Group Blog
 
 
สิงหาคม 2551
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
27 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 

เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับรังสียูวี

การแผ่รังสีของอัลตร้าไวโอเล็ต

รังสีอัลตร้าไวโอเล็ตจากดวงอาทิตย์นับว่าเป็นแหล่งสำคัญของการแผ่รังสีนี้ รังสีนี้สามารถมาถึงผู้คนที่อยู่บนพื้นโลกได้จากสามแหล่ง อันดับแรกคือตรงจากดวงอาทิตย์ สองคือจากการกระจายตัวจากท้องฟ้าและสามคือรังสีที่สะท้อนออกมาจากสิ่งแวดล้อม

การแผ่รังสีอัลตร้าไวโอเล็ตคืออะไร
รังสีอัลตร้าไวโอเล็ต (ยูวี) คือส่วนหนึ่งของกระแสแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่อยู่ระหว่าง 100 ถึง 400 นาโนมิเตอร์ รังสียูวีถูกแยกย่อยออกไปตามความยาวคลื่นเป็นสามกลุ่ม
ยูวีเอ – คือยูวีในแถบคลื่น 315 ถึง 400 นาโนมิเตอร์ เป็นที่เชื่อกันว่ายูวีเอเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผิวหนังแก่กว่าวัยและเกิดรอยเหี่ยวย่นและล่าสุดก็ถูกชี้บ่งว่าเป็นต้นเหตุของมะเร็วผิวหนัง

ยูวีบี - คือยูวีในแถบคลื่น 280 ถึง 315 ยูวีบีตัวนี้มีอันตรายมากกว่ายูวีเอและถูกระบุว่าเป็นตัวการสำคัญของมะเร็งผิวหนัง การเกรียมไหม้ของผิวหนังและต้อ

ยูวีซี – คือยูวีในแถบคลื่น 100 ถึง 280 ยูวีตัวนี้มีอันตรายมากแต่มาไม่ถึงพื้นโลกเนื่องการถูกดูดกลืนไปในชั้นบรรยากาศโดยโอโซน

คนเราได้รับรังสียูวีอย่างไร
รังสีอัลตร้าไวโอเล็ตจากดวงอาทิตย์นับว่าเป็นแหล่งสำคัญของการแผ่รังสีนี้ รังสีนี้สามารถมาถึงผู้คนที่อยู่บนพื้นโลกได้จากสามแหล่ง อันดับแรกคือตรงจากดวงอาทิตย์ สองคือจากการกระจายตัวจากท้องฟ้าและสามคือรังสีที่สะท้อนออกมาจากสิ่งแวดล้อม

จากข้อความข้างต้น เราก็ต้องเข้าใจว่าแม้คนเราจะอยู่ในร่มเงาและไม่โดนแสงแดดโดยตรง เขาก็ยังอาจได้รับรังสียูวีจากท้องฟ้า นอกจากนี้บรรดาตึกรามบ้านช่องหรือสิ่งปลูกสร้าง ต่างก็สามารถสะท้อนรังสียูวีได้ เช่นสีขาว คอนกรีตสีอ่อนหรือพื้นผิวโลหะ พื้นผิวเหล่านี้สามารถสะท้อนรังสียูวีเข้าสู่ผิวหนังหรือตาของคนได้ พื้นผิวที่มีการสะท้อนแสงได้ดีจะทำให้การป้องกันได้ผลน้อยลง

ยังมีแหล่งของรังสียูวีอื่นๆ อีก เช่น เครื่องเชื่อมไฟฟ้าที่ใช้ในอุตสาหกรรมก็สามารถแผ่รังสียูวีได้เป็นจำนวนมาก เป็นต้นเหตุให้คนทำงานได้รับผลกระทบทางด้านสุขภาพเนื่องจากการได้รับรังสึยูวีในระดับสูง นอกจากนี้ก็มีสิ่งอื่นๆ ที่สามารถแผ่รังสียูวีได้ เช่น หลอดไฟนีออน ไอปรอท หลอดไฟฮาโลเจนที่มีใช้กันในโรงงาน ตามสำนักงานหรือตามบ้าน

การได้รับรังสียูวีมีผลอะไร
อวัยวะที่มีอัตราเสี่ยงต่อการแผ่รังสียูวีคือ ผิวหนังและดวงตา เนื่องจากรังสียูวีมีอัตราการทะลุทะลวงไม่ลึกนัก รังสียูวีเกิดมาจากหลายแหล่งแต่สำหรับบุคคลทั่วไปแล้ว ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งสำคัญ ผู้ที่ทำงานอยู่กลางแจ้งโดยไม่มีการป้องกันที่เพียงพออาจะได้รับรังสียูวีเกินกว่าระดับที่ยอมรับได้

คนที่ได้รับรังสียูวีมากเกินไปอาจจะไม่ได้รับรู้ถึงผลเสียหายเนื่องจากเรามองไม่เห็นรังสียูวีหรือรู้สึกได้เมื่อรังสีมาโดนตัว อีกทั้งรังสียูวียังไม่ส่งผลแบบทันที การได้รับรังสียูวีมากเกินไปอาจทำให้ผิวหนังไหม้ เสียหายหรือเกิดมะเร็ง ผลในระยะสั้นที่เห็นได้ชัดที่สุดคือผิวหนังไหม้ ยิ่งได้รับรังสียูวีมากเท่าไร ผิวหนังก็จะไหม้เกรียมมากขึ้นเท่านั้น การได้รับรังสียูวีสะสมไปเรื่อยๆ รวมทั้งผิวหนังที่เคยเกิดการไหม้เกรียมบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในวัยเด็ก เพิ่มอัตราการเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง การโดนแสงแดดทำให้ผิวหนังชั้นนอกกร้านและในระยะยาวจะเกิดรอยเหี่ยวย่นและหยาบ มะเร็งเมลาโนมาซึ่งเป็นมะเร็งที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันแต่เป็นมะเร็งผิวหนังชนิดที่อันตรายที่สุด อาจจะเกิดจากการได้รับรังสียูวีจากแสงแดดในอัตราสูงตั้งแต่ในวัยเด็ก เจ้ามะเร็งเมลาโนมาตัวร้ายนี้อาจจะเริ่มปรากฏขึ้นในลักษณะคล้ายปานดำหรือจุดดำบนผิวหนัง

การได้รับรังสียูวียังทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดต้อ ต้อเป็นโรคตาที่ค่อนข้างจะพบได้ง่ายในออสเตรเลีย โรคนี้มีผลต่อการปรับโฟกัสและการรับแสงของตา หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจจะส่งผลให้ตาบอดได้

เราจะลดอัตราเสี่ยงจากการรับรังสียูวีได้อย่างไร
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงที่จะออกไปกลางแจ้งในช่วงเวลากลางวัน ในขณะที่อยู่กลางแจ้งควรสรวมใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดผิวหนังได้ดี สวมหมวก แว่นกันแดดและทาครีมกันแดด นอกจากนี้ยังอาจจะพิจารณาถึงการปรับสภาพที่อยู่อาศัยเพื่อลดระดับของรังสียูวีที่อาจจะผ่านเข้ามา เช่นติดผ้าใบบังแดดหรือติดฟิล์มกรองแสงที่กระจกหน้าต่างเป็นต้น คำแนะนำที่ดีที่สุดก็คือ ควรสรวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม สวมหมวก แว่นกันแดดและทาครีมกันแดดเมื่อออกไปกลางแจ้ง โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางวัน

การแผ่รังสียูวีและมาตรฐานของระดับยูวี
ออสเตรเลียมีอัตราของมะเร็งผิวหนังสูงที่สุด คือมีรายงานผู้ป่วยใหม่กว่า 200,000 รายทุกปีและ 6,000 รายในกลุ่มนี้อาจเป็นมะเร็งเมลาโนมาที่มีอันตรายถึงชีวิต สาเหตุหลักก็คือประชากรส่วนมากมีผิวสีอ่อน ความชอบการใช้ชีวิตกลางแจ้ง ท้องฟ้าที่มักจะปราศจากเมฆ ต่างล้วนมีผลทำให้ประชากรได้รับรังสียูวีในระดับสูง หน่วยงานต้านโรคมะเร็งได้มีการประชาสัมพันธ์และให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยลดการเกิดโรคมะเร็ง ARPANSA (Australian Radiation Protection and Nuclear Safety Agency) ทำหน้าที่ตรวจวัดระดับการแผ่รังสียูวีจากดวงอาทิตย์ทุกๆ วันตามเขตต่างของออสเตรเลียที่มีประชากรหนาแน่นและได้ทำต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว มีการรายงานผลการตรวจวัดระดับรังสียูวีประจำวันในเว็ปไซส์ของหน่วยงานด้วย

เครื่องนุ่งห่มและการป้องกันรังสียูวี
อัตราการป้องกันรังสียูวีที่มีระบุอยู่ในสิ่งทอหลายๆ ชนิดช่วยชี้ให้ทราบว่าวัสดุนั้นสามารถป้องกันรังสียูวีได้ดีแค่ไหน นอกเหนือจากนี้เราก็ควรจะคำนึงถึงการออกแบบตัดเย็บด้วย

รังสียูวีคืออะไร
สิ่งที่แผ่รังสีมาจากดวงอาทิตย์และมาถึงพื้นโลก โดยหลักแล้วก็มี แสงซึ่งมองเห็นได้และ ความร้อนจากอินฟราเรด รังสียูวีก็มีมาด้วยเพียงแต่ว่าเราไม่สามารถมองเห็นหรือรู้สึกได้ โอโซนในชั้นบรรยากาศช่วยดูดซึมรังสียูวีที่มีอันตรายเหล่านี้ออกไปได้พอสมควรแต่เราก็ยังได้รับรังสียูวีมาก มากพอที่จะทำให้ผิวหนังไหม้หรือเกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆ

ทำไมรังสียูวีจึงมีอันตราย
การได้รับรังสียูวีมากๆ นอกจากผิวหนังจะไหม้เท่านั้นแต่ผิวหนังก็จะเสียหายอย่างถาวรด้วย ผลที่ตามมามักจะเป็นเรื่องผิวที่ดูแก่เกินวัยและมะเร็งผิวหนัง รังสียูวียังสามารถตามีปัญหาเช่นต้อ

เราจะปกป้องตัวเองจากรังสียูวีได้อย่างไร
- หลีกเลี่ยงการออกกลางแจ้งในตอนกลางวัน (10.00 – 14.00) เพื่อลดอัตราการรับรังสียูวี
- ในขณะอยู่กลางแจ้ง พยายามเลือกอยู่ในบริเวณที่ร่มที่เรามองไม่เห็นท้องฟ้าหรือดวงอาทิตย์
- สรวมใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดแขนและขา รวมถึงร่างกาย
- สวมหมวกปีกกว้างเพื่อช่วยบังร่มให้ใบหน้า หูและหลังคอ
- ใส่แว่นกันแดด
- ทาครีมกันแดดที่มีค่าการป้องกันแสดงแดดอย่างน้อย SPF 15 ให้ทั่วบริเวณที่ไม่ได้ถูกปกคลุมด้วยเสื้อผ้า ทาครีมซ้ำทุกๆ สองชั่วโมงหรือหลังจากว่ายน้าหรือมีเหงื่อออกมาก
- เด็กๆมักไม่เข้าใจหรือรับรู้ถึงอันตรายของรังสียูวี ปกป้องพวกเขาด้วยร่ม เสื้อผ้าที่เหมาะสม หมวก แว่นกันแดดและครีมกันแดด

ค่าการป้องกันรังสียูวี UPF หมายถึงอะไร
ในวันฟ้าในฤดูร้อนของออสเตรเลีย คนผิวสีอ่อนที่ไม่ได้มีการป้องกันที่ดีสามารถได้รับรังสียูวีเกินกว่าระดับที่เหมาะสมและอาจจะเกิดผิวไหม้ได้ภายใน 15 นาที หากผิวหนังมีการปิดบังด้วยเสื้อผ้า รังสียูวีที่ได้รับก็จะลดน้อยลงได้อย่างมาก

ยกตัวอย่างเช่น การสรวมใส่เสื้อผ้าที่ออกแบบมาดีและมีค่าการป้องกันรังสียูวี UPF 20 รังสียูวีจะสามารถแผ่ผ่านเนื้อผ้าไปได้เพียง 1 ใน 20 ส่วนเท่านั้น

อะไรที่มีผลต่อค่าการป้องกันรังสีของเนื้อผ้า
• ผ้าต่างชนิดจะมีค่าการป้องกัน-ดูดซับรังสียูวีแตกต่างกัน
• ผ้าที่ถักทอแน่นจะยอมให้รังสียูวีผ่านได้น้อยกว่า
• สีเข้มมักจะกันรังสียูวีผ่านได้ดีกว่า
• ผ้าที่หนากว่ามักจะกันรังสียูวีผ่านได้ดีกว่าผ้าชนิดเดียวกันที่เนื้อบางกว่า
• ผ้าที่ใช้จนยืด เปียกน้ำหรือเก่า อาจจะป้องกันรังสียูวีผ่านได้ด้อยลง

เราจะเลือกเสื้อผ้าที่ปกป้องแสงแดดได้ดีได้อย่างไร
ค่า UPF ที่ระบุชี้บ่งถึงความสามารถในการป้องกันรังสียูวี แต่เราก็ต้องคำนึงถึงการออกแบบด้วย เสื้อแขนยาวที่มีคอปกสูง หรือหมวกซึ่งสามารถบังร่มให้ใบหน้าหรือหลังคอได้ น่าจะมีประสิทธิภาพดีที่สุด เสื้อผ้าที่หลวมมักจะป้องกันได้ดีกว่าเสื้อผ้าคับติ้ว

มาตรฐานของเสื้อผ้ากันแดดของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
มาตรฐานนี้ถูกกำหนดขึ้นเมื่อปี 1996 (พ.ศ. 2539) และเป็นผลจากการตรวจสอบในห้องปฏิบัติการเพื่อวัดค่าและกำหนดฉลาก เนื้อผ้าแต่ละชนิดจะได้รับตัวเลขค่า UPF ตามอัตราความสามารถในการป้องกันมิให้รังสียูวีผ่านไปได้

ค่า UPF ระดับการป้องกัน % ของรังสีที่ป้องกันได้
15 – 24 ดี 93.3 – 95.9
25 – 39 ดีมาก 96.0 – 97.4
40 และมากกว่ ดีเลิศ 97.5 หรือมากกว่า

มาตรฐานนี้ได้ระบุว่า ตัวเลข UPF สูงสุดที่จะแสดงได้คือ 50 เสื้อผ้าที่ทำจากวัสดุที่มีค่าการป้องกันสูงกว่า 50 จะถูกระบุว่า UPF 50+

สนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเชิญที่นี่
//www.arpansa.gov.au/uvrg/main.htm

สินค้าที่มีในประเทศไทย
//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ojlong&group=4




 

Create Date : 27 สิงหาคม 2551
2 comments
Last Update : 27 สิงหาคม 2551 7:53:59 น.
Counter : 5153 Pageviews.

 

มีความรุ้ดีจังเลยค่ะ

ชอบจัง

 

โดย: +DidYouKnowMe+ 27 สิงหาคม 2551 8:36:38 น.  

 

บทความดี ได้ความรู้มากค่ะ

ขออนุญาตินำไปลงในเวบไซด์น่ะค่ะ

 

โดย: น้ำผึ้ง IP: 101.108.15.25 7 สิงหาคม 2554 13:37:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


oj_long
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add oj_long's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.