จงยิ้มเถิดน้องสาวเจ้าผมนิ่ม เพราะรอยยิ้มเจ้าเติมแต้มโลกแจ่มใส
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
1 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
เพื่อนเจอเพื่อน....ภาคแรก...บ่ายวันหนึ่งที่เบอร์ลินกับอ้ายบ่าว...

เพื่อนบง จากสก็อตแลนด์มาเยี่ยม...เพิ่งจะส่งเธอขึ้นรถไฟ (ไปต่อเครื่องบิน) เมื่อวาน....หายต๋อมไปนาน เพราะไปตะลอนทัวร์กันนี่ล่ะค่ะ...คิดว่า เพื่อนบงคงจะจดจำการเดินทางมาเยอรมนี ครั้งนี้ได้ไม่มีวันลืม เพราะสะบักสะบอมกันสุดๆ ทั้งแขก ทั้งเจ้าบ้าน...

แผนเดิมเพื่อนบง จะมาบินมาลง เบอร์ลิน วัน พฤหัสฯ ที่ 25 กุสุ ก็แหกขี้ตาวิ่งไปขึ้นรถด่วนขบวนแรกๆ แต่เช้าเลย ตามเคยคือใส่เกียร์หมาบ้า (ไวกว่าหมาธรรมดา) วิ่งไปสถานีรถไฟ มีเวลาหายใจนิดหน่อย ก่อนรถเข้า พอจะขึ้นรถก็ตกกะใจ.............ผู้ได๋หว่า หน้าตาคุ้น.....เอ้า....อ้ายไมค์ ตั๊วนี่ (คำแปล ใครวะ หน้าคุ้นๆ อ้าว พี่ไมค์นี่หว่า) เลยไปนั่งด้วยกัน...ก็แบบว่า....เหอะ..เหอะ ตั้งแต่กระทำการสยองขวัญ กามิกาเซ่ ไป ก็ไม่ได้เจอกันเป็นเรื่องเป็นราว มีแต่ส่งข้อความมั่ง เดินผ่านแว๊บๆ มั่ง ฉันเอาข้าวไปทิ้งไว้ให้ เธอมาทิ้งดอกไม้ (ที่ไม่ใช้ทำแลป) ไว้บนโต๊ะโสโครกของฉัน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก

เดินทางด้วยกัน(โดยบังเอิญ) ก็ออกจะแหยงๆ อยู่ แต่แม่หญิงไทยใจเกินร้อยก็ ร่าเริง คุยเป็นปกติ.... ไม่เป็นไรนิ ก็เป็นเพื่อน ช่วยเหลือเกื้อกูล ดูแลกันมาตั้งนาน...แค่ รัก....ไม่รัก นี่มันไม่ทำให้ความรู้สึกดีๆ เปลี่ยนโฉมหน้า ไปขนาดนั้น...

คุยไปซักพักอ้ายบ่าว เริ่มหาว..แล้วขอนตัวนอนก่อน เพราะเหนื่อยทำงานหนัก และนอนไม่หลับมาหลายวัน..........ฉันก็ง่วงจะแย่.... แต่วิ่งหน้าตั้ง (ก็ยังรักเธอ) มาเนี่ย อะดรีนาลีน พุ่งกระฉูดหลับไม่ลง

ถึงเบอร์ลินแยกทางกัน อ้ายบ่าว ไปกงสุลสเปน ทำเอกสารเรื่องย้าย (หนีฉัน) ไปทำงาน ส่วนอี่น้อง...ไปรับเพื่อนบง ทีสนามบิน...ตกลงกันว่า เสร็จธุระแล้ว อ้ายบ่าว จะมากินกลางวันด้วย...

บังเอิญถูกหวย...รถไฟเบอร์ลิน สไตรค์....เยินมากค่ะ...ดันเลือกสไตรค์สายที่เดินทางไปสนามบินซะด้วย (คนขับรถไฟจะขอขึ้นเงินเดือน 30 % ค่ะ อุบาทว์มาก ขอเข้าไปได้ตั้งเยอะ ใครเขาจะให้(วะ) ต่อรองกันมาหลายอาทิตย์แล้วเนี่ย ประชาชนเดือดร้อน เยิน เยิน...) จากปกติใช้เวลา 40 นาที วันนั้นปาไปชั่วโมงกว่า ..(รวมกับเวลาก๊ง ของกุสุมา) พอถึงสนามบิน กำลังเข้าตัวอาคาร หวานใจเพื่อนบง โทรมา บอกว่า...

"ปอ บงไม่ได้มา flight นี้ ตอนนี้ยังอยู่ที่สนามบิน ที่กลาสโกว์ อยู่เลย"

อ้าว ทำไมงั้นล่ะพี่...

"สายการบินมันไม่ยอมให้ขึ้นเครื่อง มันบอกว่า บงไม่มีวีซ่า"

แว๊ก จะบ้า เหรอ.....เพื่อนบงมาได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่า เพราะชนิดของพาสปอร์ตที่เธอใช้ รวมกับ residence permit ใน UK เนี่ย มันมาเยอรมนีได้....สรุปว่า งานนี้สายการบินไม่แม่นข้อมูล แล้วก็มาทำผู้โดยสารเดือดร้อน....ขณะนั้น เพื่อนบงกำลังติดต่อขอเอกสารยืนยันจาก สถานฑูตไทย... และตบตี กะอีสายการบินอย่างดุเดือด โดยไม่รู้ว่า จะสำเร็จหรือไม่....

ส่วนตัวกุสุมานี้ ก็เหวอรับประทาน... เอาไงดีวะเนี่ย....ทันใดนั้น ซัมซุงน้อย (โทรศัพท์) ก็มีสัญญาณเข้า....

"คู(กุ) ยูอยู่ไหน ไอเสร็จธุระแล้ว...กินข้าวกลางวันกัน จะให้ไอไปหาที่ไหน..." เสียงอ้ายไมค์ลอยมาตามสาย

ขณะนั้นเป็นเวลา เที่ยงตรง.... ฉันเล่าปัญหาของเพื่อนให้ฟัง (ที่ขณะนี้กลายเป็นปัญหาของฉันเช่นกัน) อ้ายบ่าว บ่น....ด่า....และไม่เข้าใจ.....ว่าทำไมสายการบินมันเยินแบบนี้ (ด่าแทนตูไปหมดแล้ว...ตูอดใส่อารมณ์เลย ฮ่วย).......ฉันเลยบอก

กุ..." เห็นมะ ว่าการเป็นคนไทย บางทีอะไรๆ มันก็ไม่ง่าย" (เหมือน อเมริกันอย่างเธอ)

สรุป ยกนี้
อี่น้องเดินทางกลับเข้าเมือง ไปกินข้าวกับอ้ายบ่าว.... เพราะรออยู่ที่สนามบิน ก็ไม่มีประโยชน์... แต่รถไฟสไตรค์ แบบนี้ คงจะถึงราวๆ บ่ายโมงกว่า ด้วยความเกรงใจ และห่วงใย (ห่วงตัวเองอ่ะนะ เพราะเด๋วฮีจะรอจนโมโหหิว) เลยบอกไปว่า

" ถ้าเกิดว่าหิวมาก ก็ไม่ต้องรอก็ได้นะ....." อ้ายไมค์บอกว่า ไม่เป็นไร รอได้.....

บ่ายโมงกว่า...ฉันยังแขวนลอยเป็นเศษตะกอน อยู่ที่สถานีบ้านโคกอีโด่ยอยู่เลย เพราะเจอพิษสงรถไฟสไตรค์ เอาผู้โดยสารไปปล่อย ให้รอคันอื่น .......ที่มันแย่มากๆ คือ สายที่มันเชื่อมสนามบิน กะในเมืองนี่ มันขนนักท่องเที่ยวมาเต็มเลย...โหย...โกลาหลกันน่าดู .....เพราะท่านเล่นประกาศเปลี่ยนแปลงตลอด...เจอประกาศภาษาเยอรมันก็ อึ้งกิมกี่แล้ว ต่อให้มีภาษาอังกฤษอธิบายต่อ แต่คนที่ไม่ใช่คนพื้นที่ มัน งง ซะยิ่งกว่างง..... ขนาดฉันฟังออก พูดได้ยังลำบาก...แล้วคนที่เขาไม่เข้าใจเลย จะเซ็งซักแค่ไหน แย่มากๆ....

พ่อรูปหล่อ โทรตามจิกอีก 2 รอบ ฉันขอโทษทุกครั้ง แล้วบอกไม่ต้องรอ... กว่าฉันจะเจอไมค์ก็ปาไปบ่ายสองกว่าๆ ....หน้าตา หัวหูกระเซอะ.. กระเซิง...จากที่ไม่สวยอยู่แล้ว กลายเป็น....ขี้เหร่สุดๆ แล้วทำไมมันต้องเป็นวันนี้ด้วย วันที่ฉันจะไปกับไมค์ (ดูเผินๆ ไปก็คล้ายการเดท กรี๊ดดดดดด)

ยืนรออย่างสิ้นหวัง เพราะหาทางไปจุดนัดพบไม่เป็น (รู้แต่ว่าอยู่แถวๆ นี้...เจอเหตุการณ์บ้าๆ บอ ๆ จนเสียสติ)...พี่ท่านเลยสั่งให้รออยู่ตรงนั้นแหละ เด๋วไอเดินไปหา...สักพักเดินหัวล้านแหวกลมหนาวฤดูใบไม้ร่วงมาโน่น....เห็นหน้าอี่น้อง ก็ปลอบอก ปลอบใจว่า

"ไป ไป กินกัน ยูคงจะหิวแย่..." แล้วก็ลากข้าน้อยไปกินอาหารที่ร้านอิตาเลียน...


เข้าร้านปุ๊บ ดันไปเลือกที่นั่งที่หน้าต่างปิดไม่ค่อยดีอีก..อ้ายบ่าว เริ่ม....บ่นๆ หนาว หนาว ลมมันเข้า....ด้วยความห่วงใย อี่น้องบอก..

"หนาวมากเหรอ...งั้นย้ายโต๊ะมั้ย"


อ้ายบ่าวส่ายหน้า บอกไม่เป็นไร ก่อนปล่อย หมัดเด็ด....

"รออยู่ข้างนอก ตั้งสองชั่วโมงกว่า ยังทนได้ แค่นี้ไม่เท่าไหร่หรอก..."

ฉันว่าแล้ว...ว่ามันต้องเหน็บ...ไอ้เรื่องจะใจดีมากๆ ไม่ว่าซักคำเนี่ย ไม่ใช่นิสัยพี่ไมค์...เผลอไม่ได้เป็นจิกกัดกรูกระจุย กระจาย....ฉันเองก็รู้สึกผิดนะ ที่ทำให้เขาต้องรอตั้งนานสองนาน...ขอโทษ ขอโพย sorry เป็นการใหญ่...สักพักอ้ายไมค์ หัวเราะหึ หึ หึ แล้วบอก

....." เธอรู้ตัวมั่งมะ ว่าทำให้เธอรู้สึกผิดนี่ มันง่ายนิดเดียว"

อ๋าย.... ตาแก่นี่.....ฉันโกรธนะ...รู้อยู่แล้ว แล้วยังชอบทำอีก...สนุกนักหรือไงยะ... ฉันก็กระเซอะ กระเซิง...เหนื่อยจะแย่ แต่ฉันก็ยังมาคอยต้องดูแล ความรู้สึกแกอีก....เด๋วแม่ก็เลิกเอาใจเลยนี่...(พูดอย่างงี้มา 2 ปีกว่าแล้ว...ป่านนี้โปรโมชั่นยังไม่หมดเลย...ตาไมค์นี่มันก็เสียนิสัยไปแล้วล่ะ)

กินข้าวเสร็จ ไปเดินช็อปปิ้งที่แผนกเด็กอ่อน...ฉันเปล่าเตรียมตัวเป็นแม่คนนะคะ...แต่ว่า เพื่อนฉันจะคลอดลูก กลางเดือนนี้ ฉันจะไปหาของขวัญให้อีหนู วาเลรีอา ซะหน่อย (ชื่อลูกเพื่อน) ส่วนพี่ไมค์ ก็จะแวะพักเยี่ยมเพื่อนคืนนี้ แล้วเพื่อนก็เพิ่งจะ ได้ลูกสาวอายุ 4 เดือน แกก็อยากจะหาของขวัญให้เด็ก...ก็ควงแขนไปเดินเลือกกันอยู่นาน (จริงๆ ไม่ได้ควง เดินไปเฉยๆ ) ..เลือกได้หุ่นมือ puppet มาหนึ่งตัว กว่าจะได้มา ประคารมกันหลายรอบ...เพราะชอบไม่เหมือนกัน(แล้วทำไมต้องเหมือนด้วยวะ ไม่เข้าใจ...ไม่ได้ใช่ด้วยกันซะหน่อย...)

.... ฉันชอบกบ...มันบอกเขียวไป (อ้าว...ก็กบอ่ะ มันก็เขียวดิ)
.....มันชอบลิง..ฉันบอกฉันไม่ชอบลิง...มันก็เริ่มรู้สึกว่าลิงไม่สวย
..... สุดท้ายต้องเลือกระหว่างหมา กับช้าง
.....ฉันบอกว่า ฉันชอบช้าง เพราะฉันเป็นคนไทย (เกี่ยวไหมเนี่ย)
....แต่หมาก็น่ารัก เพราะเด็กๆ รักหมาอยู่แล้ว
....สรุป ช้างไทย นามกรว่า แม่มะลิ เข้าวิน.....

เดินไปสักพัก พี่ท่านเห็นของเล่นเด็กผู้หญิง ที่เป็น พวก สำหรับเล่นขายของ ทำขนม ทำงานบ้าน เตารีดอะไรทำนองนี้ เลือดรักความเสมอภาคระหว่างมนุษย์ทุกเพศ ( ชาย หญิง และเกย์) ของ พี่ท่านเริ่ม พลุ่งพล่าน....

"ไอ ไม่เข้าใจเลย ทำไม คนต้องเอาของเล่นแบบนี้ให้เด็กผู้หญิง...ทำอย่างนี้มันเหมือนโปรแกรมเด็กให้ รู้ว่า โตมา เธอต้องเป็นแม่บ้าน ทำกับข้าว รีดผ้า ทำงานบ้าน ล้างส้วม.... ทำไมคนเราต้องไปมองว่า งานอย่างนี้เป็นหน้าที่ของผู้หญิง"

ตูว่าแล้ว......ซื้อหวยไม่เคยถูก.....วุ้ย....จะอะไรกันนักกันหนา กะอีแค่ของเล่นเด็ก... เด็กๆ ก็อยากเล่น ทั้งนั้นแหละ... (สมัยเป็นเด็กฉันกะน้องชายยังเล่นทำขนมกันเลย) ใครจะไปคิดซับซ้อน ว่านี่เป็นการโปรแกรมให้เด็กผู้หญิงโตมา ทำแต่งานบ้าน. ดักดานเป็นทาสสามี.....มันอยู่ที่พ่อ-แม่ จะสอน จะเลี้ยงดู ให้เขารู้คุณค่าของตัวเองต่างหาก......ส่วนเด็กผู้ชายมันก็ต้องสอนให้มีน้ำใจ รู้จักหยิบจับงานพวกนี้ จะได้ดูแลตัวเองได้บ้าง.......ที่บ้านฉันพ่อ-แม่สอนลูก ผู้ชายผู้หญิง เหมือนกัน แต่ให้เหตุผลต่างกัน

" เป็นผู้หญิงต้อง ขยันทำงาน ให้มีอาชีพเลี้ยงตัวดูแลตัวเองได้ อย่าให้ต้องเป็นภาระของใคร หรือพึ่งพิงใครมากเกินไป งานบ้านงานเรือน ก็หยิบจับให้เป็น ให้ช่วยเหลือคนอื่นเขาได้ ไปอยู่ที่ไหน กับใคร ก็ต้องมีน้ำใจช่วยเหลือเขา จะทำตัวเอกเขนกสบายๆ เหมือนอยู่บ้านตัวเองไม่ได้"

" เป็นลูกผู้ชาย ต้องขยันทำงานดูแล ตัวเองให้ได้ เพราะต่อไปก็ต้องดูแลครอบครัว อย่าให้ภรรยา เขาว่าเอาได้ ว่าได้สามีไม่เอาไหน แล้วต้องเป็นคนสุภาพอ่อนโยน ดูแลพี่น้องที่เป็นผู้หญิงด้วย"

ฉันว่าแม่สอนฉันดีนะ...แต่ถ้าฉันไม่ดี...ก็เพราะฉันไม่ทำตามที่แม่สอนน่ะ ...

ส่วนพี่ไมค์เนี่ย ก็.....ฝรั่ง......พูดไปได้เป็นฉากๆ ลูกตัวก็ไม่เคยมี เด็กก็ไม่เคยดูแล (ไม่ค่อยจะเอ็นดูเด็กอีกต่างหาก) ..ถ้าไม่ชอบว่าผู้หญิงต้องทำอย่างนั้น.....เธอก็ไปหาเมียที่ไม่ทำอะไรเลย แล้วเธอก็ทำงานบ้านเองหมดทุกอย่างแล้วกัน อย่างนั้นชอบไหม....คราวหน้าถ้ามากินข้าวที่บ้านฉันก็เสนอตัวช่วยล้างจานซะมั่งนะยะ......

แน่นอน....ฉันก็ได้แต่ คิด ไม่พูดหรอก...ขี้เกียจทะเลาะกันอีก....เดี๋ยวฉันก็พูดไม่ทัน ฉันจะกลายเป็นคนโมโหเองอีกตามเคย......บางทีอยุ่กะตาไมค์ก็ท้าทายดี...ได้ฝึกสมองตามความคิดสุดกู่ กับปัญหาโลกแตกของพี่ท่าน.....

พอจะจ่ายตังค์ ฉันเริ่มเอะใจ ถาม...

"ไมค์ เพื่อนเธอมีลูกคนเดียวเหรอ"... ฉันถาม
"มีสองคน คนโตเป็นผู้ชายอายุสองขวบ คนเล็กนี่อายุ 4 เดือน เป็นผู้หญิง"..ไมค์ตอบ
"อ้าว...แล้ว...มีของให้น้องผู้ชายแล้วเหรอ...." ฉันถามอีก..
"ยังอ่ะ..ให้ทำไมอ่ะ...ต้องให้ด้วยเหรอ...." ไมค์งง...

อ้าว คุณพี่...ก็ต้องให้สิคะ เดี๋ยวน้องผู้ชายเขาน้อยใจแย่ พ่อ-แม่ก็วุ่นวาย ดูแลน้องเกิดใหม่...มีคนมาเยี่ยมก็ซื้อแต่ของมาฝากน้องสาว เด็กเขาอาจจะเสียใจนะคะ ......เพราะเขาเคยเป็นหนึ่งเดียวอ่ะ ตอนนี้เหมือนความสนใจมันถูกแบ่งไปน่ะ เดี๋ยวเขาจะรู้สึกว่าตัวเองไม่สำคัญ ใครๆ ก็ไม่รัก.... (แหม ทีพี่ไมค์ ยังอยากสำคัญเลย..นี่หว่า แค่นี้ทำไมนึกไม่ออก ตัวเองก็เป็นลูกคนกลาง ลืมตอนเป็นเด็กแล้วหรือไง...)....

สรุป ยกสอง...เลยไม่ได้ออกจากแผนกของเล่นเด็ก เพราะต้องเลือกของให้น้องผู้ชายต่อ อ้ายไมค์ เริ่มบ่นกระปอดกระแปด...

"อะไรกันนักหนาเนี่ย ต้องเลือกอีกแล้วไม่รู้จะเอาอะไร "
"เอา crayon ไหม เด็กน่าจะชอบ" กุเสนอ...

"อือ...ดีๆ.. แต่ไม่เอาอ่ะ เดี๋ยวเด็กมาขอให้เล่นด้วย...ขี้เกียจ" ฮ่วย...

สักพักเจอ..ไอ้ตัวคีย์บอร์ด กดเป็นเสียงต่างๆ. ฉันว่ามันน่ารักดี..อ้ายไมค์บอก

"ไม่เอาอ่ะ เดี๋ยวเด็กเอามาเล่นไม่เลิก รำคาญหู ถ้าฉันมีลูก แล้วมีคนให้ของพรรค์นี้เป็นของขวัญ ฉันจะเอาไปโยนทิ้ง...." ฮ่วย ชาตินี้คงมีหรอก วันนั้น....ฉันจะรอหัวเราะเยาะแก.... วันที่แกเป็นพ่อคน ชิชะ....

"เอ้า นี่ไงไมค์ ตรายางรูปสัตว์ กับสีไม้ ถ้าฉันเป็นเด็ก ฉันชอบนะเนี่ย จะได้เล่นระบายสีไง พ่อ-แม่ ไม่ต้องเหนื่อยวาดด้วย"...พยายามช่วยเสนออีกรอบ...

"ไม่เอา...เดี๋ยวเด็กเอาไปปั๊มผนังบ้าน แม่เขาจะด่าฉัน"...เออ ก็จริงของมันอ่ะนะ

จะเสนออะไร อ้ายไมค์ (อยากจะเรียก...ไอ้...ให้รู้แล้วรู้รอด) ก็ไม่ชอบ...ฉันก็เอือมๆ แต่ก็ยังพอทนได้ ฟังๆ มันพล่ามไปก็ขำๆ ดี..

"เอ้า นี่ไง เครยอน แบบมีพิมพ์กด ก็ดีม่ยากมาก แล้วเด็กก็จะได้หัดจับ หัดใช้มือไง ฝึกประสาทกับกล้ามเนื้อ"

"เพื่อนฉันไม่ได้ จะส่งลูกไปโอลิมปิกนะ...." "เดี๋ยวเด็กมาขอให้เล่นด้วยอีก ไม่เอา"
อ้ายไมค์สาธยายต่อ คอนเซปต์ของฮี คือ...

"ซื้อของเล่นให้เด็ก ก็เพื่อให้เด็กเล่นของมันเอง จะได้ไม่ต้องกวนพ่อ-แม่" ดีเนาะ....

สุดท้าย... ความอดทนสุดท้าย...กุสุมา ยื่น รถของเล่นเด็กให้...

" เอานี่ไป..... รถของเล่น.... อย่างนี้เด็กเล่นเองได้ ไม่มากวนเธอหรอก แล้วนี่ ข้างหลังเขียน สำหรับอายุ 0-3 ขวบ เอามะ....."

อ้ายบ่าวยังไม่เลิก กวน...ทรีน.....

" อือ ก็ดี...แล้วทำไม ฉันต้องเอาไอ้ที่มันเป็นรถ Audy สีแดงด้วยล่ะ...."
กุสุมา....ชักยัวะ....

"ไม่ชอบอันนี้ก็ไปเลือกเอาอันใหม่สิ มีหลายแบบ อยู่ตรงโน้นแน่ะ ไปสิ...."

ตาไมค์ เลยบอก.... "ไม่เป็นไร ล้อเล่นเฉยๆ ....เอาอันนี้ก็ได้" ...

เออ...ก็เท่านี้แหละ เรื่องมาก พิโยกพิเกน อยู่ได้...เข้าใจนะว่า เธอเหนื่อย....แต่ฉันก็เหนื่อยเป็นเหมือนกันนะคะ... ใครๆ ก็ประณาม..ฉันว่า

"นังปอทำไมแก ท้น ทน ใจดีกะตานี่อยู่ได้..."

ฉันก็ตอบไม่ได้อ่ะค่ะ...มันก็เหมือนต้องใช้ความอดทนนะคะ...แต่บางทีมันก็ไม่ต้องทนเท่าไหร่...ก็ปล่อยๆ มันไป....ไม่ต้องไปเดือดดาลกะมันมาก...เขาก็คงนิสัยอย่างนี้มาเกือบ สี่สิบปีแล้วล่ะ...แก้ไม่ได้หรอก...เอามาเป็นอารมณ์มาก เราก็โมโหเอง...บางทีก็ตลกๆ ดี ความคิดคนขวางโลก.....

ถ้าฉันไม่เหนื่อยมากเท่าไหร่...ฉันก็ไปเรื่อยๆ เหนื่อยเมื่อไหร่ พอตอนไหน..... ฉันไปเองค่ะ...ไปไม่บอกด้วย......หมดแล้ว หมดเลย..


ออกจากร้านของเล่นมา ก็บ่นกระปอด กระแปด ว่าเหนื่อยอย่างโน้น เหนื่อยอย่างนี้.... เลยไปนั่งกินกาแฟ...พี่ท่านทำท่าเบื่อหน่าย....ฉันไม่ค่อยชอบอ่ะ จะมานั่งอึ้ง.....ทำหน้าเซ็งใส่กันอยู่ทำไม... ก็ทำหน้าที่...ชวนคุยเรื่องโน้น เรื่องนี้ ให้มันเพลินๆ มั่ง....นั่งๆ กัน... อยู่มันจะได้ไม่รู้สึกแห้งแล้งนัก...ไม่พ้นเรื่องโปรดของเธอ คือปรัชญาและปัญหาโลกแตกต่างๆ นาๆ


จนเย็นย่ำ ฉันจะไปหาพี่โชแล้ว เพราะจะไปค้างบ้านพี่. รอรับเพื่อนบงวันพรุ่งนี้ (ตกลงสายการบินมันยอมแล้ว แต่ไม่ยอมรับว่ามันผิด เยินจริงๆ )
..อ้ายไมค์เลยจะนั่งรถไปด้วย...แล้วค่อยเลยไปหาเพื่อนของตะแก...รอๆ รถอยู่มีสายเข้า โทรศัพท์อ้ายบ่าว...ปรากฎว่าเป็น "แฟนเก่า คนที่จากกันด้วยดี และเป็นเพื่อนที่ดี" โทรมาหา...

ฉันก็..นะ.....อารมณ์หญิง อยากเป็นคนสำคัญ...มันก็ มีอิ๊ อ๊ะ....เล็กน้อย...แต่คราวนี้ตัดไวหน่อย...ฉับ.. ... เรื่องของเขา เราไม่เกี่ยว.....เป็นแฟนฉันหรือก็เปล่า ชีวิตก็ของตาไมค์นี่หว่า เขาจะไปไหน คุยกะใคร หรือมีอะไรกะใครก็เรื่องของเขา ชีวิตเขา นี่....ดังนั้นเลิกไปคิด เลิกอยากรู้อยากเห็น เลิกไปแคะไค้....ไปหาคำตอบ... ฉันอยู่ของฉันแบบนี้ และพอใจกับชีวิตของฉัน จบ...

ก่อนแยกกัน อ้ายไมค์บอกเด๋วคืนนี้โทรหา...เผื่อจะไปดื่มเบียร์กัน... ถ้าไม่ก็เจอกัน (ดื่มกัน) ที่เยนานะ

ตกเย็นไปหาพี่โช สารภาพว่าวันนี้ ไม่ได้ไปเร่ร่อนรอนังเพื่อนบงตามลำพัง แต่บังเอิญเจอตาไมค์...สามีพี่โช..รู้เรื่องเข้า.โมโห...ด่าข้าน้อย

" จะไปยุ่งกะคนคนนี้อีกทำไม....เขาก็ท่าทางเป็นคนดีหรอก แต่ที่เขาไปจากเธอ (รอบแรก) มันอุบาทว์น่ะ ฉันรับไม่ได้"
แล้วก็ด่า สั่งสอน อีกสารพัด....

โทรหาเพื่อนเป๊าะ เพื่อนเป๊าะก็ด่า

"นังปอแกมันเจ็บไม่รู้จำ ไม่รู้เข็ดหลาบ...อยู่อย่างนี้คนที่จะบ้าต่อไป คือแก เพราะพื้นนิสัยเดิมของแก เจอนิสัยเสียๆ ของตานี่ สุดท้ายแกเองจะลำบาก เพราะแกเปลี่ยนตัวเองไม่ได้หรอก...ไอ้เรื่องหึงหวง แก่งแย่งแข่งดีเนี่ย มันเป็นสันดานแกไปแล้ว..แกเอาตานี่ไว้ไม่อยู่หรอก....มันเจ้าชู้ไปเรื่อยๆ แบบนี้..แล้วแกจะบ้าเองอีกรอบ...".......


ไม่ได้บอกว่าเลิกแล้วนะ สันดานน่ะมันเปลี่ยนยาก (มาก) แต่ตอนนี้กำลังขัดเกลาอยู่อ่ะ...แล้วฉันก็ไม่ได้ว่าฉันจะจัดการตาไมค์ด้วย...ฉันแค่จัดให้ชีวิตที่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกัน (อีกเดือนกว่าๆ) ...ให้มันเข้าที่เข้าทางมากขึ้นต่างหาก...แบบไม่ร้อนใจทั้งสองฝ่าย..(แม้แต่ตาไมค์มันยังบอกว่า มันรู้จักฉันดี ว่า ฉันจะเป็นพวก suffer in silence แต่ฉันมั่นใจว่า ฉันรู้จักและรักตัวเองมากพอ)

คุยกะเพื่อนเป๊าะไม่เท่าไหร่ ตาไมค์ก็โทรมาหา...น้ำเสียงระรื่น กินข้าวเย็นแล้ว เรียบร้อย จะชวนฉันออกไปดื่ม....ถ้าฉันไปด้วยจะมากินแถวๆ บ้านฉัน... ฉันก็บอก
"ฉันกำลังดื่มอยู่ กะสามีเพื่อนน่ะ เหนื่อยมาก เดินทางทั้งวัน ไปไม่ไหวแล้ว.." (ต้องเอาใจแกด้วยอีกหลายชั่วโมง)

ทางโน้นทำเสียงหนิดหนม ล้อเลียน
"อะไรนะ ยูดวดสก็อต อยู่เหรอ..."

เสียงตอบหมดแรง...
"เปล่า ดื่มไวน์ ไม่มีสก็อต. ฉันไม่ได้เอามา... สก็อตอยู่ที่บ้านเยนา..."

เสียงหนิดหนมลอยมาอีก...
"งั้นเดี๋ยวกลับบ้านเยนา แล้วต้องดื่มสก็อตกัน วันอาทิตย์ถึงบ้านแล้วจะออกไปดื่มอย่าลืมบอกนะ"

เสียงเหนื่อยตอบ..
"ค่ะ....ได้ค่ะ ตามใจค่ะ....บ๋าย บายค่ะ ฝากขอโทษและ สวัสดีเพื่อนพี่ด้วยนะคะ อี่น้องไม่ได้ไปแล้วคืนนี้จะตาย"

เสียงร่าเริง
"โอเค เด๋วไปบอกเพื่อนไอแน่นอน"
เสียงเหนื่อยตอบ
"ค่ะ กู้ดไนท์ กู้ดบายนะคะ"

ร่ำลา กันเสร็จ หันกลับมาก็เจอสามีพี่โช จ้องเป๋ง....แล้วทำเสียงแบบ ล้อเลียน กู้ดบาย ......กู้ดบาย ก่อนจะเอาถุงนอนปาใส่หัวฉัน เพราะหมั่นไส้ที่ อีนี่เตือนแล้วไม่เคยเชื่อ......


บ่ายวันสะบัก สะบอมในเบอร์ลิน ก็จบลงด้วยประการฉะนี้.....แต่เรื่องวุ่นวายของ ฉัน และเพื่อนบง เพื่อนเป๊าะ อันมีตาไมค์มาเกี่ยวพัน นั้นยังมีต่อ.....จริงๆ นะ.


Create Date : 01 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2550 20:19:13 น. 13 comments
Counter : 468 Pageviews.

 
หวัดดียามเช้าครับคุณปอ

ตอนแรกก็อึ้ง
ตอนนี้ก็ดีใจๆๆๆๆๆๆครับ

ยังทำตัวไม่ค่อยถูก
ยังงงๆกับพฤติกรรมมาดามที่เปลี๊ยนไป๋เล้กน้อย
อิอิอิ

ขอบคุณสำหรับน้ำใจมากเลยครับคุณปอ



โดย: กะว่าก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 2 พฤศจิกายน 2550 เวลา:7:51:42 น.  

 
ชีวิตคุณปอนี่มีอุปสรรคเยอะดีนะ แค่จะไปรับเพื่อนยังเจอรถไฟประท้วงพอดีอีก

(ที่เมืองไทยก็เพิ่งจะประท้วงเลียนแบบกันไป)

นึกถึงถนนลูกรัง นั่งรถไป หัวเขย่าไป

อดทนต่อไปนะครับ พอขึ้นถนนลาดยางจะได้ซาบซึ้งกับความราบเรียบของถนน


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 2 พฤศจิกายน 2550 เวลา:10:10:55 น.  

 

อ๊อยยย ...อ่านจนจบแล้วจะบร้า แบบที่คุณโช และคนข้างกายคุณโช คิดเหมือนกัน

มันจะเข้ากันได้ยังไง ...ขนมจีน กะพิซซ่า ...ส้มตำ กะ เค๊ก

แต่นั่นละ รัก เป็นเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึก ไม่ใช่เรื่องของเหตุและผล

รัก ก็คือ รัก

ตอบยาก ว่า ทำไมจึงรัก(คำว่า ชอบ ในความหมายของคุณกุสุ น่านละ)

เอ ลึกๆแล้ว คุณไมค์ ก็น่าจะมีใจกะคุณกุสุ

เพียงแต่เขา เป็นตัวของตัวเขาเองแบบคนยูเอส(สเปนน่านแหละ)สูง

และอีกอย่างนะ อิอิ ขาดโรแมนติก

หากคุณกุสุ คิดว่ารับได้ ก็เป็นแบบนี้ไปต้องเปลี่ยน ...แต่หากคิดว่า ตรู ต้องเจอแบบนี้ไปจนตลอดชีพ

โฮะโฮะ แผ่นดินนี้ไม่ไร้เท่าใบพุทรา

ยิ่งสเน่ห์ของหญิงไทย ความสวยของคุณกุสุ แบบนี้ ยังมีคนดีๆที่จะได้พบกันได้อีก ..อีกนับแสน


ขอโทษ เขียนแบบไม่ได้อ้อมค้อมอะไรเลย


โดย: yyswim วันที่: 4 พฤศจิกายน 2550 เวลา:11:07:09 น.  

 
ยังมีภาคสองเหรอ งั้นต้องยิ่งใหญ่กว่าภาคแรกดิ
ช่วงนี้ก็เจอเพื่อนเก่าเหมือนกัน
เอ่อ...เก็บไว้สักกี่ปีดีนะถึงจะเริ่มเรียกว่าเพื่อนเก่าได้.


โดย: พราน (ตาพรานบุญ ) วันที่: 4 พฤศจิกายน 2550 เวลา:11:49:04 น.  

 
ยาวมากๆๆๆ แต่ก็อ่านจนจบเน่อ

เป็นผมเอาไปปล่อยตรงสถานีรถไฟคงแย่แน่ๆ ภาษาไม่ได้กะเค้าเลย



โดย: หัวหยิกหน้ากร้อคอสั้นฟันเหยิน วันที่: 4 พฤศจิกายน 2550 เวลา:20:17:46 น.  

 
พี่ปอขา หนูเลื่อนเม๊าส์ลงมาดูแล้ว ยาวมั่ก ลงชื่อไว้ก่อนนะ ขอเวลาอ่านซัก 1 ชั่วโมง


โดย: กระต่ายลงพุง วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:40:19 น.  

 
พี่ปอ แน่ใจนะว่า อยู่สถานีรถไฟที่เยอรมัน
เพราะไม่กี่วันก่อน รถไฟที่ไทยแลนด์มันก็สไตรค์เหมือนกัน
ผู้โดยสารตกค้างเพียบเลย แย่เนาะ



อ่านไปอ่านมา ทำไมพี่ปอขาทนลุงไมค์อยู่ได้นะ
อ๋อ..เพราะรักนี่เองสินะคะ ฮิ้ววว



ป.ล. เดี๋ยวมาตามอ่านภาคต่อนะคะ


โดย: กระต่ายลงพุง วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:23:39:17 น.  

 
ไหนล่ะภาคต่ออ่ะพี่ปอขา
แควนควับมารอแว้วนะนิ


โดย: กระต่ายลงพุง วันที่: 12 พฤศจิกายน 2550 เวลา:23:24:14 น.  

 
รถไฟฝรั่งเศสก็ประท้วงบ้างแล้วครับ...


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 14 พฤศจิกายน 2550 เวลา:10:31:53 น.  

 
หายเงียบไปเลยนะพี่
หนาวแล้วนะ เอาไงดีล่ะ
แค่โกโก้ช่วยได้จริงเร้อ...


โดย: พราน (ตาพรานบุญ ) วันที่: 15 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:50:13 น.  

 
โห ยังมีต่ออีกเหรอคะ?

เหนื่อยแทนเลยค่ะ....แต่จะมาตามต่อนะคะ


โดย: ดุ่บดั่บ (PoYoKo ) วันที่: 16 พฤศจิกายน 2550 เวลา:4:20:09 น.  

 
หวัดดียามเช้าครับคุณปอ


เชียงใหม่ตอนนี้อากาศยังไม่เย็นเลยครับ
ทั้งที่เป็นหน้าหนาวแล้ว

อากาศเดี๋ยวนี้แปลกๆนะครับ

.....................

มาดามแข็งแรงดีครับคุณปอ
มีแพ้ท้องบ้างเล็กน้อยพองาม
ส่วนก๋าน้อยวันก่อนไปตรวจที่โรงพยาบาล
ผมได้เห็นลูกด้วย
เหมือนเม็ดถั่วเขียวเลยครับ 5555
เห็นหัวใจเต้นตุ๊บๆๆๆ ด้วยครับ

คุณปอสบายดีนะ

รักษาสุขภาพด้วยนะครับ





โดย: กะว่าก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 16 พฤศจิกายน 2550 เวลา:7:16:33 น.  

 
แควนควับมาทวงอีกแล้วค่ะ


โดย: กระต่ายลงพุง วันที่: 18 พฤศจิกายน 2550 เวลา:19:51:59 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

O_Sole_mio
Location :
TH Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add O_Sole_mio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.