Group Blog
 
<<
มีนาคม 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
24 มีนาคม 2548
 
All Blogs
 
Mojave 3 – Spoon and Rafter


Mojave 3 – Spoon and Rafter

ตัวจริงเสียงจริง เจ้าของงานดีๆของคนเซอร์ๆ ออกอัลบั้มใหม่แล้วนะครับ
งานนี้โดยรวมจะประณีตกว่าอัลบั้ม Excuses for travellers มาก งานอัลบั้มนี้บางเพลงอาจจะถึง ขั้น psychedelic เลย อย่างเพลงแรก

Bluebird of happiness - ชวนให้นึกฝันและจินตนาการได้ดีเหลือเกิน แถมเสียงของ Neil Halstead ที่นุ่มลึกอบอุ่นๆ
แค่เพลงนี้ผมเชื่อเหลือเกินว่า แฟนเพลงวงนี้ต้องหลงรักเพลงนี้อย่างหัวปรักหัวปรำแน่
ช่วงแรกของเพลงที่เป็นออกอคูสติค และเสียงร้องแบบออกแนว gospel (บทสวด) แล้วเปลี่ยนท่อนแยกเป็นเต็มวงได้ดีเหลือเกิน แล้วปิดท้ายเพลงเหมือนช่วงแรก ชังฉ่ำใจอะไรขนาดนี้ ได้ฟังเพลงนี้แล้ว อยากตายไปกับเพลงนี้เหลือเกิน !!!

Starlight #1 - ถ้าใครยังจำเพลงอย่าง Mercy ในอัลบั้ม Ask me Tomorrow ได้ เพลงนี้จะเริ่มเร้าอารมณ์เราขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่จมปรักอยู่กับการได้ฝัน ได้เดินทางไปตามจินตนาการ กับเพลงแรกแล้ว หลายๆคนคงยังไม่ตื่นเพลงนี้จะทำให้คุณเห็นแสงสว่างยามเช้า มันชังสดใส และมีความหวังเหลือเกิน
วงนี้ยังคงเอกลักษณ์ ซาวด์นที่เป็นส่วนตัวได้ดีเหลือเกิน

Billy Oddity - เพลงนี้จะเริ่มร่าเริงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด จังหวะที่เร่งขึ้นมาจาก 2 เพลงแรก
บวกกับเสียงร้องที่ใส่ Effect (เสียงร้องเหมือนเสียงขึ้นจมูก ที่นักร้องไทยหลายๆคนชอบใช้ตอนนี้แหละ)
ผมไม่รู้ว่า Mojave 3 ทำเพลงออกมาเป็น concept มั้ย แต่งานเพลงที่เราได้ฟังจากอัลบั้ม Excuses for travellers พวกเขาจะใส่ใจกับอารมณ์และความต่อเนื่องของเพลงมาก เพราะถ้าฟัง เพลงในอัลบั้มของพวกเราอย่างต่อเนื่อง มันเหมือนเรากำลังเดินทาง เข้าไปสู่เรื่องเล่าของใครบางคน แม้แต่เรื่องเล่าของ mojave 3 มันจะเริ่มต้นจากความเศร้า และสิ้นหวัง แล้วจบด้วย ความงดงามแห่งกำลังใจและวันใหม่เสมอ อลับั้มนี้ก็เหมือนกัน ที่เรากำลังเดินทางเข้ามาสู่เรื่องเล่าของพวกเขาอีกครั้ง

Writing to St. Peter – เรายังร่าเริงได้ไม่เท่าไรเลย กลับต้องมาเจอเรื่องเศร้าสลดจนได้ Writing to St. Peter
บรรยายถึงความเศร้าความเสียใจออกมาอย่างนั้น เพลงนี้จะกึ่งๆอคูสติค เป็นงานถนัดของพวกเขาเลยล่ะ
มีเสียงเมาท์ออร์แกน คลอ
Battle of the broken hearts – เพลงนี้จะมีเสียงเครื่องดนตรีที่โดดเด่นอยู่ชิ้นหนึ่ง แต่ผมบอกไม่ได้ว่ามันคืออะไร แต่เท่าที่ติดตาม มันน่าจะเป็นเพลงแรกของพวกเขามั่งที่ใส่เสียงแบบนี้เข้ามา ฟังแล้วให้นึกถึงชาวด์นของ Beulah เพลงนี้ก็ใส่ชาวด์นสังเคราะห์ ที่เป็นเอกลักษณ์เดิม ที่ผมขอเรียกว่า Dream Sound ละกันไม่รู้จะบอกยังไง
แต่ฟังชาวด์นที่แทรกเข้ามาแล้วเราจะตกอยู่ในภวังค์ทุกครั้งไป ถ้าเป็นเรื่องเล่า ฟังถึงตอนนี้เราคงได้เห็นฉากของการต่อสู้ ของชายหนุ่มขี้กลัว ซมซ้อ ต้องลุกขึ้นมาต่อสู้กับความกลัวนั้น กลัวที่จะต้องเจ็บ กลัวที่จะต้องเสียอะไรไป
Hard to miss you – อินโทรมาด้วยเปียโน เบาๆ เป็นเพลงเพราะ ซึมๆอีกเพลงที่อ้อนวอนต่อความคิดถึงนั้น
ความเดียวดายเข้าเกาะกุมอีกครั้ง

Tinkers blues – เพลงนี้ยังรักษาจังหวะเพลงฟังสบายๆ ตามแบบอย่างเพลง Billy Oddity ไว้ได้อย่างเสมอตัว
แม้จะไม่โดดเด่นเท่า มันคงเป็นการเดินทางที่กำลังจะสิ้นสุด แต่ไม่อยากเดาว่า จุดจบมันจะมีความหวังเหมือนเคยมั้ย

ช่วงท้ายมีเครื่องเป่าให้ฟังเพราะๆ ลื่นเหมือนเดิม อึมมลืมบอกไปวงนี้เป็นอีกวงที่เอาเครื่องเป่ามาผสมผสานกับเพลงร็อคได้อย่างลงตัวและน่าฟังทีเดียว และหลากหลายอารมณ์ด้วย ยกตัวอย่าง Got my sunshine ,Anyday will be fine สองเพลง 2 อารมณ์นี้จากอัลบั้ม Excuses for Travellers

She’s all up above – เพลงนี้เป็นเพลงที่สอง ที่บรรเลงด้วยเปียโน ยังคงเพราะอาจจะคนละความรู้สึกกับเพลง Hard to miss you เพราะเพลงนี้เล่นเต็มวง และมันคงจะบอกเล่าว่า ที่ผ่านมาเราอาจจะผ่านมาด้วยความลำบาก แม้มันจะเศร้า และสูญเสียไปบ้าง
แต่มันก็ผ่านไปแล้ว ชัยชนะของยาจก หรือชัยชนะเยี่ยงราชา มันก็ความหมายเดียวกัน

Too Many Mornings – จบแล้วครับ เรื่องเล่าของ Mojave 3 เรื่องนี้ชื่อ Spoon and Rafter เพลงนี้สบายๆ ก่อนปิดอัลบั้ม แสงสว่างยามเช้าและความหวัง ยังมีใครเราพบเจอเสมอ ถ้าเธอตื่นทัน ….

Between the bars – เพลงนี้โดดเด่นที่มีเบนโจ เป็นพระเอกครับ มันทำให้นึกถึงท้องทุ่งๆ ยังไงไม่รู้


Mojave 3
Spoon & Rafter


1 Bluebird Of Happiness
2 Starlite #1
3 Bill Oddity
4 Wrinting To St Peter
5 Battle Of The Broken Hearts
6 Hard To Miss You
7 Tinkers Blues
8 She's All Up Above
9 Too Many Mornings
10 Between The Bars



Al Forrester: Piano, Hammond
Ian McCutcheon: Drums, Percussion, Melodica, Keyboards
Simon Rowe; Electric Guitars
Neil Halstead: Vocals, Acoustic Guitar, Piano, Bass Guitars
Rachel Goswell;Vocals, Bass Guitar
Melvin Duffy; Pedal Steel, Banjo
Simon Wallfisch; Cello
Kevin Wells; Slide Guitar, Percussion, Backing vocals
Nick Holton; Percussion, Backing Vocals
Mark Van Hoen; Protools Programming, Synthesizers, Bass Guitar, Backing vocal, Piano



Create Date : 24 มีนาคม 2548
Last Update : 24 มีนาคม 2548 16:33:07 น. 0 comments
Counter : 366 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

off_na
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add off_na's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.