Group Blog
 
<<
กันยายน 2549
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
24 กันยายน 2549
 
All Blogs
 

หญิง เพื่อน และรถถัง


อนุวัฒน์ตื่น 7 โมงเช้าดังเช่นวันอื่นๆ

ชายหนุ่มร่างบางผิวคล้ำแก้มตอบขยับตัวช้าๆ เขาพยายามนึกก่อนที่จะลุกจากเตียงว่าวันนี้วันอะไร เขาจะได้จับยัดหนังสือเรียนให้ตรงตามตารางสอน เมื่อนึกได้ว่าวันนี้วันพุธ เขาก็รีบลุกจากเตียงไปในทันที

อนุวัฒน์รีบอาบน้ำ มันไม่น่าจะเรียกว่าการอาบน้ำด้วยซ้ำ แต่มันคือการทำให้ตัวโดนน้ำซะมากกว่า เขาแต่งตัวอย่างลวกและรวดเร็ว เมื่อเขาลงมาจากห้อง พ่อของเขาก็นั่งคอยพร้อมจิบกาแฟอย่างใจเย็น บรรยากาศโดยรอบเงียบสนิท ไม่มีใครสนใจเปิดทีวีเพราะต่างก็ไร้ความสนใจในข่าวสารบ้านเมือง ตัวอนุวัฒน์เองก็เห็นว่าวันนี้ก็คงเหมือนวันอื่นๆ จะมีข่าวอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษได้อีกล่ะ และเด็กม.4 อย่างเขาก็ไม่เคยจะสนใจ “ข่าวทั่วๆไป” ที่ไม่ได้มีแนวโน้มจะออกข้อสอบอยู่แล้ว

เมื่ออนุวัฒน์ใส่ถุงเท้าเสร็จ พ่อของเขาก็ออกจากบ้านไปสตาร์จรถทันที ร้อนถึงตัวอนุวัฒน์ต้องรีบใส่รองเท้า และเดินออกไปทั้งๆ ที่ยังผูกเชือกไม่เรียบร้อย พ่อของเขาก็เป็นแบบนี้เสมอ ชอบใจร้อนไม่ค่อยรอใคร จริงๆ อนุวัฒน์จะปล่อยให้พ่อของเขารอก็ได้ แต่เผอิญเขาก็เป็นคนไม่ชอบให้ใครรอ เหตุการณ์แบบนี้จึงมักจะเกิดแก่อนุวัฒน์ทุกเช้า แต่เขาก็เคยชินเสียแล้ว

พ่อของอนุวัฒน์ค่อยๆ ขับรถไปอย่างช้าๆ บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ มีรถวิ่งโหร่งเหร่ง แต่แน่นอนนี่มันแค่เจ็ดโมงกว่าเอง แถวบ้านเขาอาจจะต้องรอให้สายกว่านี้เสียก่อนที่จะเจอรถติดแบบที่คนกรุงเทพฯจะเจอกัน แต่อนุวัฒน์คิดว่าไม่นานนักจังหวัดปริมณฑลของเขาจะเจริญกว่านี้ และรถก็จะติดเช้าขึ้นกว่านี้ สิ่งที่ทำให้เขาคิดว่ามันจะเจริญขึ้นก็เพราะสนามบินเปิดใหม่นั่น และใครๆ ต่างก็คิดเหมือนเขา ตลอดทางไปโรงเรียน อนุวัฒน์เห็นป้ายชี้ไปยังสนามบินใหม่ตลอดทาง ทำราวกับว่าทุกคนที่เห็นป้ายจะต้องไปสนามบินกันซะหมด แค่คิดจะไปนั่งรถไฟไปต่างจังหวัด อนุวัฒน์ยังไม่มีปัญญาทำได้เลย แล้วนับประสาอะไรกับการไปขึ้นเครื่องบิน

พ่อของอนุวัฒน์ไม่ได้ส่งเขาตรงหน้าโรงเรียน แต่ส่งห่างออกไปประมาณหนึ่งป้ายรถเมล์ เพราะมันสะดวกกว่าในการจะกลับรถเพื่อขับไปที่ทำงานของเขา และสะดวกสำหรับอนุวัฒน์เช่นกันหากเขาคิดจะโดดเรียน ถึงแม้จะไม่ได้โดดบ่อยก็ตาม อย่างเช่นวันนี้เขาก็คงจะเข้าเรียนตามปรกติ

“เฮ้ย มึงได้ยินข่าวหรือเปล่าว่ะ?” เสียงลอยตามลมมาใกล้ๆ หลังจากที่อนุวัฒน์ลงจากรถเรียบร้อย และพ่อของเขาได้ขับรถออกไปไกลแล้ว อนุวัฒน์หันไปดูตามเสียง เป็นศักดิ์สิทธิ์เพื่อนของเขาน่ะเอง ศักดิ์สิทธิ์ยืนอยู่ไม่ห่างจากอนุวัฒน์นัก อนุวัฒน์มองอย่างงงๆ
“มึงมาจากทางไหนว่ะ?”
ศักดิ์สิทธิ์ทำหน้าตาย “ก็มาจากบ้านกูสิว่ะ มึงจะให้กูมาจากทางไหน?”
“เออ กูลืมไป ไอ้เวร” อนุวัฒน์พูดจบก็อดขำเบาๆ ไม่ได้ “แล้วข่าวอะไรของมึง?”

อนุวัฒน์รีบเดินออกไปจากตรงนั้น ศักดิ์สิทธิ์เดินตามพลางเอ่ยปากเล่าเรื่อง
“เห็นเขาบอกว่าที่กรุงเทพฯ มีเรื่อง มีทหารมากันเต็มไปหมดเลย”
“ทหารเหรอ? มีงานต้องสวนสนามอะไรกันหรือเปล่า?”
“ไม่รู้เหมือนกัน เห็นเขาว่ามีรถถังด้วย” ศักดิ์สิทธิ์เล่าต่อ “เขาบอกว่าเหมือนในหนังเลย”
“หนังเรื่องอะไร? แล้วเขาบอกนี่ใครบอก” อนุวัฒน์ซักไซ้ “มึงโดนอำหรือเปล่า?”
“เห็นข้างบ้านเขาพูดกัน” ศักดิ์สิทธิ์บอกออกไป “กูได้ยินแว่วๆ”
“เมื่อวานตอนกลับบ้านมึงเจอก้อยหรือเปล่าว่ะ?” อนุวัฒน์เปลี่ยนเรื่อง เมื่อเห็นว่าศักดิ์สิทธิ์
เล่าเรื่องมั่วๆ “เมื่อวานกูกะก้อยทะเลาะกันว่ะ”
“ทะเลาะอะไรกันว่ะ?”
“เรื่องเดิมๆ น่ะแหละ แม่งคิดว่ากูไปเหล่ไอ้หนิง ไอ้หนิงแม่งแว่นใหญ่ขนาดนั้นดันคิดว่ากูไปเหล่มัน”
“ไอ้หนิงเนี่ยถอดแว่นมันก็น่ารักดีนะโว้ย”

ศักดิ์สิทธิ์พูดพลางชะเง้อคอมอง พวกเขาทั้งสองเกือบถึงหน้าโรงเรียนแล้ว มีนักเรียนสองสามคนยืนอยู่หน้าโรงเรียน เหมือนกับจะเข้าไปไม่ได้ แต่สองคนก็ไม่สนใจ คุยไปด้วยเดินไปด้วยต่อ
“คนล่ะประเด็นแล้วไอ้เหี้ย” อนุวัฒน์ส่ายหน้าเซ็งๆ “แล้วมึงเคยเห็นตอนมันถอดแว่นแล้วเหรอ?”
“เคย กูถอดเองกะมือ”
“มึงโม้แล้ว ไอ้หนิงมันหวงตัวจะตาย”

อนุวัฒน์และศักดิ์สิทธิ์มาหยุดอยู่หน้าประตูโรงเรียน เขาเห็นนักเรียนบางคนที่มาก่อนหน้าเดินผละออกไป พวกเขาแปลกใจเล็กน้อย ศักดิ์สิทธิ์ยืนหน้าเข้าไปอ่านป้ายที่แขวนไว้ที่ประตู
“หยุดเรียนหนึ่งวัน”
“อะไรว่ะ” อนุวัฒน์รำพึงออกมาเบาๆ “อยู่ๆ ก็หยุดเรียน”
“หรือเรื่องที่กูเล่าจะเรื่องจริงว่ะ?” ศักดิ์สิทธิ์หันไปพูดกับอนุวัฒน์
อนุวัฒน์มองหน้าศักดิ์สิทธิ์ที มองป้ายข้อความที
“งั้นเราไปเที่ยวกันดีกว่า” อนุวัฒน์ออกความเห็น
“มึงอยากจะไปไหน จะไปหาก้อยเหรอ”
“ถ้าวันนี้เขาหยุดนะ พ่อแม่ก้อยก็ต้องอยู่บ้าน กูไปก็ตายแน่นอนเพราะเขาไม่ชอบหน้ากู”
“ก็นัดก้อยออกมาข้างนอกสิ” ศักดิ์สิทธิ์เสนอแนะ

อนุวัฒน์คิดได้ดังนั้นก็รีบหยิบมือถือออกมาโทรหาก้อย ระหว่างที่พูดสาย เขาเดินห่างจากศักดิ์สิทธิ์ออกไป ศักดิ์สิทธิ์ได้แต่มองด้วยความอยากรู้อยากเห็น สักพักอนุวัฒน์ก็วางสาย และเดินกลับมาหาศักดิ์สิทธิ์
“มันบอกว่าขอคิดดูก่อน...” อนุวัฒน์เล่าด้วยความเซ็ง
“ต้องมาคิดอะไรอีก...”
ไม่ทันที่ศักดิ์สิทธิ์จะได้พูดต่อ อาจารย์นิลยาก็ออกมานอกโรงเรียน
“นี่พวกเธอไม่ได้อ่านป้ายหรือไง โรงเรียนเขาหยุดเรียน วันนี้วันหยุด...กลับบ้านไปซะ”
ศักดิ์สิทธิ์และอนุวัฒน์ไม่รอให้อาจารย์พูดจบ พวกเขารีบพากันเดินออกไป
“บอกมันไปดิว่าถ้าไม่ออกมาหาจะไปหาที่บ้าน” ศักดิ์สิทธิ์แนะนำไป
“เออ เข้าท่าๆ” อนุวัฒน์รีบหยิบโทรศัพท์มาโทรต่อทันที

แล้วก้อยก็ยอมออกมาจริงๆ เธอไปยืนรอคนทั้งสองที่ปากซอยหน้าบ้านของเธอ หญิงสาวแต่งตัวด้วยเสื้อยืดสีฟ้ากางเกงยีนส์ ส่วนศักดิ์สิทธิ์และอนุวัฒน์ยังคงอยู่ในชุดนักเรียน
“จะไปไหนกันน่ะ?” ก้อยถามทันทีที่เจอหน้าทั้งสอง
“ไปดูรถถังเอาไหม?” ศักดิ์สิทธิ์เป็นคนเอ่ยปากชวน
“แล้วมันไม่อันตรายเหรอ?” ก้อยถามศักดิ์สิทธิ์
“ไม่อันตรายหรอก เขาบอกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น” ศักดิ์สิทธิ์อธิบายต่อ
“แล้วมันจะสนุกเหรอไปดูรถถังเนี่ย?”
สำหรับศักดิ์สิทธิ์ มันคือความอยากรู้อยากเห็น สำหรับอนุวัฒน์ มันคือความไม่มีอะไรจะทำ จะไปดูหนังก็ไม่รู้จะดูเรื่องอะไร จะเดินห้างก็น่าเบื่อ สำหรับอนุวัฒน์มันจึงเป็นอะไรก็ได้
“แต่เราก็อยากรู้เหมือนกันนะ ว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นในเมืองบ้าง”

เมื่อตกลงกันได้แล้ว พวกเขาจึงพากันเข้ากรุงเทพฯ โดยเลือกที่จะไปตรงเทเวศน์ จากที่ดูในหนังสือพิมพ์น่าจะเป็นจุดที่มีโอกาสเจอรถถังได้มากที่สุด เมื่อไปถึงเทเวศน์ ทั้งสามคนก็พบว่าทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เพียงแต่มีรถถัง และทหารเดินไปเดินมาเล็กน้อย แต่คนทั่วไปต่างก็เหมือนเดิม คนที่ทำงานก็ไปทำงาน คนที่เปิดร้านขายข้าวแกงก็ยังเปิด

สามคนเดินไปเรื่อยๆ ผ่านทำเนียบรัฐบาล อนุวัฒน์เห็นคนเอาดอกกุหลาบมาให้ทหาร ก็นึกไปถึงตอนที่เขาเอากุหลาบให้ก้อย เป็นการนึกขึ้นได้อย่างไม่มีเหตุผล เพียงเพราะเห็นเลยนึกขึ้นมา
“อยากได้ดอกกุหลาบไหม? จะได้ไปขอทหารมา”
ก้อยหันไปมองอนุวัฒน์อย่างงงๆ “จะบ้าเหรอ”
“ก็พูดไปงั้นแหละ แต่ถ้าอยากได้จริงๆ ก็จัดให้ได้นะ” อนุวัฒน์กล่าวทีเล่นทีจริง
“เพี้ยนแล้ว” ก้อยรำพึงเบาๆ “วันนี้เงียบดีเนอะ”
“ใช่...” อนุวัฒน์พยักหน้าหงึกๆ ศักดิ์สิทธิ์หันไปมองทั้งสองคน แล้วละความสนใจ หันกลับไปมองรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปผ่านมาต่อ สักพักก็มีแต่เพียงความเงียบระหว่างคนทั้งสาม

“นี่ ก้อย...ก้อยคิดว่าเราชอบหนิงเหรอ?”
ก้อยเหลือบตามองอนุวัฒน์ แล้วหันไปมองถนนต่อ
“ใครบอก?”
“ก็ได้ยินแว่วๆ มา แล้วสองสามวันมานี้ก้อยไม่ยอมคุยกับเราเลย”
“ฉันเห็นเธอไม่มีเวลาให้ฉันต่างหากเลยไม่อยากรบกวน”
อนุวัฒน์ขมวดคิ้ว “ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ?”
“แล้วมันจริงหรือเปล่าล่ะ?”
“ก็แค่คุยกันเฉยๆ ไม่น่าคิดมาก ไม่น่าทำแบบนี้” อนุวัฒน์ตัดพ้อ
“เธอก็ไม่น่าไปทำแบบนั้นเหมือนกัน”
อนุวัฒน์เงียบไป เขานั่งคิดหาทางอธิบาย ส่วนศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่พยายามเป็นตัวช่วย
“ถ้าไม่อยากให้เราคุยทีหลังเราก็จะไม่คุยอีก จริงๆ นะ เราจะไม่คุยกะคนไหนเลย”
ก้อยหันไปมองหน้าอนุวัฒน์ แล้วยิ้มๆ เหมือนลึกๆ ไม่เชื่อในคำเขาซักเท่าไหร่ อนุวัฒน์ไม่มีทางเลือกนอกจากทำสายตาวิงวอน
“จริงๆ นะ” อนุวัฒน์ยืนยัน
ก้อยถอนหายใจแผ่วๆ ก่อนที่จะยิ้มหวานออกมา
“จริงอ้ะ?”
อนุวัฒน์พยักหน้าเป็นการตอกย้ำ ก้อยยื่นนิ้วก้อยให้อนุวัฒน์ อนุวัฒน์ยื่นนิ้วก้อยของตัวเองไปเกี่ยวกับนิ้วก้อยของก้อย ในขณะที่รถถังคันหนึ่งค่อยๆ เคลื่อนที่ผ่านทั้งคู่อย่างช้าๆ

The End.




 

Create Date : 24 กันยายน 2549
6 comments
Last Update : 24 กันยายน 2549 16:48:03 น.
Counter : 477 Pageviews.

 

สถาณการณ์ โรแมนติคเสียจริง ?!?

กบเลือกนาย....ก.
เคโระ เคโระ เคโระ

 

โดย: LUNATIC SPACE 25 กันยายน 2549 13:12:57 น.  

 

p' นัท เขียนเรื่องสั้นเหมือนเขียนพล๊อตหนังเลย . . .

แต่ก็หนุกดี งุงิงุงิ

แล้วอันตัวน้องนี้จะแวะเวียนมาอีกน่ะเจ๊า

 

โดย: ยัย_ฟุ้งซ่าน 17 ตุลาคม 2550 20:11:18 น.  

 

 

โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) 8 สิงหาคม 2554 10:57:15 น.  

 

 

โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) 8 สิงหาคม 2554 11:58:15 น.  

 

 

โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) 8 สิงหาคม 2554 13:22:43 น.  

 

 

โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) 12 สิงหาคม 2554 12:52:21 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


hotcoffee
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผมนิสัยดีครับ
Friends' blogs
[Add hotcoffee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.