Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2562
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
19 กรกฏาคม 2562
 
All Blogs
 
นิยายแปลเรื่องดาวพิษ บทที่ 14 ไคมีร่า – สัตว์พหุพันธุ์ แปลโดยภาวิดา คนบ้านป่า

LITERATURE
นิยายแปลเรื่องดาวพิษ
บทที่ 14 ไคมีร่า – สัตว์พหุพันธุ์
แปลโดยภาวิดา คนบ้านป่า
*********************************************************

ความเดิม:
บทที่ 1 ดาวพิษเวิร์มวู้ด
บทที่ 2 เหตุป่วนสมอง
บทที่ 3 หมอยา
บทที่ 4 ซอยอินนิโก้
บทที่ 5 ปีกเทวดาตกสวรรค์
บทที่ 6 คัมภีร์อาถรรพณ์
บทที่ 7 ร้านบิ๊บเบิ้ลวิคบนสพานลอนดอน
บทที่ 8 ต้องตายก่อนจึงจะได้เป็นอิสระ
บทที่ 9 ตายซ้ำเจ็ดครา
บทที่ 10 ประสานพลังศาสนเวทย์
บทที่ 11 เมืองต้องมนตร์
บทที่ 12 กำเนิดปีศาจร้าย
บทที่ 13 ภายใต้ผ้าคลุมหน้า

แล้วเราก็มาได้ครึ่งเรื่องแล้ว ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาให้กำลังใจนะคะ เพียงทักทายกันก็เป็นกำลังใจที่ดีงามแล้วค่ะ
 
 




บทที่ 14 - ไคมีร่า – สัตว์พหุพันธุ์

หมอกปกคลุมถนนฟลีต หนาทึบเสียจนแสงโคมตามหน้าบ้านร้านรวงก็ไม่อาจขจัดความมืดทึมไปได้ อเก็ตต้าวิ่งจี๋ฝ่าหมอก กระโดดข้ามซากแพะเน่าๆ ที่ถูกเชือดแล้วโยนทิ้งลงรางระบายน้ำนอกร้านขายเนื้อสัตว์ตรงหัวมุมตรอกชานเซอรี่ สุนัขและผู้คนที่หิวโซดูดและกัดแทะเศษเนื้อดิบๆ ติดกระดูกเสียเกลี้ยงเกลา หัวแพะที่ถลกหนังแล้วไพล่ไปข้างๆ ดูท่าเหมือนจะงับส้นเมื่อเจ้าหล่อนเร่งฝีเท้าผ่านไป อเก็ตต้าก้มลงมองซากนั้นด้วยระแวงว่ามันจะคืนชีพขึ้นมาล่าเจ้าหล่อนเหมือนมังกรราตรี

เมื่อถือเน็มโมเร็นซิสกระชับกับมือ เจ้าหล่อนรู้สึกว่าคัมภีร์เริ่มร้อนขึ้น จนต้องหยุดเอาเสื้อคลุมห่อไว้กันมือไหม้ ตอนนั้นแหละที่เจ้าหล่อนรู้สึกว่าเน็มโมเร็นซิสหนักขึ้นเรื่อยๆ ราวจะหน่วงให้เจ้าหล่อนทิ้งมันเสีย อเก็ตต้ารู้สึกว่าคัมภีร์นี้มีพลังอำนาจจากโลกอื่น ความคิดต่างๆ นานาที่ล้วนทำให้ขวัญกระเจิงเพราะกลัวสุดขีดพลันแวบเข้ามาในจิตสำนึก ดูเหมือนคัมภีร์เล่มนี้ต้องการให้เจ้าหล่อนหยุดวิ่ง และเติมความหวาดหวั่นขวัญผวาที่มีต่อทุกใบหน้า มุมมืด และตรอกแคบๆ ทุกตรอกที่ต้องเฉียดเข้าใกล้จนเจ้าหล่อนแทบจะต้องโยนคัมภีร์ทิ้งลงรางระบายน้ำ

ภาพซากแพะคอยตามหลอนเจ้าหล่อนตอนเผ่นถลาข้ามถนนปูหินกลม ๆ มุ่งไปยังบ้านเช่า เจ้าหล่อนนึกเห็นภาพนั้นแวบแล้วแวบเล่า จากแพะเปลี่ยนเป็นสิงโต แล้วเป็นมังกร “หยุด หยุดนะ!” เจ้าหล่อนตะโกนขณะวิ่งผ่านคนแก่ที่จับกลุ่มดื่มเหล้ายินกันอยู่ตรงหัวมุมถนน คนกลุ่มนั้นหัวเราะเมื่ออเก็ตต้าวิ่งผ่าน ชายแก่คนหนึ่งเอื้อมมือหยาบสากมาคว้าปอยผมสลวยสีเข้มของเจ้าหล่อน อเก็ตต้าแน่ใจว่าเน็มโมเร็นซิสเรียกให้ทุกคนที่พบขัดขวางหนทางหนีของตนไว้ คัมภีร์ยิ่งหนักขึ้นทุกๆ ย่างก้าวและร้อนจนผิวแทบสุก อีกก้าวเดียว! อีกแค่ก้าวเดียว เจ้าหล่อนคิดขณะวิ่งไปเกือบถึงประตูบ้าน

อเก็ตต้ากระโดดจากถนนโคลนเฉอะแฉะขึ้นบันไดบ้านเช่าที่เพิ่งขัดถูเสร็จใหม่ๆ ทันใดนั้น เน็มโมเร็นซิสซึ่งหนักขึ้นสามเท่าก็ถ่วงจนเจ้าหล่อนเสียหลัก เซกระแทกบันได ไถลเข้าชนประตูไม้แล้วถลาเข้าไปในโถงทางเดิน “บริกันต์!” เจ้าหล่อนตะโกนเรียกขณะพยายามลุกขึ้นยืนและยกคัมภีร์ขึ้นมาอีกครั้ง ไม่มีใครโผล่มาเลย “พ่อ ช่วยข้าด้วย!” ไม่มีเสียงตอบ ทั้งบ้านเงียบเชียบ

เจ้าหล่อนวางคัมภีร์ลงข้างเตาผิง แล้ววิ่งเข้าครัว แคดมุส เลเมี่ยนซุกจมอยู่ในเก้าอี้ข้างกองไฟที่ยังกรุ่นอยู่ กลิ่นเนื้อย่างอวลทั่วห้อง อเก็ตต้าวิ่งเข้าไปเขย่าไหล่พ่อเพื่อปลุกให้ตื่น

“ตื่นเถอะพ่อ ข้ามีอะไรจะให้ดู” เจ้าหล่อนพูดอย่างร้อนรน

แคดมุสหายใจฟืดฟาดและทำเสียงฮึ่มฮ่ำพลางปัดมือเจ้าหล่อนเหมือนไล่แมลงวันออกจากหน้า อเก็ตต้าเห็นกุญแจห้องใต้หลังคาห้อยอยู่กับเข็มขัด เจ้าหล่อนนิ่งคิดเพียงอึดใจแล้วเอื้อมไปปลดกุญแจออกมาหย่อนลงกระเป๋าอย่างรวดเร็ว "ใครอยู่มั่ง ช่วยข้าที"เจ้าหล่อนร้องขอความช่วยเหลือ

ประตูครัวกระแทกปิดอย่างแรง อเก็ตต้าเพิ่งรู้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียว เจ้าหล่อนหันไปเห็นแด๊กด้า ซาราพักนั่งเก้าอี้โยกอยู่ในมุมมืด “ไม่มีใครช่วยเจ้าหรอกเพราะไม่มีใครช่วยใครได้ ทุกคนล้วนต้องมนตร์ ทั้งบ้านต่างหลับใหลด้วยเวทมนตร์ของข้าและมือไฟนี่” ซาราพักชี้ไปยังมือเคลือบขี้ผึ้งหนาที่วางอยู่บนหิ้งเหนือเตาไฟ มีเปลวไฟสีน้ำเงินซีดลุกอยู่ที่นิ้วแต่ละนิ้ว “มือนี้เก่าแก่มาก ตัดมาจากศพนักโทษแขวนคอเชียวนะ เมื่อก่อนข้ามีทั้งสองข้างซ้ายขวา แต่ยกมือขวาให้เพื่อนรักไป ข้าทึ่งในอำนาจของมันเสมอ ไม่เคยทำให้ข้าผิดหวังเลย ทุกคนจะหลับจนกระทั่งข้าเป่าเปลวไฟให้ดับ จึงจะตื่นขึ้นมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น” ซาราพักโยกเก้าอี้ไปมาพลางหัวเราะหึๆ

“ถ้างั้นทำไมมนตร์เจ้าไม่ได้ผลกับข้าล่ะ” อเก็ตต้าถามพลางมองหาทางหนีทีไล่

“เจ้าไม่ได้อยู่ที่นี่ตอนข้าร่ายมนตร์ ข้าเข้าไปดูห้องเจ้าไมได้ พ่อเจ้ากับข้าก็ยุ่งอยู่กับแขกข้างบนโน่น”

“เทกาตัส! เจ้าทำอะไรเขาน่ะ” อเก็ตต้าตะโกนถาม

“อ้อ รู้จักเทวดานั่นสินะ ไม่ต้องห่วง ตอนนี้มันยังหายใจได้ แต่คงไม่นานนักหรอก” ซาราพักเตะกระสอบสีดำใบใหญ่ใกล้เท้า ซึ่งดูนุ่มและเบา “ขนปีกทั้งนั้น มันโดนกล้อนถอนขน ถูกจับมัดเหมือนไก่งวงวันคริสต์มาสเลย ข้าจะขายทุกอย่าง ทั้งผมสีทองทุกๆ เส้น ทั้งปอยขนและก้านขน เอาไว้ทำยาเสน่ห์ ทั้งยาน้ำ ยาผงไว้ดองเหล้า และยานัดถุ์ ทำยาแก้สิวให้พวกหนุ่มสาวก็ได้ กล่อมประสาทตาบอดก็ได้ พูดง่ายๆก็ยาครอบจักรวาลน่ะแหละ ข้าจะทำขายซะให้เปรม” ซาราพักยิ้มให้เจ้าหล่อน “แล้วข้าจะบดกระดูกมันจนเป็นธุลีเทวดาแล้วชำแหละเครื่องในเพื่อค้นหาจุดกำเนิดวิญญาณ ถ้าในเทวดายังหาไม่ได้ละก็ คนอย่างเราๆ จะไปหวังอะไรล่ะ”

“เจ้าจะฆ่าเขาเพราะยังงี้เองรึ” อเก็ตต้าถามพลางเหลียวหาอาวุธ

“ถึงจะได้อะไรน้อยกว่านี้ข้าก็จะฆ่ามันละ หลายปีมาแล้วข้าอุตส่าห์ลักลอบขโมยศพมาชำแหละเพื่อเสาะหาวิญญาณมนุษย์ ที่อยากเห็น เอ๊ย ไม่ใช่ อยากนักหนาที่จะได้เจอตัวเป็นๆ อย่างนี้สักตัว” ซาราพักหยุดพูด ฟันกระทบกันกึกๆ เขามองเจ้าหล่อนพลางอมยิ้ม ใบหน้าผอมยาวขาวซีดปรากฏรอยยับย่น “บางทีเจ้าอาจสนใจเป็นคู่คิดร่วมค้นหากับข้า ข้าต้องการผู้ช่วยเสมอ และเจ้าก็งามต้องตาข้าเหลือเกิน”

“ถ้าข้าร่วมงานกับเจ้า แล้วข้าจะได้อะไรล่ะ” อเก็ตต้าถามอย่างระแวดระวัง

“ข้าจะรับเจ้าเป็นภรรยา เป็นนายหญิง เจ้าจะได้ไม่ต้องทำงานอีกแล้ว เจ้าจะมีคนรับใช้ส่วนตัวไว้คอยรับใช้ในบ้าน นายแพทย์และนางซาราพักจะเปิดบ้านเลี้ยงรับรอง...” ซาราพักหน้าบานเมื่อนึกเห็นภาพที่มาดหมายในใจ “เราจะได้ไปอยู่ลอนดอนใหม่กัน เพื่อนฝูงข้ามีตำแหน่งใหญ่โตอยู่แล้ว แถมในไม่ช้าอาจจะมีตำแหน่งสูงขึ้นไปอีกด้วย”

“สูงแค่ระดับเชือกแขวนคอที่ตะแลงแกงไทเบิร์นน่ะสิ เพื่อนของเจ้าน่ะก็แค่หมอเถื่อนกระจอกๆ เจ้านี่เพ้อเจ้อได้เหลือเชื่อจริงๆ"

“อะไรๆ มันไม่คงอยู่เหมือนเดิมตลอดไปหรอกนะ ดาวดวงหนึ่งกำลังใกล้เข้ามาแล้ว จะมาสร้างอนาคตใหม่ให้เราทุกคน ลอนดอนจะพินาศ เพื่อนข้าเพิ่งบอกเมื่อคืนนี้เอง เขาจะสร้างเมืองใหม่ เป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่รุ่งเรือง ทรงอำนาจ ไม่มีหนูและไร้คนโง่เขลา” ซาราพักถูมือ “ข้ามีส่วนในแผนการด้วยนะ ลองนึกภาพดูสิ นายแพทย์ซาราพักผู้อาวุโสนั่งร่วมโต๊ะกับคนร่วมระดับ”

“เพื่อนเจ้านี่รสนิยมแย่นะ ข้านะไม่ยอมแม้แต่จะให้เจ้ากินข้าวร่วมชามกับหมาของข้าด้วยซ้ำ” อเก็ตต้าตอกกลับอย่างเจ็บแสบ

ซาราพักลูบคาง “แล้วไอ้หมาตัวนั้นไปไหนเสียล่ะ”

อเก็ตต้านิ่งคิดก่อนพูด “มันไม่อยู่ ชอบออกไปข้างนอกเรื่อยเลยแต่ก็กลับมาเสมอแหละ” เจ้าหล่อนตอบอย่างกระวนกระวาย สีหน้าซ่อนความรู้สึกไว้ไม่มิด

“ดีละ งั้นเป็นอันว่าข้าไม่ต้องกลัวอะไรแล้วซิ พ่อเจ้าก็ต้องมนตร์หลับ เจ้าหมาก็ไม่อยู่ เหลือแต่ข้ากับเจ้าเท่านั้น...ไม่มีใครหรืออะไรมาขัดจังหวะได้” ซาราพักลุกจากเก้าอี้และเดินตรงเข้าหาเจ้าหล่อน

อเก็ตต้ายกขอบโต๊ะขึ้นผลักเข้าใส่ซาราพักสุดแรงเกิด ถุงแป้งตกลงบนพื้น ผงแป้งสีขาวกระจายฟุ้งไปทั่ว ซาราพักพุ่งพรวดข้ามโต๊ะที่หงายเค้เก้มาหาเจ้าหล่อน แต่อเก็ตต้าหลบฉากเข้าข้างหลังพ่อ เมื่อซาราพักพยายามคว้าจับตัว เจ้าหล่อนก็ผลักเก้าอี้เข้าใส่เขา ร่างหนักอึ้งที่หลับไม่ได้สติของแคดมุส เลเมี่ยนหล่นพลั่กชนซาราพักคว่ำลงแล้วคล่อมทับ ถ่วงร่างเขาติดไว้กับพื้นหินเย็นเฉียบ แต่เมื่อเจ้าหล่อนวิ่งไปที่ประตู ซาราพักก็เอื้อมมือออกมากำเท้าเจ้าหล่อนไว้ได้ เขากำแน่น...แน่นเสียจนอเก็ตต้ารู้สึกว่านิ้วที่เย็นเฉียบจิกลึกลงในเนื้อ

เจ้าหล่อนใช้มือข้างหนึ่งยึดด้ามจับประตูและเหนี่ยวตัวสุดแรงเกิดจะให้หลุดจากเงื้อมมือของซาราพัก แต่เขาจับข้อเท้าเจ้าหล่อนไว้แน่น พลางกัดฟันขณะพยายามดึงแขนอีกข้างที่ถูกร่างเลเมี่ยนทับไว้ให้เป็นอิสระ “จ้างให้ข้าก็ไม่ปล่อยเจ้าไปหรอก” เขาหายใจหอบ ยึดข้อเท้าอเก็ตต้าแน่นขึ้นอีก “หยุดนา นังหนู ยอมข้าเสียดีๆ!” ซาราพักตะกายพื้นพาร่างตัวเองและพ่อของอเก็ตต้าใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ

เมื่อดึงมือที่ถูกทับออกได้ ซาราพักก็ใช้มือทั้งสองรวบขาเจ้าหล่อนไว้ อเก็ตต้าจำต้องปล่อยด้ามจับประตูหันไปคว้าขวดสีน้ำตาลเล็กๆ บนหิ้งเหนือเตาไฟมาสาดของเหลวในขวดใส่หน้าเขา ซาราพักแผดร้องเพราะน้ำส้มสายชูเข้มข้นเข้าตาจนแสบร้อน เขาปล่อยมือจากอเก็ตต้าและพยายามปาดน้ำส้มออกจากหน้าขณะที่เจ้าหล่อนวิ่งไปที่ประตู

“ขอให้แกตกนรก ไอ้ซาราพัก ตกนรกหมกไหม้เพราะบังอาจทำยังงี้” เจ้าหล่อนตะโกนตอนกระแทกประตูปิดเต็มแรงและยืนหอบอยู่ตรงโถงทางเดิน ก่อนจะเอื้อมไปหยิบกุญแจเหล็กดอกหนาจากหลังขื่อประตูไม้ ลั่นดาลปิดประตูแล้วโยนลูกกุญแจข้ามโถงไป เสียงมันกระทบพื้นหินเมื่อลื่นไถลและกระดอนข้ามฟากห้องไปกองข้างเตาไฟหน้ารูหนูตรงมุมห้อง

เน็มโมเร็นซิสอยู่ที่โถงทางเดิน กำลังดูดกลืนลูกสุดท้ายที่ยังเหลือในกองไฟ อเก็ตต้าถลาข้ามโถงในสองก้าวไปพยายามยกคัมภีร์นั้นขึ้นจากพื้น แต่มันร้อนไหม้มือจนเกินจะทนไหว อีกฟากหนึ่งของประตูครัวนั้น อเก็ตต้าได้ยินซาราพักดิ้นรนพยายามสลัดร่างเลเมี่ยนให้พ้นจากตัว เจ้าหล่อนมองเข้าไปในห้องอาหาร บนเก้าอี้ทุกตัวมีแต่แขกนั่งหลับ บางคนหน้าคว่ำคาจานเพราะต้องมนตร์ตอนกำลังกินอาหารเย็นอยู่ บ้างก็นอนขดอยู่บนพื้นข้างเตาไฟเหมือนแมวที่จับหนูกินอิ่มแล้ว นายแมนเพอร์ดินั่งอยู่ที่โต๊ะยาว ผ้าพันแผลที่พันปิดรอยแผลศักดิ์สิทธิ์คลายออกและทิ้งชายลงกองสุมบนพื้น อเก็ตต้าจ้องดูหยดเลือดสีแดงเข้มที่ซึมจากรูแผลบนหลังมือเขา ค่อยๆ ไหลย้อยทางลงมาตามนิ้วมือ

เจ้าหล่อนเตะเน็มโมเร็นซิสอย่างฉุนเฉียวก่อนขึ้นบันไดไป เมื่อเปิดประตูห้องนอนก็ได้ยินเสียงแม่กรนสนั่นหวั่นไหว แม่เป็นคนหลับเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเพราะเมาเหล้าหรือต้องมนตร์ แต่เมื่อหันมาเห็นบันไดที่ทอดขึ้นไปสู่ห้องใต้หลังคา เจ้าหล่อนรู้สึกว่าอุณหภูมิรอบตัวลดลงอย่างกะทันหันจนเย็นสันหลังวาบ ลองมองรอบๆ ด้วยหวาดว่าจะพบผีบลูสกิน แดนบี้ แต่เท่าที่เห็นก็คือคนเช่าคนหนึ่งกำลังนอนห่มเสื้อคลุมพิงกำแพงอยู่ รองเท้าบู้ตสกปรกแลบออกมาจากชายเสื้อ อเก็ตต้าย่องต่ออีกหลายก้าวไปที่บันได แล้วค่อย ๆ ไต่ขึ้นไปจนกระทั่งถึงประตู เจ้าหล่อนล้วงกุญแจไขประตูอย่างรวดเร็ว แล้วก้าวเข้าไปข้างใน

เทกาตัสนั่งอยู่ เขาถูกล่ามโซ่ ศีรษะถูกโกนเกลี้ยง มือทั้งคู่ถูกใส่กุญแจติดกันไว้ เสื้อคลุมไร้แขนหลวม ๆ ยาวถึงเข่าเปรอะเปื้อนด้วยเลือด มีเลือดไหลหยดลงบนตัก อเก็ตต้าได้เห็นแก่ตาแล้วว่าพ่อและซาราพักทำอะไรลงไป

เทวดาเงยหน้าขึ้นและฝืนยิ้มให้เจ้าหล่อน “ข้าได้ยินเสียงเจ้าร้องให้ช่วย แต่ทำยังไง ข้าก็รวบรวมพลังไปหาเจ้าไม่ได้ ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะอยากเห็นข้าในสภาพเช่นนี้”

“ข้าเจอซาราพัก มันบอกแล้วว่าจะเอาผมและขนปีกเจ้าไปทำอะไร” อเก็ตต้าพูดเบาๆ

“เขาตัดเล็บข้า ตัดลึกจนเลือดออก เขาหัวเราะกันใหญ่ตอนที่ช่วยกันทำอย่างนี้กับข้า” เขาหยุดพูดและมองอเก็ตต้าอย่างสิ้นหวัง “ข้าเป็นเทวดาตกสวรรค์ ข้ามาอยู่ที่นี่เพราะอยากมาเอง ข้าตกหลุมรักหญิงที่ข้าถูกส่งมาช่วยชีวิต แต่พอสบตานางข้าก็ลืมตัวและลืมแม้แต่ว่าข้าเคยเป็นใคร ข้าไม่รู้เลยว่านางได้ยอมตนเป็นสาวกภูตร้ายที่มุ่งทำลายพวกเราทุกคนไปแล้วชั่วนิรันดร์” เทกาตัสสลัดโซ่กระทบพื้นไม้ดังกึงกัง “ข้าเคยคิดว่าเทวดาอยู่เหนืออำนาจของมัน ทว่าแม้แต่เราก็ยังติดบ่วงมันจนได้”

อเก็ตต้ารีบพูดขึ้น “เทกาตัส ข้าต้องการให้เจ้าเข้มแข็ง ข้าพบคัมภีร์เล่มหนึ่ง และกำลังจะเอาไปให้เพื่อนที่สะพานลอนดอน ข้าต้องการให้เจ้าช่วยข้า”

“ข้าช่วยตัวเองยังไม่ได้เลย” เทวดาตอบ เขาหยุดพูดและเงี่ยหูฟัง “นายซาราพักกำลังพยายามออกจากห้องครัวแล้ว ข้าได้ยินเสียงเขาทุบประตูอยู่”

อเก็ตต้าไม่สนใจฟังเรื่องที่เขาพูด “ข้าอยากให้เจ้าไปกับข้า ไปหาแธดเดียสเพื่อนข้า เขาคงจะช่วยเราทั้งคู่ได้” เจ้าหล่อนล้วงกุญแจจากกระเป๋าออกยื่นให้เทกาตัส “จะต้องมีสักดอกหนึ่งที่ไขโซ่ทั้งหมดได้” อเก็ตต้ามองเห็นกุญแจทองแดงดอกเล็กๆ มีอักษรตัวจิ๋วสลักเป็นภาษาที่เจ้าหล่อนไม่เข้าใจ จึงหยิบแว่นออร์มุซในกระเป๋าออกมาส่องตัวจารึกและอ่านออกเสียง “เทวดาผู้ละทิ้งรัศมีแห่งความดีงาม จะถูกกักขังไว้ในความมืด พันธนาการด้วยโซ่ตรวนตลอดกาลเพื่อรอวันพิพากษา” อเก็ตต้ามองเทกาตัส “หมายความว่าอย่างไร”

“เป็นคำเตือนสำหรับข้า หมายความว่าแม้เจ้าปลดปล่อยข้าจากโซ่ตรวนวัตถุนี้ ข้าก็ไม่มีวันหลบหนีพ้น ข้าจะถูกจองจำจนกว่าจะถึงวันพิพากษา ข้าละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างมาเอง และนี่คือรางวัลที่ข้าได้รับ”

“เจ้าไม่มีทางแก้ไขเลยหรือ” เจ้าหล่อนถาม

“มีทางเดียวคือกลับสวรรค์และวอนขออภัยโทษจากเหล่าเทวดา แต่สายเกินไปแล้วละ” เทกาตัสหยุดพูดและมองอเก็ตต้า เขาเห็นแว่นขยายส่องเป็นประกายในมือเจ้าหล่อน “เจ้าได้ลูกแก้วออร์มุซมาจากไหนกัน ข้าเคยเห็นมันมาก่อนครั้งเดียวเท่านั้น”

“จากแธดเดียส” เจ้าหล่อนกล่าวอย่างภูมิใจ “เขาว่ามันเป็นของขวัญพิเศษสำหรับข้าคนเดียว”

“แธดเดียสนี่ท่าจะฉลาดเอาการ ข้าชักอยากจะรู้จัก”

“เขาขอให้ข้าหาคัมภีร์ให้ ข้าก็พบมันแล้ว” อเก็ตต้าเล่าต่อ “‘นำเน็มโมเร็นซิสมาให้ข้า แธดเดียสจะได้มีความสุขเพราะเจ้า’ เขาบอกยังนั้น และข้าก็อยากทำให้เขามีความสุข”

“เจ้าชอบแธดเดียสเพราะเขาดีกับเจ้าหรือ”

“เขาใจดี เงียบๆ และรอบคอบ เขาบอกว่าจะทำอาหารค่ำให้กินด้วย เรียกว่าเลี้ยงกันให้สนุกตลอดคืนเลยแล้วจะได้นั่งชมฟ้ารุ่งด้วยกัน”

อเก็ตต้าสอดกุญแจเข้าช่องไขออกทีละอันๆ ตรวนหลุดจากข้อมือเทกาตัส เขาเป็นอิสระแล้ว

เทวดายืนขึ้นและเหยียดแขนออก “ซาราพักกำลังพังประตู” เขาพูดขึ้นราวกับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องครัว “ถ้าเจ้าต้องการหนีจากที่นี่ เราควรไปเดี๋ยวนี้เลย”

“เร็วเข้า” อเก็ตต้าตอบ รีบคว้ามือเทกาตัส “เจ้าจะต้องไปเอาเสื้อผ้าพ่อข้าที่ห้องมาใส่ ขืนออกไปข้างนอกทั้งอย่างนี้ คนคงคิดว่าเจ้าหนีมาจากโรงพยาบาลบ้าและจับเจ้าส่งกลับไปที่นั่นก่อนเราจะเดินไปถึงถนนเสียอีก”

ตอนที่คว้ามือเทกาตัสพาวิ่งลงบันไดมา เจ้าหล่อนไม่ได้นึกกลัวผีบลูสกิน แดนบี้ รู้สึกเหมือนกับเขาไร้น้ำหนัก เหมือนแรงดึงดูดของโลกไม่ได้ถ่วงเขาไว้

ทั้งคู่ไปที่ห้องของแคดมุส เจ้าหล่อนรุนตัวเขาเข้าห้องและรออยู่ข้างนอก อเก็ตต้าบอกให้เทกาตัสหยิบรองเท้าบู๊ตสภาพดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ เสื้อนอกแบบพอดีตัวยาวคลุมเข่าและเสื้อเชิ้ตเนื้อหนาสำหรับใส่หน้าหนาว แคดมุสเก็บเสื้อผ้าพวกนี้ไว้ใส่ในโอกาสพิเศษเหมาะๆ เช่น ใส่ไปร่วมขบวนแห่ศพหรืองานเลี้ยงไว้อาลัยเพื่อนผู้เสียชีวิต เขาชอบงานศพที่มีม้าดีๆ ลากรถม้าบรรทุกศพคันยาว มีแม่ม่ายร่ำไห้และสุนัขล่าสัตว์หอนโหยหวนนำหน้าขบวน ต้องงานศพเท่านั้นถึงจะน่าลุกขึ้นมาแต่งตัวดีๆ

เทกาตัสเปลี่ยนเสื้ออย่างรวดเร็วและเดินออกมาในชุดเสื้อนอกทับเชิ้ตจีบระบาย กางเกงรัดเข่าขนแกะและรองเท้าบู๊ตแบบฝรั่งเศส ดูเป็นผู้ดีอังกฤษทุกกระเบียดนิ้ว อเก็ตต้ายิ้ม

เมื่อทั้งสองคนเดินเข้าโถง เทกาตัสเห็นเน็มโมเร็นซิสวางอยู่บนพื้นข้างๆ เตาไฟ หน้าคัมภีร์ร้อนจนควันกรุ่น เขารีบก้มหยิบคัมภีร์ขึ้นมาอย่างง่ายดายและหนีบมันไว้ข้างตัว “ต้องควบคุมมันไว้ให้ดี” เขากล่าว “เน็มโมเร็นซิสรับรู้ความคิดของเจ้าและหาประโยชน์จากความกลัวของเจ้าได้ ถ้ายอมมัน คัมภีร์นี่จะควบคุมเจ้าและเล่นเล่ห์กับจินตนาการของเจ้า”

“มันก็แค่คัมภีร์กระดาษ ไม่ใช่หรือ”

“เน็มโมเร็นซิสคือหัวใจของเวทมนตร์ มันถูกขโมยมาจากสวรรค์และจำต้องนำกลับคืนสู่สวรรค์” ท่าทางเทกาตัสดูแปลกไป ดวงตาสีเขียวมรกตแวววาวด้วยความกระตือรือร้นที่อเก็ตต้าไม่เคยเห็นมาก่อน เขาก้าวเดินอย่างองอาจผึ่งผาย น้ำเสียงมุ่งมั่นเปี่ยมพลัง “เจ้าจงพาข้าไปพบเพื่อนของเจ้า” เขาพูดขณะเดินไปที่ประตูห้องครัว “หยุดเสียที ซาราพัก จงอยู่เฉยๆ ถ้าเจ้าไม่หยุดทุบประตู ข้าจะเข้าไปฉีกหูดึงลิ้นเจ้าออกมาเสียเอง เจ้าควรจะนั่งคอยจนกว่าทั้งบ้านจะพ้นจากมนตร์อะไรก็ตามที่เจ้าสะกด เข้าใจไหม”

ซาราพักหยุดทุบประตู

“เรียบร้อยแล้ว” เทกาตัสพูดขณะหันมาทางอเก็ตต้า “ไปที่ถนนกันเถอะ ขอให้หมู่ดาวส่องแสงอวยพรเราด้วย!”

ทั้งสองคนออกจากบ้านมุ่งไปหน้าสู่แม่น้ำฟลีต หมอกยังคงหนาทึบ ปกคลุมบ้านเรือนและบดบังท้องฟ้ายามค่ำคืน เสียงรถม้าวิ่งกึงกังจากข้างหลังมาหยุดกึกตรงหน้าบ้านเช่า อเก็ตต้ากับเทวดาหลบอยู่ตรงช่องประตูร้านขายผ้า มองเห็นเบล้กและบอนนั่มกระโจนลงจากรถม้าและวิ่งฝ่าหมอกที่หมุนวนเข้าไปในบ้าน

เทกาตัสมองอเก็ตต้าในแสงสลัว “สงสัยว่าเขากำลังหาตัวเจ้าและคัมภีร์เล่มนี้อยู่ เจ้าขโมยมันมาใช่ไหม”

อเก็ตต้าเมินหน้าด้วยความรู้สึกผิด เป็นครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกละอายใจ เหมือนกับมีคำว่าโกหก เขียนอยู่เต็มหน้าและไม่สามารถปิดบังได้ ถึงตอนนี้ทุกอย่างที่เจ้าหล่อนเก็บงำไว้ในความมืดถูกเปิดเผยด้วยแสงสว่างที่เปล่งประกายมาจากเทวดา

“สองคนนี่ใครกัน” เทกาตัสถาม เขากางเสื้อนอกกำบังอเก็ตต้าขณะเดินอย่างรวดเร็วมุ่งหน้าไปสะพานลอนดอน

“เมื่อคืนมีสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งมาที่บ้านเจ้านายข้าที่บลูมสเบอรี่ มันรูปร่างเหมือนคน หน้าเป็นใบโอ๊ก ผิวเหมือนดินแฉะๆ กลิ่นเหมือนป่าเหม็นเขียว ตาก็เรืองแสงเหมือนดวงไฟ มันพยายามขัดขวางไม่ให้ข้าเอาเน็มโมเร็นซิสมา สองคนนั้นยิงมัน ข้าเลยหนีและหยิบคัมภีร์ติดมาด้วย ข้าจำเป็นต้องทำ”

“เจ้าไม่มีสิทธิ์จะเอามา และเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเก็บมันไว้ เน็มโมเร็นซิสเป็นคัมภีร์พยากรณ์ ไม่ได้มีไว้ให้คนอ่าน ความลับในคัมภีร์นี้ลึกล้ำเกินกว่ามนุษย์จะจินตนาการได้”

“ข้ารู้ว่ามันเกี่ยวกับดาวหางที่กำลังพุ่งมายังโลก ข้าได้ยินเบล้กพูดถึงเรื่องนี้หลังเกิดฟ้าไหว มันมาแล้ว อยู่เหนือหัวเรานี่เอง” อเก็ตต้าชี้นิ้วผ่านสายหมอกขึ้นไป

“เขาตั้งชื่อดาวหางหรือยังล่ะ” เทกาตัสถามอย่างวิตกกังวล

“ดาวพิษเวิร์มวู้ด...เขาเรียกมันว่า ดาวพิษเวิร์มวู้ด” เจ้าหล่อนตอบตะกุกตะกัก

“ถ้างั้น เราก็หลือเวลาน้อยมาก โชคชะตาของเราขึ้นอยู่กับแต่ละชั่วยาม เมื่อมังกรฟ้าเข้ามาใกล้ เราจะได้เห็นความบ้าคลั่งปั่นป่วนทั่วท้องฟ้าและพื้นดิน มันจะปลดปล่อยพลังอำนาจออกมาชนิดที่ไม่เคยมีใครพบเห็นกันนับแต่ยุคสร้างโลก ข้าขอภาวนาให้แธดเดียสเพื่อนเจ้าเป็นคนที่สามารถช่วยเราได้”


บทแปลนี้มิใช่เวอร์ชั่นก่อนพิมพ์เล่ม
จึงยังมีความลักลั่นเรื่องชื่อสถานที่อยู่บ้าง
ขออภัยด้วยค่ะ

(ติดตาม
บทที่ 15 - วิกาลภูตกับผู้คุม
วันที่ 22 กรกฎาคม ค่ะ)

LITERATURE
 ขอบคุณของแต่งบล็อกจากอินเทอร์เน็ต



Create Date : 19 กรกฎาคม 2562
Last Update : 19 กรกฎาคม 2562 4:53:07 น. 36 comments
Counter : 315 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณkae+aoe, คุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณตะลีกีปัส, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณวลีลักษณา, คุณmcayenne94, คุณอุ้มสี, คุณที่เห็นและเป็นมา, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณAsWeChange, คุณtuk-tuk@korat, คุณเริงฤดีนะ, คุณสันตะวาใบข้าว, คุณThe Kop Civil, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณชีริว, คุณtoor36, คุณตุ๊กจ้ะ, คุณเนินน้ำ, คุณTui Laksi, คุณlife for eat and travel, คุณSai Eeuu, คุณALDI


 


สวัสดียามเช้าครับพี่ภา

ตอนนี้เข้มข้นด้วยเรื่องราวของมนตร์
และมีเทวดาด้วย
ไคมีร่า ทำให้ผมนึกถึงสัตว์ประหลาดที่เคยอ่านให้หมิงหมิงฟังตอนเป็นเด็ก
ฝรั่งเขาก็เชื่อในเรื่องเวทมนตร์และปีศาจอยู่ไม่น้อยนะครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 กรกฎาคม 2562 เวลา:6:40:31 น.  

 
วันนี้โหวตหมดค่ะพี่ภาคนสวยสมวัย
เรื่องนี้ทำไมชื่อตัวละครมันออกเสียงยากจังนะคะ



โดย: หอมกร วันที่: 19 กรกฎาคม 2562 เวลา:8:04:09 น.  

 
สวัสดียามเช้าค่ะ เดินทางมาถึงบท14 แล้ว


โดย: kae+aoe วันที่: 19 กรกฎาคม 2562 เวลา:8:11:00 น.  

 
ส่งกำลังใจไว้ก่อนครับ พี่ภา



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 19 กรกฎาคม 2562 เวลา:8:23:52 น.  

 
มาส่งกำลังใจนะคะพี่

หนูเองงดกินเนื้อมายี่สิบปีค่ะ เพิ่งมากินไม่กี่ปีนี้เอง 555

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ภาวิดา คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 19 กรกฎาคม 2562 เวลา:8:58:26 น.  

 
อ่านจบบทที่ 14
เน็มโมเร็นซิสที่แท้เป็นคัมภีร์เทวดา
เทกาตัส เทวดาไร้ผมไร้ปีก แต่ก็ยังมีฤทธิ์
วันก่อนพี่ภาบอกจะช่วย+ตายแทนนางเอก เมื่อเจอแธดเดียสตัวร้าย



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 19 กรกฎาคม 2562 เวลา:13:38:03 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะ

อเก็ตต้าจะช่วยเทกาทัสให้พ้นเงื้อมมือจากซาราพักและแธดเดียสได้หรือไม่ จะน้ำคัมภีร์กลับสวรรค์พร้อมดาวลมพิษหรือไม่ น่าตามค่ะ เผื่อจะได้ขนนกวิเศษมาขอสิ่งหวังสักอันสองอันค่ะ...แฮ่ะ
วันนี้ฝนตกหนัก นอนสบายจนไม่อยากลุกมาทำอะไรเลยค่ะ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 19 กรกฎาคม 2562 เวลา:16:41:33 น.  

 
นั่งอ่านลงมาเรื่อย ๆ สองครั้ง...

นึกเลยว่า นักประพันธ์จินตนาการไกลมาก...
ไม่ง่ายเลย..


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 19 กรกฎาคม 2562 เวลา:17:13:55 น.  

 
กำลังสนุกเลยค่ะ ในที่สุด เทกาตัส ก็เป็นอิสระแล้ว รอตอนต่อไปค่ะ


โดย: วลีลักษณา วันที่: 19 กรกฎาคม 2562 เวลา:18:45:12 น.  

 
ดีใจที่ได้ปลดปล่อยเทวดาตกสวรรค์ออกจากห้องใต้หลังคา แม้จะไม่เหลือปีกและผมก็ตาม ต่อไปคงต้องไปสู้กับแธดเดียส อเกตต้าไม่น่าจะเชื่อเขาง่ายๆค่ะ


โดย: mcayenne94 วันที่: 19 กรกฎาคม 2562 เวลา:18:58:21 น.  

 
รพ.รัฐหมอและพยาบาลทำงานหนักมากจริงๆครับ
คนไข้ล้นวอร์ด อย่างที่เชียงใหม่ รพ.มหาราช ผมว่าคนก็น่าจะต้องไปรอคิวตั้งแต่ตี 5 ได้ตรวจ 8 โมง รับยาจ่ายเงินเสร็จก็เที่ยงพอดี
ผมเข้า รพ.เอกชนอย่างต่ำก็มี 2 ชั่วโมงต่อครั้ง

เคยคิดเล่นๆนะครับพี่
ว่าถ้าจัดการระบบดีดี ใช้ AI เข้ามาช่วยด้วย
ไป รพ.ครั้งนึงเหลือแค่ 15 นาทีน่าจะดีครับ 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 กรกฎาคม 2562 เวลา:20:10:19 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ผู้ชายในสายลมหนาว Diarist ดู Blog
tuk-tuk@korat Hobby Blog ดู Blog
ภาวิดา คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog

พี่ภาเขียนได้เนียนมากค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 19 กรกฎาคม 2562 เวลา:20:19:49 น.  

 
สวัสดี ค่ะ พี่ภา

ตามมาอ่าน ดาวพิษ ตอนที่ 14 ต่อ ค่ะ เนื้อหา
ตอนนี้ น่าตื่นเต้น ตอนที่ ซาราพัก จะปล้ำอเก็ตต้า
หล่อนก็เก่งมากนะ สู้จนรอดตัว
ต้องมาลุ้นต่อไปว่า คัมภีร์เล่มนี้ สุดท้ายแล้ว
เทกาตัส จะนำกลับสวรรค์ได้ไหม และ จะตกเป็นของ
ใคร ต่อไป เนาะ

โหวดหมวด งานเขียน ฯ


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 19 กรกฎาคม 2562 เวลา:22:04:30 น.  

 
ผมหวังว่ารุ่นหมิงน่าจะทำได้ครับพี่ 555
ไปหาหมอใช้เวลา 15 นาที
แล้วประชาชขนบ่นว่าช้ามากเลย
หวังว่าจะได้ยินประโยคนี้ครับ 555

หนังผีฝรั่งทำออกมาได้หลอนกว่าหนังผีไทยจริงๆครับพี่
ผีไทยส่วนใหญ่จะสร้างในรูปแบบซ้ำๆเดิมๆ
ฉากไหนเป็นภาพจำก็ทำเหมือนเดิมตลอดเลยนะครับ





โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 กรกฎาคม 2562 เวลา:22:59:54 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่ภา



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 กรกฎาคม 2562 เวลา:6:15:49 น.  

 
ไปลงสวนก่อนเดี๋ยวมาอ่านค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 20 กรกฎาคม 2562 เวลา:7:51:32 น.  

 
ขอบคุณค่ะพี่ภา

ทำที่เดียวทานทั้งวันค่ะ


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 20 กรกฎาคม 2562 เวลา:10:13:25 น.  

 


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 20 กรกฎาคม 2562 เวลา:10:58:57 น.  

 
สวัสดีวันหยุดค่ะพี่ภา^^



โดย: สันตะวาใบข้าว วันที่: 20 กรกฎาคม 2562 เวลา:14:04:40 น.  

 
ส่งกำลังใจครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 20 กรกฎาคม 2562 เวลา:14:16:16 น.  

 
ในตอนนี้ อเก็ตต้าเกือบเสร็จซะแล้ว
ฝ่าด่านมาได้หลายด่านเชียว
ทั้งด่านความตายและด่านพรหมจรรย์

ได้ไปช่ายเทวดาเทกาตัสมาให้เป็นเสมือนผู้ช่วยนางเอกได้อีก


เรื่องราวเข้มขันทุกตอนแล้ว
ตั้งแต่ตอนที่ 8 เป็นต้นมา
และเริ่มออกแนว hard core จากนี้ต่อไป



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 20 กรกฎาคม 2562 เวลา:14:35:20 น.  

 
เอาใจช่วย เทกาตัสกับอเก็ตต้าค่ะ

ตกลงว่า เน็มโมเร็นซิสเป็นของแธดเดียสจริงเหรอคะ แธดเดียส เป็นคนดีหรือเปล่าน้อ

*** หนูชอบค่ะพี่ภา แห้ง ๆ ก็สวยไปอีกแบบ เขียว ๆ สดชื่นก็สวยไปอีกแบบ คนชอบถ่ายรูปสนุกล่ะค่ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 20 กรกฎาคม 2562 เวลา:18:24:46 น.  

 
หนก่อนค้างไว้หลายตอน แล้วก็หายหน้าไปเป็นเดือน มีตอนใหม่มาให้ค้างเพิ่มขึ้นอีก แหะๆ

ตอนนี้บรรยากาศในฉากดูหลอนขึ้นกว่าเดิมจมหู อเก็ตต้ายังรอดอยู่สินะ อีซาราพักก็ยังอยู่...
มีชื่อที่เพิ่มมาอย่างเน็มโมเร็นซิส เพิ่งมาอ่านตอนนี้เลยไม่รู้ว่ามันคืออะไร คัมภีร์เวทเหรอครับ?
แพะ-สิงโต-มังกร อันนี้คือไคมีร่าชื่อตอนเหรอครับ เป็นแค่จินตนาการของอเก็ตต้าเหรอ?
เห็นคำว่าตะแลงแกงไทเบิร์น ผมไม่แน่ใจว่าตะแลงแกงหมายถึงสถานที่ในสมัยอยุธยาที่เอาไว้ประหาร หรือหมายถึงแดนประหารทั่วๆไปได้ด้วย ลองกลับไปเช็คดู เดิมทีเป็นคำเขมรแปลว่าสี่แยก พอสมัยอยุธยาใช้สี่แยกหน้าตลาดเป็นที่เสียบหัวนักโทษประหาร แล้วก็ใช้คำว่าตะแลงแกงแทนคำว่าแดนประหารจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ แม้ที่ประหารจะไม่ได้เป็นสี่แยกก็ยังเรียกว่าตะแลงแกงอยู่
ว่าแต่ได้เจอเทวดาตัวจริงแล้วเหรอครับ ไอเดียเอาขนปีกเทวดาก็ยังทำอยู่สินะ วิ่งไล่ล่ากันอุตลุดยังจะมีเวลามาแวะคุยกับเทวดาอีก


โดย: ชีริว วันที่: 20 กรกฎาคม 2562 เวลา:20:04:28 น.  

 
กลอนที่วลีเขียนขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ เหมือนระบายสีแต่งภาพค่ะพี่ภา ถ้าอ่านแล้วไม่รู้สึกอะไรเลยนี่คนเขียนต้องพิจารณาตัวเองแล้วค่ะพี่ 5555
ขอบคุณนะคะ


โดย: วลีลักษณา วันที่: 20 กรกฎาคม 2562 เวลา:21:01:02 น.  

 
สวัสดีค่ะ พี่ภา
พอดีมีเวลาเลยแว๊ปมาอ่านต่อค่ะ

ฝรั่งเขาก็มีเทวดาตกสวรรค์
แต่ของเรามีเทวดาตกสวรรคค์มาเกิด
อืมๆก็คล้ายๆกันนะคะ

ส่วนลูกแก้วออร์มุซ
ได้ความจากอากู๋มาว่า เป็นลูกแก้วแห่งวิญญาณ
เรื่องราวสลับซับซ้อนเข้าไปอีก
ต้องติดตามเรื่องราวไปอย่างใกล้ชิดแล้วละคะ

แล้วจะแวะมาใหม่
พี่ภารักษาสุขภาพด้วยค่ะ


โดย: AsWeChange วันที่: 20 กรกฎาคม 2562 เวลา:22:29:54 น.  

 
แวะมาให้กำลังใจในวันหยุดครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 20 กรกฎาคม 2562 เวลา:22:52:05 น.  

 
ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ

จะให้สอนเมื่อไหร่ ที่ไหนดีคะ


โดย: ตุ๊กจ้ะ วันที่: 20 กรกฎาคม 2562 เวลา:23:29:42 น.  

 
เรื่องแปลของพี่ภาหนูยังไม่ได้อ่านเลยค่ะ
แต่ส่งกำลังใจหยอดใส่กระปุกไว้ก่อนนะคะ

วันก่อนหนูไปทานข้าวที่ร้านข้าวสามสีแถวปากช่อง เขาทำผัดผักหวานใส่ไข่ใส่วุ้นเส้นอร่อยมากเลยค่ะ
ปลาทอดขมิ้นก็อร่อยนะคะ


โดย: เนินน้ำ วันที่: 21 กรกฎาคม 2562 เวลา:7:20:19 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ภา

เป็นโต๊ะปูนค่ะพี่ภา ตั้งชื่อว่า โต๊ะพยุงกันปั้น

ไล่ยกให้และแจกฟรี ใครขนได้ยกให้เลยค่ะ ฮี่ๆ

ขอบคุณค่ะที่ชอบเจ้าพจ เขาตายไปแล้วค่ะพี่

โดนรถชนตาย เพราะขาเจ็บไปเยียบโดนหนาม

กระสุน แล้ววิ่งข้ามถนนไม่ทันค่ะ ไปเจอรูปเก่าๆ

เลยมาอัพบล็อกเล่น

ขอบคุณมากค่ะพี่ภาที่แจมเล่นกับโอเล่



โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 21 กรกฎาคม 2562 เวลา:14:04:39 น.  

 
ทักทายกันไว้ก่อนคร้าคุณพี่ภา
อ่านไปได้แค่ครึ่งเดียวเอง
ขอไปต่อก่อนนะคร้า ว่างอีกจะแว๊บมาอ่านต่อคร้า
เราอ่านไปไม่ติดต่อ ลืมชื่อตัวละครจำสับสนละที่นี้ 5 5


โดย: Tui Laksi วันที่: 21 กรกฎาคม 2562 เวลา:15:13:48 น.  

 
อ๋อ...ลืมขอบพระคุณด้วยนะคะ
ในคำชมที่สร้างกำลังใจ
ให้คนอัพบล็อกอย่างยิ่งจร้า


โดย: Tui Laksi วันที่: 21 กรกฎาคม 2562 เวลา:15:15:20 น.  

 
มาทักทายพี่ภาตอนค่ำๆเลยครับ
เพิ่งออกกำลังกายเสร็จ
ฝนทำท่าจะตก
แต่ไม่น่าจะตกแรง
อยากให้ตกแรงๆ
เชียงใหม่ร้อนจัดมา 3-4 วันแล้วล่ะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 กรกฎาคม 2562 เวลา:19:14:44 น.  

 
รอบทใหม่พรุ่งนี้ค่ะพี่ภา

วันนี้หนูก็ไม่ได้ออกไปไหนค่ะ ทำงานบ้านวนไป แล้วก็เข้าบล็อกแก๊งนี่ล่ะค่ะ



โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 21 กรกฎาคม 2562 เวลา:19:25:08 น.  

 
แวะมาโหวตและสวัสดีค่าาา


โดย: life for eat and travel วันที่: 21 กรกฎาคม 2562 เวลา:20:43:51 น.  

 
น้ำโขงปีนี้วิกฤตหนักที่สุดเลยนะครับพี่ภา
ไม่ได้แล้งแค่อากาศ
แต่เกิดจากการจัดการด้านการบริหารน้ำไม่ดีครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 กรกฎาคม 2562 เวลา:23:02:13 น.  

 
มาลงชื่อเป็นกำลังใจให้พี่ภาค่ะ


โดย: Sai Eeuu วันที่: 22 กรกฎาคม 2562 เวลา:0:25:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ภาวิดา คนบ้านป่า
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 123 คน [?]




BG Pop.Award #14
BG Pop.Award #13
BG Pop.Award #12
BG Pop.Award #11
BG Pop.Award #10
BG Pop.Award #9
BG Pop.Award #8
BG Pop.Award #7
BG Pop.Award #6
....



เอนทรี่หมวดไดอารี่ เริ่ม ม.ค. 2562
  • ตะพาบ 238 วิถีการกินอยู่ของสว.
  • 3F #40: เข้ากั๊น...เข้ากัน"
  • มวลดอกไม้ในความทรงจำ:เทียนฝรั่ง...
  • มวลดอกไม้ในความทรงจำ:ว่านเสน่หา...
  • ตะพาบ 236 สุสานความคิด
  • มวลดอกไม้ตั้งแต่เริ่มปลูกสวนป่า
  • อาชีพนักแปล เล่มที่ 1
  • 3F ข้าวราดผัดถั่วงอก+ไข่ดาวxxx
  • 3F ข้าวราดผัดเครื่องแกงไก่กับ..+ไข่เจียว
  • ตะพาบ 234 ความดีที่คู่ควรแก่การไหว้
  • ตะพาบ 233 เรื่องที่เรา(ไม่สำนึก)เสียใจ
  • 3F ผัดผักหวานกับวุ้นเส้นใส่ไข่
  • ตะพาบ 232 ความเป็นไทย
  • ตะพาบ 231 มิ่งมิตร
  • ตะพาบ 230 ความกลัว
  • ตะพาบ 229 สนามรบ
  • ตะพาบ 228 ต้นไม้ ดอกไม้
  • ตะพาบ 227 ถ้า 1 ปีมี 10 เดือน xx
  • 3F ยำทวาย
  • ตะพาบ 226 พักใจ
  • ชมดอกไม้ที่สิงคโปร์ ตอน 3
  • ตะพาบ 225 เฝ้ารอ
  • ชมดอกไม้ที่สิงคโปร์ ตอน 2
  • ตะพาบ 224 ความกล้าหาญครั้งสุดท้าย
  • 3F แกงขี้เหล็กกับหมูย่าง
  • ชมดอกไม้ที่สิงคโปร์ ตอน 1
  • ตะพาบ 223 เพื่อนใหม่
  • อุ่นเครื่องชมดอกไม้ที่สิงคโปร์x
  • เอื้องมะลิ/หวายตะมอย
  • ตะพาบ 222 ของขวัญที่ไม่อยากได้
  • Cattleya skinneri'Casa Luna'
  • ตะพาบ 221 คู่หู
  • 3F แกงส้มมะรุมกับกุ้ง
  • ปลูกป่าไม้ใหญ่: กระดังงาไทย+นกแก๊ก
  • ตะพาบ 220 ไล่
  • ตะพาบ 219 แพงที่สุดที่เคยซื้อ
  • การเขียนบล็อก 2551-ปัจจุบัน
  • --<>--

    เอนทรี่หมวดสัตว์เลี้ยง เริ่ม ม.ค. 2562
  • เจ้านุ้งกับเสื้อสลายพลังซ่า
  • เจ้านุ้งไม่ชอบใส่เสื้อ&ไม่สู้อากาศเย็น
  • เจ้านุ้งเจาะเลือดเช็คเกล็ดเลือด
  • เจ้านุ้งรายงานตัวอาการดีขึ้น
  • เจ้านุ้งกับผลอัลตร้าซาวด์
  • เจ้านุ้งป่วยหนักมากขึ้น
  • เจ้านุ้งไม่ฉะบาย
  • เจ้านุ้ง"รู้เยอะ"มากขึ้นทุกวันx
  • เจ้านุ้งเกือบ 5 ขวบแล้ว รู้เรื่องและเลี้ยงง่าย
  • เจ้านุ้งโดนแกล้งจนหัวเป็นกระเซิง
  • เจ้านุ้งยังร้อนไม่เลิกแต่ก็มีความสุข
  • เจ้านุ้งผจญอากาศร้อนระดับพระกาฬ
  • เจ้านุ้งกับขนสั้นรับลมร้อน v
  • เจ้านุ้งเฝ้าบ้านให้แม่ไปเที่ยว(อีกแล้ว)
  • เจ้านุ้งเมื่อวันที่อุณหภูมิ 16 องศา
  • เจ้านุ้งกับการดูแลบริเวณบ้าน
  • เจ้านุ้งกับผลไม้สุดโปรด
  • --<>--

    เอนทรี่หมวดงานเขียน เริ่ม เมย.62
  • ตะพาบ 237 วิธีเขียนบล็อกให้น่าสนใจ
  • ตะพาบ 235 เติมพลัง
  • บทที่ 28 พิธีกรรมในคืนเพ็ญ
  • บทที่ 26 ความผิดพลาด& 27 สงคราม
  • บทที่ 24 เผชิญหน้า.. &บทที่ 25 เทพธิดา
  • บทที่ 22 โลกันตร์.. & บทที่ 23 คลายปม
  • บทที่ 20 มอร์บัส & บทที่ 21 ตามบัญชา..
  • บทที่ 18 รัมสกิ้น & บทที่ 19 รถม้า..
  • บทที่ 17 อรุณสีเลือด
  • บทที่ 16 สมุนไพรศักดิ์สิทธิ์
  • บทที่ 15 วิกาลภูตกับผู้คุม
  • บทที่ 14 ไคมีร่า สัตว์พหุพันธุ์
  • บทที่ 13 ภายใต้ผ้าคลุมหน้า
  • บทที่ 12 กำเนิดปีศาจร้าย
  • บทที่ 11 เมืองต้องมนตร์
  • บทที่ 10 ประสานพลังศาสนเวทย์
  • บทที่ 9 ตายซ้ำเจ็ดครา
  • บทที่ 8 ต้องตายก่อนจึงจะได้เป็นอิสระ
  • บทที่ 7 ร้านบิ๊บเบิ้ลวิคที่สะพานลอนดอน
  • บทที่ 6 คัมภีร์อาถรรพณ์
  • บทที่ 5 ปีกเทวดาตกสวรรค์
  • บทที่ 4 ซอยอินนิโก้
  • บทที่ 3 หมอยา
  • บทที่ 2 เหตุป่วนสมอง
  • บทที่ 1 ดาวพิษเวิร์มวู้ด
  • --<>--
    Friends' blogs
    [Add ภาวิดา คนบ้านป่า's blog to your web]
    Links
     

     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.