น้ำผักผลไม้สด - ลดโรคร้าย






เคยแปลกใจหรือไม่
เหตุใดผู้คนต่างพากันบอกต่อว่า...ผู้ป่วยควรดื่มน้ำผลไม้เป็นประจำทุกวัน
น้ำผักผลไม้คั้น...มีประโยชน์ต่อร่างกายคนมากมายเช่นนั้นจริงหรือ ?




แต่น้ำผลไม้ที่ว่านี้....ต้องลงมือคั้นเองสดๆนะคะ
ไม่นับรวมน้ำผลไม้ทั้งขวดและกล่องที่วางขายสำเร็จรูป
เพราะของพวกนั้น ไม่เหลือคุณค่าไว้ให้คนดื่มแม้เศษเสี้ยวคำโฆษณาเลยค่ะ

น้ำผลไม้สดคั้น เป็นแหล่งรวมวิตามิน เกลือแร่ เอนไซม์ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต
และสารอาหารต่างๆที่เป็นพลังชีวิตอีกมากมาย ป้าวีก็เคยสงสัยว่า เรากินผลไม้เลยไม่ดีกว่าหรือ
แม่ป้าวีบอกว่า...เธอต้องกินวันละเข่งถึงจะพอ กินไหวมั๊ยล่ะ...

วิตามินรวมในรูปเม็ดยานั้น ร่างกายต้องนำไปผ่านกระบวนการย่อยก่อนนำไปใช้งานได้
และอีกอย่างคือ วิตามินเม็ดนั้นมีสารต่างๆของผักผลไม้ไม่ครบถ้วนอยู่ดี
ในน้ำผักผลไม้คั้นนั้นยังมีเอ็นไซม์ที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันทีเลย

เอ็นไซม์คืออะไร

“เอ็นไซม์” คือโมเลกุลโปรตีนที่มีพลังงานสูง เพื่อใช้ในขบวนการย่อยและเผาผลาญอาหาร
ร่างกาย ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้หากขาด “เอ็นไซม์” ร่างกายเราสามารถรับเอ็นไซม์ได้จาก 2 วิธีคือ

1.การรับประทานอาหารสด (ไม่ผ่านความร้อน)เนื่องจากการปรุงอาหารสุกโดยผ่าน “ความร้อน”
ทำลาย “เอ็นไซม์”ไปโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อีกทั้งเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตเอ็นไซม์
ลดน้อยลงเรื่อย ๆ และเมื่อได้รับเอ็นไซม์ไม่เพียงพอเพื่อการย่อย ก็ทำให้เกิดการหมักเน่าของอาหาร
ตกค้างอยู่ภายในร่างกาย ซึ่งเป็นบ่อเกิดสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

2. การเสริม “เอ็นไซม์สดจากพืช”เป็นการสกัดเอ็นไซม์สดจากพืช เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยอาหาร

ความสำคัญของเอ็นไซม์

•เอนไซม์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีในทุกๆ เซลของร่างกาย ซึ่งมีมากกว่า 60 ล้านล้านเซล
•การหายใจ การย่อยอาหาร การเจริญเติบโต การคิดและการนอนก็ต้องใช้เอนไซม์
•ถ้าขาดเอนไซม์ ชีวิตย่อมอยู่ไม่ได้ เช่นการทำปฏิกิริยาเคมีสร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านเชื้อโรคเข้ามา
จู่โจมร่างกาย ถ้าทำโดยไม่มีเอนไซม์ ต้องใช้เวลา 3 เดือน เชื้อโรคฆ่าเราเสียก่อน
•ถ้ามีเอนไซม์สมบูรณ์ ภูมิต้านทานจะเกิดเพียงในหนึ่งนาทีแรกที่เชื้อโรคเข้ามาสู่ร่างกาย





น้ำผักผลไม้สดคั้นสามารถต้านอนุมูลอิสระได้อย่างไร ?


อนุมูลอิสระ ( Free Radicle ) คือ โมเลกุลที่มีธาตุที่ไม่มั่นคงเนื่องจากขาด อิเลกตรอน ไป 1ตัว
ปกติแร่ธาตุทั้งหลายในร่างกายของเราจะมีอีเลกตรอนอยู่วงรอบเป็นจำนวนคุ่ ซึ่งทำให้โมเลกุลนั้นคงตัว
ในกรณีที่มีการสูญเสีย อิเลกตรอน หรือรับ อิเลกตรอน มาอีกเพียง 1 ตัวจะทำให้โมเลกุลนั้นไม่มั่นคง
กลายเป็นตัวอันตรายและตัวเจ้าปัญหาคือพอเจอใครเขาดีๆก็แย่ง อิเลกตรอน มาจากเขาแทน 1 ตัว
ผู้ถูกแย่งก็กลายเป็นตัวเจ้าปัญหาแทนเพราะตนไม่มั่นคง ต้องไปแย่งคนอื่นมาเป็นทอดๆ

อนุมูลอิสระจึงเป็นสารพิษต่อเซลล์ร่างกาย ถ้ามีมากใน เซลล์ก็เป็นอันตรายได้โดยจะทำลาย ดีเอนเอ
เยื่อหุ้มเซลล์ และอื่นๆ แต่เซลล์ร่างกายพวกเม็ดเลือดขาว
ก็ใช้สารพวกนี้กำจัดแบคทีเรีย หลังจากที่เซลล์กินแบคทีเรียเข้าไปในตัวแล้ว

อนุมูลอิสระเชื่อว่า มีผลต่อการอักเสบ และการทำลายเนื้อเยื่อในระยะสั้น
ในระยะยาวอาจมีผลต่อ ความเสื่อมหรือการแก่ของเซลล์ และอาจเป็นสารการก่อมะเร็ง
และโรคหัวใจ ต้อกระจก

อนุมูลอิสระ มีที่มาทั้งแหล่งภายนอกร่างกาย ได้แก่ มลพิษในอากาศ โอโซน ไนตรัสออกไซด์
ไนโตรเจนไดออกไซด์ ฝุ่น ควันบุหรี่ อาหารที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ( แก้ได้โดยใส่วิตามิน อี ลงไปด้วย )
หรือธาตุเหล็กมากกว่าปกติ แสงแดด ความร้อน รังสีแกมม่า ยาบางชนิด เช่น Doxorubicin , Penicillamine,
paracetamol, CCl4 เป็นต้น และแหล่งภายในร่างกายได้แก่ ออกซิเจน เป็นต้น

ร่างกายก็มีกลไกที่จะกำจัด อนุมูลอิสระ เหล่านี้โดย 2 วิธี คือ
ใช้เอนไซม์ต่างๆในร่างกายเช่นSuperoxide dismultase ( SOD )
และไม่ใช้เอนไซม์ ได้แก่ วิตามิน อี ( a tocopherol เบตาคาโรทีน ( Betacarotene ) และ วิตามิน ซี
เนื่องจากมีผู้สังเกตว่า เอนไซม์ต่างๆที่ใช้กำจัด อนุมูลอิสระ เช่น SOD มีได้จำกัด
แต่สารที่เราสามารถทานเสริมได้แก่ วิตามิน อี วิตามิน ซี เบต้าคาโรทีน
ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระหรือมีอีกชื่อว่า Antioxidant
เนื่องจาก เบต้าคาโรทีนมีมากในผักและผลไม้บางชนิด จึงมีการสนับสนุนให้ทานสิ่งเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น
โดยมีความเชื่อว่าอาจลดการก่อมะเร็ง ลดการเป็นโรคหัวใจ ขาดเลือดและ โรคอื่นๆ

สำหรับ อาหารที่มีเบต้าคาโรทีนสูงได้แก่ ผักใบเขียว (เช่น ตำลึง และ ผักบุ้ง)
อาหารที่มีสีเหลือง (เช่น มะละกอสุก มะม่วงสุก มะเขือเทศ ฟักทอง)
อาหารที่ให้วิตามินซีสูง คือ พืช ผักสีเขียว
และผลไม้รสเปรี้ยว เช่นตำลึง ผักบุ้ง พริกหยวก ส้ม มะนาว สัปปะรด เป็นต้น




10 สารต้านอนุมูลอิสระ




1. สารสกัดจากเมล็ดองุ่น

ได้รับการขนานนามว่าเป็นสารซุปเปอร์แอนตี้ออกซิแดนท์
เนื่องจากคุณสมบัติเด่นในด้านการกำจัดอนุมูลอิสระ
ที่สูงกว่าสารแอนตี้ออกซิแดนท์อื่น ๆโดยสูงกว่าวิตามินซี 20 เท่า
และวิตามินอี 50 เท่าทั้งยังคงอยู่ในกระแสเลือดได้นานถึง 72 ชม.
สามารถป้องกันและลดการทำลายล้างจากสารอนุมูลอิสระ
ที่เกิดขึ้นในร่างกายเราตลอดเวลาทั้งจากปัจจัยภายนอกและ
ปัจจัยภายใน อันเป็นสาเหตุของความเสื่อมและอ่อนแอของร่างกาย
โดยเฉพาะระบบหลอดเลือด หัวใจ ผิวหนัง และตาเมื่อรับประทาน
สารสกัดจากเมล็ดองุ่นเป็นประจำจะทำให้ได้รับสาร OPCs
เข้าไปยับยั้งการเสื่อมสลายของคอลลาเจนใต้ผิวหนัง จึงช่วยชะลอ
การเสื่อมของผิวพรรณไม่ให้แก่ก่อนวัยอย่างตรงจุด
ปริมาณการใช้ วันละ 20-60 มก..



2. ชาเขียว

ในชาเขียวประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระประเภทฟลาโวนอยด์ ที่ทรงพลังหลายชนิด
โดยเฉพาะสาร EGCG ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์แรง โดยมีฤทธิ์มากกว่าวิตามินอีถึง 20 เท่า
มีผลการวิจัยพบว่าชาเขียวสามารถลดอัตราการเป็นมะเร็งของอวัยวะต่าง ๆ ได้ดี โดยเฉพาะมะเร็งปอด,
มะเร็งลำไส้, มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งตับ นอกจากนี้ยังช่วยลดความเป็นพิษ
จากการสูบบุหรี่ เช่น นิโคติน และน้ำมันทาร์ เป็นต้น
ปริมาณการใช้ วันละ 300-1,000 มก.


3. สารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศส

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ออกฤทธิ์ได้ดีอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งนอกจากประโยชน์ในการแก้ปัญหา
เรื่องฝ้าด้วยการควบคุมการทำงานของกระบวนการสร้างเม็ดสีในร่างกายให้อยู่ในสภาวะที่สมดุล
ไม่ผลิตเม็ดสีออกมาผิดปกติจนเป็นฝ้า, กระ แล้ว ยังมีประโยชน์ต่อผิวพรรณและสุขภาพร่างกายโดยรวมอีกด้วย
ปริมาณการใช้ วันละ 75 มก.

4. โคเอ็นไซน์คิวเท็น

มีหน้าที่หลักในกระบวนการสร้างพลังงานในระดับเซลล์ เพื่อให้เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างปกติ
หากร่างกายขาดโคเอ็นไซม์คิวเท็นถึง 75% ก็อาจเสียชีวิตได้ ทั้งนี้เซลล์ที่ต้องการพลังงานสูง
และมีความต้องการโคเอ็นไซม์คิวเท็นมากเป็นพิเศษ ได้แก่ เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ เซลล์สมอง
เพื่อให้มีความตื่นตัว เพิ่มทักษะในการจดจำและผ่อนคลายจากความตึงเครียด
ส่วนเซลล์ผิวหนังต้องการโคเอ็นไซม์คิวเท็นเพื่อช่วยฟื้นฟูความสดใส
ปริมาณการใช้ วันละ 6-15 มก.

5. แนทเชอรัลเบต้าคาโรทีน

เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ นอกจากประโยชน์ในการบำรุงสายตาและผิวพรรณแล้ว
เบต้าแคโรทีนยังช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งที่ปอดจากการสูบบุหรี่จัด ลดการก่อเซลล์มะเร็งที่ผิวหนัง
และทำให้ผิวหนังสามารถต้านทานต่อแสงแดดได้นานยิ่งขึ้น เบต้าแคโรทีนจากธรรมชาติ
ที่สกัดได้จากสาหร่าย D.Salina จะเป็นแหล่งของเบต้าแคโรทีนที่เข้มข้น และปลอดภัยกว่า
ชนิดทั่วไปที่เป็นเคมีสังเคราะห์
ปริมาณการใช้ วันละ 6-15 มก.

6. ลูติน

เป็นสารธรรมชาติพบได้มากในพืชผักที่มีสีเขียวเข้ม เช่น ผักกาดเขียว ใบหยิก ผักปวยเล้ง
ในชีวิตประจำวันนอกจากจะต้องเผชิญกับรังสียูวีในแสงแดดที่กระทบต่อดวงตาโดยตรงแล้ว
ยังต้องเจอกับแสงจ้าจากเครื่องคอมพิวเตอร์และทีวีวันละหลายชั่วโมง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้
เซลล์ในตาอ่อนแอหรือเสื่อมสภาพและตาบอดได้ ซึ่งการรับประทานลูตินจะเป็นสารอาหาร
ที่ช่วยป้องกันการเสื่อมของจุดรับภาพและจอประสาทตาได้ดี เพราะมีส่วนรวมในการทำงาน
ของเอนไซม์ต่าง ๆ ที่สำคัญ
ปริมาณการใช้ วันละ 6-20 มก.


7. กรดอัลฟ่าไลโปอิค

สารต้านอนุมูลอิสระธรรมชาตินี้ทำหน้าที่สำคัญ ๆ หลายอย่างในร่างกาย การใช้เป็นอาหารเสริม
จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยปรับปรุงกระบวนการเผาผลาญน้ำตาลให้เป็นพลังงาน
จึงช่วยป้องกันและบรรเทาโรคแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวานได้ดี
ปริมาณการใช้ วันละ 50-200 มก.

8. สารสกัดจากใบแปะก๊วย

ฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดจากใบแปะก๊วยเป็นผลมาจากสารในกลุ่มฟลาโวนไกลโคไซด์
ที่มีอยู่กว่า 20 ชนิดในใบแปะก๊วย ซึ่งช่วยต้านอนุมูลอิสระในร่างกายได้ ทั้งนี้นอกจากคุณสมบัติอันโดดเด่น
ในการป้องกันความเสื่อมของเซลล์สมองและช่วยบำรุงสุขภาพสมองอย่างมีประสิทธิภาพ
จนเป็นที่ยอมรับทั่วโลกแล้วนั้น คุณสมบัติในการเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตทั่วร่างกาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สมองยังช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตันได้อย่างตรงจุดเช่นกัน
ปริมาณการใช้ วันละ 40-80 มก.


9. วิตามินซี

นอกจากประโยชน์ในการเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยป้องกันโรคหวัด และบรรเทาอาการภูมิแพ้แล้ว
วิตามินซียังช่วยสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวพรรณ คลายความเครียด
ความอ่อนเพลีย แก้สภาวะการเป็นหมันในผู้ชาย โดยช่วยเพิ่มความแข็งแรง และปริมาณของตัวอสุจิอีกด้วย
ปริมาณการใช้ วันละ 1,000-4,000 มก.

10. วิตามินอี

ช่วยในเรื่องการบำรุงผิวพรรณ ป้องกันโรคหัวใจและการอุดตันของเส้นเลือดในหัวใจ
ทั้งยังช่วยป้องกันการกลายพันธุ์ของเซลล์อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งต่าง ๆ
การรับประทานวิตามินอีในระยะยาวยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก
และลดอัตราการตายของผู้ชายที่สูบบุหรี่จัด
ปริมาณการใช้ วันละ 200-400 มก.

ข้อมูลอ้างอิง
thaiClinic
thairunning






Create Date : 15 สิงหาคม 2551
Last Update : 17 ตุลาคม 2552 21:12:42 น. 23 comments
Counter : 3166 Pageviews.

 
ดีจังค่ะ ทำดื่มประจำเลย น้ำผลไม้สดๆ จะลำบากก็ตอนล้างเครื่องละค่ะ
ข้อมูลดีๆ น่าอ่านมากค่ะ


โดย: Anitapa วันที่: 15 สิงหาคม 2551 เวลา:11:19:38 น.  

 
.....ป้าสุพยายามบอกใครต่อใครอยู่เสมอว่า
น้ำผลไม้คั้นนั้น พวกวิตามินและเกลือแร่
มันมีเวลาอยู่หลังจากคั้นออกมาแค่แป๊บเดียว
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิตามินซี จะอยู่แค่ 5 นาที
เพราะมันจะ sensitive ต่อแสงมากๆ
เพราะฉะนั้น หากเป็นไปได้ให้ทานไปเลยไม่ต้องคั้น
หรือหากจำเป็นต้องคั้น ต้องรีบดื่มโดยไว

อีกอย่างเวลาไปซื้อวิตามินซี ทางร้านมักใส่ขวดหรือถุงใสๆ
ป้าสุก็ถามว่าไม่ใส่ถุงหรือขวดสีชาเหรอคะ มันโดนแสงเดี๋ยวก็สลายหมด
คนขาย (คงเป็นเภสัชเกิน) ตอบสบัดๆ ว่า เค้าเคลือบแล้วไม่สลายหรอก
.....จะว่าไงดีเนี่ย.....
................................................................................................


รักษาสุขภาพนะคะป้าวี
.....ป้าสุ.....


โดย: ปลาทูน่าสีชมพู วันที่: 15 สิงหาคม 2551 เวลา:11:57:18 น.  

 
สำหรับน้ำผลไม้คั้นสด ต้องระวังเรื่องน้ำตาลหรือน้ำเชื่อมที่บางคนนิยมผสมลงไปด้วยนะคะ เพราะจริงๆแล้ว ในน้ำผลไม้ธรรมชาติเองก็มีส่วนประกอบของน้ำตาลฟรุตโตสอยู่แล้ว พอเข้าสู่ร่างกายก็ดูดซับและเปลี่ยนเป็นกลูโคส ดังนั้นถ้าเราเติมน้ำตาลลงไปอีก ก็ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลเกิน และอ้วนค่ะ


โดย: คุณน้ำตาล วันที่: 15 สิงหาคม 2551 เวลา:12:09:57 น.  

 
อ่ะ...เจอคุณ Anitapa...คอน้ำผลไม้คั้นตัวจริง
เพราะเป็นที่รู้กันนะคะว่า...อุปสรรคขวากหนามในการจะได้ดื่มน้ำผลไม้สดๆนั้นมากมายจริงๆ
เริ่มตั้งแต่ การเลือกซื้อเครื่องเลยล่ะค่ะ หลายคนถอดใจตั้งแต่เริ่ม
เพราะเครื่องคั้นนั้น เขาบอกกันมาว่า...ถ้าจะให้วิตามินและเอ็นไซม์คงอยู่
เครื่องคั้นนั้น ต้องไม่มีสนามแม่เหล็ก ไม่เกิดความร้อนจากมอเตอร์ มีเกลียวเดี่ยวเกลียวคู่
ซึ่งราคาก็ตกอยู่ที่ 12,000-25,000 บาท...
แล้วที่สำคัญ ตอนประกอบ ตอนถอดล้างเนี่ย ...อืมมมม




------------------------------


ป้าสุขา...ฝากถามคนขายวิตามินซีหน่อยซิคะ
ถามว่า..ที่ว่าเคลือบน่ะ เคลือบฟอร์มาลีนรึเปล่าคะ...


โดย: AuntieV วันที่: 15 สิงหาคม 2551 เวลา:12:22:54 น.  

 
ขอบคุณ คุณน้ำตาลนะคะ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
จริงอย่างที่คุณน้ำตาลว่าค่ะ ไม่ต้องเติมอะไรลงไปเลยดีที่สุดค่ะ


โดย: AuntieV วันที่: 15 สิงหาคม 2551 เวลา:12:27:33 น.  

 
สวัสดีครับป้าวี ผมก็ชอบดื่มน้ำผักผลไม้ แต่ซื้อเอาครับ
แวะมาเยี่ยมป้าวี ก่อนไปทำงาน ตจว. ห้าหกวันครับ


โดย: dj booboo วันที่: 15 สิงหาคม 2551 เวลา:18:31:58 น.  

 
เห็นด้วยกับป้าวีครับ
เบื่อตอนเก็บล้างมากๆ

มีอยู่เครื่องหนึ่งซื้อมาจากวีรสุ ผมยังไม่รู้เลยว่าต้องมีสเปคขนาดนั้นด้วย


โดย: ลุงแอ๊ด วันที่: 15 สิงหาคม 2551 เวลา:22:16:21 น.  

 
.....ป้าวีคะ
เรื่องน้ำท่วมนี่ หากมันจะท่วม คงไม่ถึงบ้านป้าวีหรอกค่ะ
(แต่ท่านสมิธ บอกว่าจะถึงเมืองนนท์ โน่น ใช่ป่ะคะ ถ้าเป็นอย่างนั้น
ป้าสุว่าช่างหัวมัน......)
เพราะถ้าเป็น strom surge จริงๆ ป้าวีก็นึกถึง นากรีส หรือพายุเกย์ ละกัน
นั่นแหละ strom surge ตัวจริง
ป้าสุก็ลองนึกวาดภาพดูนะคะว่ามันจะเข้าทางไหน...คิดไม่ออกค่ะ
ถ้าเป็น strom surge
มันจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อมีพายุไต้ฝุ่นค่ะ
คงจะรู้ตัวก่อนสักวัน สองวัน
เราก็พากันหนีขึ้นเหนือละกันนะคะ ถ้าไม่โชคร้ายไปเจอภูเขาถล่มเข้าอีก

เรื่อง strom surge นี่ พูดกันมาก จนอาจารย์ที่จุฬา
จัดสัมมนากันเมื่อประมาณปลายเดือนที่แล้ว
เนื่องในโอกาสครบรอบวันตายของอาจารย์สุรพล สุดารา
เท่าที่ฟังเค้าถกกัน ก็พอสรุปได้ว่า
ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด โอกาสที่จะเกิดและรุนแรง กินพื้นที่เข้าไปถึงเมืองนนท์นั้น
ค่อนข้างเป็นไปได้น้อย

ป้าสุก็เลยปลงค่ะ แล้วแต่บุญ แต่กรรมแล้วแหละ
แต่ก็มีคนเริ่มหาที่หลบภัยกันเยอะเหมือนกันค่ะ
มีเงินก็ทำได้ เตรียมบ้านขึ้นไปข้างบนเหนือๆขึ้นไปหน่อย
ขนข้าวของไปเก็บไว้ก่อน ตัวค่อยตามไปเมื่อใกล้เวลา

แต่อย่างป้าสุ คงไม่ไปไหนหรอกค่ะ เพราะบ้านก็มีที่เดียว
แต่หากเป็นไปได้ มันท่วมมากขนาดนั้น ป้าสุเอาเรือจุฬาภรณ์
ไปรับป้าวี แล้วเราไปลอยตุ๊บป่อง กันกลางทะเลเนอะ

คิดไปคิดมา ก็เริ่งปลงค่ะป้าวี อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด
.......................................................................................................

เครื่องคั้นน้ำผลไม้ของลุงแอ๊ด คงเหมือนของป้าสุ
ซื้อมาจาก วีรสุ เหมือนกัน มันลดราคาเหลือแค่ 2,000 กว่าบาท
ซื้อมา 5-6 ปีแล้วค่ะ
ปีแรกๆ ที่ซื้อมาจะคั้นน้ำแครอท หรือไม่ก็แอบเปิลทานทุกเช้า อร่อย และสดชื่นมากๆ
แต่ตอนนี้เวลามันไม่พอแล้ว เพราะต้องเดินทางไกล
จากปากน้ำไปทำงาน บางเขน
ก็เลยไม่ค่อยได้คั้นแล้ว อาศัยทานผลไม้แบบทั้งลูก ไม่คั้น
ประหยัดเวลาดี แถมมีกากท้องไม่ผูกด้วย


โดย: ปลาทูน่าสีชมพู วันที่: 17 สิงหาคม 2551 เวลา:10:46:12 น.  

 
เรื่องน้ำท่วมนี่ หากมันจะท่วม คงไม่ถึงบ้านป้าวีหรอกค่ะ
(แต่ท่านสมิธ บอกว่าจะถึงเมืองนนท์ โน่น ใช่ป่ะคะ ถ้าเป็นอย่างนั้น
ป้าสุว่าช่างหัวมัน......)

---------------

มันจะเข้าปากน้ำ บางปูเลยล่ะค่ะป้าสุ
แล้วโรงงานป้าวีนี่ ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ชายทะเลบางปูเลย
ก็แล้วแต่ธรรมชาติเค้าค่ะ....


โดย: AuntieV วันที่: 18 สิงหาคม 2551 เวลา:8:34:56 น.  

 
สวัสดีครับอั๊นตี้วี

ผมกำลังสงสัยว่าทำไมสัปดาห์ก่อนผนถึงตกข้ามวันข้ามคืน
คงเป็นเพราะอั๊นตี้ออกมาเดินย่ำสนามหญ้าตากแดดนี่เอง
นึกถึงท่าเดินของอั๊นตี้ คงจะเหมือนอินเดียนแดงเผ่าอาปาเช่เต้นรำขอฝนแน่ๆ บู้ บู้ บู๊ บู้ ....

สัปดาห์ที่ผ่านมาผมไปค้างบ้านคุณน้ามาครับ
และก็พอดีเป็นวันเกิดคุณน้า แต่ท่านไม่ยอมบอกว่าอายุครบกี่ขวบ สงสัยอาย ฮิฮิ
พวกพี่น้อง เจ่เจ้และก็น้องๆทั้งหลายก็ไปรวมพลที่นั่น
ผมไม่ขอเล่ากิจกรรมทำบุญอะไรของผู้ใหญ่หรอกนะครับ
ปีนี้พวกผู้ใหญ่ไม่ค่อยจะง้อเด็กๆแล้วหละ
ใครแต่งตัวช้าก็ให้เล่นคอมฯอยู่ที่บ้าน
ป๋าบอกว่ารำคาญ พอไปถึงวัดเด็กๆก็บ่นว่าร้อนอยากกลับบ้าน(ไปเล่นเกม)
พอวันเสาร์เย็นก็ไปทานอาหารนอกบ้าน(อีกแล้ว)เลี้ยงวันเกิดกัน
บ้านคุณน้าอยู่ฝั่งเมืองหลวงครับ แต่เป็นสมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์
พวกเขาก็เลยชวนกันไปทานอาหารเพื่อสุขภาพกัน
ร้านที่ไปทานชื่อ "ปลาอยู่เย็น" ร้านอยู่แถวตลิ่งชัน
แต่เราไปทางสะพานกรุงเทพฯใหม่ ผ่านเดอะมอลล์ท่าพระ
แล้วเลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานยกระดับไปผ่านแยกที่ตัดไปตัดมาจนมองไม่รู้เรื่อง
มาโผล่อีกที่ก็บนถนนราชพฤกษ์ มุงหน้าไปเจอถนนปิ่นเกล้า-นครไชยศรี
ฮะฮ่า...ไกลมั๊ยครับหมู่บ้านเราอยู่คนละฝั่งกันเลยเน๊อะ
อั๊นตี้นั่งรถไกลไม่ได้ ก็ไม่ต้องมาแถวนี้หรอกครับ
จะไปร้านนี้ก็ต้องไปมุดกลับรถใต้สะพานก่อนถึงถนนปิ่นเกล้าฯ
หน้าร้านมีปฏิมากรรมรูปปลาช่อนสูง 5-6 เมตร พ่นน้ำเป็นฝอย
ทำเหมือนยุโรปเชียวครับ แต่แดดที่นี่ร้อนมากไปหน่อย
แถมร้านอยู่ฝั่งถนนด้านตะวันออก แดดตอนบ่ายๆแรงมาก
อาหารที่นี่มีมากมายจนคนสั่งงงว่าสั่งอะไรไปบ้าง
ก็เขามีตั้งแต่ หมูสะเต๊ะ ไส้กรอกอีสาน เป็ดย่าง ติ่มซำ อาหารญีปุ่น อาหารไทย-จีน
พวกเราตั้งใจไปทานอาหารตามชื่อร้านครับ
ก็เลยสั่ง
- ปลาช่อนอยู่เย็น (เหมือนเอาน้ำลาบมาราดปลาทอด มี ตะไคร้ หอม กระเทียม พริก เยอะแยะ)
- ปลากระพงทอดน้ำปลา (อันนี้มา 2 รอบ)
- ปลาเก๋า 3 รส
- หอยนางรมสด ไซส์ยักษ์
- หอยเชลล์ย่างเนย
- แกงส้มกุ้งชะอม
- ข้าวผัดปูจานใหญ่ ไม่ใส่ผักและกระเทียม (ของโปรด)
- ทะเลจานร้อน
- ทอดมันกุ้ง
- ปลาหมึกชุบแป้งทอด
ส่วนของหวานไม่ค่อยประทับใจเพราะเป็นพวก ไอศครีมกับของแช่ตู้เย็น

วันที่ไปทานนั้น หลายคนไม่ค่อยเจริญอาหาร
เพราะวันศุกร์ก็ทำของไหว้วันสาร์ท อาหารยังใส่ถุงมัดไว้ตู้เย็นแทบร้องไห้
แค่พี่เป็ดกับพี่ไก่ก็เข้าไปออกไข่ใช่พื้นที่เกินครึ่งตู้เข้าไปแล้ว
มาดูเมนอาหารไหว้กันดีมั๊ยครับ
- เป็ด
- ไก่
- หัวหมู
- เผือกผสมหมูสับกับกุ้งแห้งทอด
- ผัดสับปะรด
- กระเพาะปลา
- น้ำพริกอ่ิอง
- ปลาจะละเม็ดขาวทอด
- ไส้กรอกผัดซอสมะเขือเทศ
- ตับหมูผัดดอกกุ่ยฉ่าย
- ไก่ต้มข่า
- ผัดกะหล่ำปลีกุ้ง
- กุ้งอบวุ้นเส้น
ที่เหลือก็ ขนมกับผลไม้ ผมชอบทานขนมเทียน(ไส้เค็ม)มากกว่าขนมเข่งครับ

หิวหรือยังครับ

เรื่องน้ำผลไม้นี่ ผมก็ไม่ทราบอะไรมาก
รู้แต่ว่าป๋าเคยห้ามทานยากับน้ำผลไม้
เพราะน้ำผลไม้จะไปล้างประโยชน์ของยา
ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร
แล้วถ้าทานน้ำผลไม้กับยาไม่ได้
ทำไมโรงพยายาลชอบให้ยากับน้ำผลไม้ให้คนไข้ทานในมือเดียวกัน
ม่าม้าบอกว่ายางบางตัวเม็ดหนึ่งแพงมากราคาอาจจะเกิน 100 บาท
แต่ถ้าเราทานน้ำชาหรือเครื่องดื่มที่ไปเคลือบกระเพาะไว้
ยาอาจจะไม่ได้ซึมผ่านเข้าไปทำการรักษาเรา
ผมจึงต้องทานแต่น้ำเปล่าระบบ RO ไร้สารเจือปน
ต้องกรอกน้ำใส่กระติกไปโรงเรียน อายเพื่อนจะตาย โดนแซวว่าเป็นเด็กอนามัย
ม่าม้าบอกว่าถูกพวกเขาแซว เราไม่ตายหรอก
แต่ถ้าเราท้องร่วงอย่างแรง เราจะเป็นฝ่ายตายให้พวกเขามาไหว้เราก็ได้

ป๋าฝากให้บอกอั๊นตี้ว่า
ใน wikipedia หัวข้อ Carotene

Beta-carotene and cancer
It has been shown in trials that the ingestion of beta carotene at
about 30 mg/day (10 times the Reference Daily Intake)
increases the rate of lung cancer and prostate cancer,
and increases mortality in smokers
and people with a history of asbestos exposure.
......
The Journal of the National Cancer Institute published an article in 1996
about a trial that was conducted to determine if vitamin A (in the form of retinyl palmitate)
and beta carotene had any beneficial effects to prevent cancer.
The results indicate an increased risk of lung cancer for the participants
who consumed the beta-carotene supplement.
....
ผมแปลไม่ออก เลยไม่เข้าใจครับ
ป๋าบอกว่า ป๋ารู้ไม่จริงเลยไม่กล้ามาบอกอั๊นตี้ กลัวหน้าแตก
เดี๋ยวต้องไปเย็บแผล 2 เดือน แผลถึงจะติดกัน ฮิฮิ



โดย: เด็กถูกมดกัด IP: 124.120.13.171 วันที่: 18 สิงหาคม 2551 เวลา:10:34:31 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่วี แง๊ว ๆ ๆ อย่าบีไม่เรียกอวบอึ๋มแล้วค่ะ เรียกอ้วนลงพุงไปแว๊ว >_<

กินน้ำผลไม้ทำให้ร่างกายแข็งแรงค่ะ ว่าไปบีก็กินแต่น้ำอัดลมไม่ค่อยจะได้กินน้ำผลไม้ซักเท่าไหร่เลย เพราะนาน ๆ จะได้ไปกินร้านอาหารหรู ๆ แล้วสั่งน้ำผลไม้ปั่น อย่าง ส้มปั่น มะนาวปั่นซักที ส่วนใหญ่แถวบ้านก็สั่งแต่... โกโก้ปั่น แห่ะ ๆ

ผักที่พี่วีพูดมาทั้งเยอะแยะ ส่วนใหญ่บีก็ไม่กินเลยค่ะ

แล้วก็มาตอบคำถามคุณเด็กถูกมดกัด ว่าเหตุผลที่ห้ามกินน้ำผลไม้พร้อมกับยา เหตุผลเพราะว่า น้ำผลไม้บางอย่างมีเอ็นไซม์ หรือกรดหลายอย่างที่เป็นคุณสมบัติของน้ำผลไม้ตัวนั้น ๆ ที่อาจทำปฏิกิริยากับตัวยาตัวนั้นที่เรารับประทาน และไปเกิดผลกับร่างกายได้ เช่นขัดขวางการดูดซึมของยาทำกินแล้วไม่ได้ผล และการทำงานของยาตัวนั้น หรืออาจทำให้เกิดกรด ฯลฯ ส่วนรายละเอียดต้องแจกแจกกันเป็นผลไม้รายชนิด และยาแต่ละชนิดไปด้วยค่ะ อธิบายรวม ๆ พอได้เท่านี้ ^_^

ผลไม้แต่ละชนิดถึงจะมีคุณประโยชน์แต่ก็มีโทษมากมาย กับอาการป่วยต่าง ๆ ได้ด้วยเช่นกัน ต้องพิจารณาให้มาก ๆ กับอาการของโรคแต่ละอย่าง ซึ่งต้องพิจารณาและศึกษากันอย่างละเอียดไปอีกชั้นนึง ยกตัวอย่างเช่น
- กล้วย กินมากเกินไปอาจทำให้ท้องอืด
- สัปปะรด แบบดิบห้ามกิน และถ้ากินมากเกินไปจะเป็นยาถ่ายอย่างรุนแรงได้ และถ้าบริโภคปริมาณมากๆ นานๆ อาจจะเกิดการผื่นที่ผิวหนังประจำเดือนมากมากผิดปกติ
- มะม่วง อาจทำให้อาการของโรคไตกำเริบได้
- มังคุด กินมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการท้องเดินได้
- มะเฟือง กินมากอาจทำให้เป็นฝ้า และปวดท้อง
ฯลฯ เป็นต้นค่ะ สรุปคือกินแต่พอดีนะคะ


พี่วีกินน้ำผลไม้เยอะ ๆ ดีแล้วค่ะ กินเผื่อส่วนของนู๋บีด้วยเลยนะคะ งิงิ


โดย: นู๋ Beee เองค่ะ (Beee_bu ) วันที่: 18 สิงหาคม 2551 เวลา:12:46:14 น.  

 
โอ้โห ป้าวีขา เพลงเจ๋งมาก แม่มดช๊อบ ชอบ


ส่วนน้ำผลไม้ และวิตามิน อะไรนี่ ... แม่มดกินแบบที่เค้าทำมาเป็นเม็ด ๆ
ถือว่าได้รึเปล่าคะวิตามินซี เป็นเม็ด ๆ หนะ เพราะเลือดกำเดาไหลบ่อยมาก
เภสัช เค้าว่าให้กินวิตามินซี เลยต้องซื้อมากระปุ๊กนึง รึเค้าอยากจะขายของคะ





โดย: แม่มด (GreenWitch ) วันที่: 18 สิงหาคม 2551 เวลา:16:48:21 น.  

 


เอ้า...นู๋บี ป้าวีคั้นน้ำแครอทมาเผื่อ
ชนแก้วกันหน่อย...เชียร์!!!...


โดย: AuntieV วันที่: 18 สิงหาคม 2551 เวลา:16:53:54 น.  

 
แม่มดอยากทานวิตามินซีสดๆมั๊ยคะ
ป้าวีแนะนำให้แม่มดไปร้านขายต้นไม้
ไปซื้อต้นส้มจิ๊ดมาหนึ่งต้น เอาแบบออกลูกแล้ว
ราคาต้นละประมาณ 150 บาท
เอามาตั้งไว้ที่ระเบียงคอนโด หรือ เอามาลงดินที่สนามข้างบ้าน
เด็ดมาผ่าบีบใส่ปากวันละ 1 ลูก
รับรอง จิ๊ดดดดด ถึงใจ....วิตามินเป็นๆเลย

เดี๋ยวพรุ่งนี้ถ่ายรูปต้นส้มจิ๊ดของป้าวีมาโชว์ดีกว่า
เผื่อจะกรัตุ้นต่อมอยากของแม่มดได้บ้าง
แต่ของป้าวีบีบใส่น้ำผึ้ง....บีบใส่ปาก บ่ไหว...


โดย: AuntieV วันที่: 18 สิงหาคม 2551 เวลา:17:03:02 น.  

 
ป้าวีขา...บีบใส่ปากเนี๊ยะนะคะ ส้มจี๊ดส นะคะ พอกับบักนาวเลยนะคะนั่น
ร้อยห้าสิบแบบมีลูกแล้วหลาย ๆ ลูกนึก ๆ แล้วก็คุ้มนะคะถูกกว่าน้ำผลไม้ขวดซ่ะอีก
แถมเก็บวิตามินซี ไว้ก่อนได้ด้วย กินไม่หมดทีเดียวก็ฝากต้นมันไว้ก่อน 555
แต่ขอแบบผสมน้ำผึ้งดีกว่าคะ ไม่ค่อยฮาร์ดคอร์เท่าไหรหนะคะ อิอิ
....
ปล. ที่คั้นน้ำผลไม้ที่วีรสุนี่สงสัยไม่ดี ทั้งของลุงแอ๊ดกะของป้าสุ ต้องล้างทั้งนั้น
แม่มดไปหาซื้อที่อื่นดีกว่าอาจไม่ต้องล้าง 5555


โดย: แม่มด (GreenWitch ) วันที่: 18 สิงหาคม 2551 เวลา:18:27:34 น.  

 
...

ชอบค่ะ ผลไม้ ไม่ว่าจะคั้นไม่คั้น

เสาวรส ก็อร่อยนะคะ
ผ่าครึ่ง ทานสดๆ พอสู้กับส้มจี๊ดได้มั๊ยคะ

Party Fruits กันดีกว่า ...




โดย: lastmoon วันที่: 18 สิงหาคม 2551 เวลา:19:52:57 น.  

 
ป้าวีส้มจิ๊ดบ้านผมตอนนี้ออกผลเต็มต้นเลย
แต่ไม่ได้เอามาทำอะไรเลยปล่อยมันร่วงไปเอง
ด้วยความขี้เกียจเป็นหลัก

เรื่องน้ำท่วมจากปากน้ำมาถึงเมืองนนท์ ถ้าจริงยังไงปรึกษาผมได้นะครับเรื่องน้ำท่วมนี่ถนัดมากๆ
ไม่ต้องรอ strom surge หรอกครับ ฝนตกหนักครึ่งชั่วโมงก็เป็นแบบนี้แล้ว



ปล.แม่มดถ้าเจอเครื่องที่ว่าใช้แล้วไม่ต้องล้างบอกด้วยนะ


โดย: ลุงแอ๊ด วันที่: 18 สิงหาคม 2551 เวลา:19:58:31 น.  

 


เสารสนี่ ป้าวีทานไม่เป็นเลยค่ะ
เพราะกลิ่นเค้าแรง ได้ยินว่าเอามาปั่นทานอร่อยกว่า
คุณ lastmoon น้ำผลไม้มีสูตรอร่อยๆมั๊ยคะ

-------------

ตั้งแต่ป้าวีรู้จักลุงแอ๊ดมาก็ 3-4 ปี แล้วมั๊งคะ
รัฐบาลก็เปลี่ยนหลายชุด .....
เห็นฝนตกทีไร ลุงต้องมาเฝ้าถนนหน้าบ้านทุกที
ไม่มีใครมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรเลยเหรอคะ
แล้วที่ลุงยกม็อบไปลุยมา...ไม่ได้ผลเลยเหรอคะ...


โดย: AuntieV วันที่: 19 สิงหาคม 2551 เวลา:8:00:23 น.  

 
...

"เสาวรส" หรือที่บางคนเรียกว่า กะทกรกฝรั่ง หรือจะเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Passion Fruit นั้น เป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่แถวๆ ทวีปอเมริกา แต่ก็เติบโตได้ดีในประเทศไทย ผลมีลักษณะต่างกันไปตามพันธุ์ มีทั้งรูปกลม รูปไข่ แต่สำหรับเนื้อภายใน ก็มีหน้าตาคล้ายทับทิมบ้านเรานี่เอง

รสชาติของเสาวรสนี้ก็ออกเปรี้ยว คนจึงนิยมนำมาทำเป็นเครื่องดื่ม ทั้งเป็นน้ำเสาวรสคั้นสด หรือเอามาผสมกับน้ำผลไม้อื่นๆ อย่างน้ำส้ม สัปปะรด หรือแอปเปิ้ลก็ได้ และด้วยความเปรี้ยวนี้เองทำให้เสาวรสอุดมไปด้วยวิตามินซี ใครที่เป็นหวัดเจ็บคออยู่ก็จิบน้ำเสาวรสเข้าไปก็จะช่วยบรรเทาอาการได้ หรือใครที่ยังไม่เป็นหวัด วิตามินซีในเสาวรสก็จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้อีกต่างหาก และนอกจากวิตามินซีแล้ว เสาวรสก็ยังมีวิตามินเอ โดยเฉพาะสารแคโรทีนอยด์ จึงช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณให้สดใสเปล่งปลั่งได้ด้วย

ประโยชน์ของเสาวรสยังไม่หมดแค่นั้น เพราะการดื่มน้ำเสาวรสเป็นประจำทุกวันก็ยังช่วยรักษาอาการนอนไม่หลับ และรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้อีกต่างหาก ส่วนการบริโภคนั้นนอกจากจะดื่มเป็นน้ำผลไม้แล้ว ถ้าอยากจะกินผลสดๆ เลยก็สามารถทำได้เช่นกัน

...

ไม่มีสูตรน้ำผลไม้พิเศษอะไรเลยค่ะ มีผลไม้อะไร ก็รวมกันไป คั้นบ้าง ปั่นบ้าง
ลองปั่น สัปปรด กับ สะระแหน่ ดูสิคะ หอมอร่อยค่ะ ...
บางเวลา ก็ทานผลไม้สด กับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ เติมน้ำผึ้งอีกนิด เท่านั้นเอง
ผลไม้อย่าง กล้วยหอม ฝรั่ง แอปเปิ้ล สตรอเบอรี่ เสาวรส แก้วมังกร แคนตาลูป ฯลฯ

...

มีสูตรน้ำผลไม้จากเสาวรส ในห้องก้นครัว พันทิปนี่เองค่ะ ลองดูสิคะ

* น้ำส้มคั้น-น้ำเสาวรส *
ส่วนผสม
- น้ำส้มคั้นสด 1 ถ้วย
- ลูกเสาวรสผ่าครึ่ง ตักเอาแต่เนื้อและเม็ดสดๆ 1/2 ถ้วย
- เกลือป่น

วิธีทำ
นำน้ำส้มคั้นผสมกับเนื้อและเม็ดของลูกเสาวรส ถ้าชอบเปรี้ยวเพิ่มปริมาณเสาวรสลงไป
เหยาะเกลือป่นนิดหน่อย คนให้เข้ากัน แล้วดื่มทันที

...

* น้ำผลไม้รวมรส *
ส่วนผสม
แอ๊ปเปิล 2 ผล
เสาวรส 2 ผล
แครอท 1/2 หัว
บีทรูท 1 หัว
น้ำ 1/2 ถ้วย
เกลือป่น นิดหน่อย

วิธีทำ
1.คั้นน้ำจากแอ๊ปเปิล แครอท และบีทรูทด้วยเครื่องคั้นน้ำผลไม้ (Juicer) ถ้าไม่มีเจ้าเครื่องนี้
ให้สับผลไม้ให้ละเอียด แล้วห่อด้วยผ้าขาวบาง บีบคั้นน้ำ เสร็จแล้ว แช่ช่อง Freeze พักไว้
2.ผ่าครึ่งลูกเสาวรสตามขวาง ควักเอาเนื้อสีเหลืองๆ ออกมาใส่ที่ปั่นน้ำผลไม้ (Blender)
ใส่เกลือ ใส่น้ำเปล่า ปั่นประมาณ 20 วินาที กรองด้วยผ้าขาวบาง
3.นำน้ำในข้อ 1 และ 2 ผสมกัน แล้วรับประทานทันที ถ้าชอบเย็นๆ ก็เติมน้ำแข็ง

ขนาดรับประทาน 3-4 คน

...

สดชื่น สดใส ทุกวันนะคะ



โดย: lastmoon วันที่: 19 สิงหาคม 2551 เวลา:14:05:01 น.  

 
สวัสดีครับอั๊นตี้วี

เมื่อวานก่อนไฟฟ้าดับ ฝนตกทีไร ไฟต้องดับทุกที
มอเตอร์เครื่องปั่นอ๊อกซิเจนในอ่างปลาก็เลยไม่ทำงาน
ปลาคราฟตัวขนาด 2XL ทนไม่ไหว
กระโดดออกมาชักกระแด่วๆ ไม่มีใครทราบ
พอตอนเช้าก็นอนให้มด(ที่กัดเจ็บๆ)ขึ้นเต็มตัวไปหมด
ป๋าเลยต้องขุดหลุมฝัง โดยเลือกใกล้ๆต้นมะม่วง
ป๋าบอกว่าอย่างน้อยตายไปยังเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ได้

ผมจำได้ว่าเคยมีคนมาไถ่ชีวิตโคที่วัดแห่งหนึ่ง
แต่ปรากฎว่ามันเกิดพลัดตกจากรถระบะ 6 ล้อลงมาขาหน้าหักทั้งสองข้าง
สัตวแพทย์บอกว่ามันไม่รอดเพราะมันไม่ค่อยแข็งแรง
การเอามันมาเลี้ยงในงานประจำปีของวัด 6-7 วัน
โคจะเครียดและไม่ค่อยอยากทานอาหาร
ถึงนอนก็ไม่หลับเพราะคนทำให้มันตกใจตลอดเวลา
แต่ชาวบ้านแถวนั้นได้มาขอร้องให้เอาเนื้อวัวนั้นไปทำอาหารให้เด็กกำพร้าในชุมชนแออัด
หลวงพ่อเจ้าอาวาสก็ยินยอม
แต่ต่อมาคนที่เขาเคยมาทำบุญไถ่ชีวิตโค
เขารู้ว่าชาวบ้านเอาโคตัวนั้นไปแบ่งกันกิน
เขาก็เลยเขียนเล่าเรื่อง
แต่เป็นในมุมมองของเขา ว่าพระแอบยกโคให้ชาวบ้านเอาไปฆ่าทิ้ง
แล้วแบ่งกันกิน แทนที่จะปล่อยให้ตายแล้วเอาไปฝัง
ทั้งๆที่มีคนไปทำบุญหลายพันบาทซื้อชีวิตโคตัวนั้นจากโรงฆ่าสัตว์ไปแล้ว
เขาเขียนในอินเตอร์เน็ทด้วยครับ
กว่าจะตามตัวเขามาฟังเรื่องราวทั้งหมดก็เป็นปีๆ
ทั้งวัดและเจ้าอาวาสโดนคนว่าเสียหายไม่รู้กี่คนต่อกี่คน
อั๊นตี้ครับ ทำไมคนเราชอบว่ากันจังเลยครับ
พอโมโหก็ว่าๆๆๆ แถมยังไปบอกคนอื่นอีกมากมาย
ให้ช่วยกันเกลียดๆๆๆๆๆคนที่ตัวเองว่าๆๆๆๆๆ
พอหายโมโห ทีนี่ไม่ยอมไปบอกให้คนอื่นๆเข้าใจ

ฮิฮิ วันนี้ไม่ค่อยขำเพราะผมเป็นหวัดครับ
ปวดหัว ตัวร้อน แต่โดนบังคับให้ไปโรงเรียนทุกวัน
ม่าม้าบอกว่าขืนให้อยู่บ้านก็เอาแต่นั่งทำความเคารพจอคอมฯทั้งวัน
เมื่อเช้าเห็นอั๊นตี้เดินที่สนามหญ้า โห...ทำยังกับหุ่นยนต์เลย


โดย: เด็กถูกมดกัด IP: 124.121.245.13 วันที่: 19 สิงหาคม 2551 เวลา:19:07:45 น.  

 
เบื่อแล้วครับป้าวี
ขนาดเอา เขต กับ ประปา มายันกันว่าใครทำท่อระบายน้ำอุดตัน
ก็โยนไปมา แล้วท่านก็สรุปเอาง่ายว่าซอยบ้านผมยังเป็นที่ส่วนบุคคลไม่ได้เป็นซอยสาธารณะ
ขนาดคุณปราโมทย์ (อดีต สว.) บ้านที่เห็นในภาพนั่นแหละครับ ชำนาญเรื่องระบบชลประทาน
ยังไม่เห็นแกเดือดร้อนเลย ก็ช่างหัวเผือกดีกว่า
ตอนนี้แก้ปัญหาให้ตัวเองยกถนนในบ้านให้สูง ติดตั้งปั๊มป์น้ำสูบออก
ถนนจะท่วมช่าง บ้านอย่าท่วมแล้วกัน


โดย: ลุงแอ๊ด วันที่: 19 สิงหาคม 2551 เวลา:22:51:03 น.  

 
.....มันจะเข้าปากน้ำ บางปูเลยล่ะค่ะป้าสุ
แล้วโรงงานป้าวีนี่ ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ชายทะเลบางปูเลย
ก็แล้วแต่ธรรมชาติเค้าค่ะ....

ป้าวีคะ
นั่นแหละค่ะ ดีที่สุด
แล้วแต่ธรรมชาติ
แต่จริงๆ แล้วป้าสุว่า อ่าวไทยตอนบน
(แถวบ้านเรา) ไม่น่าจะเกิดรุนแรงหรอกค่ะ

ขอมีความสุขในวันนี้ก่อนละกัน

.....คิดถึงค่ะ.....
.........ป้าสุ.........


โดย: ปลาทูน่าสีชมพู วันที่: 20 สิงหาคม 2551 เวลา:9:25:18 น.  

 
พูดถึงเสาวรส (Passion Fruit )
ป้าสุชอบเอามีดปาดเปิดช่องข้างบน
แล้วเอาช้อนตักทานสดๆ เลย
เปรี้ยวค่ะ
แต่หอมอร่อย
ปกติป้าสุทนกับรสเปรี้ยวไม่ค่อยได้ (เพราะเป็นคนหวานไง)
แต่กับเสาวรส (Passion Fruit) นี่
รับได้ค่ะ
ถ้าจะให้อร่อยให้หยอดเกลือเม็ด ลง ไป 1 เม็ด ไม่ต้องใหญ่มาก
แล้วคนซะหน่อย ตักทานเลย แซบสุดๆ
ทานแล้วสดชื่นมากค่ะ


โดย: ปลาทูน่าสีชมพู วันที่: 20 สิงหาคม 2551 เวลา:11:13:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

AuntieV
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Free Hit Counter
online counter
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
15 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add AuntieV's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.