นิยายรักหลากหลายแนว by ไตรติมา
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
Vampireไพรเวทย์ บทที่ 1 ![]() Vampireไพรเวทย์ บทที่ 1 ..........วัดต่างจังหวัดอย่างวัดดอนมีชุมชนคนแก่ชราอายุยืนอาศัยอยู่ร่วมกับลูกหลานเป็นอันมากถึงเวลาทุกชีวิตต้องลาโลกไปเป็นธรรมดาทางวัดจึงจัดงานศพบำเพ็ญกุศลได้ทุกวัน เจ้าภาพท่านใดพอมีทุนทรัพย์ในการจัดงานศพเอิกเกริกมีหนังมีลิเกหรือวงดนตรีมาเล่นนั่นทำให้ชีวิตกลางคืนของชาวบ้านต่างจังหวัดได้มีสีสันคึกคักสนุกสนานแทนที่ความมืดเปล่าเปลี่ยว ต่อเมื่อมหรสพจบลงหลังเที่ยงคืนทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้านลาดจอดรถของทางวัดโล่งไม่เหลือรถสักคันถนนข้างวัดมืดด้วยต้นไม้ใหญ่ใบหนาเช่นต้นหูกวางแม้มีไฟทางยังไม่ช่วยส่องสว่างสักเท่าใดบรรยากาศกลับไปวังเวงเปลี่ยวเปล่าดังเก่าก่อนเคยเป็นมา จะเหลียวแลหาผู้ใดไม่มีสักคนได้ยินเพียงเสียงจักจั่นเรไรร้องระงมผสมเสียงสุนัขที่อาศัยอยู่วัดส่งเสียงยาวเห่าหอนอย่างโหยหวนรับกันเป็นระยะซึ่งใครเขาว่ากันว่าถ้าสุนัขหอนแสดงว่ามันเห็นผี! ความมืดดำทะมึนสลับสุมทุมพุ่มไม้แวดล้อมรอบด้านชวนหลอนให้จิตหวาดระแวงนึกเหมือนเห็นมีเงาคล้ายคนตะคุ่มๆจ้องมองมา ชายหนุ่มผมสวยด้วยสีทองย้อมโกรกทรงซอยรากไทรผมหน้าม้าสลวยเงางามเป็นคนสุดท้ายที่เป็นเจ้าของรถกระบะคันเดียวที่เหลืออยู่ในลาดจอดรถมองไปรอบด้านอย่างหวาดหวั่นกับบรรยากาศชวนขนหัวลุกพื้นที่ด้านข้างลาดจอดรถถัดไปเล็กน้อยเป็นสถูปเจดีย์บรรจุกระดูกคนตายตั้งตระหง่านเรียงรายเป็นแถวเป็นแนวซึ่งไม่น่าก่อให้เกิดกลิ่นประหลาดคล้ายกลิ่นคาวเลือดสดอย่างในตลาดขายเนื้อหมูไก่แต่ชายหนุ่มได้กลิ่นเตะจมูกชัดเจนเพียงชั่วครู่หนึ่งกลิ่นนั้นกลับหายไปในฉับพลันอย่างไม่ทันรู้ที่มานั่นน่าแปลกให้สังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่อง!นึกแค่นั้นพลันขนลุกซู่หายใจไม่ทั่วท้องเกิดอาการปอดแหกสายตาลอกแล่กมองซ้ายมองขวาดูว่ามีใครอยู่ใกล้แถวนี้หรือไม่เผื่อจะได้พอเป็นเพื่อนบ้างขณะเดินมาถึงรถของตนจึงกดรีโมทปลดล็อคพลางมือเอื้อมจะเปิดประตูรถให้ต้องสะดุ้งตกใจที่จู่ๆ ถูกตบบ่า ข้าจะนอนค้างบ้านเพื่อนขอตัวว่ะ ไปดีมาดีโชคดีเพื่อน ขับรถระวังล่ะ เพื่อนสนิทที่มาด้วยกันนั่นเองกล่าวอำลาอย่างหน้าตาเฉยไม่รอช้าแล้วหันหลังกลับจะเดินหนีไปในความมืดนั้นตอนขามามาด้วยกันสองคนเพื่อร่วมงานสวดศพญาติเพื่อนเพิ่งเสียชีวิตแต่ขากลับจะต้องกลับคนเดียวมันให้ทำใจลำบากต้องขับรถลำพังในเส้นทางที่น่าหวั่นกลัว อ้าวเฮ้ย! กลับบ้านด้วยกันสิ เขาตะโกนลอยๆ ไล่หลังเพื่อนไปอยากให้เพื่อนกลับบ้านพร้อมกัน คนกรุงเทพฯ สมัยใหม่คงไม่รู้ว่าชาวบ้านสมัยก่อนเขาห้ามทักยามดึกดื่นไม่ว่าจะได้ยินได้เห็นหรือได้สัมผัสสิ่งแปลกประหลาดอันใดก็ตามเนื่องจากนั่นอาจเป็นของไม่ดีที่สายตามนุษย์ธรรมดาสามัญมองไม่เห็นแต่มันมีจริงจะทำอันตรายได้อย่างใหญ่หลวงหรือมีพิษภัยที่คาดไม่ถึงเช่นเดียวกับการชวนใครกลับบ้านด้วยกันในที่มืดเปลี่ยวโดยไม่ระบุชื่อเฉพาะเจาะจงย่อมเป็นภัยไม่รู้ว่าใครจะกลับมากับคุณด้วยซึ่งสิ่งนั้นคุณมองไม่เห็นด้วยดวงตาของมนุษย์ธรรมดา! ข้าเพิ่งเจอกิ๊กเก่าจะให้เอ็งค้างคืนด้วยก็ไม่ได้โทษที่เพื่อนเอ็งกลับกรุงเทพฯ ไปคนเดียวเหอะ เพื่อนจึงหันกลับหลังเดินมาพูดด้วยเสียงเบา ซวยแล้วเพื่อนเสือกทิ้งกันได้ลงคอ นี่มันเที่ยงคืนบรรยากาศแถวนี้โคตรน่ากลัวหวีดสยองว่ะข้าจะขับรถกลับคนเดียวไงไหววะ ปอดแหกไปได้ขับไปตามถนนข้างวัดไม่เกินกิโลก็ถึงถนนใหญ่จะกลัวอะไรวะใกล้แค่นี้ไม่ทันมีผีมาหลอกเอ็งหรอก เฮ้ยอย่าพูดถึงนั่น... ข้ากลัวอยู่ เสร็จจากการล่ำลาจึงจำใจกล้ำกลืนฝืนข่มความหวาดกลัวต้องขับรถออกมาตามถนนสายเปลี่ยวมืดครึ้มข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ทั้งที่หายใจหายคอไม่เต็มปอดใจแป้วฝ่อขอภาวนาในใจอย่าได้เจออะไรพิลึกพิลั่นอกสั่นขวัญหายเพราะอาจหัวใจวายตายได้โดยไม่ต้องเป็นโรคหัวใจมาก่อน ถนนคดเคี้ยวเลี้ยวมุมกำแพงวัดทำให้เร่งความเร็วสุดสปีดไม่ได้อย่างใจนึกอยากให้ถึงถนนในเร็วพลันขับรถมาได้ประเดี๋ยวเดียวจู่ๆ ได้ยินเสียงเหมือนของหนักขนาดใหญ่ตกใส่บนหลังคารถเสียงดังโครมครามทำให้ตกใจที่สุดต้องจอดรถกะทันหัน! อะไรวะ พลางบ่น กลัวก็กลัวไม่กล้าเปิดประตูรถลงไปดูในช่วงถนนทั้งมืดมากห่างจากเสาไฟฟ้าโขจึงนั่งลังเลอยู่ในรถชั่วครู่แล้วให้ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อมีเงาดำมืดเหมือนศีรษะคนห้อยหัวลงมาหน้ากระจกรถโดยไม่สามารถมองเห็นใบหน้าลักษณะไม่ใช่ผู้หญิงแน่เหมือนหัวโล้นไม่มีเส้นผมยาว เฮ้ย! นั่นอะไร เพียงแค่แวบเดียวที่เห็นเงานั้นกลับหดหายไป ชายหนุ่มถึงกับขวัญกระเจิงต้องปลุกพระอาจารย์พระห้อยคอพระผงตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายให้มาคุ้มครองด้วยการสวดมนต์ปากคอสั่นมือไม้สั่นไปหมดทั้งสวดผิดสวดถูกมั่วซั่วถึงตอนนี้สุดขีดความกลัวขึ้นมากระจุกตัวจับขั้วหัวใจ แกร๊กกกก.... เสียงเหมือนโลหะโดนครูดกรีดจากของแข็งบางอย่างที่มองไม่เห็น ชายหนุ่มให้สะดุ้งสุดตัวในใจหวาดกลัวจนบรรยายไม่ถูกเงยหน้าแหงนมองจ้องขึ้นไปบนหลังคาเห็นหลังคารถถูกเจาะค่อยทะลุแหวกออกโลหะแข็งแยกจากกันเป็นช่องโดยไม่ทราบว่าวัตถุใดทำให้แยกออกไปขนาดนั้นแต่แสดงว่ามันต้องแข็งแกร่งมีแรงกระทำมากขนาดเจาะโลหะให้ฉีกออกจากกันได้ อย่างกับฝันร้ายสยดสยองเมื่อเห็นช่องของหลังคาที่เปิดออกนั้นเหมือนมีเงามือสีดำมืดพุ่งลงมาในฉับพลันไม่ทันให้ได้หลบหนีแล้วรู้สึกลำคอของตัวเองโดนกรีดปาดให้เจ็บแปลบสุดชีวิตเลือดพุ่งกระจายแดงฉานท่ามกลางความมืดละอองน้ำเลือดมนุษย์กระเด็นเลอะเกาะกระจกหน้ารถเต็มไปด้วยเลือดทะลักออกมาอย่างไม่ขาดสาย...คือภาพสุดท้ายในชีวิตมนุษย์คนหนึ่ง! อ้ากกก... เสียงร้องดังลั่นโหยหวนที่ไม่มีใครได้ยินบนทางสายเปลี่ยวด้านหลังป่าช้าวัดดอนและสายลมได้โหมพัดเสียงสุดท้ายให้กระจายหายไปในอากาศแปรปรวนชายหนุ่มเสียชีวิตคาที่ไปเสียก่อนจะได้รับรู้ว่าในนาทีต่อมาหนังศีรษะจะถูกถลกออกผมสีทองสวยงามนั้นถูกกระชากดึงให้หลุดออกไปจากศีรษะของเขา อ่าาา... ได้มาเป็นของข้าแล้ว เสียงแหบเบาต่ำเกินขีดความสามารถทางโสตประสาทของมนุษย์จะได้ยิน ไม่มีใครล่วงรู้ว่าเจ้าของเสียงนั้นมันคืออะไร?
..........บ้านโองาว่าตึกเล็ก เป็นบ้านทรงไทยสองชั้นครึ่งบนไม้สักระเบียงลูกกรงแกะสลักครึ่งล่างตึกปูนสีขาวเป็นที่อยู่อาศัยของชายหนุ่มรูปหล่อสง่างาม ยูชิยะ ลูอิส สูงโปร่งด้วยส่วนสูง 178 เซนติเมตร ผิวขาวใบหน้าเล็กเรียวกว่าชายหนุ่มทั่วไปในกรอบรูปไข่ดวงตาสวยงามคู่นี้มีแววคมหวานซึ้งประดับด้วยขนตายาวงอนงามชนิดที่หญิงสาวอยากมีแพขนตางามเช่นชายหนุ่มอย่างเขาจมูกใหญ่และโด่งกำลังสวยริมฝีปากบางค่อนข้างกว้างหากแต่ได้รูปงามปลายคางแหลมดูโดยรวมใบหน้านั้นหล่อสะอาดสะอ้านมีเสน่ห์ชวนมองยิ่งยามแย้มยิ้มจะได้เห็นเขี้ยวเสน่ห์ข้างซ้ายสะกดสายตาพาให้ใครต้องหลงเผลอเหม่อจ้องมองเขาแค่เคยเป็นมนุษย์เมื่อนานมาแล้วแต่ไม่ใช่ปัจจุบันนี้ที่ไม่ใช่มนุษย์! กลางดึกมักเป็นเวลาเหมาะมากสำหรับการออกไปท่องราตรีได้กลิ่นอายไม่ดีลอยมาจากที่ไม่ห่างไกลละแวกบ้านใกล้วัดดอนแม้ไม่รู้ว่าเป็นกลิ่นของอะไรแต่สิ่งนั้นมีอันตรายร้ายแรงแฝงอยู่ปะปนกลิ่นคาวเลือดสดของมนุษย์ ยูชิยะตามกลิ่นอายนั้นไปถึงหลังป่าช้าวัดดอนเห็นรถยนต์คันหนึ่งจอดกีดขวางถนนร้างสัญจรในเวลาจวนตีหนึ่งรู้ว่าคนขับรถเพิ่งตายได้สักครู่กลิ่นคาวเลือดสดหอมหวานยั่วยวนให้ใคร่กระหายดื่มกินแต่ยังไม่ทันได้ทำอย่างใจหมายกลับได้ยินเสียงสรรเสริญเยอยอในความหล่อของตัวเขาให้ได้ปลื้มใจเสียก่อน โอ้... ท่านช่างเป็นหนุ่มรูปงามเหลือเกิน เสียงแหบเบาต่ำที่ยูชิยะได้ยินแม้รู้โดยสัญชาตญาณว่านั่นไม่ใช่เสียงมนุษย์ยังทำให้เขาเผลอยิ้มยอมรับจนเผยเขี้ยวเสน่ห์ ฟันของท่านช่างเงางามมีเสน่ห์ยิ่งนักข้าอยากได้... ยูชิยะหันไปมองตามแหล่งที่มาของเสียงนั่นทำให้ช็อก! เงาสีดำคล้ายคนมีผมสีทองสลวยรูปร่างราวแท่งรูปปั้นสีดำไม่มีใบหน้าไม่มีชุดเสื้อผ้า...นั่นไม่ใช่มนุษย์แน่! |
สมาชิกหมายเลข 2795671
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]![]() นามปากกา... ไตรติมา เขียนนิยายหลากหลายแนว รักหญิงชาย วาย Yaoi LGBTQ ผี แฟนตาซี Sci-fi ดราม่า คอมเมดี้ ฯลฯ
Group Blog Friends Blog Link
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||



ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [
