Private home !!!
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2551
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
5 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 

บท 1 แรงดึงดูด

บท 1 แรงดึงดูด



โทรศัพท์ทางไกลมาพร้อมกับข่าวร้ายที่ทำให้หนุ่มบางแคถึงกับทรุด เมื่อปลายสายจากออสเตรเลียแจ้งมาว่า แฟนสาวได้รับอุบัติเหตุตกน้ำเข้าห้องไอซียูเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ในขณะนี้


“มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกัน มันไม่จริงใช่ไหม” แชมป์เอ่ยเสียงแผ่วปวดร้าวไปหมด แทบจะยืนไม่ไหวโทรศัพท์แทบร่วงหลุดมือ หากผู้เป็นแม่ไม่ได้ร้องทักขึ้นด้านหลัง


“แชมป์พัสดุจากออสเตรเลีย!” ประโยคบอกเล่าที่ตระโกนพอจะได้ยิน แม้เขาจะไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจากข่าวสารที่ได้รับเมื่อครู่แต่สิ่งที่ได้ยินเมื่อกี้ทำให้ขาที่อ่อนล้าของเขาขยับก้าวออกไป


พัสดุกล่องเล็กที่อุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงบางแค ตัวหนังสือที่เขียนด้วยลายมือขยุกขยิกแต่น่ารักที่สุดในสายตา ‘เฟิร์น


เขารู้สึกฝ้าฝางเมื่อน้ำใสๆ มันจุกแน่นเสียแทบทะลักออกมาจากดวงตา หากไม่เพราะสิ่งหนึ่งประจักษ์อยู่ตรงหน้า เหรียญกษาปณ์รูปดาวหกแฉก
มันน่าแปลกที่เฟิร์นจะส่งสิ่งนี้มาให้เขา หรือนั่นคือข้อความวันก่อนในคืนนั้น


‘แล้วแกรอดู


แชมป์พลิกดูเหรียญรูปนกไปมา นอกจากสิ่งที่อยู่ในมือแล้วก็ไม่มีอะไรเลยแม้แต่กระทั่งข้อความจากเฟิร์นถึงเขาก็ไม่มีเลยสักประโยค หรือนี่คือสิ่งสุดท้ายที่เขาและเธอได้บอกกล่าวแก่กัน


แชมป์กำเหรียญนั้นไว้แน่นกลบน้ำตาที่เอ่อล้นก่อนจะตัดสินใจเดินทางข้ามทวีปไปดูอาการแฟนสาว



ร้านอาหารย่านรามอินทราที่หมวดหนุ่มหน้าเข้มบึงตึงหงุดหงิดกับเพื่อนร่วมโต๊ะ วอดก้าแก้วแล้วแก้วเล่าที่กระเดือกหายลงลำคอใหญ่ก่อนจะตามด้วยเสียงโวยวาย


“แกดู มันผิดที่ฉันเสียเมื่อไหร่ เด็กพวกนั้นมันยังกับนกรู้ ฉันว่านะมีสายรั่ววะ หนอนแน่นอน ต้องมีหนอนชัวร์งานนี้” ภูชิตตบโต๊ะดังปัง ก่อนจะรินวอดก้าใส่แก้วอีกครั้งแต่ดูเหมือนมือใหญ่ของอีกฝ่ายจะฉุดรั้งไว้


“หนอนบ้าอะไรของแก หนอนในผักหรือหนอนในปากของแกกันแน่ไอ้ภู พูดดีไปเหอะ” เพื่อนซี้ร้องทักตีคิ้วเข้มเอ็ดอึงเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงพร่ำไม่เลิก


“แกหยุดเลยเฟ้ยไอ้ป้อ ฉันรู้ว่าอะไรเป็นอะไร” ภูชิตเอะอะยื้อแย่งแก้วเหล้ากลับมา แก้วใบเล็กที่กระฉอกด้วยดีกรีแตกกระจายอยู่บนพื้นเมื่อเจ้าของร้านหนุ่มบัดมันทิ้งก่อนจะแผดเสียงตบกะบาลไปอีกที


“และฉันก็รู้ว่าแกถูกสั่งพักงาน ไอ้ห่า! ทำงานได้สามเดือนแม่งถูกสั่งพักงานเสียห้าเดือน หมวดขี้แมวอะเด่ะแบบนี้”


“ไอ้เด่นแกไม่รู้อะไรแกอย่าพูดดีกว่า แล้วไปเอาแก้วมาใหม่เลยไป แม่ง!เป็นเจ้าของร้านแต่เสือกทำแก้วลูกค้าแตก ไม่จ่ายเสียดีไหม” ภูชิตสบถหงุดหงิดเมื่อเห็นเพื่อนหนุ่มเจ้าของร้านขัดใจเขาไปซะทุกเรื่อง ไหนจะขัดทั้งคำพูดไหนจะขัดทั้งปาก แช่งให้ร้านมันปิดกิจการเสียดีไหม!


“ฉันว่าแกกลับบ้านไปนอนดีกว่าวะ สงบสติอารมณ์เน่าๆ ของแก ดีกว่าเอะอะโวยวาย โน่นดูโน่นลูกค้าไอ้เด่นมันตกใจขี้หดตดหายกับปืนโตมึงแล้ว” คราวนี้เป็นเพื่อนซี้คิ้วเข้มร้องเอ็ดเมื่อเห็นภูชิตตบด้ามปืนหนักๆก่อนจะวางลงบนโต๊ะ


“ให้ตายซิว่ะ ฉันยังไม่ได้เล่นมันเลย เสือกถูกพักงานอีก เซ็งฉิบหาย” หมวดหนุ่มร้อนวิชาขุ่นเคืองในอารมณ์ เมื่อสิ่งที่เขาปรารถนาเป็นอันพังทลายไปต่อหน้าต่อตาเมื่อเช้านี้ แค่ทำงานผิดเป้าหมายในครั้งแรกเขาถึงโดนคำสั่งพักงาน ความด่างพร้อยในอาชีพช่างน่าหดหู่ในชีวิต


“ก็ได้วะ กลับไปนอนแฟรตกระเดือกเบียร์แก้กลุ้มก็ได้วะ มีเพื่อนกับเขาทั้งทีก็ไล่กันเหมือนหมูเหมือนหมา จำไว้เลยพวกเอ็ง” ภูชิตบ่นอุบก่อนจะลุกจากโต๊ะด้านในออกจากร้านไป โดยไม่วายที่จะส่งกำปั้นสนองเดชให้เพื่อนซี้ทั้งสองก่อนนะเมื่อเสียงสัพยอกนั้นดังไล่หลัง


“อย่าเสือกแวะรับสาวที่ไหนล่ะ เดี๋ยวจะดาวมันจะหล่นจากบ่านะผู้หมวด ฮ่าๆ”




วันนี้ทั้งวันแชมป์ตระเวนอยู่ตามบ้านเพื่อนด้วยการขอยืมเงิน เพื่อที่จะบินลัดฟ้าไปดูอาการแฟนสาว เงินส่วนตัวที่เขาสามารถขอจากผู้เป็นพ่อแต่ยังคงไม่พอที่จะใช้ในการเดินทาง จำเป็นจะต้องขอยืมจากเพื่อนใกล้ชิดทุกคน


สะพานแขวนที่ทอดยาวเหนือแม่น้ำเจ้าพระยาทำให้เขาถึงกับสลด เมื่อก้มมองมันลงต่ำม่านดำกระเพื่อมไหวเป็นลูกคลื่นน้อยๆ ตามแรงของสายลมที่ผัดแผ่วหรืออาจเพราะแรงขับเคลื่อนของเจ้าเรือสำราญยักษ์ลำนั้น มือใหญ่กำเหรียญกษาปณ์นั้นไว้แน่น รู้สึกแน่นหน้าอกอย่างบอกไม่ถูกหรือเพราะใจเขากำลังปวดหนึบด้วยอาการเจ็บปวดของแฟนสาว ‘เฟิร์น


ญี่ปุ่นคันโก้ทะยานด้วยความเร็วเมื่อถูกกระตุ้นด้วยอารมณ์ขุ่นของผู้ขับเขี้ยว หน้าเข้มบอกอารมณ์หงุดหงิดกับเรียวปากบางที่เหยียดเยาะด้วยความเดือดดาลหลังจากถูกสั่งพักงานและถูกไล่ตะเพิดออกจากร้านอาหารทำให้ภูชิตแตะคันเร่งเสียจดมิด จากความตั้งใจที่ว่าจะกลับไปนอนกอดแฟรตให้หายกลุ้มเขากลับเปลี่ยนใจกะทันหัน เพราะแรงยั่วยุของเพื่อนตัวดีทั้งสอง
‘ใช่ ไอ้ภูโดนสั่งพักงาน แต่ไม่ได้โดนสั่งพักเตียงนี่หว่า หึหึ


“น้องแพร์ครับ รอพี่ภูนะจ๊ะ อีกสิบนาทีพี่ภูจะไปถึง จุ๊บๆ ครับ” หมวดหนุ่มกดวางสายเมื่อนัดแนะเสร็จพิธี คืนนี้ล่ะวะ ที่ผู้กำกับจะรู้ว่าคนอย่างเขาไม่ได้ไร้ฝีมืออย่างที่คิด เพราะร้อยตรีภูชิตคนนี้จะสอยและเด็ดดอกฟ้าลูกสาวคนสวยผู้กำกับมาให้ดู!


“ไปโลด!” เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มพร้อมด้วยอาการกระหยิ่มของหมวดหนุ่ม โดยมิกลัวดาวร่วงจากบ่าตามคำเตือนเพื่อนซี้ทั้งสองแต่อย่างใด เมื่อแรงทะยานของเจ้ารถญี่ปุ่นบึ่งรี่แบบไม่ยั้งรอ


แอร์ปรับอากาศในรถเริ่มพวยพุ่งออกมาเห็นได้ชัดเมื่อเจ้ากระป๋องคันโก้ทะยานขึ้นบนสะพานแขวน ความเย็นช่ำของเครื่องปรับอากาศไม่ได้ทำให้อารมณ์ร้อนของผู้หมวดหนุ่มลดลง เขากลับแตะและเหยียบคันน้ำมันสุดฤทธิ์และแทบแตะแบรกไม่ทันเมื่อเจอกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า


เพราะแรงลมหรือเสียงห้ามล้อที่แผดดังลั่นถนนนั้นหรือไม่ทราบ ทำให้เหรียญกษาปณ์ที่อยู่ในมือร่วงหลุดเกินที่จะคว้าไว้ได้ เมื่อเจ้าเหรียญโลหะนั้นกำลังดิ่งลงสู่ผืนน้ำเบื้องล่าง


เร็วเท่าความคิดร่างเพรียวของหนุ่มนักกีฬาว่ายน้ำเก่าก็พุ่งทะยานด้วยการเอื้อมมือเพื่อที่จะคว้าเหรียญนั้นมาให้ได้ แม้นตัวเองจะดับสิ้นหมดลมหายใจอยู่ในเจ้าพระยาก็ตาม


ภูชิตเปิดประตูรถวิ่งเข้ามาแทบลืมหายใจเมื่อเห็นเด็กหนุ่มกำลังคิดสั้นกระโดนน้ำฆ่าตัวตาย เขาไม่ทันจะร้องห้ามร่างสูงภายในเสื้อยืดสีดำก็พุ่งหลาวลงน้ำเสียงดังตูม


เร็วเท่าความคิดอีกเช่นกัน หมวดหนุ่มผู้เข้มไปด้วยเลือดที่รักในอาชีพก็กระโดนตูมตามไป หน้าที่และคำปฏิญาณที่ให้ไว้ ลมหายใจของเด็กหนุ่มคนนั้นต้องรอดกลับมา


ภายใต้ผืนน้ำที่มืดมิดจันทร์ฉายแม้จะสาดส่องแต่ดูเหมือนด้อยค่า เมื่อสายตาเริ่มพร่ามัวและความปวดหนึบของศีรษะ แชมป์สูดออกซิเจนเข้าปอดอึกใหญ่ก่อนจะเพ่งสายตาอีกครั้ง


‘เหรียญ เหรียญอยู่ไหน สิ่งสุดท้ายที่เขาได้จากเฟิร์น


ร่างสูงดำดิ่งแหวกว่ายลึกลงไปเพื่อที่จะหาเจ้าโลหะชิ้นสุดท้ายจากหัวใจ แสงระยิบระยับแปร่งประกายเหนือความมืดมิด และนั่นล่ะคือสิ่งที่เขาต้องการ มือใหญ่แหวกว่ายสุดกำลังก่อนจะคว้าเจ้าเหรียญรักนั้นไว้ได้ พร้อมกับแรงฉุดกระชากจากที่สูง ดวงตาคู่ดุจับจ้องเหมือนจะคาดโทษจากชายหนุ่มปริศนาในเสื้อสีดำ


ภูชิตถึงกับโล่งอกที่คว้าเด็กหนุ่มสิ้นคิดไว้ทันท่วงที เขารีบกระชากร่างเพรียวนั้นขึ้นเหนือน้ำ แต่ดูเหมือนเด็กหนุ่มจะออกแรงขัดขืนจนเขาหงุดหงิด จะไม่ให้หงุดหงิดได้ยังไงไหว เพราะออกซิเจนกำลังจะหมดปอดเขาอยู่รอมร่อ
การขัดขืนมีขึ้นใต้ผืนน้ำใหญ่ทำให้เกิดคลื่นระลอกใหญ่ และเหมือนจะอุปทานร่างสูงของคนทั้งสองเริ่มรับรู้ว่าสิ่งที่อยู่รอบกายเขาทั้งสองนั้นหาไม่จะใช่แค่กระแสน้ำเย็นๆ แต่มันกลับอุ่นซ่านและแทบร้อนระอุเหมือนอยู่ในซาว์นา เพียงแค่หยุดคิดและตระหนักถึงแรงสัมผัสที่โหมทวี เกลียวคลื่นมากด้วยแรงดึงดูดมหาศาลก็ฉุดร่างทั้งสองดำดิ่งสู่ความมืดมิด...



“ไม่จริง!” เสียงตวาดกร้าวแผดลั่น เมื่อเจอกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า


“เกิดอะไรขึ้นกับเหรียญอำนาจ?” เสียงผะแผ่วถามมา ก่อนจะเผือดสีเมื่อผู้เป็นนายตอบกลับมาดังลั่น


“เหรียญ! เหรียญของข้าตกอยู่ในมือของมัน”


เหมือนจะรอคำตอบจากผู้เป็นนาย เพียงแค่น้ำอิทธิฤทธิ์เหนือกาลเวลากระฉอกขึ้นทาสสนิทถึงกลับเบิกตากว้าง ‘สองบุรุษตามคำทำนาย



“แคร่ก แคร่ก แคร่ก” เสียงสำลอกของคนทั้งคู่เรียกความสนใจจากผู้ที่รุมล้อม เสียงกระซิบกระซาบดังเซ็งแซ่ปลุกให้ผู้มาเยือนขยับตัวก่อนจะปรือตาขึ้นมองพร้อมกัน



ภายใต้ท้องฟ้าสีครามน้อยไปด้วยเมฆ พระอาทิตย์ที่แผดรัศมีจนร้อนผิว แต่ดีหน่อยเพราะเขาทั้งสองได้รับความกรุณจากมิตรที่ยืนดูอย่างสนใจใคร่รู้ก่อนจะเอ่ยเสียงทักทาย


“พวกเจ้ามาจากไหนกัน?” ชายวัยกลางคนดกหนาด้วยขนเคราแพะเอ่ยถาม ภูชิตขยับกายลุกขึ้นนั่งสำรวจตัวเองโดยมิได้ตอบคำถามนั้น สิ่งแรกที่เขาคิดสำรวจคืออาวุธประจำตัว ปืนโตของเขานั่นเอง ปืนซึ่งแนบไว้กับสีข้างพร้อมลูกกระสุนยังไม่ได้ระเบิดตะกั่วมันยังคงอยู่ดีมีสุขภายใต้เสื้อแจ็กเก็ตตัวโปรด ถัดไปซึ่งเขาจะสำรวจคือเด็กหนุ่มสิ้นคิดคนนั้น ไอ้เด็กเวรที่ทำให้เขาแทบจมน้ำตาย



คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เมื่อเห็นอีกฝ่ายขยับตัวไปมาด้วยการหันรี่หันขวางเหมือนกำลังจะหาอะไรบางสิ่ง ก่อนจะยิ้มกว้างโชว์ฟันสวยที่เรียงเป็นระเบียบจนอดไม่ได้ว่าไอ้เด็กเวรนี่น่าจะไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ขายยาสีฟัน


มือใหญ่ลูบคลำเจ้าเหรียญโลหะด้วยความหวงแหนเมื่อมันกระเด็นไปอยู่แทบเท้า แชมป์หยิบมันขึ้นมาปัดถูไล่เศษทรายสีเหลืองนวลนั้นด้วยความรัก ก่อนจะจรดริมฝีปากตัวเองลงไปเบาๆ และต้องสะดุ้งเมื่อฝ่ามือหนักๆ ตบเข้าให้บนแผ่นหลัง


“ไอ้เด็กสิ้นคิด บ้ารึเปล่าวะ รู้ไหมฆ่าตัวตายน่ะมันบาป เกิดมาเป็นคนทั้งทีไมแกสิ้นคิดขนาดนี้ฟะ” หมวดหนุ่มร้องถามเอะอะ ก่อนจะลุกยืนจังก้าเท้าสะเอวสั่งสอนอบรบในระเบียบชีวิต ขนาดเขาถูกสั่งพักงานเกียรติประวัติด่างพร้อยหดหู่ในชีวิตแต่ไม่เลยที่เขาจะสิ้นคิดเช่นเด็กคนนี้


“อะไรของลุงเนี่ย? ใครบอกว่าผมสิ้นคิดจะฆ่าตัวตาย บ้าเปล่าลุง เมายากันยุงเปล่าเนี่ย?” แชมป์โวยวายขึ้นบ้างลุกขึ้นตอบโต้หนุ่มรุ่นพี่ร่างยักษ์ ‘เอาก็เอาวะ ต่อยคนแก่สักครั้งบาปคงไม่หนา


“ไอ้เด็กเวร! อุตส่าห์ช่วยแต่ไหงปากหมาแบบนี้วะ” ภูชิตเดือดดาลหัวเสียเมื่อโดนเด็กหนุ่มเติมคำหน้านามให้ว่า ‘ลุง ทั้งที่เขาคู่ควรกับคำว่า ‘พี่ มากกว่า


“ก็ปากแบบนี้แหละ ถอยไปลุงผมรีบ!” แชมป์เอ่ยปากไล่เตรียมจะกลับบ้านเพื่อจะแพ็กกระเป๋าเดินทางไปออสเตรเลีย แต่ดูเหมือนลุงหน้าเข้มจะไม่ยอมให้เขากลับบ้านออกอาการขวางกั้นด้วยการยื่นแขนขัดขวาง


“เดี๋ยว! บ้านอยู่ไหน?” ภูชิตถามทมึงตึงตีหน้าดุ


“บางแค มีไรเหรอลุง?” วะ! ไอ้นี่คำก็ลุง สองคำก็ลุง หงุดหงิดจะเว้ย เคืองรู้เปล่าเคือง! ภูชิตสบถในใจกลั้นอารมณ์เต็มที่ก่อนจะปั้นหน้าพูดออกไปชัดๆ


“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่จะไปส่งให้ถึงบ้าน และก็อยากจะคุยกับผู้ปกครองของนายด้วย”


“จะคุยทำไม ผมไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วเกี่ยวอะไรกับลุงด้วยเนี่ย เสียเวลาผมนะ ผมมีธุระต้องรีบไป ถอยไปเด่ะ” แชมป์เดือดดาลบ้างผลักแขนใหญ่ของอีกฝ่าย อารมณ์ร้อนในนิสัยเริ่มออกอาการเมื่อยังเห็นชายรุ่นพี่ไปยอมขยับตัวให้พ้นทาง กลับล้วงอะไรออกมาแล้วพูดขึ้น


“ตำรวจปราบปราม เจอเด็กมีปัญหา คิดว่าควรที่จะพูดกับพ่อแม่แกรึเปล่า?” แค่นั้นที่หนุ่มบางแคเห็นเข้ากับบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่หน้าอ่อนก็ซีดขึ้นทันทีก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติ


“แล้วไงล่ะลุง ผมดูมีปัญหาตรงไหน?” คำถามยียวนตอบมา


“ไอ้ที่โดดลงน้ำคิดฆ่าตัวตายแบบนั้น ยังไม่ใช่ปัญหาอีกเหรอ?” หมวดหนุ่มตีหน้าขรึมคว้าแขนเด็กหนุ่มไว้ ก่อนจะส่งสายตาปลอมประโลมคลายความทุกข์ที่คิดว่าเจ้าเด็กนั่นคงกลัดกลุ้ม


“มีปัญหาอะไร ไหนบอกมาซิ” เสียงทุ้มถาม มองสบอย่างจริงใจ คู่สนทนาอึดอัดอยู่พักใหญ่ก่อนจะผ่อนลมหายใจหนักๆ แล้วพูดไปว่า


“ไม่มีอะไรหรอก ผมแค่ทำเหรียญตกลงไปน่ะ และตามลงไปเก็บก็แค่นั้น ไม่ได้คิดสั้นอย่างที่พี่เห็นหรอก ขอบคุณมาก ผมกลับบ้านได้หรือยังครับ” คำตอบที่มาพร้อมกับความจริง แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ทำให้คิ้วเข้มของหมวดหนุ่มคลายลง เพราะอาชีพทำให้เขามีนิสัยแบบนั้น


“จริงๆ นี่ไงเหรียญ!” แชมป์แบมือให้ดู เหรียญโลหะส่องประกายวิบวับต้านแสงตะวัน ภูชิตพยักหน้าคลายความสงสัย ก่อนจะตบไหล่กว้างนั้นเบาๆ


“งั้นเดี๋ยวไปส่งบ้าน รถจอดอยู่ทางนี้” ภูชิตพูดก่อนจะหันไปมองรถตัวเองที่จอดถัดไป ริมฟุตบาทซึ่งเขาแบรกห้ามล้อและจอดเจ้ากระป๋องคันงาม สะพานแขวนเหนือแม่น้ำเจ้าพระยาแต่เดี๋ยวนี้มันกลับอันตรธารหายไปต่อหน้าต่อตา เมื่อเขาแหงนหน้ามองท้องฟ้าเบื้องหน้าหาไม่จะมีสายเคเบิลยึดสะพานนั้น ไม่ต้องสายเคเบิลหรอก ตัวสะพานกว่าสิบเมตรตอนนี้หายไปแล้ว คุณพระ!เกิดอะไรขึ้น!


“เฮ้ย! นี่มันอะไรกัน สะพานหายไปไหน แล้วมันที่ไหนกันเนี่ย?” แชมป์ร้องลั่นขยับตัวมองไปรอบๆ ไม่ต่างไปจากภูชิต แดดตะวันในยามสายที่แผดกร้าวจนตาหยี แต่รับรู้ได้ดีว่าถิ่นที่เขายืนอยู่ตอนนี้ไม่คุ้นเคยเลยสักนิด ไม่เลยที่เคยพบเจอนอกจากหนังสือหรือไม่ก็เว็บบอร์ดในโลกไซเบอร์


ทะเลทรายเบื้องหน้าและลุ่มน้ำเบื้องหลัง นี่มันอะไรกัน? นี่มันที่ไหน? ภูชิตหน้าเผือดสีก้มดูนาฬิกาข้อมืออย่างเร็วปรี๋ ให้ตายเถอะ เป็นเพราะเขากระโจนลงน้ำหรือนาฬิกามันห่วยกันแน่ เข็มยาวและสั้นนิ่งสนิทไม่กระดิกกระเดี้ยตายห่าอยู่ด้านใน


หมวดหนุ่มรีบแกะนาฬิกาออกจากข้อมือก่อนจะสะบัดไปมาแถมยังเขย่าเคาะประหนึ่งจังหวะสามซ่า ปลุกให้เจ้าเข็มสั้นและยาวลุกจากนิทรารมย์ แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาต้องการจะไร้ผลเมื่อเจ้าสแตนเลสแท้นั้นแน่นิ่งตายสนิทจนเขาสบถอย่างหัวเสีย


“ให้มันได้อย่างนี่ซิพับผ่า อุตส่าห์ซื้อมาแพง โดนน้ำแค่นี้แม่งตายสนิท” สบถไปแค่นั้นคิ้วเข้มก็ขมวดตีกันยุ่งเมื่อมือใหญ่ของหนุ่มรุ่นน้องเขย่าๆ มาพร้อมกับการส่งซิกไปตรงหน้า


“อะไร?” ภูชิตเอ่ยถาม ก่อนจะมองสบสายตา และแทบช็อกเมื่อเสียงอื้ออึงของสิ่งหนึ่งแว่วชัดมาพร้อมกับเสียงแตกฮือ


“กุบกับ กุบกับ!” ฝีเท้าม้านับสิบตะแบงรี่เข้ามาพร้อมด้วยชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ในชุดเกาะโบราณที่มือทั้งสองกุมบังเหงียนและหอกยาว


เวรตะไล!นั่นมันละครหลงยุค หรือเขากำลังฝันทัวร์กรุงโรมกันแน่?


“ลุง! นี่มันอะไร เราอยู่ที่ไหน หรือเรากำลังฝัน ช่วยปลุกผมทีผมต้องรีบตื่นไปออสเตรเลีย” แชมป์ร้องบอกเขย่าแขนชายหนุ่มแรงๆ ภูชิตก็นิ่งงันให้คำตอบอะไรไม่ได้ในตอนนี้ เขาตะลึงกับภาพตรงหน้าขบวนทัพนายกองดาหน้าเข้ามาก่อนจะประกาศก้อง



“หลีกทางให้พระนาง!” นายกองร่างยักษ์ตะโกนปาวๆ ก่อนจะเอาหอกกระทุ่งแหวกให้ฝูงชนถอยห่าง ม้าศึกที่พ่วงพีที่ขนาบข้างขบวนแห่สง่าด้วยสตรีสาวร่างอวบอัด ผิวขาวที่เด่นชัดของเธอผู้นั้นบอกให้รู้ว่าเขาและไอ้เด็กหนุ่มกำลังตกอยู่ในความฝัน เมื่อสาวน้อยตรงหน้านุ่มห่มด้วยแพรพรรณสีสดด้วยดิ้นทอง ผมสลวยสีดำขลับรับกับใบหน้าหวานที่ยิ้มแย้มของปากอิ่มสีสด


“หรือเรากำลังฝัน” หมวดหนุ่มครางหวิวเพ่งมองตาไม่กระพริบก่อนจะร้องโอ๊ยเสียงดังลั่น เมื่อเนื้อต้นแขนถูกดึงอย่างแรงก่อนจะตามมาด้วยคำพูด


“ลุงเจ็บไหม?”


“แล้วแกเจ็บไหมล่ะ” เสียงสบถถามตามมาด้วยกำปั้นที่ลงบนศีรษะหนักๆ เมื่อพิสูจน์ได้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน


“เฮ้ย! ไม่ใช่ฝัน นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน” แชมป์ร้องลั่นหน้าตื่นสติกระเจิดกระเจิงแทบไม่เป็นภาษาตอนนี้ ฝ่ามือใหญ่อีกฝ่ายรีบเข้ามาปิดห้ามด้วยการกระซิบ


“ใจเย็นๆ ขอเวลาตั้งสติแป๊บ” ภูชิตสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะผ่อนออกแล้วตอบเด็กหนุ่มไป


“คนพวกนี้จะให้คำตอบเราได้” หมวดหนุ่มบอกพลางส่งสายตามองไปยังกลุ่มคนที่แหวกล้อมดูขบวนทัพของกองกำลังทหารหลงยุค สองหนุ่มจับจ้องพิจารณาดูเหตุการณ์ตรงหน้า การแต่งกายของกลุ่มคนซึ่งดูผาดๆคล้ายพวกตกยุคสมัยอียิปต์โบราณ โดยชายจะนุ่งสวมแค่ผ้าแถบผืนเดียว โชว์แผงอกอันกว้างใหญ่ที่แน่นไปด้วยมัดกล้าม ส่วนผู้หญิงนั้นนุ่มห่มด้วยผ้าแถบสองชิ้น ปกปิดส่วนบนและล่างเผยให้เห็นเอวบางและหนาตามแต่สัดส่วน
แต่คนเหล่านั้นผิดแผกไปจากกลุ่มฝีเท้าม้าอย่างเห็นได้ชัดนั่นคือ ผิวพรรณ


“ขบวนเสร็จของพระนางอาร์ซิโนเอออกเยี่ยมเยือนราษฎร์” เสียงแผ่วของชายเคราแพะบอก ก่อนจะคุกเข่าก้มหัวมิดไม่กล้าที่จะเงยมองดูนางผู้สูงศักดิ์ ภูชิตและแชมป์ซึ่งตะลึงกับภาพที่เห็นไม่ได้สนใจกับกิริยาของคนละแวกใกล้ ทุกโสตประสาทของคนทั้งคู่จับจ้องอยู่บนคานทองนั้น และเหมือนกับถูกสาปเลือดในกายจับแข็งเป็นก้อน แชมป์ถึงกับเผือดสีเมื่อสตรีงามสง่าอยู่บนแท่นผันหน้ามาทางเขา และนั่นทำให้เสียงทุ้มหลุดลอดออกมา


‘เฟิร์น ดวงหน้าเนียนที่ล้อมด้วยแพรผมที่ดำยิ่งกว่าขนปักษา


“เจ้าไพร่! ยืนอยู่ทำไมหรืออยากหัวหลุดจากบ่า” นายกองหอกยาวตะโกนขึ้นพร้อมกับพุ่งหอกด้ามยาวมายังแชมป์และหมวดหนุ่ม


“ยังจะยืนอยู่อีก ทหาร!” เสียงตวาดก้องดังลั่นแล้วฝีเท้าม้าของทหารเลวสองคนก็ปรี่เข้ามาก่อนจะพุ่งหอกหมายจะเสียบสองหนุ่มในโทษอุฉกรรจ์ที่ขวางกั้นขบวนเสด็จ


ปลายคมหอกพุ่งรี่ตามแรงมือก่อนจะปลักลงบนพื้นทรายเมื่อหมวดหนุ่มกระโดดหลบด้วยการเหวี่ยงหนุ่มรุ่นน้องไปอีกทาง ภูชิตมองไปยังทหารเลวคนนั้นก่อนจะพูดขึ้น


“เราไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหน แล้วไม่รู้ว่านี่คือการต้อนรับของคนที่นี่” หมวดหนุ่มกล่าว มองสบทุกคนไม่เว้นแม้แต่สตรีงามบนแท่นทอง เรียวปากอิ่มเผยอขึ้นน้อยๆด้วยการปรายตามองต่ำก่อนจะเอ่ยแช่มช้า


“อเล็กซานเดรียแห่งปโตเลมี”




 

Create Date : 05 มิถุนายน 2551
1 comments
Last Update : 5 มิถุนายน 2551 14:06:37 น.
Counter : 275 Pageviews.

 

ตามมาอ่าน เอ๋อ แปลกดี

 

โดย: หนูนา IP: 61.7.175.38 6 มิถุนายน 2551 10:15:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ผาดโผน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




มนุษย์เราไม่สามรถมองกันได้โดยสายตาแค่ผาดเผิน เวลาและเหตุการณ์เท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ (หนึ่งในเพชรพระอุมา)



ลิขสิทธิ์งานเขียนทุกชิ้นในบล็อกเป็นของผู้เขียนตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตามโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน
Friends' blogs
[Add ผาดโผน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.