จะเป็นสายลมที่อบอุ่น คอยโอบอุ้มเธอไว้






Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
7 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
ลำนำหกพิภพ โดย พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์



ลำนำหกพิภพ
โดย พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์
สนพ.nammeebooks
ราคา 395 บาท




เรื่องย่อหลังปก


หลังปกไม่มีให้ค่ะ...มีแต่คำนิยมของเนชันสุดสัปดาห์ กับของ
ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล ซึ่งนิยายเรื่องนี้เป็นหนังสือประกวด โดย มูลนิธิ
ซิเมนต์ไทย และได้รับรางวัลศิลปะเพื่อเยาวชนไทย Young thai artist
award 2006 ค่ะ

ถ้าให้สรุปเรื่องย่อโดยสายลมฯ ล่ะก็ เรื่องนี้เป็นอีกมุมมองของเทวนิยาย
ไทยๆที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้ว เป็นตำนานของการให้กำเนิดโลก สวรรค์ นรก
ในสมัยโบราณน่ะค่ะ ในสมัยที่เพิ่งสถาปนาสวรรค์ และมีการแบ่งชนเผ่า
ต่างๆ ทั้งยักษ์ อสรู เทวดา มนุษย์ คนธรรพ์ เปรต และอื่นๆ อีกมากมาย
ครึ่งแรกนั้นเป็นตำนานกำเนิดโลก กับสงครามเทวดา-อสูร ก่อนจะพัฒนา
มาเรื่อยๆ แต่วิธีเล่าเรื่องนั้นง่ายต่อการเข้าใจ กว่าการที่จะไปตีความเอาเอง
จากตำนานโบราณต่างๆ คือผู้เขียนใส่เหตุผลแบบที่มนุษย์มนาเข้าใจได้
ง่ายๆและสมจริงสมจังน่ะค่ะ

ส่วนครึ่งหลังเป็นเหตุการณ์ที่ตัวเอก(นายสน)ผู้แบกชะตากรรม(ตั้งแต่เมื่อไร
ตัวเองก็ไม่รู้) เริ่มออกผจญภัยเพื่อเปลี่ยนชะตากรรมของเผ่าพันธุ์ที่ถูก
กำหนดมาตั้งแต่เกิด ระหว่างนั้นเขาก็พบสาวน้อยน่ารักแต่เคร่งเครียด
กับการเรียนรู้ชีวิตพร้อมเพื่อนอีกหลายๆ คน โครงเรื่องตรงนี้อาจจะเหมือน
นิยายแฟนตาซี RPG แต่ขอบอกว่าไม่ใช่ และไม่ธรรมดาแบบนั้นด้วย
ไม่ใช่อะไรกระจอกๆ แบบว่าสู้กับจอมมาร ได้คัมภีร์มหาเวทย์ และไป
กู้โลกสำเร็จ แต่เรื่องนี้ธรรมดากว่านั้นต่างหากค่ะ ทว่ายิ่งใหญ่มากในฐานะ
คนๆ หนึ่ง ที่ต้องออกเดินทางเพื่อค้นหาตัวตนของตัวเอง และเปลี่ยนแปลง
ชีวิตที่ใครตราหน้าจากชาติกำเนิดว่าชาตินี้ไม่มีทางดีไปกว่านี้ได้ พออ่าน
แล้วก็อดเอาใจช่วยไม่ได้น่ะค่ะ ก็เลยรู้สึกชอบ




คอมเม้นท์หลังอ่าน


ก่อนจะอ่านหนังสือเล่มนี้ได้รับการบอกเล่ามาว่า เป็นมุมมองใหม่เกี่ยว
กับเทพเมื่ออ่านแล้วก็รู้สึกว่าตอบโจทย์ได้ดีในแง่การตีความใหม่
และในแง่ของประยุกต์เอาความรู้ด้านรัฐศาสตร์มาประสานกับเนื้อเรื่อง
ได้เป็นอย่างดี จึงรู้สึกทึ่งมากหลังจากที่รู้ว่านิยายเรื่องนี้ผู้เขียนยังเป็น
นักศึกษาอยู่(ในขณะที่เขียนนิยายเรื่องนี้) ความคิดความอ่านมันสะท้อน
ออกมาทางตัวละคร ซึ่งมีมิติและที่มาที่ไปสมเหตุสมผล มุมมองด้านการ
ปกครองนี่ทำให้รู้สึกว่าผู้เขียนโตเกินวัย(แต่ไม่ใช่แก่แดดนะค้า) ในการ
มองโลก มันน่าจะเป็นมุมมองของคนที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมากกว่านี้


ส่วนที่ไม่สมเหตุสมผลในเรื่องนี้มีอยู่จุดเดียวคือตอนที่ “คีตา” ลักลอบ
เข้าเมืองแล้วมาเจอ “สน” รู้สึกเป็นมิตรกันเร็วเกินไปนิดหนึ่ง
แต่ก็เป็นส่วนที่กุ๊กกิ๊กที่สุดในเรื่องนะ หวังว่าตอนต่อๆ ไป จะมีส่วนกุ๊กกิ๊ก
แบบนี้อีกนะ ไม่งั้นเรื่องนี้จะค่อนข้างหนักไปทางสาระมากกว่าความ
บันเทิง ซึ่งมันหนักแน่นดราม่าตลอดพอครึ่งหลังก็แหววๆ ขึ้นมาเฉยเลย
แต่ก็เข้าใจถ้าหนักไปตลอดเรื่องมันก็จะเครียดเกินไปจนผู้อ่านไม่ได้
ผ่อนคลาย ไม่ใช่ว่าเป็นจุดที่ไม่ดีจริงๆ แล้วมันเป็นจุดที่น่ารักที่สุดสำหรับ
เรื่องนี้ด้วย แต่รู้สึกว่าอยู่ๆ มันก็เปลี่ยนอารมณ์คนอ่านปรับตัวตามไม่ทัน
นิดหนึ่ง ถ้ามีการเกริ่นเชื่อมระหว่างส่วนตัวของความดราม่ากับเรื่องกุ๊กกิ๊ก
สักนิด มันจะไม่หักอารมณ์คนอ่านกะทันหันแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้แย่หรอก
นะคะ เพราะส่วนนี้คนอ่านแล้วจะต้องอมยิ้ม ยิ่งโดยเฉพาะตอนคนธรรพ์
แข่งวาดรูปแอบคิดว่าคนเขียนคิดได้ยังไงขำมาก มันขำจนนึกว่าคนละเรื่อง
กันกับครึ่งแรก


จุดที่ชอบที่สุดคือการตีความ เช่น พระพิรุณ พระอินทร์ พระอะไรต่อ
พระอะไร ท้าวมหาพลีก็ชอบค่ะ สรุปว่าจุดที่ชอบที่สุดในเรื่องนี้คือตัว
ละครนั่นแหละค่ะ เพราะมีชีวิตมีมิติเหมือนคนจริง มีทั้งสูงสุดและต่ำสุด
แต่ละอย่างเพราะอารมณ์ความเป็นมนุษย์ที่มีอยู่ในตัวเองทั้งนั้นค่ะ


อีกคนหนึ่งที่ชอบมากคือ "ปคนธรรพ์ "ที่มาเขียนตาให้พระอินทร์
มันสะท้อนอะไรบางอย่างที่เรามองเห็นในสังคมแต่เรามักจะมองข้ามไป
น่ะค่ะ ปคนธรรพ์เป็นคนสุดโต่งแต่ก็เป็นคนที่รู้จักตัวเองดีที่สุดในเรื่อง
รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรในชีวิตถึงมันจะดูเล็กน้อย แต่เขาก็น่าจะเป็นคน
ที่มีความสุขที่สุดในเรื่องแล้วล่ะค่ะ


ตัวละครในเรื่องที่คิดว่าน่ารักที่สุดคือ “สน”ค่ะ เพราะเป็นคนตรงๆ ดี
ไม่ต้องคิดมากในการคบหา คนแบบนี้น่าเป็นเพื่อนที่สุด


สิ่งที่อยากจะติมากที่สุดคือ อยู่ดีๆ มันก็จบ...โดยไม่มีบอกว่าจะต่อเล่มหน้า
น่ะค่ะ ทำเอางงก็ปูเรื่องมาตั้งยาวอยู่ดีๆ ก็ตัดจบห้วนแบบนี้น่ะนะ...????
ให้อารมณ์เดียวกับดูหนังเรื่ององค์บาก 2 เลย จะไปบากต่อภาคหน้าก็ไม่
บอก ฮ้วย!! แต่หลังจากนั้นก็ได้รับการบอกเล่าจากน้องๆ ว่าภาคต่ออยู่ใน
อินเตอร์เน็ตค่ะ ประชาสัมพันธ์บอกหน่อยก็ดีนะคะ คนที่ไม่ได้อ่านนิยาย
อินเตอร์เน็ตจะได้รู้ และทำใจรอภาคต่อได้โดยไม่หัวเสียเพราะคิดว่ามันจบ
แบบนี้จริงๆ รึ






Create Date : 07 มิถุนายน 2552
Last Update : 8 มิถุนายน 2552 17:44:44 น. 2 comments
Counter : 771 Pageviews.

 
ซื้อมาแล้วค่ะ แต่ยังไม่ได้อ่านเลย

เป็นน้องชายของนักเขียนคนโปรดด้วยอะค่า แหะๆ

เดี๋ยวได้อ่านแล้วจะมาคุยด้วย เพิ่งรู้ว่าได้รับรางวัลด้วยนะนี่


โดย: สาวไกด์ฯ IP: 202.28.9.72 วันที่: 8 มิถุนายน 2552 เวลา:15:06:00 น.  

 
ถ้ารออ่านภาคต่อ อาจจะอีกนานนนนน นะคะ .. ได้ข่าวว่าคนเขียนเค้าค่อยๆ เขียน ค่อยๆ แก้ไปเรื่อยๆ


โดย: แม่มดพันปี วันที่: 8 มิถุนายน 2552 เวลา:23:35:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สายลมที่พริ้วไหว
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นคนเชียงรายโดยกำเนิด
แต่ชีพจรรองเท้าทำให้ต้อง
เดินทางบ่อยๆ ตั้งแต่มาเรียน
ป.ตรีที่เชียงใหม่ แล้วไปต่อ
ป.โท ไกลบ้านถึงออสซี่ กลับมา
ก็ยังไม่ได้ปิ๊กเจียงฮายบ้านเกิด
แต่มาทำงานที่กรุงเทพมาเป็น
สิบปีแล้ว ความฝันสูงสุด คือ
กลับไปอยู่เชียงราย แล้วเมื่อไร
จะได้ไปฟะ...



Friends' blogs
[Add สายลมที่พริ้วไหว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.