Group Blog
 
 
กันยายน 2555
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
13 กันยายน 2555
 
All Blogs
 
หน้าที่ การทำงาน การประเมิน และความถูกต้อง

หน้าที่ การทำงาน การประเมิน และความถูกต้อง

     เวลานี้ก็ไม่แปลกที่อะไรมันก็เปลี่ยนไป ทั้งอากาศ ทั้ง อาหาร หรือ เรื่องอะไรที่มันอยู่รอบๆตัวเรา มี

เรื่องอีกเยอะที่ต้องหาดู หรือลองทำดู แต่ว่า ผลที่ออกมาได้มันก็แปลกๆ หรือไม่น่าได้ผล แบบนี้แล้ว

อะไรทำให้เป็นแบบนั้น แบบนี้ งง กันซ่ะแล้ว แค่เรื่องแรกๆ

     หลายคนน่าจะสงสัยบางเรื่องอยู่ แต่ก็ไม่รู้จะพิสูจน์อย่างไร ทำอย่างไรก็ไม่ได้ แปลกดี เอาเรื่อง

ใกล้ๆตัวก่อนดีกว่า ปดติเราคงเคยได้ยินข่าวที่ว่า จมน้ำ หรือหายใจไม่ออก 2-3 นาทีก็มีปัญหากับสมอง

แล้วใช่ไหมครับ ผมก็เคยคิดเหมือนกัน แต่ก็แปลกอีกที่ คนบางคน ทางการแพทย์บอกว่า ตายไปแล้ว

แต่ดันฟื้นซ่ะนี่ นานเลยหลายวันด้วย ไม่ได้หายใจเหมือนกัน แต่ทำไม่รอด ไม่คิดว่าแปลกหรือครับ หรือ

ว่ามีเรื่องอะไรที่อยู่นอกเหนือธรรมชาติของเรา ?

     แล้วเมื่อสงสัยแล้วได้ลองทำอะไรบ้างหรือเปล่าครับ หรือว่าปล่อยๆไป แน่นอนครับ หากปล่อยไว้

เฉยๆก็ไม่ได้เจออะไร อิอิ

     อีกเรื่องที่น่าสงสัยคือ อะไรคือความยุติธรรม หรือ ยุติทำ ออกเสียงเหมือนกันเลย คำแรกคือการ

แสดงออกถึงความเทียงตรง แต่ว่าหาได้ยาก นานๆเกิดที สำหรับคำที่สองจะเกิดเมื่อเจอคำแรกบ่อยๆ

เข้าก็จะเป็นอย่างนั้นแหละครับ มันได้ยินคู่กับคำว่า ผมหน่ะเป็นคนมีคุณธรรมนะ (คุณหน่ะทำ) และเมื่อ

เราเจอเรื่องแบบนี้บ่อย เราก็จะ ยุติทำไปเอง เพราะว่า มันไม่มี หรือหาได้ยากครับ

     คนทำงานอาจจะมีเรื่องที่แบบว่า ประเมินผลงานแล้วเป็นไงบ้างปีนี้เงินขึ้นเท่าไหร่ มีโบนัสหรือเปล่า

หรือว่าพอตอนประกาศมาแล้ว เหี่ยวไปตามๆกัน 55 ที่ทำงานผมก็มีทำงานมาก็หลายที่นะครับ แต่ว่าได้

เห็นอะไรที่มันแปลกแบบนี้เหมือนกัน ก่อนเล่าเรื่องนี้ คุณเชื่อเรื่องแม่พิมพ์หรือแบบอย่าง หรือ

วัฒนธรรมองค์กรหรือเปล่าครับ ?  ตามที่สุภาษิตไทยเรียกว่า เข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม นั้นเองค

รับ น้องๆทำงานจบใหม่มาทำงานได้เข้าเมืองตาหลิ่วที่เข้มแข็งก็จะเป็นรากฐานในการพัฒนางาน ได้เป็น

รากฐานของจิตใจในการทำงานครับ ว่าแต่ หากเป็นแบบที่ตรงกันข้ามแล้วหล่ะก็ ผลก็คงออกมาตามหัว

หน้างานที่เป็นตัวอย่าง หรือวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นตัวอย่างนั้นเองครับ แล้วในหลักการบริหารที่ผมไม่

ค่อยรู้เรื่องว่าปัญหาแบบนี้มีวิธีการแก้อย่างไร เรื่องบางเรื่องปล่อยๆไปมันก็ดีขึ้นเอง หรือมีการพัฒนาขึ้น

เองครับ เขาอาจเรียกได้ว่าเป็นองค์กรที่มีการเรียนรู้ และการพัฒนาครับโชคดีที่ได้เข้าไปทำงานองค์กร

แบนี้ตั้งแต่แรก เพราะว่าจะได้ฝึกการแก้ปัญหา ได้ใช้หัวในการทำงาน และต้องหาความรู้ในการทำงาน

ด้วย ไม่ใช้เรียนต่อนะครับ ในการทำงานหลายอย่างในโรงเรียนไม่มีสอน อยากได้ต้องทำ เขาเลยมีการ

ฝึกงานไงครับเด็กจะได้เจอก่อนที่ตัวเองจะไปอยู่ ณ จุดๆนั้นจริงๆ

     และเด็กๆก็ได้พบกับการที่ต้องใช้เทคนิคที่ไม่มีใครสอนมาทำงานให้เสร็จ โดยไม่ล้มเลิกความตั้งใจ

โดเรม่อน สอนเรื่องความตั้งใจ และไม่ลดละให้เด็กๆ รวมทั้งเรื่องการใช้เครื่องมือที่ดีในการทำงานแต่

ละประเภทด้วย แม้ในชีวิตจริงเราไม่มีของวิเศษแต่เราก็ต้องสร้างของวิเศษมาเองครับ

    และหากย้อนไปมองเรื่ององค์กรแต่ละที ในการประเมินผลการทำงานว่าพนักงานแต่ละคนเป็นอย่างไร

ของไทยเรากับของญี่ปุ่น จะต่างกันครับ จากการที่ได้สัมผัสมา เล่าของญี่ปุ่นก่อนดีกว่า อันนี้เฉพาะที่ทำ

งานเดิมนะครับ ของใครไม่เหมือนก็อ่านๆไว้เฉยๆครับ เผื่อวันนึงได้เป็นลูกพี่ ก็จะทำตามก็ได้ครับ

     ที่ทำงานเดิมตอนประเมิน บุคคลจะแจกเอกสารประเมินซึ่งส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าใจ ให้พนักงานทำครับ

และบอกว่าให้เราประเมินตัวเราเองก่อน แล้วค่อยส่งให้หัวหน้าครับ อันนี้น่าจะเหมือนกันครับ แต่ต่างกัน

หน่อยตรงที่ว่า บุคคลเขาบอกว่าข้อนี้ให้เราทำหรือติ๊กตรงนี้เพื่อประเมินด้านใด ให้ใส่่ของจริงไปเลยครับ

เพราะว่ามีลูกพี่คุณคอยประเมินอีกชั้นนึงครับ หากไม่ตรงเขาก็เลือกที่ลูกพี่คุณเขียนมาครับ จากนั้นทุก

คนจะได้พบกับหัวหน้าใหญ่ หรือประธานบริษัท หรือหัวหน้าสาขาครับ ขั้นตอนนี้ใช้เวลานานมากหรือ

น้อยแล้วแต่คนครับ แต่น่าประทับใจตรงที่ว่าได้พบกับลูกพี่ใหญ่ด้วยและหัวหน้าเราจะบอกว่าแต่ละคน

ทำงานเป็นไงต้องปรับปรุงเรื่องอะไรบ้าง และหาขาด เขาจะเสนอให้ทำอะไร เช่น คนนี้ยังไม่เก่งเรื่อง

ภาษาอยากให้มีการจัดการอบรมกันเองหรือให้คนอื่นมาสอน ก็จะได้รู้ผลเลย ซึ่งเป็นประโยชน์กับ

พนักงานจริงๆ ไอ้ที่โดนว่าก็มีไม่พอใจก็มี แต่ส่วนใหญ่ผมว่าเขา ok และก็แปลกที่ได้เจอลูกพี่ใหญ่ด้วย

อิอิ และสุดท้าย เขาจะเรียกประชุมทั้งหมด ไม่กลัวเสียหายเวลาทำงาน แต่ไม่นานมาก เพื่อบอกว่าที่

เรียกมาเพราะเราได้รู้จักและร่วมงานกันแล้ว หากมีปัญหาให้บอกหัวหน้าๆ จะมาบอกผมเอง และ

หากบอกหัวหน้าไม่ได้ให้มาบอกผม เคยมีเคสที่ตรวจสอบแล้วผิด เพราะหัวหน้าใหญ่ไม่ได้ฟังคนๆเดียว

แต่รวบรวมข้อมูลมาจากหลายๆที่จึงตัดสิน ออกทันทีก็มี และเรื่องที่ดีอีกเรื่องคือเรื่องเวลาครับ เขาจริงจัง

เรื่องเวลามาก แม้หัวหน้าแผนกหรือหัวหน้างานต่างๆจะ ไม่ต้องลงเข้าออกแต่ก็ต้องทำตัวเป็นตัวอย่าง

โดยที่ไม่ต้องบอกแต่หัวหน้าใหญ่ ลงเวลาเข้าออก และไม่มาสาย ดังนั้นหัวหน้าแผนกต่างๆ ก็ทำเองโดย

ปริยาย เหมือนเป็นวัฒนธรรมองค์กรไป

     สำหรับของไทยเรา คล้ายๆกันครับแต่ตัดตั้งแต่ไม่ได้มาพบลูกน้องหมดอาจเพราะเชื่อใจหัวหน้าแผนกครับ และอาจคิดว่าเสียเวลากับการพบกับลูกน้องทุกคนดังนั้นการประเมินของเราจะเป็นให้แบบประเมินไปเขียนเอง ประเมินตัวเอง ประเมินเพื่อนร่วมงาน (โหวตออกจากบ้าน AF) ประเมินหัวหน้า (ใส่ซ่ะ หากมีเรื่องเดียวกันมากๆ โดนสอบสวน) และประเมินองค์กร ต้องการอะไร อยากได้อะไร แต่ว่าไม่ได้ใจครับ ผมว่าลองทำแบบแรกดูก็ไม่เสียหายนะครับ

     ผมเคยถามฝ่ายบุคคลทั้งสองแบบดูว่าทำไมต้องทำแบบนั้น แบบนี้ แบบที่ดีบอกว่า ทรัพยากรมนุษย์ เป็นเรื่องสำคัญ และประสิทธิภาพในการทำงานของคนไม่ได้อยู่แต่จำนวนเงินเดือนเท่านั้น แต่ว่าหากมีใจ หรือใช้ใจในการทำงานแล้วผลงานที่ดีจะออกมา และคนทำงานจะมีความสุข เขาจะอยู่กับเรานาน และเป็นองค์ที่ดี 

     ส่วนอีกแบบก็ตอบได้ดีเหมือนกันครับ คือว่าเรามีสาขามากให้ไปดูทั้งหมดคงไม่ไหว เรามีพนักงานเข้าๆออกๆเยอะ เขาจึงมอบความไว้วางใจให้หัวหน้าในการประเมิน เพราะว่าใกล้ชิดกับพนักงานมากกว่า และหากมีปัญหาอะไรก็จะกระจายคำสั่งออกไปได้ง่ายกว่า

     คุณเลือกแบบไหน



Create Date : 13 กันยายน 2555
Last Update : 13 กันยายน 2555 13:13:20 น. 0 comments
Counter : 256373 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

oboro
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add oboro's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.