ดูค่ะ เลยอดคุยด้วยเลย

แต่คิงคองเนี่ย ส่วนที่ไม่ชอบเนี่ยคิดคล้ายๆกันเลยค่ะ

อยากให้นางเอกพูดกับคิงคองมากกว่านี้จัง รู้สึกอึดอัดแทนที่แสดงหน้าตาออกไปอย่างเดียว (อันนี้คิดเอาว่า ถ้าเป็นตัวเราเองอ่ะค่ะ)






โดย: อย่ามาทำหน้าเขียวใส่นะยะ วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:10:27:23 น.  

 
ในหนังสือเล่มที่มาเป็นหนัง ก็ไม่ได้บอกว่าซูซานยิงธนูเท่าไรเหมือนกันค่ะพี่ แหะๆ (spoil หรือเปล่าเนี่ย)


ชอบฟอนทัมนัสอ้ะ ตาหวานสวย อิอิ ลูซี่ก็น่ารักดีค่ะ


เห็นด้วยเหมือนกันค่ะ ว่าถ้าอยากเก็บจินตนาการของเราไว้นานแสนนาน ไม่ควรอ่านเล่มเจ็ด ยืนยันนะคะ ว่าไม่ควรอ้ะ
แต่ถ้าใครจะอ่านแล้วไม่คิดอะไรมาก ก็อ่านได้ค่ะ ไม่มีอะไรหรอก
แอนดันอ่านแล้ว แงๆ Y___Y ไม่อยากให้จบอย่างนี้เท่าไรค่ะ


อ้อ แล้วเวลาอ่าน พี่สาวไกด์อย่าลืมอ่านตามปีที่พิมพ์ครั้งแรกนะคะ ไม่ต้องอ่านเรียงตาม สนพ. ผีเสื้อ หรือตามลำดับเวลา


เรื่องคิงคอง แอนคงไม่ดูอ้ะค่ะ หลังจากชีวิตมีเรื่องให้ต้องไปพัวพันกับหนึ่งสือหลายๆ เล่มที่จบเศร้าแล้ว คิดว่า คงไม่อยากดูคิงคองให้หมองใจสักเท่าใดค่ะ


=@^_^@=


โดย: มรกตนาคสวาท วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:10:35:29 น.  

 
อยากดูนาร์เนียจิงจิงเลย.........


โดย: ครีเอทีฟ หัวเห็ด วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:10:39:23 น.  

 
กะว่าจะไปดูนาร์เนียกับแม่คืนนี้ครับ

แม่ผมอยากดูมากกกกกกกกกกกกกกกก

ในขณะที่ลูกอยากดู March of The Penguin 5555


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:10:47:13 น.  

 
ยังไม่ได้ดูเรื่องนี้เลย ยังไม่ว่าง
แต่เห็นการถ่ายทำเบื้องหลังแล้ว อลังการณ์งานสร้างจริง ๆ


โดย: ตอกะจอ วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:10:48:04 น.  

 
อ่านแล้วทำให้อยากดูเลยค่ะ
ตอนแรกก็เฉยๆ
เห็นเพื่อนเขียนกันหลายบล็อคเหมือนกัน

ขอบคุณมากค่า ^^


...


โดย: ขอบคุณที่รักกัน IP: 203.170.231.230 วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:11:12:58 น.  

 
;ว้า.. นาร์เนียได้คะแนนไม่ค่อยเยอะแฮะ อ่านหนังสือถึงเล่ม 6 แล้วค่ะ ที่เหลือดองอยู่ (หรือจะไม่ดูหนังดี เก็บจินตนาการในใจไว้อย่างนั้น)

ส่วนคิงคอง ตอนเห็นตัวอย่างหนังแล้วแอบขำอะ แบบว่า คิงคองปะทะไดโนเสาร์ ก็เลยไม่คิดจะไปดู อีกอย่าง คิดว่าต้องเศร้าแน่เลย ถ้าไปดูคงสงสารคิงคอง ก็เลยไม่ดูดีกว่า


โดย: L.I.R.A. วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:11:22:18 น.  

 
งานเยอะอีกแย้วววว

อยากออกไปดูหนังมั่ง


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:11:42:08 น.  

 
ไม่น่ากลัวขนาดนั้นหรอกค่ะพี่ แต่อาจมีบางส่วนที่ทำลายจินตนาการ กับความสวยงามบางอย่างในความคิดของเราไป


เห็นด้วยว่าเรื่องส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับศาสนาคริสต์ (แต่อ่านโดยนัยประหวัดนะคะ หนังสือไม่ได้บอกตรงๆ)

ถ้าพี่อ่านครบหกเล่มแล้ว ค่อยอ่านเล่มเจ็ดละกันค่ะ


สำหรับคนที่ยังไม่ได้ไปดูหนัง แนะนำให้ไปดูนะคะ
เพราะในหนังมีบางส่วนที่ทำออกมาน่าสนใจและเป็นเหตุเป็นผลชัดเจน เหมือนที่พี่สาวไกด์ว่าไว้ค่ะ

ที่สำคัญ คุณทัมนัส ตาว้านนนนนนนนนหวาน อิอิ




โดย: มรกตนาคสวาท IP: 203.148.136.67 วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:11:43:19 น.  

 
แหะๆ ในหนังสือซูซานไม่ได้ยิงธนูสักกะจึ๋งค่ะ หนักกว่าอีก แต่จะไปได้ยิงในตอนเจ้าชายแคสเปี้ยนแทน เย้เย


โดย: ลูกสาวโมโจ โจโจ้ IP: 58.11.1.53 วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:12:13:01 น.  

 
สองเรื่องนี้ ผมชอบคิงคองมากกว่า สเปเชี่ยลเอฟเฟ็คดูเนียนตาดี แล้วก็เอาหนังชีวิตมาผสมกับแอ็คชั่นได้ลงตัวดีเหมือนกัน (แต่หลายคนก็รู้สึกว่ามันเหมือนหนังคนละเรื่องนะ)

เห็นด้วยที่นาร์เนียดูแล้วมันขาดๆ ยังไงพิกล โดยเฉพาะพัฒนาการของพี่น้องสี่คน คือคล้ายๆ กับว่า จู่ๆ ก็เก่งขึ้นมาเลย ฟันดาบก็เก่ง ขี่ม้าก็เก่ง สู้กับกองทัพได้เลย ถึงแม้ว่ามีฉากที่บอกว่าแม่ทัพเป็นคนสอนก็เถอะ แต่มันดูน้อยไปหน่อยสำหรับคนที่จะมาปกครองบ้านเมือง

มีข้อที่เห็นไม่ค่อยตรงกันคือ ผมว่าหนูลูซี่แกดูโตเกินเด็กไปหน่อย ทำนองโอเวอร์แอ็คติ้งเกินวัยจนคล้ายผู้ใหญ่ในร่างเด็กน่ะครับ คล้ายๆ กับเฮอร์ไมโอนี่ในแฮรี่ พอตเตอร์ ภาคแรก ที่ดูล้นๆ ไปหน่อย แต่พอภาคต่อๆ มาก็ดูดี ไม่ล้นเท่าไรแล้ว

ถึงจะติหนังพอสมควร แต่โดยรวมแล้วก็ชอบทั้งสองเรื่องเลย ดูแล้วไม่เสียดายตังค์สักนิดเดียว


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:12:53:46 น.  

 
ตามมาอ่านค่ะ
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมนะคะ


โดย: ทูน่าค่ะ วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:13:42:15 น.  

 
แวะมาหวัดดียามบ่ายค่า


โดย: Batgirl 2001 วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:14:28:40 น.  

 
ยังไม่ได้ดูสักเรื่องเลย เพราะจังหวัดที่ตัวเองอยู่พากษ์ไทย เลยต้องรอดีวีดีดีกว่า คุณสาวไกด์สบายดีไหมครับ ไป countdown ที่ไหน ?


โดย: Johann sebastian Bach IP: 61.19.21.20 วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:14:30:49 น.  

 





จ๊ะเอ๋
หนี่ฯมาชวนทานของว่าง กันค่ะ


หนี่ฯยังไม่ได้สักเรื่องค่ะ
เด๋ว ต้องไปดูมั่งแล้วววววว



โดย: หนี่หนีหนี้ (แพรวขวัญ ) วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:15:09:27 น.  

 
ยังไม่ได้ไปดูเลยอ่ะ


โดย: Jannyfer วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:15:43:16 น.  

 


โดย: Zantha วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:15:49:43 น.  

 
ไม่ได้ดูทั้งสองเรื่องเลยค่ะ
พอดีไม่ค่อยชอบแนวนี้เท่าไหร่

แต่ฟังจากคนที่ไปดูมา
มีแต่คนชมนะคะสองเรื่องนี้


โดย: กาน้ำชากะเชี่ยนหมาก วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:16:05:58 น.  

 
เข้ามาอัพเดตหนังอีกเรื่องค่ะ


โดย: asariss วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:16:14:39 น.  

 

เขียนได้ดีมากๆ
เห็นด้วยหลายๆอย่างเลยค่ะ

ไม่ชอบฉากจบหนังคิงคองเหมือนกัน
เหตุผลเหมือนคุณเต้ยค่ะ



โดย: p_tham วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:16:16:28 น.  

 
King Kong เขียนถึงไปแล้วในบล็อกผมนะครับ ส่วน Narnia ไม่รู้จะมีเวลาเขียนเมื่อไหร่ เปิดปีใหม่มาก็วุ่นวายทันใดเลยอะคับ

สำหรับ Narnia ผมชอบลูซี่ กับ แม่มดขาว ครับ สองตัวนี้เล่นได้เนียนมาก โดยเฉพาะแม่มดขาว ที่ทั้งโหด เหี้ยม สง่า และมีมาดความเป็นผู้นำด้วย (ถึงจะจบอนาถไปนิดนึง ^^")

ตอนนี้เพื่อนผมมันกะลังคลั่ง Anna Popplewell มากมายครับ 55+ ถึงขนาดไปเสิร์ชหาอีเมลของเจ๊แก เผื่อจะได้คุยด้วย (ซึ่งจนป่านนี้มันก็ยังไม่ได้ หุหุ)

สองเรื่องนี้ที่ผมว่าเหมือนกันก็คือ เอฟเฟกต์ของตัวละครอย่างคอง กับ อัสลาน เนียนมากก สื่อให้เห็นได้ว่าทีมงานให้ความใส่ใจมากพอสมควร แต่ว่าก็มีแอบหลุดทั้งคู่ ทั้งสองเรื่องมีฉากที่ดูปุ๊บก็รู้ว่าเป็นการถ่ายคนที่ยืนหน้าบลูสกรีน เพราะฉากหลังมันแบนมากกกกกก (ในคิงคองคือฉากที่แอนน์ยืนอยู่รืมหน้าผากับคอง ส่วนในนาร์เนียคือฉากที่สี่พี่น้องยืนอยู่บนผาสูงหลังรอดจากน้ำตกมาได้หวุดหวิด)

อ้อ อัสลาน สุดๆไปเลยครับ


โดย: nanoguy (nanoguy ) วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:16:38:25 น.  

 

คุณเต้ยลืมเรา (((( กาซิกๆๆๆ ))))
เมื่อวานเม้นท์บอกแล้วไง
ดูแล้ว3เรื่องเลยค่ะ


นาร์เนีย ที่เราบอกว่าชอบกว่าแฮร์รี่ไงคะ
(((( กาซิกๆๆๆๆๆ ))))
อ้อ ชอบลูซี่มากๆ แอบหลงร๊ากกก
ฉลาด ช่างคิด น่าร๊ากจริง


โดย: p_tham วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:16:46:49 น.  

 
นาเนีย... คงได้ดูหนังก่อนได้อ่านหนังสือแน่เลยค่ะ

แต่จริงๆ แล้วอยากอ่านหนังสือก่อนนะ
อยากซึมซาบจินตการของผู้เขียนก่อนน่ะ
แล้วถึงไปดูว่า คนสร้างหนังเค้าถ่ายทอดจินตนาการออกมาอย่างไร


โดย: ยัยบี๋ วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:17:19:08 น.  

 
****หวัดดีก่ะพี่ไกด์ เรื่องนาเนียมิ้นล์อยากดูมากเลยก่ะ หนังสือก็ยังไม่ได้อ่าน ( เอาไว้รออ่านจากพี่ไกด์ดีกว่า ) มิ้นดูที่เข้าแนะนำหนังใหม่ ช่องเจ็ด ที่แนะนำหนังฟอร์มยักอะก่ะ สุดยอดมากเลย เค้าใช้ฉากกราฟฟิกมากกว่า 1400 ฉากอีกนนะก่ะ ลงทุนสร้างฉากที่เด็ก ๆ ต้องลงมาจากน้ำตกด้วยเท่ากับน้ำตกจริงเลยก่ะ สุดยอดดดดดดดดดดดดดดด แล้วก็สร้างสัตว์ต่าง ๆ เนี่ยด้วยคอมพิวเตอร์กราฟฟิกมากกว่าเดอร์ลอดถึง 3 เท่า ประมาณ 80 กว่าตัวได้ แล้วที่มิ้นล์ทึ่งสุด ๆ ก็คือ สิงโตอะก่ะ เค้าใช่เวลาในการสร้างให้มันมีชีวิตเนี่ยถึง 2 ปี สุดยอดดดดดดดดดดด อีกแล้วครับท่าน เค้ายับอกอีกว่า ที่มาสร้างหนังปีนี้เพราะว่า เมื่อ 5 ปีที่แล้วนั้นไม่สามารถสร้างได้เพราะอุปกรณ์กราฟฟิกต่าง ๆ ในสมัสนั้นสร้างไม่ได้ อ้อ !! แล้วที่มิ้นล์ทึ่งอีกอันก็คือพี่ไกด์ดูแล้ว คงเห็นที่มีสัตว์ที่เดินด้วย 2 เท้าอะก่ะ ที่เป็นวัวกระทิงแล้วอื่น ๆ เข้าใช้คนส่วมชุดสัตว์นั้น แต่ว่าชุดสัตว์พวกนั้นเค้าใช้คนปักขนที่ละเส้นนะก่ะ มิ้นล์เห้นที่เค้านั่งปักแล้วร้อง โฮ้ววววววววววว.......สุดยอดดดดดดด ( อีกแหละ ) แล้วพวกหู หาง ของสัตว์นั้นนะก่ะเค้าใช้สัญญาณวิทยุติดไว้เพื่อบังคับด้วยวิทยุ จากที่ไกล ๆ แล้วก้ใช้คนบังคับตัวนึงเนี่ย อย่างน้อย 5 คนอะก่ะ โอ้วววววว สุดยอดดดดดดดด ( อีกแหละ ) เดี๋ยวจะหาเวลาไปดูให้ได้เลยค้อยดู

****สวนคิงดูแล้วก่ะ ที่บ้านไปหามาดูแต่มิ้นล์ยังดูมาจบเลยงะ มี 3 แผ่น มิ้นล์ดู ไปแค่ แผ่น 2 เท่านั้น แผ่น 1 ก่ะ แผ่น ยังมะได้ดู อ่ะก่ะ


โดย: TopFee วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:18:30:58 น.  

 
เหมือนเข้ามาในโลกของคนรักการอ่านและรักการดูภาพยนต์ไงมะรู้อะค่ะ

ข้าน้อยขอแค่อ่านแระกัน
แต่ขออกความเห็นนิดนึงว่า ... แอบสงสารเจ้าคิงคองจับใจ


แวะมาทักทายนะคะ


โดย: มีอมยิ้ม วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:18:35:29 น.  

 
รักพระรองของคิงคิงตั้งแต่ The Pianist แล้วค่ะ


โดย: ป้ามด วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:18:37:14 น.  

 
จะเอ๋ๆ

เย้วๆ มีเพลงฟังยังก๊ะ อิๆ

นาร์เนียเหรอ เปสชอบนะค่ะ แต่ยังมะดูเรย รอ อันเดอร์เวิล์ด อ่ะคะ

อิๆ

อินู๋เปส แวะมาป่วน......


โดย: ~oกิ๊กกะโป๋ โลเปสo~ วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:18:50:28 น.  

 
เรื่องนี้ชอบ ๆๆๆ


โดย: แม่สาย วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:18:57:36 น.  

 
เพิ่งดูนาเนียเมื่อวาน สนุกมากมาย อิอิ


โดย: ปลายเทียน IP: 203.156.38.188 วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:20:18:12 น.  

 
ไปดูเรื่อง KingKong เพราะ Adrian Brody คนเดียวค่ะ นอกนั้นเป็นเหตุผลรอง อิ อิ

ปกติไม่ว่าเรื่องอะไรจะได้รับบทโทรมตลอด แต่มาเรื่องนี้เล่นเป็นนักเขียนบทละครเท่ห์ หล่อ แถมแต่งตัวดี เท่ห์ชะมัด แสดงออกว่ารัก "แอน" มาก ...





โดย: Tai-Sarunya วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:20:30:55 น.  

 
ยังไม่ได้ดูเลยค่ะ ช่วงนี้ไม่ได้ดูหนังเลย นาร์เนียน่าสนทั้งหนังสือและหนังนะคะ คิงคองเคยดูตอนวัยรุ่นเอ๊ะ..รึว่าตอนเด็ก จำไม่ค่อยจะได้แล้วค่ะ คิดว่าของใหม่คงเทคนิคตระการตาเนียนกว่าเดิม
ปกติเป็นคนชอบดูหนังค่ะ ตั้งแต่เด็กๆยังไม่เข้าโรงเรียนก็เข้าโรงหนังประจำ บ้านอยู่หน้าโรงหนังเลยได้เข้าฟรีน่ะค่ะหุหุ
ปีที่แล้วเก็บตกหนังจากการดูบนรถทัวร์และบนเวหา
ไม่ลงทุนเอาซะเลยเนาะ


โดย: เฉลียงหน้าบ้าน (ไม่ได้ล็อกอินค่ะ) IP: 69.225.227.98 วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:23:58:23 น.  

 
ยังไม่ได้ดูทั้งสองเรื่องเลยครับ..

ถามแฟนแล้ว...คงไปดูนาเนียก่อน....อีกอย่างมีคนมาเชียร์ให้ดูเรื่องหลังด้วย...


โดย: กุมภีน วันที่: 6 มกราคม 2549 เวลา:1:23:11 น.  

 
พี่ไกด์จ๋าแบมไม่อยู่บ้านหลายวัน ไปเที่ยวลอนดอนนะคะ


โดย: yadegari วันที่: 6 มกราคม 2549 เวลา:5:00:32 น.  

 


ดู Narnia แล้วก็รู้สึกว่าหนังไม่หลุดไปจากหนังสือครับ

แต่เสียดายที่ Effect บางฉากพลาดไปมาก

ขาดความสมจริงไปเลย เห็นชัดๆ ว่าเป็น Effect

แต่หนังก็สนุกดีครับ



โดย: Marvellous Boy วันที่: 6 มกราคม 2549 เวลา:8:50:20 น.  

 
ตามมาบอกคุณสาวไกด์ว่า .... เม้นด้านบน แปลความง่าย ๆ ว่า ... มีอมยิ้ม บื้อ ตะหากล่ะคะ

อย่าเข้าใจผิดนะคะ ... ยิ้มหน่อยน่า นะ นะ


โดย: มีอมยิ้ม IP: 203.118.85.87 วันที่: 6 มกราคม 2549 เวลา:9:25:27 น.  

 
แวะมาบอกว่า มาอัพเรื่องเดี๋ยวจริงๆค่ะ ก้อเรื่องคิงคอง อ่านมาหายรอบแล้วอะค่ะ (จากหลายที่เลยค่ะ ทั้งบล็อกเพื่อนๆ ทั้งหน้าเวปอืนๆ) แต่เรื่อง Narnia สิค่ะ เป็นการออัพเดตแบบเต็มๆเลยค่ะ เพราะอ่านที่นี้ที่แรก อิ อิ


โดย: asariss(ไม่ได้ล็อกอินนะค่ะ) IP: 203.170.210.69 วันที่: 6 มกราคม 2549 เวลา:10:08:58 น.  

 
แอ้มชอบอ่านมากกว่าดูนะคะ แต่ก็ชอบแนวแฟนตาซีอยู่แล้วค่ะ

และ สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอบคุณที่แวะไปอวยพรวันเกิดให้แอ้มนะคะ


โดย: แอ้มค่ะ วันที่: 6 มกราคม 2549 เวลา:14:30:27 น.  

 

สวัสดีตอนสายๆๆของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า








** มีความสุขกับวันสุดท้ายของสัปดาห์นะจ้า **


โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 6 มกราคม 2549 เวลา:16:33:52 น.  

 





เพิ่งว่างเองก่ะ...เลยเพิ่งแวะมานะก่ะพี่ไกด์

เคียร์งานเพื่อรออ่านหนังสือพี่ไกดือะนะ ก่ะ



โดย: TopFee วันที่: 6 มกราคม 2549 เวลา:19:35:24 น.  

 


หวัดดีจ้ะ ขอบคุณสำหรับเมนท์จ้ะ



โดย: -`๏'- MeIKha วันที่: 6 มกราคม 2549 เวลา:21:25:21 น.  

 
ข้ามนาร์เนียค่ะ เพราะคิดว่าจะไปดู แต่คิงคองดูแล้วเลยขอแชร์ความรู้สึกด้วย เห็นด้วยกับคุณสาวไกด์เรื่อนายคาร์ลมากๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นบทสรุปของเขา ที่ทำสื่อมาเหมือนกับว่า สิ่งที่เขาทำให้เกิดผลกระทบเลวร้ายกับคนอื่นตั้งมากมาย แต่ทำไมกลับไม่สะท้อนอะไรร้ายๆ มาที่ตัวเขาบ้างเลย (คือลุ้นให้ตายแบบโหดๆ แต่ดันอยู่รอดปลอดภัย แถมมาพูดประโยคเท่ๆ ในตอนจบอีกตะหาก ขัดใจมาก ) ทำให้เรารู้สึกเหมือนกับว่า นายคาร์ลนี่ไม่ได้สำนึกเลยว่าสิ่งที่ตัวเองทำน่ะมันแย่ๆๆๆ (อินจัดค่ะ โกรธมากๆ ตอนหนังจบ ฮา...)

อิอิ เอาแค่นี้ดีกว่าค่ะ เพราะส่วนใหญ่เห็นด้วยกับคุณสาวไกด์ฯ แทบทั้งหมดเลย


โดย: สายลมโชยเอื่อย วันที่: 6 มกราคม 2549 เวลา:22:55:29 น.  

 
Image Hosted by ImageShack.us


โดย: ไอดินและกลิ่นฝน วันที่: 7 มกราคม 2549 เวลา:1:54:09 น.  

 
ชอบการแสดงของนาโอมิอะค่ะ
แม้วาจะไม่มีบทพูดมาก
แต่ว่าสีหน้า แววตาแสดงออกมาดีมากค่ะ

ไม่รู้จะพูดอะไร ดูแล้วร้องไห้ สงสารคอง

นาร์เนียของผ่านก่อนค่ะ ยังไม่ได้ดูเลย


โดย: Dying To Be Alive วันที่: 7 มกราคม 2549 เวลา:6:11:56 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ตอนแรกจะมาเรียกพี่ไกด์ไปโหวต - โทษฐานจุดประกาย
แต่ไปเร็วทันใจกว่าซะอีก

นาร์เนีย ดูแล้วสนุกค่ะ ได้น้ำตาเอ่อๆ นิดนึง
ตามประสาคนชอบซึ้ง
แต่ดูแล้วไม่อิ่ม เพราะว่าไม่มีอะไรให้คิดต่อ
(ไม่ชอบหนังแนวๆ นี้อยู่แล้ว)
แต่จุดประสงค์หลักที่ไปดูคือเพลงนั้น ได้เต็มค่ะ
ทั้งเพลงสกอร์ ในหนัง และเพลงประกอบหลังหนังจบ
อิ่มเอมใจดีค่ะ

ว่าจะเขียนๆ หลายทีแต่มีเรื่องมากวนใจ เลยไม่ได้เขียนสักที

ส่วนคิงคองไม่ได้ดูค่ะ

แล้วจะรอมาแจมรีวิว นกเพนกวินต่อนะคะ


โดย: rebel วันที่: 7 มกราคม 2549 เวลา:12:51:59 น.  

 
ลี่ไปดูคิงคองฟรีที่เมเจอร์ปากเกร็ดค่ะ ได้บัตรดูฟรี มีความรู้สึกว่าไม่เสียดายเวลาที่ดูเลยค่ะ (3 ชั่วโมง) เพราะตั๋วได้ฟรี

ตอนแรกที่ดูน่าเบื่อจังเลย แต่ก็ชอบนางเอก น่ารักดีค่ะ ชอบตอนใส่หมวก ในตอนแรกๆ อ่ะค่ะ

แต่ดูไปดูมาถึงตอนที่มีคอง ลี่ก็รู้สึกมันส์มากๆ เลยค่ะ ชอบที่นางเอกเต้นให้คองดู ฮาดีค่ะ ดูพระอาทิตย์ด้วยกัน ก็สุดแสนจะโรแมนติก

ถึงคองจะพูดไม่ได้ แต่ดวงตาก็สื่อความหมายได้ดีมากๆ เลยค่ะ

พระรองในเรื่องจมูกเขาตลกดีอ่ะ

ทำไมเราจีงรู้สึกคุ้นเคยกับคนที่เล่นเป็นคาร์ลก็ไม่รู้ค่ะ หน้าเขาคล้ายคนเล่นเป็นมู้ดดี้ ในแฮร์รี่ 4 เลยค่ะ หุ่นคล้ายๆ กัน หน้าตาอ้วนๆ อย่างนี้ แต่เราก็ไม่รู้ว่าเขาคือใคร

ชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ ได้ทั้งอารมณ์เบื่อ (ในตอนแรก) มันส์ กลัว (ไดโนเสาร์ และการต่อสู้ รวมทั้งคนตัวดำๆ ด้วย) โรแมนติก(นางเอกกับคอง) ฮา (ตอนที่นางเอกเต้นให้คองดู) เศร้าใจ (ตอนท้ายๆ ของเรื่อง) เรียกได้ว่าเรื่องนี้ให้ความหลากหลายทางอารมณ์มากๆ เลยค่ะ


โดย: lovekalo (lovekalo ) วันที่: 7 มกราคม 2549 เวลา:13:10:44 น.  

 
แวะมาอ่านค่า ยังไม่ได้ดูหนังทั้ง 2 เรื่องเลย คราวนี้มีข้อมูลเพียบ ไปดูหนังได้แล้ว เย่ ๆ สวัสดีปีใหม่ค่า


โดย: ไ่่ก่ย่างคุกกี้กรอบหมีชอบหมด วันที่: 7 มกราคม 2549 เวลา:13:46:17 น.  

 

แวะมาเมี่ยงๆมองๆอีกทีค่ะ


โดย: p_tham วันที่: 7 มกราคม 2549 เวลา:14:40:58 น.  

 
เอาไว้ หาเวลาไปดูได้เมือ่ไหร่...จะกลับมาคุยนะครับ..


โดย: กุมภีน วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:2:01:52 น.  

 
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ไปดูหนังเท่าไหร่ค่ะ
คิงคองก็ยังไม่ได้ดู


โดย: uggie* วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:3:04:56 น.  

 


จุ๊บๆๆๆๆ



หนังเรื่องล่าสุดที่ข้าพเจ้าดูก็ april snow โน่น ตั้งแต่ปีก่อน (ทำเหมือนนาน)

พูดถึงตัวหนังสือในกล่องเม้นท์ ชอบfontภาษาอังกฤษอันนั้นไงคะ อยากทำให้ในบล็อกเป็นเหมือนกัน แต่ทำไม่ได้ (มั้ง)...ทำให้ตัวอ้วนๆ ใหญ่ๆ ขึ้นได้ค่า...มันเล็กไปอีกเหยออออ


โดย: เจ้าหญิงวีนัส (ohvenus ) วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:3:19:52 น.  

 
แวะมาโหวตให้ค่ะ เอา 2 สาขาไปเรย!!!


โดย: คุณย่า วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:7:07:11 น.  

 
มาอ่านแต่เรื่อง Narnia ครับ
(ยังไม่ได้ดูคอง)

เห็นเหมือนกันเลยว่ามันพร่อง ๆ ไงไม่รู้


โดย: ShadowServant (ShadowServant ) วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:17:20:23 น.  

 
สวัสดีคืนวันอาทิตย์ค่ะ

ปล. หวังว่าถ้วยชาที่เอามารับประกันคงจะรอดชีวิตนะคะ


โดย: rebel วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:20:38:46 น.  

 
ลืม ลืมแล้ว หรือไร ...
ว่าแขเคยเอาถ้วยชาในบีจี มารับประกันกับพี่ไกด์ว่า
เพนกวินเป็นหนังที่ควรจะไปดู
หลังจากไปโฆษณาไว้ในบลอกที่ลงเพลงประกอบนาร์เนียน่ะค่ะ


โดย: rebel วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:20:59:16 น.  

 
ที่จริงเมื่อคืนขยาดfontไปถึง 20 แล้วน๊า

หุ หุ เมื่อกี้แวะไปที่บล็อกเพื่อนบ้าน สาวไกด์ชอบขอความรักบ้างได้ไหมเหรอคะ? ข้าพเจ้าก็ชอบ...เศร้าดี

ถ้าเทียบระหว่างชูมานกับขอความรักบ้างได้ไหม

ข้าพเจ้าชอบขอความรักบ้างได้ไหมมากกว่าอาจจะเพราะว่าอินกับเนื้อเรื่องแบบนี้มั้งคะ


โดย: เจ้าหญิงวีนัส (ohvenus ) วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:0:42:55 น.  

 
ที่จริงเมื่อคืนขยาดfontไปถึง 20 แล้วน๊า

หุ หุ เมื่อกี้แวะไปที่บล็อกเพื่อนบ้าน สาวไกด์ชอบขอความรักบ้างได้ไหมเหรอคะ? ข้าพเจ้าก็ชอบ...เศร้าดี

ถ้าเทียบระหว่างชูมานกับขอความรักบ้างได้ไหม

ข้าพเจ้าชอบขอความรักบ้างได้ไหมมากกว่าอาจจะเพราะว่าอินกับเนื้อเรื่องแบบนี้มั้งคะ


โดย: เจ้าหญิงวีนัส (ohvenus ) วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:0:42:55 น.  

 
มาโหวตให้ในหมวด ชำแระ หนังสือ ครับ


โดย: noom_no1 (ป่ารักน้ำ ) วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:2:43:33 น.  

 
2 หมวดที่ว่า ก็หมวดท่องเที่ยว กับ หมวดภาพยนตร์อ่ะจ๊ะ


โดย: คุณย่า วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:4:21:30 น.  

 
ไปดูนาร์เนียเมื่อวานสนุกมากค่ะ ไปดูเพราะว่าพาสเตอร์ที่โบสถ์บอกว่าเกี่ยวกับศาสนาแต่ไปดูแล้วเห็นถึงความรักของพี่น้องมาก ๆ


โดย: แม่น้องธัย วันที่: 11 มกราคม 2549 เวลา:4:45:13 น.  

 
ตอบคุณสาวไกด์ฯ

มาอ่าน

งงเล็กน้อยตรงประโยคที่ว่า นับแต่นี้ไปคงไม่ได้เจอกันอีก

เลยทำให้สงสัยเล็กน้อยค่ะ

ตอบ : เป็นการเล่าถึงเหตุการณ์วันนั้น เมื่อ 5 ปีก่อนค่ะ ว่า นับจากวันนั้น เราคงไม่ได้พบกันอีกงัยค๊ะ


โดย: ดอกพิกุลจะร่วง วันที่: 11 มกราคม 2549 เวลา:9:42:35 น.  

 

พูดเรื่องหนังก่อนค่ะ เรื่องนาร์เนีย พาลูกไปดูมาเมื่อวันหยุดปีใหม่ โดยที่ตัวเองก็ยังไม่เคยอ่านเรื่องนี้สักเล่ม
รู้สึกว่า หนังดูจะขาด ๆ ไปหน่อยนะค่ะ
แม้จะมีให้น้ำตาซึมในบางฉาก
แต่เรื่องตัวแสดงและเทคนิคพิเศษนี่ยอมรับว่าดีค่ะ
.....หนังสือมีตั้ง ๗ เล่ม เรื่องนี้มาจากเล่ม ๒
ไม่รู้แบบนี้จะมีนาร์เมียตอนต่อไปออกมาอีกมั้ยคะ


ส่วนที่ถามว่า พอไหม อิอิอิ....
จริงจะพิมพ์ว่าพอจะได้ไหมน่ะค่ะ...

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมหนอนนะคะ


โดย: หนอนบ้านนอก (หนอนบ้านนอก ) วันที่: 14 มกราคม 2549 เวลา:19:39:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
สาวไกด์ใจซื่อ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 201 คน [?]




ชอบอ่านหนังสือและดูหนังค่ะ ตอนนี้ทำงานด้านการท่องเที่ยวอยู่ นิสัยดีบ้างร้ายบ้าง แล้วแต่สภาวการณ์และคนที่เจอ


เนื้อหาและรูปภาพทั้งหมดในบล็อกสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้นำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก


ติดต่อเจ้าของบล็อกได้ที่ theworpor@yahoo.com
หรือ
https://www.facebook.com/saoguide






Group Blog
 
<<
มกราคม 2549
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
5 มกราคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สาวไกด์ใจซื่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.