Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
21 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
ขึ้นเขียงที่สิงคโปร์

ปี 2007 เป็นปีโชคไม่ดีของฉัน นอกจากต้องมาทำงานกะลูกค้านรกที่ KL(แบงค์ใหญ่สุดในมาเลเซียเชียวนะนี่แล้ว ฉันดันไปตรวจร่างกายเจอซีสท์ในรังไข่เสียอีก เรื่องของเรื่องคือฉันไม่ได้ตรวจร่างกายหลายปีแล้ว เพื่อนสาวที่ทำงานชวนกันไปตรวจแบบแพคเกจแพงหน่อย ที่ Raffles Hospital ตอนนั้นประมาณเดือนพค. ในนั้นมีการอัลตร้าซาวดน์อวัยวะภายในของผู้หญิงเราด้วย (Ultrasound Pelvis) ปรากฎว่าฉันมีซีสท์อันเบ้อเร่อ (จริงๆ) ขนาดเท่าลูกเทนนิสได้ ก็ขนาด 7ซม. คูณ 8 ซม. คูณ 9.6 ซม. ใหญ่ไหมล่ะ หมอก็บอกผ่าเหอะ มันใหญ่ไปเดี๋ยวเกิดแตกขึ้นมาน่ากลัวนะ อันตรายมาก เลยเอาวะ ผ่าก็ผ่า พอดีงานยังยุ่งอยู่ ฉันก็เลยบอกหมอว่า เดี๋ยวมาผ่านะหมอ(ตอนตรวจเจอประมาณพค.) คะเนดูงาน(ที่ท่วมหัวท่วมหู)แล้วว่า น่าจะผ่าได้เดือนกค. หมอบอกว่า หมอกลัวแตก ยังไงอย่ากระโดดโลดเต้นให้มากนักนะจ๊ะ แอร๊ยส์ หมอเพิ่งเจอฉันหมอรู้ได้ไงเนี่ยว่าฉันกระเปิ๊บกระป๊าบ ว้าย..แอ๊บไม่เนียนนะยะSmiley


สรุปว่าฉันก็ไปทำงานที่มาเลย์ พอต้นเดือนกค.ก็ไปผ่า ตอนจะไป แม่ก็มาสิงค์เพื่อเฝ้าฉัน เจ้าเอเจ้าเอื้อ ก็มา(มาชอปอ่ะ จริงๆแล้ว อ่ะแหม Great Singapore Sale พอดี ทำเนียนนะพวกนี้...ฮา) ก็มาช่วยกันเฝ้าด้วยแหละ ตอนแรกแม่จะค้างด้วย แต่ขอโทษ พอดูราคาค่าห้องแล้ว แม่อย่าเฝ้าเลย ถ้าแม่ค้างคืนกะฉัน ต้องเสียเงินอีกประมาณ 60SGD แม่เจ้า ไม่มีอะไรฟรีจริงๆที่นี่ แล้วฉันก็คงสะลืมสะลือไม่น่าจะต้องการแม่ หรือกวนแม่เท่าไหร่ อยากได้อะไรกดปุ่มเรียกพยาบาลเดี๋ยวก็มาแล้ว แม่ก็เลยโอเค พอมาถึงโรงพยาบาล เขาก็จัดแจงทำความสะอาด กำจัดอะไรที่ไม่ต้องการเสีย พยาบาลที่นี่ทำงานกันเร็วมาก จัดการโกนสองฟื๊ดก็ไล่ฉันไปนอนรอขึ้นเขียงแล้ว อ้อ ว่าแต่ว่าจะผ่าตัดซีสท์ที่รังไข่ ทำไมต้องล้างเล็บ ล้างมือ ห้ามใส่แหวนใส่กำไลใดๆทั้งสิ้นว้า(เดาเอาว่าเพื่อสุขอนามัยของการให้น้ำเกลือ..ว่าไปโน่น) แล้วเขาก็ให้นอนบนเตียงเลยนะ เข็นไปเลย เหลือบไปมองแม่ เห็นแววตาแม่เป็นห่วงฉันอยู่ ก็ต้องบอก(ปลอบ)ว่าสบายมากแม่ เดี๋ยวเจอกันนะจ๊ะ เอ๊ะ ทำไมฉันไม่เห็นกลัวเลยฟะ หมูไม่กลัวน้ำร้อนแท้ๆฉันนี่ Smiley จากนั้นเขาก็เข็นไปห้องผ่าตัด เอาฉันไปนอนรอในห้องเล็กๆที่กันด้วยผ้าม่าน มีหมอถือฟอร์มมาถามโน่นถามนี่ แล้วก็ติ๊กๆฟอร์มไป ฉันเดาว่าเป็นหมอดมยา(เรียกหรูๆว่าอะไรนะ วิสัญญีแพทย์?) พอเขาถามจนพอใจแล้ว หมอก็ถามว่ามีอะไรจะถามไหม ฉันเลยแสดงความเป็นตัวตน(มาก)ว่า หมอ ผ่าเสร็จแล้วเมื่อไหร่จะกินได้ เห็นไหม ตัวตนแท้ๆเรย..ขอบอก ห่วงกินอย่างเดียว(ฮา) Smiley หมอคงอึ้งๆ แต่ก็ตอบมา(ตามมารยาท)ว่า ก็พอฟื้นได้ซักพัก ก็กินโอวัลตินไมโลอะไรได้แล้ว แต่คงกินอาหารหนักไม่ได้ทันที ฉันก็เลยสบายใจ คิดดู อดข้าวมาตั้งกะเช้า ผ่าไม่กลัวกลัวหิวเฟ้ย  เสร็จแล้วเขาก็ฉีดหรือให้ฉันดมนี่แหละ จำไม่ได้แล้ว น่าจะฉีดมากกว่านะ สมองปลาทองแฮะ ทำไมจำไม่ได้ แต่จำได้ว่าแป๊บเดียว แบบหมอนับหนึ่งถึงสิบ ฉันก็หลับไปแล้ว  สลบง่ายเกินไปไหมฟะตู Smiley


จริงๆฉันกังวลอยู่เรื่องเดียว คือกลัวว่าตอนสะลืมสะลือ เกิดฉันฟังภาษาอังกฤษไม่ได้ขึ้นมาจะว่าไงเนี่ย กลัวคุยกะพยาบาลไม่รู้เรื่อง แต่โชคดีไม่ยักกะเป็นอย่างที่กลัว เรื่องจริงคือ พอผ่าเสร็จเขาก็ปลุกฉันบนเตียงผ่าเลยนะ(เรียกว่า theatre เหมือนเวทีละครประมาณนั้นเลย) เขาก็บอกให้ฉันหมุนเท้าซ้ายที ขวาที ฉันก็สะลืมสะลือหมุนไป เออ..สมองส่วนที่แปลภาษาอังกฤษก็ยังทำงานดีอยู่นะเนี่ย รอดตัวไป เสร็จสรรพเขาก็เข็นฉันขึ้นมาบนห้อง ก่อนจะเอาฉันขึ้นไปนอนบนเตียง มีปลุกอีกทีด้วย ให้ทำอะไรจำไม่ได้แล้ว ก็ทำๆส่งๆไป เหลือบไปเห็นแม่มองมา ก็ยิ้มให้ไปนิดนึง คร่อก!!! ยิ้มยังไม่สุดมุมปากเลยมั้ง(ฮา) ตอนหลังแม่บอกดีใจปนตื่นเต้นมาก นึกว่าจะเห็นฉันมาแบบหมดสภาพ แต่นี่สภาพดีกว่าที่คาดไว้ เพราะสามารถลืมตามาดูแม่ได้ แม่บอก ดีใจมาก แสดงว่าปลอดภัยดี อยู่แล้วแหละแม่ แหม...ลูกแม่อึดกว่าที่นึก ถึกกว่าที่คิดนี่นา...Smiley


พอหัวค่ำฉันก็รู้สึกตัวตื่น มันก็ชาๆนะ เจ็บนิดๆไม่มาก ถ้าขยับตัวอ่ะถึงจะเจ็บ แม่ก็มาถามว่าเป็นไง ฉันก็บอกสบายมาก ขออะไรกินหน่อย ไม่ได้กินมาทั้งวัน ไม่ไหวแล้ว ก็เลยขอไมโลมากิน ที่นี่กินไมโลกันเป็นส่วนใหญ่ ไม่เห็นมีคนเรียกหาโอวัลตินเลย เรียกแต่ไมโล เออ..ไมโลก็ไมโลฟะ ฉันก็กินไปเสร็จ ก็โอเคนะ บอกแม่ว่ากลับได้ ไม่เป็นไร เพราะก็มียานอนหลับ แล้วก็นอนพัก คงหลับๆตื่นๆ แม่อยู่ก็ไม่มีประโยชน์ แม่ก็เลยรอเอเอื้อมา แล้วก็กลับด้วยกัน คืนนั้นฉันก็หลับเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีปัญหาอะไร ไม่ได้เจ็บหรือปวดแผลมากมาย คงเป็นเพราะฤทธิ์ยานอนหลับมากกว่า


เช้ามา พยาบาลก็เอาเมนูมาให้เลือกว่าจะกินอาหารเช้าอะไร ฉันก็เลือกข้าวต้มมั้ง ถ้าจำไม่ผิด เขามีเมนูให้เลือกยังกะอยู่โรงแรมแน่ะ เลือก 3 มื้อเลยนะ เริ่ดมาก(แน่ละซิ แพงนี่ว้อย)Smiley  เสร็จแล้วพออาหารมาเสิร์ฟ เขาก็ให้ฉันลงมาจากเตียงเองเลยนะ อ้าว ไม่กินบนเตียงเหรอ โหดจังเฟ้ย ลุกก็ลุกฟะ  ฉันก็ลุก ไอ้ตอนลุกครั้งแรกเนี่ยเจ็บนะ รู้เลยว่าเราต้องใช้กล้ามท้องในการลุกจริงๆ ก็ท้องฉันมันมีแผลเสียแล้ว เขาก็เอาหมอนมาพิงข้างๆให้ฉันตะกายขึ้นมา ก็พอได้ (หลังๆฉันใช้ท่าลุกของโยคะมาช่วย เริ่ดมาก ไม่เจ็บเลย) เขาก็ให้เดินไปที่โต๊ะที่วางอาหารเลยนะ  แต่ก็ไม่ไกลหรอก 3-4 ก้าวได้ ถึงฉันจะไปแบบกระย่องกระแย่งก็เหอะ ฉันก็ไปช้าๆของฉันนี่แหละ ก็ไปจนได้ (แน่ละ มีเป้าหมายเป็นอาหารนี่นา) ในที่สุดก็ได้กิน แต่ก็กินไม่ได้มากนะ มันยังเจ็บๆอยู่ แต่ก็กินไปพอสมควรแหละ หิวนี่นะ


พอกินเสร็จพยาบาลก็บอกว่า ไปเข้าห้องน้ำก่อนไหม เดี๋ยวเขาจะพยุงไปนะ แต่หนนี้หนเดียวนะ หลังจากนี้ กรุณาพยายามไปเอง แอร๊ยส์ โหดโหดโหด(ขอคูณสาม) ฉันก็กระย่องกระแย่งไปเหมือนเดิม คือมันเหมือนคนออกลูกแล้วเลย นึกออกไหม แผลฉันยาวประมาณสามนิ้วแน่ะ อีกนิดเดียวก็เอาเด็กออกมาได้แล้วเนี่ย(หรือเปล่า)  ฉันต้องพยายามเดินอย่างระวังมากๆ นึกภาพว่าถ้าทำกระเปิ๊บกระป๊าบ หกล้มไป คงสยดสยองน่าดู กลัวแผลปริอ่ะ และแก่แล้วยังหวอนี่คงไม่งามนะ  ก็ไปจนถึงห้องน้ำจนได้ ห้องน้ำก็อยู่ห่างจากเตียงไม่มากหรอก 7-8 ก้าว แต่เดินช้าขนาดนี้ ใช้เวลาหลายนาทีเหมือนกัน ฉันก็เห็นแผลตัวเองแล้วทีนี้ เขาเอาผ้ากอซทับไว้ แล้วปิดด้วยพลาสเตอร์ใสแบบกันน้ำ พยาบาลบอกใส่ไว้เงี้ยะ สองอาทิตย์ แล้วค่อยมาตัดไหม เออ หมอฉันเขาแวะมาดู บอกฉันว่า เป็นไหมแบบตัดนะ เพราะแผลจะสวยกว่า ถ้าไหมละลาย แผลจะไม่สวยเท่า ได้เรยค่ะคุณหมอ แต่หนูคงไม่ไปเปิดอวดใครนะคะ หมอบอกว่าไม่สามารถจะเอาซีสท์มาให้ฉันดูได้ แต่ถ่ายรูปมาให้แล้ว ก็ให้รูปฉันมาดู..แหม่...มันช่างกลมป๊อก ผิวใสแจ๋ว เหมือนลูกบอลเสียนี่กระไร แต่เป็นลูกบอลที่น่ากลัวเพราะผิวบางและมีเส้นเลือดด้วยแหละ มีขนด้วยนิดหน่อย และมีก้อนไขมันอยู่ข้างในด้วย น่ากลัวนิดๆนะเนี่ย หมายถึงว่า มันใหญ่และเหมือนพร้อมจะแตกได้ทุกเวลาจริงๆ โชคดีที่ตรวจเจอนะ(มีป้าที่ทำงานเล่าให้ฟังว่า เขาเคยแตก เกือบตายแน่ะ น่ากลัวนะเนี่ย)  อ้อ หมอบอกว่าฉันมี chocolate cyst ด้วย หมอก็เจี๋ยนออกไปให้แล้ว 3 ก้อน(แต่เล็กๆ) ถ่ายรูปมาให้ดูอีกเหมือนกัน เพราะชิ้นเนี้อทุกอันต้องส่งไปเข้าแลป คงจะไปตรวจหามะเร็ง แต่ก็ไม่มีหรอกนะ ตอนยังไม่รู้ผล หมอบอกว่า ซีสท์แบบที่ฉันเป็นเนี่ย ไม่ค่อยน่าห่วง โอกาสเป็นมะเร็งน้อยมาก มันเป็นเนื้องอกแบบที่โตมาพร้อมกับเรา เหมือนบางคนที่มีเด็กซ้อนเด็กอยู่ในท้องอ่ะ หมอบอกบางทีมีผม มีฟันด้วยนะ บรื๋อ...แต่ก็อย่างที่บอก โอกาสเป็นมะเร็งน้อยมาก โชคดีไป เขาเรียกว่า Dermoid cyst


อันนี้เอามาจากวิกิพิเดีย



  • เดอร์มอยด์ซีสต์ (Dermoid cyst หรือ Teratoma) เกิดจากเซลล์ผิวหนังที่จัดวางอยู่ผิดตำแหน่งตั้งแต่พัฒนาการขั้นแรกของทารกในครรภ์ มักพบเส้นผม เล็บ กระดูก ไขมันอยู่ภายใน

  • ชอคโกแล็ตซีสต์ (Chocolate cyst หรือ Endometriosis) คือ ซีสต์ ที่ภายในบรรจุของเหลวสีน้ำตาลคล้ายชอคโกแล็ต ซึ่งจริงๆ แล้วคือ เยื่อบุมดลูกที่เป็นเลือดประจำเดือนเก่าๆ ซึ่งไหลย้อนกลับผ่านท่อนำไข่ ไปฝังอยู่ในส่วนต่างๆ เช่น รังไข่ มดลูก และนอกมดลูก

  • ฟังชันนัลซีสต์ (Functional cyst) คือ ซีสต์ที่สามารถยุบฝ่อหายไปเองได้ เมื่ออยู่ในสภาพที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเติบโต


ฉันก็นอนกลิ้งไปกลิ้งมา อีกคืน รวมทั้งหมดสองคืน เขาก็ให้กลับแล้ว หมอสิงค์นี่โหดจริงๆ อ้อ บริษัทฉันส่งดอกไม้กับกระเช้ามาเยี่ยมด้วย มีเพื่อนที่ทำงานมาเยี่ยมด้วยหลายคน ฉันเม้าเสียจนเพื่อนบอก นึกว่าจะม่อยกระรอกที่ไหนได้ เม้าเสียระเบิด ไม่เห็นเหมือนคนป่วยเลย อ้าว...ไรฟะ Smiley พอตอนวันกลับ มีพนักงานเอาอุปกรณ์ที่เหมือนโรงแรมมาขนกระเป๋าเลย เริ่ดสมราคาจริงๆ เขาก็เอาฉันนั่งรถเข็นไปจ่ายตังค์  เฮ้อ...งานนี้จ่ายค่าเสียหายไป 10K แน่ะ นอนแค่สองคืนนี่แหละ โชคดี claim ประกันได้ประมาณ 8K ตอนแรกไม่นึกว่าจะได้มากเท่านี้หรอก ได้ 5K ฉันก็ดีใจแล้ว นี่ได้ตั้ง 8K ค่อยโล่งอกหน่อย ชอบมีคนถามว่าทำไมไม่ไปผ่าที่เมืองไทย ก็ฉันถามเพื่อนที่ทำงานบัญชีแล้ว เขาบอกว่าไปผ่าเมืองไทยเคลมไม่ได้นะยู โอเก๊ เข้าใจแร้ว) ตอนเดินออกมาขึ้นแทกซี่กลับบ้าน รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนท้องเลย แค่ว่าไม่มีเด็กกลับไปด้วยแค่นั้น ขนาดเจ้าเอเจ้าเอื้อยังบอก เดินมาห้องพี่ ผ่านห้องเด็กด้วยแหละ เหมือนมาคลอดเลย เออ แต่ลูกฉันมันเป็นก้อนไขมันเฟ้ย...เชอะ รู้สึกเหมือนเป็นแม่ดาวพระศุกร์ที่คลอดลูกแล้วทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลยังไงไม่รู้ ฮ่าๆ เออ..ขอจดไว้หน่อยว่า ตอนที่ฉันเข้าโรงพยาบาลเป็นตอนที่คุณนายนางเอกบ้านทรายทองเขามาแอดมิทที่นี่พอดี แต่พวกฉันไม่รู้หรอกนะ แค่มารู้ทีหลังว่าเขาแอดมิทที่โรงพยาบาลนี้ จากหนังสือพิมพ์ แล้วพบว่ามันเป็นเวลาเดียวกัน แน่ะเห็นไหม โรงพยาบาลที่ฉันไป เริ่ดเสียไม่มีนะยะ ขนาดคุณนายบ้านทรายทองมาสิงคโปร์ ยังมาเอาเอกสารรับรองการแพทย์ว่าแอดมิทที่นี่เร้ย(เพื่อจะไม่ต้องขึ้นศาลไง)...ไม่ใช่อี้ๆย่ะ ขอโบกกกก(ขอความกรุณางดพูดเรื่องการเมืองนะยะ ป้าขอ..โอเค๊?)Smiley


พอกลับบ้าน ก็นั่งๆนอนๆ ฉันรู้เลยว่าร่างกายอ่อนแอมาก พอกลับไปบ้าน เจอฝุ่น ที่เคยอยู่ร่วมกันมาด้วยดี (แหม ไปนอนโรงพยาบาลแค่สองวันคงไม่ทำให้ฝุ่นมันเยอะกว่าเดิมเท่าไหร่หรอกใช่ไหม) หนนี้กลับจาม ไอ เสียไม่มีดี ไอยังพอพยายามได้ แต่จามเนี่ยสิ สุดยอดของความเจ็บ ตอนหลังต้องพยายามไม่ให้ไอ ไม่ให้จาม มันเจ็บจริงอ่ะ  แต่กลับมาอยู่บ้านแล้วก็ไม่มีอะไรตื่นเต้นนะ ตอนแรกๆ เวลากินอิ่มไปก็จะเจ็บ(ไหนใครบอกป่วยแล้วกินไม่ลงไงฟระ ทำไมมันใช้ไม่ได้กะฉันเนี่ย...) ปวดฉี่ก็เจ็บนะ แรกๆเพระเหมือนกระเพาะปัสสาวะมันใหญ่ขึ้นแล้วมันไปดันแผล(มั้ง) แต่เข้าห้องน้ำหนักโอเค ไม่ลำบาก โชคดีไม่ได้ต้องเบ่งหรืออะไร ถ้าต้องคงแย่ น่าจะเจ็บนะ


สรุปว่างานนี้เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น ที่ฉันจะไม่ลืมตลอดชีวิต(บ้า ใครจะลืม)  ตอนนี้ฉันก็ยังต้องไปหาหมอเช็คทุกสามสี่เดือน แล้วก็ต้องกินยาคุมเพื่อกันชอคโกแลตซีสท์ นี่ก็กินมาปีครึ่งแล้ว เสียวตับตัวเองมาก เพิ่งขอหมอพักตับสามเดือนตั้งกะต้นปีนี่แหละ แล้วค่อยกลับไปกินใหม่ ซีสท์ก็กลัว ตับเสียก็กลัวเว้ย แล้วก็ไม่รู้ว่ามันมีผลข้างเคียงอะไรด้วยนะ ...เฮ้อ...เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก ...ว่าไหมSmiley








Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2552 23:57:27 น. 2 comments
Counter : 625 Pageviews.

 
แวะมาอ่านค่ะ
น่ากลัวหมืนกันนะคะ เป็นหลาย cyst จังเลย
หายไวๆค่ะ


โดย: forenoon วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:5:15:10 น.  

 
หายเร็วๆนะคะ...
อืม ปีใหม่ที่ผ่านมาเราก้อเจอซีสต์ไปสามเม็ดเล็กๆ
แม่ให้เอาออก แต่เราว่ามันยังไม่เป็นอันตรายอะไร
คือไปตรวจตอนเฝ้าแม่ผ่าตัดมดลูกอะค่ะ
ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ โรคสมัยนี้ไม่ค่อยน่าไว้ใจ


โดย: ชะเอมหวาน วันที่: 11 ธันวาคม 2552 เวลา:12:59:37 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Nung+Ning+
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Nung+Ning+'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.