((((( "ระบบวิศวะกรรมที่ดีที่สุดคือร่างกายของสิ่งมีชิวิตทุกชนิด*-*))))))
Group Blog
 
<<
มกราคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
6 มกราคม 2551
 
All Blogs
 
พุทธปรัชญา

พุทธปรัชญา
(Buddhist Philosophy
)



ท่านพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระศรีปริยัติโมลี ผู้ที่จะเป็นพระธรรมทูตทุกท่าน วันนี้มาในบรรยากาศที่ค่อยข้างทุลักทุเล ท่านคงได้รับเอกสารที่แจกไปแล้ว ไม่บรรยายตามเอกสาร พุทธปรัชญาเป็นเรื่องกว้าง เหมือนมหาสมุทร หยิบตรงไหนมาดูก็ดูได้ ที่จะพูดวันนี้ในเชิงวิชาการ

คำแรกที่ควรเข้าใจคือ ปรัชญา ศาสนาเราคิดว่า แปลมาจาก Philosophy แปลว่า ความรักในการแสวงหาความรู้ Love of wisdom เป็นความรู้ที่อยู่ในขั้นสงสัย ยังไม่แน่ใจว่าอะไรเป็นอะไรแน่ อริสโตเติล ต่างก็แสดงความคิดไปคนละแนว ปรัชญาทางตะวันออก แปลว่า อิสระเสร็จความรู้สูงสุดทางตะวันตก คือความรู้สูงสุด คือรู้เรื่อง God สินจากคือโมกษะ วิมุตติในภาษาบาลี อย่างนี้ใช้พุทธปรัชญาได้ฝรั่งพยายามหลีกที่จะให้คำว่า Buddhist Philosophy ใช้ Buddhist thought พุทธเน้นการปฏิบัติ Practatiosm พระพุทธเจ้าไม่เน้นทฤษฎี แต่ไม่ละเลยทฤษฎี เรียนก็เรียนปฏิบัติก็ลงมือดำเนินการ หลักปฏิบัติคือเน้นหลักการสำคัญ อะไรที่ยังไม่ปฏิบัติ คือเน้นความเชื่อเท่านั้น วันนี้ครอบคลุมนี้ทั้งหมด ศรัทธามติกะ คือเชื่อเท่านั้น ทฤษฎีทางวิทยุ ไม่น้อยตั้งขึ้นมาแล้วปฏิบัติไม่ได้

ทฤษฎีทางศาสนา

1. คัมภีร์ พระไตรปิฎกไม่ใช่ scripture หรือไม่ใช่คัมภีร์ การเชื่อตามคัมภีร์เรียกอนุสสวะ ได้ยินเล่าลือกันมาอย่างนั้น พวกอนุสสวะ เรียกว่าพวกอนุสสวิกา การฟังตามกันมา ก็พึ่งสอนตามกันมา Sir บ้านเรากับฝรั่งคนละอย่างกัน แม้แต่ผลงานก็ถือว่าอยู่ในคัมภีร์ งานวิจัยเป็นงานมาตรฐาน ฝรั่งเชื่ออย่างนั่น รับมาผิดสอนถูกมีน้อย รับมาถูกสอนผิดมีมาก ความเชื่ออาจจะคลุมถึงเหตุผลด้วย เหตุผลบางทีก็ยังไม่ได้พิสูจน์

ตรรกะ อ. จำนงค์ (น้ำเป็นสื่อไฟฟ้า เหล็กไม่ใช่น้ำ เพราะฉะนั้น เหล็กไม่ใช่สื่อไฟฟ้า)

Logical Process ฝรั่งยอมรับ เข้าไปเทศน์ไม่มีอันนี้ฝรั่งส่ายหัว เป็น Unlogical Process ฝรั่งเป็นชาติที่เคารพเหตุผล

ลูกฝรั่งก่อนนอนถ้าพ่อไม่จูบมันนอนไม่หลับ มันคิดว่าเป็นการแสดงความรัก คืนนี้พ่อไม่รัก After 6 O'clock PM. There is no man in the library. หลัง 6 โมงไม่มีมนุษย์ในห้องสมุด คุณไม่ใช่มนุษย์ นี้เป็นตรรกะ

หลักอจินไตย คือหลักที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยการคิด เช่นเรื่องกรรม เช่นว่าคนดำเพราะกรรมไปขโมยถ่านเขาในชาติก่อน วันนี้ Unlogical ฝรั่งถ้าด่าไม่สมเหตุสมผล ฝรั่งเฉย ๆ คนไทยด่าฝรั่ง An elephant fug your mother ฝรั่งหัวเราะ impossible แต่ด่า Dog … เป็นไงได้ มันโกรธ พระพุทธเจ้าไม่ตรัสอะไรที่ต้นตรรกะ "ศิลาแท่งทึบไม่หวั่นด้วยลม ย่อมไม่ไหวด้วยลม" พระพุทธเจ้าตรัสแต่ละประโยคสมบูรณ์ด้วยเหตุผล

หลักอจินไตย ต้องสอนหลักจากเขาเลื่อมใสแล้ว คนเราลองศรัทธาแล้วใส่ไปแล้ว ที่เป็น Unthinkable พระพุทธศาสนาไม่ได้ปฏิเสธ อะไรที่อธิบายไม่ได้ฝรั่งบอกว่าไม่สมเหตุสมผล เช่นผัวเมียทะเลาะกัน บอกเหตุผลเขาก็ขอโทษ อจินไตยไม่ใช่เรื่องที่ไม่ควรจะสอน เหตุผลอยู่ในขอบเขตรองรับความเชื่อ ๆ อาจจะรวมถึงประสบการณ์ของแต่ละคน "ศรัทธามติกะ เป็นเรื่องของความเชื่อ พุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งการทดลองของการปฏิบัติ speculation

อภิปรัชญา และตรรกะมาใช้กับพุทธศาสนาไม่ได้ ขอให้เอาพุทธศาสนาดั้งเดิมไปบอกกับฝรั่ง พุทธศาสนาดั่งเดิมเป็นศาสนาแห่งการปฏิบัติ ไม่ใช่พิธีกรรม พุทธ ฯ ดั้งเดิมใส

โลกตะวันตก

อะไรหลายอย่างที่เป็น Concept แต่ไม่ใช่ของตะวันออก สิ่งใดไม่ถูกต้องทางตะวันออกอาจบอกว่าถูก เช่นเรื่องเพศผู้หญิงฝรั่งเขาเรียกว่า make love ส่วนเราเป็น กาเมสุ มิจฉาจารา อะไรไม่สากลสงวนเอาไว้ก่อน เช่นพระพุทธเจ้าเดิมมีดอกบัวมารองรับ หรือทุกคนมีเลือด ฝรั่งเชื่อ พระกับสาว ฟ้องพระไทยว่านอนกับผู้หญิง ตำรวจหัวเราะว่า เมื่อคืนผมก็นอนมาแล้ว ไม่เห็นเป็นไร กิเลส เกิดว่า เกสา โลมา ฯ แต่ฝรั่งไม่เชื่อธิเบตหนาวมากเข้าสมาธิ

2.โลกฝรั่งไม่ค่อยเชื่อเรื่องตบะ โยคะ ตบะ อินเดียกับพุทธไม่เหมือนกัน ตบะ อินเดีย เช่นเอากระเจี้ยวไปผูกหินแล้วยกขึ้น

ในทาง (พุทธ ) คือเพื่อให้รู้จักตัวเอง คือการฝึกฝนตนตามกรรมวิธีของพุทธ ตบะ อดมื้อกินมื้อ อดสองมื้อกินมื้อเดียว งดการร่วมเพศก็ตบะ นอนน้อย ๆ นั่งมาก ๆ เป็นตบะ ตบะใช้กับพวกพรหมจารี ตบะโยคะฝรั่งมันไม่เข้าใจ 80% มันไม่เชื่อ ทำตามปกติ ฝรั่งนั้นส่งทฤษฎีประจักษ์นิยม มีอะไรที่สามารถจับ ลูบคลำได้ เป็นต้น

3. ลำดับชนของความจริง

เราเชื่อภูมิต่าง ๆ เช่นกามาวจรภูมิ ฝรั่งบอกอย่างเดียวคือวัตถุ บูชาวัตถุ วิทยาศาสตร์เป็นพระเจ้า ประชาธิปไตยของฝรั่งมันเป็นลัทธิวิทยาศาสตร์ มนุษย์เท่าเทียมกัน โลกของฝรั่งมีชั้นเดียว ภาษาที่ใช้ไม่ค่อยมีศักดินา ภาษาลึก ๆ ภาษาแปลไม่ได้ เช่น อุปสมะ คือสันติภาพ ความสงบที่ไร้พรมแดน ถาวร เป็นสากลนิรันดร ศัพท์ทางพุทธศาสนาไปแปลเป็นอังกฤษแล้วไม่ลึก การไม่เข้าไปยึดถือในสิ่งปรุง แต่งเป็นวูปสมะ

เรื่องขันธ์ 5 คือโลกและจักรวาลในเชิงพุทธรูป คือโลกของวัตถุ ๆ (Matter)สอนสิ่งที่ไม่ใช่รูป รูปประกอบด้วยส่วนใหญ่ รู้ตัว มหาภูตรูป ธาตุชื่อสิ่งที่ดำรงอยู่ตลอดไม่สลายอาจเปลี่ยนอย่างอื่น

อุปาทายรูป มันเกิดขึ้นจากการรวมตัวของธาตุอะไรผสมธาตุอะไรอย่างเหมาะเขม็ง รสก็เหมือนกัน เวทนา สัญญา สังขาร เป็นนาม การยึดถือรูปเป็นผัก เรียกวัตถุนิยม (Mahs) จิตนิยมแคบ

ลัทธิปรัชญาในโลกนี้ 2 สาย

1. พุทธไม่ใช่ลัทธิ วัตถุให้ความสะดวกสบายศาสนา พุทธเป็นศาสนาแห่งการวิเคราะห์ วัดที่ดีต้องร่างกายดี วันไหนเครียดจิตก็ไม่สงบ

หลักแห่งการวิเคราะห์

ศาสนาพุทธแยกรูปออกจากนาม พระพุทธศาสนาไม่ได้เอาหนักทั้งวัตถุและจิต สิ่งสุดทั้งสองทางนี้ กามสุขัลลิกานุโยค

2. จิตนิยมคือ อัตตกิลมถานุโย พวกบำเพ็ญตถนกาก็มี

ขันธ์ห้ากับไตรลักษณ์

ขันธ์ 5 เป็นเสริมความเกิดขึ้นจากปัจจัยปรุงแต่ง การเปลี่ยนแปลงเป็นคุณสมบัติสอดคล้องของชาวโลกที่มันเปลี่ยนเหมาะมันมีพลังอันสำคัญอยู่ข้างในเอาทุกข์ขึ้นก่อน ทุกข์คือหลักที่ทำให้สรรพสิ่งในจักรวาลไหลเคลื่อน การเคลื่อนไหวเรียกว่าทุกขตา Potency สถิติ Capacily ความสามารถในการทำให้สิ่งทั้งหลายเคลื่อนไหว ทุกข์ทั้งนั้น เกิดขึ้น ดับ Potency มันอยู่ใน nature มันมีพลังขับเคลื่อนของมัน เพราะทุกข์มีการเคลื่อนไหว จึงมีอนิจจตา ถ้าไม่มีทุกข์ ตัวอนิจจตาจะไม่มี และสิ่งทั้งหลายเกิดจากการปรุงแต่ง ในทฤษฎีของธรรมชาติ Potency มันทำให้

1. รูปแบบเปลี่ยน
2. คุณสมบัติเปลี่ยน
3. ตัวธาตุเปลี่ยน

เพราะทุกข์ตัวเดียว เช่น อ. สนิท เมื่อ 18 ปีก่อนเหมือนพระเวสสันดร เดี่ยวนี้เหมือนขุนช้าง ทุกข์เป็นหลักทำให้เปลี่ยน form รูป ฝรั่งว่าการเปลี่ยนของวัตถุ

1. เกิด quneration
2. ดับ Corecption ทฤษฎีธรรมชาติ
3. เหตุ rase ตรงกับพระพุทธเจ้า ตรัสไว้คำว่า เกิด คือ จาก Now - being มาเป็น beingจากมีเป็นไม่มี เรียกว่า ตาย จากไม่มีเป็นมี เรียกว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงมีสองอย่าง

Sperm กับสนิท อันเดียวกันหรือเปล่า ผมดำกลายเป็นขาว Accident change การเปลี่ยนแปลงลึก เช่นจากไม้เป็นถ่าน จากมนุษย์ไปเป็นศพ ทุกข์ Potency ถ้าไม่มีทุกข์มันก็ไม่มีอนิจจัง พระพุทธเจ้ายกทุกข์มาเป็นปัญหาใหญ่

ปัจจัยของการเปลี่ยนแปลง

1. รูปแบบ
2. ธาตุ
3. การสิ้นสภาวะ ตัวทำให้สิ้นสภาวะคือทุกข์

การเปลี่ยนรูปแบบและการเปลี่ยนวัตถุ เวลาเห็นหญิง เดินมานั้น มหาภูตรูป ทุกวันเห็นผู้หญิงเป็นผี มองเป็นโครงกระดูก สรรพสิ่งทั้งหลายในจักรวาลมีแต่การเปลี่ยนแปลง มวลสารปกติไม่มีรูปร่าง ธาตุ 4 ไม่มีรูปร่าง สิ่งที่เราเห็นทุกอย่าง มันเกิดจากความมี ธาตุ ทั้งหลาย เป็นสิ่งนิรันดร ไม่อาจรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัส ในธาตุนั่นมี Potomey (ทุกข์) เมื่อมันถูกเปลี่ยนแปลง จะเกิดการปรากฏตัว เช่น เป็นคน สัตว์ ภูเขา เป็นต้น

ศึกษาเรื่องขันธ์ห้าให้เข้าใจ ไตรลักษณ์ อนัตตา

ลักษณะธรรมชาติ up แต่เรื่องทุกข์ หลักอนัตตาฝรั่งไม่รู้จัก อนัตตาไม่มีตัว ไม่มีโครงสร้าง ไม่สามารถจับต้องได้ นิพพานก็อยู่ในลักษณะเดียวกัน อนัตตาฝรั่งไม่รู้จัก สรรพสิ่งทั้งหลายเป็น NON Being รู้ด้วยประสาทสัมผัส ทฤษฎีพระพุทธเจ้า คือทฤษฎีอนัตตา ฝรั่งยังตามไม่ทัน

ทฤษฎีสางขยะ พัฒนามาจากลัทธิอื่น เช่น ภควัทคีต absolute sense ตัวตนถาวรคือพระเจ้า ตัวอนัตตาเป็นตัวการทำให้เห็นอัตตา ธรรมกาย เอาทฤษฎีสางขยะไปใช้ สิ่งที่เห็นจริง สิ่งที่เห็นไม่จริง หูทิพย์ ตาทิพย์ ฝรั่งไม่เชื่อ แล้วยังมองว่าเป็นไสยศาสตร์ สังวัตตนิกะ สิ่งมีแนวโน้มที่จะไม่เกิดเป็นอันนั้น ทฤษฎี B2 เกิดจากผัสสะ


**พุทธธรรมในหัวใจซุปเปอร์สตาร์ระดับโลก**

ในขณะที่กระแสเห่อ และคลั่งไคล้ตะวันตก กำลังถาโถมเข้าสู่คนไทย จนวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามกำลังจะเลือนหายไปจากสังคมไทย พร้อมๆกับการนับถือพระพุทธศาสนาเป็นหลักครองใจในการดำเนินชีวิต ก็กำลังจะกลายเป็นเพียงนับถือพุทธ ตามสำเนาทะเบียนบ้านเท่านั้น!!!.....

หากจะตั้งคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับศาสนาพุทธ ก็คงจะไม่ถูกนัก เพราะแม้แต่นักปราชญ์ชาติต่างๆที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุโรป และสหรัฐอเมริกา อาทิ เบอร์ทรันด์ รัสเซล อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ อาร์เธอร์ โซเพนฮาวว์ ฯลฯ รวมทั้งซุปเปอร์สตาร์ระดับโลก เช่น ริชาร์ด เกียร์ โรแบร์โต บาจโจ ฯลฯ ก็ยังได้กล่าวคำสดุดี และยอมรับนับถือพระพุทธศาสนาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต....

พระพุทธศาสนาเริ่มเป็นที่รู้จักกันในตะวันตก เมื่อประมาณ 150 ปีที่แล้ว โดยในระยะแรกนั้น เป็นเพียงการศึกษาทาวิชาการเท่านั้น แต่เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา จากความนิยมทางหลักวิชาการ ก็กลายมาเป็นที่นิยมในแง่ของการปฏิบัติมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ชาวตะวันตก หันมาสนใจปฏิบัติธรรมในศาสนาพุทธมากขึ้นนั้น เป็นเพราะความน่าเลื่อมใสศรัทธาของพระ หรือครูผู้สอน ที่ทำตนเป็นแบบอย่างที่ดี และมีความรู้ ความสามารถในการทำให้ผู้ที่เข้ามาปฏิบัติ ได้เข้าใจหลักธรรม และวิธีการปฏิบัติ จนประสบผลสำเร็จในสิ่งที่ต้องการ......


ประเด็นสำคัญที่น่าคิด-ก็คือ ทำไมที่ผ่านมา ชาวตะวันตกจำนวนมาก จึงหันมาหาพุทธศาสนา คำตอบก็คือ-พวกเขาคิดว่า ศาสนาพุทธแตกต่างจากศาสนาอื่นมาก ในแง่ที่ว่า ชาวพุทธเป็นผู้รักสงบ และไม่ใช้ความรุนแรง......

ในประเทศอังกฤษเองนั้น เป็นที่ทราบกันดีแล้ว จากข่าวของพระเขมธัมโม พระไทยชาวอังกฤษ ศิษย์ของหลวงพ่อชา ซึ่งได้เข้าไปสอนปฏิบัติธรรม ให้แก่นักโทษในเรือนจำของอังกฤษกว่า 26 ปี จนเกิดผลดี ช่วยลดปัญหาของเรือนจำได้มาก กระทั่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากสมเด็จพระราชินีอลิซาเบ็ธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ไม่เพียงแต่เท่านั้น ยังมีนักโทษจำนวนมากมายที่หันมานับถือพุทธศาสนา บางรายที่พ้นโทษออกมา ก็ได้มาเป็นอาสาสมัคร ในการเผยแผ่พุทธธรรมด้วย พุทธศาสนิกชนชาวอังกฤษ เชื่อว่าศาสนาพุทธจะขยายตัวออกไปเรื่อยๆ และจะเป็นศาสนาที่สำคัญที่สุดในตะวันตก หากไม่เชื่อ ลองอ่านคำสดุดี ที่นักคิดนักเขียน นักปราชญ์ชาวตะวันตก กล่าวไว้ ดังนี้.-


อาร์เธอร์ โชเพนเฮาว์(ค.ศ.1788-1860)-นักปรัชญาชาวเยอรมัน กล่าวว่า "ถ้าข้าพเจ้า จะถือเอาผลแห่งปรัชญาของข้าพเจ้า ว่าเป็นมาตรฐานแห่งความจริง ข้าพเจ้าก็ควรมีข้อผูกพันที่ต้องยอมรับพระพุทธศาสนา ว่าเด่นเป็นพิเศษ เหนือศาสนาที่เหลือ อย่างไรก็ตาม ก็จะต้องเป็นที่น่ายินดีสำหรับข้าพเจ้า ที่ได้พบว่า คำสอนของข้าพเจ้า เข้ากันได้อย่างใกล้ชิดกับศาสนาซึงมนุษย์ส่วนมากนับถือ การเข้ากันได้นี้ ต้องเป็นที่น่าพอใจมาก เพราะในการคิดปรัชญานั้น ข้าพเจ้ามิได้ตกอยู่ใต้อิทธิพลของศาสนานั้น(พระพุทธศาสนา)อย่างแน่นอน"......

แมกซมึลเลอร์(ค.ศ.1823-1961)-ศาสตราจารย์ทางนิรุกติศาสตร์ ชาวเยอรมัน ผู้นำในการศึกษาความรู้เกี่ยวกับตะวันออก กล่าวว่า "ประมวลศีลธรรมของพระพุทธเจ้า-สมบูรณ์มากที่สุดที่โลกเคยรู้จักมา"........

เอช.จี.เวลส์(ค.ศ.1866-1946)-นักประพันธ์-นักหนังสือพิมพ์-และนักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษ ผู้ริเริ่มการเขียนนวนิยายทาวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า "พระพุทธศาสนา ได้กระทำไว้มาก ยิ่งกว่าอิทธิพลอื่นใดที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ เพื่อความก้าวหน้าแห่งอารยธรรมของโลก และวัฒนธรรมที่แท้จริง".......


เบอร์ทรัลด์ รัสเซล(ค.ศ.1872-1970- นักปรัชญา-นักเขียน-นักคณิตศาสตร์-และนักต่อสู้คัดค้านอาวุธนิวเคลียร์ ชาวอังกฤษ ผู้ได้รับรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม ในปี 1950 กล่าวว่า "พระพุทธศาสนา-เป็นการรวมกันของปรัชญาแบบพินิจความจริงกับวิทยาศาสตร์ และติดตามวิธีการนั้นจนถึงที่สุด ซึ่งอาจเรียกได้ว่า เป็นศาสนาแห่งเหตุผล ในพระพุทธศาสนา เราจะได้พบคำตอบที่น่าสนใจ เช่น จิตใจกับวัตถุ คือ อะไร ? ระหว่างจิตใจกับวัตถุนั้น อย่างไหนสำคัญมากกว่ากัน? เอกภพเคลื่อนไปหาจุดหมายปลายทางหรือไม่? พระพุทธศาสนา พูดถึงเรื่องที่วิทยาศาสตร์ ยังหานำทางไปได้ไม่ เพราะความจำกัดแห่งเครื่องมือของวิทยาศาสตร์ ชัยชนะของพระพุทธศาสนา เป็นชัยชนะทางจิตใจ"........

ศาสตราจารย์คาร์ล กุสตาฟ จุง(ค.ศ.1875-1961)-นักจิตวิทยา ชาวสวิสส์ กล่าวว่า "ในฐานะที่เป็นนักศึกษาศาสนาเปรียบเทียบ ข้าพเจ้าเชื่อว่า พระพุทธศาสนา-เป็นศาสนาที่สมบูรณ์มากที่สุดที่โลกเคยพบเห็นมา ปรัชญาของพระพุทธเจ้า ทฤษฎีวิวัฒนาการ และกฎแห่งกรรม(ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว) ยิ่งใหญ่เหนือลัทธิอื่นอย่างห่างไกล".......

อัลแบร์ต ชไวเซอร์(ค.ศ.1875-1965)-แพทย์นักสอนศาสนา ชาวฝรั่งเศส-นักเทววิทยา -และนักดนตรี ที่ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ในปี 1952 (พ.ศ.2495) บอกว่า "พระองค์(พระพุทธเจ้า) ได้ทรงแสดงออกซึ่งสัจธรรม อันมีคุณค่าเป็นนิรันดร และได้ทำให้จริยธรรม มิใช่ของอินเดียเท่านั้น แต่ของมนุษยชาติก้าวหน้าไป พระพุทธเจ้า-เป็นผู้หนึ่งในบรรดาอัจฉริยมนุษย์ทางศีลธรรม ที่โลกเคยได้มา".....


อัลดัส ฮักซลี่ย์(ค.ศ.1894-1963)- นักเขียนนวนิยาย ชาวอังกฤษ กล่าวว่า "ในบรรดาศาสนาที่ยิ่งใหญ่ของโลกทั้งหมด พระพุทธศาสนาเพียงศาสนาเดียว ที่ดำเนินไปโดยปราศจากการเบียดเบียนทางศาสนา การตรวจควบคุม และการซักถามสอบสวน(ซึ่งมีลูกขุน หรือเจ้าหน้าที่ดำเนินการ เพื่อจะเอาผิด หรือควบคุมผู้ไม่นับถือ) ในแง่เหล่านี้ทั้งหมด ประวัติของพระพุทธศาสนายิ่งใหญ่มาก เหนือศาสนาอื่น ซึ่งดำเนินไปในระหว่างประชาชน ผู้ติดอยู่กับระบบทหาร".......

เจ.โรเบิร์ต ออพเพนไฮเมอร์(ค.ศ.1904-1976)-นักฟิสิกส์ ชาวอเมริกัน ผู้นำในการพัฒนาระเบิดปรมาณู กล่าวว่า"ขอยกตัวอย่าง เช่น เราถามว่า ฐานะของอิเล็คตรอน-เป็นอันเดียวกัน ใช่หรือไม่? เราจะต้องตอบว่า ไม่.... ถ้าเราถามว่า ฐานะของอิเล็คตรอน เปลี่ยนไปพร้อมกับกาลเวลา ใช่หรือไม่? เราจะต้องตอบว่า ไม่....ถ้าถามว่า อิเล็คตรอน หยุดพัก ใช่หรือไม่? เราจะต้องตอบว่า ไม่......ถ้าเราถามว่า มันเคลื่อนไหว ใช่หรือไม่? เราจะต้องตอบว่า ไม่.....พระพุทธเจ้า-ก็ได้ประทานคำตอบเช่นเดียวกัน เมื่อทรงได้รับคำถามเกี่ยวกับสถานการณ์ของตัวตนของมนุษย์ ภายหลังความตาย แต่คำตอบเหล่านั้น มิใช่คำตอบที่คุ้นกับจารีตประเพณีของวิทยาศาสตร์ สมัยศตวรรษที่ 17 และ 18".......




Create Date : 06 มกราคม 2551
Last Update : 7 มกราคม 2551 13:54:44 น. 1 comments
Counter : 503 Pageviews.

 


โดย: นายแจม วันที่: 30 มกราคม 2551 เวลา:7:52:42 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

โอซารัน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดี ยินดี ไม่มีปัญหา
Friends' blogs
[Add โอซารัน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.