Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2562
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
27 สิงหาคม 2562
 
All Blogs
 
นิยายแปลเรื่อง ดาวพิษ บทที่ 28 พิธีกรรมในคืนเพ็ญ โดยภาวิดา คนบ้านป่า [จบบริบูรณ์]

LITERATURE
นิยายแปลเรื่อง ดาวพิษ
บทที่ 28 – พิธีกรรมในคืนเพ็ญ
แปลโดยภาวิดา คนบ้านป่า จบบริบูรณ์
*******************************************************

ความเดิม:
บทที่ 1 ดาวพิษเวิร์มวู้ด........บทที่ 2 เหตุป่วนสมอง........บทที่ 3 หมอยา
บทที่ 4 ซอยอินนิโก้............บทที่ 5 ปีกเทวดาตกสวรรค์
บทที่ 6 คัมภีร์อาถรรพณ์......บทที่ 7 ร้านบิ๊บเบิ้ลวิคบนสพานลอนดอน
บทที่ 8 ต้องตายก่อนจึงจะได้เป็นอิสระ.........บทที่ 9 ตายซ้ำเจ็ดครา
บทที่ 10 ประสานพลังศาสนเวทย์................บทที่ 11 เมืองต้องมนตร์
บทที่ 12 กำเนิดปีศาจร้าย......................บทที่ 13 ภายใต้ผ้าคลุมหน้า
บทที่ 14 ไคมีร่า – สัตว์พหุพันธุ์..............บทที่ 15 วิกาลภูตกับผู้คุม
บทที่ 16 สมุนไพรศักดิ์สิทธิ์...................บทที่ 17 อรุณสีเลือด
บทที่ 18 รัมสกิ้น แอชโมได & บทที่ 19 รถม้ากับดาวหาง
บทที่ 20 มอร์บัส กัลลิคัส & บทที่ 21 ตามบัญชาของมายาวี
บทที่ 22 โลกันตร์และอเวจี & บทที่ 23 คลายปม
บทที่ 24 เผชิญหน้าอย่างกล้าหาญ & บทที่ 25 เทพธิดามายาวี
บทที่ 26 ความผิดพลาดที่น่าเศร้าใจ & บทที่ 27 สงครามศักดิ์สิทธิ์

จบบริบูรณ์แล้วค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและให้กำลังใจมาตลอด ทั้งท่านที่ชอบอ่านและไม่ชอบ ชื่นชมมิตรภาพดีงามนี้เสมอนะคะ รวมทั้งขอบคุณไลค์และเพจวิวจากทุกท่านด้วยค่ะ

 
 

************************************************************** 
บทที่ 28 พิธีกรรมในคืนเพ็ญ

บันไดหินแคบๆ วนสูงขึ้นไปเรื่อยๆ อเก็ตต้าคลำทางโดยสาวเชือกซึ่งทอดสายลงมาจากข้างบนไว้แน่น ในความมืดเอบรามเดินขึ้นหน้าอเก็ตต้าไป เพราะเขาขึ้นบันไดคราวละสามขั้น อเก็ตต้าได้ยินเบล้กและเทกาตัสช่วยกันลั่นดาลประตูช่องทางเข้าบันไดแล้วรีบตามหลังมา ยิ่งมืดเจ้าหล่อนก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดหายใจแทบจะไม่ออก ทั้งอึดอัดและหวาดกลัว อเก็ตต้ารีบเดินสุดฝีเท้าจนสะดุดขอบบันไดหินไปเสียทุกขั้น เลยพาลตกใจหนักขึ้น

“ช่วยด้วย!” เจ้าหล่อนร้องเสียงหลง เสียงก้องขึ้นข้างบน

เทกาตัสคว้าแขนเจ้าหล่อนได้ก็จูงเดินต่อ “ช้าๆ ก็ได้ ขึ้นทีละขั้นสิ คงจะมืดอยู่อย่างนี้อีกไม่นานหรอก”

“พวกนั้นจะมาจับเรา แล้วกัลลิคัสก็จะฆ่าเจ้า –”

“ข้าไม่กลัวว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไอ้พวกนั้นจะฆ่าข้าได้ก็แต่ร่างเท่านั้น แล้วข้าจะได้เป็นอิสระ”

“เร็วเข้า” เบล้กตะโกน ขณะย่ำขลุกขลักขึ้นบันไดหินมา “อีกไม่นานลูกแก้วอบาริสก็จะระเบิดแล้ว ข้าไม่อยากอยู่ใกล้ๆ”

เสียงระเบิดสนั่นในห้องข้างล่าง เสื้อคลุมของเอบรามไหม้หมดแล้ว ลูกแก้วอบาริสจึงหล่นเข้ากองไฟไป หินทุกก้อนสะเทือนเหมือนจะกระเด้งออกจากผนังแล้วผลุบกลับเข้าที่ไปใหม่ ประตูทางเข้าช่องบันไดถูกแรงระเบิดกระชากหลุดจากบานพับ ลูกไฟสีขาวลูกหนึ่งพวยพุ่งตามทุกคนขึ้นมาในความมืด

“หมอบลง!” เบล้กตะโกนบอก รีบกระโดดเข้ากดอเก็ตต้าให้หมอบลงกับพื้นบันไดเย็นๆ ลูกไฟนั้นพุ่งเฉี่ยวหลังเขาไปจนไหม้เนื้อผ้าเสื้อคลุมและไรผมที่ท้ายทอย เทกาตัสโดนแรงระเบิดเข้าอย่างจัง เขาล้มหงายหลัง ใบหน้าถูกไฟไหม้เกรียมพอง

“ทิ้งข้าไว้ที่นี่...” เขาพึมพำขณะเบล้กพยุงอเก็ตต้าลุกขึ้น “เจ้าพาหล่อนหนีไปให้พ้น ข้าจะคอยขัดขวางทุกคนที่กำลังตามมา”

“ไม่นะ!” อเก็ตต้าร้อง ขณะที่เบล้กฉุดเจ้าหล่อนให้ขึ้นบันไดต่อ “ทิ้งเขาไว้ไม่ได้นะ!”

“ทำตามที่เขาบอกเถอะ เราช่วยเขาไม่ได้ เจ้าต้องหนี”

“เร็วเข้าสิ” เอบรามตะโกนบอกอยู่ข้างบน ระหว่างคลำหาดาลประตูดาดฟ้า

“เทกาตัสบาดเจ็บ” อเก็ตต้าหอบฮักเมื่อขึ้นถึงหัวบันไดจนได้ ตอนนั้นเอบรามกำลังผลักประตูอยู่

“ไม่มีอะไรต้านพลังของลูกแก้วอบาริสได้แม้แต่เทวดาก็เถอะ เทกาตัสรู้ดีว่าต้องทำยังไง” เอบรามถอยมาสองก้าวแล้วโถมเข้าใส่ประตู กระแทกมันหลุดจากบานพับ สะเก็ดไม้ปลิวว่อนไปทั่วดาดฟ้า “ตามข้ามา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็อย่ากลัว”

เอบราม ผู้เป็น “อัครเทพสาวก” ในหมู่เทวดา เดินออกจากความมืดในช่องบันไดเข้าสู่แสงสว่างของพระจันทร์เต็มดวง แสงจันทร์ส่องด้านหลังเชิงเทินบนดาดฟ้าเห็นขอบโครงร่างเป็นสีเงินยวง ไฟทางทิศเหนือสลัวลงเหลือแค่แสงสีเหลืองจางๆ แต่ก็ยังพอมีแสงสว่างบนท้องฟ้า เมื่อเงยหน้าขึ้น เอบรามก็เห็นดาวหางพุ่งใกล้เข้ามาทุกๆ วินาที ดาดฟ้านั้นลักษณะคล้ายป้อมปราการของปราสาท กำแพงหินสูงตระหง่านเหนือแม่น้ำ แต่ละมุมกำแพงมีการ์กอยล์หินตัวใหญ่เกาะอยู่บนยอดคอยเฝ้ายามประจำทุกทิศหลัก ถัดลงมามีการ์กอยล์หินตัวย่อมเฝ้ามองเมืองและแม่น้ำด้วยตาโปนๆ ไร้แวว พื้นดาดฟ้าสลักลายรูปดาวห้าแฉกดวงใหญ่ดวงหนึ่ง ปลายแหลมของแฉกที่เป็นยอดนั้นชี้ไปยังทิศเหนือ ตรงกลางดาวมีสัญลักษณ์ของเยอร์ซิเนียเขียนด้วยสีแดงสด ส่วนเส้นรอบนอกนั้นเป็นสีดำ

“เรามีเวลาน้อย อาจไม่ทันออกจากลอนดอนก่อนดาวหางจะชนโลกด้วยซ้ำ” เอบรามบอก เขาดึงอเก็ตต้าออกมาสู่แสงสว่าง เจ้าหล่อนยกมือป้องแสงจ้าซึ่งยังส่องเมืองอยู่ไม่ให้เข้าตา

“นี่ถึงคราวของเราแล้วเหรอ” เบล้กถาม
“ก็ถึงคราวกันหมดทุกคนแหละ” เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง “เรากำลังรออยู่เชียว สมใจเหลือเกินที่เจ้าอุตส่าห์ตามมาร่วมวงจนได้” เยอร์ซิเนียซึ่งสวมหน้ากากรูปเสือก้าวออกมาจากหลังปล่องไฟหินสูง

เบล้กหันกลับจะวิ่งไปที่ประตู แต่คนสวมหน้ากากรูปกาดำมีจงอยปากยาวสีดำและขนสีฟ้าเป็นมันก้าวออกมาจากความมืด มือถือเน็มโมเร็นซิสซึ่งตอนนี้มัดไว้ด้วยเชือกสีแดงเส้นยาว เบล้กจำได้ดีว่าเขาคือใคร

“ไอแซค บอนนั่ม ซ่อนหน้าอยู่หลังหน้ากากกาดำ” เบล้กแผดเสียงใส่ “รู้ตัวว่าทรยศจึงไม่กล้าสบตาข้าหรือไงวะ”

“เก่งจริงนะ ขนาดข้าปลอมตัวแล้วยังหลอกตาเจ้าไม่ได้เลย นั่น...เทวดาใช่ไหม อเก็ตต้า ดีใจที่พบเจ้านะ หลายปีต่อจากนี้ ข้าคงจะได้รู้จักเจ้ามากขึ้นอีกโขเชียวละ”

“เอ็งจะไม่ได้รู้ไม่ได้เห็นอะไรทั้งนั้นแหละโว้ยถ้าข้าทำได้ และถ้าจำเป็น ข้านี่แหละจะควักตาเอ็งออกจากเบ้าด้วยมือข้าเอง” เบล้กแผดเสียงใส่อย่างเดือดดาล

“เจ้าหนีไม่รอดหรอกเบล้ก” เยอร์ซิเนียบอก พลางโบกคทายาวที่ถืออยู่ “เจ้าเคยมีโอกาสที่จะเข้าเป็นพวกเดียวกับเรา แต่ข้ารู้เสียทันตั้งแต่คืนที่ข้าตัดเล็บเจ้าแล้วว่าจิตใจเจ้ายังไม่เหี้ยมโหดมากเท่าที่เราต้องการ บอนนั่มนั่นสิ ถึงจะนับว่าคู่ควรกับข้าเป็นที่สุดในโลกแห่งความมืด เมื่อใดข้าเป็นอิสระทิ้งร่างเลดี้ แฟลมเบิร์กและสามีอ้วนของนางได้แล้ว ข้าจะแต่งงานกับเขา”

มือหินสีเทาหลายมือโผล่ขึ้นมาบนเชิงเทินโบสถ์ การ์กอยล์ซึ่งนั่งเฝ้ามองนครลอนดอนมานับศตวรรษกลับมีชีวิตและกำลังคลานลงมาจากที่ที่เคยอยู่

“เรียกสมุนปีศาจมาสมทบอีกรึไง เยอร์ซิเนีย” เอบรามถาม

“เรียกสหายมาช่วยงานข้าต่างหาก ที่นี่ไม่ใช่ที่ทางของเจ้านะ ราฟาเอล ไปซะเดี๋ยวนี้ ข้าจะปล่อยเจ้า หรืออยากจะอยู่แล้วกลายเป็นไดแอ็คก้าก็ตามใจ”

“ปากกล้าเสียจริง เวลาของเจ้าน่ะใกล้หมดแล้ว พระจันทร์เต็มดวงแล้ว อีกไม่นานดาวหางก็จะชนโลก เวลาเปลี่ยนร่างของเจ้าก็จะผ่านพ้นไป” เอบรามดึงอเก็ตต้าเข้ามาใกล้ และกระซิบกระซาบ

“นี่ฝีมือใครวะ” มอร์บัส กัลลิคัสโวยวายขณะก้าวออกมาจากประตู หิ้วหัวเหวอะหวะของรัมสกิ้นมาด้วย “ฝีมือเอ็งใช่มั้ยไอ้เบล้ก เอ็งเข้ามาจุ้นด้วยวิทยาศาตร์ของเอ็งใช่มั้ย รัมสกิ้นมันเป็นเพื่อนข้านะโว้ย ในโลกนี้มีมันตัวเดียวที่มองข้าแล้วข้าไม่ต้องอาย เอ็งฆ่ามันใช่ไหม”

“ข้าทำเอง” เอบรามสวนทันควัน “ไอ้รัมสกิ้นมันเสือกมายุ่งกับชีวิตข้า ข้าก็เลยต้องแส่กับชีวิตมันบ้าง มีอะไรมั้ย”

“ไอ้ชาติชั่ว ข้าจะบั่นหัวเอ็งมาทำเชิงเทียนซะให้สาสมกะที่เอ็งทำ” กัลลิคัสตะคอกเสียงแหบห้าวร่วน

“อย่าไปยุ่งกับมันมอร์บัส” บอนนั่มบอกขณะเล็งปืนใส่เอบราม “ข้าก็มีบัญชีจะสะสางกับไอ้หมอนี่เหมือนกัน ข้าจะล่อมันให้เลือดสาด นี่เทวดาตายไปตนหนึ่งแล้วตรงบันได เดี๋ยวอีกตนจะได้ตายตามไปละวะ”

“ข้ายินดีสละเลือดให้เป็นทาน”

“อย่าไปยุ่งกับเขา” เยอร์ซิเนียพูดอย่างกังวล “เขาหลอกเจ้า บอนนั่ม เลือดของเขาจะทำให้เราตายกันหมด อย่าทำให้เขาเลือดตกเชียว” หล่อนมองพระจันทร์และดาวหางซึ่งกำลังพุ่งใกล้เข้ามา “ถึงเวลาแล้ว” หล่อนสะดุ้ง “ข้าต้องรีบออกจากร่างนี้ไปเข้าร่างอเก็ตต้าเดี๋ยวนี้ละ เตรียมหล่อนให้พร้อม ยกนังหนูให้ข้าซะ ราฟาเอล เจ้าไม่ใช่อารักขเทพของเด็กคนนี้นะ”

กัลลิคัสเขวี้ยงหัวรัมสกิ้นเข้ากระแทกอกเอบราม แล้วรีบคว้าตัวอเก็ตต้าลากข้ามดาดฟ้ามาอีกฟาก ระหว่างที่การ์กอยล์กระโดดเข้าล้อมอัครเทพสาวก

“เบล้กช่วยพาอเก็ตต้าหนีไปสิ” เอบรามตะโกนบอกขณะการ์กอยล์ที่ล้อมอยู่ใช้ดาบรุกให้เขาถอยไปที่เชิงเทิน พวกมันกวัดแกว่งดาบในมือ พลางหัวเราะลอดไรฟันหินคมๆ กัลลิคัสปราดถึงตัวเบล้กในสามก้าว ผลักเขาล้มแล้วกดลงกับพื้นหินด้วยแขนเพียงข้างเดียว

“เร็วเข้า!” เยอร์ซิเนียแผดเสียง “จับเด็กไว้ เตรียมหล่อนให้ข้า อีกไม่นานหรอก
ไอแซค แล้วเราจะได้อยู่ด้วยกันอีก ครั้งนี้จะไม่มีใครมาขวางทางเราแล้ว”

“เจ้าหลอกลวงข้า ไอแซค เราอยู่ด้วยกันมาเป็นหลายปี สนิทกันลึกซึ้งกว่าใครๆ นี่เจ้าสนใจแต่ตัวเองรึไง” เบล้กถาม ขณะถูกกัลลิคัสจับไว้แน่น

“นางเป็นยอดปรารถนาของข้า อยู่กับนางนาทีเดียวข้าก็รอบรู้มากกว่าอยู่กับเจ้าทั้งชีวิตเสียอีก” บอนนั่มย้อน แล้วแก้เชือกมัดเน็มโมเร็นซิสออก เปิดคัมภีร์วางลงกลางวงกลม เขาจับแขนอเก็ตต้าลากไปหาเยอร์ซิเนียซึ่งยืนอยู่ตรงแฉกดาวซึ่งชี้ไปยังทิศเหนือ

“อย่ายอมให้นางเอาชีวิตเจ้าไป” เบล้กตะโกนลั่น ขณะที่กัลลิคัสกดหัวเขากับพื้นหิน คัมภีร์เน็มโมเร็นซิสขยายใหญ่ขึ้นๆ จนเต็มส่วนกลางวงกลม ส่งแสงสว่างสีขาวเจิดจ้าเลื่อมพรายออกมาจากกลางหน้า

“แล้วเจ้าไม่เคยยอมนางเลยรึ ข้ารู้นะว่าเจ้าเคยคิดยังไง เจ้าก็เคยศิโรราบให้นางเหมือนข้า เพียงแต่เจ้าไม่กล้าพอ”

“พอเจ้าแก่หงำเหงือก นางคงต้องการคนอื่น ถ้านางเขี่ยเจ้าทิ้งอย่างที่ทำกับแฟลมเบิร์กล่ะ เจ้าจะทำยังไง”

“ตอนนั้น ข้าคงตายตาหลับแล้ว” ไอแซคตอบ จ้องเยอร์ซิเนีย “ถึงเวลาแล้ว คัมภีร์อยู่นี่ ดาวหางกำลังจะมา และร่างนี้รอนางอยู่แล้ว”

“มันจะทำลายเจ้าหมดทุกคน” เอบรามตะโกน เน็มโมเร็นซิสขยายใหญ่ขึ้นเป็นสองเท่า หน้ากระดาษสะบัดพรึ่บพรั่บหลุดออกจากสันปลิวว่อนไปในอากาศ “เจ้าไม่รู้หรอกว่ากำลังทำอะไรอยู่เยอร์ซิเนีย” เขาเตะบรรดาการ์กอยล์ซึ่งต้อนเขาไปที่เชิงเทินให้พ้นทาง

“เจ้าลืมแล้วหรือว่า คัมภีร์นั่นเป็นของข้า ข้าเขียนเองทุกคำ ข้าฝังหัวใจไว้ในทุกๆ หน้า ข้ารู้ว่ามันทำอะไรได้บ้าง คืนนี้ข้าจะเปลี่ยนร่างเป็นครั้งสุดท้าย ถึงจะเปลี่ยนศตวรรษข้าก็ไม่ต้องกระโจนจากร่างนี้ไปสู่ร่างอื่นอีกแล้ว เมื่อเน็มโมเร็นซิสและดาวหางมาพร้อมขณะเข้าสิงในเลือดเนื้ออเก็ตต้า ข้าก็จะเป็นอมตะ”

“ขอให้เนื้อหนังของหล่อนเปื่อยเน่าคากระดูกเจ้า เจ้าจะได้ไม่มีวันเห็นแสงอรุณรุ่งอีก” เอบรามแผดเสียงสนั่น

“นี่เทวดาสาปเองเชียวรึ เจ้ามาหาข้าเพราะหมดหวัง นี่เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือว่า ใจเจ้าเองแหละที่อยากลงมา เพียงแต่ต้องอาศัยสิ่งเย้ายวนโน้มน้าวจิตใจให้เลิกหลับหูหลับตาเป็นทาสรับใช้พระองค์ เพื่อมาค้นหาชีวิตที่แท้จริง ไม่มีใครคอยหมอบราบรับเทวบัญชาได้ตลอดไปหรอก ยังเปลี่ยนใจทันนะ ราฟาเอล...”

“ดาวพิษจะตกจากฟากฟ้า และทำให้น้ำเป็นพิษ คนจะตายเป็นเบือ ส่วนเจ้า - เจ้าจะมอดไหม้ในกองไฟบรรลัยกัลป์”

“แค่คำพูด...คำพูดไร้สาระหลอกได้แต่คนหูเบาให้เอาแต่กลัวน่ะสิ อย่างน้อยสิ่งที่ข้าเขียนก็ทรงพลัง ดูสิราฟาเอล ดูเอาเองว่าสิ่งที่ข้าสร้างเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาขนาดไหนแล้ว และดูซิว่าในอากาศมีเวทมนตร์ของข้าอยู่มากแค่ไหน”

เอบรามเงยหน้ามอง เน็มโมเร็นซิสตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเขาเหมือนเสาหินอ่อนสีขาวซึ่งกำลังเปล่งแสงเรืองรอง กระดาษทุกแผ่นแนบติดกันแน่นและหนุนเนื่องขึ้นไปบนฟ้า เชือกแดงเส้นหนาตรงสันกำลังสะบัดคลายเกลียวและปลิวลมไปรอบๆ สันคัมภีร์หนาขึ้นๆ ตัวหนังสือสีทองในเล่มก็ปลิวว่อนฉวัดเฉวียนขึ้นไปทุกทิศทุกทาง ส่วนบนท้องฟ้า ดาวหางกำลังพุ่งลงมาสู่โลก ขณะที่พระจันทร์ก็เคลื่อนสูงขึ้น ราวกับว่าทั้งพระจันทร์และดาวหางจะเข้าปะทะกันได้ในพลัน

ลมกรรโชกแรงจากทิศตะวันออกหอบมวลน้ำขึ้นจากแม่น้ำ แล้วปั่นให้กลายเป็นพวยน้ำพุพุ่งขึ้นสูง ดูดศพซึ่งจมอยู่ในน้ำขึ้นมาและยกซากเรือแตกลอยขึ้นไปในอากาศ พวยน้ำที่หมุนเป็นเกลียวซัดข้ามจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง เดี๋ยวพุ่งสูงขึ้นเดี๋ยวฮวบลงครั้งแล้วครั้งเล่า ดูราวกับผีเปรตกำลังเดินใกล้เข้ามา

“รออีกเพียงหนึ่งนิมิต” เยอร์ซิเนียตะโกน “ได้อีกนิมิตเดียวก็ถึงเวลาแล้ว แม่น้ำยังยอมแพ้ปล่อยซากผีขึ้นมาแล้ว พระจันทร์จะลอยขึ้น ดาวพิษเวิร์มวู้ดจะพุ่งลงมา จับเด็กไว้ให้มั่น ข้ารู้ว่าถึงเวลาแล้ว”

เยอร์ซิเนียกุมท้อง บิดกายเร่าๆ ราวกับไส้ถูกบิด ปีศาจกำลังจะแหวกออกจากร่างหล่อน หล่อนดึงทึ้งเสื้อผ้าและกระชากหน้ากากเสือออกราวกับเสียสติ

เบล้กสะบัดหลุดจากกัลลิคัสกลิ้งหลุนๆ ไปบนพื้น ปล่อยให้กัลลิคัสยืนตัวงอซุกกำแพงยกมือปิดหน้าเหมือนเด็กกำลังตื่นกลัว บอนนั่มหันหน้าหนีเพราะไม่กล้ามองการกลายร่าง ขณะที่มือยังจับอเก็ตต้าไว้แน่นจนนิ้วกดจมลงไปในผิวเนื้อของเจ้าหล่อน เยอร์ซิเนียเดินโซเซตัดดาดฟ้ามายังบอนนั่ม และยื่นมือออกหาอเก็ตต้า

“มาหาข้าแม่หนูน้อย มาหาข้าสิ” หล่อนพูดขณะเดินเข้าใกล้มากขึ้น “ปล่อยเด็กซะ หล่อนต้องยืนอยู่ลำพัง และยินยอมพร้อมใจ” เยอร์ซิเนียมองตาอเก็ตต้า “ครั้งแรกที่เราพบกันข้าสัญญาว่าจะให้ชีวิตใหม่แก่เจ้า และเราจะเป็นเพื่อนกัน ยอมข้าสิ แล้วเราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป ชีวิตข้าจะกลายเป็นชีวิตเจ้า ข้าจะให้เจ้าได้เห็นและได้เป็นเจ้าของทั้งโลกและสวรรค์ เปิดใจให้ข้า ยอมซะ แล้วข้าจะรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับเจ้า”

อเก็ตต้าจำรอยยิ้มครั้งแรกของเยอร์ซิเนียได้ หล่อนสวมหน้ากากเสือ แววตาเป็นประกายเต้นระยับวับวามราวกับอัญมณีประกายกล้า กลิ่นเมรัยแห่งจันทราเทวีอบอวลอยู่ในความรู้สึกของอเก็ตต้าอีกครั้งก่อให้เกิดความถวิลหาอย่างลึกล้ำ “ข้าจะเปิดใจ” เจ้าหล่อนพูดเบาๆ “ข้าเต็มใจยอมรับท่าน ข้ากลายเป็นหนึ่งเดียวกับท่านมาแต่อยู่ในรถม้าคันนั้นแล้ว ข้าทำทุกอย่างเพื่อท่านได้ไม่ว่าจะอยู่หรือตาย”

“นางล่อลวงเจ้า” เบล้กตะโกนบอก พลางวิ่งไปหาเจ้าหล่อน

บอนนั่มเล็งปืนใส่เขาแล้วยิง ลูกปืนพุ่งข้ามดาดฟ้ามาทะลวงอกเบล้กอย่างจัง เขาล้มฮวบลงกับพื้น

“งั้นก็ถึงเวลาแล้ว” เยอร์ซิเนียยิ้มให้อเก็ตต้า “ยื่นมือมาให้ข้าสิ...เร็วเข้า เราต้องควบคุมพระจันทร์ไว้ให้ได้” หล่อนพูด ใบหน้าบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวด
อเก็ตต้ายื่นมือไปจับมือเยอร์ซิเนีย กระแสไฟฟ้ารุนแรงพุ่งเข้าสู่แขน กระดูกทุกชิ้นกระตุกจนเจ้าหล่อนสั่นเทิ้มไปทั้งตัว

“ชูมือขึ้นไปหาพระจันทร์ ต้อนรับมันสู่ชีวิตเจ้าสิ” เยอร์ซิเนียพูดขณะยืนพิงสัน
เน็มโมเร็นซิส และพันเชือกแดงเข้ารอบข้อมือ “ดาวหางชนโลกเมื่อใดก็จะไม่มีเลดี้ แฟลมเบิร์กอีกต่อไป”

ผลึกน้ำแข็งมากมายกระจายทั่วท้องฟ้า ทะลวงผ่านชั้นบรรยากาศลงมาสู่เมืองแลปริมณฑลที่อยู่ห่างออกไปโดยรอบด้วย บรรดาอาคารบนสะพานสั่นสะเทือนขณะที่ดาวตกพุ่งลงแม่น้ำทำให้น้ำเดือดและแก๊สระเบิดพุ่งขึ้นมาดังฟู่ๆ ในท้องฟ้าทิศตะวันออกดาวหางสุกสว่างขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างพุ่งอ้อมดวงจันทร์เข้าใกล้โลกมากขึ้นทุกทีๆ

เอบราม แผดเสียง “ด้วยฤทธิแห่งพระนามที่ไร้ผู้รู้ ดาราจงราแสงลง และจงหยุดนิ่ง” เขาเตะการ์กอยล์ที่คุมเชิงเขาอยู่ให้พ้นทาง

“สายเกินกว่าเจ้าจะสาระแนแล้วละ เจ้าหยุดพระจันทร์ไม่ได้หรอก” เยอร์ซิเนียตะคอกและจับอเก็ตต้าแน่นขึ้น

เอบรามตะโกนซ้ำ “ด้วยฤทธิแห่งพระนามที่ไร้ผู้รู้ ดาราจงราแสงลง และจงหยุดนิ่ง!” เขาชูมือขึ้นฟ้า

“เร็วเข้า หันมามองข้าสิ แม่หนูน้อย” เยอร์ซิเนียบอกพลางหันหน้าเข้าหาอเก็ตต้า เสียงครางต่ำๆ ดังขึ้นทันทีที่เยอร์ซิเนียอ้าปากเพื่อปลดปล่อยวิญญาณ กลุ่มควันหนาสีขาวลอยเป็นสายออกจากร่างของหล่อน มันม้วนอ้อยอิ่งอยู่เหนือหัวหล่อนเหมือนงูอ้วนก่อนจะเปลี่ยนรูป แล้วส่ายไปส่ายมา แต่ยังติดอยู่กับเยอร์ซิเนีย รอจังหวะเข้าสิงร่างเหยื่อ ขณะนั้นเอง เทกาตัสก็วิ่งขึ้นมาจากบันไดพ้นเงามืดสนิทออกสู่แสงเดือนสว่างในสภาพสะบักสะบอม ใบหน้าไหม้เกรียมเพราะแรงระเบิดจากลูกแก้วอบาริส แต่แรงเต้นสุดท้ายของหัวใจที่แตกสลายพาเขาข้ามดาดฟ้ามา เขารวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดคว้าร่างเยอร์ซิเนียดึงออกห่างจากอเก็ตต้าและเน็มโมเร็นซิส ขณะเดียวกันก็กระชากเชือกแดงหลุดจากสันคัมภีร์ เน็มโมเร็นซิสหดวูบลงทันที หน้าคัมภีร์ยุบกลับเข้ามาในเล่มขณะที่สันก็หดกลับเข้าไปด้วย เทกาตัสผลักเยอร์ซิเนียไปทางเชิงเทินในพรวดเดียวด้วยลีลาราวกับการเต้นรำที่คนลืมเลือนกันไปแล้ว บอนนั่มและกัลลิคัสพรวดพราดไล่ตามไปทั้งที่ตกตะลึง
ขณะที่เทกาตัสผลักเยอร์ซิเนียข้ามดาดฟ้าไป เขาพันเชือกไว้รอบข้อมือข้างหนึ่ง และตวัดเชือกเป็นบ่วงรัดรอบคอหล่อน ขณะบ่วงนั้นรูดรัดแน่นโดยเร็ว วิญญาณควันของหล่อนก็ถูกดูดพรวดเหมือนงูม้วนขนดย้อนกลับเข้าร่าง เยอร์ซิเนียทุบตีเทกาตัสอย่างโกรธแค้น ทั้งตะกุยหน้าเขา และกรีดร้องให้เขาหยุด วิญญาณของหล่อนถูกกักอยู่ในร่างเพราะมีเชือกรัดไว้ ตุ่มหนองเน่าเฟะปะทุออกมาตามเนื้อหนังทั่วร่างของหล่อน

“เจ้าห้ามข้าไม่ได้หรอก เทกาตัส ถึงข้าจะตายไปหัวใจริษยาของเจ้าก็มิอาจเป็นเจ้าของข้าได้” หล่อนตะโกนขณะทั้งคู่ซวนเซไปที่ริมดาดฟ้าเหนือแม่น้ำเทมส์

เอบรามปัดดาบของการ์กอยล์ตัวสุดท้าย สะบัดเลือดของเขาใส่มัน เจ้าปีศาจระเบิด กลายเป็นเปลวไฟสีม่วงแผดเผาหินป่นเป็นจุณด้วยประกายอันแรงกล้า จากนั้นเอบรามก็วิ่งเข้าใส่บอนนั่ม ต่อยเขาร่วงลงกองกับพื้นด้วยหมัดเดียว กระเป๋าใส่ลูกปืนหล่น ผงดินปืนฟุ้งไปทั่วดาดฟ้า

เทกาตัสลากเยอร์ซิเนียไปที่ลูกกรงเชิงเทินขณะเดียวกับที่กัลลิคัสวิ่งตามไป เยอร์ซิเนียกรีดร้องและคว้าจับเทกาตัสไว้แน่น พยายามจะควักลูกตาเขาออกจากเบ้า ตุ่มหนองพุพองผุดขึ้นบนผิวหนังเน่าเฟะทำให้หล่อนกลายรูปเป็นแม่มดแก่

“หัวใจของสองเราคงต้องร่วมเดินทางครั้งสุดท้ายสู่ความตายด้วยกันเสียแล้ว” เทกาตัสตะโกนก้องกลบเสียงระเบิดที่ห่างออกไป เขาลากเยอร์ซิเนียหล่นจากดาดฟ้าลงสู่เกลียวคลื่นเบื้องล่าง

เยอร์ซิเนียร่วงลงสุสานน้ำราวนกเจ็บ หล่อนถ่วงเทกาตัสดิ่งลงหาห้วงน้ำดำมืด จนกระแทกผิวน้ำกระจายเป็นฝอย เกิดเสียงดังฉ่าราวกับร้อนจัดเกินขีดความร้อนธรรมดาโลก ขณะที่เยอร์ซิเนียดิ้นรนหนีจากกระแสน้ำอันบ้าคลั่งอยู่นั้น ปีกของหล่อนพลันสยายออกแสดงภาวะนางฟ้า ชั่วขณะหนึ่งหล่อนตะเกียกตะกายขึ้นเหนือคลื่นราวหงส์กระพือปีกต้านแรงคลื่นเกรี้ยวกราด แต่เทกาตัสยังสาวเชือกลากหล่อนเข้าหาตัวขณะร่างจมลงในสายน้ำสีเข้ม น้ำวนใต้โค้งสะพานดูดทั้งคู่ลึกลงไปอย่างรวดเร็วจนหายลับไปในห้วงน้ำดำมืดมิด

“มันพรากนางไปจากข้า” บอนนั่มคร่ำครวญขณะลุกขึ้นยืน “มันไม่มีสิทธิ์...นางเป็นของข้า”

“นางไม่ใช่ของใครเลย แม้แต่เจ้า” เอบรามบอก ขณะเดินไปหาบอนนั่ม

“งั้นนังหนูนี่ก็ควรจะตายตกไปตามกัน” กัลลิคัสกระชากเสียง อเก็ตต้ายันร่างไว้กับกำแพงเชิงเทิน

เอบรามมองเลือดหยดจากแผลที่มือซึ่งโดนคมดาบ “จำที่ข้ากระซิบบอกเจ้าได้ไหม อเก็ตตา ถึงเวลาที่เจ้าต้องนึกถึงมันแล้วนะ”

“รักแท้ ขจัดสิ้นซึ่งความกลัว” เจ้าหล่อนพูด ยิ้มให้เอบราม

เอบรามก้าวพรวดออกไปข้างหน้า ดีดเลือดจากนิ้วหยดหนึ่งเข้าใส่กัลลิคัส “เลือดล้างเลือด” เขาพูดใส่กัลลิคัส อเก็ตต้าโดดผละจากกัลลิคัสขณะที่ตัวเขาเริ่มสั่นสะท้าน ตาถลนโปนออกมา ควันหนาสีขาวพวยพุ่งเป็นสายออกจากจมูกและปาก เปลวไฟวาบขึ้นท่วมตัวเขาราวกับหมอกสีฟ้า

“สวะก้อนนี้ติดไฟง่ายดีจริงเว้ย” เอบรามพูดพลางผลักกัลลิคัสตกจากเชิงเทินลงแม่น้ำข้างล่างไป

ดาวพิษพุ่งโค้งอ้อมวงดวงจันทร์ ทิศทางโคจรของมันมุ่งไปยังด้านที่อับแสง โลกทั้งใบสะเทือนเมื่อดาวหางชนด้านมืดของดวงจันทร์ ละอองฝุ่นจากดวงจันทร์ลอยฟุ้งอยู่ในอวกาศ ผิวดวงจันทร์แตกระเบิด เกิดเศษน้ำแข็งชิ้นเล็กชิ้นน้อยนับล้านปลิวว่อนเต็มท้องฟ้าและพุ่งเข้าใส่โลก

“แล้วยังไงต่อล่ะ เยอร์ซิเนียเอ๋ย ดาวพิษถูกดักไว้ได้แล้วเหมือนแมลงติดใยแมงมุม” เอบรามเอ่ยลอยๆ ขณะเดินไปหาเบล้ก “อย่าห่วงเลย ข้าเคยทำแบบนี้มาแล้ว” เขาพูดพลางหัวเราะขณะจ้วงมือลงไปในอกเบล้ก “มองลูกปืนที่ข้าถืออยู่นี่สิ เพื่อนยาก แล้วเจ้าจะไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด”

บอนนั่มเห็นสบโอกาส คว้าได้เน็มโมเร็นซิส แล้วก็วิ่งหนีไปทางบันไดเหมือนหมาตื่น

เบล้กมองขึ้นไปบนฟ้าซึ่งสว่างโชติช่วงเพราะแสงสะท้อนจากผลึกน้ำแข็งที่พุ่งเข้าชนโลก อเก็ตต้าจ้องเขาอย่างไม่เชื่อตาว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นจริง ขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงเหมือนเทวดาหลายตนกระพือปีกอยู่เหนือหัว

“ดูแลหล่อนให้ดีนะ” เอบรามบอกขณะยื่นมืออเก็ตต้าให้เบล้ก “จงคิดว่าหล่อนเป็นเพื่อนไม่ใช่คนรับใช้ แม้เมื่อยู่ในฐานะนั้นหล่อนจะเคยดูแลเจ้าอย่างดี”

“แล้วบอนนั่มล่ะ” เบล้กถาม

“เขาก็จะคอยหลบๆ ซ่อนๆ อาจสร้างปัญหาให้เจ้าได้อีกบ้าง แต่จะกลัวอะไร ข้าเป็นอารักขเทพประจำตระกูลเจ้านะ”

เอบรามหันหลังเดินกลับไปที่บันได อเก็ตต้ากับเบล้กฟังเสียงฝีเท้าของเขาค่อยๆ ห่างไปพร้อมกับความเงียบสงบคืนกลับสู่ยามราตรี แสงสว่างในท้องฟ้าค่อยเลือนรางจนมืดมิด ดาวตกดวงสุดท้ายสลายสูญไปในท้องฟ้า

“เทกาตัสตายแล้ว” อเก็ตต้าบอกขณะก้มมองแม่น้ำเทมส์ “เขาตายเพราะช่วยข้า”

“คืนนี้ยังไม่ทันสิ้นสุด และเราก็ยังไม่ชนะสงครามครั้งนี้ด้วย มาเถอะ...ไปหาแม่มาลาคิ่นกันดีกว่า ป่านนี้นางคงคุดคู้อยู่ในห้องใต้ดินเป็นแน่” ชายหนุ่มยิ้มพลางมองอเก็ตต้า “ครั้งหนึ่งข้าเคยพบคนที่บอกว่าเขาไม่มีวันเชื่อเรื่องเทวดา แต่บางทีเทวดาอาจจะเป็นเรื่องเดียวเสียกระมังที่พอจะเชื่อถือได้”



บทแปลนี้มิใช่เวอร์ชั่นก่อนพิมพ์เล่ม
จึงยังมีความลักลั่นเรื่องชื่อสถานที่อยู่บ้าง
ขออภัยด้วยค่ะ

จบบริบูรณ์ค่ะ
LITERATURE
 ขอบคุณของแต่งบล็อกจากอินเทอร์เน็ต



Create Date : 27 สิงหาคม 2562
Last Update : 28 สิงหาคม 2562 12:10:37 น. 26 comments
Counter : 271 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณmcayenne94, คุณสองแผ่นดิน, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณkae+aoe, คุณเนินน้ำ, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณเริงฤดีนะ, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณตะลีกีปัส, คุณอุ้มสี, คุณวลีลักษณา, คุณบาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน, คุณThe Kop Civil, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณtuk-tuk@korat, คุณที่เห็นและเป็นมา, คุณJinnyTent, คุณtoor36, คุณhaiku, คุณAsWeChange, คุณขุนเพชรขุนราม, คุณSweet_pills


 
ภาวิดา คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog
ตอนนี้ยาวจัดมากค่ะพี่ภา



โดย: หอมกร วันที่: 27 สิงหาคม 2562 เวลา:7:58:56 น.  

 
สนุกตื่นเต้นดีค่ะ เทกาตัสก็ยังโดดเด่นอยู่เหมือนเดิม

นวนิยายเรื่องนี้คนเขียนเผื่อไว้เขียนภาคต่อได้อีกหลายตอนเลยนะคะ ถ้าเขียนภาคต่อ เทกาตัสอาจกลับมาเป็นพระเอกอีกก็ได้นะคะ เบล้กไม่ค่อยสามารถสักเท่าไหร่เลย อาศัยเอบรามตัวช่วยซะมาก



โดย: mcayenne94 วันที่: 27 สิงหาคม 2562 เวลา:8:10:03 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ภา งานแปลผลงานชิ้นนี้ พี่ภาใช้เวลาในการทำงานพอสมควรเลยนะคะ เข้ามาเป็นกำลังใจให้ค่ะ


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 27 สิงหาคม 2562 เวลา:8:33:09 น.  

 
3.. งานชิ้นนี้เพิ่งเอามาอัพบล็อก
ก็เอามาวางง่ายๆเองค่ะ เป็นงานที่แปล
ไว้เมื่อสัก 10+- ปี จำไม่ได้แน่ ได้ค่าแปล
เรียบร้อย แต่สำนักพิมพ์ตัดสินใจไม่พิมพ์
เพราะ fantasy เริ่มตกกระแส พี่เลยเอา
มาอัพให้อ่านกันค่ะ



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 27 สิงหาคม 2562 เวลา:9:05:03 น.  

 
ว๊าว..จบแล้ว
คงต้องหาเวลาอ่านย้อนหลังนะคะ
แต่ช่วงนี้กำลังย้ายสำมะโนครัวค่ะ ยุ่งมาก
ยิ่งเคลียร์ของ บ้านยิ่งรก 555


โดย: เนินน้ำ วันที่: 27 สิงหาคม 2562 เวลา:9:12:21 น.  

 
อ่านตอนต้นของบทนี้... คนตื่นกลัวไม่มีสติ โวยวาย
ไม่ดีเลย.. ทำให้คนร้ายรู้แหล่ง อันตราย..

แต่ตอนท้าย มีเทวดาช่วยดูแล ดีจังเลยพี่ หุ หุ
ตอนนี้ไทย ก็มีเทวดาคอย อุ้มพวกเราอยู่ แฮ่..ออกจากการเมืองดีกว่าเนาะ

...

พี่ปูกับนัท อายุเท่ากันเลยครับ แต่นัทไม่ยอมย้อม
ผม..สู้อีตาพ่อไม่ได้ผมดำกริ๊บ 555


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 27 สิงหาคม 2562 เวลา:9:34:37 น.  

 
มาส่งกำลังใจค่ะพี่ภา

หลังจากนี้จะมีงานแปลอะไรอีกไหมคะ?

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
ภาวิดา คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 27 สิงหาคม 2562 เวลา:9:34:58 น.  

 
ในที่สุดงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา
ดาวพิษ จบบริบูรณ์แล้ว เย้ ๆ
จะได้อ่านงานเขียนต่อไปที่รอคอย อิอิ

ส่งกำลังใจให้พี่ภานะคะ



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 27 สิงหาคม 2562 เวลา:11:51:43 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะพี่ภาขา

มาอ่านจนจบได้แล้ว เบล้กคือพระเอกหรือนี่
แต่อเก็ตต้าคงฝังใจเทกาตัสไปตลอดกาล
ดาวลมพิษก็ไม่ได้ดับโลกนี้ให้สิ้นทราก
เย้...


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 27 สิงหาคม 2562 เวลา:13:18:21 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
จันทราน็อคเทิร์น Pet Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Review Food Blog ดู Blog
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
Sweet_pills Food Blog ดู Blog
เริงฤดีนะ Food Blog ดู Blog
ภาวิดา คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog

มาอ่านตอนจบ
ผิดคาดเดาฉากจบผิด
อิอิอิ


โดย: อุ้มสี วันที่: 27 สิงหาคม 2562 เวลา:14:02:40 น.  

 
จบแบบยังไม่จบ แต่ก็ลงตัวมากเลยค่ะ
สนุกทุกตอนเลย ชอบๆ
ขอบคุณนะคะ


โดย: วลีลักษณา วันที่: 27 สิงหาคม 2562 เวลา:15:15:47 น.  

 
แปลเก่งมากเลยค่ะพี่


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 27 สิงหาคม 2562 เวลา:15:48:55 น.  

 


โดย: The Kop Civil วันที่: 27 สิงหาคม 2562 เวลา:16:19:21 น.  

 
สวัสดี ยามเย็น ค่ะ พี่ภา

ตามมาอ่าน ดาวพิษ ตอนจบค่ะ ในที่สุด ธรรมะ
ย่อมชนะอธรรม ค่ะ เยอร์ซีเนีย ก็พ่ายแพ้ไป สงสารทากาทัส ค่ะ สุดท้ายนี้ พระเอกต้องเป็น
เขานะคะ ถ้าไม่ได้เขา อเก็ตตร้าอาจจะทำให้
เยอร์ซิเนียเปลี่ยนร่างได้และเป็นอมตะ นะคะ

จบลงด้วยสุขนาฎกรรม นะคะ

โหวดหมวด งานเขียนฯ


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 27 สิงหาคม 2562 เวลา:17:24:24 น.  

 
ไปกินเที่ยวนอกบ้านมาอาทิตย์นึง
เพิ่งถึงบ้านค่ะ
มาถึงตอนจบพอดี
เดี๋ยวย้อนอ่านก็นึกได้ว่า
ปกติเวลาอ่านนิยายบางเรื่องย้อนหลัง
ชอบสงสัยว่าใคร
มาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 27 สิงหาคม 2562 เวลา:17:26:26 น.  

 
แม้ไม่ได้ติดตามอ่านมาตลอด
ได้แต่ให้กำลังใจพี่ภา แฮร่

เสียดายเรื่องนี้ไม่ได้ทำเป็นรูปเล่มนะคะ
เอะ ใช่หรือเปล่า เหมือนพี่ภาจะบอกไว้อย่างนั้น
เดี๋ยวนี้คนอ่านหนังสือน้อยมาก ๆ ค่ะพี่ภา
จินเองก็อ่านได้ช้าลงมาก อ่านยากขึ้น

ช่วงนี้ กลับไปอ่านนิยายเดิม ๆ ที่เคยอ่านแล้วชอบ
และตามแต่นักเขียนที่ชอบเท่านั้น
ไม่ค่อยเปิดใจนักเขียนใหม่ ๆ เท่าไหร่


โดย: JinnyTent วันที่: 27 สิงหาคม 2562 เวลา:21:17:14 น.  

 
คิดเหมือนคุณจินค่ะ
คนอ่านprint รวมเล่ม
อ่านใหม่ได้

เสียดายๆๆ
เทกาตัส ไท่ใช่พระเอก หักมุมกลายมาเป็นเบล็ก

อ้อถึงว่า อ่านไปๆ บางบทนี่เบล็กเยอะพอๆกับอะเก๊ตต้าเลย

เพราะเป็นพระเอกนี่เอง

Happy ending

ขอบคุณพี่ภาที่รังสรรงานแปลที่สนุกตื่นเต้น
ให้เพื่อนๆ น้องๆ หลานๆ ได้อ่านกัน
Thank you so much very much...ค่ะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 28 สิงหาคม 2562 เวลา:1:26:50 น.  

 
สวัสดีค่ะ พี่ภา
ดาวพิษจบลงแล้ว

ตามอ่านทุกตอนค่ะ
บางตอนเม้นท์ไม่ทัน ได้แต่ให้กำลังใจกันไป

เก็บทุกตอนไว้อ่านอีกในยามที่มีเวลาว่างค่ะ

ในความโหดร้าย
ก็แอบมีคติธรรมดีๆไว้สอนใจหลายอัน

ขอบคุณนะคะพี่ภา
ที่สละเวลา และมีน้ำใจเอามาลงให้ได้อ่านกัน

รักษาสุขภาพด้วยค่ะพี่


โดย: AsWeChange วันที่: 28 สิงหาคม 2562 เวลา:5:24:44 น.  

 
มาอ่านจนจบ
เบล้กพระเอก อเก็ตต้านางเอก


โดย: สองแผ่นดิน IP: 171.5.47.99 วันที่: 28 สิงหาคม 2562 เวลา:14:25:33 น.  

 
ขอบคุณนะครับที่ชอบเรื่องราวของแฟร์รี่
เรื่องของสัตว์เลี้ยงแต่ละบ้านอ่านแล้วเพลินดีครับผม


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 28 สิงหาคม 2562 เวลา:15:30:19 น.  

 
แวะมากราบขอบคุณงาม ๆ สำหรับกำลังใจที่บล็อกค่ะ


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 28 สิงหาคม 2562 เวลา:16:56:54 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
JinnyTent Travel Blog ดู Blog
ภาวิดา คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
*
มาทันตอนจบ....


โดย: ขุนเพชรขุนราม วันที่: 28 สิงหาคม 2562 เวลา:17:15:05 น.  

 
ขอบคุณกำลังใจด้วยค่ะพี่ภา

วันไหนพี่ภา อยากเขียนสั้น ก็สั้นๆทักทายบ่อยๆ

วันไหนอยากเขียนยาว ก็เขียนยาว พร้อมอ่านเสมอค่ะ




โดย: mcayenne94 วันที่: 28 สิงหาคม 2562 เวลา:19:09:35 น.  

 
"ดาวพิษ" จบบริบูรณ์ในบทที่ 28 นี้แล้วนะคะ
ต๋าขาดช่วงอ่านไปหลายตอนช่วงที่ไม่อยู่
ขออ่านย้อนหลังค่ะพี่ภา
ขอบคุณพี่ภามากนะคะสำหรับผลงานแปลชิ้นนี้ที่พี่ภานำมาลงค่ะ

ผักตำลึงต๋าชอบค่ะพี่ภา พี่ภาใช้แทนผักหวานในสูตรเดียวกัน
วันหลังต๋าจะทำบ้าง
ขอบคุณพี่ภาสำหรับไอเดียทำอาหารและกำลังใจนะคะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 28 สิงหาคม 2562 เวลา:21:47:17 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่ภา




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 สิงหาคม 2562 เวลา:6:06:26 น.  

 
มาอ่านตอนจบครับคุณภา
ที่แรกเข้าใจว่าเป็นงานของนักเขียนรุ่นอาวุโส พอไปค้นประวัตินักเขียน จึงทราบว่าเป็นคนร่วมสมัยนี่เอง วัยเดียวกัน แต่เนื้อหานวนิยายย้อนกลับไปในอตีตที่แจ่มชัดมากๆ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 29 สิงหาคม 2562 เวลา:10:50:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ภาวิดา คนบ้านป่า
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 123 คน [?]




BG Pop.Award #14
BG Pop.Award #13
BG Pop.Award #12
BG Pop.Award #11
BG Pop.Award #10
BG Pop.Award #9
BG Pop.Award #8
BG Pop.Award #7
BG Pop.Award #6
....



เอนทรี่หมวดไดอารี่ เริ่ม ม.ค. 2562
  • ตะพาบ 238 วิถีการกินอยู่ของสว.
  • 3F #40: เข้ากั๊น...เข้ากัน"
  • มวลดอกไม้ในความทรงจำ:เทียนฝรั่ง...
  • มวลดอกไม้ในความทรงจำ:ว่านเสน่หา...
  • ตะพาบ 236 สุสานความคิด
  • มวลดอกไม้ตั้งแต่เริ่มปลูกสวนป่า
  • อาชีพนักแปล เล่มที่ 1
  • 3F ข้าวราดผัดถั่วงอก+ไข่ดาวxxx
  • 3F ข้าวราดผัดเครื่องแกงไก่กับ..+ไข่เจียว
  • ตะพาบ 234 ความดีที่คู่ควรแก่การไหว้
  • ตะพาบ 233 เรื่องที่เรา(ไม่สำนึก)เสียใจ
  • 3F ผัดผักหวานกับวุ้นเส้นใส่ไข่
  • ตะพาบ 232 ความเป็นไทย
  • ตะพาบ 231 มิ่งมิตร
  • ตะพาบ 230 ความกลัว
  • ตะพาบ 229 สนามรบ
  • ตะพาบ 228 ต้นไม้ ดอกไม้
  • ตะพาบ 227 ถ้า 1 ปีมี 10 เดือน xx
  • 3F ยำทวาย
  • ตะพาบ 226 พักใจ
  • ชมดอกไม้ที่สิงคโปร์ ตอน 3
  • ตะพาบ 225 เฝ้ารอ
  • ชมดอกไม้ที่สิงคโปร์ ตอน 2
  • ตะพาบ 224 ความกล้าหาญครั้งสุดท้าย
  • 3F แกงขี้เหล็กกับหมูย่าง
  • ชมดอกไม้ที่สิงคโปร์ ตอน 1
  • ตะพาบ 223 เพื่อนใหม่
  • อุ่นเครื่องชมดอกไม้ที่สิงคโปร์x
  • เอื้องมะลิ/หวายตะมอย
  • ตะพาบ 222 ของขวัญที่ไม่อยากได้
  • Cattleya skinneri'Casa Luna'
  • ตะพาบ 221 คู่หู
  • 3F แกงส้มมะรุมกับกุ้ง
  • ปลูกป่าไม้ใหญ่: กระดังงาไทย+นกแก๊ก
  • ตะพาบ 220 ไล่
  • ตะพาบ 219 แพงที่สุดที่เคยซื้อ
  • การเขียนบล็อก 2551-ปัจจุบัน
  • --<>--

    เอนทรี่หมวดสัตว์เลี้ยง เริ่ม ม.ค. 2562
  • เจ้านุ้งกับเสื้อสลายพลังซ่า
  • เจ้านุ้งไม่ชอบใส่เสื้อ&ไม่สู้อากาศเย็น
  • เจ้านุ้งเจาะเลือดเช็คเกล็ดเลือด
  • เจ้านุ้งรายงานตัวอาการดีขึ้น
  • เจ้านุ้งกับผลอัลตร้าซาวด์
  • เจ้านุ้งป่วยหนักมากขึ้น
  • เจ้านุ้งไม่ฉะบาย
  • เจ้านุ้ง"รู้เยอะ"มากขึ้นทุกวันx
  • เจ้านุ้งเกือบ 5 ขวบแล้ว รู้เรื่องและเลี้ยงง่าย
  • เจ้านุ้งโดนแกล้งจนหัวเป็นกระเซิง
  • เจ้านุ้งยังร้อนไม่เลิกแต่ก็มีความสุข
  • เจ้านุ้งผจญอากาศร้อนระดับพระกาฬ
  • เจ้านุ้งกับขนสั้นรับลมร้อน v
  • เจ้านุ้งเฝ้าบ้านให้แม่ไปเที่ยว(อีกแล้ว)
  • เจ้านุ้งเมื่อวันที่อุณหภูมิ 16 องศา
  • เจ้านุ้งกับการดูแลบริเวณบ้าน
  • เจ้านุ้งกับผลไม้สุดโปรด
  • --<>--

    เอนทรี่หมวดงานเขียน เริ่ม เมย.62
  • ตะพาบ 237 วิธีเขียนบล็อกให้น่าสนใจ
  • ตะพาบ 235 เติมพลัง
  • บทที่ 28 พิธีกรรมในคืนเพ็ญ
  • บทที่ 26 ความผิดพลาด& 27 สงคราม
  • บทที่ 24 เผชิญหน้า.. &บทที่ 25 เทพธิดา
  • บทที่ 22 โลกันตร์.. & บทที่ 23 คลายปม
  • บทที่ 20 มอร์บัส & บทที่ 21 ตามบัญชา..
  • บทที่ 18 รัมสกิ้น & บทที่ 19 รถม้า..
  • บทที่ 17 อรุณสีเลือด
  • บทที่ 16 สมุนไพรศักดิ์สิทธิ์
  • บทที่ 15 วิกาลภูตกับผู้คุม
  • บทที่ 14 ไคมีร่า สัตว์พหุพันธุ์
  • บทที่ 13 ภายใต้ผ้าคลุมหน้า
  • บทที่ 12 กำเนิดปีศาจร้าย
  • บทที่ 11 เมืองต้องมนตร์
  • บทที่ 10 ประสานพลังศาสนเวทย์
  • บทที่ 9 ตายซ้ำเจ็ดครา
  • บทที่ 8 ต้องตายก่อนจึงจะได้เป็นอิสระ
  • บทที่ 7 ร้านบิ๊บเบิ้ลวิคที่สะพานลอนดอน
  • บทที่ 6 คัมภีร์อาถรรพณ์
  • บทที่ 5 ปีกเทวดาตกสวรรค์
  • บทที่ 4 ซอยอินนิโก้
  • บทที่ 3 หมอยา
  • บทที่ 2 เหตุป่วนสมอง
  • บทที่ 1 ดาวพิษเวิร์มวู้ด
  • --<>--
    Friends' blogs
    [Add ภาวิดา คนบ้านป่า's blog to your web]
    Links
     

     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.