ยินดีต้อนรับสู่บล็อกเรื่อยๆ เปื่อยๆ ของโอ้โฮค่ะ

~@-@~ สะบายดีปะเทดลาว - 5 ~@-@~


ไม่พูดมาก ไปเที่ยวลาวกันต่อเลยดีกว่าค่ะ


**ชื่อเรื่องนั้น ไม่ได้สะกดผิดนะคะ
แต่สะกดให้เหมือนกับที่ประเทศเขาใช้อ่ะค่ะ **


** สะบายดี แปลว่า สวัสดี **


** ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวประกอบในบล็อกวันนี้
นำมาจากกระทู้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ป้าหนอน
รวบรวมไว้ และหนังสือเล่มนี้ค่ะ

คู่มือนักเดินทาง - ลาว
โดย มัทรียา ธาราทรัพย์
สำนักพิมพ์อทิตตา
(ในเครือนิตยสารเที่ยวรอบโลก)

ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ค่ะ





====================



กำแพงนครเวียงจันทน์


วันที่ 18 [ 2 ธ.ค. 48 ]

จากที่เกิดปัญหาว่าไม่สามารถหาเครื่องเอทีเอ็มได้ในเวียงจันทน์ และธนาคารไทยที่มีอยู่หลายแห่งจะเปิดทำการอีกครั้งวันที่ 6 ธันวาคม ซึ่งวันนั้นตามโปรแกรมเราจะต้องเดินทางไปเมืองอื่นแล้ว ประกอบกับที่ไม่อยากเที่ยวแบบไม่มีความสุขเท่าไรจึงตกลงใจกันกลับเมืองไทยค่ะ


ปัจจุบันมีโครงการความร่วมมือระหว่างบริษัท ขนส่ง จำกัด ของไทย กับรัฐวิสาหกิจรถเมล์นครหลวงเวียงจันทน์ จัดรถโดยสารระหว่างประเทศอยู่ 2 เส้นทาง คือ เวียงจันทน์ (สถานีรถเมล์ใกล้ตลาดเช้า) - หนองคาย (สถานีขนส่ง) และเวียงจันทน์ - อุดรธานี ซึ่งเส้นทางที่สะดวก คือ ไปหนองคายทางสะพานมิตรภาพไทย - ลาว ค่าโดยสารคนละ 30 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง ขึ้นอยู่กับการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองอ่ะค่ะ บางคนมีปัญหาการนำสินค้า เครื่องใช้ไฟฟ้า เข้าออก มีขั้นตอนเยอะก็เสียเวลามากขึ้นค่ะ


นอกจากจะเข้าไปกดเงินต่ออายุการท่องเที่ยวแล้ว เรายังนำข้าวของที่ไม่จำเป็นต้องใช้ส่งกลับบ้านทางไปรษณีย์และกินกะเพราไก่ไข่ดาวให้หายคิดถึงด้วยค่ะ


จัดการธุระเรียบร้อยก็กลับมาลัลล้าต่อในเวียงจันทน์ค่ะ



เวียงจันทน์ เป็นเมืองเก่าแก่ ตามตำนานการสร้างเมืองบางสำนวนกล่าวว่า มีฤๅษีสามพี่น้องมาปักหลักไม้จันทน์หมายเป็นเขตสร้างบ้านแปงเมืองบริเวณนี้จึงได้ชื่อว่าเวียงจันทน์ เมื่อ พ.ศ. 2103 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชสถาปนาขึ้นเป็นราชธานีของอาณาจักรล้านช้างแทนหลวงพระบาง มีกษัตริย์ปกครองเรื่อยมาจนกระทั่งลาวเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ และเวียงจันทน์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเมืองหลวงของประเทศตั้งแต่ พ.ศ. 2518


หลายคนอาจสับสนกับคำว่า "แขวงเวียงจันทน์" กับ "กำแพงนครเวียงจันทน์" แขวงเวียงจันทน์มีฐานะเป็นจังหวัด ส่วนกำแพงนครเวียงจันทน์ถือเป็นเขตปกครองพิเศษ มีฐานะเทียบกับเทศบาลนคร พื้นที่กำแพงนครเป็นเขตราชธานีเก่า ปัจจุบันเป็นที่ตั้งรัฐบาลและหน่วยงานสำคัญทางภาครัฐและเอกชน


สถานที่ท่องเที่ยวในเวียงจันทน์ของบล็อกวันนี้และวันต่อไป หมายถึง "กำแพงนครเวียงจันทน์" นะคะ




วันนี้เป็นวันชาติลาว ฉลองครบรอบ 30 ปี ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตอนเช้ามีการปราศรัย และสวนสนาม ถนนล้านช้างไปจนถึงประตูชัยมีติดไฟประดับสวยงาม












บรรยากาศการเฉลิมฉลองวันชาติของลาว
บริเวณประตูชัย
มีจุดพลุ (ไม่สูงนัก) ติดไฟประดับ
และน้ำพุเต้นระบำ





วันที่ 19 [ 3 ธ.ค. 48 ]

เช่ารถจักรยานเพื่อตะลุยชมวัดและสถานที่สำคัญๆ ในเมือง





พญานาคตามบันไดขึ้นลง
เห็นได้ในทุกวัด






ตอนถ่ายไม่ทันสังเกต
แต่พอเดินไปได้สักพักถึงเพิ่งเห็น
ว่าเกล็ดพญานาคของเกือบทุกวัด
จะทำมาจากเปลือกหอยแครง
เพราะอะไรก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ









วัดองค์ตื้อ



วัดองค์ตื้อเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเวียงจันทน์ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระเจ้าองค์ตื้อ พระพุทธรูปโลหะหล่อหนักประมาณ 12,000 กิโลกรัม





พระธาตุดำ



พระธาตุดำ เจดีย์ทรงดอกบัวหกเหลี่ยมตั้งอยู่กลางเมือง ตามตำนานเล่าว่าใต้พระธาตุดำมีพญานาคเจ็ดเศียรอาศัยอยู่ ทำหน้าที่พิทักษ์รักษาเมืองให้พ้นจากการโจมตีของไทย





จบวันนี้ด้วยบรรยากาศดีๆ ริมน้ำโขง





วันที่ 20 [ 4 ธ.ค. 48 ]

ลุยเมืองเวียงจันทน์ต่อด้วยจักรยาน โดยมุ่งไปอีกเส้นทาง คือ เส้นทางที่ไปวัดธาตุหลวง



วัดธาตุหลวง พุทธสถานที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวลาว เดิมเป็นพระธาตุองค์เล็กๆ เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 13-14 เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ (กระดูกหัวเหน่า) ต่อมาพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชทรงสร้างพระธาตุหลวงใหม่ครอบองค์เดิม ให้ชื่อว่า พระธาตุเจดีย์โลกจุฬามณี พระธาตุหลวงถูกทำลายเสียหายหลายครั้ง ชาวลาวได้บูรณะขึ้นใหม่ทุกครั้ง หลังสุดบูรณะรูปทรงตามคติจักรวาลที่มีเขาพระสุเมรุเป็นแกนกลาง และมีเจดีย์ธาตุบริวารล้อมรอบ 30 องค์ ทาสีทองอร่าม




















พระธาตุหลวงในมุมต่างๆ
ชอบท้องฟ้าค่ะ สีสวยมากๆ
เลยแปะให้ชมซะหลายรูป




====================

แล้วมาเที่ยวกำแพงนครเวียงจันทน์กันต่อนะคะ







 

Create Date : 15 มกราคม 2549
7 comments
Last Update : 15 มกราคม 2549 20:10:12 น.
Counter : 3830 Pageviews.

 

ไม่ได้ไปวัดองค์ตื้อ เสียดายจัง เราบอกคนลาวว่า ไทยก็มีหลวงพ่อองค์ตื้อ ที่ท่าบ่อ เขาตอบว่า นั่นของปลอม เราไม่รู้จริงเลยเงียบ

 

โดย: buo 18 มกราคม 2549 0:46:25 น.  

 

อืมมมม ตำนานสร้างเมืองที่ได้ยินนี่ส่วนใหญ่จะเป็นฤาษีเป็นผู้สร้างนะคะ ที่เชียงตุงก็เริ่มจากฤาษีเหมือนกันค่ะ (กี๊ดๆๆ ช่วยด้วย หาสระอาหางยาวๆ ไม่เจอ )

รีบชะแว้บไปอ่านตอน 6 ค่ะ

 

โดย: สายลมโชยเอื่อย 25 มกราคม 2549 14:55:38 น.  

 

โอ้โฮ! ความเห็นที่ 1 ...
ไม่ได้ไปวัดองค์ตื้อ เสียดายจัง เราบอกคนลาวว่า ไทยก็มีหลวงพ่อองค์ตื้อ ที่ท่าบ่อ เขาตอบว่า นั่นของปลอม เราไม่รู้จริงเลยเงียบ
buo

คนตอบbuoนั้นก็ตอบผิดนะคับ
ที่แท้พระเจ้าองค์ตื้อ ที่เวียงจันทน์ กับพระเจ้าองค์ตื้อที่ท่าบ่อนั้นสร้างในสมัยเดียวกัน และสร้างโดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เพราะท่าบ่ ก็คือกำแพงนครหลวงเวียงจันทน์ด้วย เวียงจันทน์ พันพร้าว คับ


 

โดย: คนลาวเวียงจันทน์ IP: 202.137.133.58 22 มิถุนายน 2550 22:25:53 น.  

 

เมืองลาวสวยมีอารายดีอยู่มากมาย

 

โดย: คาราบาว IP: 125.25.161.249 13 สิงหาคม 2550 7:58:38 น.  

 

พระธาตุดำประวัติมีเยอะกว่าที่เรารู้นะ ถ้าจำไม่ผิดศาลนี้ฝังร่างผู้ญ ที่ฆ่าผู้ชายทุกคนที่มานอนกับตน สุดท้ายชาวเมืองทนไม่ได้เลยฆ่านางแล้วก็ฝังเปนพระธาตุดำ ซึ่งปัจจุบันก็ไม่มีคนสนใจ เปนพระธาตุที่ตั้งอยู่กลางเมืองแท้ๆ แต่ไม่มีคนสนใจ มีเบื้องลึกกว่านั้น แต่ผมไม่ได้ฟังได้ยินมาจากคนขับรถที่พานำเที่ยวเปนตำนานเล่ากันมาน่ะ

 

โดย: ฝน IP: 117.47.15.220 31 ตุลาคม 2550 14:22:32 น.  

 

เจ้าอาวาสวัดองค์ตื้อองค์ปัจจุบันท่านก็เป็นคนไทยจากเมืองอุบลซึ่งท่านได้อพยพไปอยู่เมืองลาว

 

โดย: เอ IP: 203.113.0.199 6 พฤศจิกายน 2550 14:38:45 น.  

 

สวัสดีครับ--ทุกท่าน

 

โดย: มนตรา--ตรีเมฆ---หมู--นนทบุรี IP: 58.8.143.110 8 พฤศจิกายน 2551 16:14:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


O-HO
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





บล็อกนี้มีอะไร

Oh! My Diary - บันทึกเรื่อยๆ เปื่อยๆ

Oh! My Trip - ภาพ/เรื่องเล่าจากการเดินทาง

คู่มือลิขสิทธิ์สำหรับนักเขียน












Group Blog
 
<<
มกราคม 2549
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
15 มกราคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add O-HO's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.