Group Blog
 
 
มีนาคม 2554
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
13 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 

ปมมรณะ



กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นเน่าชวนคลื่นเหียนคละคลุ้งทั่วห้อง ทำให้ร่างบางที่เปิดประตูอพาตเมนท์ของตัวเองเข้ามาแทบผงะ ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการโหนรถเมล์กลับมามลายหายไปทันที ความกลัวคืบคลานเข้ามาครอบงำจิตใจแทน รู้สึกขนลุกซู่อย่างบอกไม่ถูก หัวใจเต้นระรัว หญิงสาวเอื้อมมืออันเย็นเฉียบควานไปตามฝาผนัง กดสวิตช์ไฟที่ข้างประตู

แสงไฟนีออนกลางห้องเผยให้เห็นห้องรับแขกเล็กๆที่เจ้าตัววางโซฟาเข้าชุดสีครีมสไตล์โมเดิ้น ภายในไม่มีใครอยู่ หญิงสาวพยายามหาต้นตอของกลิ่นชวนสะอิดสะเอียนนั้น พลันสายตาสะดุดเข้ากับคราบเลือดสีแดงกองใหญ่ที่พื้น เปื้อนเต็มไปหมด เธอยกมือขึ้นปิดปากอย่างตกใจ ใบหน้าซีดเผือด ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเบิกกว้าง สะกดกลั้นเสียงหวีดร้องลงไป รู้สึกหัวใจยิ่งเต้นระรัวมากขึ้น มองไปเห็นรอยเลือดเป็นหย่อมๆหายไปทางห้องนอนด้านใน

หญิงสาวกำมือสั่นระริกของตัวเองแน่น ในใจกล้าๆกลัวๆว่าจะตามเข้าไปดีหรือไม่ แต่แล้วความห่วงใยในบุคคลอันเป็นที่รักก็ชนะ เธอรีบสาวเท้าผ่านห้องรับแขก ตามรอยเลือดนั้น ตรงไปยังห้องนอนของหล่อนทันที

ประตูห้องนอนที่เปิดกว้างจนแสงจากภายนอกส่องเข้าไปได้ ทำให้หญิงสาวเห็นเงาตะคุ่มๆนอนพาดอยู่ริมเตียง โดยไม่รีรอ เธอรีบกดสวิตช์ไฟทันที...

ภาพชายหนุ่มร่างสันทัดนอนเปลือยท่อนบนคุกเข่าคว่ำหน้าอยู่ขอบเตียง กลางหลังมีมีดปักคาอยู่ รอบๆมีรอยแผลถูกแทงนับไม่ถ้วน จนผ้าปูที่นอนสีขาวของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีแดงคล้ำแห้งกรังเต็มไปหมด ทำให้เธอใจหายวูบ ใบหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ อ้าปากจะส่งเสียงร้องให้คนช่วย ก่อนที่ความรู้สึกทั้งมวลจะดับวูบลง....

* ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ *

“ฟื้นแล้วหรือคะ” เสียงถามดังมาจากด้านข้าง พร้อมกับที่ร่างท้วมของสตรีในชุดขาวชะโงกหน้ามองหญิงสาว มือข้างหนึ่งจับชีพจรนับจังหวะหัวใจเต้น

“ที่นี่ที่ไหนคะ” รวีพรถามเสียงแหบ พยายามฝืนตัวลุกขึ้นนั่ง เหลียวมองไปรอบตัว เห็นเพียงโซฟาตัวยาวด้านซ้ายมือ กับทีวีที่ปลายเตียงเท่านั้น

“แล้วดิฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง....” เสียงถามต่อ ก่อนจะเงียบหายไป เมื่อนึกถึงเหตุการณ์สะเทือนขวัญนั่นได้ ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเบิกกว้าง ใบหน้ากลมมนซีดลง พร้อมกับความรู้สึกปวดระบมบริเวณศีรษะด้านซ้าย

“อูยยย...ย” หญิงสาวครางเบาๆ เอื้อมมือไปคลำ พบเพียงผ้าพันแผลที่พันรอบศีรษะไว้เท่านั้น พยาบาลร่างท้วมรีบเข้ามาประคองให้เธอนอนลงอย่างเดิม

“ใจเย็นๆค่ะ ใจเย็นๆ ที่นี่โรงพยาบาล... คุณถูกตีที่ศีรษะหมดสติมาสองวันเชียวนะคะ อย่าเพิ่งขยับตัวเลยค่ะ”

สองวัน! เธอหมดสติมาสองวัน แล้วภูมินทร์เล่า

รวีพรพยายามคิด...ใช่...ร่างของเขานอนคว่ำหน้ากับเตียง แถมมีดที่ปักคาหลังนั่นอีก ก่อนที่จะคิดไปมากกว่านั้น ความง่วงงุนก็เข้าครอบงำอีกครั้ง รวีพรมองมาทางพยาบาลสาว พบว่าเจ้าหล่อนกำลังถอน
เข็มออกจากสายน้ำเกลือพอดี เธอพยายามอ้าปากพูด แต่ไม่มีเสียงออกมา

“หลับอีกสักพักนะคะ คราวนี้ตื่นขึ้นมา คุณจะอาการดีขึ้นกว่านี้” คนฉีดยาปลอบ พร้อมรอยยิ้มเห็นใจ ก่อนที่เจ้าตัวจะค่อยๆเลี่ยงออกไปเมื่อเห็นคนบนเตียงหลับสนิท

* ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ *

“ทำอะไรอยู่จ๊ะที่รัก” เจ้าของเสียงเพิ่งกลับมาจากทำงาน ตะโกนถามมาจากห้องรับแขก ใบหน้าคมเข้มมีเหงื่อซึม ชายหนุ่มคลายปมเนคไท ถอดออกวางพาดบนโซฟาสีครีม ก่อนจะเดินผ่านชั้นวางของเล็กๆที่วางกั้นส่วนที่เป็นห้องรับแขกให้แยกจากครัวด้านใน

วันนี้เป็นวันเสาร์ รวีพรไม่ต้องทำงานจึงอยู่บ้านคอยเก็บกวาดเช็ดถู และทำอาหารไว้รอผู้เป็นที่รัก หญิงสาวสวมเสื้อยืดรัดรูปสีขาวทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีแดงสดใส ผมสีดำรวบเป็นหางม้าง่ายๆด้านหลัง ใบหน้ามนค่อนข้างมัน มีเหงื่อผุดตามไรผม เธอกำลังง่วนอยู่หน้าเตาผัดเปรี้ยวหวานให้สามี ตอนที่เขาเดินเข้ามาสวมกอดจากด้านหลังพร้อมก้มลงจุมพิตแก้มนวลนั้น

“ทำไมวันนี้กลับมาเร็วจัง” รวีพรเอียงหน้าพูดกับสามีที่เอาคางเกยกับไหล่เธอไว้ ไม่วางเปล่าเจ้าตัวยังซุกไซ้ไปตามซอกคอกับแก้มนวลอีกรอบ

“อื้อ...ออกไปก่อนค่ะ มากอดแบบนี้แล้ววีจะทำอาหารได้ยังไงกัน” หญิงสาวแสร้งดุ แต่ใบหน้ากับยิ้มละไม สีหน้าและดวงตามีความสุข

“ครับผม”

ชายหนุ่มคลายอ้อมกอดแต่โดยดี แต่ไม่ลืมที่จะหอมแก้มภรรยาสาวอีกครั้งก่อนออกไป ทิ้งให้เธอยืนอมยิ้มทำอาหารต่อไปคนเดียว

โต๊ะอาหารเล็กๆขนาดสองคนนั่ง ปูด้วยผ้าสีขาวสะอาดตา บริเวณชายถักโครเชต์เป็นลวดลายดอกไม้งดงาม บนโต๊ะวางด้วยกับข้าวง่ายๆที่สามารถเรียกรอยยิ้มจากผู้เป็นสามีได้มาก เพราะมีแต่อาหารจานโปรดของเขาทั้งสิ้น

ชายหนุ่มเติมข้าวถึงสองจาน ทำให้เธอรู้สึกอิ่มเอมไปกับบรรยากาศรอบตัวที่อบอวลไปด้วยไอรัก จนหัวใจของเธอเอิบอาบอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

หลังอาหาร....ภูมินทร์ก็คว้าช่อกุหลาบสีแดงกลีบแข็งออกมาจากไหนไม่รู้ ยื่นให้เธอ...

รวีพรยิ้มอายๆ แววตาเป็นประกายวาววับหวานซึ้งมองสามี ยื่นมือรับช่อกุหลาบ...ดอกไม้ที่เธอชอบมากที่สุด ขึ้นจรดริมฝีปาก ก่อนจะยื่นหน้าไปหอมแก้มสามีเบาๆเป็นรางวัล

“กุหลาบสามดอก สำหรับสามปีที่เรารักกันมา” ภูมินทร์กุมมือหญิงสาวไว้ ประกายแห่งความรักเอ่อล้นออกมาจากดวงตาจนเธอหน้าระเรื่อขึ้น

หญิงสาวจำได้ว่าครั้งแรกที่เขาเข้ามาสารภาพรักกับเธอนั้น ชายหนุ่มเพียงยื่นดอกกุหลาบสีแดงให้หนึ่งดอก ก่อนจะเอ่ยคำรักออกมาด้วยใบหน้าแดงกล่ำ

ภาพวันเก่าๆที่ย้อนกลับมาทำให้หญิงสาวน้ำตาซึม เธอหลับตาปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเรื่อยๆ เผื่อว่ามันจะช่วยชะล้างความเศร้าโศก บรรเทาความเสียใจของเธอให้เบาบางลงได้บ้าง

ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าภูมินทร์ที่เธอรักจะไม่มีวันกลับมาหาเธออีกต่อไป และจะไม่มีอีกแล้ว... คนที่มาหอมแก้มเธอทุกครั้งที่กลับบ้าน คนที่จะมอบดอกกุหลาบให้เธอในวันครบรอบการเป็นแฟนกัน ไม่มีอีกแล้ว...สำหรับดอกกุหลาบสี่สิบห้าสิบดอกที่เคยฝันไว้....

ทำไม...ทำไมคุณจะต้องจากฉันไปแบบนี้ด้วย....เสียงสะอื้นที่ถูกกล้ำกลืนลงคอตอนแรก เริ่มดังขึ้น ดังขึ้นเรื่อยๆ

* ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~

เสียงเคาะประตูปลุกให้คนไข้ฟื้นจากภวังค์ หันหน้ามาพบร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบตำรวจที่เดินเอื่อยๆเข้ามาหาเธอ โครงหน้าเหลี่ยมมีไรสีเขียวจางๆเหนือริมฝีปากและคาง ใบหน้าเฉยเสมือนไร้ความรู้สึก แต่ดวงตาสีดำกลับมองหญิงสาวบนเตียงอย่างเห็นใจ

“ผมร้อยตำรวจตรีภาวิน จากสถานีตำรวจ...” ชายหนุ่มแนะนำตัว ก่อนจะพูดเป็นงานเป็นการต่อไปว่า

“คุณคงจะทราบเรื่องสามีของคุณแล้วนะครับ” เสียงเงียบไป เมื่อพบว่าคนฟังมีน้ำตาเอ่อขึ้นมาอีก

“ผมขอแสดงความเสียใจด้วย ....ผมอยากจะขอสอบปากคำคุณหน่อยครับ”

ดวงตากลมโตสีน้ำตาลกระพริบถี่ๆ สะกดกลั้นน้ำตาที่ออกมา พยักหน้าเบาๆ รู้ดีว่าอย่างไรเสียก็ต้องมีวันนี้

ภาวินซักประวัติส่วนตัวของเธอกับสามีคร่าวๆ ก่อนจะเข้าเรื่อง

“ไม่ทราบว่าวันเกิดเหตุคุณทำอะไรอยู่ที่ไหนครับ” ผู้หมวดหนุ่มซัก

รวีพรทำท่านึก แล้วความทรงจำต่างๆก็พากันพรั่งพรูเข้ามา

หญิงสาวจำได้ว่าเธอออกไปทำงานเหมือนทุกวัน หน้าที่เลขานุการิณีของบริษัทใหญ่กลางกรุง ทำให้เธอต้องออกจากบ้านแต่เช้าตรู่เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัด หญิงสาวถึงที่ทำงานและทำงานตามปกติ เพียงแต่เธอมีงานค้างมากต้องรีบสะสางให้เสร็จ จึงไม่ได้ออกไปรับประทานอาหารกลางวันกับเพื่อนเช่นเคย ซื้อเพียงแซนด์วิชมาประทังหิวเท่านั้น งานที่ทำอยู่กินเวลาหลังเลิกงานด้วย ทำให้เธอกลับมาถึงบ้านค่ำกว่าปกติ ซึ่งเลยเวลาที่สามีของเธอจะต้องกลับบ้านแล้ว

เมื่อแหงนหน้ามองตึกเจ็ดชั้น ไม่เห็นแสงไฟลอดออกมาจากห้องพักตัวเอง ทำให้หญิงสาวสงสัยยิ่งนัก รู้สึกกระวนกระวายเป็นกังวลอย่างบอกไม่ถูก ครั้นพอเปิดประตูเข้าไปพบกับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์นั้นอีก ยิ่งตอกย้ำความหวาดกลัวให้เธอมากขึ้น

ภาพและความทรงจำสะเทือนขวัญในวันนั้นกลับมาหลอกหลอนเธออีกครั้งราวกับภาพรีเพลย์ ความปวดร้าวที่กัดกร่อนจิตใจย้อนกลับมาอีก จนรวีพรต้องหยุดเล่าเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น

“พอดิฉันเห็นเขา....เห็นเขา...นอนอยู่บนเตียง ดิฉันคิดจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่รู้สึกเจ็บที่ศีรษะซะก่อน แล้วก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยค่ะ” รวีพรบอกเสียงเครือ ขาดเป็นห้วงๆ น้ำตาไหลออกมาเป็นทาง

ผู้หมวดหนุ่มส่งกระดาษทิชชู่ข้างเตียงให้คนไข้อย่างอ่อนโยน พยายามทำหน้าเฉยตามหน้าที่ แต่ภายในยังอดสะเทือนใจไปกับความสูญเสียของหญิงสาวไม่ได้

หลังจากรอให้คนไข้บนเตียงสงบสติอารมณ์พักใหญ่ ภาวินจึงเริ่มสอบปากคำต่อ

“ตกลงว่าช่วงเวลาเกิดเหตุ เที่ยงถึงบ่ายโมงคุณรับประทานอาหารอยู่คนเดียว ไม่มีใครเห็นคุณเลยใช่มั้ยครับ”

หญิงสาวพยักหน้าอย่างน่าสงสาร สภาพการเจ็บตัวและความเศร้าโศกเสียใจที่เห็น ทำให้ชายหนุ่มไม่คิดว่าเธอจะเป็นคนลงมือทำร้ายสามีได้

“เท่าที่คุณทราบ สามีคุณมีเรื่องขัดแย้งกับใครบ้างมั้ยครับ” คนบนเตียงส่ายหน้าอีกครั้ง

ที่เขาต้องถามเช่นนี้เพราะรอบๆห้องไม่มีร่องรอยการงัดแงะ แสดงว่าเจ้าของห้องต้องรู้จักคนร้ายจึงเปิดประตูให้เข้ามาภายใน และข้าวของเงินทองยังอยู่ในสภาพเดิม ไม่ได้ถูกขโมยไป อีกทั้งสภาพบาดแผลที่เกิด เหมือนกับว่าคนร้ายตั้งใจจะปลิดชีวิตชายหนุ่ม ซึ่งตอนนี้ทางตำรวจสันนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจทำไปด้วยความแค้น ถึงได้จ้วงแทงหลายแผลแบบนั้น

ชายหนุ่มถอนหายใจยาว ก่อนจะถามคำถามต่อ

“แล้วคุณดารณีนุชล่ะครับ?” ชื่อที่ได้ยินทำเองคนฟังหน้าซีดลงไปอีกครั้ง

* ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ *

ความรักอันหวานชื่นของเธอก็เหมือนกับครอบครัวอื่นๆ ที่มีปัญหาระหองระแหงเข้ามาบ้าง โดยกรณีของเธอเกิดจากมีมือที่สามเข้ามาแทรกแซง.... รวีพรจำได้ดีถึงวันที่ได้รู้จักชื่อนี้เป็นครั้งแรก...ดารณีนุช!

“ใครกันคะ นุช” เธอจำได้ว่าตัวเองถามสามีแบบนั้น เมื่อเห็นชื่อที่ไม่ได้รับสายเกือบสิบครั้งในโทรศัพท์มือถือของสามี เพราะเจ้าตัวมัวแต่อาบน้ำอยู่ออกมารับไม่ทัน ครั้งสุดท้ายเธอจึงฉวยมารับแทนแต่อีกฝ่ายวางสายไปเสียก่อน

ภูมินทร์อึ้งไป หลุบตาลง ท่าทางแปลกๆมีพิรุธ ไม่ได้ตอบในทันที ทำให้ความระแวดระวังตื่นตัวเป็นพิเศษถูกกระตุ้นขึ้นมา ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองรึเปล่า แต่ดูเหมือนบรรยากาศในห้องนอนของเธอจะหยุดนิ่ง เงียบเหมือนรออะไรบางอย่างที่จะปะทุขึ้น ก่อนที่สามีจะเอ่ยปากตอบออกมาเรียบๆเหมือนไม่เป็นเรื่องสลักสำคัญอะไรว่า

“เด็กฝึกงานใหม่หน่ะ ผมต้องคอยดูแลกำกับ อาจจะโทรมาถามอะไรมั้ง”

คำตอบที่ได้รับไม่ได้ทำให้เธอคลายใจเลย ยิ่งเห็นท่าหันหลังหลบสายตาเธอ เสหยิบหนังสือออกมาอ่าน สัญชาตญาณของเธอบอกว่าต้องมี ‘อะไร’ เป็นพิเศษระหว่างคนทั้งคู่เป็นแน่

แล้วลางสังหรณ์ของเธอก็เป็นจริง เมื่อความสัมพันธ์ของทั้งคู่แดงขึ้นมา รวีพรจำได้ว่าตัวเองเสียใจมาก ร้องไห้จนตาบวมช้ำกับเรื่องราวที่รับรู้ ขณะที่ฝ่ายสามีไม่สนใจ กลับยอมให้หญิงสาวคนนั้นเก็บเสื้อผ้าข้าวของเข้ามาลอยหน้าลอยตาอยู่ใต้ชายคาเดียวกับเธอหน้าตาเฉย

ใช่ว่าเธอจะเป็นเมียหลวงที่คอยระรานเมียน้อย แต่เป็นเธอนั่นเองที่ต้องทนกล้ำกลืนความเจ็บช้ำที่ถูกอีกฝ่ายใช้งานบ้าง พูดจากระทบกระแทบแดกดันเธอบ้าง หญิงสาวยอมทนก็ด้วยความรักที่มีต่อสามี ไม่อยากให้เขาร้อนใจ

จนกระทั่งภูมินทร์ตาสว่าง....

“คุณออกไปเลยนะ ผมเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าคุณทำตัวแบบนี้ ไหนว่ามาแล้วจะช่วยกันทำงาน นี่กลายเป็นว่าใช้ให้วีเค้าทำคนเดียว แถมคุณยังนั่งวางท่าเป็นคุณนายแบบนี้อีก”ภูมินทร์ตวาด ท่าทางไม่พอใจ

เขาพอจะรู้มาบ้างว่าหญิงสาวใช้งานภรรยาของเขา แต่ไม่เคยกลับมาเจอจะๆแบบนี้ วันนี้เขากลับบ้านมาเร็วกว่าปรกติทันเห็นหญิงสาวจิกหัวใช้ภรรยาตัวเองอย่างไร้มารยาท ขณะที่รวีพรก็ทำตามงกๆอย่างไม่มีปากเสียง ภาพที่เห็นทำให้สามัญสำนึกบางอย่างกลับคืนมา โดยเฉพาะความรักความหวานซึ้งในอดีตที่ทำให้เขารู้สึกสงสารรวีพรมาก

“พี่ภูทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ ยังไงนุชก็เป็นเมียพี่เหมือนกัน” หญิงสาวขึ้นเสียง แววตาวาววับด้วยความโกรธ

“วีต่างหากที่เป็นเมีย ส่วนเธอหน่ะไม่ใช่! ไสหัวออกไป เก็บข้าวของออกไปจากบ้านชั้นเดี๋ยวนี้” ชายหนุ่มชี้หน้าไม่พอใจ ทำให้อีกฝ่ายได้ หน้าแดงกล่ำ กำมือแน่น แต่ทำอะไรไม่ได้ เพียงแค่ฮึดฮัดมองมาอย่างอาฆาตแค้น ก่อนจะสะบัดหน้าจากไป

~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ *

สายลมโชยผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง พัดเอาความเย็นเบาสบายเข้ามาบรรเทาอากาศอบอ้าวภายใน หญิงสาวนั่งพิงเตียงเหม่อมองทิวทัศน์ภายนอก ศีรษะพันด้วยผ้าพันแผลที่ตอนนี้รอยบวมช้ำยุบลงแล้ว เหลือเพียงความวิงเวียนเวลาหันหน้าเท่านั้น

“ท่าทางคุณแจ่มใสขึ้นมาก” ภาวินทัก วันนี้ชายหนุ่มมาในชุดเสื้อเชิ้ตโปโลสีเขียวเข้ม กับกางเกงแสลคสีดำ ถือดอกลิลลี่สีขาวช่อหนึ่งเข้ามาเยี่ยม ใบหน้าคร้ามแดดมองหญิงสาวอย่างอ่อนโยน ดวงตาเป็นประกายด้วยความรู้สึกภายใน

“วีดีขึ้นมากแล้วค่ะ” รวีพรยิ้มอ่อนๆ แววตายังเศร้าหมอง ตลอดระยะเวลาสองสัปดาห์เธอยังคงพักอยู่ในรพ.ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นอะไรมาก เนื่องจากห้องพักของเธอถูกกันไว้เป็นสถานที่เกิดเหตุและเธอเองไม่อยากกลับไปอยู่ในห้องที่ทำให้นึกถึงแต่ภาพสะเทือนใจ...

ตอนนี้หญิงสาวไม่มีญาติเหลืออยู่อีกแล้ว แต่เธอก็ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เพราะนายตำรวจหนุ่มคนเดิมคอยแวะเวียนมาเยี่ยมเธอเสมอ ความห่วงหาอาทรความใส่ใจ กับความรู้สึกพิเศษที่เขามอบให้ ทำให้เธอคลายเศร้าหมองลงบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม เวลาที่อยู่คนเดียวเธอก็ยังอดคิดถึงภูมินทร์ไม่ได้....ในเมื่อความรักความผูกพันที่เฝ้าฟูมฟักมา มันไม่ได้จางหายไปง่ายๆเหมือนควันไฟที่ลอยไปกับสายลม

“คดีไปถึงไหนแล้วคะ จับคนร้ายได้หรือยัง” รวีพรถามด้วยใบหน้ากระตือรือล้นขึ้นมานิดหนึ่ง

“ยังครับ แต่ทางตำรวจมีผู้ต้องสงสัยแล้ว เพียงแต่รอผลการสอบปากคำของคุณดารณีนุชอยู่ครับ” ภาวินบอกคร่าวๆ เขาไม่อยากเอาความลับทางราชการมาเปิดเผยมากนักเพราะเท่าที่บอกความเคลื่อนไหวให้หญิงสาวฟังเกือบทุกวันก็มากพอแล้ว

จากการสอบปากคำ ดารณีนุชให้การค่อนข้างสับสน เป็นเพราะตำรวจพบหญิงสาวอยู่ในสภาพเมายาอีในงานปาร์ตี้แห่งหนึ่ง ซึ่งหลังจากสร่างแล้ว เจ้าตัวก็จำไม่ได้เลยว่าตัวเองทำอะไรอยู่ที่ไหนในวันเกิดเหตุ แถมท่าทางยังสะใจกับข่าวที่ได้ยินอีก ทำให้ตำรวจสงสัยว่าเธออาจมีส่วนพัวพันกับคดีนี้ และผลจากกองพิสูจน์หลักฐานพบว่าในอพาตเมนท์นั้นมีแต่รอยนิ้วมือของทั้งสามคนเท่านั้น ไม่มีของคนอื่นเลย ส่วนบนมีดไม่พบรอยนิ้วมือ คาดว่าคนร้ายน่าจะสวมถุงมือหรืออาจจะเช็ดรอยนิ้วมือออกภายหลัง ยิ่งทำให้ความสงสัยพุ่งเป้ามาที่หญิงสาวมากขึ้น

ทางตำรวจคาดว่าผู้ตายที่ภรรยาให้การว่าไม่ค่อยสบายจึงหยุดอยู่บ้านได้ออกมาเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปโดยไม่เฉลียวใจ สภาพมึนงงจากฤทธิ์ยาแก้ปวดลดไข้ลดน้ำมูกที่เห็นวางอยู่ข้างเตียงทำให้ชายหนุ่มถูกแทงทางด้านหลัง ก่อนจะกระเสือกกระสนหนีตายเข้าไปจบชีวิตในห้องนอน จนรวีพรกลับมาพบ

~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~

“เป็นอะไรไปคะหน้าเครียดเชียว” รวีพรถามเมื่อเปิดประตูอพาตเมนท์ที่เธอเพิ่งย้ายมาได้สองเดือนให้ภาวิน..ชายหนุ่มที่กลายมาเป็นแขกประจำก้าวเข้ามา

“คุณดารณีนุชตายแล้ว!” ชายหนุ่มบอกเรียบๆ สีหน้าเหนื่อยอ่อน ดวงตาเคร่งเครียด

“ตายจริง! เธอเป็นอะไรไปคะ” หญิงสาวใบหน้าเผือดลง ถามอย่างตกใจ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาเขียวเข้ม ข้างๆชายหนุ่ม

“เธอใช้ยาเกินขนาดครับ เราตรวจพบสารเสพติดในเลือดของเธอ” ภาวินเสริมอีกว่า

“เมื่อค้นที่ห้องพัก ทางเรายังพบถุงมือเปื้อนเลือดที่พิสูจน์มาแล้วว่าเป็นเลือดกรุ๊ปเดียวกับสามีคุณด้วย” ถ้อยคำที่ได้ยินทำให้หญิงสาวเบิกตากว้าง ถามอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า

“ตำรวจเคยค้นห้องเธอไปรอบหนึ่งแล้วนี่คะ แต่ไม่พบหลักฐานอะไร” รวีพรจำได้ว่าชายหนุ่มเคยบอกเธออย่างนั้น

“ครับ ผมคิดว่าคราวนี้คนร้ายอาจจะเพิ่งย้ายมันออกมาจากที่ซ่อนเพื่อกำจัด ทำให้ตอนแรกเราค้นไม่เจอ”

เรื่องราวที่ได้ยินทำเอารวีพรสะท้อนใจ เพียงความผิดหวังเล็กๆน้อยๆในครอบครัวแค่นี้ ทำให้เธอต้องสูญเสียสามีอันเป็นที่รักเชียวหรือ แววตากลมโตสลดลง

“ถ้าอย่างนั้นคดีนี้ก็จบแค่นี้ซิคะ”

“ครับ ในเมื่อพบหลักฐานที่มัดตัวคุณดารณีนุชแบบนี้แล้ว ทางเราก็คงปิดสำนวนแค่นี้”

คำตอบที่ได้รับทำให้หญิงสาวระบายลมหายใจออกมาเบาๆอย่างโล่งอก ฝืนยิ้มกับนายตำรวจหนุ่ม

“ดีแล้วค่ะ พี่ภูจะได้นอนตาหลับซะที” รวีพรพูด ยิ้มอ่อนโยน

“ย้ายมาอยู่ที่ใหม่แล้วเป็นยังไงบ้างครับ” นายตำรวจหนุ่มรีบเปลี่ยนเรื่อง ด้วยไม่อยาก

ให้หญิงสาวเอ่ยถึงอดีตสามีมากนัก เขาอยากให้หญิงสาวลืมผู้ชายคนนั้นได้เสียที...

“ชอบมากเลยค่ะ อยู่ที่เก่ามันทำให้วีคิดถึงพี่ภูมากเกินไป มาอยู่ที่นี่แล้ววีสบายใจขึ้นทีเดียว” หญิงสาวยิ้มให้ภาวินเขินๆ ถึงในใจจะยังไม่ลืมอดีตสามีนัก แต่ความเสมอต้นเสมอปลายของชายหนุ่มค่อยๆละลายหัวใจอันด้านชาของเธอลง

“ดีแล้วครับ ถ้ายังไงวันนี้ออกไปดูหนังกันดีมั้ยครับ คุณวีจะได้ลืมเรื่องร้ายๆไปบ้าง” ภาวินฉวยโอกาสชวน

รวีพรยิ้มรับก่อนจะขอตัวไปเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว ทิ้งให้ชายหนุ่มนั่งรออยู่ลำพัง...

ภาวินนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตแล้วต้องยิ้มออกมา เขาเคยพบหญิงสาวคนนี้มาก่อนแล้ว แต่เธอคงจำเขาไม่ได้ เพียงพบกันครั้งแรกเขาก็รู้สึกหลงรักหล่อนทันที จนมารู้ทีหลังว่าหล่อนมีสามีแล้ว แถมเขายังพาเมียน้อยมาอยู่ร่วมบ้านด้วย ยิ่งรู้สึกสงสารเธอมากขึ้นจนต้องจัดการทำอะไรบางอย่าง

แค่ทำทีมาเคาะประตูบ้าน สามีของหล่อนก็ยอมเปิดประตูให้เขาเข้ามาแต่โดยดี ไม่ได้เฉลียวใจเลยว่าจะไม่ได้มีโอกาสลุกมาเปิดประตูต้อนรับใครอีกเป็นครั้งที่สอง...

จากนั้นก็จัดการมอมยาดารณีนุช และเอาถุงมือที่เขาเก็บไว้ไปทิ้งในห้องนั้น แค่นี้เจ้าหล่อนก็จะตกเป็นจำเลยในคดีนี้.... มุมปากยกขึ้น แววตาสีดำทอประกายสมใจ
.....
....
.....
คัท!

เสียงผู้กำกับสั่งดังทั่วกองถ่าย ชายร่างผอมสวมเสื้อยืดสีขาวธรรมดากับกางเกงยีนส์สีดำตรงรี่เข้าไปหานายตำรวจหนุ่มที่นั่งยิ้มหน้าเหี้ยมทันที

“นี่คุณ! ผมจ้างคุณมาเล่นบทฆาตกรใจโหด ทำหน้าให้มันเหี้ยมกว่านี้ได้มั้ย เล่นแข็งเป็นท่อนไม้แบบนี้ได้ยังไง เอาอย่างน้องดาวบ้างซิ เธอเล่นได้เนียนมาก ทั้งสีหน้าแววตาการสูญเสียสามี ถูกเมียน้อยจิกหัวใช้ แทบจะไม่ต้องเทคใหม่เลย ดูซิ.. เสียเวลาหมด ต้องมาถ่ายใหม่อีก” เสียงเอ็ดตะโรดังลั่น จนหญิงสาวเจ้าของบทรวีพรรีบเดินมาห้าม

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่พัท เราถ่ายใหม่อีกรอบก็ได้” ดาวรายยิ้มอ่อนๆ ในฐานะดาราเจ้าบทบาทที่เธอไต่เต้ามาจากตัวประกอบเล็กๆย่อมรู้สึกเห็นใจชายหนุ่มที่เป็นดาราหน้าใหม่อยู่บ้าง หญิงสาวซึ่งตอนนี้เป็นดาราโด่งดัง แต่ยังปฏิบัติตัวเช่นเดิม ทำงานเสมอต้นเสมอปลายมาตลอด ทำให้ผู้กำกับค่อนข้างรักและเกรงใจทีเดียว

“ดีนะ ที่น้องดาวขอไว้ เอ้า...ถ่ายใหม่” ว่าแล้วเจ้าตัวก็กลับไปนั่งที่เก้าอี้ผู้กำกับ ถ่ายฉากนายตำรวจหนุ่มมาเยี่ยมรวีพรอีกครั้ง

หลังจากถ่ายซ่อมเสร็จ หญิงสาวก็หมดคิว เธอจัดแจงถอยรถสปอร์ตสีดำรุ่นใหม่ล่าสุดออกจากอพาตเมนท์แห่งนั้น ตรงกลับคอนโดฯหรูย่านกลางเมืองทันที

เพียงไขกุญแจเข้าไปกลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นเน่าชวนคลื่นเหียนเหมือนจะโชยเข้ามากระทบโสตประสาท ดาวรายมองฝ่าความมืดเข้าไปในห้องกว้างขวางที่เธออาศัยอยู่ลำพังก็ไม่พบสิ่งผิดปรกติอะไร จึงเอื้อมมือเปิดสวิตช์ไฟข้างประตู เดินตรงไปวางกระเป๋าสะพายสีดำยี่ห้อดังที่โซฟาตัวหรูกลางห้อง อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปยังพื้นข้างโซฟาที่คล้ายจะเห็นรอยเลือดสีแดงกองใหญ่ผุดขึ้นมา จนเธอต้องสลัดศีรษะเบาๆ

เรื่องนั้นมันผ่านมาตั้งห้าปีแล้ว เลิกคิดถึงมันได้แล้ว หญิงสาวกำชับกับตัวเอง รอยยิ้มเหี้ยมๆปรากฏขึ้นที่ริมฝีปาก เมื่อคิดถึงอดีตสามีจอมเจ้าชู้ที่เอาแต่เกาะเธอกิน แต่ตอนนี้กลับนอนสงบเงียบอยู่ใต้แม่น้ำสายใหญ่ข้างคอนโดฯนี่เอง

* ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~

จบ




ปล. เรื่องสั้นพวกนี้เขียนไว้เกือบสิบปีแล้ว นำมาโพสต์ให้อ่านกันเล่นๆ ยังไม่ได้รีไรท์หรือเช็คคำผิด ดังนั้นหากผิดพลาดประการใดคงต้องขออภัยไว้ด้วยค่ะ




 

Create Date : 13 มีนาคม 2554
3 comments
Last Update : 13 มีนาคม 2554 14:28:31 น.
Counter : 712 Pageviews.

 

สนุกจังเลยค่ะ หักมุมตลอดเลยอ่ะค่ะ

 

โดย: นรพ.41รายงานตัวค่ะ IP: 202.28.182.5 17 มีนาคม 2554 20:09:17 น.  

 

ว้าว...เก่งจังค่ะ

 

โดย: appleface IP: 183.89.139.167 21 เมษายน 2554 19:52:15 น.  

 

OK ครับ

 

โดย: Kee kee IP: 182.232.52.82, 82.145.209.76 5 มิถุนายน 2554 20:07:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


อรพิม
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]






ผู้ที่กำลังชมบล็อก

ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด


ขอสงวนสิทธิ์ใดๆในการคัดลอก เผยแพร่ หรือดัดแปลงส่วนหนี่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความ เรื่องสั้น หรือนิยายที่โพสต์ในบล็อกแห่งนี้ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าผู้ใดละเมิดจะถูกดำเนินการตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด




Orapim Novel

Create your badge
New Comments
Friends' blogs
[Add อรพิม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.