Group Blog
 
 
มกราคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
26 มกราคม 2552
 
All Blogs
 
เขาทำ "สร้อยคอ ทองคำ"...กันยังไง

















วันตรุษจีนปีนี้...มีใครได้อั่งเปาเป็นทองกันบ้างน๊อครับ



เป็นที่ทราบกันตามข่าวต่างๆ ว่าเศรษฐกิจทั่วโลกมีปัญหาทางด้านการเงิน
แต่ก็ไม่แน่ ..ในบางธุรกิจก็อาจสวนกระแสต่างจากเขาได้เหมือนกัน

ในปีที่ธุรกิจมีการเติบโต..แน่ละ วันตรุษจีนแบบนี้ต้องได้อั่งเปาซองหย่ายๆกันแน่ๆ
เผลอๆอาจจะได้ทองเป็นของขวัญพ่วงไปอีก


แต่ปีนี้ ตามร้านทองต่างๆ มีลูกค้าขายคืนมากกว่าที่ห้างร้านขายออกไปครับ


ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม 2009
ทองคำ 96.5 %
ทองคำแท่ง รับซื้อ 14,500 บ. ขายออก14,600 บ.
ทองรูปพรรณ รับซื้อ 14,295.88 บ. ขายออก 15,000 บ.

เป็นราคาที่ยังไม่ได้รวมค่ากำเหน็จนะครับ



ไหนๆปีนี้..ผมก็คนนึงที่ไม่ได้อั่งเปาเป็นทองคำเหมือนกัน
แต่ก็สงสัยอยากรู้ และไปหาข้อมูลมาฝาก..ว่า
เขาทำ"สร้อยคอทองคำ" ที่หลายๆคนใส่อยู่นี่ มีที่มาที่ไปยังไงครับ







แหล่งกำเนิดทองคำ

ทองคำเกิดขึ้นได้จากแหล่งปฐมภูมิ (Primary deposit) และแหล่งทุติยภูมิ (Secondary deposit)





1. เกิดจากแหล่งปฐมภูมิ คือ เป็นแหล่งแร่อยู่ในสายหรือทางแร่ทองคำ (gold bearing vien) ซึ่งเกิดรวมกับหินอัคนี เช่น เกิดรวมในสายแร่ควอตซ์ปนกับแร่ไพไรต์ แร่คาลโดไพไรต์ แร่กาลีนา แร่สฟาเลอไรต์ ซึ่งแร่เหล่านี้มีความสัมพันธ์กับมวลหินแกรนิต การเกิดของแร่ทองคำแบบนี้จะมีสารละลายน้ำร้อน (hydrothermal solution) ที่มาจากต้นกำเนิดที่เรียกว่า หินหนืด (magma) ซึ่งเคลื่อนตัวตามรอยแตกของหินภายใต้เปลือกโลก ส่วนบนของมวลหินหนืดจะเป็นหินแกรนิต และสารละลายน้ำร้อนจะตกผลึกให้เป็นแร่ หรือสายแร่ตามรอยแตก





2. เกิดจากแหล่งทุติยภูมิ เป็นแหล่งแร่บนลานแร่ (placer deposit) ซึ่งมีธารน้ำไหลผ่าน มักปนกับแร่หนักชนิดอื่นๆที่ทนกับการสึกกร่อน เช่น แร่แมกนีไทต์ แร่อิลเมไนต์ แร่การ์เนต ทองคำขาว โดยมีชั้นดินหรือกรวดทรายปิดทับชั้นที่มีแร่ไว้ การเกิดแบบนี้ หินต้นกำเนิดมักอยู่ในภูมิ-ประเทศที่เป็นภูเขาหรือพื้นที่ลาดชัน เมื่อเกิดการผุสลายตัวไปตามธรรมชาติ ก็ถูกธารน้ำไหลพัดพาไปจากแหล่งเดิม แต่ทองคำและแร่อื่นที่หนักและทนต่อการสึกกร่อนผุพัง ก็ จะแยกตัวออกจากเศษหินดินทรายอื่นๆ และสะสมมากขึ้นตรงบริเวณที่เป็นแหล่งลานแร่





ซึ่งถ้าเป็น แหล่งแร่ท้องน้ำ (stream deposit) แร่จะสะสมรวมตัวกันมากขึ้นบริเวณท้องน้ำจนกลายเป็นแหล่งแร่ ส่วนการสะสมของแร่ที่มีอยู่ตามไหล่เขา หรือที่ลาดชันใกล้กับหินต้นกำเนิด หรือสายแร่เดิม จะเป็นแหล่งแร่พลัด (eluvial deposit) ต่อมาจะมีตะกอนของดิน ทราย กรวดมาทับถมกันเป็นชั้นหนา จนเกิดเป็นลานหรือแหล่งแร่ทองคำ การผลิตทองคำของโลกส่วนใหญ่จะได้จากแหล่งลานแร่ซึ่งพบได้ในทุกทวีป แหล่งแร่ที่ถือว่าสำคัญที่สุดอยู่ที่มณฑลทรานสวาล ในประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นประเทศที่ผลิตทองคำได้ถึงร้อยละ 40 ของผลผลิตทั่วโลก






แหล่งแร่ทองคำในประเทศไทย
ในประเทศไทยได้พบแหล่งแร่ทองคำ มาแล้วในหลายจังหวัด ที่รู้จักกันดี ได้แก่ แหล่งแร่ทองคำโต๊ะโมะ อยู่ที่อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส (ใครจะไปเอามาฟ่ะ) และแหล่งทองคำในเขตอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นอกจากนี้ ยังมีแหล่งแร่ทองคำในอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำพูน และจังหวัดเลย ปัจจุบันมีการทำเหมืองแร่ทองคำในเชิงพาณิชย์ที่แหล่งแร่ทองคำชาตรี ในบริเวณอำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร และ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยได้พัฒนาเปิดเหมืองทองคำ รวมทั้งตั้งโรงงานถลุงแร่ทองคำและเงิน






ที่โรงถลุงทองคำกระบวนการผลิตนั้นเริ่มจากการแบ่งกองสินแร่เป็น 5 เกรด สินแร่ที่มีคุณภาพดีที่สุดจะมีลักษณะ hard & soft จากนั้นสินแร่จะถูกเทใส่ลงไปในเครื่องบด จากเครื่องบดจะลำเลียงด้วยสายพานไปเข้าเครื่อง SAG Mill (semiautogenous grinding) ภายในเครื่องนี้จะมีก้อนเหล็กทุบสินแร่และน้ำ




ทองคำและสินแร่ (ยังมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า) ที่ผ่านขั้นตอนนี้จะตกตะกอนมีสภาพเป็นโคลน โคลนตะกอนเหล่านี้จะถูกส่งไปยัง cyclone system จากนั้นถูกส่งเข้าไปปั่นในถัง CIL ซึ่งมีส่วนผสมของไซยาไนด์และกรดมะนาว





ไซยาไนด์จะเป็นตัวแยกทองคำออกจากหินและฝุ่นดิน และคาร์บอนจะเป็นตัวจับทองคำและเงินที่แยกจากดินและหินได้ แล้วจะถูกส่งเข้าเครื่องเผา คาร์บอนจะปล่อยทองคำออกมาในรูปทองคำเหลวหรือ pregment eluate





จาก pregment eluate จะไปสู่ขั้นตอนสุดท้ายคือ นำไปต้มใน furnace ภายใต้อุณหภูมิสูงถึง 1,200 องศาเซลเซียส ทองคำเหลวจะกลายสภาพเป็นทองคำแท่งซึ่งมีทั้งเนื้อทองและเนื้อเงิน

ทองคำแท่งที่มีทั้งเนื้อทองและเนื้อเงินจะถูกส่งไปเพื่อทำให้เป็นทองคำแท่งบริสุทธิ์





การจัดเก็บค่าภาคหลวงแร่ทองคำ คำนวณจากมูลค่าของทองคำและเงินในโลหะทองคำผสมเงินที่สกัดได้จากสินแร่ทองคำ ดังนั้นต้องตรวจวิเคราะห์ปริมาณทองคำและเงินในโลหะทองคำผสมเงินที่สกัดได้จากสินแร่ทองคำ






การวิเคราะห์ใช้วิธี Cupellation ซึ่งถือเป็นวิธีมาตรฐานสากลที่มีความถูกต้องแม่นยำสูงสุด หลักการของวิธีคือห่อตัวอย่างด้วยแผ่นโลหะตะกั่ว หากตัวอย่างมีเงินน้อยให้เติมโลหะเงินมากกว่าทองคำอยู่ 2-6 เท่า นำก้อนตะกั่วไปหลอมในเบ้า cupel ที่อุณหภูมิ 950 องศาเซลเซียส ตัวอย่างและตะกั่วจะหลอมรวมกัน จากนั้นโลหะพื้นฐานต่างๆ ที่รวมอยู่ในตัวอย่างและตะกั่วจะถูกดูดซับด้วยเบ้า cupel เหลือแต่เม็ดโลหะมีค่า (dore bead) นำเม็ดโลหะนี้ไปทุบและรีดให้บาง แล้วนำไปสกัดเงินออกด้วยกรดไนทริก (parting) จนเหลือแต่แผ่นทองคำ





คำนวณปริมาณทองคำจากน้ำหนักแผ่นทองคำ
จุดสำคัญของการวิเคราะห์อยู่ที่ ต้องทำตัวอย่างมาตรฐานที่มีส่วนผสมใกล้เคียงกับตัวอย่างทำควบคู่ไปด้วย แล้วคำนวณผลเปรียบเทียบ (proof correction) ทั้งนี้เนื่องจากในขณะหลอมละลายตัวอย่าง ทองคำและเงินมีการสูญหายไปบ้างบางส่วน จากปัจจัยหลายประการ เช่น ปริมาณตะกั่วที่ใช้ อุณหภูมิ การถูกดูดซับด้วยเบ้า cupel การระเหย อัตราส่วนของโลหะเงินและทองคำ ความเข้มข้นของกรดไนทริกที่ใช้ทำ parting และเวลาในการหลอมตัวอย่าง





การวิเคราะห์ด้วยวิธีนี้ได้ผลวิเคราะห์ที่มีความเที่ยงค่อนข้างสูง ได้ค่าเปอร์เซ็นต์ของการเบี่ยงเบนสัมพัทธ์ (% RSD) ของการวิเคราะห์ทองคำและเงินมีค่าน้อยกว่า 0.50% (N = 3) ทั้งสองธาตุ เมื่อทองคำมีค่าอยู่ระหว่าง 18-35% และเงินมีค่าอยู่ระหว่าง 65-81% ผลวิเคราะห์ที่ได้ใช้ในการคำนวณค่าภาคหลวงแร่ (รายงานประจำปี 2547 รัฐจัดเก็บรายได้รวมเป็นเงินเพียง 161.93 ล้านบาท)








คุณสมบัติของทองคำ

มนุษย์รู้จักทองคำมาตั้งแต่ประมาณ 5,000 ปี เป็นความหมายแห่งความมั่งคั่ง ซึ่งมีความแวววาวอยู่เสมอ ทองคำไม่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนดังนั้น เมื่อสัมผัสถูกอากาศสีของทองจะไม่หมองและไม่เกิดสนิม มีความอ่อนตัว ทองคำเป็นโลหะที่มีความอ่อนตัวมากที่สุด เป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี ทองคำเป็นโลหะชนิดหนึ่งที่สามารถนำไฟฟ้าได้ดี สะท้อนความร้อนได้ดี ทองคำสามารถสะท้อนความร้อนได้ดี ได้มีการนำทองคำไปฉาบไว้ที่หน้ากากหมวกของนักบินอวกาศ เพื่อป้องกันรังสีอินฟราเรด







ทองที่ได้มาคือทอง99.99% คือ ทองบริสุทธิ์ที่ไม่มีส่วนผสมอะไรเลย
ส่วนทอง 96.5% คือ ทองที่ใช้ในเมืองไทยเท่านั้น การที่บ้านเราผลิดทองที่ 96.5% เพราะต้องการลดต้นทุนให้ถูกลง มาตรฐานและราคาที่แตกต่างกัน
ค่ากำเหน็จอยู่ที่ บาทละ 450-1,200บาท (ถ้าคิดค่ากำเหน็จบาทละ 500 บาท ถ้าซื้อสร้อยทองหนักสองบาท จะถูกคิดค่ากำเหน็จ 1,000 บาท)



ค่ากำเหน็จทอง เรียกง่ายๆว่า ค่าแรงครับ

1.ความต่างของราคาขึ้นอยู่กับความสวยงาม ความยากง่ายในการผลิต รวมถึงระยะเวลาการผลิตครับ
ส่วนเรื่องราคาที่แต่ละร้านขายไม่เท่ากันนั้น เนื่องจากต้นทุนและนโยบายการขายของแต่ละร้านครับ
2.มาตรฐานค่าแรงทองไทย คิดเป็นราคาต่อบาทครับ เช่น บาทละ 500 สองบาทก้อพันนึงครับ
มันขึ้นกับความยากและต้นทุนในการผลิต (แต่สมัยนี้ส่วนมากจะใช้เครื่องจักรมากกว่าแรงงานคนแล้วครับ)


การที่ทอง 96.5%สีไม่เหมือนกัน เพราะมีส่วนผสมของวัตถุอื่นอีก 3.5% จึงทำให้ร้านทองแต่ละร้านมีการใส่ส่วนผสมของวัตถุอื่นแตกต่าง
กันออกไป





ทีนี้เรามาชมขั้นตอนการผลิตสร้อยคอทองคำกันครับ

เริ่มต้นด้วยความต้องการที่จะให้ทองที่ออกมานั้น...เป็นทองคำกี่เปอร์เซนต์
ด้วยการผสมแร่ต่างๆ โดยการชั่งน้ำหนัก










ทองคำบริสุทธิ์ 100% จะเรียกว่า ทองคำ 24K

โลหะทองที่เป็นที่นิยมในประเทศไทยจะเป็นทองที่มีส่วนผสมของธาตุทองสูงถึง 90% ขึ้นไป ถ้าดูจากแผนภูมิสมดุลแล้วพบว่าจะมีอยู่ 2 สี คือ สีเหลืองแดงและสีเหลือง ขณะที่ทองที่นิยมในต่างประเทศจะมีเกรดตั้งแต่ 9K ถึง 18K ซึ่งจะให้สีแตกต่างกันออกไป ตามส่วนผสมของธาตุเงินและทองแดง

ถ้ามีปริมาณเงินอยู่มากก็จะให้สีเหลืองอ่อนหรือเหลืองอมเขียว
ขณะที่ถ้าผสมทองแดงมากขึ้นก็จะให้สีเหลืองหรือแดง
ส่วนทองเกรดต่ำกว่า 9K ลงมาไม่ค่อยเป็นที่นิยมใช้ เพราะสีเหลืองของทองจะหมดไป ทำให้เหมือนไม่มีทองผสมอยู่


ดังนั้น ผู้ซื้อจึงนิยมใช้โลหะเงินผสมทองแดงแทน จะเห็นเส้นปะ 3 เส้น ณ ส่วนผสมของทอง 18K, 14K และ 10K ซึ่งเป็นส่วนผสมที่นิยมผลิตขึ้นเป็นเครื่องประดับที่ส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ จากรูปจะเห็นได้ว่าในระบบทอง-เงิน-ทองแดง

ส่วนผสม 18K จะให้สีได้ 3 กลุ่มสี คือ สีเหลืองอมเขียว สีเหลือง และสีแดง ขณะที่ 10K สามารถผลิตขึ้นได้ถึง 5 กลุ่มสี คือ สีขาวเหมือนเงิน สีเหลืองจางอมเขียว สีเหลืองอ่อน สีแดงอ่อน และสีแดงของทองแดง





ผู้ประกอบการผลิตเครื่องประดับในไทย มีอยู่ 2 กลุ่ม คือผลิตเพื่อขายในประเทศ กับผลิตเพื่อส่งออกต่างประเทศ การผลิตในประเทศผู้ประกอบการนิยมที่จะผลิตให้ได้ปริมาณเนื้อทองสูง เพราะค่านิยมของคนไทยชอบเครื่องประดับทองที่มีเนื้อทองสูง

ดังนั้นผู้ผลิตจะผลิตทองที่มีเนื้อทอง 90% สำหรับงานผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการหล่อ ในกรณีงานผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการขึ้นรูปจะมีเนื้อทองสูงถึง 96.5% ถ้าเติมเนื้อทองมากกว่านี้ทองที่ได้จะมีความแข็งแรงต่ำ และทนต่อการเสียดสีในช่วงใช้งานได้ไม่ดี

อย่างไรก็ตามในบ้านเราก็มีการนำเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาใช้ ทำให้สามารถผลิตทองที่มีเนื้อทองที่มีเนื้อทองสูงถึง 99% และยังคงความแข็งแรงอยู่ได้ หรือมิฉะนั้นก็อาศัยการออกแบบที่สวยงาม ทันสมัยและการบริการหลังการขายที่ดี มีคุณภาพ เป็นส่วนช่วยในการจูงใจให้ผู้บริโภคซื้อสินค้า

ในกลุ่มผู้ประกอบการที่ผลิตเพื่อส่งออกต่างประเทศ มีการผลิตทองทุกประเภทและทุกสี แต่จะเน้นทองที่มีกะรัต ตั้งแต่ 9-18 กะรัต สีที่สามารถทำได้ในประเทศ มีสีอยู่ในระบบทอง-เงิน-ทองแดง ตามแผนภูมิรูปที่ 1 และยังผลิตทองสีอื่นๆ อาทิ ทองสีขาว ทั้งประเภทที่ผสมนิกเกิลและปราศจากนิกเกิล (Nickel - free white gold) โดยใช้ธาตุพาลาเดียมมาผสมแทน หรือในปัจจุบันจะใช้ทองผสมแมงกานีส แทนธาตุพาลาเดียม เนื่องจากธาตุพาลาเดียมมีราคาสูงมาก

ทองเกรด 18K ที่นิยมใช้ในประเทศส่วนใหญ่มีเนื้อเงิน 5-15% และ ทองแดง 5-10% ทองเกรด 14K จะมีสีเหลืองแกมแดง ซึ่งจะมีส่วนผสม 58.5%Au - 16.5%Ag - 25%Cu ในขณะที่ต่างประเทศนิยมใช้ทอง 14K สีเหลืองแกมเขียว ส่วนผสมเป็น 58.5%Au - 30%Ag - 11.5Cu

ส่วนผสมกะรัตและสีของทองผสมที่นิยมใช้ในระบบทอง-เงิน-ทองแดง

22 กะรัต สี แดงอ่อน ส่วนผสม(% โดยน้ำหนัก) ทอง91.66 เงิน- ทองแดง8.34
22 กะรัต สี เหลือง ส่วนผสม(% โดยน้ำหนัก) ทอง91.66 เงิน6.20 ทองแดง 2.14
22 กะรัต สี เหลืองจาง ส่วนผสม(% โดยน้ำหนัก) ทอง91.66 เงิน8.34 ทองแดง -
22 กะรัต สี เหลืองเข้ม ส่วนผสม(% โดยน้ำหนัก) ทอง91.66 เงิน1.23 ทองแดง 7.11
18 กะรัต สี เหลืองเข้ม ส่วนผสม(% โดยน้ำหนัก) ทอง75.00 เงิน9.00 ทองแดง 16.00
18 กะรัต สี เหลือง ส่วนผสม(% โดยน้ำหนัก) ทอง75.00 เงิน20.00 ทองแดง 5.00
21 กะรัต สี เหลืองอมชมพู ส่วนผสม(% โดยน้ำหนัก)ทอง87.50 เงิน4.50 ทองแดง 8.00
21 กะรัต สี ชมพู ส่วนผสม(% โดยน้ำหนัก)ทอง87.50 เงิน1.75 ทองแดง 10.75
21 กะรัต สี แดง ส่วนผสม(% โดยน้ำหนัก)ทอง87.50 เงิน- ทองแดง 12.50
14 กะรัต สี เหลือง ส่วนผสม(% โดยน้ำหนัก)ทอง58.50 เงิน30.00 ทองแดง 11.50
14 กะรัต สี แดง ส่วนผสม(% โดยน้ำหนัก)ทอง58.50 เงิน2.00 ทองแดง39.50




จากนั้นก็นำไปหลอมรวมกัน






จุดหลอมเหลวของทองคำอยู่ที่ 1,064 องศาเซลเซียส และจุดเดือด 2,970 องศาเซลเซียส


จากนั้นก็นำไปเทเข้าเครื่องหล่อ ทำให้เป็นแท่งยาว











เสร็จแล้วก็เข้าเครื่องรีด ให้เส้นมีขนาดเล็กลง






เป็นโลหะที่มีค่าที่มีความเหนียว (Ductility) และความสามารถในการขึ้นรูป (Malleability) คือจะยืดขยาย (Extend) เมื่อถูกตีหรือรีดในทุกทิศทาง โดยไม่เกิดการปริแตกได้สูงสุด








นำเข้าเครื่องม้วน เพื่อที่จะนำไปเข้าเตาอบ ก่อนที่จะยำไปยืดเป็นเส้นเล็กขนาดที่ต้องการ










นำไปเข้าเครื่องยืด และม้วนเก็บใส่ฌรล เพื่อนำไปใช้งานต่อไป









ทองคำบริสุทธิ์หนัก 1 ออนซ์สามารถดึงเป็นเส้นลวดยาวได้ถึง 80 กิโลเมตร ถ้าตีเป็นแผ่นก็จะได้บางเกินกว่า 1/300,000 นิ้ว ส่วนความกว้างจะได้ถึง 9 ตารางเมตร

หรือเพื่อให้เห็นภาพง่ายๆ เพียงทองคำประมาณ 2 บาท เราสามารถยืดออกเป็นเส้นลวดได้ยาวถึง 8 กิโลเมตร หรืออาจตีเป็นแผ่นบางได้ถึง 100 ตารางฟุต











นำเส้นทองคำตามขนาดและรูปร่างที่ต้องการ เข้าเครื่องถัก
แต่ เครื่องถักแต่ละลวดลายนั้น ไม่เหมือนกันในแต่ละเครื่อง
ขึ้นอยู่ที่ลวดลาย

จะใช้เครื่องถัก หัวถัก และโปรแกรมการถักลายแตกต่างกันไป








ทองคำบริสุทธิ์จะไม่ทำปฏิกิริยาทางเคมี (Chemicalinactive) ได้ง่าย จึงทนต่อการผุกร่อนและไม่เกิดสนิมกับอากาศ (Oxidide) แต่มีปฏิกิริยากับคลอรีน ฟลูออรีน น้ำประสานทอง

คุณสมบัติเหล่านี้ประกอบกับลักษณะภายนอกที่เป็นประกายจึงทำให้ทองคำเป็นที่หมายปองของมนุษย์มาเป็นเวลานับพันปี โดยนำมาตีมูลค่าสำหรับการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศและใช้เป็นวัตถุดิบที่สำคัญสำหรับวงการเครื่องประดับ








ทองคำได้รับความนิยมอย่างสูงสุดในวงการเครื่องประดับทองคำ เพราะเป็นโลหะมีค่าชนิดเดียวที่มีคุณสมบัติพื้นฐาน 4 ประการซึ่งทำให้ทองคำโดดเด่น และเป็นที่ต้องการเหนือบรรดาโลหะมีค่าทุกชนิดในโลก คือ

งดงามมันวาว (lustre) สีสันที่สวยงามตามธรรมชาติผสานกับความมันวาวก่อให้เกิดความงามอันเป็นอมตะ ทองคำสามารถเปลี่ยนเฉดสีทองโดยการนำทองคำไปผสมกับโลหะมีค่าอื่นๆ ช่วยเพิ่มความงดงามให้แก่ทองคำได้อีกทางหนึ่ง













คงทน (durable) ทองคำไม่ขึ้นสนิม ไม่หมอง และไม่ผุกร่อน แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไป 3000 ปีก็ตาม
หายาก (rarity) ทองเป็นแร่ที่หายาก กว่าจะได้ทองคำมาหนึ่งออนซ์(31.167 gram) ต้องถลุงก้อนแร่ที่มีทองคำอยู่เป็นจำนวนหลายตัน





ใส่ตะขอ พร้อมปั๊มรหัส ยี่ห้อ ชื่อโรงงาน หรือ %ของทองคำ






ขั้นตอนสุดท้าย...เป็นขบวนการทำให้ทองมีความแวววาวด้วยการแช่ในสารเคมี











เย้ๆๆๆ....สุดท้ายก็ได้สร้อยคอทองคำ ล้ำค่า สวยงาม ได้ใส่กันแล้วครับ







สุดท้ายก่อนจบ...มีเกล็ดเล็กๆน้อยเกี่ยวกับทองมาฝากอีกนิดครับ


หน่วยน้ำหนักของทองคำ

กรัม : ใช้กันเป็นส่วนใหญ่ ถือว่าเป็นหน่วยสากล
ทรอยเอานซ์ : ใช้ในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ เช่น อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย
โทลา : ใช้กันทางประเทศแถบตะวันออกกลาง อินเดีย ปากีสถาน
ตำลึง : ใช้ในประเทศที่ใช้ภาษาจีน เช่น จีน ไต้หวัน ฮ่องกง
บาท : ใช้ในประเทศไทย
ชิ : ใช้ในประเทศเวียตนาม


การแปลงน้ำหนักทองคำ

ทองคำความบริสุทธิ์ 96.5% (มาตรฐานในประเทศไทย)

ทองรูปพรรณ น้ำหนัก 1 บาท เท่ากับ 15.16 กรัม
ทองคำแท่ง น้ำหนัก 1 บาท เท่ากับ 15.244 กรัม
ทองคำความบริสุทธิ์ 99.99%

ทองคำ 1 กิโลกรัม เท่ากับ 32.1508 ออนซ์
ทองคำ 1 ออนซ์ เท่ากับ 31.104 กรัม






เรื่องทองคำขาวกับทองขาวค่อนข้างจะถกเถียงกันมาหลายครั้งเหมือน กันครับ..ความจริงแล้ว...

ทองขาวคือ Platinum ส่วนทองคำขาวคือทองคำที่ผสมอัลลอยด์อื่นๆเช่น ทองแดงและเงินอ่ะครับ..เพราะงั้น..
เรียกทับศัทท์ไปเลยน่าจะเหมาะกว่าครับจะได้ไม่สื่อสารคลาดเคลื่อนกันครับ.. Platinum ก็ให้บอกไปเลยว่า แพลททินั่ม

ส่วนทองคำที่ผสมอัลลอยด์เรียกไปเลยว่า Whitegold 18K หรือ Whitegold 14K ก็ว่ากันไปครับ..สำหรับทองที่มีสีเหลืองๆ




จะอย่างไรก็แล้วแต่...ถ้าตรุษจีนปีนี้ใครยังไม่ได้ทองคำเป็นอั่งเปา...ก็เอาไว้ลุ้นปีหน้าพร้อมกับผมก็แล้วกันเนอะครับ ฮี่ๆๆ









ที่มา:
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 29 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับทองคำ
กรมทรัพยากรธรณี
สมาคมค้าทองคำ
วิกิพีเดีย
YouTube.com






















Create Date : 26 มกราคม 2552
Last Update : 26 มกราคม 2552 0:06:34 น. 7 comments
Counter : 11102 Pageviews.

 
โอ้โห ข้อมูลแน่นปึ้ก

เข้ากับบรรยากาศเทศกาลซะด้วย

ตรุษจีนปีนี้ไม่ได้กลับบ้าน

เลยอดทั้งเงินทั้งทองเลยค่ะ


มีความสุขทุกวันนะคะ


โดย: มังกรเขียวหัวยุ่ง (cruduslife ) วันที่: 26 มกราคม 2552 เวลา:0:25:57 น.  

 
กว่าจะเป็นสร้อยทอง อ่านแล้วเหนื่อยจัง เพิ่งรู้นะคะเนี่ยว่ามันยุ่งยากขนาด


โดย: เมต (SingleMate ) วันที่: 26 มกราคม 2552 เวลา:14:12:29 น.  

 
ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ


โดย: The Best of Me วันที่: 26 มกราคม 2552 เวลา:16:44:50 น.  

 
ไม่ค่อยสนใจวิธีทำทองเท่าไรค่ะ
สนใจวิธีมีทองมากกว่า อิอิ


โดย: โสดในซอย วันที่: 26 มกราคม 2552 เวลา:22:10:34 น.  

 
ขอบคุณครับ


โดย: chang IP: 118.173.114.101 วันที่: 25 กันยายน 2552 เวลา:7:19:44 น.  

 
รุป คุ้น ๆ นะครับเหมือนผมถ่ายกับมือ
ด้วย Canon A620

ไม่ต้อง Crop ทิ้งก็ได้นะึครับ

ผม อนุญาติให้ทำซ้ำได้ อยู่แล้ว

แต่อย่า ดัดแปลง

และกรุณาให้ เครดิต ผมซึ่งเป็นผู้ถ่ายรูป ด้วยนะครับ


โดย: tomazzu IP: 202.28.24.155 วันที่: 30 กันยายน 2552 เวลา:12:54:49 น.  

 
I really love your blog.. Pleasant colors & theme. Did you make this amazing site yourself? Please reply back as I'm wanting to create my own personal blog and would like to find out where you got this from or what the theme is called. Kudos!
moncler jakke baby //intellservis.ru/wp-content/plugins/dk-moncler/monclerdk/moncler-vest-size-7.html


โดย: moncler jakke baby IP: 192.99.14.34 วันที่: 3 ธันวาคม 2557 เวลา:9:18:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

นอกลู่นอกทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]








ภาพถ่ายดาวเทียมด้านอุตุนิยมวิทยา
ภาพสดๆจากที่ต่างๆทั่วมุมโลก
Ban Na Song BKK, Thailand
Karon Beach , Phuket , Thailand
Federal Highway, Angkasapuri ,Pantai Valley , Malaysia
Delta Estate , Singapore
Malate ,Manila , Philippines
Bandar Seri Begawan , Brunei
Guangxi Guilin, China
달빛무지개분수(Banpo Bridge Fountain )Sin’gilsa-dong , Seoul , South Korea
Hong Kong skyline from Admiralty, China
Shiomidai , Kanagawa , Japan
Cable Beach, Broome, Western Australia, Australia
Keahua Hawaii , USA
Sacramento California, USA
Washington D.C., USA
Manhattan , New York , USA
McCulloch Kelowna, Canada
Niagara Falls , Ontario , Canada
Panama Canal , Bella Vista , Panama
Santiago de Chile , Región Metropolitana , Chile
Fairbanks, Alaska Forecast Arctic
Mar del Plata Buenos Aires , Argentina
Tasiilaq , Østgrønland , Greenland
London Skyline from the Sheraton Park Tower , Knightsbridge , United Kingdom
Trafalgar Square , London , United Kingdom
Eiffel Tower Paris, France
Harstad Nordland , Norway
Halsum , Svalbarð , Iceland
Amsterdam , Netherlands
Vatican City State, Saint Peter's Basilica Borgo , Italy
Berlin, Germany
Чебоксарский залив, Yakimovo, Chuvashia , Russia
Udaipur Lake Pichola , Rājasthān , India
Mount Everest , Junbesi , Sagarmāthā , Nepal
Cape Town Sanddrift, South Africa
Orpen , Richmond , South Africa
Abū Hayl Dubai , United Arab Emirates
Kairo, Egypt
Medhufushi, Maldives
Mawson station Antarctica

Profile Visitor Map - Click to view visits
หนังทุกเรื่องหรือเพลงทุกเพลงในบล็อกนี้ เป็นเจ้าของ ของลิขสิทธินั้นๆตามเจ้าของเดิม นำมาเพื่อแบ่งปันชมกันในหมู่เพื่อนพ้อง ชาวบล็อกแก้งค์เท่านั้นครับ....
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ 2539 หากผู้ใดคิดจะ ลอกเลียน หรือนำส่วนใดส่วนหนื่ง ของข้อความใน Blog แห่งนี้ไปเผยแพร่ ให้นำไปได้เลย โดยไม่ต้องขออนุญาต จขบ. แต่ต้องคัดลอกแจกจ่ายให้ครบ 50 ก็อปปี้ ไม่เช่นนั้น จะมีอันเป็นไป ต่างๆนานา ถึงขั้นชีวิตตกอับ อิอิ หากแต่ว่า..นำชื่อ จขบ. ไปใช้ในทางเสียหายหรือประจาน จะถูกดำเนินคดี ตามที่ กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด นะจ๊ะ
Friends' blogs
[Add นอกลู่นอกทาง's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.