@ดูงิ้วเถิดชื่นใจ@
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2553
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
22 สิงหาคม 2553
 
All Blogs
 
เวทีงิ้ว 戏曲舞台

“เวที” เป็นสถานที่ไว้สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการแสดง
“งิ้ว” เป็นการแสดงอันสะท้อนถึงการใช้ชีวิตโดยนำแสดงในรูปของศิลปะ
ทุกบททุกตอนจะต้องแสดงให้ผู้ชมเข้าใจได้ด้วยการแสดงบนเวที
จึงจำเป็นจะต้องมีการใช้เวทีให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อแสดงออกถึงเวลาและสถานที่ี่
การแสดงจึงจะมีสีสันและมีชีวิตชีวา เพราะนำมาซึ่งความเข้าใจที่คนดูมีต่อเนื้อเรื่อง



ก่อนสมัยราชวงศ์ถัง งิ้วส่วนมากจะแสดงตามลานหรือท้องตลาด
ตามชนบท การแสดงงิ้วจัดเป็นบรรณาการประเภทหนึ่งที่ถวายต่อเทพหรือเซียน
เวทีงิ้วจึงมักจะอยู่ที่ศาลเจ้าหรือวัด ที่เรารู้จักกันในนามว่า งานวัดหรืองานศาลเจ้า
หากเป็นหมู่บ้านที่ติดริมน้ำ อาจมีการสร้างขึ้นกลางน้ำ เรียกว่า เวทีน้ำ
ส่วนตามเมืองใหญ่ มักจะมีโรงน้ำชาหรือสวนน้ำชาปรากฎให้เห็น
ทำให้เวลาในการเปิดการแสดงสามารถทำได้ตลอดเวลาหรือบ่อยครั้ง
ปัจจัยนี้เองทำให้เกิด “แฟนงิ้ว” หรือ “ขาประจำ” ขึ้น
นักแสดงจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อดึงดูดผู้ชมเหล่านี้
โดยปกติจะเก็บเพียงค่าน้ำชา ไม่เก็บค่าเข้าชม
เวทีในสมัยก่อนจะไม่มีผ้าม่านปิด ตัวเวทียื่นออก ผู้ชมสามารถชมได้จากทั้ง 3 ด้าน



การแสดงงิ้วตามรูปแบบดั้งเดิม จะไม่มีฉากหลังใดๆมากมาย มีเพียงม่านเรียบๆ
บนเวทีประกอบไปด้วยโต๊ะ 1 ตัว เก้าีอี้ 2 ตัว
ฉากตามเนื้อเรื่องจะเปลี่ยนไปตามบทบาทและการแสดงของตัวละคร



บรรดานักดนตรีก็จะอยู่บนเวที และจะมีพนักงานแต่งชุดสุภาพค่อยออกมาจัดฉาก
เวทีในปัจจุบันได้มีการนำวงดนตรีย้ายไปตั้งทางด้านข้างหลังม่าน
นักแสดงก็จะออกมาจากหลังม่านเช่นกัน



เวทีในการแสดงงิ้วไม่ต้องอาศัยฉากหลังใดๆ เพราะสิ่งที่จำเป็นคือ “จินตนาการ”
อาศัยการสมมติเข้าออกในฉากเป็นการเปลี่ยนสถานที่
นักแสดงต้องใช้จินตนาการในการแสดงบนเวทีให้คนดูเข้าใจ
ผู้ชมก็ต้องใช้จินตนาการในการชมเพื่อทำความเข้าใจในการแสดง
เวทีงิ้วจึงเป็นเหมือน “สื่อกลาง” ระหว่างนักแสดงและผู้ชม
ใ้ห้มีปฏิสัมพันธ์กันโดยผ่านทางการแสดงและจินตนาการของทั้งสองฝ่าย



ในปัจจุบันเนื่องจากเทคโนโลยีของสื่อต่างๆมีมากขึ้น
ทำให้ความนิยมในการชมงิ้วลดน้อยลง การแสดงงิ้วจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนา
จึงมีการสร้างฉากหลังให้สวยงาม วาดภาพต่างๆให้เข้ากับเนื้อเรื่อง เฉกเช่น ละครเวที
เพื่อเพิ่มความเข้าใจให้ดูง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ลดจินตนาของคนดูไปโดยไม่รู้ตัว



รูปแบบเวทีงิ้วที่แปลงจากเดิมให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น









การแสดงงิ้ว จำเป็นต้องสมบทบาทตั้งแต่เริ่มเดินออกจากหลังม่าน
นักแสดงต้องมีความสามารถที่จะแสดงออกถึงบทบาทและสถานะของตัวละครนั้นๆ
เพื่อเพิ่มบรรยากาศและเติมเต็มจินตนาการผู้ชมให้เห็นฉากหลังว่่ากำลังเกิดเหตุการณ์ใด



บททหารหรือนางกำนัล โดยปกติออกมาเป็นชุดๆละ 4 คน
โดยทั่วไปคนอาจเข้าใจว่าการเป็นตัวประกอบก็แค่วิ่งไปมาบนเวที
แต่ในความเป็นจริง ตัวประกอบถือเป็นองค์ประกอบสำคัญยิ่งบนเวที
เพราะหากไม่มีตัวประกอบเหล่านี้ ก็จะไม่สามารถแสดงถึงความสถานภาพตัวละครหลัก
ฮ่องเต้ ฮองเฮา หรือแม่ทัพนายกองจะไม่สมบูรณ์ หากขาดพวกเขา
คนที่แสดงเป็นตัวประกอบหรือ “ลิ่วล้อ” ที่เราเรียกกันจะต้องรู้คิวและหลักในการแสดง
จากต้องวิ่งออกทางใด วิ่งในรูปแบบใด เมื่อใดต้องร้อง เมื่อใดต้องพูด
การวิ่งการเดินมีเร็วมีช้า และต้องไม่มั่วซั่ว อีกทั้งต้องสง่าผ่าเผยด้วย



การแสดงงิ้วจะมีอุปกรณ์ประกอบในการแสดง โดยใช้เป็นสัญลักษณ์ต่างๆแทน เช่น
แส้ม้าที่เห็นในการแสดงบนเวทีงิ้วปัจจุบัน เป็นการแสดงถึงการขี่ม้า
โดยแส้ม้านี้ ในการแสดงสมัยราชวงศ์หยวน จะใช้ม้าไม้ไผ่
ต่อมามีการพัฒนาการแสดงท่าทางในการขี่ม้ามากขึ้นและสวยงามขึ้น
นักแสดงค้นพบว่าม้าไม้ไผ่เป็นอุปสรรคต่อท่าทางต่างๆเหล่านั้น
จึงใช้เพียง “แส้ม้า” เป็นการสื่อเป็นนัยว่ากำลังขี่ม้าแทน



ไม้พาย สื่อถึงการเดินทางทางน้ำ โดยผ่านการแสดงท่าทางสมมติ
ประหนึ่งว่ากำลังโดยสารเรือและเจอคลื่นเจอลมต่างๆ



ขื่อคา หมายถึง นักโทษที่ถูกคุมตัว



รูปกำแพงเมืองที่ทำจากผ้าหมายถึง เมืองหนึ่งเมือง



เก้าอี้หนึ่งตัวย้ายมาวางกลางเวทีก็สามารถเป็น ประตูกระท่อม



เครื่องเขียนต่างๆมีรูปลักษณ์เหมือนของจริง แต่ใช้งานจริงไม่ได้
พู่กันไม่สามารถเขียน จดหมายไร้ตัวหนังสือ เมื่ออยู่ในมือนักแสดงก็เสมือนเป็นของจริง



อุปกรณ์ในการแสดงงิ้ว ไม่ได้ต้องการทำให้เหมือนของจริงทุกกระเบียดนิ้ว
แต่ต้องทำให้ดูเกินความจริง เพื่อผลในการแสดง เช่น
อุปกรณ์เครื่องเขียนต้องให้ใหญ่กว่าของจริง
ในขณะที่สัมภาระทำให้ดูเล็กกว่าของจริง



นอกเหนือจากสถานที่ที่แสดงออกผ่านอุปกรณ์และการแสดงบนเวทีแล้ว
ในเรื่องของ “เวลา” ก็ยังสามารถแสดงออกได้โดยไม่ต้องอาศัยเปิด-ปิดไฟ เช่น
การขี่ม้าก็สามารถแสดงออกว่าขี่ข้ามเขาลูกแล้วลูกเล่า เช้าค่ำไม่ต้องอาศัยไฟช่วย
เพียงแค่นักแสดงทำท่าถือโคมหรือเทียน ก็แสดงถึงเวลากลางคืน
นักแสดงเดินวนหลายรอบ แสดงถึงเวลาและระยะที่เดินทางว่าไกลจากสถานที่ที่จากมา




Create Date : 22 สิงหาคม 2553
Last Update : 22 สิงหาคม 2553 19:11:07 น. 0 comments
Counter : 5336 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

อุปรากรจีน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




@ยินดีต้อนรับทุกท่านที่สนใจอุปรากรจีนครับ@

"บทความทุกชิ้นทั้งในกระทู้และblogนี้
ข้าพเจ้าขอสงวนสิทธิ์ในการคัดลอก
หากต้องการจะนำไปใช้ในกิจการใดๆ
รบกวนให้เกียรติลงชื่อ/Creditผู้เขียน
หรือจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าก็จะดีมาก
มิเช่นนั้นจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย"

Credit: ดนุพล ศิริตรานนท์

สามารถชมคลิปสารคดีงิ้วและงิ้วเรื่องต่างๆได้ที่
https://www.facebook.com/jingju.thai
http://www.youtube.com/user/MrOperahouse

ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับสิ่งตัวเองที่รักนะครับ
Friends' blogs
[Add อุปรากรจีน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.