ชีวิตบอบบาง

ชีวิตบอบบาง
โดย “หนอนอ้วนกลม”
เช้าวันอาทิตย์นั้น เป็นวันที่ฉันยังจำได้ไม่ลืม แปลกมากที่ฉันนึกอยากอ่านหนังสือพิมพ์แต่เช้า จึงเดินออกไปซื้อที่หน้าปากซอยทางเข้าบ้านตั้งแต่ 7 โมงเช้า ที่หน้าร้านหนังสือมีเครื่องกดเอทีเอ็ม ผุ้คน 2-3 คนยืนมุงดูตระกร้าพลาสติกสีขาวมีร่างเด็กแรกเกิดนอนอยู่ข้างในปิดด้วยผ้าขนหนูสีเขียวเข้ม หญิงลักษณะแม่บ้านคนหนึ่งเปิดผ้าขนหนูนั้นแล้วพูดกับฉันว่าเด็กยังไม่ได้ตัดสายสะดือเลย ฉันบอกว่าแม่เค้าอาจลืมลูกไว้แล้วเดี๋ยวคงกลับมาเอา ชายหนุ่มใส่ชุดฟอร์มโรงงานบอกว่าผมรอดูมาตั้งชั่วโมงแล้วยังไม่เห็นมีใครกลับมาเอาเลย และเขาได้ทำหน้าที่พลเมืองดีโดยการโทรแจ้งตำรวจมานำเด็กไป ฉันเดินเพลียๆ หมดความอยากอาหารเช้า ใจหวนคิดไปถึงชะตากรรมของเด็กคนนี้ เขาจะพบอะไรบ้างในเมื่อแค่ลืมตาดูโลกแค่วันเดียวก็ถูกทอดทิ้งเสียแล้ว วันอาทิตย์นั้นน่าจะเป็นวันนัด”ทิ้งเด็ก” เพราะเมื่อฉันดูข่าวทีวีมีเด็กถูกทิ้งในวันนั้นถึง 3 ราย
รายหนึ่งมีขวดนมวางไว้ข้างๆ 3 ขวด บางรายตามตัวมีแผล ถูกแมลงกัด ส่วนรายที่ฉันเห็นเข้าใจว่าถูกทิ้งไม่นานนักจึงมีผู้มาพบเห็นเพราะสถานที่เป็นย่านชุมนุมชน
ข่าวเรื่องเด็กถูกทิ้งเป็นข่าวประจำที่พบบ่อยในหน้าหนังสือพิมพ์ ผู้คนได้ทราบข่าวก็ได้แต่สันนิษฐานสาเหตุกันไปต่างๆนานา บ้างว่าแม่ใจแตกคลอดแล้วไม่มีปัญญาเลี้ยงลูกบ้างล่ะ
เด็กเที่ยวกลางคืนปล่อยตัวจนท้องบ้างล่ะ จะอย่างไรก็ตามสิ่งที่สะท้อนคือความฟอนเฟะของสังคมบ้านเรา ทั้งเรื่อง การปล่อยปละละเลยในการควบคุมอบายมุข ปัญหาเยาวชนและอื่นๆอีกมากมาย
ข่าวเรื่องเด็กน้อย”นางหงส์ และนางรำ” เป็นข่าวชีวิตที่บอบบางอีกแง่มุมหนึ่งของสังคมไทย จากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เล่าถึงกำเนิดของเด็กหญิงฝาแฝดคู่นี้ว่า
มารดาเป็นหญิงสาวเร่ร่อนอายุ 26 ปี อาศัยฟุตบาธที่ซอยนานา สุขุมวิทกทม.เป็นที่พำนัก ด้วยความที่เธอมีสติไม่ค่อยจะสมบูรณ์นัก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงฯจึงนำเธอไปอยู่ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เมื่อเธอคลอดแพทย์จำต้องแยกเด็กไปจากแม่ เพราะตรวจพบว่าเธอมีอาการทางจิตเภท และปัญญาอ่อนในระดับปานกลาง ส่วนเด็กอยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์เด็กอ่อน ปากเกร็ด ภาพถ่ายเด็กทั้งคู่น่ารักน่าเอ็นดู ผิวขาวใส
ผมสีน้ำตาลทอง จมูกโด่ง นัยน์ตาสีน้ำตาล และ”ทำไมเหมือนฝรั่งจังเลย” ตามคำพูดประโยคแรกของนักข่าวที่ไปเยี่ยม
หน้าตาผิวพรรณของเด็กสะท้อนชะตากรรมของผู้เป็นแม่โดยไม่ต้องอธิบายมากนัก แต่แม่ก็บอกว่า”ไม่อยากทิ้งลูก ถึงแม้เขาจะเป็นเด็กผู้หญิง เขาน่ารักดี ทิ้งเขาไม่ลงหรอก”เป็นคำพูดของเธอหลังคลอดแม้ว่าก่อนคลอดเธอมีความตั้งใจจะให้เด็กอยู่ที่สถานสงเคราะห์ เพราะเกรงว่าจะ
พบกับประสบการณ์เลวร้ายเช่นเธอ
น่าคิดเปรียบเทียบว่าระหว่างเด็กน้อยฝาแฝดซึ่งมีแม่เป็นสาวที่มีสติไม่ค่อยสมบูรณ์ กับเด็กน้อยที่ถูกทิ้งใต้ตู้เอทีเอ็ม ฝ่ายไหนมีแม่ที่รักลูกมากกว่ากัน บางคนอาจจะเถียงว่าปัญหาส่วนตัวของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะไม่มีทางออกจริงๆก็ได้ แต่การถูกทิ้งข้างถนน
บ้าง กองขยะบ้าง นั่นคือทางออกที่มีเจตนาอย่างไร สลดใจจนไม่อยากจะคิดต่อเลย
วันหนึ่งได้ดูรายการทีวีรายการหนึ่งที่นำเด็กกำพร้าจากศิริราชพยาบาลมาสัมภาษณ์ตอนหนึ่งของการสัมภาษณ์เด็กเล่าว่าเวลามีคนมาถามว่าแม่อยู่ไหน แกบอกว่าแม่แกเป็นกล่องกระดาษ




Create Date : 17 มกราคม 2549
Last Update : 17 มกราคม 2549 22:10:14 น. 0 comments
Counter : 381 Pageviews.

อึ่งปากขวด
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
 
มกราคม 2549
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
17 มกราคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add อึ่งปากขวด's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.