เรื่องเล่าจากนักข่าวแสนซน 'คนของความคิดถึง'
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2554
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
16 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 
ฉันและประสบการณ์การเลี้ยงกล้วยไม้ไอยเรศ ตอนที่1

เรียนคณาจารย์ นักศึกษาและท่านผู้ร่วมสัมมนาทุกท่าน วันนี้ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเชิญมาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการเลี้ยงกล้วยไม้ไอยเรศ และขอขอบคุณท่านผู้จัดสัมมนาที่เห็นความสำคัญของการพัฒนาพันธุ์กล้วยไม้ไทยแท้นามว่า ‘ไอยเรศ’ การพูดในวันนี้หากจะหวังเอาข้อมูลทางวิชาการจากดิฉัน ท่านคงจะคิดผิดเพราะดิฉันไม่ได้มีความรู้ทางพฤกษาศาสตร์แต่อย่างใด และไม่ได้จบการศึกษามาทางสายเกษตรเกี่ยวกับการพัฒนากล้วยไม้แต่อย่างใด ที่มีอยู่ในตัวก็คือประสบการณ์จากการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ไอยเรศเท่านั้น ดังนั้นหัวข้อที่จะบรรยายในวันนี้จึงเป็นเรื่องฉันและประสการณ์การเลี้ยงกล้วยไม้ไอยเรศ ซึ่งไม่อยากให้ทุกท่านคาดหวังมากเพราะอาจจะทำให้ผิดหวังได้


ดิฉันเข้ามาในวงการกล้วยไม้เพราะมีสามีเป็นคนเลี้ยงกล้วยไม้ ความจริงจะว่าสามีมีอาชีพเลี้ยงกล้วยไม้ก็ไม่ถูกต้องนัก เพราะสามีรับราชการทหารและชอบกล้วยไม้เป็นชีวิตจิตใจ เขาจึงใช้เวลาว่างมาสนใจเลี้ยงกล้วยไม้ และเพาะกล้วยไม้ช้างจำหน่ายเป็นไม้นิ้ว ดิฉันจึงได้ประสบการณ์การเลี้ยงไม้ขวดมาจากสามีโดยตรง ในขณะนั้นสามีก็มักจะเปิดอินเทอร์เน็ตแนะนำสายพันธุ์กล้วยไม้ชนิดต่าง ๆ ให้กับดิฉัน โดยบอกกับดิฉันว่ากล้วยไม้ในประเทศไทยมีมากกว่า 1,000 ชนิด การที่จะเลือกชอบทุกประเภทและเลี้ยงทุกประเภทดูจะเป็นเรื่องที่ลำบาก เพราะฉะนั้นเราจำเป็นที่จะต้องมีกล้วยไม้ในดวงใจไม่ควรเกิน 3 ชนิด เพื่อที่จะได้ศึกษาและเอาใจใส่มันให้เต็มที่  เมื่อสามีเปิดรูปให้ดูและให้ดิฉันเลือกกล้วยไม้ 3 ชนิดที่ชอบ ดิฉันเลือกไอยเรศ กุหลาบเหลืองโคราช และสามปอยขุนตาน ซึ่งต่างจากสามีที่เขาเลือก ช้าง สามปอยขุนตาน และกุหลาบเหลืองโคราช


ภายหลังจากสามีเสียชีวิตจากเหตุการณ์ไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2546 ความเศร้าสลดกัดกินหัวใจแทบไม่อยากมีชีวิตยืนอยู่ ปี 2548 พยายามตั้งสติว่าไหน ๆ คนตายก็ไม่อาจฟื้นคืนมามีชีวิตอีก ก็เลยพยามสานต่อปณิธานของสามี คือทำสวนกล้วยไม้ในดวงใจขึ้นมา ก่อนที่จะเริ่มเลี้ยงกล้วยไม้ดิฉันใช้เวลาศึกษาถึงพฤติกรรมการอิงอาศัยของกล้วยไม้นานถึง 2 ปี เหตุที่ต้องศึกษาเพราะดิฉันกลัวว่านำไม้ขวดมาเลี้ยงแล้วมันจะตาย เพราะดิฉันไม่เคยมีประสบการณ์การเลี้ยงเอง ที่ผ่านมาสามีทำเองทั้งหมด ดิฉันเพียงแค่ช่วยนั่งดู ชอบแต่ไม่เคยลงมือทำ แต่วินาทีนี้เราจะต้องทำเองทั้งหมด ดังนั้นความรู้ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ วารสาร หรือแม้กระทั่งข้อมูลสาธารณะอย่างอินเทอร์เน็ตก็เป็นเรื่องสำคัญ


พฤศจิกายน 2550 ดิฉันสั่งไม้ขวดไอยเรศมาเลี้ยงเป็นครั้งแรก เหตุที่เลือกเลี้ยงไอยเรศก่อนกล้วยไม้ชนิดอื่นเพราะจากการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นทำให้เข้าใจว่า ไอยเรศเป็นกล้วยไม้ที่เลี้ยงยาก เติบโตช้า และมีการพัฒนาน้อย และด้วยความยากที่คนอื่นว่านี้เอง มันเหมือนเป็นโจทย์ที่ท้าทายตัวเราว่าถ้าเราเลี้ยงไอยเรศรอด กล้วยไม้ชนิดอื่นๆ ก็คงเป็นเรื่องจิ๊บ ๆ แต่พอเอาเข้าจริง ดิฉันเลี้ยงไอยเรศรอดหมด แต่เลี้ยงกล้วยไม้ชนิดอื่นตายหมด แม้กระทั่งหวายแคระที่ว่าเลี้ยงง่าย ๆ ก็ยังตาย ดังนั้นทฤษฎีที่ว่าเลี้ยงไอยเรศได้ก็เลี้ยงกล้วยไม้ชนิดอื่นได้ จึงเป็นข้อสันนิฐานที่ผิด และด้วยการที่ดิฉันเลี้ยงไอยเรศรอดเพียงอย่างเดียวกระมัง ดิฉันถึงเลือกที่สนใจศึกษาและพัฒนาไอยเรศเพียงอย่างเดียว


คราวนี้เรามาดูว่าจะเริ่มเลี้ยงไอยเรศอย่างไร ปกติแล้วเวลาเราไปซื้อไม้ขวดมาจากตลาดนัด เราจะได้ไม้ขวดมาทั้งสภาพวุ้น แต่ถ้าเราสั่งซื้อไม้ขวดทางเว็บไซต์จากสวนกล้วยไม้ เราสามารถบอกเจ้าของสวนให้ออกขวดให้ได้ ดังนั้นสำหรับผู้เลี้ยงมือใหม่ ดิฉันแนะนำว่าคุณควรให้ทางสวนออกขวดมาให้เรียบร้อยเลย เราคนเลี้ยงจะได้สะดวก และเมื่อกล้วยไม้ส่งมาถึงบ้านก็กรุณาถามด้วยว่ากล้วยไม้ที่ส่งมาให้เลี้ยงนั้นผึ่งมาแล้วกี่วัน เพราะเคยเจอบางสวนออกขวดปุ๊บไม่ได้ผึ่งไม้ให้เรา พอเราได้ไม้มาปั๊ปก็เอาลงตะกร้า รดน้ำปรากฏว่าเกิดการเน่า..ถ้าเน่าตั้งแต่เดือนแรกทำใจได้เลย กล้วยไม้ตะกร้านั้นไม่มีรอดสักต้น เพราะฉะนั้นได้กล้วยไม้มาแล้วอย่าปากหนัก ถามสักคำว่าผึ่งลมมาแล้วกี่วันค่ะ อย่างน้อย ๆ ควรจะ 7-10 วัน ถ้าออกขวดเองก็ล้างวุ้นให้สะอาด พึ่งไว้ในอากาศที่ถ่ายเทสะดวกอย่าให้โดนน้ำ อย่าให้ชื้นมาก ไม่ต้องกลัวว่าจะตายเพราะกล้วยไม้อดน้ำได้แต่เป็นโรคไม่ได้ จำตรงนี้ไว้ให้ดี


คราวนี้มาดูการเลือกไม้ขวด เลือกไม้ขวดไอยเรศอย่างไรถึงจะโตเร็ว โตไว และให้ดอกเร็ว เรื่องนี้ต้องขอบอกให้ทำใจไว้ก่อนเลยว่า ในปีแรกสำหรับการเลี้ยงไม้ขวดไอยเรศ กล้วยไม้จะยังไม่เจริญเติบโตมากนัก สภาพแทบไม่ต่างจากไม้ที่เพิ่งออกจากขวดใหม่ ๆ  แต่มันจะไปเติบโตเอาปีที่ 2และ 3 และทันทีที่เติบโตจะแจกช่อดอกทันที แต่สำหรับระบบสวนหลักการนี้อาจจะโต้แย้งเช่นกันเพราะสวนจะเลี้ยงกล้วยไม้แล้วโตต่อเนื่องตลอด อันนั้นเราไม่พูดถึง เรากำลังพูดถึงในระดับมือสมัครเล่นที่ไม่มีระบบดีเหมือนสวน เพราะฉะนั้นคำถามที่ว่าเลี้ยงไอยเรศแล้วไม่โต ดิฉันจึงบอกว่าใจเย็น ๆ เดี๋ยวมันก็โต ไม่โตไม่ใช่เรื่องหนักใจเพราะยังไงมันก็ไม่ตาย


สำหรับไอยเรศที่อยู่ในขวดนั้นแนะนำให้เลือกลูกไม้ที่ยังไม่ชนขวดมาเลี้ยง เพราะเราใช้เวลารดน้ำเพียง 1 เดือนเขาจะเริ่มแตกรากอ่อนออกมา คราวนี้คนเลี้ยงก็เริ่มหายใจคล่องคอมากขึ้นแล้วเพราะเห็นรากแล้วโอกาสตายก็คงจะน้อย อย่าพึ่งดีใจไป ไอยเรศเป็นกล้วยไม้อวบน้ำ การให้น้ำให้ปุ๋ยจนต้นอวบอ้วนสมบูรณ์ต้องระวัง โรคแบคทีเรีย และเชื้อราต่าง ๆ ดังนั้นการให้ยาที่ป้องกันการเกิดแบคทีเรียหรือเชื้อราควรจะให้เป็นประจำ โดยเฉพาะหน้าฝนฉีดป้องกันไว้เลย อาทิตย์ละครั้ง มีเซียนกล้วยไม้บอกว่าอย่าฉีดยาพวกนี้เยอะน้าเดี๋ยวรากไม่เดิน  ดิฉันเลือกรากไม่เดินดีกว่าไม่มีกล้วยไม้ให้ดูอีกเลย เพราะไอ้โรคพวกนี้มันเกิดแล้วมันลาม โรคแบคทีเรียน่ากลัวมากลามเร็วยิ่งกว่าโรคอะไรทั้งนั้น คนที่เลี้ยงไอยเรศจะท้อใจก็เพราะโรคนี้ พอใบกำลังอวบน้ำปรากฏว่าโคนใบเหลืองแล้วก็ร่วงซะงั้น อยู่ดี ๆ ก็เน่าแบบเละ ๆ หรือไม่ก็เป็นเชื้อราแบบราเห็ดตายเป็นหมูเป็นฝูงเลย พอเจอปัญหานี้บ่อย ๆ เข้าก็ถอดใจเริ่มไม่อยากจะเลี้ยง


มีเรื่องตลก ๆ ขำ ๆ อยากจะเล่าให้ฟัง อาจจะด้วยความไม่รู้ของดิฉันที่เริ่มเลี้ยงกล้วยไม้ใหม่ ๆ ก่อนที่จะเอากล้วยไม้ขึ้นขอนก็ละลายปุ๋ยหวานผสมกับบี1 อย่างดี แล้วเอากล้วยไม้ลงไปแช่ 15 นาทีแล้วนำมาผึ่งไว้แล้วเอาขึ้นขอน ที่ตัดสินใจทำอย่างนั้นเพราะคิดว่ากล้วยไม้ที่ถอนออกมาจากแสลน(ที่บ้านจะเลี้ยงกล้วยไม้นิ้วบนแสลน) รากจะขาดบ้าง อาจทำให้เขาอ่อนแอ การแช่ปุ๋ยโดยตรงอาจจะทำให้กล้วยไม้แข็งแรงขึ้นและรากเดินเร็วขึ้นเมื่อนำไปเกาะบนขอน  ในระหว่างที่เอากล้วยไม้ขึ้นผึ่งในตะกร้าดิฉันก็ไปเตรียมขอน เตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ พอเรียบร้อยก็เดินมาหยิบกล้วยไม้ ผลปรากกว่ากล้วยไม้เฉาทั้งตะกร้า เพราะมันดูดปุ๋ยไปเต็มที่เลย ผนวกกับอากาศร้อนอบอ้าวใบเฉาเป็นสีน้ำตาลทั้งต้น ตอนนั้นมีประมาณ 500 นิ้วได้ น้ำตาเล็ดเลยนะ มันเป็นอะไรที่แบบว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์จริง ๆ แหม ก็กว่าจะเลี้ยงมาเป็นนิ้วได้ใช้เวลาตั้ง 1 ปีแนะ แล้วยังดันมาตายด้วยการกระทำของเราอีก มันน่าเจ็บใจตัวเองจริง ๆ ดังนั้นประสบการณ์ตรงนี้อยากจะบอกไว้ใครที่คิดว่าเอากล้วยไม้แช่ปุ๋ยแล้วจะทำให้โตเร็วขึ้นอย่าทำ ถ้าจะทำให้ใช้วิธีการชุบตัวคือ เอาจุ่มลงแล้วยกขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำทันที วิธีการนี้ใช้ได้กล้วยไม้ไม่อ่อนแอ และที่บ้านก็ยังทำวิธีการชุบตัวก่อนเอาติดขอนอยู่เสมอ


มีคำถามว่าเลี้ยงไอยเรศ ต้องให้น้ำให้ปุ๋ยขนาดไหนถึงจะดี ขอตอบว่าให้ตามยถากรรมคือขยันฉีดแค่ไหนก็ฉีดแค่นั้น วันไหนขี้เกียจก็ไม่ต้องฉีด ปุ๋ยก็ให้สูตรเสมอ 17-17-17, 18-18-18 เดือนละครั้งหรือถ้าจะไม่ใส่เลยก็ได้ เพราะในธรรมชาติมีปุ๋ยชนิดดีสำหรับไอยเรศอยู่แล้ว และไอยเรศสามารถดัดจับปุ๋ยธรรมชาติเหล่านี้ได้เอง ที่บ้านใช้วิธีการเลี้ยงแบบนี้ แต่ไม่เคยให้อดน้ำเกินหนึ่งอาทิตย์  การเลี้ยงกล้วยไม้แบบนี้ในระยะ 3 ปีแรก จะดีตรงที่กล้วยไม้จะมีภูมิคุ้มกันสูง คือตายยาก ต้นมีสภาพแข็งแรง และเมื่อเขาส่งช่อดอกออกมา ช่อดอกจะแน่น ยาว และแข็งแรง ดอกจะไม่แข็งกรอบ แต่จะออกมาสไตล์ไม้ป่าคือให้ความพลิ้ว สีจัดและมีน้ำหนัก ข้อนี้ถ้าอยากเปรียบให้เห็นภาพชัด ๆ ก็คือการเลี้ยงหมาวัดกับหมาบ้าน หมาบ้านเลี้ยงดี นอนห้องแอร์ ถ้าวันหนึ่งเจ้าของเกิดตายแล้วให้เขาไปใช้ชีวิตอยู่แบบหมาวัดกว่าที่เขาจะปรับสภาพตัวเองให้เข้ากับวัดได้อาจจะผอมโซหรือไม่ก็ตายไปก่อน เรื่องนี้มันจะไปตรงกับคำถามหนึ่งที่ว่าทำไมซื้อกล้วยไม้จากสวนมาแล้ว พอเอามาเลี้ยงที่บ้านทำไมใบมันพากันเหลืองแล้วก็ร่วง ทั้ง ๆ ที่กล้วยไม้ที่เราเลี้ยงเองก็ยังปกติอยู่ ก็เพราะภูมิคุ้มกันในกล้วยไม้ที่มาจากสวนจะน้อย เพราะสภาพของสวนคือเขาให้ความชุ่มฉ่ำทั้งน้ำและปุ๋ย ดังนั้นสภาพสวนของคนที่เลี้ยงเป็นอาชีพกับคนรักกล้วยไม้สภาพแวดล้อมต่างกันแน่นอน ดังนั้นถ้าคุณเป็นมือสมัครเล่นแนะนำอย่าไปซื้อไอยเรศตอนที่มันโตแล้ว ควรซื้อเป็นไม้นิ้วแล้วมาสร้างภูมิคุ้มกันในบ้านเราเอง ไม้จะเติบโตเป็นไม้ที่มีคุณภาพ ทน สวย และให้ช่อดอกที่งดงาม สมกับการรอคอย


นอกจากนี้แล้วควรที่จะให้กล้วยไม้ของเราได้กินนมสด และเบียร์บ้าง มีนักปราญช์ชาวบ้านท่านหนึ่ง ซึ่งท่านชื่อลุงแดง ท่านอยู่ จ.สระแก้ว บอกกับดิฉันว่า รู้ไหมว่าปุ๋ยสำหรับต้นไม้ยี่ห้อไหนดีที่สุด? (โปรดติดตาตอนต่อไป)

 



Free TextEditor

สภาพกล้วยไอยเรศที่บ้าน







สภาพการเลี้ยงไม้นิ้ว



การจับผูกรวมกันเป็นกอ ๆ จะโตช้ากว่าต้นเดี่ยวหรือต้นคู่




Create Date : 16 มิถุนายน 2554
Last Update : 16 มิถุนายน 2554 17:01:50 น. 4 comments
Counter : 6928 Pageviews.

 
แหม ได้ความรู้เชิงลงมือทำแบบนี้ อ่านแล้วขักอยากจะหามาเลี้ยงสักหน่อย
แต่หมอโจขอเริ่มที่เลี้ยงง่ายๆไปก่อน เช่นหวาย เพราะออกดอกง่ายมาก
และมีดอกถี่ดห ตลอดปี ได้กำลังใจเยอะมากๆ แล้วค่อยขยับไปดูตัวอื่นๆ
เขาว่าดอกไม้ชอบฟังเพลง หาเพลงเพราะๆมาเปิดให้กล้วยไม้ฟังดูสิครับ
หมอโจลองแล้ว อารมณ์ดีทั้งคนทั้งกล้วไม่เทียวหละ


จองคอร์สหมอโจ กับดนตรีบำบัดเพิ่มความเยาว์วัย


หากอยากได้ความรู้ด้านดนตรีบำบัดอ่านที่บล๊อกนี้นะครับ ดนตรีบำบัด



อ่านบทความเรื่องการดูแลสุขภาพหัวเข่า การป้องกันเข่าเสื่อมได้ที่นี่ เข่าเสื่อม







โดย: หมอโจ (preutipong ) วันที่: 16 มิถุนายน 2554 เวลา:18:20:07 น.  

 
เป็นบทความที่ดีมาก ๆ เลยค่ะ เป็นประสบการณ์ตรงจริง ๆ ซึ่งในตำราอาจไม่มี ศึกษาเองก็ใช้เวลานาน เคยซื้อน้องช้างกระมาจากงานเกษตร 3 ปีแล้ว จนป่านนี้แกยังไม่ค่อยโตเลย (ไม่ต้องพูดถึงดอกนะคะ ชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้เห็นแน่ ๆ ) ทั้งฉีดปุ๋ย น้ำ แสง พอสมควรแล้วก็ไม่กระเตื้อง แต่ก็จะเลี้ยงต่อไปค่ะต้องทำให้เขาออกดอกคามือเราให้ได้


โดย: นีระพารถ วันที่: 16 มิถุนายน 2554 เวลา:18:47:08 น.  

 
ใบเขียว ดูงามจังเลยค่ะ ผิดกับที่บ้านของภูเลย
คงเพราะไม่ได้ให้ปุ๋ยแน่เลย ไม่งามแบบนี้เลยค่ะ


โดย: ภูผา กะ วาริน วันที่: 17 มิถุนายน 2554 เวลา:19:49:21 น.  

 
ขอบคุณครับ ได้รับความรู้อย่างดียิ่ง ปรากฎว่าไอยเรศงามจริง ๆ ครับ ตอนนี้กุหลาบเหลืองโคราชกำลังแทงช่อ รอลุ้นอยู่ครับว่า จะเป็นอย่างไร


โดย: พิศิษฐ์ IP: 10.0.1.131, 110.77.140.206 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:6:27:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

aungjanton
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




สวัสดีค่ะ ชื่อแก้มหอมค่ะ นิสัยเป็นคนค่อนข้างเรียบร้อยค่ะ..พูดจาไพเราะ..ทำอาหารอร่อย...ชอบกล้วยไม้ค่ะ
Friends' blogs
[Add aungjanton's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.