lozocat
  
   
ความฝันมันก็คือความฝัน แม้จะสวยงามเท่าไหร่ สุดท้ายมันก็ไม่ใช่ความจริง
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
16 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 
เบื้องลึกของจิตใจคนช่างฝัน





Backgrounds From FreeGlitters.Com



วินเซนต์

...ค่ำคืนที่มีดวงดาวพราวฟ้า
ละเลงสีน้ำเงินและสีเทาลงบนจานสี
พลางทอดสายตาผ่านวันแห่งคิมหันตฤดู
ด้วยดวงตาที่บ่งบอกถึงวิญญาณอันหม่นหมองและสิ้นหวัง

เงาทาบอยู่บนโนนเนินเขา
ร่างเส้นหมู่ไม้และดอกแดฟโฟดิล
ไขว่คว้าเอาสายลมและความเย็นเยียบของเหมันต์
มาแต่งแต้มสีสันบนแผ่นดินที่เต็มไปด้วยหิมะราวกับปูด้วยผ้าขาว


บัดนี้ฉันเข้าใจแล้วว่า คุณพยายามจะพูดอะไรกับฉัน
และคุณรู้สึกทุกข์ทรมานมากเพียงใดกับการควบคุมจิตใจอันว้าวุ่นสับสน
คุณพยายามจะปลดปล่อยความรู้สึกเหล่านั้นออกมาให้เป็นอิสระ
พวกเขาไม่ได้ฟังเลย
พวกเขาไม่รู้ว่าจะรู้ได้อย่างไร
บางที..ตอนนี้พวกเขาจะรับฟังบ้างแล้ว

.....ค่ำคืนที่มีดวงดาวพราวฟ้า......
ดอกไม้สีจัดกระจ่างราวกับเปลวไฟที่ลุกโชน
เมฆที่ม้วนตัวหมุนเป็นวงอยู่ในม่านหมอกสีม่วง
ภาพเหล่านี้สะท้อนอยู่ในดวงตาสีฟ้าลายครามของวินเซ็นต์

สีสันต่างๆค่อยๆเปลี่ยนไปทีละนิดๆ
อรุณรุ่งฉายให้เห็นทุ่งข้าวสีอำพัน
ใบหน้าของผู้คนที่มีริ้วรอยแห่งความทุกข์ยากตรากตรำเพราะกรำแดดกร้านลม
กลับดูงดงามขึ้นด้วยฝีมือของจิตรกรผู้หลงใหลในการวาดภาพ

ถึงพวกเขาไม่อาจรักคุณ
แต่ ความรักที่แท้จริงของคุณนั้นยังคงอยู่
และแม้ว่าไม่มีความหวังใดๆหลงเหลืออยู่เลยก็ตาม

...โอ้...ค่ำคืนที่มีดวงดาวพราวฟ้า.....
คุณได้ทำลายชีวิต.......ดังเช่นคู่รักที่ผิดหวังในความรัก
แต่ฉันน่าจะได้บอกคุณ...วินเซ็นต์
ว่าโลกนี้ไม่ใช่โลกสำหรับคนที่มีจิตใจงดงามอย่างคุณ

....ค่ำคืนที่มี ดวงดาวพราวฟ้า....
ภาพคนเหมือนหลายภาพแขวนอยู่ในห้องโถงอันว่างเปล่า
ภาพใบหน้าคนไม่ได้ใส่กรอบติดไว้ตามผนัง ไม่ปรากฏชื่อ
สายตาของพวกเขามองโลกอย่างไม่มีวันลืม
เหมือนเช่นผู้คนแปลกหน้าที่คุณเคยได้พบ
คนยากจนมากมายสวมใส่เสื้อผ้าขาดวิ่น
ดุจดังกุหลาบสีแดงเลือดแม้จะมีหนามแหลมคม
ก็ยังถูกขยี้แหลกลาญอยู่บนลานหิมะขาวบริสุทธิ์

...บัดนี้ฉันคิดว่า..ฉันได้ตระหนักแล้ว...
ว่าคุณพยายามบอกอะไรแก่ฉัน
ว่าคุณทุกข์ทรมานเพียงใดกับการควบคุมจิตใจที่ว้าวุ่น สับสน
คุณพยายามจะปลดปล่อยความรู้สึกเหล่านั้นออกมาอย่างอิสระ
พวกเขาไม่ฟังเลย
พวกเขายังคงไม่รับฟัง
บางที....พวกเขาจะไม่...ตลอดไป

VINCENT
Don Mclean

Starry starry night,
Paint your palette blue and grey,
Look out on a summer’s day,
With eyes that know the darkness in my soul.

Shadows on the hills,
Sketch the tree and the daffodils,
Catch the breeze and the winter chills
In colors on the snowy linen land.

Now I understand
What you try to say to me,
And how you suffered from you sanity,
And how you try to set them free.
They would not listen,
They did not know how
Perhaps they’ll listen now.

Starry , starry night,
Flaming flowers that brightly blaze,
Swirling clouds in violet haze
Reflect in Vincent’s eyes of china blue
Colors changing hue,
Morning fields of amber grain,
Weathered faces lined in pain,
Are soothed beneath
The artist’s loving hand

For they could not love you,
But still your love was true,
And when no hope was left in sight
Oh that starry, starry night
You took your life as lovers often do,
But I could have told you, Vincent,
This world was never meant
For one as beautiful as you.

Starry , starry night,
Portraits hung in empty halls,
Frameless heads on nameless wall,
With eyes that watch the world
And can’t forget.
Like the strangers that you’ve met.
The ragged men in ragged clothes,
The silver thorn of bloody rose,
Lie crushed and broken on the virgin snow.

Now I think I know ,
What you try to say to me,
That how you suffered from your sanity,
That how you try to set them free,
They would not listen,
They’re not listening still,
Perhaps they never will...


---หมายเหตุ---

ภาพนี้ชื่อ THE STARRY NIGHT , 1889 วาดโดย VINCENT VANGOGH จิตรกรเอกชาวฮอลแลนด์ วาดที่เมือง Saint-Rémy ประเทศฝรั่งเศส

ตอนที่เขาวาดภาพนี้ เขามีปัญหาทางด้านจิตใจ มีเรื่องราวเล่าว่า

โกแกงมาหาวินเซ็นต์ที่ปารีสเมื่อ ตุลาคม ค.ศ. 1888 วินเซนต์กระตือรือร้นพาโกแกงไปเที่ยวกลางคืน ไปดื่มและเที่ยวผู้หญิง รวมทั้งพาไปดูสถานที่ต่างๆเช่น ร้านกาแฟโต้รุ่ง บางทีก็ไปเขียนภาพด้วยกัน

วินเซ็นต์เขียนภาพตั้งแต่ตีสี่ จนถึงเวลาค่ำคืน ที่ความมืดได้ลบภาพต่างๆไปจากเขา ในวันหนึ่งๆเขาเขียนภาพได้ราว สองสามรูป เขาเขียนภาพตลอดทุกวัน และทะเลาะกับโกแกงในตอนกลางคืน ไม่ค่อยได้หลับได้นอน กินอาหารเพียงนิดเดียว

ในเช้าวันคริสมาสต์ โกแกงก็เตรียมตัวเก็บข้าวของจะจากไปในเย็นวันนั้นเอง แต่เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของวินเซ็นต์วิ่งตามหลังมา พอหันกลับไปก็แลเห็นวินเซ็นต์ถือมีดโกนอยู่ โกแกงจ้องหน้าวินเซ็นต์ วินเซ็นต์จึงหันกลับเข้าไปในห้อง แล้วตัดหูข้างหนึ่งของตัวเองออก ห่อไว้ในผ้าเช็ดหน้า วิ่งเอาไปให้ราเชล โสเภณีที่เขาชอบไปหาอยู่เสมอ แล้วก็กลับบ้านไปนอน

เช้าวันรุ่งขึ้น โกแกงซึ่งไปพักอยู่ที่โรงแรม เห็นฝูงชนมามุงกันอยู่ที่หน้าบ้านวินเซ็นต์ ตำรวจมาพบวินเซ็นต์นอนหมดสติอยู่ท่ามกลางผ้าเช็ดตัวเปื้อนเลือด เขาถูกพาไปโรงพยาบาล เขาเรียกหาโกแกง แต่โกแกงก็หายตัวไปเสียแล้ว

วินเซ็นต์เพ้อคลั่ง หมดสติไปสามวัน แต่คุณหมอก็ช่วยดูแลเขาจนหายเป็นปกติ เขาก็กลับมาเขียนภาพเหมือนเดิม โดยมีผ้าพันแผลพันไว้ตรงหู
ต่อมาวินเซ็นต์ก็เกิดอาการคลุ้มคลั่งอีก จนต้องไปอยู่ในโรงพยาบาลบ้า ที่เซ็นต์เรมี โดย เธโอ น้องชายเป็นคนส่งเงินค่ารักษามาให้ แต่เขาก็ได้รับอนุญาตให้วาดภาพต่อไปได้

และภาพที่เขาวาดในช่วงนี้ คือภาพนี่ THE STARRY NIGHT

" แม้ในภาวะที่ วินเซ็นต์ แวนโก๊ะ สับสนและทุกข์ทรมานจากโรคร้าย แต่เขาก็ยังเค้นอัจฉริยะภาพของเขาออกมาเป็นผลงานอันอมตะ ให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม ภาพนี้ตรึงตราตรึงใจเราด้วยก้อนเมฆที่ม้วนขดเป็นวง ดวงดาว ดวงจันทร์อันสุกสว่าง และต้นไซเปรสที่มีรูปทรงเหมือนเปลวไฟ "

วันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ.1890 เขายิงตัวเองด้วยปืนสั้น ขณะที่อยู่ในทุ่งนา และสองวันต่อมาเขาก็เสียชีวิต

( ข้อมูลเรื่องราวของแวนโก๊ะจาก หนังสือ ฟินเซนต์ ฟานก๊อกฮ์ เจิดจ้าเริงแรงแห่งสีสัน กิติมา อมรทัต เรียบเรียง)

เพลงนี้ผู้แต่ง คือ Don Mclean แต่งในปี ค.ศ. 1971 ซึ่งขณะนั้นเขามีอายุ 35 ปี เขาแต่งเนื้อร้องตอนหนึ่งว่า

Oh that starry, starry night
You took your life as lovers often do,
But I could have told you, Vincent,
This world was never meant
For one as beautiful as you.

...โอ้..ค่ำคืนที่มีดวงดาวพราวฟ้า.....
คุณได้ทำลายชีวิต.......ดังเช่นคู่รักที่ผิดหวังในความรัก
แต่ฉันน่าจะได้บอกคุณ...วินเซ็นต์
ว่าโลกนี้ไม่ใช่โลกสำหรับคนที่มีจิตใจงดงามอย่างคุณ

ความรู้สึกที่มีต่อภาพนี้


ฉันได้เห็นและชอบภาพนี้มานานหลายปีแล้วตั้งแต่ปีหนึ่งได้มั้ง โดยส่วนตัวก็มิได้ชื่นชอบหรือสนใจในภาพศิลปะเป็นพิเศษแต่ภาพนี้ไม่รู้เพราะอะไรทำให้ชอบที่จะมองโดยไม่เบื่อเลยทีเดียว ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นผลงานของใคร ถ้าจะบอกว่าเห็นภาพนี้ครั้งแรกที่ไหนหลายคนอาจจะหัวเราะ ฉันเห็นภาพนี้ครั้งแรกในร้าน KFC แถวบ้านที่ต่างจังหวัดความรู้สึกในครั้งแรกที่เห็นนั้นมันบรรยายไม่ถูก รู้เพียงว่ามันดูลึกลับ น่าสงสัย และชวนจิตนาการถึงบรรยากาศในภาพ และเมื่อมองบางมุมอาจดูมืดครึ่มวังเวงแต่ในความมืดครึ่มวังเวงนั้นสิ่งที่ทำให้ภาพมีชีวิตชีวาและตรงข้ามกับท้องฟ้ามืดมิด กลับเป็นดวงดาว ดวงจันทร์อันสุกสว่าง และต้นไซเปรสที่รูปทรงเหมือนไฟ และอาจเป็นเพราะฉันชอบที่จะอยู่คนเดียว ทำอะไรที่ชอบคนเดียวมีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูง ภาพนี้จังดูเหมือนฉันได้อยู่ในที่ของตัวองโดยที่ไม่มีใครเข้ามารบกวนฉันได้
หลายๆคนที่รู้จักฉันคงจะมองว่าฉันเป็นคนร่าเริงแจ่มใสไม่มีเรื่องทุกข์ร้อนอะไรแต่จะมีซักกี่คนที่จะรู้ว่าในใจจริงของฉันนั้นเป็นอย่างไร ต้องเจ็บซักแค่ไหนต้องเจอเรื่องร้ายแรงอะไรมาบ้างแต่ฉันไม่โทษใครและไม่ได้หวังให้ใครมาเข้าใจทุกคนหรอกนะ ขอเพียงแค่ใครซักคนที่เข้าใจและเป็นกำลังใจให้ในยามทุกข์ไม่ต้องช่วยเหลืออะไรเลยแค่เพียงนั่งเงียบๆอยู่เคียงข้างในวันที่มีปัญหาแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว



Create Date : 16 ตุลาคม 2550
Last Update : 16 มีนาคม 2551 18:18:24 น. 3 comments
Counter : 1285 Pageviews.

 
เรื่อง นี้ น่าจดจำ และ คลาสสิคมากๆคับ...เอามาสอนตัวเองได้ด้วยละ


โดย: ลิงจ๊ากจ๊าก วันที่: 16 ตุลาคม 2550 เวลา:3:23:47 น.  

 
อ่านไป งง ไป

แต่เรื่องภาพนี้ก็อ่านแล้ว ขอบใจมากนะที่มีเกร้ดความรู้มาเล่าให้ฟัง

แต่ก่อนเราก็ชอบรูปนี้ เหมือนการ์ตูนดี ตอนนี้เราชอบรูปของ tim burton มาก เป็นแรงบันดาลใจเลย (ความจริงชอบมานานแล้ว)


โดย: Ninniko วันที่: 16 ตุลาคม 2550 เวลา:14:53:38 น.  

 
จาค่อยให้กำลังใจตลอกไปนะ


โดย: TABo IP: 58.8.203.168 วันที่: 4 กันยายน 2553 เวลา:18:08:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คุณครูผักกาด สีม่วง
Location :
Tianjin China

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นักเรียนทุนครูภาษาจีนรุ่นที่ 3
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ


( º°”˜`°º×lmägïnëwïng׺°˜`”°º )


ผู้มีพระคุณ รักกันจริง
Friends' blogs
[Add คุณครูผักกาด สีม่วง's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.