Group Blog
 
 
สิงหาคม 2552
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
9 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 

การที่รูมเมทมาใช้ข้าวของของเราโดยไม่ขออนุญาตก่อนนี่ปกติเหรอคะ เราผิดเหรอคะที่ไม่พอใจ

จริงๆแล้วเรื่องรูมเมท(ในอดีต)นี้ผ่านมาได้ซักพักแล้ว ฉันว่าจะเขียนหลายครั้งแล้ว แต่ว่าตอนนั้นฉันยังโกรธอยู่ ถ้าเขียนด้วยอารมณ์โกรธเห็นทีจะไปกันใหญ่
ฉันมาเขียนตอนนี้ก็ไม่(ค่อย)โกรธแล้ว แล้วก็อยากบันทึกไว้เตือนใจตัวเองด้วยน่ะค่ะ

เมื่อปีที่ผ่านมา ค่าเช่าห้องที่นี่ราคาถีบตัวสูงขึ้น 2 เท่าเลยทีเดียว
จริงๆแล้วฉันก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทองหรอก แต่ว่าด้วยความเสียดายว่า
ถ้าเราสามารถจะลดค่าใช้จ่ายโดยการมีรูมเมทได้ ก็น่าจะดี
แล้วรูมเมทคนนี้ก็เป็นเพื่อนสนิทมากของเพื่อนที่ค่อนข้างจะสนิทของฉัน
ฉันก็เลยคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา

แต่เอาเข้าจริงมันใม่ใช่อย่างนั้นเลย ฉันว่าเขากับฉันเป็นคนที่ต่างกันมากเกินไป สิ่งที่ฉันเห็นว่าสำคัญเขากลับคิดว่าไม่ใช่ ยกตัวอย่างเช่น ตอนแรกฉันบอกเขาว่าฉันจะไม่คิดเงินค่าน้ำค่าไฟเขาหรอก แต่แค่เดือนแรกก็มีเหตุเสียแล้ว เขาเป็นคนไม่สนใจเรื่องนี้เลย เขาเปิดไฟทิ้งไว้(เขาบอกลืม) เปิดแอร์ทิ้งไว้(บางทีทั้งวัน..ก็บอกว่าลืมอีกนั่นแหละ..แต่แหม...ลืมบ่อยจริงๆ) รีดผ้าวันละชิ้นทุกเช้า(พอฉันบอกว่าทำไมไม่รีดไว้ก่อน เขาบอกว่า ก็ยังไม่รู้ว่าวันนี้จะใส่อะไร ซะงั้น) แถมมีการลืมปิดเตารีดไว้สองครั้ง ครั้งแรกฉันมาเจอประมาณซักชั่วโมงสองชั่วโมง แต่ครั้งที่ร้ายที่สุดคือกว่าฉันจะมาเจอก็คือ กลางคืนแล้วอ่ะ ดีนะไฟไม่ไหม้บ้าน เขาก็ขอโทษนะ บอกว่าลืม!! เฮ้อ...แล้วฉันจะไปว่ายังไงได้ล่ะ

ทีนี้ปกติค่าไฟที่ฉันอยู่คนเดียวตกประมาณเดือนละ 100$ เดือนแรกที่เขามาอยู่ปาเข้าไป 320กว่าเหรียญ ไม่ให้ฉันตกใจยังไงไหว พอบอกเขาก็โกรธขึ้นมา บอกว่างั้นก็คิดเงินมา หารกันเลย ขนาดตอน statement ค่าไฟมา ฉันถามว่า..เออ..ตอนที่เธอลืมเตารีดทิ้งไว้มันอยู่ในช่วงนี้ใช่ไหม เขายังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ตอนแตกหักก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมา หาว่าฉันหาเรื่องเขาซ้ำๆซากๆ อ้าว..ก็ฉันกลัวว่าถ้ามันไม่รวมในเดือนนี้ แล้วยังสามร้อยกว่า ไอ้เดือนที่รวมตอนลืมเตารีดไว้ทั้งวัน เวลาฉันเห็นบิลฉันคงเป็นลมล้มผลอยไปเป็นแน่ ผิดอีกฉัน!! เขาว่าฉันว่าัฉันหาเรื่องเขาเพราะฉันต้องรู้อยู่แล้วว่ามันรวมหรือไม่รวมยังมาถามอีก อ้าว..ตอนนั้นฉันก็เริ่มโกรธแล้วนะ ก็บอกเขาว่า ขอโทษนะเธอ ฉันอยู่คนเดียว ต้องสนใจไหมว่า statement มันตัดที่วันไหน อ่ะจริงไหมล่ะ อยู่คนเีดียวต้องจำด้วยเหรอว่าวันไหนถึงวันไหน ฉันไม่เคยจำหรอก ไม่เคยดูด้วยซ้ำ วันนั้นเขาก็เลยพูดว่า งั้นหารก็แล้วกัน เงินแค่นี้เอง วันนั้นก็เลยจบตรงที่ตกลงกันว่าจะหารค่าน้ำค่าไฟกัน แต่จริงๆแล้วปัญหามันไม่ใช่เรื่องเงินหรอกนะ ฉันไม่ชอบใจด้วยแหละที่เขาชอบทำเหมือนเอาเงินฟาดเพื่อแก้ปัญหา แต่มันไม่ใช่ปัญหาเรื่องเงินอ่ะ แล้วจะใช้เงินแก้ปัญหาได้ยังไง เข้าใจใช่ไหมคะ ฉันรู้ว่าเรามีเงินจ่าย แต่ทำไมเราต้องใช้ทรัพยากรของโลกแบบไม่เป็นประโยชน์ขนาดนี้ ฉันไม่ชอบเลย เตือนก็ไม่ฟัง แล้วเขาก็เป็นคนใช้ไฟได้น่าตกใจมาก เขาสามารถกลับมาห้อง เปิดไฟห้องน้ำไว้ แล้วเดินไปเิดินมาเป็นชั่วโมงกว่าจะไปเข้าห้องน้ำจริงๆ ฉันอ่ะคันปากมาก แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะในเมื่อหารค่าน้ำค่าไฟกันแล้ว ฉันก็คงไม่พูดอีก ตอนแตกหัก(อีกแล้ว เขาคงอัดอั้นไม่พอใจฉันอยู่เหมือนกัน) เขายังว่าว่าฉันเปิดแอร์ในห้องนั่งเล่น เขายังไม่ว่าสักคำ แต่เขาไม่รู้ว่าฉันไม่ได้เปิดแอร์นอน ฉันเปิดแค่พัดลม เพราะฉันไม่ชอบนอนแอร์ มันหนาวแสบคอไป แหม..ทำเหมือนว่าฉันใช้ไฟมากกว่าเขาแล้วมาหารกันไม่แฟร์ยังงั้นแหละ

จริงๆมันก็มีเรื่องอีกหลายเรื่องที่เราไม่ชอบกันนะ ฉันขี้เกียจเล่ามันคงยาวเหยียดสามวันไม่จบ และจริงๆแล้วฉันคงมีอะไรที่เขาไม่พอใจฉันเหมือนกัน ปากฉันเสียน่ะ ยกตัวอย่างเช่น ฉันเป็นคนตรง บางทีตรงไป อย่างเมทมาทำความสะอาด ที่นี่เขาคิดเป็นชั่วโมง บางทีคุณเธอทำแค่ครึ่งชั่วโมง แต่มั่วนิ่มคิดเต็มชั่วโมง ฉันก็ไม่ให้หรอกนะ เขาก็ทำหน้าำรำคาญใส่ฉัน บอกให้ๆไปเหอะ ด้วยความปากเสียของฉัน ฉันก็เลยสวนไปดอกหนึ่งว่า สำหรับเธอเงินทองคงหาง่าย แต่สำหรับฉันมันหายากนะ เขาอึ้งไปและฉันก็เดาได้ว่าเขาคงโกรธแหละ ฉันก็ยอมรับว่าปากเสียจริงๆ อันนี้ยอมรับผิด แต่ขอเม้าหน่อยนะ อย่าคิดว่าคุณเธอรวย คุณเธอใช้เงินได้สุรุ่ยสุร่ายมาก ชักหน้าไม่ถึงหลังหรอก ฉันเองรวยกว่าเขาเยอะขอบอก ว้าย..แอบเม้าย่ะ ปากเสียอีกแล้วเรา

และแล้วก็มีเรื่องที่ทำให้เราแตกหักกัน คือรูมเมทของฉันเขามีนิสัยชอบหยิบใช้ข้าวของของฉันก่อนขออนุญาตเสมอ ตั้งแต่รองเท้า กระเป๋าแลปทอป ไปจนโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่า ตอนแรกๆฉันก็ไม่ว่าอะไรนะ แต่เรื่องโทรศัพท์ต้องเล่า อันนี้เด็ด คือฉันมีโทรศัพท์เครื่องเก่าเก็บไว้ที่บ้าน ตอนเปลี่ยนเครื่องฉันไม่ได้ขายเครื่องเก่าทิ้งไปน่ะ ก็เก็บไว้สำรองเฉยๆ เขาเคยมาขอยืมให้แฟนเขาเอาไปใช้ ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ เพราะเก็บไว้ก็ไม่ได้ทำอะไร เขาก็เอามาคืน ฉันก็เก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะที่ห้องนั่งเล่น(เขาเห็นแหละว่าฉันเก็บไว้ที่ไหน) มีวันหนึ่งฉันกลับมาจากที่ทำงาน เจอเขาเอาโทรศัพท์เครื่องนั้นออกมาวางที่โต๊ะกินข้าว แล้วบอกฉันว่า โทรศัพท์เขาเสีย เขาจะเอาเครื่องนี้ไปใช้ก่อนนะ เอาสายชาร์จให้ด้วย แม่เจ้า..นี่เรียกว่าขอหรือสั่งฟระ ตกลงโทรศัพท์นี่ของใครวะเนี่ย มีหยิบออกมาแล้วด้วย ยังไม่ทันขออะไรเราเลย ฉันเริ่มโกรธแล้วเพราะนี่ไม่ใช่ครั้้งแรกน่ะ มีหลายหนแล้ว อ้อ...จำได้แล้ว หนนี้ฉันโกรธเพราะมีเรื่องแลปทอปด้วย เดี๋ยวค่อยเล่านะ ฉันก็เลยบอกเขาว่า สายชาร์จอยู่ที่ทำงานจะเอาก็ต้องรอนะ ว่าแต่เครื่องเก่าเธอก็ยังอยู่ไม่ใช่เหรอ(โทรศัพท์ที่เมืองไทยของเขา ฉันจำได้ว่าเขาบอกว่าเขายังใช้อยู่เวลากลับเมืองไทย) ทำไมไม่ใช้ล่ะ เขาถึงได้ เออๆ งั้นก็ใช้อันนั้น อะไรกันนี่ เขานึกอยากใช้ของคนอื่นก่อนจะใช้ของที่ตัวเองมีอยู่ ซะงั้น ปกติคนเราต้องช่วยตัวเองก่อนจึงจะไปขอความช่วยเหลือคนอื่นไม่ใช่เหรอ หรือเป็นเฉพาะคนอย่างฉันฟระ ไม่นะ ส่วนใหญ่ใครๆเขาก็เป็นกันนี่นา..ฉันละงงจริงๆ

เรื่องแลปทอปก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันโกรธ ฉันใช้แลปทอปแล้วก็วางทิ้งไว้ในห้องนั่งเล่น อันนี้ฉันก็ผิดด้วยนิดหน่อยคือฉันไม่ได้ set log-in password ไว้ (ก็ไม่คิดว่าจะมีคนแบบนี้อ่ะ) ปกติฉันจะใช้ battery จนหมดก่อนแล้วค่อยชาร์จไฟ ซึ่งมันก็จะอยู่ได้ประมาณชั่วโมงกว่า วันนึงฉันกลับมาใช้และพบว่า แบตเตอรี่ที่ฉันชาร์จไว้เต็มมันเหลือแค่ low อ่ะ รู้สึกว่าจะเป็นสองสามหนได้ ฉันก็เลยรู้ว่าเขามาแอบใช้แลปทอปฉัน ฉันก็เอ๊ะ แลปทอปตัวเองก็มี ชุ่ยจริง มาใช้เครื่องฉัน ไม่เคยขอสักคำ โกรธอ่ะ ผิดไหม ฉันก็เลยต้ัองตั้ง password เพื่อแก้ปัญหานี้ แต่เขาก็ไม่มาถามนะ คงไม่กล้าแล้ว ฉันก็ไม่ได้บอกอะไรเขานะว่าฉันรู้แล้วก็ตั้ง passwordก็เพราะเขา แต่ก็เก็บความไม่พอใจ(มาก)ไว้ สำหรับฉัน แลปทอปเป็นทุกอย่าง เป็นงาน เป็นชีวิตส่วนตัว เหมือนโทรศัพท์มือถืออ่ะ จะขอใช้่อ่ะได้ แต่ควรจะขออนุญาตกันก่อน ตอนแตกหักที่ทะเลาะกัน รู้ไหมเขาบอกฉันว่ายังไง เขาบอก มันก็เหมือนช้อนส้อมน่ะแหละ ทำไมจะใช้ช้อนส้อมต้องขออนุญาตก่อนทุกครั้งเหรอ ฉันอึ้งฟ่ะ logic เขาแปลกดี เปรียบเทียบความเป็นส่วนตัวของแลปทอปกับช้อนส้อม เฮ้ย...ฉันหวงของไปเหรอ ไม่นะ ขอบอกอีกทีว่า ฉันไม่ใช่คนหวงของเลย แค่ขอก่อนเท่านั้น แต่นี่ไม่เคยขอเลย ใช้ก่อน หยิบก่อนทุกที แล้วมีบอกอย่างนี้ด้วยนะ ก็เธอวางเครื่องทิ้งไว้ในห้องนั่งเล่นเอง ฉันก็ใช้สิ ไม่อยากให้ใช้ทำไมไม่เอาเข้าไปในห้องนอน อ้าว..กลายเป็นงั้นไป แลปทอปนี่ฉันวางไว้อย่างนี้นานแล้ว เพราะฉันจะเอาไปก็เมื่อฉันไปทำงานต่างประเทศเท่านั้น นอกนั้นก็วางไว้อย่างนี้แหละ ตกลงฉันผิดเองที่วางไว้ล่อตาเขาเหรอยะ วางไว้=ใช้ได้เหรอเนี่ย ไม่ยักกะรู้ อ้อ..แล้วที่ีเล่ามานี่ พอถามว่าใช้ทำอะไร รู้ไหม เขาว่าไง เขาบอกเขาใช้เข้าเฟซบุค เพราะเครื่องเขา(ของบริษัท)เข้าไม่ได้ ..โอ้..แม่เจ้า..ไม่ใช่เรื่องงาน ไม่ใช่เรื่องด่วน เฟซบุค อะไรของหร่อนเนี่ย..

ฟางเส้นสุดท้ายของเรื่องนี้คือ ฉันกลับไปบ้าน(เมืองไทย)สองสามวัน เขาก็บอกว่าเออ น้องชายเขาจะมานอนที่ห้องนะ ฉันก็บอกเออๆ ไม่ได้ว่าอะไร ยังถามว่าจะเอาอะไรไหม หมอนผ้าห่มสำรองอะไร ฉันก็ให้ไปหมด พอฉันกลับมาบ้าน เขาเข้านอนไปแล้ว เปิดประตูเข้าไป โกรธมากเลย ของบนเตียงมันวางไม่เหมือนเดิมอ่ะ คือรู้ได้ว่า พยายามวางให้เหมือนเดิม แต่ฉันดูออก สรุปว่าต้องมีคนมานอนในห้องฉันโดยไม่ขอ ห้องนอนฉันแท้ๆนะ เรื่องนี้แม่บอกว่าฉันผิดตั้งแต่ไม่ลอคห้องแล้ว อ้าว...จะไปรู้เหรอ นี่คนอยู่ด้วยกันก็ต้องไว้ใจกันนะ ใครจะไปคิดว่าเขาทำแบบนี้ได้กับสิ่งที่โคตรจะ private อย่างห้องนอนอ่ะ ทำได้ไง คืนนั้นฉันก็เลยนอนไม่หลับทั้งคืน คิดแต่ว่าจะบอกกับเขายังไง แตกหักแน่นอน เช้ามาได้ยินเสียงเขาก็รีบออกมาเลย (หาเรื่องมาก) ฉันบอกเขาว่า ฉันไ่ม่พอใจมากนะ ที่มีคนเข้ามานอนในห้องของฉัน เขาบอกว่า จะบอกอยู่แล้วว่าเขานอนเอง แต่เมื่อคืนเข้านอนเสียก่อน เอ๊ะ...เธอควรขอก่อนนอน ไม่ใช่นอนแล้วค่อยขอนะยะ แล้วนอนแล้วเนี่ยเขาไม่เรียกขอ เขาเรียกบอก แต่เขาก็เถียงอีกว่า ไม่เห็นจะเป็นไร เขาไม่ได้มาใช้ชั้นในหรือลิปสติกฉันเสียหน่อย โอ้...สุดยอด เถียงได้อีก เป็นรูมเมทไม่ใช่สามีนะเว้ย จะได้มีส่วนในทุกอย่างที่ฉันมีจนมาใช้ได้โดยไม่ต้องขอ ฉันสุดทนแล้ว เลยบอก แบบนี้ฉันว่าอยู่ด้วยกันไม่ไหวแล้วนะ ก็เลยตกลงว่า เขาออกไปหาบ้านใหม่ แล้วเขามีว่าฉันด้วยนะ ว่าคนอย่างฉันอยู่กับใครไม่ได้หรอก ฉันก็..เออ..แล้วไง นึกในใจว่าแปลกจัง ต้องมีว่ากันด้วย อยู่กับใครได้หรือเปล่าแล้วไงฟระ แล้วมีการพูดประมาณว่า เพื่อนเขาที่เป็นเพื่อนฉันก็คิดแบบนี้เหมือนกัน ประมาณนี้น่ะ ฉันเลยกลายเป็นว่าจนบัดนี้ มองหน้าเพื่อนคนนี้ไม่ติดไปเลย จริงอยู่ฉันไม่ได้โกรธกับเขา แต่ฉันรู้สึกว่าคนเป็นเพื่อนกันได้ก็ต้องคิดเหมือนกันในระดับหนึ่งเลยนะ แบบนี้ต่างคนต่างอยู่จะดีกว่า ฉันเป็นคนเพื่อนน้อยอยู่แล้ว ไม่แคร์หรอกเพราะกลายเป็นว่าฉันผิดในสายตาเพื่อน(ของเขาและฉัน) เอาเหอะ ไม่เป็นไรหรอก ไงก็ได้นะ จะว่าฉันผิดเพราะหวงของหรือยังไงก็ว่าไปเหอะ แต่ห้องนอนยังรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของฉันได้ รับไม่ไหวแล้วจริงๆนะ

เฮ้อ...บ่นเสียยืดยาว พอเขาย้ายออกไปแล้ว ฉันก็สบายใจขึ้นมากเลยนะคะ เงินค่าเช่าที่ได้แลกกับความไม่สบายใจแล้ว ฉันว่ามันไม่คุ้มกันเลย ฉันอยู่แบบนี้สบายใจดีกว่า...เฮ้อ(อีกที) พอกันทีรูมเมท เข็ดไปอีกนาน นี่ขนาดโตๆทำงานกันแล้วนะ อ่ะนะคะ คิดเสียว่าได้เรียนรู้จักโลกรู้จักคนอีกแบบก็แล้วกัน (ว่าคนแบบนี้ต้องอยู่ไกลๆ..ฮา)

ปล. อันนี้ไม่นับเรื่องจ่ายเงินไม่เคยตรงเวลา ไม่เคยจำเบอร์บัญชีฉัน ต้องsms มาถามทุกเดืิอน กินอาหารบนโต๊ะไม่เคยเช็ดจนราขึ้น(รอยหยดๆ ราขึ้นเป็นเขียวๆเลยนะ อี๋มาก) บางทีเช็ดแต่เห็นรอยไขมันเป็นดวงๆ (อี๋ได้อีก) พอดีฉันไม่ได้ไปใช้โต๊ะกินข้าวอันนั้นด้วย ส่วนใหญ่เขาใช้ กว่าฉันจะเห็นมันก็เข้าขั้นอี๋แล้วอ่ะค่ะ โอ้ย...มีแสบๆอีกเยอะ ถ้าเล่าคงจะยาวมากอยู่ เล่าแค่นี้ละกัน อย่างที่บอก ก็บันทึกไว้เป็นช่วงหนึ่งของชีวิตนะคะ ว่าคนเรามีแปลกๆ ก็เพิ่งเคยเจอแบบนี้นี่แหละค่ะ






 

Create Date : 09 สิงหาคม 2552
5 comments
Last Update : 10 สิงหาคม 2552 0:25:17 น.
Counter : 688 Pageviews.

 

ดีนะที่เขาย้ายออกไปแล้วนะเนี้ยะ จะได้สบายใจ

 

โดย: duen norway 10 สิงหาคม 2552 2:30:17 น.  

 

If I were you I would do the same.

 

โดย: Bam (Chip_biscuit ) 10 สิงหาคม 2552 11:17:43 น.  

 

จ่ายคนเดียว แลกความสบายใจ คุ้มค่ะ
ดีกว่าต้องมาเครียดกับคนแบบนี้แทบทุกวัน

 

โดย: นู๋มาศ (puttmas ) 11 สิงหาคม 2552 14:04:38 น.  

 

สวัสดีค่ะ ส้มและมาทักทาย
จ่ายคนเดียว แลกความสบายใจ คุ้มมากๆเลย

 

โดย: somphoenix 12 สิงหาคม 2552 3:30:43 น.  

 

จริงๆเราก้อรู้สึกว่ามีรูมเมทเหมือนซื้อล็อตตารี่ค่ะ
โอกาสถูกรางวัลก็มี แต่น้อย(มาก)

 

โดย: ชะเอมหวาน 7 กันยายน 2553 12:07:23 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Valentine's Month


 
Nung+Ning+
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Nung+Ning+'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.