+-+ OncE UPoN'-'a MaN +-+ รักนะ.. คนอ่าน เข้ามาดู.. โดนใจ ออกไป.. อย่าลืมกัน
Summary for Best of the Year 2012 ..Please CLICK!!
สวัสดี สงกรานต์ ... 3 เดือนที่ห่างหาย 3 เรื่องที่อัดอั้นตันปาก : Admission / งานหนังสือ / แสงศตวรรษ

สวัสดีสงกรานต์ ครับ...เพื่อนๆพี่ๆ ชาว "บล็อคแก๊งค์" ที่น่ารักทุกคน

ห่างหายจากหน้าบล็อกนี้ ไปนานตั้ง 3 เดือน แม้จะไม่หายตัวไปเลย เนื่องจากความอดใจไม่เป็น (ยังคงตามหลอกหลอนในพันทิพ และมีแย็บๆในบล็อกแก็งค์ไปเรื่อย) แต่ก็คิดถึ้งคิดถึง อยากจะ เปิดประตู ทู มายบล็อก หนใหม่สักกะที ...และมาวันนี้ ก็ได้ทีจนได้ ที่จะขอเม้าท์ขอพูดเรื่องที่มันอัดอั้นตันปาก อยากจะบอกอยากจะกล่าวให้ทุกคนได้ล่วงรู้ครับ

สองเรื่อง ส่วนตั้วส่วนตัว แต่อยากแพร่งพรายให้ส่วนรวม และอีกหนึ่งเรื่อง ส่วนรวม ที่อยากแชร์(ความหงุหงิ)กับคนอื่นๆ

Admission...

อย่างที่ผมเคยบอกไปเมื่อครั้งเดือนมกราคม ว่าผมจะขอตัวร้างลาจากบล็อกไปปฏิบัติหน้าที่อันยิ่งใหญ่ในชีวิต ..."การแอดมิชชั่นเข้ามหาวิทยาลัย" และแล้วผมก็ผ่านมาได้ ด้วยความ...

เข้าใจสัจธรรมโดยแท้จริงของคนเคยเอ็นท์เลยว่า ...เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อยแค่ไหน หนึ่งปีสุดท้ายแห่งความทนอยู่ และอยู่ทนมันเป็นอย่างไร ...โอเคซึ้งเลย

หนึ่ง คือ ความตรากตรำต้องกรำศึกสู้กับนานาวิชา เพียงเพื่อจะทำคะแนนที่โรงเรียนให้ออกมาดี ออกมาสวย ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อ 30% ของ GPA/GPAX ที่เป็นคะแนนช่วยก้อนใหญ่ของชายหนุ่มผู้มีสมองอันเล็กน้อยด้อยปัญญาคนนี้

สอง คือ การต้องอุตสาหะทั้งกายและจิต เอาเวลาว่างในวันหยุด ไปใช้กับการเรียนพิเศษ ติวเข้ม ติวข้น กับสถาบันดังๆมีชื่อ ...เลข เดอะ เบรน , เคมี อ.อุ๊ , อังกฤษ พี่แนน Enconcept และ ฟิสิกส์ อ.พิศิษฐ์ Neo

สาม คือ ความเอร็ดอร่อยกับหนังสือหนังหา ความรู้ที่เรียนกันจนล้น ไม่มีทางจำหมดจำจดได้แม่น ...ข้อนี้ บอกตามตรงว่าสำหรับผมมันทำได้ยากมากๆ และจะให้สารภาพก็บอกได้เลย ว่าผมยังคงเห็นหนังสือเรียนเช่นยานอนหลับ มองดูหนังสือติวเป็นยาชา ...ทุกวันนี้ ก็งงกับตัวเองเหมือนกันว่าทำไม เราถึงผ่านมันมาได้ด้วยความเลาะและไร้ค่าเช่นนี้ ถึงจะให้มีโอกาสย้อนเวลากลับไปแก้ไข มันก็สายเกินไป เพราะผมก็เป็นอย่างนี้ของผมมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก ครั้งสมัยกางเกงยังสีน้ำเงิน ก็กลายให้เป็นสันดานไปแล้ว

นิยามการอ่านหนังสือของผม คือ ...หนังสือบันเทิงขอให้บอกว่า อ่านได้ แต่ถ้าให้หนังสือวิชาการมา ขอยาสลบแทนจะดีกว่ามั้ย ?

ยิ่งใกล้วันสอบเข้าไปเท่าไหร่ ความกดดันก็ยิ่งถาโถมถล่มใสปานประหนึ่งเป็นคลื่นสึนามิลูกเขื่อง ...ทั้งความหวังของตัวเอง ที่ปรารถนาซึ่งมหา'ลัยดีๆ คณะยอดๆ , ความต้องการของแม่ ที่อยากให้เราเรียนรัฐบาล , ความคิดของผู้คนรอบข้าง ญาติๆก็อยากให้เราได้ดี ส่วนเพื่อนๆก็ล้วนแต่ผลักไสตัวเองให้ได้เข้าที่ดีๆกันทั้งนั้น ซึ่งเราเองจะน้อยหน้าเขาก็ไม่ได้ เพราะเรามันก็เด็กห้องคิงส์เหมือนกัน ...หลายๆอย่าง มันเป็นตัวกระตุ้นที่ดีต่อร่างกาย แต่ใจผมกับคิดดื้อยาดื้อแพ่งไม่ยอมจะรับสารเหล่านี้ ให้เข้าสู่ร่างผมได้สักกะที

ยังรู้สึกว่าตัวเองมีความดีหลงเหลืออยู่หน่อย ก็ตรงที่สัปดาห์สุดท้ายก่อนสอบ O-Net ผมได้'พยายาม'(ต้องพ่วงคำนี้เข้าไปได้)ไปติวแคมป์ยอดฮิต Brand's Summer Camp ซึ่งของเขาก็ดีจริงๆ ช่วยผมให้มีสมองมีความคิดเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาได้หน่อย

ในวันสอบ O-Net ...ผม'พยายาม'ไปสอบด้วยจิตใจที่แจ่มใสร่าเริง ไปพบไปเจอเพื่อนก็เฮฮาเลื่อนลอย เหมือนว่าวันนี้เป็นวันเรียนหนังสือปกติ อย่างไงอย่างงั้น ...พอถึงเวลาเข้าห้องสอบ ก็'พยายาม'พร้อมสู้กับข้อสอบที่อยู่ตรงหน้า 'พยายาม'ลดความตื่นเต้นให้เข้าใกล้จุดเยือกแข็ง ใช้พลังลมปราณขั้นปอเต็กตึ้งสงบจิตสงบใจให้กลายเป็นหนึ่งกับข้อสอบ เรียกวิทยายุทธ์ที่เคยร่ำเรียนจากหลายๆสำนักมาหลอมรวมเป็นก้อนความคิดที่ตกผลึก และเข้มข้นเหมือนนำกรดและโลหะหนักมาผสมในอัตราส่วนที่สมดุลกัน ...หนึ่งชั่วโมงต่อหนึ่งวิชา หมดไปกับการใช้หมอง นั่งมาธิ เป็นอิคิวซัง 'พยายาม'นึกว่า ข้อนี้เราเคยคุ้น ข้อนั้นเราอ่านเนื้อหามาแล้ว ข้อนู้นก็ตรงกับที่เก็งไว้เลย นึก นึก และก็นึกถึง ว่าข้อสอบที่อยู่ตรงหน้า เราเคยทำมาหมดแล้ว อิอิ (เป็นการปลอบใจตัวเองที่ดูบัฟฟาโล่ไปหน่อยมั้ยเนี่ย...)

แต่ผมก็ผ่านทั้งสองวันของ O-Net มาด้วยความ'พยายาม'แช่มชื่น หื่นเหิมใจ ...ถ้าพูดดูถูกกันตามตรง ก็บอกได้เลยว่าข้อสอบปีนี้ ดูง่ายกว่าปีที่แล้ว และที่สำคัญ มันไม่มีอัตนัย ก็เลยไม่คิดมาก ชิลๆ ผ่านแล้วผ่านเลย แถมแอบมั่นว่าคะแนนเราคงดีไม่น้อย

ในวันสอบ A-Net ...เป็นวันที่ต้องใช้ความ'พยายาม'เป็นอย่างมาก และมันก็ไม่ได้ผลแม้ต่อน้อย เพราะนี่คือความมหาโหด มหาหินของจริง ที่แม้แต่ทิงเจอร์มหาหิงสุ์ที่ว่าแสบสุดขั้วยังเจ็บปวดน้อยกว่า (เว่อร์ไปนั่น...) ...มันเป็นข้อสอบที่ลึกล้ำเกินกว่าจะหยั่งรู้ถึง เพราะสิ่งที่เห็นในนั้น มันแทบไม่คุ้นตา มันดูไม่คุ้นใจ แถมยังมีบางอย่างที่นอกเหนือจากในตำรา ไม่บอกไม่กล่าว ไม่รู้ว่าจะเล่นกันอย่างนี้ ที่เคยอ่านๆมานั้น จำเป็นต้องให้ นัท มีเรียร้องเพลงช่วยว่า "รักไม่ช่วยอะไรเลย" ...ถ้าจะให้นิยามเอเน็ต ก็บอกได้เลยว่า นี่คือ ข้อสอบของ"เทพ" ซึ่งผมเองก็เป็นได้แค่เด็ก(กรุง)เทพ มันก็เลย กิมกี่เซ็งลี้ฮ้อ

สำหรับน้องๆที่กำลังจะต้องเผชิญกับแอดมิชปีหน้า พี่ขอแนะทริคให้น้องทำข้อสอบ A-Net เหมือนจะถามทางไป เคนเนกี้ ฮอลล์ คือ ซ้อม ซ้อม และก็ซ้อม ...มีข้อสอบอะไรเก่ากึ๊กแค่ไหน ก็ให้ซ้อมทำเข้าไป มีหนังสือตำราที่นอกเหนือจากหนังสือเรียน ให้ซ้อมอ่านให้มากเข้าไว้ และที่สำคัญถามคนๆเก่งเข้าไป ถามใครได้ ซ้อมเขาไปเลย (ซ้อมในที่นี้ ไม่ใช่รุมสะกำด้วยกำลัง แต่เป็นการรุมสะกำด้วยสมองและคำถามนะจ้ะ)

แม้จะจบการสอบโอและเอไปได้อย่าง(ไม่ถึงกับ)สวยงาม แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ผมจะหมดกังวลเลยทันที ...เพราะที่สำคัญมากไปกว่านั้น ก็คือ การคิดการเลือกคณะ มหา'ลัย ว่าที่ไหนเหมาะ ที่ไหนคือที่ๆผมควรไปอยู่ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลมันก็อยู่ที่ คะแนนที่ผมทำได้ ...ไม่ว่าคะแนนนั้นมันจะมาจากมันสมองอันน้อยติ๊ด หรือจากดินสอและนิ้วมือที่ยึดถือหลักการความน่าจะเป็น 4 เลือก 1 ก็ตาม มันก็ล้วนเป็นความภูมิใจ ซึ่งจะมีมากน้อยเท่าไร ก็ขึ้นอยู่กับบุญพาวาสนาจะส่งผล (อันนี้ คาดหวังได้จากการบนบานศาลกล่าว และขอพรจากหลวงพ่อ องค์พระพุทธรูป และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก)

และแล้ว ผลบุญที่ผมได้ทำมานั้น ก็ส่งผลคะแนนให้ออกมาอยู่ในความน่าพอใจ และพอจะทำให้ผมมีความหวัง มีแสงสว่างของชีวิตอยู่บ้าง แม้แสงสว่างที่ได้นั้นมันจะเกิดมาจากไฟอันริบหรี่ แต่ไส้หลอดก็ไม่แตกไม่ดับ และยังคงส่องแสงอยู่อย่างนั้นตราบใดที่เราไม่ไปกดสวิตช์ปิดตัวมันลง (อืมมมม พ่อปรัชญากวีซีไรท์ เปรียบมาได้...)

ตอนนี้ ผมได้ยื่นคะแนน และเลือก 4 คณะ 4 มหา'ลัยชื่อดัง เอาไว้แล้ว ...หนึ่ง เศรษฐศาสตร์ จุฬา , สอง วิศวะ เกษตร , สาม วิศวะ ลาดกระบัง , สี่ วิศวะโยธา ธรรมศาสตร์ ...สองคณะแรก คะแนนผมน้อยกว่าที่เก็งกันไว้ ก็ต้องลุ้นเอา ส่วนสองคณะหลัง คะแนนผมมากกว่า ไว้ช่วยรับรอง คิดเสียว่าอย่างน้อยน่าจะได้ไม่สามก็สี่

สุดท้ายแล้วผมจะได้ไปอยู่ที่ไหนใน 4 ที่นี้ ...ผมจะมาบอกกล่าวกันแน่นอน วันที่ 15 พฤษภา คงได้รู้กันครับ (แม้หลังจากนั้น ยังจะต้องลุ้นสัมภาษณ์กันอีกหนก็ตามทีเถอะ)

งานหนังสือ...

และแล้ว 1,500 กว่าบาท ก็หมดไปกับการเผาผลาญระดับชาติ ...อ่ะๆ อย่าเพิ่งเข้าใจไปผมกำลังจิกกัดใครบางคน(ที่อยู่อีกฟากฝั่งหนึ่งของโลกใบนี้ด้วยความครั่นเนื้อครั่นตัว) การเผาผลาญในที่นี้ หมายถึง การไป "มหกรรมงานหนังสือแห่งชาติ"

ยังดีที่งวดนี้ ไปแค่หนเดียว ถ้าขืนปล่อยตัวปล่อยใจมีรอบสองรอบสามแล้วก็ คงได้กินแกลบกินดินคลุกข้าว หรืออย่างหรูหน่อย ก็อาจจะนั่งจกปราร้าเป็นต่อนๆ แทะมื้อละหนึ่งคำ แล้วเก็บลงไห้ ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ (อย่างนี้ ก็เว่อร์ไป๊...)

การช้อปแหลกงานนี้ หมดไปกับหนังสืออื่นๆ ที่ไม่วิชากงวิชาการ (เฝ้านึกถึงเหตุการณ์วันที่ใกล้สอบ มันยังอินในหัวใจ) ...ทั้ง นิยาย เรื่องสั้น และการ์ตูน (มีแตกต่างแปลกแยกอยู่อย่าง ...ซื้อสมุด Death Note มา อยากเป็นไลท์เผื่อหมั่นไส้ใครจะได้เขียนชื่อ ฮะๆๆๆฮ่า //หัวเราะแบบลุค)

- Charlotte's Web ...ยังไม่ได้ดูหนังโรง ก็เลยลองซื้อหนังสือมาอ่านแก้เก้อรอวีซีดีไปก่อน ...และอ่านจบแล้ว ซึ้งกับตอนจบของตัวละครสำคัญ ทำเอาน้ำตาไหลปรื้นออกมาไม่รู้ตัว ...ยิ่งได้อ่านหนังสือ ยิ่งอยากดูหนังมากกว่าเดิมอีกครับ

- Bridge to Terabithia ...เพราะชอบฉบับหนัง ก็เลยซื้อมา ตอนนี้อ่านไปได้ครึ่งเล่ม หลายๆตอน ฉบับหนังถอดหนังสือมาเล่าแบบเป๊ะๆเลยทีเดียว ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกชื่นชมคนเขียนบทหนังที่ถอดตัวเรื่องจริงในยุค 70 ออกมาเล่าได้กลมกล่อมเข้าสมัยปัจจุบันดีจริงๆ

- เซปติมัส ฮีป เล่มหนึ่ง ...เล่มนี้ เจ้าได้แต่ใดมา ก็บอกเลยว่า เพราะ กระแสชนที่ล้นทะลักในบูทนานมีต่างพากันสรรเสริญเยินยอ หยิบยกเจ้าเล่มนี้ กลับบ้านกันไปแทบทุกคน (หันมองไปทางไหน ก็เจอแต่คนถือหนังสือเล่มนี้ทั้งน้าน) ...นานมีเขาโปรโมทว่า นี่จะเป็นมหากาพย์ที่จะมาแทนที่ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ในอีกไม่ช้านาน แถมโปรยยาหอมบอกว่า เป็นหนังสือที่ขายมาแล้วหลายประเทศ ก็ได้เป็นอันดับ 1 แทบทุกประเทศ ไหนๆก็อุตส่าห์ประชาสัมพันธ์ท้าทายได้น่าลองขนาดนี้แล้ว ก็ขอ 1 เล่มมาอ่านแซมเปิลๆดู

- อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย 4-5 ...เรื่องนี้ก็ทยอยซื้อไปเรื่อยๆ ไม่รีบ เมื่อหนังภาคสอง ยังไม่มีข่าวจะสร้าง ก็เลยชิลๆ อ่านสบายๆ

- Season Changes ...เพราะความหลงรักหนังหัวปักหัวปำ มันก็เลยตกหลุมพรางแฟรนไชส์ ซื้อหนังสือเบื้องหลังมาอ่านซ้า ...บ้าขนาดไหน วัดได้จากการที่ผมเที่ยวตามหาบูท Aday (ดันไม่มีแผนที่ด้วยก็เลยต้องเดินลุยลูกเดียว) ทุกซอกทุกมุมในศูนย์ประชุมเกือบชั่วโมง กว่าจะเจอ เท้าแทบทรุด (งวดนี้มาแอบอยู่ลึกลับซะจน คนหลายคนแอบบ่น หายากมากๆ)

- Monster 4-5-6 ...ในเมื่อปวารณาตัวเองเป็นสาวก "อ.นาโอกิ ยุโรซาว่า" ไปแล้ว การ์ตูนเก่าการ์ตูนใหม่เลยต้องอุดหนุนเขาไปหมด (ว่าแต่ผมเอง ก็ยังไม่ได้อ่าน 20th Century boyd เล่ม 22 เลยนะเนี่ย) ...วันนี้ ว่าจะซื้อ Pluto 4 หวังว่ามันจะมาแล้วนะเน้อ (ไปถามในงาน เขาก็บอกว่า จะออกช่วงงานใกล้ปิด...แล้วมันก็มาจริงๆ แอบดีใจนิดๆ)

- หลังอานบุรี ...เป็นสัญญาลมปากว่า งานหนังสือทุกงวดทุกครั้งจะต้องกลับบ้านมาพร้อมหนังสือของน้าวินทร์ด้วยหนึ่งเล่ม และงวดนี้ก็เป็นคราวของเรื่องหมาๆ ที่เสียดสีแดกดันการบ้านการเมืองตามสไตล์นิยายเรื่องสั้นปากจัด(จ้าน) ...พี่ๆที่บูทนี้เขาเสนอแนะสองหนังสือใหม่ เล่มหนึ่งเกี่ยวกับการเอาหนังมาวิเคราะห์ ส่วนอีกเล่มจำชื่อได้แม่น ตั้งแนวได้ใจ "ยาแก้ท้องผูก ตรา ควายบิน" เกี่ยวกับการสร้างไอเดีย แรงบันดาลใจของคุณวินทร์ในการเขียนหนังสือ (คิดไว้แล้วว่า มาคราวหน้า จะซื้อ ควายบิน แน่ๆ ไว้แก้อาการสมองผูก โง่dak-done)

มหกรรมเผาผลาญเงินระดับชาติคราวหน้า ...เดือนตุลาคม
แล้วเราจะมาเจอ+จนกันใหม่

แสงศตวรรษ...

ก็คงทราบกันแล้วนะครับ ถึงข่าวร้ายๆ สำหรับเราๆคอหนังที่รักการดูหนังเหมือนเป็นลูกชายลูกสาวของตัวเอง ...ข่าวร้ายที่หนัง "แสงศตวรรษ" ของ พี่เจ้ย-อภิชาติพงศ์ โดนสั่งห้ามฉาย ตราบใดที่หนังฉบับเต็มไม่ตัด 4 ฉากอื้อฉาวออกไป...

1. พระเล่นกีต้าร์
2. หมอดื่มเหล้าระหว่างปฏิบัติหน้าที่
3. อวัยวะเพศชายแข็งตัวอยู่ใต้กางเกง
4. มียูเอฟโอโผล่ออกมาจากบนฟ้า

แม้มันจะเป็น 4 ฉากที่ไม่ใช่เนื้อเรื่องเรื่องราวอะไร ตัดออกไปได้ไม่เสีย แต่ถ้ามองลึกๆลงไปในแง่ของความเป็นศิลปะ ...ฉากทั้ง 4 นี้คือ การสื่อสารที่หนังต้องมี หนังต้องการ ถ้าลองตัดมันออกไป มันย่อมส่งผลกระทบที่เสียหายต่อตัวหนังโดยรวม ภาษาที่สื่อมันอาจจะไม่แหลมคมพอกระทบกระเทียบใจคนดูอย่างแรงๆได้

ไม่รู้ว่ากองเซ็นเซอร์ไทยท่านๆใช้สมองส่วนไหนคิดว่า ทั้ง 4 ฉากนี้ มันจะส่งผลกระทบต่อสังคมในแง่ลบ ...เพราะถ้ามองไปด้วยตรรกะและความเป็นจริง แล้วจะเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่เล็กน้อยจนไม่มีอะไรจำเป็นให้ต้องกลับมาคิดจริงคิดจัง แถมบางเรื่องดูจะเป็นความปกติของชีวิตมนุษย์ไปแล้วด้วยซ้ำ

พระเล่นกีต้าร์ ...มันดูไม่ดีเหรอ ที่พระจะบันเทิงเริงใจผ่านเสียงเพลง การนั่งดีดกีต้าร์ฮัมดนตรีมันผิดวินัยสงฆ์หรืออย่างไร หรือมันเป็นเพราะตัวตนของคนเป็นพระจะต้องเคร่งจะต้องขรึมโดยตลอด เพื่อให้ญาติโยมศรัทธาและเชื่อถือ ...ไม่ต้องอ้างถึงหลักศีลธรรมใดๆ ซึ่งเท่าที่ผมเรียนรู้มาไม่มีปรากฏไว้ว่าพระจะต้องห้ามไม่ให้มีความบันเทิงในชีวิต

เมื่อลองเอาพระเล่นกีตาร์ ไปเปรียบเทียบกับพระในหนังไทยบางเรื่องยุคปัจจุบันแล้ว ...การเอาพระไปเล่นเป็นเหมือนตัวตลกให้คนดูขำขัน กับการเอาพระมาเล่นกีต้าร์ อย่างหลังดูเป็นอะไรที่ผิวเผินมากๆ ในขณะที่อย่างแรก
มีอะไรที่ละเอียดอ่อนกว่า น่าจะตะขิดตะขวงใจมากกว่าด้วยซ้ำ

หมอดื่มเหล้าระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ...มันดูไม่ดีเหรอ ที่คนเป็นหมอ อาชีพที่ต้องอยู่อาศัยกับความเคร่งเครียดตลอดชีวิต จะระบายอารมณ์ฟุ้งซ่านผ่านการซดน้ำเมาให้หายเวียนเฮด หรือมันเป็นเพราะตัวตนของคนเป็นหมอ ควรจะต้องดูน่าเชื่อถือ สุภาพ เรียบร้อย มีภาพลักษณ์ที่ต้องดีตลอดกาล จะหลงระเริงปล่อยใจให้เลาะแหละกับการดื่มเหล้าไม่ได้เชียว

อย่าว่าแต่คนเป็นหมอเลย ...เรื่องของการดื่มเหล้ามันกลายเป็นปกติวิสัยของคนวัยทำงานหลายต่อหลายคนไปแล้ว ใครเครียดกับชีวิต ใครกังวลกับการงาน ใครเจ็บปวดกับความรัก ก็มีน้ำเมาเอาไว้ช่วยย้อมใจ การติดสุราเป็นอาจิณ เห็นแอลกอฮอล์เป็นเพื่อนร่วมโลก มันไม่น่าจะใช่ประเด็นอะไรที่ต้องเซ็นเซอร์ ...ถ้ามองดูรายละเอียดที่ว่าเป็นเวลาปฏิบัติงาน (ผมเห็นภาพของหนังในฉากนี้แล้ว) ก็ยิ่งดูไม่น่ากลัวไม่น่าเป็นห่วงอะไรเลย คนดูอย่างเราๆต่างก็แยกแยะออกว่า อะไรใช่เวลาอะไรไม่ใช่เวลา สิ่งที่เห็นหนังดูเหมือนจะเป็นมุขตลกร้ายซะมากกว่าด้วยซ้ำ

ท่านผู้ใหญ่แห่งแพทยสภา เลิกเถียงเถอะครับว่า มันจะเสียภาพพจน์ของคุณ ...หรือเพราะคุณไม่เคยดื่มเหล้าหรือ ไม่หรอกมั้ง อย่าคิดเถียงนะว่า คุณไม่เคย เพราะผมไม่เชื่อคุณหรอก!!!

อวัยวะเพศชายแข็งตัวอยู่ใต้กางเกง ...มันดูไม่ดีเหรอ ที่นกเขาของเราๆท่านๆจะแข็งตัวเองได้ แล้วเมื่อมันแข็งแล้ว จำเป็นที่ว่ามันกำลังส่อถึงการอยากมีเพศสัมพันธ์หรืออย่างไร ...หรือว่าเพราะนกเขาของพวกคุณไม่ขันแล้ว ถึงได้มาพาลหงุดหงิดใส่คนในหนัง ที่มันแข็งเองได้ คุณอิจฉาผู้ชายคนนั้นใช่ไหม ที่ไม่ต้องกินไวอะกร้าก็ตั้งตัวได้เอง

การที่อวัยวะเพศแข็งตัวได้เอง ไม่จำเป็นต้องใช้การทดลอง(ทางเพศ)ใดๆมาเป็นข้อพิสูจน์ ...เพราะจู่ๆมันจะตั้งตัว มันก็เป็นของมันอย่างนี้ด้วยตัวเอง ต่อให้เราไม่จับไม่สัมผัส หรือเอาไปโดนอะไรต่อมิอะไร มันก็มีระบบอัตโนมัติในตัวของมันเอง ...ขอสรุปว่า มันคือเรื่องปกติของผู้ชาย

โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง ...มันคือเรื่องปกติของผู้ชาย

มียูเอฟโอโผล่ออกมาจากบนฟ้า ...มันดูไม่ดีเหรอ ที่ภาพของจานบินลางๆ มันจะทำให้คนดูหนัง
หลงเชื่อว่า มนุษย์ต่างดาวมีจริงๆในจักรวาลนี้ ...ท่านกลัวว่าศรัทธาของมนุษยชาติจะต้องกระทบกระเทือนอย่างใหญ่หลวง เพียงเพราะฉากในหนังที่ปรากฏไม่กี่นาทีเนี่ยนะ

ถ้าท่านกลัวอย่างนั้นจริงๆแล้ว ทำไมท่านๆกองเซ็นฯถึงได้ปล่อยให้หนังฝรั่งดังๆ อย่าง ID4 หรือ Sign ได้เข้าฉายในบ้านเราล่ะ ...นั่นนะ ไม่ใช่แค่ฉาก แต่เป็นเรื่องราวของหนังที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาวเลยนะนั่น

ผมผิดหวังกับมาตรฐานและคุณภาพที่ไม่พอดีแห่งกองเซ็นเซอร์ประเทศไทย มานักต่อนักแล้ว ...ผมไว้อาลัยวางพวงหรีดกับเรื่องเก่าๆไปหลายหน แล้วมันก็ยังคงมีเรื่องใหม่ๆให้ชวนเศร้าเจ็บปวดใจอยู่เช่นเดิม

มาถึงวันนี้ ผมหมดซึ่งความเชื่อใจ หมดสิ้นซึ่งความเห็นด้วย หลงเหลือแต่เพียงอคติ และความคิดในแง่ลบ ที่มีต่อท่านๆคณะกรรมการทั้งหลาย ...ไม่มีที่ว่างจะไว้อาลัยให้อีกแล้ว สำหรับกองเซ็นเซอร์ประเทศไทย

ไม่ว่าจะเป็นหนังโรง ฟรีทีวี ลุกลามไปถึงหนังแผ่น วีซีดี ดีวีดี ...ทุกวันนี้ ทำใจให้ยอมรับกับการเซ็นเซอร์ได้อย่างยากยิ่ง ทุกครั้งที่เห็นภาพเบลอ ความโมโหแทบจะระเบิดหัว ทุกครั้งที่ดูโมเสค ความรำคาญใจพลุ่งพล่านปรี๊ดปร๊าดในเส้นเลือด และทุกครั้งที่คำพูดของคน ถูกดูดให้กลายเป็นภาษาตู๊ด ความโกรธาในอกก็อยากจะด่าออกมาเป็นภาษาโปรตุกีสสแปนิชจีนแต้จิ๋ว

อีกนานมั้ย ที่การจัดเรตหนังมันจะเกิดขึ้นในประเทศไทย อีกนานมั้ย ที่ภาพโมเสคในทีวีจะหมดไป
อีกนานมั้ย ที่วีซีดี ดีวีดี จะไม่มีอะไรที่เกะกะขวางหูขวางลูกตา ซื้อมาดูด้วยสำเริงสำราญคุ้มค่าเงินทุกบาททุกสตางค์
อีกนานมั้ย ที่กองเซ็นเซอร์ประเทศไทยจะเปิดหูเปิดตาและเปิดใจ ยอมรับความจริงของสังคมที่เปลี่ยนไป ต้องรอเมื่อไหร่พวกเขาถึงจะเลิกทำตัวเหมือนเต่าหัวโบราณ คิดเองเออเอง ว่าอันไหนควรอันไหนไม่ควรสักที

และ อีกนานมั้ย ที่ผมจะต้องพร่ำบ่นอย่างนี้ต่อไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ...กล้าบอกได้เลยว่า "อีกนาน..."

ขอแนะนำ...บล็อกน้องใหม่

เป็น 2 บล็อกใหม่ ที่จะมาสร้างสีสันให้กับบล็อกของผม (ทั้งยังจะสร้างความยากลำบากให้จขบ.มีอะไรทำมากขึ้นกว่าเดิม) ...

สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "หนัง" ... That Movie & This Life
บล็อกหนังเชิงวิเคราะห์ ที่จะมาคลุกเคล้าความเป็นหนัง ผสมรวมเข้ากับความเป็นจริงของชีวิตคนเรา ...

เร็วๆนี้ จะมาประเดิมบล็อกกับ หนังยอดเยี่ยมตลอดกาลในใจผม "Forest Gump" (ขอหาเวลาว่าง ดูหนังอีกสักรอบเสริมสร้างความอินก่อน คงไม่นานน่ะครับ หวังไว้อย่างนั้นเน้อ)

ดู{หนัง} in My Home
นั่นก็คือ ดู{หนัง} วิธ มายเซลฟ์ ฉบับหนังแผ่นนั่นแล เป็นทั้งการรีวิว และวิเคราะห์หนังนิดๆหน่อยๆ ตามแบบฉบับสไตล์บ้านๆของผม

เร็วๆนี้ จะมาประเดิมบล็อกกับ หนังโรดทริปโคตรน่ารักแห่งปี 2006 ที่อดออสการ์ความยอดเยี่ยมประจำปี 2007 "Little Miss Sunshine" (หลังสงกรานต์ น่าจะสำเร็จเสร็จสิ้นครับ)

ดู{หนัง}แล้วอยากเล่า...เมษายน New!!!

นี่คือส่วนใหม่ล่าสุดของบล็อกหน้านี้ ที่จะมีมาอัพเดทโดยตลอด หลังจากดูหนังจบปุ๊บ ก็จะมาเล่าปั้บ แบบสั้นๆ กะทัดรัด ได้ใจความ ...จะดี ไม่ดี ก็จะเล่าให้หมดทุกเรื่อง ไม่สปอยไม่สแปลซให้เสียรมณ์อย่างแน่นอน

และถ้าหนังบางเรื่องมีอะไรให้ประทับใจ หรือให้มีอะไรที่เป็นแรงบันดาลใจให้อยากเขียน ก็จะกลายสภาพไปเป็น "ดู{หนัง} วิธ มายเซลฟ์" รีวิวฉบับเต็มด้วยครับ

มะหมา 4 ขาครับ ...ขอเป็นหน้าม้า(หนังหมา)ด้วยความเต็มใจ เชิญชวนกันไปดู ไปสนุก ไปขำขัน กับลีลาการเล่นหนังของน้องหมาที่น่ารัก น่าอิน และน่าซึ้งใจ ทุกตัวให้การแสดงที่เต็มร้อย สร้างความสำเริญสำราญใจให้คนดูทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต้องตกหลุมรักด้วยความเต็มใจ ...แม้ว่าตัวหนังโดยรวม จะยังมีที่ให้ติอยู่หลายจุด แต่ผมก็เพลินกับหนังจนลืมจุดเล็กจุดน้อยเหล่านั้นไปหมด จนเมื่อออกจากโรงมาก็ไม่คิดอะไร คิดแต่ต้องเชียร์ เชียร์ และก็เชียร์ให้ทุกคนได้ลองไปดูกัน ขอรับรองว่าคนรักหมาต้องคุ้มค่า ส่วนคนที่ยังไม่รักอาจจะเปลี่ยนใจมาหลงใหลเช่นผม ...Super Recommended ครับ

Pan's Labyrinth ...หนังดรามา(แอบทริลเลอร์) เรื่องดังบนเวทีออสการ์ มาพร้อมเรื่องราวจินตนาการที่ไม่สุขสม ตกอยู่ในความมืดหม่น-หมองมัว-กลัวขยาด ...นี่เป็นหนังที่คอหนังวัยผู้ใหญ่ควรจะได้ดู ในขณะเดียวกันนี่ก็ยังเป็นหนังเรต R ที่ต้องสั่งห้ามอย่าให้เด็กเล็กได้ริดู เพราะ ถ้าคุณผู้ปกครองคิดว่ามันจะเป็นหนังแฟนตาซีที่ดูเพ้อฝันทั่วไปแล้ว มันไม่ใช่อย่างที่ชื่อภาษาไทยหวานแหวววาดภาพเอาไว้เลย ...อย่าว่าแต่เด็กดูแล้วจะร้องกระจองง่องแงเลย ผู้ใหญ่(เช่นผม)ก็ยังมีอึ้ง มีเสียวหัวใจแทนซะงั้น ...Recommended ครับ

เมล์นรก หมวยยกล้อ ...สนุก และชอบครับ บทหนังดี เล่าโยงไปยืดมาให้น่าเกาะติดสถานการณ์ไปทั้งเรื่อง แอบกัดจิกเนียน ถ้าไม่ติดว่าเป็นหนังบันเทิงก็คงจะเป็นหนังสไตล์ตลกร้ายไปแล้ว แต่ไม่ประทับใจก็ตรงตอนจบง่ายไป และหนังดูจะสั้นมากจนรู้สึกงง บ่นในใจเลยว่า "เฮ้ย ทำไมรีบจบซะงั้นเนี่ย กะลังได้ใจเลย" ผมยกเรื่องนี้ให้เป็นหนังพี่เรียว ที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยดูมา (ส่วนหนังที่เขาว่ากันว่าดีที่สุดกว่านี้ อย่าง โกลคลับ ผมก็ดันยังไม่ได้ดูซะนี่)

Sunshine ...พลอตหนังเก๊าเก่า เรื่องราวเฉ๊ยเฉย แต่มันก็ยังสนุก เพราะองค์ประกอบรวมๆ ทำได้ถึง ทั้งผู้กำกับ "แดนนี่ บอยล์" ที่คุมจังหวะหนังได้อยู่ , ทีมนักแสดงที่ทำหน้าที่ของตนได้ดี และ งานโปรดักชั่นก็สร้างภาพให้น่าลุ้นน่าติดตาม ถ้าไม่ติดว่าหนังยังมีบทที่หลวมๆแล้ว ก็นับว่าเป็นหนังไซไฟที่ทำดีในระดับหนึ่งครับ ใครเป็นคอหนังแนวนี้ไม่น่าพลาด ลองไปดูกัน (ถ้าอยากเห็นพระอาทิตย์สีสดๆ ไม่มีรอยขีดข่วนฟิล์มบดบัง ก็ตีตั๋วดิจิตอลไปเลย)

Shooter ...มีความสนุกก็ตรงที่ฉากแอ๊คชั่น แต่อื่นๆก็ถือว่างั้นๆ เป็นหนังที่ดูไปแล้วก็เบื่อไป ไม่มีอะไรให้น่าจดจำ ...บทหนังก็ดูเหมือนว่าอะไรต่อมิอะไรมันมาง่ายๆ เป็นไปง่ายๆ ไม่มีชั้นเชิง ไม่มีการซ้อนแล้วซ้อนอีก เช่นหนังพลอตเดียวกันอย่างไตรภาคสายลับบอร์น ...มาร์ค วอลห์เบิร์กเป็นพระเอกได้เท่ห์ แต่เรื่องของการแสดงดูด้อยกว่าตอนเล่นกวนๆ แบบ The Departed อย่างไงอย่างงั้น

Me...Myself ...เป็นหนังที่ดีเพียบพร้อมไปหมดทุกอย่าง ตั้งแต่ การกำกับของพี่อ๊อฟ (เริ่มต้น ขำขันเฮฮา ปิดท้าย ซึ้งน้ำตาไหลพราก) บทหนังของคุณคงเดช (ที่ผมชอบมากกว่า เลตเตอร์ และ เฉิ่ม) การแสดงคู่พระนาง อนันดา-คุณแอม เป็นเคมีที่ลงตัว งานกำกับภาพก็สวยจับจิต อีกทั้ง เพลงประกอบ สิ่งที่ฉันเป็น และ ฟั่นเฟือน ก็สะเทือนอารมณ์สุดๆ ...ถ้าไม่ติดว่า หนังยังคงเนิบ และนานเกินไปหน่อยแล้ว ก็ถือว่า นี่คือหนังที่น่าจะทำให้คุณประทับใจในความอิ่มเอมของรัก และซึ้งไปกับพลอตหนังที่ไม่แปลก(สำหรับปัจจุบัน ที่โลกของคนสองเพศ กำลังขยายพื้นที่ขึ้นเรื่อยๆ) แต่ใหม่(สำหรับหนังไทย ที่ยังไม่มีใครกล้าจะแหวกม่านประเพณีความรักเช่นนี้) ...Recommended ครับ

Meet the Robinsons ...การเล่าเรื่องทำได้โดนดี อีกทั้งเทคนิคที่นำมาใช้ก็ช่วยให้หนังดูสนุก ตื่นเต้น น่าติดตาม และเซอร์ไพรส์ได้แทบทุกมุข (มีเพียงมุขเดียวที่รู้ก่อนหน้าจะดูหนังแล้วว่า พระเอก ลูอิส จะโตขึ้นเป็นใคร...อันนี้ต้องโทษการโปรโมท) ที่สำคัญ นี่เป็นหนังที่ซึ้งจุกต้นคอ ทำให้เกิดอาการสะอื้นอยากจะสำรอกความอินอย่างรุนแรง อาการนี้เกิดขึ้นครั้งสุดท้าย กับ Click ...เรื่องนั้นอินในฉากที่เป็นจุดพีคสุดๆ กล้ำกลืนสุดฤทธิ์ แต่เรื่องนี้อินเพราะฉากจบมันสวยงามในความรู้สึกเป็นที่สุด ...Recommended ครับ

Miss Potter ...แอบผิดคาด(ทำให้ผิดหวัง)อยู่พอสมควร เพราะตอนแรกคิดว่าหนังจะเน้นเรื่องมิสพอตเตอร์ กับชีวิตงานเขียนของเธอ ...กลับกลายเป็นว่า หนังเน้นเรื่องโรแมนติก ถูกแบ่งพื้นที่เล่าถึงผู้ชายที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของเธอไปซะมาก ...แต่หนังก็โรแมนติก ผสมดรามาได้ลงตัวเลย การแสดงของ เรอเน่ ยังคงมาตรฐานความน่ารักเช่นเคย ส่วนอีวาน แมกเกรเกอร์ ก็เหมาะที่จะสวมบทเป็นผู้ชายคนสำคัญ บุคลิกที่อบอุ่นทำให้ผมแอบเคลิ้มในมาดขรึม(แอบซื่อ)ตามนางเอกไปด้วย ...หนังดีจัด ถึงขนาดที่ผมน้ำตาร่วงเอาตั้งแต่ฉากแรก ฉากที่มีแค่เพลงประกอบสุดไพเราะ และภาพวิวทิวทัศน์แมกไม้ผสมการวาดภาพ ...ไม่รู้จะ Sensitive ไปทำไมเนี่ย ยังงงตัวเองอยู่เหมือนกัน ...Recommended ครับ

ผมยินดีเสมอในมิตรภาพของทุกท่าน และบล็อคของผมก็ต้อนรับเสมอในความน่ารักของทุกคน ...ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ


Create Date : 12 เมษายน 2550
Last Update : 28 เมษายน 2550 10:04:36 น. 4 comments
Counter : 497 Pageviews.

 
สวัสดีปีใหม่ไทยและปีใหม่ของชาวแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยครับ

ยังไงซะวันที่ 15 พฤษภาคม อย่าลืมมาแจ้งข่าว(คงเป็นข่าวดี) นะครับ
ว่าตกลงจะได้ไปเป็นเฟรชแมน ที่ไหน

หนังสือน่าอ่านหลายเล่มเลยครับ
ท่าทางจะเป็นหนอนหนังสือคนนึงเหมือนกัน ใช่มั้ยน้อง

แสงศตวรรษ ... ไม่น่าโดนห้ามเล้ย
อะไรก็ไม่รู้ สังคมไทย
ปากว่าตาขยิบ มือถือสากปากถือศีล กันไม่เลิก


โดย: Commencer วันที่: 12 เมษายน 2550 เวลา:12:29:27 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ

ได้แวะมาอ่านเป็นระยะ ถนัดอ่านแต่ไม่ค่อยถนัดเม้นต์ค่ะ

คราวนี้ จขบ.เขียนยาวววมากกก สมกับที่อัดอั้นไว้นาน

ขอแสดงความยินดีกับ Admission และงานหนังสือ ที่ทำให้ได้หนังสือดีๆ มาอ่าน ... หนังสือคุณวินทร์เป็นอีกหนึ่งนักเขียนที่เรา(ท่าทางเป็นพี่หลายปี) ซื้อประจำโดยไม่ต้องเปิดอ่านก่อน (ก็ซื้อผ่าน web winbookclub.com กันเลยนี่นา)

สุขสันต์วันหยุดยาวๆ จ้า


โดย: bua ja วันที่: 12 เมษายน 2550 เวลา:14:38:18 น.  

 




สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ คุณOncE UPoN'-'a MaN


เที่ยวให้สนุกน่ะค่ะ




โดย: icebridy วันที่: 13 เมษายน 2550 เวลา:16:14:15 น.  

 
จะมาอ่านเรื่อยๆน่ะค่ะ ^^ เมล์นรก... จะไปดูให้ได้เลย...


โดย: Blue Iris IP: 202.57.182.217 วันที่: 28 เมษายน 2550 เวลา:22:36:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

OncE UPoN'-'a MaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์

คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี
พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ
พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา
พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!)

ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว

ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ

once_upon.a.man@hotmail.com


My @ http://twitter.com/once_upon_a_man

ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่าน

ผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย

ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน

ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ

OncE UPoN'-'a MaN on Facebook
Blog ใหม่ล่าสด..สด
"VieTrio & Friends" ... เพื่อนร้อง พี่น้องเล่น เป็นเพลงเพราะเสนาะหู
"Lady Antebellum : Need You Now" ... ลูกทุ่งแบบมะกัน แต่สีสันระดับโลก
"The Social Network" ... วันนี้ คุณรู้จัก Facebook ดีพอแล้วหรือยัง?
"Harry Potter and the Deathly Hallows : Part I" ... ฉันต้องเปิด เพื่อจะปิด!
"Scrubb : Kid" ... คำตอบของเพลงอินดี้ที่ฟังง่าย อยู่ในอัลบั้มนี้แล้ว
"Due Date" ... รวมกันเราต้องอยู่ (กรุณา)อย่าทิ้งตูเป็นอันขาด!!?
"B.o.B. Presents: The Adventures of Bobby Ray" ... อาจเป็นฮิปฮอปหน้าใหม่ แต่ไม่ขอยึดติดความฮิป
"RED" ... โตอย่างสมวัย แก่อย่างมีคุณภาพ และจงระห่ำอย่างไม่เหลืออะไรจะเสีย!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... (หนังสั้น)แบบตัวเต็ม ที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ยังมีความจริงใจ!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... กับตัวอย่างน้ำจิ้ม ของหนังสั้นที่คงจะมีอะไรๆอยู่ในนั้น
"อินทรีแดง" ... สมศักดิ์ศรีที่ได้กลับมา ..วีรบุรุษที่หนังไทยต้องการ!
"ชั่วฟ้าดินสลาย" ... เมื่อคำ “รัก” มีค่าเท่าคำว่า “ร้าย” คงทำลายคนทั้งหลายให้วายวอด
"Resident Evil : Afterlife" ... สงครามยังไม่จบ ยังต้องนับศพซอมบี้จนเบื่อกันไปข้าง!!
"Lula : Twist" ... เพลงฟังชวนเพลิน จากคนเพลินๆ ที่ชื่อ 'ลุลา'
"Piranha 3D" ... กัดกระจุย เลือดกระจาย สามมิติกระเจิง!!!
"CHARICE" ... เพชรน้ำงามเม็ดเล็กแห่ง ‘เอเชีย’ ที่คู่ควรกับการเจียระไนโดย ‘อเมริกา’
"กวน มึน โฮ" ... ความรัก อาจแพ้บ้างอะไรบ้าง แต่ ความ ‘เห็นแก่ตัว’ เอาชนะได้ทุกสิ่ง!
Group Blog
 
<<
เมษายน 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
12 เมษายน 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add OncE UPoN'-'a MaN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.