Group Blog
 
 
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
10 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
แม่ท้องกับน้องน้อยในครรภ์



3 เดือนแรก


แม่ท้อง
- น้ำหนักตัวไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียน เพราะแพ้ท้อง
มีอาการตั้งแต่ช่วง
ที่ประจำเดือนขาดไปได้ 2 สัปดาห์เรื่อยมาตลอดช่วง 3 เดือนนี้


น้องน้อย
- หัวใจเริ่มเต้นเมื่ออายุครรภ์ 6 สัปดาห์ เริ่มดิ้นเมื่ออายุครรภ์ 8-9
สัปดาห์ แต่กว่าคุณแม่จะรู้สึกได้ก็เมื่อ 18 สัปดาห์ครึ่ง



เดือนที่ 4


แม่ท้อง
- หน้าท้องเริ่มขยายใหญ่ มีเส้นดำที่กึ่งกลางท้อง
หัวนมคล้ำและเส้นเลือดดำที่บริเวณเต้านมเห็นชัดขึ้น
ช่วงปลายของเดือนจะรู้สึกว่าลูกดิ้น


น้องน้อย - สัดส่วน
รูปร่างเริ่มเหมือนทารกมากขึ้น กระดูกค่อยๆ แข็งแรง
อาจมองเห็นอวัยวะเพศได้ชัดเจนในบางคน ได้ยินเสียงพูดของพ่อแม่



เดือนที่ 5


แม่ท้อง
- หายใจไม่ค่อยอิ่มเพราะน้ำหนักท้องที่ต้องแบกมากขึ้น เอวขยาย ท้องลาย
แสบหน้าอกเพราะน้ำย่อยจากกระเพาะไหลย้อนขึ้นมา


น้องน้อย
- ระบบประสาท กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น เริ่มได้ยินเสียง
ลำตัวเริ่มมีขนอ่อน มีผม คิ้ว และไขเกาะตามตัว แยกรสขมกับหวานได้



เดือนที่ 6


แม่ท้อง
- น้ำหนักขึ้นสัปดาห์ละ 1/2 กิโลกรัม จุดศูนย์ถ่วงของร่างกายเริ่มเปลี่ยน
ทำให้ปวดชายโครง ปวดหลัง เสียดท้องน้อยหากเปลี่ยนอิริยาบถทันที


น้องน้อย
- ขนาดลำตัวเริ่มได้สัดส่วนกับศีรษะ ดิ้นแรงมากขึ้น
โดยเฉพาะเวลาที่ได้ยินเสียงพ่อแม่หรือเพลงที่คุ้นเคย
ถุงลมในปอดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รูจมูกเริ่มเปิด เริ่มฝึกการหายใจ




เดือนที่ 7


แม่ท้อง
- ท้องขยายใหญ่จนอุ้ยอ้าย อึดอัดไม่ว่าจะลุก ยืน เดิน นั่ง นอน
ปวดปัสสาวะบ่อย ขี้ร้อน เหนื่อยง่าย บวมตามมือ หน้าข้อเท้า หลังเท้า


น้องน้อย
- อวัยวะต่างๆ ครบสมบูรณ์ น้ำหนัก 1,000 กรัม ยาว 35 ซม.
สัดส่วนร่างกายเท่ากับทารกครบกำหนด เริ่มลืมตาฝึกการมอง
หายใจเป็นจังหวะมากขึ้น



เดือนที่ 8


แม่ท้อง
- ปวดหน่วงเชิงกรานเวลาเดินหรือเปลี่ยนท่า ท้องตึงเพราะมดลูกซ้อมหดรัดตัว


น้องน้อย
- น้ำหนักประมาณ 1,500 กรัม ยาวประมาณ 40 ซม.ตาเริ่มกระพริบถี่
และเพ่งมองจุดสนใจ อวัยวะต่างๆ พัฒนาเกือบเต็มที่เหลือแต่ปอดที่ต้องรออีก 1
เดือน เริ่มกลับศีรษะลงเตรียมคลอด



เดือนที่ 9


แม่ท้อง -
น้ำหนักเพิ่มไม่มากหรือไม่เพิ่มเลย มดลูกหดรัดตัวแรงและบ่อยขึ้น
มีตกขาวและน้ำนมน้ำเหลืองออกมามากขึ้น


น้องน้อย
- อวัยวะทุกส่วนสมบูรณ์เต็มที่ ตัวอ้วนกลมเต็มโพรงมดลูก น้ำหนักประมาณ
3,000 กรัม ความยาวประมาณ 50 ซม.



ดูแลแม่ท้องพร้อมน้องน้อยในครรภ์


การใส่ใจดูแลสุขภาพของแม่ท้องในช่วงนี้
หมายถึงความก้าวหน้าของการตั้งครรภ์ พัฒนาการที่ดีของลูกในท้อง
รวมไปถึงสุขภาพที่ดีของคุณและลูกนับตั้งแต่ช่วงนี้ไปจนถึงหลังคลอด
และเพื่อให้การท้องของคุณดำเนินไปอย่างมีพัฒนาการที่ดี
คุณควรใส่ใจดูแลตัวเองในเรื่องหลักๆ เหล่านี้ค่ะ



ใส่ใจกับการฝากครรภ์
เมื่อคุณรู้หรือสงสัยว่าจะได้ขึ้นแท่นเป็นแม่กับเขาแล้ว
ควรรีบไปฝากครรภ์แต่เนิ่นๆ
เพราะคุณจะได้รับการตรวจร่างกายและคำแนะนำในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง
ได้ติดตามการเจริญเติบโตและความผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้นกับลูกในท้อง
เพื่อการดูแลที่ถูกต้อง และให้ลูกคลอดออกมาอย่างสมบูรณ์แข็งแรง
คุณควรไปตามนัดทุกครั้ง
เคร่งครัดในข้อแนะนำของคุณหมอและควรบันทึกการฝากครรภ์ของตัวเองไว้ด้วย
เพื่อเตือนความจำและดูความเปลี่ยนแปลงและความผิดปกติด้วยตัวเองในเบื้องต้น
ค่ะ



บำรุงด้วย
อาหารที่มีประโยชน์

เพราะลูกในท้องต้องการอาหารในการสร้างอวัยวะต่างๆ
และแม่ต้องใช้อาหารเพื่อการทำงานของระบบในร่างกายที่ต้องทำงานหนักมากขึ้น
นอกจากต้องเป็นอาหารมีประโยชน์และหลากหลายแล้ว
ควรเน้นอาหารประเภทโปรตีนให้มากค่ะเพราะเป็นสารอาหารสำคัญที่ลูกต้องนำไปใช้
ในการสร้างเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ
นอกเหนือจากนี้แล้วควรเน้นหรือลดอาหารประเภทใดต้องพลิกไปดูที่เรื่อง
อาหารสมบูรณ์...หัวใจของสุขภาพ



ระวังเรื่องน้ำหนักตัว
น้ำหนักตัวที่เหมาะสมของคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์ ตลอดช่วง 9
เดือนนี้ควรขึ้นในระหว่าง 10-12 กิโลกรัม โดยในช่วง 3
เดือนแรกจะเพิ่มไม่เกิน 2 กิโลกรัม และช่วง 6 เดือนหลังอาจขึ้นเดือนละ 2
กิโลกรัม


ที่ต้องมีเกณฑ์กำหนด
กันชัดๆ อย่างนี้ เพราะน้ำหนักที่ขึ้นมากๆ จะนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพและอุปสรรคของ
การเติบโตที่ปกติของลูกในครรภ์และการคลอด โดยเลี่ยงอาหารไขมันสูง
อาหารหวานจัด เค็มจัด และเบรคๆ อาหารประเภทแป้งไว้บ้างเท่านั้นก็พอค่ะ



ฟิต ฟิต ออกกำลังกันหน่อย
เพียงคุณออกกำลังก็ช่วยให้ลูกเติบโต แข็งแรงได้
เพราะระบบไหลเวียนเลือดของคุณจะทำงานเต็มที่
ขณะเดียวกันฮอร์โมนอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมาในช่วงต้นของการออกกำลังกายก็
ช่วยให้ลูกกระปรี้กระเปร่าเหมือนได้ออกกำลังกายไปด้วย


นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณแม่เองสบายเนื้อสบายตัว
ไม่เครียด ระบบย่อยอาหารทำงานดี เจริญอาหาร และมีสารแห่งความสุข
(Endorphin) หลั่งออกมา ทำให้ทั้งแม่และลูกมีความสุข อารมณ์ดี
ประโยชน์มากมายขนาดนี้ คุณจึงควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ
เลือกชนิดการออกกำลังกายที่ไม่ต้องใช้แรงกระแทก เช่น เดิน ว่ายน้ำ โยคะ
เป็นต้น และอย่าหักโหมจนเกินไป ควรหยุดพักเมื่อรู้สึกเหนื่อย



พักผ่อนอย่าให้ขาด
คุณจะเหนื่อยและอ่อนเพลียง่ายกว่าปกติ
แต่ก็มีปัญหาอยู่ว่าการจะนอนให้หลับเป็นเรื่องยากสำหรับแม่ท้อง
เพราะมีอาการไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว เช่น ปวดหลัง ปัสสาวะบ่อย อึดอัด
คอยกวนตัวอยู่ การอยู่ในท่าการนอนที่ถูกต้อง จะช่วยให้คุณรู้สึกสบาย
ท่าที่เหมาะสมคือท่านอนตะแคงขา ข้างหนึ่งเหยียดตรง อีกข้างงอเข่า
แล้วใช้หมอนรองระหว่างขาทั้งสองข้าง



กระตุ้น
พัฒนาการลูกในครรภ์
ช่วงที่อยู่ในครรภ์
เครือข่ายของระบบประสาทส่วนต่างๆ ของลูกเริ่มทำงาน
และสามารถรับรู้และตอบสนองกับสิ่งกระตุ้นจากภายนอกท้องแม่ได้
โดยเฉพาะช่วงหลัง 4 เดือนไปแล้ว
ทั้งคุณพ่อคุณแม่จึงสามารถช่วยกระตุ้นระบบประสาททำงานด้านต่างๆ
ของลูกมีพัฒนาการได้ดังนี้ค่ะ



ระบบ
ประสาทด้านการมองเห็น
ออกไปยืนรับแสดงแดดอ่อนๆ
นอกบ้านช่วงเช้าหรือบ่าย ควรเลือกแสงที่มีความสว่างไม่จ้าจนเกินไป



ระบบประสาทด้านการได้ยิน พูดคุย
ร้องเพลงกับลูกบ่อยๆ นอกจากช่วยพัฒนาระบบประสาทแล้ว
ลูกยังได้รับสารแห่งความสุขที่หลั่งออกมาด้วย
และช่วงเวลาที่เหมาะในการฟังเพลงควรเป็นช่วงหลังมื้ออาหารของแม่
เพราะช่วงเวลาที่แม่อิ่มจะเป็นช่วงที่ลูกตื่นตัวมากที่สุด
การกระตุ้นพัฒนาการจะได้ผลเต็มที่



ระบบประสาทด้านการสัมผัส
ด้วยการลูบไล้สัมผัสหน้าท้องบ่อยๆ
โดยขณะที่สัมผัสควรร้องเพลงหรือพูดคุยไปด้วย
ยิ่งถ้าทำในช่วงเวลาเดิมเป็นประจำคุณจะได้สัมผัสเลยล่ะว่า
เมื่อถึงช่วงเวลานั้นลูกจะมาดิ้นดุ๊กๆ รอคุณอยู่ที่หน้าท้องแล้ว











จาก: นิตยสารรักลูก





Free TextEditor


Create Date : 10 เมษายน 2553
Last Update : 10 เมษายน 2553 9:06:00 น. 0 comments
Counter : 103 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมหญิง ณ ทรายทอง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สมหญิง ณ ทรายทอง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.