"Would you live with ease, do what you ought, and not what you please?" Benjamin Franklin
Switzerland ประเทศที่น้องหมามีความสุขที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง

3-18 ก.ย.ที่ผ่านมานี้ มีโอกาสไปเที่ยวประเทศสวิสเซอร์แลนด์เป็นครั้งที่สอง มีความประทับใจเรื่องของน้องหมา อยากเอามาเล่าให้ฟังกันค่ะ

คนที่นั่นรักน้องหมามาก จะเห็นได้จากผู้คนพาน้องหมาออกไปไหนมาไหนด้วย น้องหมาสามารถขึ้นรถเมล์ รถราง รถไฟ เรือ หรือเคเบิลคาร์ได้ โดยเสียราคาเท่ากับราคาเด็กค่ะ หรือจะซื้อเป็นตั๋วปีเลยก็ได้ เจ้าของน้องหมาต้องเสียภาษีค่ะ แล้วเค้าจะมี tag มาให้ห้อยไว้ คงเหมือนกันเสียภาษีรถยนต์บ้านเรา แล้วต้องติดไว้หน้ารถ ตำรวจเค้าจะได้ดูว่าเสียภาษีแล้วหรือยัง แม้กระทั่งในห้างสรรพสินค้าบ้างห้าง น้องหมาก็ยังเข้าไปเดินช้อปปิ้งด้วยได้ ซุปเปอร์มาร็เก็ตมักจะไม่อนุญาติให้น้องหมาเข้า แต่ก็จะมีห่วงยึดไว้หน้าร้าน ให้เอาน้องหมาไว้ตรงนั้นได้ บางแห่งมีกรง เหมือนล็อคเกอร์ฝากกระเป๋า ฝากน้องหมาไว้ระหว่างคุณไปช้อปปิ้งก็ยังได้


ป้ายห้ามสุนัขเข้า อันนี้ถ่ายที่โบสถ์



ในที่สาธารณะจะมีกล่องใส่ถุงเอาไว้บริการสำหรับน้องหมาที่ทำธุระเสร็จแล้ว เจ้าของต้องตามเก็บไปทิ้ง ซึ่งของพวกนี้ก็มาจากภาษีที่เสียไปนั่นเอง


อันนี้ถ่ายจากริมถนน โดยความหมายคือสุนัขต้องอยู่ในสายจูง ด้านล่างมีกล่องให้ถุงขยะ และถังขยะสำหรับิ้งอึ๊น้องหมาด้วย




ถ่ายที่สวนสาธารณะ แปลว่าสามารถปล่อยสุนัขให้วิ่งเล่นได้ เฉพาะเดือนต.ค.-ก.พ. เท่านั้น ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะในฤดูอื่นนอกจากที่ระบุไว้อากาศดี อาจมีผู้คนมานอนเล่นนั่งเล่นบนสนามหญ้า เลยไม่อยากให้น้องหมามาทำธุระทิ้งไว้แถวนั้น




อันนี้ถ่ายบนเรือเฟอรี่ในทะเลสาบค่ะ




ที่สถานีรถไฟ น้องหมากะเจ้าของกำลังคอยรถไฟอยู่



เห็นน้องหมาที่นั่นแล้ว ก็อิจฉาแทนหมาๆ ที่บ้านเราไม่ได้ ถ้าเอาเจ้าสองตัวที่บ้านไปอยู่ที่นั่นบ้าง คงต้องเอาเข้าโรงเรียนไปฝึกมารยาทก่อนเป็นอันดับแรกเลย อันที่จริงน่าจะถ่ายรูปเรื่องราวของน้องหมามาให้มากกว่านี้ แต่ก็มัวแต่เที่ยวดูโน่นดูนี่เพลิน



Create Date : 24 กันยายน 2551
Last Update : 24 กันยายน 2551 20:54:46 น. 4 comments
Counter : 1263 Pageviews.

 
ดีค่ะ รักถูกวิธีด้วย


โดย: ไร่ปลายตะวัน วันที่: 24 กันยายน 2551 เวลา:22:50:37 น.  

 
ที่เยอรมันเหมือนกันค่ะ

เห็นเจ้าหมาน้อย หมาใหญ่ไปทุกที่เลยค่ะ บนรถเมล์ รถไฟ ในร้านอาหาร

บางครั้งไปทานอาหารกับครอบครัวคุณพ่อกับคุณแม่เลี้ยงสามีเค้าเอาเจ้าขนฟูไปด้วย พอไปถึงเค้าก็มีถ้วยน้ำไว้ใหน้องหมากินด้วยค่ะ


โดย: asita วันที่: 25 กันยายน 2551 เวลา:0:22:40 น.  

 
อยากให้เมืองไทย มีแบบนี้บ้าง ขอแค่สวนสาธารณะ อย่างเดียวก็ได้ เฮ้อ เห็นแล้วอิจฉา จัง


โดย: iam_zuzie (iam_zuzie ) วันที่: 25 กันยายน 2551 เวลา:16:22:40 น.  

 
ช่วยตอบให้ทีนะคะว่าที่ประเทศไหน


โดย: แพรทอง IP: 124.120.201.185 วันที่: 23 พฤษภาคม 2554 เวลา:19:12:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

divini
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
24 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add divini's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.