Group Blog
 
<<
มีนาคม 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
20 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
ประชาธิปไตยของจอร์จ วอชิงตัน.

จอร์จ วอชิงตัน คือผู้นำชาวอเมริกันลุกขึ้นต่อสู้ขับไล่เจ้าอาณานิคม(อังกฤษ)ออกจากแผ่นดินอเมริกา และเป็นผู้ที่เอาระบอบประชาธิปไตยมาเริ่มใช้ในอเมริกา ซึ่งเป็นระบอบที่มีส่วนสำคัญมากที่ทำให้อเมริกากลายเป็นเบอร์หนึ่งของโลก และมั่นคงถึงปัจจุบัน และประเทศอื่นๆในโลกต่างเห็นถึงความเหมาะสมของระบอบนี้และนำไปใช้อย่างแพร่หลายไปทั่วทั้งโลกในขณะนี้.

เมื่อครั้งที่จอร์จ วอชิงตัน หลังจากต่อสู้อย่างสุดชีวิตและขับไล่อังกฤษออกไปได้แล้ว (อังกฤษยึดอเมริกาไว้และกอบโกยผลประโยชน์ส่วนใหญ่กลับอังกฤษ และกดขี่ชาวอเมริกันไม่ให้มีสิทธิ์มีเสียง จอร์จ วอชิงตัน ทนถูกกดขี่ข่มเหงไม่ไหว จึงรวบรวมพรรคพวกขึ้นต่อสู้อย่างยากลำบาก แต่สุดท้ายสามารถขับไล่อังกฤษออกไปได้) จอร์จ วอชิงตัน ได้กลับไปทำไร่ที่บ้านเกิด ไม่ได้ยึดครองการปกครองประเทศไว้ในมือตนเอง.

เมื่อผู้ครองรัฐทั้งหลายเห็นว่าควรมีผู้นำทำให้เป็นปึกแผ่น จะได้ไม่ต้องถูกเจ้าอาณานิคมใดๆมายึดครองอีก จึงพร้อมใจไปเชิญ จอร์จ วอชิงตัน มาเป็นผู้นำ.

จอร์จ วอชิงตัน จึงขอเปิดประชุมผู้ครองรัฐทั้งหลายและเชิญชวนให้ทดลองใช้ระบอบประชาธิปไตยในการปกครอง.

ซึ่งหลักการของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย คือใครก็ตามไม่ว่าจะเป็นชาวอเมริกันคนใดก็สามารถขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศได้ ถ้าเขาคนนั้นสามารถมีแนวความคิดที่ดีในการบริหารประเทศและประกาศแนวทางนั้นออกมาแล้วได้รับฉันทามติจากคนส่วนใหญ่. ผู้นั้นจะได้อำนาจบริหารไปสี่ปี. และเมื่อครบวาระสี่ปีแรกแล้ว ถ้าจะบริหารปกครองต่อ ก็ให้มาประกาศแนวทางและลงแข่งรับเลือกได้อีกครั้งหนึ่ง ถ้าได้รับเลือกมาก็ให้บริหารได้อีกแค่สี่ปีนี้เท่านั้น หลังจากนั้นต้องวางมือหลีกทางให้ผู้อื่นแข่งขันเท่านั้น.

ผู้ครองรัฐทั้งหลายเห็นด้วยและเริ่มใช้ระบอบประชาธิปไตยในการปกครองประเทศ ทำให้อเมริกาไม่มีการเข่นฆ่าแย่งชิงอำนาจการบริหารเหมือนในประเทศต่างๆในขณะนั้น (การเข่นฆ่าแย่งชิงอำนาจบริหารแต่ละครั้งจะสูญเสียบุคลากรสำคัญของชาติจำนวนมากทั้งตัวผู้นำเก่าเอง, วงศ์ตระกูลผู้นำเก่า, ข้าราชการที่สำคัญของผู้นำเก่าทั้งหมด เกือบทุกครั้งการเข่นฆ่าจะกระทำแบบเจ็ดชั่วอายุคือฆ่าจนไม่เหลือเชื้อพงศ์เลย และ กว่าผู้ปกครองใหม่จะกำจัดกลุ่มของผู้ปกครองเก่าได้หมดสิ้นและปกครองได้เป็นปกติก็กินเวลานาน บ้านเมืองไม่สงบอยู่นาน ระหว่างนั้นไม่มีใครมีใจที่จะทุ่มเทให้การบริหารให้ประชาชนส่วนใหญ่มีความสุข มีแต่การเข่นฆ่า หวาดระแวง ป้องกัน กำจัดกันเป็นหลัก เท่ากับประเทศเสียโอกาสครั้งละนานๆเป็นระยะๆเรื่อยไป).

การแย่งชิงอำนาจในการบริหารของประเทศอเมริกา คือ การที่คนที่มีความสามารถต่างลุกขึ้นมาแย่งกันประกาศนโยบายที่ดี ที่เหมาะสม ทันยุคทันสมัยเป็นที่ถูกใจของประชาชนส่วนใหญ่ เพื่อให้คนส่วนใหญ่เลือกตนไปเป็นผู้บริหาร.

การแย่งชิงอำนาจในอเมริกากลับกลายเป็นการแข่งกันคิดพัฒนาสิ่งดีๆให้เกิดแก่คนส่วนใหญ่ซึ่งก็ประกอบเป็นประเทศนั่นเอง.

ประชาชนอเมริกันก็คอยฟังนโยบายของแต่ละคน เมื่อชอบนโยบายของคนไหน หรือนโยบายของคนไหนเหมาะกับสถานการณ์ในขณะนั้น ก็เลือกคนนั้น.
ถ้าคนนั้นได้เสียงข้างมาก ก็จะได้อำนาจบริหารและทำตามนโยบายที่ตนได้ประกาศไว้ เท่ากับคนส่วนใหญ่ได้นำพาประเทศไปในทางที่ต้องการโดยผ่านการเลือกผู้นำไปทำให้.
ประเทศอเมริกาจึงมีการปรับตัวที่เหมาะสม รวดเร็ว ทันเหตุการณ์เสมอ และสงบ สามัคคี เพราะคนส่วนใหญ่พอใจ. คนส่วนน้อยที่ไม่พอใจก็มี แต่ไม่สามารถทำความวุ่นวายได้เพราะคนที่คิดแนวนั้นมีน้อย.

ประเทศอเมริกาจึงมีความเจริญ มั่นคง ประชาชนมีสิทธิ์ มีเสียง มีเสรีภาพ มีความสุขตามความสามารถของแต่ละคน. ประชาชนในประเทศต่างๆเมื่อได้เห็นตัวอย่างจากอเมริกา ก็ได้เริ่มทยอยกันใช้ระบอบการปกครองแบบนี้กัน และกลายเป็นระบอบที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน.



Create Date : 20 มีนาคม 2553
Last Update : 20 มีนาคม 2553 5:03:17 น. 0 comments
Counter : 737 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ป๋าชล
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ป๋าชล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.