สิงหาคม 2549

 
 
1
2
3
4
5
6
7
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
8 สิงหาคม 2549
ปี 2549 ภาคหนึ่ง
ในเดือนกรกฎา

Pirates of the Carribbean: Dead Man's Chest ดูภาคหนึ่งก็แล้ว ภาคสองก็แล้ว ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมหนังถึงดัง ยาวเกินเหตุ ดูแล้วต้องบอกว่า..เมื่อย เพราะไปดูที่โรง เรื่องนี้ดูเพื่อsocializeอย่างเดียว

Over the Rainbow เป็นหนังเกาหลี อ่านพล็อตเรื่องแล้วว่าน่าสนใจดี เลยเลือกมาดู ดูแล้วไม่ประทับใจเท่าไหร่ บางคนดูแล้ววิจารณ์ว่า เออ..มันมีtwistในตอนท้าย แต่เพราะเราเป็นคนไทย เอเชียอย่างเกาหลี ดูแล้วเลย..อืม ไม่เห็นพลิกตอนจบที่ไหนเลย เดาได้ตั้งแต่เริ่มเรื่อง..จริงๆ แม้ว่าการดำเนินเรื่องจะน่าเบื่อ แต่การโยงเรื่องและเหตุการณ์น่าสนใจนะ ค่อนข้างสร้างสรรค์ทีเดียว

The Man Who Copied อันนี้เป็นหนังบราซิล ดูแล้วชอบมากโดยเฉพาะตอนต้นและกลางเรื่อง เพราะชอบอารมณ์ขันอย่างในเรื่อง ตลกจริงๆๆๆ ท้ายๆค่อนข้างเจื่อๆหน่อย แต่โดยภาพรวม เพราะต้นและกลางว่าทำดีมาก เลยชอบเรื่องนี้

I'm Not Scared อันนี้หนังอิตาลี เห็นปกและชื่อเรื่องทีแรกคิดว่าเป็นพวกHorror แต่เนื้อเรื่องดูน่าสนใจ เลยเลือกมาดู ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด มีจุดเน้นในเรื่องที่ทำให้ประทับใจนะ ว่าเป็นหนังที่ค่อนข้างsentimentalหน่อย ดูอาจตรงข้ามกับชื่อเรื่องและปกหนังที่ทำเลยด้วย

The Final Cut ส่วนหนึ่งเพราะค่อนข้างชอบ Robin Williams กะพล็อตดีมาก เลยดู เรื่องนี้ออกไปทาง sci fi เกี่ยวกับพระเอกRobin Williams แกมีอาชีพตัดต่อความทรงจำของคนที่เสียชีวิตไปแล้วเพื่อให้ญาติๆได้นำมาใช้ในงานศพของคนคนนั้น (คือ เขามีการฝังchipsลงในคนคนหนึ่ง--ถ้าพ่อแม่เลือกที่จะทำ--เพื่อให้เหมือนกับคนคนนั้นไม่มีวันจากไป เพราะถึงจากก็ยังมีความทรงจำของคนคนนั้นอยู่) ฟังแล้วพล็อตดีมากใช่ไหม ดูแล้วก็อยากจะชอบหนังนะ เพราะไอเดียดีมาก (ขนาดคิดได้ไง) แต่การเดินเรื่องชวนให้ผิดหวังอ่ะ ..ไม่พูดมาก เดี๋ยวบางคนอยากดู แล้วเกิดเปลี่ยนใจไม่ดู

Grizzly Man เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ Timothy Treadwell ซึ่งเป็นนักรณรงค์grizzly bear และในช่วง 13 ปีก่อนที่เขาจะเสียชีวิต เขาก็ไปใช้ชีวิตอยู่ที่อลาสก้าเพื่อใกล้ชิดกับหมีพันธุ์นี้ หนังเป็นfootageของฟิลม์ที่Timothyถ่ายไว้ในช่วงที่เขายังมีชีวืตอยู่ ดูแล้วก็เออ..น่าสนใจนะ ว่าตัวTimothyแกจะออกแนวบ้าหน่อยๆ หลังจากดูเรื่องนี้ เผอิญไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งพูดถึงคนญี่ปุ่นที่ชื่อ Michio Hoshino ซึ่งดูจะฝักใฝ่ในgrizzly bearเหมือนกับนายTimothy ที่ว่าน่าสนใจคือ ทั้งสองมีจุดจบเหมือนกัน

ในเดือนมิถุนา

A Letter to Three Wives เป็นหนังเก่าคลาสสิกปี 1949 เขาผูกเรื่องน่าสนใจนะ ผู้หญิงสามคนเป็นเพื่อนกัน มาวันหนึ่งได้รับจดหมายจากหญิงสาวคนที่สี่ว่า ตัวเองได้หนีตามสามีของหนึ่งในสาม บทย่อหนังทิ้งท้ายว่า อืม..เป็นสามีของคนคนไหนกันแน่ เลยต้องหามาดู หนังดำเนินเรื่องได้น่าสนใจมากกก

Pirates of the Carribbean: The Curse of the Black Pearl พอดีเพื่อนให้ยืมดีวีดีมาดู ไม่เห็นหนุกเลย ยาวก็ยาว ไม่เข้าใจว่าทำไมคนชอบกัน

What the Bleep!?! Down the Rabbit Hole เรื่องนี้คนหมู่มากได้ชักชวนให้ไปดู ไปก็ไป เป็นทำนองหนังสารคดีพูดถึงความเกี่ยวโยงกันของquantum physics, สังคมวิทยา, ศาสนา หนังยาวมากประมาณ 2.5 ช.ม. ทีแรกคิดว่าโห..คงปวดหลังน่าดู เอาเข้าจริงๆ น่าสนใจน่ะจนแปลกใจตัวเองว่า เออ..มันผ่านไปสองช.ม.แล้ว เขาไปสัมภาษณ์พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆในเรื่องของความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆในชีวิต กว้างไหม ไม่รู้จะอธิบายยังไง มันครอบคลุมหลายๆสิ่ง

Dalai Lama Trilogy นี่ก็คนหมู่มากชวนดูอีก ยาวยิ่งกว่าหนังข้างบน ร่วมสามช.ม.ได้ เพื่อนๆที่ไปด้วยกัน ลุกหนีกันหมดเลย ไม่ยอมดูจนจบ มีเหลือเราคนเดียว(และเพื่อนร่วมโรง--หนัง)นั่งอยู่ บอกได้แต่ว่าไม่ไหว อย่าไปหามาดูเชียว ที่นั่งทนสามช.ม. เพียงเพื่อจะดูว่ามันจะแย่ไปถึงไหน เออ..มันแย่จริงๆ

The Omen 666 พอดีมีตั๋วหนังฟรีจากที่ทำงาน เลยใช้ซะหน่อย สนุก ชอบ เพราะไม่น่ากลัวมากๆอย่างที่คิด เพื่อนบอกว่าเขาดูภาคแรกต้นฉบับตอนเด็กๆ ดูแล้วกลัวจับจิต และว่าคนที่ไม่ใช่ชาวคริสต์ ดูแล้วอาจไม่กลัวเท่าพวกนับถือคริสต์อย่างแท้จริง เพราะเกี่ยวโยงกับศาสนาอย่างมาก ดูเรื่องนี้แล้วเลยไปหาหนังต้นฉบับภาค 1 และ 2 มาดู ภาค 1 ดีนะ ภาค 2 ไม่ประทับใจเท่าไหร่ ภาค 3 ได้แผ่นมา แต่ดูไม่ได้ กะไว้ว่าจะดูอันเก่าจนครบ 4 ภาค

ในเดือนพฤษภา

โลกทั้งใบให้นายคนเดียว อันนี้ดูหลังจากกลับจากเมืองไทย หนังเด็กจัง มีเพื่อนเมกันนั่งดูด้วย ทำเอาเขาหลับไปไหนถึงไหน ตื่นมายังวิจารณ์ได้อีก เขาบอกว่าหนังอย่างนี้มันสำหรับเด็กวัย 12-13 พรีทีนว่างั้น แต่เมืองไทย สงสัยว่าหนังสำหรับวัยรุ่ยกลางและปลายหรือเปล่า ดูจนจบ เขารอว่ามันจะจูบกันเมื่อไหร่ ตลอดจนจบเรื่อง ก็ไม่มี (สงสัยเลยตัดสินใจหลับดีกว่า)

หลวงพี่เท่ง อันนี้พี่ชายแนะนำให้ดู เลยนั่งดูจากวีซีดี ตลกดี ว่าโน้ต เชิญยิ้มทำนั่งที่ให้ข้อคิดได้ไม่เลวเลย แถมยังตลกด้วย ดูแล้วชอบ

เพื่อนสนิท อันนี้ดูตามคำแนะนำของพี่สาว เห็นว่าดัง โหย..หนังน่ารักกกก ว่านางเอกที่เล่นเป็นพยาบาลหน้าหว๊านหวาน ส่วนนางเอกที่เป็นเพื่อนสนิทสวยแบบทันสมัย สวยกันคนละแบบ ดูทั้งเรื่องแล้วก็ชอบ แต่ตอนจบ ทำให้ยิ่งชอบเข้าไปอีก

X-Men 3 ดูที่เมืองไทย แล้วเป็นครั้งแรกที่เข้าไปดูหนังในโรงอย่างที่เขาเรียกว่า Honeymoon Suite (เรียกกันอย่างนี้จริงหรือเปล่า ถ้าไม่จริง โทษพี่เขานะ เขาบอกมาอย่างนี้) จริงๆไม่ได้ตั้งใจดูในโรงนั้น แต่มีเพื่อนไปดูด้วย แล้วต้องฟังsoundtrack (เพื่อนไม่ได้ดัดจริต เพียงแต่ฟังไทยไม่รู้เรื่อง) ตอนนั้นที่soundtrackมีโรงอย่างนี้เท่านั้น คนขายตั๋วโฆษณาสรรพคุณเต็มที่เลย บอกว่า..พี่ๆทางซ้ายนะ มันมีรีโหมทปรับที่นั่งเอนได้ 180 องศา พอเข้าไป โห..มันหรูจริง มีหมอน+ผ้าห่มให้ด้วย อย่างกะนั่งเครื่องบินแน่ะ ทั้งโรงมีคนดูอยู่ 10 คนได้มั้ง มีหนุ่มสาวที่นั่งข้างๆ ส่งเสียง(อะไรไม่รู้)ตลอดเลย แต่ก็ได้ดูหนังนะ เพราะเราสมาธิดี
...ภาค 3 ยังสนุกเหมือนภาคแรกและภาคสอง ตอนจบ มีซับไทเทิ้ลไทยบอกให้นั่งอยู่ต่อด้วย..ว่ามีสิ่งสำคัญต่อเรื่อง ก็เชื่อฟัง นั่งดูแล้วถึงได้รู้ว่า มีต่อภาค 4 แน่

ก้านกลัวย เพราะยังอยู่เมืองไทย แล้วมีเพื่อนที่ต้องให้ความสำราญใจติดมาด้วย เลยพาเข้าโรงหนัง(เพื่อดูหนัง) เลือกเรื่องนี้เอาตามเวลาที่อยู่ณ ตรงนั้นพอดี ดีที่มันมีsubtitleภาษาต่างด้าวให้ด้วย ดูแล้วเกือบหลับ พอดีเด็กที่นั่งอยู่ข้างๆ ส่งเสียงกวนพ่อแม่ เลยตื่น คนไทยก็ทำหนังแอนนิเมชั่นได้ไม่แพ้ฝรั่งนะ

ในเดือนเมษา

Run Lola Run เห็นหนังนี้มาหลายทีจากหลายที่ จนแล้วจนรอดก็พึ่งไปหาดูได้คราวนี้ เป็นหนังเยอรมัน กึ่งsci fi ออกแนวดิสโก้ ฟังเพลงแล้วติดใจ จนไปหาซีดีมาฟัง บางคนบอกว่าเพลงมันเร้าใจไว้เต้นแอโรบิคดี

Logan's Run เป็นหนังเก่าสมัยปี '76 Michael York ยังหนุ่มอยู่เลย เห็นบอกว่ามีการเอามาทำใหม่ ไม่รู้ใครจะแสดง เกี่ยวกับโลกในอนาคต(ในสมัยนั้น)ที่คนอยู่ได้แค่อายุ 30 เห็นว่าที่จะทำใหม่จะหดอายุลงเหลือ 20 ..ไหงสั้นขนาดนั้น หนังสนุกนะ พวกที่เป็นคอหนังไซไฟ คงได้ดูกันแล้วทั้งนั้น

The Shawshank Redemption เป็นหนังที่ใครๆก็บอกว่าดีมาก แต่ไม่เคยดูซักที พอดีไปเห็นในreturn cartที่ห้องสมุด ไม่เคยตั้งใจหามาดู เพราะเห็นว่าหนังมันยาว ดูแล้วให้ 5 ดาวเลย เป็นหนังที่ให้กำลังใจ แรงบันดาลใจและความหวังได้ดีมากกกกก ดูแล้วชอบจริงๆ ขนาดบางทีนั่งนึกย้อนถึงหนัง ยังทำให้เรามีกำลังใจกับบางเรื่องในชีวิตจริงได้เลย

Mean Girls แค่ชื่อ Lindsay Lohan ก็พอแล้วสำหรับหาหนังเรื่องนี้มาดู แกน่ารักนะ ดูแล้วก็เห็นความแตกต่างของเด็กม.ปลายอย่างไทยกะอย่างฝรั่ง คือ ไนแง่เห็น sub-cultureน่ะ หลายๆคนว่าดี แต่สงสัยตัวเองแก่เกิน ดูแล้วก็เห็นข้อความดีๆที่หนังสื่อน่ะ แต่เรื่องพวกนั้น เรามันแก่จนเห็นเป็นเรื่องธรรมดาแล้ว

House of D เป็นหนังเรื่องแรกที่ David Duchovny กำกับ ไม่ไหว ดูแล้วเบื่อ แม้ว่าจะมี Robin Williams อยู่ในหนังก็เหอะ ไม่ค่อยเก็ทกับสิ่งที่เขาต้องการสื่อ เลยว่าน่าเบื่อ

Horror of Spider Island เออ..คือเรื่องนี้ดูจาก Bad Movie night ที่เพื่อนๆเขาจัดที่บ้านเพื่อนคนหนึ่งน่ะ มันแย่จนน่าขำ นึกออกไหม เป็นหนังอิตาลี เอาแบบสั้นๆ..กลุ่มนักเต้นสาวกลุ่มหนึ่งเครื่องบินตกไปติดเกาะที่ผู้ชายคนหนึ่งโดนแมงมุมกัด แล้วเลยกลายเป็นสัตว์ประหลาด ทั้งเรื่องคือ สาวๆวิ่งกันไปวิ่งกันมาทั้งเรื่อง ..ไม่ได้แนะนำให้ดูนา

ในเดือนมีนา

Before Sunrise เป็นหนังน่ารักมากกก จริงๆเนื้อเรื่องไม่มีอะไรมาก เพราะฉะนั้น คนที่ชอบ คือ ชอบการแสดงของตัวแสดงมากกว่า ส่วนตัวชอบที่หนังดูเป็นธรรมชาติมากนะ Ethan Hawke แกเด็กจัง หลายๆฉากเห็นแล้ว โหย..มันน่ารักจริงๆ อย่างชีวิตจริงเลยนะ ในหลายๆฉากที่ตัวพระเอกและนางเอกflirtกันเนี่ย ว่าดูเหมือนจริงจัง
หนังดังจนมีภาคต่อสิบปีให้หลัง Before Sunset ซึ่งก็ไปหามาดู แต่ดูแล้วไม่ประทับใจเท่าภาคแรก

One Flew Over the Cuckoo's Nest เรื่องนี้ Jack Nicholson เล่นดีจนได้รางวัลออสการ์เลย เป็นหนังที่..ดูแล้วกินใจลึกมากกก คือ ดูจบไปอาทิตย์นึง มานั่งนึกย้อนยังได้ความรู้สึกจากในหนังอยู่เลยอ่ะ ชอบตรงนี้ อธิบายไม่ได้ ต้องไปหามาดูเอง ความรู้สึกจากในหนัง ถ้าพูดเป็นคำพูด มันเหมือนไม่แฟร์เท่ากับนั่งดูเอง แล้วรู้สึกเอาเองนะ

Full Metal Jacket เป็นหนังเก่าอีกเรื่องนึง (ปี '87) ดูเพราะได้ยินเพื่อนหลายๆคนพูดถึง เป็นหนังเรื่องนึงของ Stanley Kubrick คนส่วนใหญ่ที่ชอบเห็นเป็นผู้ชาย อาจเพราะเป็นหนังเกี่ยวกับทหารในช่วงสงครามเวียดนาม มีหลายฉากหลายตอนที่กินใจดี ส่วนตัวค่อนข้างชอบนะเรื่องนี้

Unleashed เป็นหนังเรื่องหนึ่งของJet Li ดูเรื่องนี้แล้วผิดหวัง แถมยังเข้าคิวรอที่ห้องสมุดตั้งนาน กว่าจะได้มาดู เนื้อเรื่องแทบไม่มีอะไร Jet Li เองก็ว่าแสดงไม่ดีเท่าไหร่ สู้เรื่อง The One ไม่ได้ เรื่องนั้นกินขาด

ในเดือนกุมภา

Spring, Summer, Fall, Winter..and Spring หนังเกาหลี ดูแล้วชอบ ชอบ ชอบ การดำเนินเรื่องน่าสนใจจัง เพื่อนดูแล้วไม่ค่อยชอบ ไม่รู้ทำไม ว่าหนังมันออกปรัชญา(ทางพุทธๆ)หน่อย หนังค่อนข้างเงียบ ไม่รู้ทำไมหนังเกาหลีบางทีเงียบจัง ไม่ค่อยมีเพลงอะไรประกอบ

3-Iron นี่ก็หนังเกาหลีอีกเรื่อง เป็นเรื่องเกี่ยวกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ชอบย่องเข้าไปบ้านชาวบ้านตอนเจ้าของไม่อยู่ แบบออกนอกเมืองเป็นวันๆ แต่แกไม่ได้เข้าไปขโมยของหรือว่าอะไร แกก็ไปนอน แล้วยังช่วยซ่อมแซมบ้านคนอื่นเขาให้ด้วย..ก่อนจะจากมา
เทียบกับเรื่องข้างบนที่ว่าหนังเงียบ แต่เรื่องนี้ยิ่งเงียบเข้าไปอีก แต่เป็นความเงียบที่ช่วยเน้นthemeและอารมณ์ความรู้สึกของหนัง ในหนังนี่บทสนทนาแทบจะไม่มี แต่ดูแล้วได้อารมณ์ความรู้สึกมากกก โดยเฉพาะตอนจบ ซึ่งเมื่อดูจบแล้ว ทำให้ต้องมานั่งคิดย้อนถามตัวเองว่าจะตีความว่าไงดี เรื่องนี้แนะนำให้ดูจริงๆ

Closer เรื่องนี้มีคำพูดที่ชอบซึ่งบอกว่า "If you believe in love at first sight, you never stop looking." ฟังทีแรก เออ..จริงของมันแฮะ ถ้าดูผ่านๆ อาจเห็นว่าเป็นหนังdrama/romanticธรรมดา แต่ดูจริงๆว่ามันมีอะไรให้คิดและที่สำคัญให้รู้สึกมากกว่านั้นนะ มันเหมือนกับแสดงให้เห็นปฏิกริยาของต่างคนในต่างสถานการณ์ที่แต่ละคนจะแสดงหรือคิดออกมาไม่เหมือนกัน ...น่าสนใจ

ในเดือนมกรา

The Stepford Wives เรื่องนี้ดูทั้งภาคที่ Nicole Kidman เล่นและภาคต้นฉบับปี 1975 ภาคต้นฉบับกินขาด คนที่ไม่เคยดู แนะนำให้ดูภาคเก่า จะได้เนื้อหาและสิ่งที่หนังต้องการสื่อจริงๆมากกว่าภาคใหม่ ภาคเก่ามันขนาดที่ว่า stepford wives กลายเป็นslangที่ใช้ในบทสนทนา (อันนี้เพื่อนเมกันที่โตในช่วงนั้นบอก)
ภาคใหม่เปลี่ยนเนื้อหามากเกินไป และดันไปเปลี่ยนเนื้อหาหนังในช่วงสำคัญด้วยซิ ทำเอาเป็นหนังงั้นๆไปเลย อีกอย่างเล่นใส่ไฮเทคเข้าไปอย่างที่ดูไม่เข้าท่า :(

Silent Running เอ้อ..คือเป็นหนังไซไฟที่มีเพลงประกอบอ่ะ แล้วเพลงประกอบแบบสไตล์ Judy Collins ฟังแล้วเอ๋อไปเลย ไม่ไหว ดูแล้วจะหลับ แล้วตอนเพลงขึ้น โหย..ฟังแล้วจั๊กจี้หู แล้วไม่ใช่แค่เพลงเดียวนะ ในเรื่องนี่มีหลายเพลงด้วย ถ้าอยากดูหนังไซไฟ แล้วให้รู้สึกทรมานแบบแปลกๆ ก็ดูเรื่องนี้ได้เลย

The Time Machine นี่พูดถึงหนังเก่าปี 1960 ที่สร้างตามหนังสือของ H.G. Wells อ่านหนังสือมาก่อน พอมาดูหนัง สนุกจริงๆ (ไม่ต้องอ่านมาก่อน ก็ดูสนุกนะ) ชอบตอนที่พระเอกมองผ่านบ้านเก่า แล้วเห็นหุ่นเสื้อผ้าในร้านฝั่งตรงข้ามใส่เสื้อผ้าแบบต่างๆ ซึ่งเปลี่ยนไปตามยุคและสมัย คือ เดี๋ยวสั้น เดี๋ยวยาว เดี๋ยวก็กระโปรง บางทีก็กางเกง น่ารักดี

Born Into Brothels อันนี้เป็นหนังสารคดีเกี่ยวกับเด็กที่เกิดและเติบโตมาในแหล่งหญิงค้าบริการในเมืองCalcutta ประเทศอินเดีย คนที่ทำฟิลม์อันนี้เขาเข้าไปสอนเด็กถ่ายรูป แล้วก็พัฒนาความสัมพันธ์กับเด็กเหล่านี้ แล้วก็พยายามช่วยให้เด็กๆเหล่านี้มีโอกาสที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ แทนที่จะเติบโตมาขายบริการ(โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง)อย่างที่เป็นมากัน น่าสนใจมากก



Create Date : 08 สิงหาคม 2549
Last Update : 10 สิงหาคม 2549 20:08:44 น.
Counter : 603 Pageviews.

1 comments
  
แวะมาทักทายค่ะ อยากไปดู Pirates of the Carribbean ถ้ายังอยู่ในโรงก็คงได้ส่วนลดอีกหน่อยนะนี่ เพราะมีคูปองอยู่
โดย: สร้อยสายรุ้ง วันที่: 9 สิงหาคม 2549 เวลา:1:03:28 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Overseas
Location :
กรุงเทพ  United States

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อยู่เมืองที่ใครตั้งชื่อไว้ว่า เมืองแดด คนตั้งเขาไม่ได้ล้อเล่นนะ หน้าร้อนนี่ แดดมันร้อนจริงๆ เป็นเมืองไทย ตากผ้าสบายเลย

อยู่มาตั้งนาน ก็ยังอยู่ที่เดิม ไม่แน่ใจว่าเพราะโชคชะตาหรือความขี้เกียจ

ปล. อายุที่เห็น..เป็นอายุที่อยากอยู่ถึง(ไม่พูดเล่นนะ) พอดีมันสุดแค่ 100 เลือกเลข99 ดูไม่เลว อย่างน้อยก็สวยดี