LEAVES & ME
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2554
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
1 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 
ปัญญา เรณู: จากสายตาของคนเมืองคนหนึ่ง


บอกก่อนเลยครับว่าผมเป็นคนกรุงเทพโดยกำเนิด

ฟังสำเนียงอีสานไม่ออก เกลียดหนังตลกคาเฟ่(ยกเว้นบางเรื่อง) ไม่ดูรายการชิงช้าสวรรค์ และแม้รู้ความหมายของคำว่า "เสี่ยว" ในภาษาอีสาน แต่พอโดนเพื่อนด่าด้วยคำนี่ก็เคืองทุกที ถ้าจะว่าไปแล้วผมดูจะไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของหนังเรื่องนี้เอาซะเลย แต่ที่ผมไปดูหนังเรื่องนี้ก็คงเพราะกระแสพันทิป และเพราะผมชอบหนังเด็ก

ทันทีที่ดูจบ (21 ก.พ.) ผมก็ไม่แปลกใจว่านี่จะเป็นกระแสปากต่อปากที่รุนแรงไม่แพ้ โหมโรงและสิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารักแน่นอน

นอกจากการแสดงของเด็ก ๆ ที่น่ารักสุด มุกตลกที่ฮา สะอาด ไม่ยัดเยียดเกินไป การสะท้อนสังคมอีสานได้สมจริง และการดึงอารมณ์โหนหาอดีตของผู้ชม (ที่แฟนฉัน และสิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก ทำสำเร็จมาแล้ว) มันยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่คนพูดถึงน้อยมาก ก็คือเรื่อง บท ที่หลายคนอาจมองว่ามันแผลเยอะแต่สำหรับผมแล้ว ผมกลับรู้สึกว่าบทหนังเรื่องนี้มันก็มีความลุ่มลึกไม่น้อย

สังคมอีสานในปัญญา เรณู
เปิดตัวปัญญาที่แก้ผ้าอาบน้ำท่ามกลางกรุ่นไอจากซึ้งข้าวเหนียว มันก็ประกาศเป้าหมายของทีมงานอย่างชัดเจนแล้วว่าจะเปลือยให้เห็น "สังคมอีสานแท้ ๆ" ให้เราดู แม้ว่าผมจะรู้สึกลึกว่าอีสานในปัญญาเรณูมัน "อุดมคติ" ไปหน่อย แต่ก็ต้องขอบคุณทีมงาน ที่ช่วงทำลายภาพเก่า ๆ ของสังคมอีสาน ที่ "ล้าหลัง งมงาย เฉิ่ม เชย เสี่ยว ฯลฯ" ออกไปจนหมดสิ้น

วิธีที่หนังใช้ ก็เป็นวิธีง่าย ๆ แต่ได้ผลมาก ๆ ก็คือนำเรื่องเหมือนจะตลก เชย ต่าง ๆ มาเล่าอย่างซื่อตรง และ "จริง" ที่สุด เช่น เรื่องผีแม่ม่าย ที่เดิมเคยเป็นตัวอย่างของความล้าหลังงมงายของคนอีสาน แต่หนังกลับนำเสนออย่างไม่ดูถูกเลยสักนิด ฉากที่พ่อปัญญาแต่งหญิงมานั่งคุยกับปัญญานั้น เป็นฉากธรรมดา ๆ ที่ผมชอบมาก มันทำให้ผมเข้าใจได้ ว่าคนอีสานเขาไม่ได้โง่หรอก แต่พฤติกรรมที่ดูเหมือนจะไร้เหตุผล จริง ๆ มันก็มีเหตุมีผลของมัน (ถ้าเป็นหนังตลกเรื่องอื่น คงใส่มุกกันจนเละเทะไปแล้ว)

เรื่องอย่างเรื่อง ปลิงเข้าหำ จริง ๆ มันก็ชวนนำไปสู่เรื่องตลกสัปดนอยู่แล้ว แต่หนังกลับไม่ขยี่มุกจนเกินไปแต่กลับทำให้เห็นวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมของอีสานแบบตรง ๆ ดิบ ๆ มากขึ้น (ผมเคยอ่านเจอว่าถ้าเอาปลิงไม่ออก บางทีอาจถึงตายเลยนะ ฉากปัญญาบนกับพระนั้น ใครจะขำแต่ผมกลับรู้สึกว่ามันดราม่ามาก ๆ)

ความอดอยาก แร้นแค้น ยากจน ในหนังนั้น ก็ยังมีปรากฏอยู่ (ไม่มีเงินซ่อมเครื่องดนตรี) ความเหลื่อมล้ำทางสังคม(ในปรากฎผ่านปัญญากับวิเศษ) แต่ตัวหนังไม่ได้ฟูมฟายหรือโอดครวญกับความยากลำบาก แต่ตัวละครกลับเผชิญปัญหาต่าง ๆ อย่างมีสติและเข้มแข็งมาก จนผมเข้าใจว่าความแร้นแค้นยากจนต่าง ๆ มันเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอีสาน และสิ่งเหล่านี้นี่เองที่กล่อมเกลาให้คนอีสาน "แกร่ง" เช่นนี้

และที่น่าแปลก็คือ หนังกลับพยายามชี้ให้เห็นว่าแม้จะขัดสนค้นแค้น แต่ตัวละครต่างเอื้อเฟื้อต่อกัน แม้จะอดอยาก แต่ก็ไม่แห้งแล้งน้ำใจ อาจเป็นเพราะความยากลำบากก็เลยยิ่งทำให้เห็นคนเห็นอกเห็นใจกัน (ฉากที่เด็กขึ้นไปเบียดแน่นบนรถมอร์ไซค์พ่วง หรือตอนคณะหางเครื่องที่มากับรถอีแตน ดูจะแสดงนัยยะตรงนี้อย่างชัดเจน)



ปัญญา เรณู กี่ และมิว :ว่าด้วยเรื่องบ้านนอกและเมืองกรุง

หนังที่แตะประเด็นเรื่อง ความเป็นอีสาน ก็มักจะหนีไม่พ้นที่ต้องมีเรื่องชนบทและเมืองมาเกี่ยวข้องเสมอ (หนูหิ่น องค์บาก บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม ฯลฯ) แล้วเราก็มักคุ้นเคยที่ให้ทั้งสองด้านเป็นศัตรูคู่ตรงข้ามกันตลอด คือถ้าไม่สะท้อนภาพชนบทที่ถูกความเจริญของเมืองมาทำลาย ก็มักจะนำ ความบ้านนอก และความผู้ดี มาล้อเลียน

แต่ชนบทและเมืองในหนังอย่างปัญญา เรณู ดูจะถูกสร้างขึ้นโดยมีวาระซ่อนเร้นบางอย่าง นั้นคือ วาระ "สมานฉันท์" เพราะหนังเรื่องนี้จงใจที่จะไม่ทำให้ทั้งสองฝ่ายเป็นศัตรู และเลือกถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมิตรภาพระหว่าง ปัญญา กี่ และมิว ตัวละครอย่างมิวจึงถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นเด็กเมืองที่ดูจะเข้าอกเข้าใจชีวิตชนบทเหลือเกิน (กล้ากินตั๊กแตน ไม่กลัวกิ้งก่า ฯลฯ) ภาพของเด็กเมืองและเด็กชนบทที่วิ่งเล่นด้วยกันอย่างสนุกสนาน สำหรับผมแล้ว มันช่างเป็นภาพที่ชวนฝันมาก ๆ

แต่ถึงอย่างนั้น ความสัมพันธ์อันดีระหว่างชนบทและเมือง ก็ดูเหมือนมีกำแพงกั้นอยู่ กล่าวคือ ปัญญาเป็นเพื่อนกับมิวได้ แต่ถ้าจะเป็นมากกว่านั้นล่ะ? มันจะเป็นไปได้หรือเพราะกำแพงที่กั้นกันอยู่มันก็หนาไม่ใช่เล่น ซึ่งถ้าสังเกตให้ดีฉายสุดท้ายที่เราเห็นมิว คือมิวกำลังคุยโทรศัพท์กับปัญญา แล้วสายก็ถูกตัดพร้อมกับคำสบถของปัญญาว่า "ฮ่วย เงินหมด" แล้วหลังจากนั้นผู้ชมก็ไม่เห็นมิวอีกเลย หลายคนอาจมองว่าการหายไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยของมิวเป็นความผิดพลาดของบท แต่สำหรับผมแล้ว ผมว่ามันเป็นความตั้งใจเพื่อจะสื่ออะไรหลาย ๆ อย่างทีเดียว

แม้ความรักระหว่างชนบทกับเมืองจะมีแต่อุปสรรค แต่ความเป็นเพื่อนดูจะเป็นจุดที่ได้สมดุลระหว่างชนบทกับเมือง โดยเฉพาะปัญญาและกี่ ที่กลายเป็นเพื่อนกัน เท่าเทียมกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน หลายคนอาจมองว่า การที่ปัญญารอคอยความช่วยเหลือจากกี่ ดูจะย้ำภาพชนบทที่รอคอยเมืองมาช่วยก็ตาม แต่เราก็ต้องไม่ลืมอีกด้านว่า หนังเรื่องนี้เลือกหยิบ "ความเป็นเสี่ยว(เพื่อนแท้)" เพื่อทำลายกำแพงระหว่างชนบทและเมืองเป็นสำคัญ (จริง ๆ แล้ว อาจินต์กับไข่ ในมหาลัยเหมืองแร่ ก็คล้าย ๆ กัน)



อีสานและศาสนา

หลายคนอาจไม่สบอารมณ์นัก กับการนำนักแสดงตลกมารับเป็นครู เป็นพระ บทครูนี่อาจโดนบ่นเยอะหน่อย เพราะหลายคนรับไม่ได้กับการเอานักแสดงตาเหล่มารับบทครูเพื่อหวังจะเรียกเสียงฮา แต่ถ้ามองอีกมุม ผมกลับรู้สึกว่านี่เป็นความตั้งใจที่จะเสียดสีระบบการศึกษาบ้านเรากลาย ๆ เพราะแม่พิมพ์ที่จะเป็นเบ้าหลอมอนาคตของชาติยังบิดเบี้ยวไม่สมประกอบ แล้วนับประสาอะไรกับความพร้อมด้านอื่น ที่ขาดแคลนพอกัน (ตัวอย่างง่าย ๆ คือ เครื่องเล่นในวงโปงลาง) แต่ถึงจะไม่สมประกอบ สิ่งที่ชดเชยขึ้นมากลับเป็นเรื่องของหัวจิตหัวใจ และความทุ่มเทของครูบาอาจารย์ที่แสดงออกมาให้คนดูได้เห็น จนเมื่อเราดูจนจบ ความน่าขบขันของรูปลักษณ์ภายนอกก็อันตรธานหายไปหมดสิ้น

ยิ่งบทของหลวงพ่อด้วยแล้ว ต้องถือว่าเป็นตัวละครที่สำคัญที่สุดตัวหนึ่งในเรื่อง เพราะหลวงพ่อในที่นี้ไม่ใช่รูปเคารพทื่อ ๆ ให้กราบไหว้ แต่เรากลับเห็นพระที่เป็นมนุษย์จริง ๆ มีรัก มีโลภ มีอารมณ์ความรู้สึก แม้ไม่ใช่พระที่เคร่งปฎิบัตินัก แต่ก็เป็นพระที่ผมสามารถกราบได้อย่างสนิทใจ

ความสำคัญของบทหลวงพ่อนั้นไม่ใช่เพราะมีบทเยอะ หรือว่าเป็นตัวละครที่มีบทบาทในชุมชนเท่านั้น แต่เพราะผมมองว่าหัวใจสำคัญของหนังเรื่องนี้คือ เรื่อง "สังคมอีสานและความเชื่อที่แรงกล้า" ทำไมปัญญาถึงขอบนบวชกับพระพุทธรูป ทำไมผู้ชายในหมู่บ้านต้องแต่งหญิง และทำไมหลวงพ่อจะต้องบวชปัญญาในนาทีสุดท้าย

นั่นก็เพราะในภาวะที่อับจนหนทาง "สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ" นั้นสำคัญที่สุด!!

การทำไร่ทำนาในอีสานนั้นต้องรอฟ้าฝน แม้จะขยันขันแข็งอย่างไร ถ้าฟ้าฝนไม่เป็นใจ มันก็เปล่าประโยชน์ เรื่องของความเชื่อและศาสนาจึงผูกพันกับคนอีสานอย่างเหนี่ยวแน่น เพราะสิ่งยึดเหนี่ยวเหล่านี้ นี่แหละที่ทำให้คนอีสานสามารถอยู่ในแผ่นดินที่แร้นแค้นได้

หนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยปาฏิหาริย์ และเรื่องบังเอิญที่ไร้เหตุผลมากมาย จนหลายคนมองว่ามันเป็นจุดด้อยของบท แต่เราคงลืมไปแล้วว่าชีวิตเราทุก ๆ คนนั้นล้วนต้องการปาฏิหาริย์ที่ไร้เหตุผลแบบนี้ทั้งนั้น ที่สำคัญ ตัวละครในหนังเรื่องนี้ ไม่มีใครที่นอนรอปาฏิหาริย์ แต่ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองจนสุดความสามารถ ปัญญาพยายามหาเงินมาซื้อเครื่องดนตรี หรือที่เบ่งฉี่แทบตายเพื่อจะขับปลิงออกมา หรือที่ซ้อมดนตรีกันเต็มที่ หรือแม้แต่ตอนจบที่ทุกคนต่างพยายามหาทุกวิถีทางช่วยปัญญา

แล้วมันผิดนักหรือที่หนังเรื่องนึงจะสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นเพื่อตอบแทนความพยายามของพวกเขา!!!

..............................................

ในโลกแห่งความจริง เราต่างก็ถามหาปาฏิหาริย์เสมอ แต่มันก็ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นเลย แต่ก็ยังมีคนไม่น้อยที่ก้มหน้าก้มตาทำงานที่ตัวเองเชื่อมั่นแม้โอกาสที่จะสำเร็จมันน้อยนิดเต็มที นั่นเพราะเขามีศรัทธาอย่างแรงกล้า และเชื่อว่าสักวันปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นกับเขา คุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ก็เป็นหนึ่งในนั้น....

สำหรับบางคนที่เข้าห้องเฉลิมไทยช่วงสองอาทิตย์นี้ อย่างน้อยก็คงยิ้มกับตัวเองนิด ๆ ได้แล้วหละครับ เพราะปาฏิหาริย์เล็ก ๆ ได้เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ



Create Date : 01 มีนาคม 2554
Last Update : 1 มีนาคม 2554 17:07:07 น. 27 comments
Counter : 999 Pageviews.

 
I love this movie too.


โดย: tuk-tuK@korat IP: 125.26.88.201 วันที่: 1 มีนาคม 2554 เวลา:15:04:33 น.  

 
ฉากเอื้อเฟื้อของชาวบ้านอีกจุดหนึ่งคือ การเอาสื่อ ที่ หมอน มุ้ง ไปให้ชาวคณะจาก กทม. ได้ใช้ปูหลับนอน จอบจนต้องนอนพื้นกระดาน


โดย: หน่อย IP: 192.168.2.235, 203.157.45.22 วันที่: 1 มีนาคม 2554 เวลา:16:09:04 น.  

 
ดูมาแล้ว ชอบมากๆ เหมือนกันค่า ลุ้นๆให้รายได้เยอะๆ โหวดให้คนนึงค่า


โดย: brighter_my IP: 118.172.221.46 วันที่: 1 มีนาคม 2554 เวลา:16:45:55 น.  

 
อยากจะบอกว่าประทับใจเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ^^ เเละก็ดิชั้นเป็นคนอิสานโดยกำเนิด
ไปดูเรื่องนี้เเล้วอยากบอกว่า ทุกอย่างในเรื่องคือเรื่องจริงที่ดิชั้นเคยเจอค่ะ
ตอนเด็กๆไปกับกลุ่มเพื่อน ไปไล่จับเเย้ กะปอม
มีฉากนึงที่ จอบ ขุดไปเจอรูงู เเล้วตะโกนบอกเพื่อนๆ จากนั้นทุกคนวิ่งหนีงูเเตกกระเจิง
จะบอกว่าเป็นอะไรที่โดนมากค่ะ ฮ่าๆ
นั่นมันดิชั้นเเละเพื่อนๆสมัยเด็กชัดๆ
เเม้เเต่เรื่องผีเเม่ม่าย ที่ผู้ชายจะต้องทาเล็บสีแดง ก็จริงค่ะ คือทุกฉากในเรื่อง
ถ่ายทอดความเป็นอิสานได้ออกมาเยี่ยมมาก
ภาษาที่ใช้ ทุกอย่าง ไม่นึกว่าจะถอดออกมาได้ดีขนาดนี้ เหมือนหลุดไปอยู่ช่วงนั้นอีกครั้งนึง
..เนื้อเรื่องที่ดูเหมือนเรียบๆไม่มีอะไร เเต่จริงๆมันมีบางอย่างแฝงอยู่...
ร่ายซะยาวเลย สรุป ประทับใจมากค่ะ^^


โดย: จะลิ IP: 110.164.44.51 วันที่: 1 มีนาคม 2554 เวลา:20:06:10 น.  

 
ผมไปเบิ่งมาแล่ว ม่วนอีหลี่ ม่วนขนาดเล๊ย ไปเว้าหนำหมู่
หนำเพื่อน ซิพากันไปเบิ่งหนำกันอีก


โดย: เดี่ยว โคราช IP: 110.168.182.93 วันที่: 1 มีนาคม 2554 เวลา:21:32:21 น.  

 
ดูหนังเรื่อง ปัญญา เรณูแล้ว ผม ภูมิใจในความเป็นคนอีสาน มาก มากเลยครับ


โดย: เดี่ยว โคราช IP: 110.168.182.93 วันที่: 1 มีนาคม 2554 เวลา:21:42:33 น.  

 
ดีใจ ลากเพื่อนที่ไม่แยเส ไปดูได้เป็น 10 โดยตัวเองดูกับเค้าถึง 30รอบค่ะ นานแล้วที่ไม่ได้ดูหนังแล้วนั่งยิ้มเกือบทั้งเรื่อง


โดย: erbhern IP: 101.108.196.2 วันที่: 1 มีนาคม 2554 เวลา:23:04:27 น.  

 
ขอโทษค่ะ 3 รอบ ไม่ใช่ 30 รอบ


โดย: erbhern IP: 101.108.196.2 วันที่: 1 มีนาคม 2554 เวลา:23:05:48 น.  

 
แค่ชื่อ ก็น่าดู แล้วอะ
- เปนหนัง เรื่อง แรก ที่
บอกว่า อยากดู ! แล้ว ก็ไป ดูจนได้

:) very good !


โดย: เรณู IP: 61.7.177.189 วันที่: 2 มีนาคม 2554 เวลา:16:07:13 น.  

 
ชอบมากคับ หนังสนุก ให้แง่คิดด้วย ^__^


โดย: pong_mi04 IP: 202.12.97.119 วันที่: 3 มีนาคม 2554 เวลา:9:49:42 น.  

 
ชอบ ครับ โดนมากอยากบอกว่าอมยิ้มอยู่ทั้งเรื่องเลย ยิ่งตอนผีแม่ม่ายนะ โดนมาก เคยโดนจับแต่งมาแล้วครับฮา อินกับบทที่ ปํญญาตอนจะจบ แถบไม่คิดเลยทำเอาเกือบร้องไห้ไปแล้วนะเนี๊ย ขอให้ทำรายได้เยอะๆนะ ปัญญา เรณู...ชอบ


โดย: took IP: 192.168.213.62, 124.120.79.149 วันที่: 3 มีนาคม 2554 เวลา:23:40:07 น.  

 
ได้ดูแล้วชอบมากครับรู้สึกประทับใจทำให้คิดถึงวัยเด็ก และชีวิตที่เกิดขึ้นจริงบนสังคมไทยที่ 80 %ของคนไทยยังเป็นคนบ้านนอก ถ้าคุณยอมรับความจริง หลายคนอาจไม่ทราบซึ้ง แต่ผมซึ้งครับผมคิดว่าเราถ้าคนเรารู้จักรากเง้าที่แท้จริงของตนเองแล้วคุณก็จะสามารถหาความสุขที่แท้จริงได้ วัตถุเป็นสิ่งที่เป็นความสุขก็จริงแต่ถึงแก่นของหัวใจในความคิดผมว่ายาก ขอบคุณ บิณฑ์ที่กล้านำมาเสนอ คุณแน่มากผมยอมรับหัวใจของคุณที่ไม่ท้อที่จะสร้างหนังแนวนี้ออกมา คุณกล้ามาก ขอบคุณทุกคนครับที่ไปดูขอบคุณที่ทุกคนยังไม่ลืมว่าเมืองไทยของเราแท้จริงเป็นเช่นไร ถ้าคุณรู้จักตนเองแล้วไม่นานทุกคนก็จะยอมรับและรู้จักคุณในที่สุด


ขอบคุณอีกครั้งครับกับหนังดีๆ
คุณบิณฑ์สู้ๆนะครับ ผมเป็นกำลังใจให้


โดย: เถาวัลย์เปรียง IP: 203.114.120.101 วันที่: 4 มีนาคม 2554 เวลา:12:11:19 น.  

 
ไปสนับสนุนหนังดีๆมาแล้วค่ะ ตั้งใจไปดูมาก จนทะเลาะกันกะแฟน เค้าอยากดู I am no.4 แต่เราจะดูปัญญาเรณู ไปด้วยกันแต่ไม่ได้กลับด้วยกัน 55555+


โดย: แจ๊คพอตกะลัคกี้ IP: 223.204.55.50 วันที่: 6 มีนาคม 2554 เวลา:18:32:42 น.  

 
เป็นหนังเรื่องแรกที่ดู 2 รอบ ดูวันแรกที่ฉาย มีความสุขตลอดเวลาที่ดู คนเยอะมากหัวเราะตลอด เวลาซึ้งคนในโรงหนังเงียบกริบ แอบเห็นบางคนร้องไห้ด้วย ตอนหนังจบคนยังไม่ลุกออกจากที่รอจนโรงหนังเปิดไฟ ผมรู้สึกได้ว่าทุกคนที่เข้าไม่อยากให้หนังจบ ขอเป็นกำลังใจใครับ ขอให้รายได้ทะลุ 100 บาท รอดูภาค 2,3,4,5,,,,,,,,


โดย: แอ้ม IP: 118.173.223.85 วันที่: 8 มีนาคม 2554 เวลา:16:42:26 น.  

 
ชอบฉากเรญูแกล้งโดนผีเข้า ทุกคนในโรงหนังปรบมือเสียงดังมาก ยังกะนักแสดงขึ้นรับรางวัลออสกาส์


โดย: เด็กอิสาน IP: 118.173.223.85 วันที่: 8 มีนาคม 2554 เวลา:16:47:25 น.  

 
มิวมีแฟนยังคับ


โดย: เจ IP: 113.53.165.246 วันที่: 30 มีนาคม 2554 เวลา:11:20:12 น.  

 
รักนะมิว


โดย: เจ IP: 182.53.122.2 วันที่: 30 มีนาคม 2554 เวลา:11:21:13 น.  

 
มิวมีแฟนละ

จะถามทำไม

ไม่ต้องถาม เลย

หวง นะ

อย่ายุ่ง


โดย: พิทวัฒน์ IP: 223.207.91.215 วันที่: 31 กรกฎาคม 2554 เวลา:21:05:02 น.  

 
แนะนำเว็บดูหนังซีรีย์เกาหลีฟรี


โดย: koreaserie (loveyoupantip ) วันที่: 6 สิงหาคม 2554 เวลา:8:57:30 น.  

 
เหนื่อย จัย จัง คับ ไม่ น่า ดู เลย พอ ดู เเล้ว ทำ ไห้ ผม รู้ สึก ชอบ เค้า เเล้ว ก็ คิด ถึงเค้า ไป วันๆ โดย ที่ เค้า ไม่ รู้ { เกมส์ เด็ก สุราษฏร์ธานี}

ถ้า ปาฏิหารย์ ของ ศักสิทธิ์ หรือ ความ บังเอิน ก็ ตาม ถ้า มี อยู่ จิง ผม ขอ พบ {หมิว} "...ครั้งคับ..."


โดย: เกมส์ IP: 101.109.72.100 วันที่: 25 สิงหาคม 2554 เวลา:8:08:30 น.  

 
มิว อะ คับ


โดย: เกมส์ IP: 101.109.72.100 วันที่: 25 สิงหาคม 2554 เวลา:8:21:28 น.  

 
ไคร เป็น แฟน มิว คง จะ โชคดี นะ


โดย: เกมส์ เด็ก สุราษ IP: 101.109.72.100 วันที่: 25 สิงหาคม 2554 เวลา:8:23:02 น.  

 
ถ้า มิว หรือ ครอบ ครัว ของ มิว ได้ ดู หรือ ได้ อ่าน ข้อ ความ นี้ ผม ขอ ให้ มา เที่ยว ที่ สุราษ บ้าง นะ คับ


โดย: เกมส์ เด็ก สุราษ IP: 101.109.72.100 วันที่: 25 สิงหาคม 2554 เวลา:8:25:17 น.  

 
อยากให้คุนมิวมาหาเราที่ระเวจัง


โดย: วุฒิชัย จันทรคล IP: 125.26.133.223 วันที่: 6 กันยายน 2554 เวลา:17:08:44 น.  

 
พี่หมิว ยุว รร. เดียวกันกับบ หนู ค้ะ ^^ '


โดย: ก้นะ IP: 182.52.183.126 วันที่: 12 กันยายน 2554 เวลา:19:57:54 น.  

 
บอกได้คำเดียวว่าไม่ปลื่มเท่าที่ควรครับ ไม่คุ้มค่าการรอคอยเลย ดูอินางเอ้ยเขยฝรั่ง / ฮักนะสารคาม ยังอินกว่านี้เยอะ


โดย: ฅนอีสาน IP: 58.11.100.106 วันที่: 3 มกราคม 2555 เวลา:11:56:12 น.  

 
พี่ทิวหล่อมาก


โดย: ฟ้าน่ะค่ะ IP: 119.42.68.154 วันที่: 8 ตุลาคม 2556 เวลา:17:17:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

trufa
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add trufa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.