Group Blog
 
<<
เมษายน 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
21 เมษายน 2554
 
All Blogs
 
วิญญาณป่วนรัก





ความผิดพลาดของยมทูตมือใหม่
ทำให้ชีวิตของ เข็มขาว บัณฑิตสาวพลิกผัน
กลายเป็นวิญญาณที่ต้องออกจากร่างทั้งที่ยังไม่สิ้นอายุขัย
พญายมจึงเมตตาส่งให้เธอกลับขึ้นมาล่ำลาคนที่เธอรักบนโลกมนุษย์

ทว่าเรื่องราวกลับตาลปัตร เมื่อเธอต้องเผชิญกับคดีฆาตกรรมที่เกี่ยวพันกับ ขอขวัญ พี่สาวฝาแฝด และทำให้เธอมีโอกาสใกล้ชิดกับ การัณย์ เพื่อนสนิทที่มีใจให้กันมากกว่าคำว่า ‘เพื่อน’

...

การัณย์มีเซนส์มองเห็นดวงวิญญาณได้
ทั้ง ‘คน’ และ ‘ผี’ จึงกลายเป็นบัดดีช่วยกันคลายปมปริศนา

ทว่าเวลาบนโลกมนุษย์ของเข็มขาวเหลือน้อยลงทุกที และเงื่อนปมที่ผูกไว้ก็แน่นหนากว่าที่คิด !

ทั้งคดีฆาตกรรมและความผูกพันระหว่างชายหนุ่มกับผีสาวจะดำเนินต่อไปอย่างไร?



**หนังสือวางแผงวันที่ 15 พฤษภาคมค่ะ**





บทที่ 1

รถยนต์สีดำคันหนึ่งแล่นฝ่าความมืดด้วยความเร็วสูงอย่างน่ากลัว มันพุ่งทะยานไปเบื้องหน้าโดยไม่เกรงสิ่งใด ทั้งที่บริเวณนั้นมืดมิด ดำสนิทจนมองไม่เห็นอะไรเลย นอกจากนี้ภายในรถยังหนาว เย็นยะเยือกยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลกเสียอีก เมื่อรวมกับกลิ่นดอกไม้หอมประหลาดผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางซึ่งไม่รู้ว่าเป็นผลมาจากน้ำยาปรับอากาศยี่ห้อไหนก็ยิ่งทำให้รถคันนั้นแปลกมากขึ้นไปอีก

หากดูเหมือนความผิดปกติเหล่านี้จะไม่ได้ทำให้บรรดาผู้ที่นั่งอยู่ในรถรู้สึกแต่ประการใด คนขับร่างสันทัดใบหน้าซีดขาวดวงตาปราศจากแววยังคงมองตรงไปเบื้องหน้า มือหยาบแตะพวงมาลัยหลวมๆ นั่งตัวตรง หลังตรง คอแข็งราวกับหุ่นยนต์ ไม่นำพากับอากาศหนาวเย็นทั้งที่สวมเพียงเสื้อเชิ้ตแขนสั้นบางๆสักนิด

ขณะที่ชายกลางคนข้างคนขับยังดูจะมีการเคลื่อนไหวมากกว่า เจ้าตัวหันหน้าอ้วนกลมไปยังเบาะด้านหลัง กวาดตามองหญิงสาวและชายสูงวัยที่นั่งอยู่ด้วยกันอย่างพิจารณา ดวงตาแดงก่ำราวกับคนเป็นตาแดงฉายแววครุ่นคิด

ชายสูงวัยผู้นั่งอยู่บนเบาะด้านหลังของเขานั้นนั่งนิ่งตัวตรงยิ่งกว่าถูกไม้กระดานดามหลังไว้ ดวงตาเรียวรีบอกเชื้อชาติมองตรงไปข้างหน้า ดวงตาที่ไร้แวว...เฉกเช่นเดียวกับดวงตาของคนขับ ชายผู้นี้สวมสูทสีดำคลุมทับเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนและเนคไทสีเหลืองทอง แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับที่ขมับด้านซ้ายของเขามีรูกลมๆขนาดไม่ใหญ่นัก รูซึ่งมีเลือดสีแดงข้นผสมกับเศษเนื้อสีขาวเป็นมันวาวไหลทะลักลงมาไม่ขาดสาย

สมรักษ์ก้มมองคอมพิวเตอร์ในมือที่มีหน้าตาเหมือนโทรศัพท์มือถือระบบสัมผัส หนาไม่ถึงหนึ่งเซ็นติเมตรและมีขนาดไม่เกินฝ่ามือ หน้าจอปรากฏข้อความกับรูปภาพเล็กๆของชายสูงวัยที่นั่งอยู่ด้านหลัง

ทรงธรรม อายุ 65 ปี ถูกยิงตาย เมื่อเวลา 23.11 น.

ชายกลางคนพยักหน้า ก่อนเหลือบตาไปยังหญิงสาวข้างกายทรงธรรมซึ่งนั่งอยู่บนเบาะด้านหลังคนขับ

หญิงสาวในชุดราตรีสีดำขับผิวขาวให้นวลผ่อง ผมดำยาวรวบเป็นมวยอย่างประณีตอยู่ด้านหลัง ใบหน้าเรียวซึ่งตกแต่งอย่างประณีตยังคงหลับตาพริ้ม นอนคอพับคออ่อนพิงประตูหลับอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว ดูสภาพแล้วผิดจากชายข้างกายราวฟ้ากับดิน

สมรักษ์ก้มลงมองคอมพิวเตอร์ในมืออีกครั้ง เขาใช้ปลายนิ้วสัมผัสหน้าจอ ทำให้ข้อความบนหน้าจอเปลี่ยนจากข้อมูลของทรงธรรมเป็นข้อมูลของหญิงสาวผู้นี้แทน

ขอขวัญ อายุ 22 ปี ประสบอุบัติเหตุรถชนเสาไฟฟ้า คอหัก เสียชีวิตเมื่อเวลา 23.17 น.

ชายกลางคนเบือนหน้ามองหล่อนอีกครั้งก่อนขมวดคิ้ว

ทำไมวิญญาณดวงนี้ถึงได้มีลักษณะแปลกไปจากวิญญาณทรงธรรมนะ ตามคู่มือยมทูตที่เขาอ่านจนจำได้ขึ้นใจบอกไว้ว่า วิญญาณที่ออกจากร่างแล้วจะมีสภาพไม่ต่างอะไรกับหุ่นยนต์ ไร้ความรู้สึก ดวงตาไร้แวว ร่างกายแข็งทื่อนี่นา

หรือว่าวิญญาณดวงนี้จะพิเศษกว่าดวงอื่น ?

คิดแล้วเจ้าตัวยกมือขึ้นเกาศีรษะซึ่งเหลือเส้นผมบางตาอย่างไม่เข้าใจ

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้ปฏิบัติงานภาคสนามในฐานะยมทูตผู้นำดวงวิญญาณไปส่งยังนรกภูมิเพื่อทำการพิจารณาเวรกรรมที่มีติดตัว ดวงวิญญาณที่มีคุณความดีจะกลายเป็นเทวดา นางฟ้า ถูกส่งขึ้นไปเสวยสุขอยู่บนสวรรค์ ส่วนพวกที่เคราะห์หนากรรมหนักจะถูกกักตัวลงโทษอยู่ในขุมนรก

สมรักษ์นิ่วหน้า กดปิดเครื่องคอมพิวเตอร์และยัดมันลงกระเป๋าตรงอกเสื้ออย่างตัดใจ

ตอนนี้เขาคงทำอะไรไม่ได้ นอกจากจะรีบพาวิญญาณทั้งสองไปส่งยังที่หมายแล้วค่อยไปแอบถามคนอื่นทีหลัง

ยมทูตมือใหม่ถอนใจอีกรอบ ดวงตามองฝ่าความมืดไม่มีที่สิ้นสุดไปอย่างไร้จุดหมาย

ไม่ถึงสิบนาทีรถที่แล่นด้วยความเร็วสูงเริ่มชะลอตัว ก่อนหยุดลงหน้าประตูไม้สีดำบานใหญ่ ประตูที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว สูงสุดขอบฟ้า กว้างสุดสายตา

สมรักษ์เปิดประตูลงจากรถเป็นคนแรก ก่อนยืนรออยู่ข้างรถยนต์คันนั้น มองประตูรถด้านหลังสองข้างเปิดออกโดยอัตโนมัติ ทรงธรรมก้าวตามลงมาด้วยท่าทางแข็งทื่อ ขณะที่แม่สาวอีกคนที่นั่งหลับมาตลอดทางโดยไม่มีทีท่าว่าจะตื่นกลับหล่นพรวดลงมากองอยู่กับพื้นพร้อมส่งเสียงครางเบาๆ

สมรักษ์เดินอ้อมรถไปอีกฝั่ง ยืนดูเจ้าหล่อนใกล้ๆด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก

วิญญาณรู้สึกเจ็บแบบนี้ได้ด้วยเหรอ...ผู้นำวิญญาณชักลังเล

“เป็นอะไรรึเปล่า” เขาถามลอยๆ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตอบได้ หากเขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อได้ยินเสียงเจ้าหล่อนตอบอย่างใส่อารมณ์

“ก็ลองหล่นพรวดจากรถลงมานอนแอ้งแม้งอย่างฉันบ้างสิ จะได้รู้ว่าเป็นอะไรรึเปล่า” เสียงใสๆแหวกลับมาโดยไม่มองหน้า ร่างบนพื้นสะบัดข้อมือไปมา ก่อนลุกพรวดพราดขึ้นอย่างหงุดหงิด

พอยืนขึ้นเต็มตัว ร่างบางตรงหน้าสูงกว่าสมรักษ์เกือบฟุตทำเอาชายกลางคนต้องขยับออกห่างเพื่อไม่ให้รู้สึกว่าตัวเองโดนหญิงสาวข่ม

“ถ้าไม่เป็นอะไรก็ดี ตามฉันมาได้แล้ว”

“เดี๋ยวสิลุง จู่ๆจะให้ตามไปง่ายๆได้ยังไง ฉันเป็นสาวเป็นนางนะ” แม่สาวตรงหน้ายวน พลางปัดฝุ่นตามเนื้อตามตัว ก่อนจะเริ่มรู้สึกแปลกๆกับบรรยากาศรอบตัว

เริ่มตั้งแต่ความเย็นยะเยือกยิ่งกว่าห้องแช่แข็งกับความมืดมิดที่ทำให้หล่อนมองไม่เห็นอะไรเลยเว้นแต่ร่างชายกลางคนตรงหน้าที่ดูเหมือนจะสว่างเรืองรองชอบกล ชายผู้มีใบหน้ากลมซีด ดวงตาแดงก่ำยิ่งกว่าสีเลือดและริมฝีปากสีม่วงคล้ำสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีดำกับกางเกงสีเดียวกัน ตลอดจนประตูไม้สีดำบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงหน้า ประตูที่สูงเท่าไรก็ไม่อาจรู้ได้ ด้วยขอบบนถูกกลืนหายไปกับความมืด

คนเพิ่งตื่นนิ่วหน้า เหลือบตาข้ามเจ้ารถสีดำไปอีกฝั่งบ้าง ทำให้ได้เห็นร่างสัดทัดของใครบางคนยืนแข็งทื่อ บนขมับมีรูเล็กๆซึ่งมีคราบอะไรบางอย่างแห้งกรังติดอยู่

“ลุงบอกฉันทีสิว่าที่นี่ที่ไหน ทำไมอะไรๆมันถึงได้ดูแปลกประหลาดอย่างนี้” หญิงสาวถามอย่างตกใจ ดวงตาจ้องมายังชายกลางคนตรงหน้าเขม็ง

สมรักษ์ส่ายหน้าถอนใจยาว นี่คงเป็นอาการของคนที่ตายอย่างกะทันหันตามที่คู่มือยมทูตมือใหม่เขียนเอาไว้กระมัง

“ที่นี่คือชายแดนระหว่างโลกมนุษย์กับนรก ที่เธอเห็นตรงหน้าเป็นประตูที่เปิดเข้าสู่นรกภูมิ ส่วนเธอมาอยู่ที่นี่ได้เพราะชะตาถึงฆาตแล้ว ฉันถึงได้นำดวงวิญญาณของเธอมาที่นี่”

หญิงสาวอ้าปากค้าง

หล่อนตายแล้ว!

เป็นไปได้ยังไง หล่อนเพิ่งไปงานเลี้ยงฉลองรับปริญญากับพี่สาวอยู่เลย....

“ไม่จริง ลุงโกหกฉันรึเปล่า ฉันเพิ่งเรียนจบเองนะ แฟนก็ยังไม่เคยมีแล้วจะตายได้ยังไง” คนถึงฆาตโวยวายเสียงดัง

“เชื่อไม่เชื่อ เธอก็ตายแล้ว เพราะฉะนั้นรีบตามฉันเข้าไปในนรกดีกว่า อย่ามัวโอ้เอ้เสียเวลา เดี๋ยวเลยเวลาแล้วต้องรออีกวันกว่าจะเปิดประตูนรกได้อีก” สมรักษ์ตัดบท พยักพเยิดให้หญิงสาวตามมา ก่อนเดินไปแปะฝ่ามือบนบานประตู ทำให้ประตูบานใหญ่ยักษ์นั้นเปิดออกช้าๆ

หลังประตูบานนั้นไม่ต่างจากนอกประตูสักเท่าไร ด้วยภายในยังคงดำมืดไร้ซึ่งแสงสว่าง มองไปทางไหนก็เหมือนคนตาบอดเพราะไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น หากสมรักษ์กลับเดินนำทรงธรรมผ่านเข้าไปโดยไม่ต้องอาศัยใครนำทาง

คนชะตาขาดเหลียวมองความมืดรอบตัวอย่างแหยงๆ ก่อนจ้ำพรวดตามแสงเรืองรองจากร่างของสมรักษ์เข้าไปด้วยขณะที่เจ้ารถสีดำซึ่งจอดอยู่ทีแรกถูกขับแล่นหายไปอีกทาง

วิญญาณสาวเดินตามแสงสว่างอย่างเดียวที่เห็นไปเรื่อยๆกระทั่งเดินผ่านประตูบานหนึ่งเข้าไป สภาพโดยรอบจึงได้เปลี่ยนไป กลายเป็นห้องสี่เหลี่ยมโล่งกว้างค่อนข้างมืด มีเพียงแสงไฟจากโคมสีเหลืองนวลบนผนังเท่านั้น

ในห้องมีโต๊ะทำงานพร้อมคอมพิวเตอร์ตั้งเรียงแถวเป็นระเบียบอยู่หลายสิบโต๊ะ แต่ละโต๊ะมีเจ้าหน้าที่หน้าตาไร้ความรู้สึกนั่งประจำอยู่ ทุกคนล้วนแต่งชุดดำสนิทคล้ายสมรักษ์ หน้าตาขาวซีดและดวงตาแดงก่ำ

เกือบทุกโต๊ะมีวิญญาณชายหญิงนั่งตอบคำถามของเจ้าหน้าที่ สมรักษ์ส่งวิญญาณทรงธรรมให้เจ้าหน้าที่ตนหนึ่งพาไปลงทะเบียนที่โต๊ะแรกทางซ้ายมือแล้วจึงหันมาทางหญิงสาว

“เธอตามฉันมา เดี๋ยวฉันลงทะเบียนให้เธอเสร็จจะได้ตรวจสอบความดีความชั่วแล้วส่งไปใช้หนี้กรรมตามกฎ” ชายกลางคนบอกพลางเดินนำหล่อนไปยังโต๊ะทำงานตัวหนึ่งซึ่งตั้งอยู่สุดทางเดินทางขวามือ

บนโต๊ะนอกจากมีคอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่เหมือนโต๊ะอื่นแล้วยังคู่มือยมทูตมือใหม่ขนาดพกพาวางไว้ด้วย พอเห็นหญิงสาวมองอย่างสนใจ เจ้าของโต๊ะก็รีบเก็บมันเข้าลิ้นชักพร้อมถลึงตาดุใส่ ทำให้ตาแดงก่ำนั้นแทบถลนออกมาจากเบ้า

คนถูกดุยักไหล่แล้วชวนคุย

“ลุงเพิ่งเป็นยมทูตเหรอ ถึงได้อ่านคู่มืออย่างนั้น”

“ฮื่อ...ฉันเพิ่งสอบผ่าน...” กำลังจะบอกว่าหลังจากสอบตกมาสามรอบ คนพูดก็รู้สึกตัวรีบกลบเกลื่อนไปว่า “เพิ่งทำงานวันนี้เป็นวันแรกเลยต้องอ่านกฎระเบียบให้แม่น เวลาทำงานจะได้ไม่มีปัญหา”

“สอบจนอายุปูนนี้เลยเหรอลุง” หญิงสาวถามเสียงสูง กวาดตามองชายตรงหน้าอย่างแปลกใจ

“จะให้ปูนไหนล่ะ ก็ฉันเพิ่งตายตอนแก่นี่วะ”

ฟังยมทูตมือใหม่พูดแล้ว เจ้าหล่อนก็ยิ้มแหะๆ เลิกซักอีกต่อไป

ระหว่างรอสมรักษ์ง่วนกับคอมพิวเตอร์ตรงหน้า มือเรียวก็หยิบสมุดหนังสีดำที่วางอยู่ใกล้ๆขึ้นดูฆ่าเวลา เห็นรายชื่อมากมาย กำกับด้วยอายุและสาเหตุการเสียชีวิตเอาไว้ หากยังไม่ทันได้อ่านรายละเอียด เจ้าสมุดเล่มนั้นก็ถูกคว้าไปเสียก่อน

“เธอนั่งเฉยๆเป็นมั้ย อย่ารื้อโน่นรื้อนี่สิ” สมรักษ์ดุพลางมองไปยังวิญญาณดวงอื่นที่นั่งสงบนิ่ง แข็งทื่อไร้อารมณ์ให้เจ้าหน้าที่โต๊ะอื่นลงทะเบียนเงียบๆ ก่อนมองแม่สาวตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ

ทำไมแม่คนนี้ถึงได้ทำตัววุ่นวายต่างจากวิญญาณอื่นนักนะ...

คิดแล้วก็ไม่รู้จะหาคำตอบให้ตัวเองยังไง ยมทูตมือใหม่จึงถอนใจยาวอีกเฮือกแล้วจัดการดึงโปรแกรมในคอมพิวเตอร์ออกมาลงข้อมูลหญิงสาวแทน

“สมุดอะไรเหรอลุง ทำไมมีรายชื่อคนเต็มไปหมด หรือว่าเป็นสมุดลงบัญชีคนตาย” หญิงสาวชวนคุย คิดว่าดีกว่านั่งเงียบท่ามกลางบรรยากาศสลัวๆชวนสยอง

“สมุดมรณะน่ะ ถึงพวกเราจะใส่ข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์หมดแล้ว แต่ก็ต้องจดใส่สมุดไว้ด้วย เผื่อวันไหนเครื่องคอมพ์มีปัญหาจะได้ทำงานได้”

“ถ้างั้นฉันขอดูมั่งได้ม่ะ”

“ที่นี่ไม่ใช่ร้านทำผมนะ เธอจะได้อ่านหนังสือหรือนิตยสารรอฆ่าเวลา อ้าว...อย่าหันไปหันมาอย่างนั้นสิ เห็นมั้ย...คนอื่นมองกันใหญ่แล้ว” สมรักษ์บ่นอย่างอ่อนใจ เมื่อเห็นยมทูตจากโต๊ะอื่นเหลือบมองพวกเขาเป็นตาเดียว

“แหมลุง...หนังสือก็ไม่ให้อ่าน มองก็ไม่ให้มองแล้วจะให้ฉันนั่งบื้อทำอะไรล่ะ น่าเบื่อจะตายชัก”

“ไม่ต้องพูดมาก หันกลับมานั่งดีๆ แล้วตอบคำถามฉันดีกว่า ฉันจะรีบลงทะเบียนของเธอให้เสร็จแล้วส่งเธอไปหน่วยอื่นสักที ปวดกะบาลจริง” สมรักษ์โคลงหัว ท่าทางปลงๆ

“จะส่งฉันไปหน่วยไหนอีกเหรอ” วิญญาณสาวซักต่อ ไม่นำพากับสีหน้าเหนื่อยหน่ายของยมทูตตรงหน้า

“หน่วยพิจารณาคดีไง หน่วยนั้นจะทำหน้าที่พิจารณากรรมดีกับกรรมชั่วที่เธอทำ ก่อนส่งตัวเธอไปใช้หนี้กรรมตามที่ต่างๆ” ตอบแล้วเจ้าตัวก็ถอนใจอีกเฮือก

“เอ้า...ไม่ต้องถามมาก ฉันจะลงทะเบียนแล้ว ชื่ออะไร นามสกุลอะไร” ยมทูตกลางคนถาม

ถึงจะรู้ข้อมูลทุกอย่างจากคอมพิวเตอร์แล้ว แต่เพื่อความถูกต้องจึงต้องถามประวัติส่วนตัวกับวิญญาณทุกดวงอีกครั้ง

“เข็มขาว พรประเสริฐ” หญิงสาวตอบ

นิ้วมือที่กำลังจะกดคลิกเม้าท์เปลี่ยนหน้าใหม่ชะงัก ดวงตาสีแดงเบิกกว้าง เหลือบตาขึ้นมองคนพูดอย่างตกใจ

“เธอว่าเธอชื่ออะไรนะ”

“เข็มขาว ฉันบอกว่าฉันชื่อเข็มขาว พรประเสริฐ”

ฟังวิญญาณสาวตรงหน้าย้ำ สมรักษ์ก็หน้าซีด แต่คาดว่าหญิงสาวคงดูไม่ออก เพราะหน้าของเขาซีดเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว หากดวงตาที่เหลือกแทบถลนออกมาจากเบ้า ทำให้เข็มขาวเอะใจ

“มีอะไรผิดพลาดงั้นเหรอลุง” เข็มขาวหรี่ตาแล้วไม่รอให้อีกฝ่ายตอบ หล่อนเดินอ้อมโต๊ะตรงหน้า มายืนข้างสมรักษ์ อ่านข้อความประวัติส่วนตัวบนหน้าจอเอาดื้อๆ

“นางสาวขอขวัญ พรประเสริฐ ชาตะ 2 กันยา 31 มรณะ 4 พฤศจิก 53 จากอุบัติเหตุ คอหักตายในที่เกิดเหตุ...เฮ้ย ! นี่มันขวัญนี่นา” วิญญาณสาวร้องเสียงดัง พลางชี้นิ้วไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ ก่อนจะถูกสมรักษ์ที่รีบลุกขึ้นยืน ใช้มือปิดปากหล่อนเอาไว้

“บอกว่าให้เงียบไง โวยวายไปได้” ถึงปากจะดุ แต่ใบหน้าคนพูดกลับจ๋อยสนิท คิดว่าถ้าหัวใจของเขายังเต้นอยู่ ตอนนี้มันคงได้หยุดเต้นเป็นคำรบสองแล้ว

“ไม่โวยวายก็ได้ แต่ลุงจะทำยังไง เล่นพาฉันมาผิดตัวแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน” เข็มขาวยกมือกอดอก ขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายด้วยท่าทางเอาเรื่อง

มีอย่างที่ไหน...อยู่ดีไม่ว่าดี หล่อนดันถูกยมทูตมือใหม่จับมาทัศนาจรนรกเล่นซะงั้น...

“เดี๋ยวฉันพาเธอกลับไปส่งแล้วพาวิญญาณพี่สาวเธอมาแทน” สมรักษ์รีบตอบ คิดว่าทางนี้คงเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด

หญิงสาวพยักหน้าหงึกหงักระหว่างฟังข้อเสนอนั้น ก่อนฉุกใจคิด รีบร้องห้าม

“ไม่ได้ๆ ฉันจะให้ลุงไปเอาชีวิตพี่สาวฉันมาแทนได้ยังไง ทำแบบนี้ก็ไม่แฟร์สิ”

“ไม่แฟร์ยังไง พี่สาวเธอถึงที่ตายก็ต้องตายสิ ส่วนเธอกลับไปอยู่บนโลกมนุษย์เหมือนเดิม” ยมทูตมือใหม่ขมวดคิ้ว

เข็มขาวส่ายหน้า ถึงจะเข้าใจตรรกะที่อีกฝ่ายพูด แต่หล่อนไม่ต้องการให้พี่สาวตาย ตอนนี้ครอบครัวของหล่อนเหลือกันสามคนพ่อลูกเท่านั้น ดังนั้นหล่อนจึงไม่อยากเสียใครในครอบครัวไปอีก

“ขอฉันกลับไปโดยที่ขวัญไม่ตายได้มั้ย” หญิงสาวต่อรอง

“ไม่ได้ กฎต้องเป็นกฎ”

“ถ้างั้นฉันจะไปฟ้องเจ้านายลุง บอกว่าลุงปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด พาวิญญาณฉันมาที่นี่โดยที่ฉันยังไม่ถึงฆาต” พอต่อรองไม่ได้ เข็มขาวใช้วิธีขู่แทน ยิ่งเห็นคนตรงหน้าลังเล เจ้าตัวก็ยิ่งได้ใจ จัดการนั่งลงแทนที่อีกฝ่าย ใช้ความสามารถทางคอมพิวเตอร์ที่ร่ำเรียนมาจนสำเร็จได้ปริญญามาครอบครอง ลบข้อมูลการตายของพี่สาวออกดื้อๆ

“เฮ้ย !” สมรักษ์ร้องเสียงหลง รีบเข้ามาดึงตัวเข็มขาวออกไป หากไม่ทันการ ข้อมูลทั้งหมดของขอขวัญถูกลบทิ้งไปจนหมด

เสียงเอะอะโวยวายของทั้งคู่ทำให้ยมทูตอื่นๆในห้องนั้นหันมามองอีกครั้งอย่างสนใจ ก่อนทุกคนจะรีบกลับไปก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองต่อ เมื่อร่างสูงใหญ่ของใครบางคนเดินเข้ามา

ชายร่างสูงใหญ่ยิ่งกว่าแรมโบ้ในสูทสีดำสนิทตัดกับใบหน้าขาวเผือดและดวงตาแดงก่ำเดินมาหยุดตรงหน้าสมรักษ์และเข็มขาว

“มีปัญหาอะไรรึเปล่า ยมทูตสมรักษ์” ผู้มาใหม่ถามเสียงเรียบ หากน้ำเสียงกลับทรงพลัง เต็มไปด้วยอำนาจที่ทำเอาคนถูกถามหัวหดและเข็มขาวไม่กล้าออกฤทธิ์อีก

สมรักษ์ยังไม่ทันตอบ คนถามเหลือบตามองวิญญาณสาวเสียก่อน คิ้วเข้มขมวดแน่น ก่อนเจ้าตัวจะเปรยออกมาอย่างเข้าใจ

“เจ้าพาดวงวิญญาณมาผิดดวง? ผู้หญิงคนนี้ชะตายังไม่ถึงฆาต...” ชายร่างใหญ่โคลงศีรษะ “ตามข้ามา เรามีเรื่องต้องพูดกันยาว” ว่าแล้วคนพูดก็เดินนำไปยังประตูที่สมรักษ์พาหล่อนเข้ามา

หญิงสาวเหลือบตามองคนหน้าจ๋อยข้างกายแล้วเดินตามไปอย่างไม่รีบร้อน เพราะแค่เห็นท่าทางมีอำนาจ พูดทีทำเอายมทูตข้างกายหล่อนเงียบกริบ แถมมองปราดเดียวก็รู้ว่าหล่อนยังไม่ถึงฆาต เข็มขาวคิดว่าหล่อนพอจะเดาได้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

เข็มขาวและสมรักษ์เดินตามร่างสูงใหญ่ไปตามทางมืดๆจนผ่านประตูบานหนึ่งเข้าไป ภายในห้องมีโต๊ะทำงานตัวโตตั้งไว้ตัวเดียว รอบห้องมืดมิดมองไม่เห็นสิ่งใด หากเมื่อเจ้าของห้องบอกให้หล่อนและสมรักษ์นั่ง เก้าอี้สองตัวก็ปรากฏขึ้นมาราวกับเล่นมายากล

“เล่าไป...ทำไมเจ้าถึงได้พาวิญญาณมาผิดดวง” ท่านพญายม...ผู้ปกครองนรกภูมิแห่งนี้ถามเสียงเรียบ ใบหน้าขาวซีดลอยเด่นอยู่ในความมืดปราศจากอารมณ์แต่กลับทำให้ทั้งคู่ครั่นคร้าม

“ผมไปรับวิญญาณสองดวงตามคำสั่ง ตอนไปถึงที่เกิดเหตุ เห็นรถนายทรงธรรมถูกคนดักยิงจนเสียหลักพุ่งเข้าใส่รถอีกคันที่หักหลบไปชนเสาไฟฟ้าข้างทาง ผมเรียกวิญญาณนายทรงธรรมออกมาจากร่างก่อนจะไปเรียกวิญญาณของผู้หญิงคนนี้ที่นั่งอยู่ในรถอีกคัน ตอนนั้นผมเรียกชื่อเธอและเห็นว่าเธอขยับตามเสียงเรียก ผมจึงได้พาวิญญาณเธอออกมา” สมรักษ์เท้าความ

ปกติวิญญาณซึ่งถึงที่ตายจะผละออกจากร่างตามเสียงเรียกของยมทูตง่ายๆ ตอนเขาเรียกชื่อขอขวัญ เขาเห็นเข็มขาวขยับตัวจึงเข้าใจว่าเป็นขอขวัญ จะมีสะดุดใจอยู่บ้าง ตอนที่วิญญาณเข็มขาวไม่ยอมออกจากร่างง่ายๆ ต้องให้เขาออกแรงดึงอยู่นานกว่าจะพาวิญญาณเข็มขาวออกจากร่างได้ ตอนนั้นเขาคิดเอาเองว่าอีกฝ่ายอาจจะเป็นวิญญาณดื้อไม่อยากตาย ไม่ทันคิดว่าจะเป็นการดึงวิญญาณออกจากร่างผิดดวง

พญายมพยักหน้าเข้าใจ พูดเสียงเรียบว่า

“เจ้าจะดูแค่วิญญาณขยับตัวตามเสียงเรียกไม่ได้”

“ผมตรวจสอบดูแล้วว่าเธอหน้าตาเหมือนในรูป...” คนพูดแย้งเสียงอ่อย

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเธอมีฝาแฝด”

ทีนี้คนแย้งตาโต หันขวับมาทางเข็มขาวที่นั่งฟังเงียบๆอย่างตกใจ และยิ่งพูดอะไรไม่ออก เมื่อเจ้าหล่อนพยักหน้ายืนยัน

“ผู้หญิงคนนี้กับวิญญาณที่เจ้าต้องไปรับเป็นแฝดเหมือน ใบหน้าเหมือนกันทุกประการ” พญายมบอกเสียงเนิบนาบ พลางยกแก้วทองคำบรรจุน้ำทองแดงขึ้นดื่มช้าๆด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไม่บ่งเลยว่าน้ำทองแดงนั้นกำลังกัดกร่อนลำคอและกระเพาะของเขาจนปวดแสบปวดร้อน

“ผมขอโทษ”

“เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต ไม่ใช่เจ้าคนเดียวที่ทำผิดพลาด”

“เอ้อ...แล้วท่านจะทำยังไงกับฉันคะ” อดไม่ได้ เข็มขาวต้องสอดขึ้น

“ส่งเจ้ากลับไปยังร่างเดิมและนำดวงวิญญาณผู้ถึงฆาตลงมาแทน”

บทสรุปสั้นๆเหมือนกับที่สมรักษ์บอกก่อนหน้านี้ ผิดตรงที่อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจจนหญิงสาวไม่กล้าเถียง ได้แต่ยิ้มจืดๆพยักหน้ารับอย่างจำยอม

“แต่ผู้หญิงคนนี้ลบข้อมูลมรณะของขอขวัญไปหมดแล้ว” สมรักษ์รายงาน

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง นักคอมพิวเตอร์ของเราสามารถกู้ข้อมูลคืนมาได้ในเวลาไม่นาน ที่ข้าห่วงคือร่างของผู้หญิงคนนี้ต่างหาก นับจากเจ้าพาวิญญาณเธอลงมาที่นี่ เวลาบนโลกได้ผ่านไปหลายวันแล้ว...” ผู้ปกครองนรกภูมิพูดเรียบๆ ก่อนชี้มือไปทางซ้ายมือ ทำให้กระจกบานใหญ่สูงเกือบเท่าตัวคนปรากฏขึ้น

แต่แทนที่กระจกจะสะท้อนภาพคนในห้อง มันกลับสะท้อนภาพหญิงสาวหน้าตาเหมือนเข็มขาวไม่ผิดเพี้ยน เนื้อตัวเต็มไปด้วยผ้าพันแผลเดินเคียงข้างชายกลางคนร่างใหญ่เข้าไปในวัดด้วยสีหน้าเศร้าโศก

ภายในศาลามีโลงศพสีขาวตั้งไว้ หน้าโลงประดับพวงหรีดและรูปถ่ายของเข็มขาว กระจกสะท้อนภาพทะลุโลงศพเข้าไป เห็นร่างแข็งทื่อของหญิงสาวนอนพนมมือ ถูกมัดตราสังไว้เรียบร้อย

วิญญาณสาวอ้าปากค้าง มองภาพในกระจกแล้วหันมองสมรักษ์และพญายม

“ตายแล้ว...ร่างฉัน...ถูกมัดตราสัง ถูกฉีดฟอร์มาลีนแข็งทื่ออย่างนั้น จะให้ฉันกลับเข้าไปได้ยังไง ฉันไม่ยอมนะ เรื่องนี้เป็นข้อผิดพลาดของพวกคุณ คุณต้องรับผิดชอบ” เข็มขาวเอาเรื่อง ลืมกลัวผู้ปกครองนรกแห่งนี้ไปชั่วขณะ

“ไม่ต้องห่วง ข้าจะให้เจ้าเข้าไปอยู่ในร่างพี่สาวแทน และนำวิญญาณของพี่สาวเจ้าลงมายังนรก”

“ไม่ได้นะ ทำอย่างนั้นได้ยังไง ถ้าคุณส่งฉันเข้าร่างขวัญ ฉันก็ต้องกลายเป็นขวัญไปตลอดชีวิตสิ ฉันจบวิศวะคอมพ์นะ จะให้ไปทำงานเหมือนขวัญไม่ได้หรอก ไอ้เรื่องยิ้มหวาน จัดการออร์แกนไนซ์งานต่างๆ ฉันไม่ถนัดสักนิดแล้วไหนจะต้องคอยสับรางหลีกหนุ่มๆที่ตามจีบขวัญอีก โอ๊ย...ไม่เอาด้วยหรอก”

หญิงสาวรีบหาเหตุผลสารพัดมาแย้ง เพื่อช่วยไม่ให้พี่สาวฝาแฝดต้องตายและหล่อนสามารถกลับไปใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์ได้ด้วย ขณะเดียวกันก็จ้องเขม็งไปยังจำเลยของเรื่องนี้ ส่งสายตาข่มขู่ให้อีกฝ่ายช่วยพูดด้วย โทษฐานที่ทำผิดพลาดจนหล่อนต้องตกอยู่ในสภาพนี้

คนถูกมองสะดุ้ง อ้าปากพะงาบๆ รีๆรอๆตัดสินใจไม่ถูก...จะช่วยพูดรึก็เกรงอำนาจแห่งผู้เป็นใหญ่ในนรกภูมิ จะไม่ช่วยก็รู้สึกผิดต่อดวงวิญญาณแม่สาวตรงหน้า...

“เอ่อ...ท่านครับ ผมฟังแล้ว ไม่ค่อยยุติธรรมกับเธอเท่าไหร่เหมือนกัน...” ในที่สุดสมรักษ์ก็รวบรวมความกล้าช่วยเข็มขาวพูดอีกแรง ก่อนจะหุบปากทันควันเมื่อท่านพญายมปรายตามอง

“หรือเจ้าจะเข้าร่างผู้หญิงอื่นที่ถึงฆาตแทน”

“ถ้าทำอย่างนั้นแล้วฉันจะยังจำเรื่องราวในอดีตได้มั้ยคะ” ข้อเสนอใหม่ชักน่าสน เข็มขาวจึงสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

“แน่นอน !”

“ถ้าฉันยอมตามนี้แปลว่าขวัญไม่ต้องตายแล้วใช่มั้ยคะ” หล่อนถามอย่างมีหวัง

พญายมทำงานส่ายหน้า ดวงตาคมกริบจ้องหน้าวิญญาณสาวตรงหน้าอย่างไร้อารมณ์

“เจ้ากลับไปใช้ชีวิตต่อบนโลกได้ เพราะเจ้ายังไม่ถึงที่ตาย แต่พี่สาวเจ้า ชะตามีมาเท่านี้ ยังไงก็ต้องตาย”

“ถ้าอย่างนั้น ฉันขอตายเองได้มั้ยคะ ไหนๆทุกคนก็รับรู้ว่าฉันตายไปแล้ว ฉันจะกลับไปอยู่ในร่างผู้หญิงอื่นคงไม่มีประโยชน์ สู้ให้ฉันตายแล้วขวัญอยู่บนโลกมนุษย์ต่อไปดีกว่า ฉันไม่อยากให้พ่อต้องเสียใจซ้ำแล้วซ้ำอีก” เข็มขาวพูดหนักแน่น สบตาผู้เป็นใหญ่ในนรกภูมิอย่างเด็ดเดี่ยว

“เรื่องนั้นคงเป็นไปไม่ได้” เจ้าแห่งนรกภูมิปฏิเสธเสียงเรียบ

“แต่ทั้งหมดนี้มันไม่ใช่ความผิดของฉันเลยนะ มันเป็นความผิดพลาดของพวกคุณ ทำไมคุณถึงไม่ชดเชยความผิดให้ฉันบ้าง” เข็มขาวโวย น้ำเสียงเอาเรื่อง

พญายมและสมรักษ์เงียบไป ฝ่ายแรกทำหน้าขรึม ดวงตาครุ่นคิด หากฝ่ายหลังกลับหลบตา หน้าซีดขาวจ๋อยสนิท ทำให้บรรยากาศในห้องนั้นวังเวงและเยือกเย็นขึ้นไปอีก

ทว่าไม่นาน เจ้าของห้องก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า

“ถ้าเจ้าต้องการอย่างนั้นก็ได้ แต่ข้าต้องปรึกษากับคณะกรรมการผู้บริหารนรกคนอื่นก่อน เพราะยังไม่เคยมีวิญญาณที่ไม่ถึงที่ตาย ขอตายแทนแบบนี้”

เข็มขาวตาโต แทบกระโดดตีปีกพั่บๆด้วยความดีใจ หากต้องสงวนท่าทีเอาไว้ เหลือแค่ยิ้มแป้นกับผู้ให้คำตัดสิน

ไหนๆอีกฝ่ายก็ยอมอ่อนข้อให้ขนาดนี้แล้ว ขอเพิ่มอีกสักหน่อยจะเป็นไร เจ้าหล่อนคิดพลางมองท่านพญายมอย่างอ้อนวอน แถมด้วยการทำสีหน้าชวนสงสารสุดๆ

“ระหว่างท่านพิจารณา ฉันขอไปเยี่ยมครอบครัวบ้างได้มั้ย เพราะต่อไปฉันคงไม่มีโอกาสพบหน้าพวกเขาอีกแล้ว”

พอเห็นร่างหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ยังคงเงียบ เจ้าหล่อนก็หันไปทำตาปรอย ตีหน้าเศร้าใส่สมรักษ์ ร้อนถึงคนที่นิ่งฟังมาตลอด ถูกความสำนึกผิดเข้ารุมล้อมต้องเอ่ยปากอย่างกล้าๆกลัวๆอีกรอบ

“ท่านได้โปรดอนุญาตเถอะครับ ยังไงกว่าจะพิจารณาเสร็จก็กินเวลาหลายชั่วโมง เธออยู่ที่นี่ก็ไม่มีอะไรทำ ให้เธอขึ้นไปหาครอบครัวดีกว่า” ยมทูตวัยกลางคนช่วยพูด เพราะหนึ่งวันในนรกเท่ากับหนึ่งปีบนโลกมนุษย์ เจ้าหล่อนสามารถขึ้นไปล่ำลาครอบครัวได้นานหลายเดือนทีเดียว

“เจ้าอย่าลืมนะว่าตอนนี้เจ้าเป็นวิญญาณ ถึงขึ้นไปบนโลกได้ แต่ครอบครัวของเจ้าก็จะมองไม่เห็นเจ้าอยู่ดี” พญายมพูดกับเข็มขาว

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงค่ะ ขอแค่ไปดูว่าพวกเขาอยู่กันอย่างสบาย ปลอดภัยไร้กังวล ฉันก็พอใจแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ” พญายมยอมอนุญาตในที่สุดและหันมาพูดเสียงขรึม หน้าตาไร้อารมณ์กับสมรักษ์ว่า “ระหว่างที่วิญญาณเข็มขาวอยู่บนโลก ข้าจะให้เจ้าเป็นคนดูแลเธอ ถือว่าเป็นการลงโทษเจ้าไปในตัว ตกลงมั้ย”

“ครับ” สมรักษ์ฝืนขยับมุมปากยิ้มกระตุกก่อนรับคำจ๋อยๆ คิดถึงชะตากรรมของตัวเองยามต้องผูกติดกับผีสาวท่าทางเอาเรื่องตนนี้

รู้งี้ไม่น่าหาเรื่องใส่ตัว ช่วยเจ้าหล่อนพูดเลย พับผ่าสิ....

ยมทูตกลางคนบ่นกระปอดกระแปดในใจ เท่าที่ผ่านมาไม่ถึงชั่วโมง เจ้าหล่อนยังทำเขาปวดหัวได้ขนาดนี้ ไม่รู้ว่าต้องคอยคุมหญิงสาวบนโลกมนุษย์เป็นเดือนๆ เขาจะปวดหัวขนาดไหน

เฮ้อ...แค่คิด เขาก็เริ่มปวดหัวแล้ว !

++++++++++++++++++++++++

จบบทที่ 1





TOP






Create Date : 21 เมษายน 2554
Last Update : 22 เมษายน 2554 7:26:57 น. 4 comments
Counter : 962 Pageviews.

 
ว้าววว...... เรื่องใหม่ของคุณมี่จะออกอีกแล้ววว...... อย่างนี้ต้องเตรียมสอยแล้วละค่ะ



โดย: โอ-พิน (o_pinP ) วันที่: 21 เมษายน 2554 เวลา:20:57:43 น.  

 
รอซื้ออ่านอยู่นะคะ



โดย: สารภีดง วันที่: 22 เมษายน 2554 เวลา:8:22:20 น.  

 
น่าอ่านๆๆๆ โอ้ว...ต้องเสียกะตังค์อีกแล้วหรือนี่ 5555


โดย: rainoflove (rainoflove ) วันที่: 23 เมษายน 2554 เวลา:16:45:05 น.  

 
โอเรื่องนี้ น่าสนุกจังค่ะพี่มี่จะพาเที่ยวดินแดนสองโลกเลยรึนี่ คิดถึงค่ะ


โดย: jeed IP: 58.8.76.81 วันที่: 25 เมษายน 2554 เวลา:8:35:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อรพิม
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]






ผู้ที่กำลังชมบล็อก

ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด


ขอสงวนสิทธิ์ใดๆในการคัดลอก เผยแพร่ หรือดัดแปลงส่วนหนี่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความ เรื่องสั้น หรือนิยายที่โพสต์ในบล็อกแห่งนี้ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าผู้ใดละเมิดจะถูกดำเนินการตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด




Orapim Novel

Create your badge
New Comments
Friends' blogs
[Add อรพิม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.