เยือนประเทศ Malta (2011/05/12)


การเดินทางไป Malta ครั้งนี้ตัดสินใจหนึ่งอาทิตย์ก่อนออกเดินทางเพราะตั้งแต่แรกเพียงแต่จองวันหยุดเอาไว้แต่ไม่ได้คิดว่าจะเดินทางไปไหน พอมานึกว่าถ้าจะหยุดอยู่กับบ้านเฉยๆคงจะเป็นโรคประสาทแน่นอนเพราะจะต้องทำงานตลอดหน้าร้อนและถ้าจะให้เดินทางภายในสวีเดนค่าใช้จ่ายก็พอกันกับเดินทางออกนอกประเทศ คิดว่าจะไปไหนก็ได้ขอเพียงให้ห่างไกลกับสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวันทุกวันนี้

หาดูที่ต่างๆใน last minute ก็มีหลายที่ๆน่าสนใจขึ้นอยู่กับว่าอยากจะทำอะไรอยากจะดูอะไรอยากจะไปประเทศไหนและถ้าเดินทางคนเดียวประเทศไหนที่จะมีความปลอดภัยมากที่สุดโดยเฉพาะเรื่องภาษาที่สามารถจะติดต่อสื่อสารกับคนท้องถิ่นได้ก็เลยเลือกไป Malta เพราะทุกคนพูดภาษาอังกฤษเนื่องจากเป็นประเทศเมืองขึ้นของอังกฤษมาก่อน จ่ายเงินได้ e-ticket เรียบร้อยแฟนอยากจะตามไปด้วยทั้งๆที่ตอนแรกบอกติดงานไปไม่ได้แต่มาเคลียงานได้ในวินาทีสุดท้ายเลยต้องเปลี่ยนตั๋วและเสียค่าปรับตามระเบียบซึ่งแฟนเป็นคนจัดการเองเพราะคิดว่าเราเป็นคนจ่ายในส่วนของเราไปแล้ว


เครื่องออกตอน 6 โมงเช้าและจะต้องตื่นตอนตีสามก็เลยเอาเป็นว่าคืนนั้นทั้งคืนไม่ได้นอนเพราะเลิกงานกลับบ้านกว่าจะจัดกระเป๋าเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบห้าทุ่มก็เลยตัดสินใจไม่นอนดีกว่านั่งดูทีวีจนกระทั่งตีสามถึงได้อาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้านตอนตีสี่ แฟนขับรถไปจอดที่สถานที่รับฝากรถระยะยาวเพราะมันถูกกว่าที่จะนั่งรถแท๊กซี่ไปกลับระหว่างบ้านกับสนามบิน ถึงแม้สถานที่จะไกลจากสนามบินแต่ก็มีรถบัสรับส่งฟรีระหว่างสนามบินกับสถานที่จอดรถ

ถึงสนามบินก็ต้องจัดการ check-in เอง สองคนกับแฟนก็งงเหมือนกันเพราะไม่เคยบินกับ charter มาก่อนคือต้องเช็คกระเป๋าเลือกที่นั่งและรับ boarding card จากตู้ที่ check-in ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยเพราะทำกันไม่เป็น จากนั้นถีงได้นำเอากระเป๋าไปที่พนักงานที่เคาเตอร์เพื่อติดป้ายจุดหมายปลายทาง

เครื่องบินบินตรงจาก Stockholm ถึง Malta ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 3 ชั่วโมงครึ่งแต่กว่าจะถึงโรงแรมที่พักก็ล่อไปเกือบเที่ยงเป็นโรงแรมใหญ่และพอใช้ได้อยู่ทางเหนือของ Malta ชื่อว่า Mallieha Bay Hotel อยู่ห่างจากเมืองหลวง Valleta ใช้เวลาเดินทางประครึ่งชั่วโมงโดยรถยนต์และประมาณหนึ่งชั่วโมงโดยรถบัสประจำทาง ที่น่าสนใจคือระโดยสารที่นี่เป็นรถเก่าไม่มีแอร์ทำให้นึกถึงเมืองไทยเมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา










เลือกที่จะพักโรงแรมนี้เพราะมันเป็น all inclusive คือราคาเป็นราคารวมค่าเครื่องบิน ค่าโรงแรม+อาหาร 3 มื้อ+เครื่องดื่มทุกอย่าง เอาเป็นว่าถ้าจะไปพักผ่อนจริงๆ คุ้มกับราคาเรียกว่าไม่จำเป็นต้องออกไปไหนเลยเพราะมี activities ทุกอย่างในโรงแรม และก่อนที่จะจองก็ได้เช็คดูในเว็ปไซต์ของ Tripadvisor แล้วว่าเป็นโรงแรมที่ใช้ได้ถึงแม้ว่าโรงแรมจะเก่าไปหน่อยแต่ก็อยู่ระหว่างการปรับปรุงอีกทั้งแขกที่พักไม่ใช่วัยรุ่นมีแต่วัยกลางคนขึ้นไปจนถึงคนอายุ 90

หลังจากเช็คอินก็แทบจะหัวเราะท้องแข็งเพราะพนักงานเอาป้ายมาติดให้ที่ข้อมือและกับชับห้ามไม่ให้เอาออกไม่ว่าจะไปไหนและในช่วงเวลาที่พักอยู่ที่โรงแรมเลยต้องถามพนักงานว่าเธอไม่ล้อเล่นหรือเปล่า ซึ่งก็ทราบทีหลังว่าพนักงานในโรงแรมจะได้ทราบว่าแขกคนไหนเข้าพักแบบ all inclusive เพื่อที่จะไม่จะเป็นต้องจ่ายเงินเพิ่มเติมเวลาที่ไปทานอาหารหรือสั่งเครื่องดื่มอะไรภายในโรงแรม เราก็ล้อไปว่าก็ดีหากไปหลงทางในเมืองตอนกลางคืนตำรวจจะได้ส่งตัวกลับถูกโรงแรมเพราะมันเป็นป้ายชื่อโรงแรมค่ะ มีหลายครั้งที่ออกไปนอกโรงแรมและไปทานอาหารกลางวันตามสถานที่ต่างๆ คนก็นั่งมอง เลยต้องแกล้งล้อเล่นว่า We just got out of the hospital!









เมื่อขึ้นไปบนห้องปรากฏว่าไม่มีแม้แต่น้ำดื่มในตู้เย็นก็เลยต้องลงไปเอาน้ำขวดและเครื่องดื่มอย่างอื่นมาเก็บไว้ในตู้เย็นบ้าง ปรากฎว่าเมื่อลงไปที่ lounge bar ซึ่งเป็นที่ที่นั่งดืมกาแฟหรือไม่ก็ afternoon tea ของคนอังกฤษ มีคนยืนต่อคิวเกือบ 20 คนตอนนั้นค่อนข้างเหนื่อยและเพลียด้วยแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะเคยชินกับการยืนต่อคิวที่สวีเดนยืนอยู่ประมาณเกือบ 15 นาทีจนเกือบจะถึงคิวตัวเอง lady ชาวอังกฤษคนหนึ่งอายุประมาณ 70 กว่าก็หันมาพูดกับเราว่า

Darling I've complained it many times but nothing happens. I did hear a lot of complaints yesterday as well but still this man works alone today. He always works so hard. I've kwown him for 10 years now.

เราก็ได้แต่ยิ้มและตอบไปว่า เข้าใจความรู้สึกของพนักงานที่คนเดียวจะต้องเสริฟของให้กับแขกทุกคนในช่วงตอนเที่ยงทั้งแขกเก่าและแขกใหม่และพนักงานผู้นั้นก็ stress ตลอดเวลาหน้าไม่มียิ้มแย้ม พนักงานก็พูดต่อว่าถ้าใครอยากจะร้องเรียนให้ไปพูดกับผู้จัดการไม่ใช่พูดกับตัวเขาเพราะเขาเองต้องการให้แขกได้ของที่สั่งอย่างเร็วที่สุด พอถึงคิวเราพนักงานผู้นั้นก็พูดกับเราว่า Please do it for me , the manager is sitting in the restaurant and having lunch. พอได้กาแฟและเครื่องดื่มที่ต้องการก็เอาไปวางไว้ที่โต๊ะบอกแฟนว่าเดี๋ยวมา แฟนถามว่าเอาจริงเหรอก็เลยบอกว่าถ้าไม่เอาจริงก็ไม่ใช่ชั้นน่ะซิ


เดินไปที่ห้องอาหารถามพนักงานเสริฟว่าผู้จัดการนั่งอยู่ที่ไหนเขาก็ชี้ไปที่โต๊ะหนึ่งซึ่งมีชาย 3 คนนั่งอยู่เราก็เข้าไปพูดด้วยความสุภาพว่าขอโทษที่เข้ามาขัดจังหวะในช่วงอาหารอาหารกลางวัน แล้วก็พูดพูดพูดและทิ้งท้ายไว้ว่าหวังว่าพรุ่งนี้คงจะได้เห็นการบริการที่ดีขึ้น จากนั้นก็กลับไปที่ lounge bar บอกกลับพนักงานผู้นั้นว่าชั้นทำให้แล้วนะ พนักงานผู้นั้นก็ขอบคุณอย่างมากมาย


ไม่ได้เจอกับพนักงานคนนั้นอยู่ 3 วันเพราะหลังจากอาหารเช้าก็ออกจากโรงแรมกว่าจะจะกลับก็ได้เวลาอาหารเย็นทานเสร็จก็ขึ้นห้องเพราะเพลียไม่เคยไปเที่ยวไหนที่ต้องเดินมากเหมือนไปที่ Malta จนกระทั่งวัน final ของ Eurovision Song Contest นั่นแหละถึงได้เจอกับพนักงานคนนี้อีกเพราะเข้าไปนั่งดื่ม พนักงานคนนั้นก็ตะโกนถามด้วยเสียงอันดังว่าคุณหายไปไหนมาไม่เห็นเลยหลายวันก็เลยบอกว่าออกไปเดินเที่ยวทั้งวันตามประสาคนอยากรู้อยากเห็น เราเลยถามว่าเป็นอย่างไรดีขึ้นไหม เขาก็บอกว่าเห็นไหมตอนนี้มี 3 คนแล้วที่อยู่ในห้องนี้ แขกในห้องนั้นก็ดูมีความสุขดีและเป็นกันเองไปหมด พนักงานคนนั้นก็เดินถือขวดแชมเปญออกมาแล้วก็บอกว่าถ้าสวีเดนชนะเขาจะเปิดให้ฟรี เราก็เลยแหย่บอกว่าเปิดก่อนไม่ได้หรือถ้าสวีเดนแพ้เดี๋ยวจะจ่ายเงินให้ เขาก็บอกว่าไมได้ต้องเปิดเฉพาะในวาระพิเศษเท่านั้น ทุกคนก็เลยฮากันใหญ่


ค่ะไป Malta ครั้งนี้ได้สนุกสนานและมีเพื่อนใหม่ๆกลับมา ไปครั้งนี้ก็เอาเพื่อนคู่ใจตัวไหม่ตามไปด้วย นั่นก็คือ D7000 และ เลนส์ wide angle ของsigma 10-20mm ที่จริงว่าจะเอาตัวเก่าคือ D80 ที่ใช้อยู่เพราะ D7000 เพิ่งจะได้ 2 วันก่อนออกเดินทางไม่มีเวลาอ่านคู่มือแต่คิดว่าถ้าไม่เอาไปก็จะไม่รู้ว่ามันทำงานอย่างไรและก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปลองถ่ายที่ไหน ก็ลองดูรูปที่นำเอามาลงให้ดูก็แล้วกันค่ะ


ถ้าคิดจะไปไหนเพื่อถ่ายรูปโดยเฉพาะอย่าได้เอาผู้ติดตามที่ไม่มีความสนใจในเรื่องนี้ไปด้วย มันทำให้ไม่มีสมาธิในการถ่ายรูปและเกิดการพะวักพะวนที่จะต้องคอยดูว่าเขาหรือเธออยู่ที่ไหนโดยเฉพาะในการไปต่างประเทศ และบ้างครั้งต้องตื่นแต่เช้าเพื่อต้องการถ่ายภาพที่ต้องการ ถ่ายไว้เยอะมากแต่คงเอามาลงให้ดูได้เพียงเท่านี้ค่ะ















































































































































































































































































































































































































และตอนนี้ก็กำลังที่จะแพลน holiday ของปีหน้าเพราะคิดว่าต้องกลับไปเยือน Malta อีกครั้งเนื่องจากยังมีสถานที่อีกมากมายที่ยังไม่ได้เยี่ยมชมเพราะไม่มีเวลาพอในครั้งนี้










Create Date : 30 พฤษภาคม 2554
Last Update : 6 มิถุนายน 2554 17:20:11 น. 10 comments
Counter : 1532 Pageviews.

 
น่าเที่ยวมากเลยค่ะ


โดย: gusodA วันที่: 30 พฤษภาคม 2554 เวลา:2:21:27 น.  

 
สวัสดีคะ

ภาพสวยมากๆเลยคะ ชื่อประเทศไม่คุ้นหูเลย แต่สถานที่สวยและน่าไปมากๆคะ



โดย: เจ้าช่อมาลี (PP_Skywalker ) วันที่: 30 พฤษภาคม 2554 เวลา:4:52:03 น.  

 
รูปสวยมากเลยค่ะ
ชอบใบไม้สีเขียวแล้วมีหยดน้ำน่ะค่ะ ไม่แน่ใจว่าใบสนรึเปล่า
สวยดีค่ะ
ติดชื่อเหมือนออกจากโรงพยาบาลจริงๆด้วยค่ะ
อิอิอิ

ช่วงนี้งานยุ่งมากมายค่ะ
แฮ่ๆหาเรื่องงานยุ่งเองแหละค่ะ
ไว้เรียบร้อยเรื่องงานจามาทักทายนะค่ะ
รักษาสุขภาพด้วยค่ะ


โดย: ตามเส้นทางของหัวใจ วันที่: 31 พฤษภาคม 2554 เวลา:8:52:50 น.  

 


โดย: สามสิบเอ็ดธันวา วันที่: 4 มิถุนายน 2554 เวลา:18:17:50 น.  

 
เชยไม๊ ที่จะบอกว่า ไม่รู้จักประเทศนี้ มาก่อน

ขอบคุณค่ะ ที่ REVIEW ประเทศสวยๆนี้ ให้ชมกัน


โดย: สามสิบเอ็ดธันวา วันที่: 4 มิถุนายน 2554 เวลา:18:22:14 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ mellitus


ไม่เคยได้ยินประเทศนี้มาก่อนเลยค่ะ ถ้าเช่นนั้นก็ขอตามไปเที่ยวด้วยแล้วกันค่ะ


วัตถุประสงค์ที่แวะมาหาวันนี้นะคะ คือ พี่ Mell


คือพี่ mell ได้ยินข่าวเรื่อง E.coli o 104 หรือเปล่าค่ะ เป็นเชื้อพันธุ์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ตอนนี้ระบาดหรักที่เยอรมัน และรามไปบางประเทศของยุโรปค่ะ อันนตรายมากๆ มีคนเชียนชีวิตไป 20 คนแล้วค่ะ ถ้าจำไม่ผิด


สิ่งที่ต้องระมัดระวังยิ่ง คือการบริโภคของที่ไม่สุกค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวก ผัก ผลไม้


อย่างไรซะ แจ้งข่าวกันค่ะ ระมัดระวังตัวด้วยค่ะ


คิดถึงเช่นกันค่ะ



โดย: athena_b วันที่: 6 มิถุนายน 2554 เวลา:19:24:40 น.  

 
อ้าว....ขออภัยค่ะพี่ รีบผิดไปหน่อย ลืมตรวจสอบอักษร ผิดเยอะเลยค่ะ

1. ระบาดหนัก

2. มีคนเสียชีวิต



โดย: athena_b วันที่: 6 มิถุนายน 2554 เวลา:19:26:54 น.  

 
ขอบคุณครับพี่ รูปสวยมาก ๆ

เพิ่งเคยเห็นคนไปเที่ยว Malta แล้วถ่ายรูปเป็นกิจจะลักษณะก็คราวนี้แหละ
ส่วนที่โรงแรมผูกข้อมือ ผมว่าเค้าน่าจะหา Wristband มาให้ใส่แทนเนอะ
แบบนี้คล้าย ๆ มาจากโรงพยายาล หรือ Bio Hazard ประมาณนั้นเลย ฮ่า ๆ

…..

Christina Aguilar หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “ติ๊นา” ก็ได้ คนไทยเรียกกันอย่างนี้ครับ
(ส่วน Christina Aguilera มาทีหลัง ตอนนู้นผมก็สับสนเหมือนกัน แฮ่)
สมัยก่อนเคยเป็นนักร้องหญิงอันดับ 1 ของไทยเลย สงสัยพี่จะไปเมืองนอกก่อน ^^”
ปัจจุบันเธอ 44 ปีแล้ว และไม่ได้ออกผลงานเพลงเพิ่มแล้วล่ะครับ

แต่คอนเสิร์ตครบรอบ 20 ปี ยังดูพริ้งอยู่เลย ท่าทางน่าสนุกมาก
ประมาณ Christina Aguilera, Kylie minogue, Lady Gaga เลยครับ
--> กระทู้ “ภาพจากคอนเสิร์ต “20 ปี คริสติน่า อากีล่าร์”
--> กระทู้ “แบ่งปันภาพจากคอนเสิร์ต 20ปี คริสติน่า [ภาพจากมือสมัครเล่น]”


โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก วันที่: 8 มิถุนายน 2554 เวลา:13:31:15 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ Mellitus
พี่สบายดีนะคะ ตุ๊กตาไม่ได้แวะมาเยี่ยมซะนานเลย
มาวันนี้เลยได้เที่ยวชมสถานที่สวยๆของประเทศMaltaด้วยเลย
น่าเที่ยวมากเลยค่ะ แต่คงต้องขอทำงานหยอดกระปุกก่อนล่ะค่ะ
ถ่ายภาพได้สวยมากเลยค่ะ


ถ้าพี่มีเวลาก็แวะไปทักทายตุ๊กตาบ้างนะคะ


โดย: เกลือหนึ่งกำน้อย วันที่: 13 มิถุนายน 2554 เวลา:17:17:29 น.  

 
ชอบมากค่ะประเทศสวยมาก ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน ถ้าไปเที่ยวคงพอได้ ถ้าไปอยู่จริงๆคงเหงานะค่ะ มีแต่น้ำกับฟ้า ขอบคุณมากค่ะที่พาเที่ยว


โดย: Minta IP: 182.93.190.45 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2554 เวลา:13:37:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
Mellitus
Location :
กาญจนบุรี Sweden

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




ขอปรับปรุงข้อมูลของตัวเองซักหน่อยเอาเป็นว่าเป็นคนไทยคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในสวีเดนมานานพอสมควรและชอบกับระบบและวัฒนธรรมของสวีเดนจึงทำให้เข้ากับชีวิตประจำวันของตัวเองได้ดีทีเดียว

เป็นคนเกิดที่จังหวัดกาญจนบุรีแต่มาแก่อยู่ที่กรุงสต๊อกโฮล์ม อายุเริ่มมากแล้วแต่จิตใจยังวัยรุ่นอยู่เพราะไม่มีเวลาที่จะมากังวลเรื่องความแก่ ถ้าคิดว่าตัวเองแก่มันก็แก่อย่างที่คิด
กำลังคิดที่จะเขียนประวัติย่อๆของตัวเองเพราะมีน้องคนหนึ่งเขียนถามมา ที่จริงไม่ค่อยอยากจะเปิดเผยเท่าไร เพราะชีวิตจริงไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้นแต่อาจจะเป็นสิ่งที่น่าเบื่อหน่าย เพราะนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งที่ทำงานและในยามว่าง ไม่ค่อยมีคนไทยเป็นเพื่อนเนื่องจากเป็นคนตรงและปากเสีย เลยคนส่วนใหญ่ไม่อยากจะคบ ไม่เคยเกรงกลัวคนประเภทโอ่ๆทั้งหลาย เคยทำงานที่ Office of Commercial Affairs มาก่อน (เดี๋ยวนี่คงจะไม่มีแล้วในสวีเดน ไม่ทราบเหมือนกัน) เจอประเภทพวกใหญ่ๆโตๆทั้งหลายที่มาสวีเดนมาแล้วทำตัวเหมือนเจ้าแล้วมองคนอื่นเหมือนทาส เลยเบื่อและออกห่างจากสังคมไทยมานานเกือบ 20 ปีแล้วเนื่องจากเห็นมาเยอะ เกลียดคนที่ชอบเลียก้นนักการเมืองและผู้ที่มีอิทธิพลทั้งหลาย วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยไม่เคยลืมแต่จะใช้และแสดงออกก็ต่อเมื่อฝ่ายตรงข้ามสมควรที่จะได้รับ



Locations of visitors to this page







Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2554
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
30 พฤษภาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Mellitus's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.