Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2562
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
6 กรกฏาคม 2562
 
All Blogs
 
นิยายแปลเรื่องดาวพิษ บทที่ 11 เมืองต้องมนตร์ แปลโดยภาวิดา คนบ้านป่า

LITERATURE
นิยายแปลเรื่องดาวพิษ
บทที่ 11 เมืองต้องมนตร์
แปลโดยภาวิดา คนบ้านป่า
***********************************************************

ความเดิม:
บทที่ 1 ดาวพิษเวิร์มวู้ด
บทที่ 2 เหตุป่วนสมอง
บทที่ 3 หมอยา
บทที่ 4 ซอยอินนิโก้
บทที่ 5 ปีกเทวดาตกสวรรค์
บทที่ 6 คัมภีร์อาถรรพณ์
บทที่ 7 ร้านบิ๊บเบิ้ลวิคบนสพานลอนดอน
บทที่ 8 ต้องตายก่อนจึงจะได้เป็นอิสระ
บทที่ 9 ตายซ้ำเจ็ดครา
บทที่ 10 ประสานพลังศาสนเวทย์

เรื่องราวเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ชักจะอัพไม่ทันใจเพื่อนๆที่ชอบอ่าน รวมทั้งผู้แปลก็อยากลงให้จบเร็วๆแล้ว ต้องการพื้นที่ไปเขียนเรื่องอื่นๆบ้าง


บทที่ 11 - เมืองต้องมนตร์

อเก็ตต้าตื่นขึ้นหลังจากนอนหลับๆ ตื่นๆ มาทั้งคืน ภาพของบลูสกิน แดนบี้ยังแจ่มชัดอยู่ในใจ แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องผ่านเข้ามาทางกระจกหน้าต่างสกปรกของห้องนอน แม่เจ้าหล่อนตื่นแล้วและกำลังกินอาหารเช้า นางนั่งพิงหมอน ตบผ้าปูที่นอนและปัดเศษขนมปังออกจากเตียง หมวกใส่นอนสีขาวมอๆปรกลงมาครึ่งหน้า

“ตื่นสายนี่ เอ็ตต้า” นางพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้งราวกับแก่กว่าอายุสักสองเท่า นางเลเมี่ยนอายุสี่สิบปี ทรุดโทรมกว่าอายุเพราะกินเหล้ายินราคาถูก “เดี๋ยวทั้งเบล้กทั้งพ่อเจ้าก็คงเรียกหาเจ้าหรอก” นางพูดพึมพำพลางซดนมเสียงดังจากขวดที่กอดไว้ในอ้อมแขนและไกวไปมาเหมือนอุ้มเด็ก

“สองคนนั่นรอได้อยู่แล้ว” อเก็ตต้าตอบพลางปัดผมยาวปอยหนึ่งที่ปรกหน้าออก “ข้ามีงานต้องทำให้ตัวเองและต้องไปหาเพื่อนคนหนึ่งด้วย” เจ้าหล่อนแต่งตัวเรียบร้อย แล้วกระโดดลงจากเตียง พยายามไม่มองดูแม่ที่นั่งจมจ่อมเป็นกองเหี่ยวๆ “แม่คงยังอยู่ที่นี่นะตอนข้ากลับ” อเก็ตต้าเหน็บแนมพลางก้าวไปยังประตู “ไม่ต้องทำอะไรให้เหนื่อยหรอก เพราะจริงๆ แล้วพ่อมีเวลาเหลือเฟือที่จะดูแลทั้งแม่ ทั้งธุรกิจนี้ด้วย”

“เขารู้ว่าข้าไม่สบาย แต่พ่อเจ้าน่ะใจดีนะ ก็เพราะเขารักข้านั่นแหละ บางทีเจ้าควรหัดรักใครซะบ้าง” นางเลเมี่ยนตะโกนบอกลูกสาว

อเก็ตต้ารู้สึกหัวหมุนคว้างเย็นยะเยือกไปทั่วร่าง “ข้ารู้ว่าแม่ไม่สบาย แต่ไม่ใช่อย่างที่แม่คิดหรอกนะ ไอ้คำว่ารักอะไรนั่นน่ะเราทั้งครอบครัวไม่รู้จักหรอก”

เจ้าหล่อนกระแทกประตูห้องนอนปิด แล้วโดดเข้าไปในโถงยาว มองตรงไปทางบันไดมืดๆ ไม่มีวี่แววของบลูสกิน มีเพียงคนเช่าบ้านที่นอนขดหลับอยู่กับพื้น ในเสื้อคลุมยาวเลยเข่า บู้ตดำเปื้อนโคลน หายใจครืดคราดกรนอยู่ และกระตุกทุกครั้งที่กรน ทันทีที่ความเย็นยะเยือกแล่นผ่านสันหลังเข้าเกาะกุมหัวใจ เจ้าหล่อนก็ย้อนคิดถึงอดีต พอคิดถึงเทกาตัสผู้ถูกจองจำอย่างโดดเดี่ยว เจ้าหล่อนก็ยิ้มออก หวังว่าเขาคงเห็นหล่อน สักวันเขาคงได้เป็นอิสระ อเก็ตต้ามีผู้คุมคนเดียวกับเขา จึงมีความรู้สึกร่วมทั้งตระหนักดีว่าสารพันความเจ็บช้ำและผรุสวาทได้หลอมเป็นโซ่ตรวนจองจำเจ้าหล่อนไว้จนไม่มีวันหลุดพ้นเป็นอิสระไปได้

เสียงจากห้องครัวดังเข้ามาในห้องโถงทำให้เจ้าหล่อนตื่นจากภวังค์ วิ่งลงบันไดไม้โดยทำเสียงดังเท่าที่จะทำได้ หวังว่าเสียงนั้นจะช่วยขับไล่ผีร้ายในใจออกไป แล้วก็แจ้นเข้าไปในห้องครัวซึ่งซาราพักนั่งอยู่ที่สุดปลายโต๊ะ ราวกับอีกาตัวใหญ่ ทันทีที่เจ้าหล่อนเข้ามาในห้อง เขาก็ยิ้มนิดๆ และขยับตัวเหมือนนกสลัดขนที่มองไม่เห็น

“แม่สาวน้อยแสนสวย” เขาพูดอย่างมีเลศนัย “น่ายินดีนี่กระไรที่ได้เจอ...“

“แม้แต่จะคิดก็อย่าเชียวนะ ซาราพัก!” อเก็ตต้าพูดขึ้น เจ้าหล่อนไม่แน่ใจว่าคำพูดนั้นมาจากที่ใด ราวกับว่ามีเสียงกระซิบสั่งมาอีกต่อหนึ่ง “ข้าไม่มีเวลาให้ท่าน เบล้กรออยู่และอย่างน้อยที่สุดเขาก็จ่ายเงินจ้างให้ข้าทำงานให้” เจ้าหล่อนหันไปหยิบขนมปังบนโต๊ะ จงใจปัดเศษขนมปังและเปลือกไข่แตกๆ ลงบนตักซาราพัก “ขอโทษทีเถอะท่านซาราพัก ข้าซุ่มซ่ามไปหน่อย”

ซาราพักคว้าแขนเจ้าหล่อนยึดไว้แน่น ดึงเจ้าหล่อนเข้าประชิดตัว จนได้กลิ่นลมหายใจจากปากที่ยังมีเศษไก่ติดอยู่ตามซอกฟันสีน้ำตาลแต่ละซี่ “ระวังหน่อยสาวน้อย” เขากล่าวพลางดึงเจ้าหล่อนชิดเข้าไปอีก “พ่อไม่รู้ความจริง ใจเจ้าก็คงไม่สลดสินะ”

อเก็ตต้าคว้าได้มีดหั่นขนมปังเล่มใหญ่ที่วางอยู่ชิดแถวขนมปังที่เหลือจากมื้อเช้า เพียงชั่วพริบตา ใบมีดยาวก็ฉวัดเฉวียนอยู่ตรงปลายจมูกตกสะเก็ดของซาราพัก

“ขืนเข้ามาอีกนิ้วเดียว ซาราพัก ข้าจะเอามีดนี้คว้านวิญญาณจากร่างเจ้าเสียเชียว ข้าหาวิญญาณได้เร็วกว่าเจ้าแน่ๆ” อเก็ตต้าพูดราวกับว่าใช้เสียงของเยอร์ซิเนีย เจ้าหล่อนไม่รู้สึกกลัวและไม่สนใจว่าจะเกิดผลอะไรตามมาด้วย “เจ้ามีเวลาสองวินาทีที่จะตัดสินใจ ถ้าไม่ถอยข้าก็จะเชือดเจ้าเอาตับไตไส้พุงให้พวกหนูมันกินเสียเลย” เจ้าหล่อนจ้องหน้าซาราพักและยิ้ม

เขายอมปล่อยให้เจ้าหล่อนถอยห่างออกไป ดูท่าเขาประหลาดใจราวกับเคยได้ยินเสียงอย่างนี้มาก่อน เจ้าหล่อนสังเกตว่ามือเขาที่แนบอยู่ข้างตัวนั้นสั่น

“ข้าเกินเลยไปหน่อย ขอโทษเถอะนะ อเก็ตต้า” เขาพึมพำพลางก้มมองพื้น

อเก็ตต้าเดินไปยังประตูห้องครัวแล้วหันกลับมา และโดยไม่รีรอเจ้าหล่อนเงื้อมือขว้างมีดหั่นขนมปังที่ยังอยู่ในมือเข้าใส่ซาราพักสุดแรง มีดนั้นหมุนคว้างข้ามห้องไป ถากบ่าเสื้อคลุมดำตัวยาวของซาราพักแล้วปักลงบนผนังจนจมมิดด้าม

“ข้าต้องลองขว้างดูอีกที” อเก็ตต้าพูดพลางเดินออกจากห้อง “เป้าที่กะจะลงมีดคือหัวใจของเจ้า หากเจ้ามี”


ถนนฟลีทสว่างจ้า แดดเผาให้กลิ่นเหม็นของท่อระบายน้ำและไอจากน้ำจืดในลำธารอันวกวนหาทางลงสู่แม่น้ำเทมส์โชยขึ้นมา ช่วงนี้น้ำกำลังขึ้น เห็นขยะกระเพื่อมไหวฟ่องอยู่ในน้ำโสโครก เด็กสองคนสวมเสื้อผ้าขาดวิ่นคุกเข่าอยู่กลางโคลน เล่นสมมติถ้วยดินเผาแตกๆ เป็นเรือแล่นใบไปสู่โลกใหม่

อเก็ตต้ารีบเดินผ่านถนนหลายสายตรงไปยังสะพานลอนดอน เบล้กต้องรอไปก่อน นางมาลาคิ่นเปลี่ยนเทียนไขและขัดเชิงเทียนเองได้แล้ว อเก็ตต้าจำเป็นต้องไปพบแธดเดียส เบรสเกอร์เดิ้ล กับบรรดาผีเด็กสมุนของเขา เจ้าหล่อนเลี้ยวมุมถนนอย่างรวดเร็วและข้ามถนนไป ไม่กี่นาทีก็มายืนอยู่ที่หัวถนนบริดจ์ คนกลุ่มใหญ่อออยู่คาประตูร้านกาแฟจนล้นออกมายืนตรงบนถนนที่ปูด้วยกรวดกลมๆ แต่ละคนพยายามแย่งกระดาษแผ่นใหญ่ซึ่งที่แท้ก็คือ หนังสือพิมพ์ลอนดอนครอนิเคิ้ล เด็กขายหนังสือพิมพ์ตะโกนสุดเสียงขณะที่ยื่นครอนิเคิ้ลหลายฉบับออกไป “ดาวหางจะโคจรเฉียดโลก พระมหากษัตริย์จะทรงประกาศให้เป็นวันศักดิ์สิทธิ์”

ผู้คนจับกลุ่มคุยกันจ้อ ถกเถียงกันเซ็งแซ่เรื่องข่าวนั้น อเก็ตต้ายังจำเรื่องที่เบล้กพูดในคืนที่ฟ้าไหวได้ ทันใดนั้น เจ้าหล่อนก็รู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างชักจะเข้าเค้า ดาวหางและคัมภีร์นั้นเกี่ยวกันเป็นแน่ เจ้าหล่อนสาวเท้าเร็วขึ้นเพราะอยากบอกแธดเดียส แต่การเปิดเผยความลับนี้ก็เท่ากับผิดสัญญาที่ให้ไว้แก่เบล้ก

“ทำไมถึงต้องเป็นข้า” เจ้าหล่อนตะโกน “เหตุใดจึงต้องให้ข้ากำความลับนี้ไว้ด้วย”

เสียงในหัวเจ้าหล่อนตอบ เสียงนุ่มนวล เบา แสดงความเห็นอกเห็นใจกระซิบฝ่าสายลมมาดังเสียงแผ่วแว่วจากที่ไกล อเก็ตต้าหยุดฟัง ยกมือปิดหูทั้งสองข้างกันเสียงอื้ออึงในท้องถนน เสียงนั้นดังอีกครั้ง "บอกเขาเถอะ...”

คำบัญชานี้ทำให้เจ้าหล่อนสั่นสะท้านด้วยความยินดีและร้อนใจ นี่เป็นเรื่องที่ควรทำ สัญญาทั้งหลายมีไว้เพื่อละเมิด ความลับมีไว้เพื่อกระซิบบอกเพื่อนๆ แบ่งปันกันเหมือนอาหารเหลือที่เก็บจากบนโต๊ะ เจ้าหล่อนคิดว่าแธดเดียสไว้ใจได้ ดวงตาเขาอ่อนโยนและรอยยิ้มก็อบอุ่น ถ้าบอกชีวิตเขาคงมีความสุขสมบูรณ์ เขาควรจะได้สิ่งที่สูญเสียไปคืนมาเสียที ทุกอย่างจะได้เรียบร้อย ใจเจ้าหล่อนระทึกและมือไม้สั่น รู้สึกเลือดฉีดพล่านทั่วดวงหน้า เจ้าหล่อนดูแลอนาคตของตัวเองได้แล้ว และในที่สุดก็สามารถทำให้ใครบางคนมีความสุขได้

ประตูร้านหนังสือฝืดราวกับว่าไม้บวมขึ้น บางทีมันอาจจะรู้ก็ได้ว่าเจ้าหล่อนปรารถนาจะทำผิดสัญญา เจ้าหล่อนทั้งผลักทั้งดันจนกระทั่งประตูเปิดออก ในร้านเงียบสงัด กลิ่นกระดาษอับๆ และกลิ่นแม่น้ำเทมส์ขุ่นคลั่กโสโครกโชยเข้าจมูก เพดานโค้งสูงสะท้อนเสียงฝีเท้ายามเจ้าหล่อนเดินผ่านชั้นหนังสือวกวนไปยังโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ซึ่งแธดเดียสนั่งประจำการคุมร้านหนังสือ

“ท่านแธด” เจ้าหล่อนตะโกน “ข้าเอง อเก็ตต้า ข้ากลับมาหาท่านเพื่อจะมาบอกข่าวเรื่องคัมภีร์นั่น!”

มีเสียงเหมือนฝีเท้าเด็กๆ เดินลากขาย่องจากมุมหนึ่งห่างออกไปยังหน้าต่างบานแคบ อเก็ตต้าเห็นเงารางๆ เพียงแวบเดียวพุ่งจากจุดซ่อนตัวด้านหลังชั้นหนังสือ “ข้าเห็นเจ้านะ” เจ้าหล่อนพูดพลางเดินอ้อมโต๊ะตัวใหญ่ไปยังเก้าอี้สูงตรงตำแหน่งที่แธดเดียสมองลงมาเห็นทุกช่องทางเดิน “แธดเดียสเล่าเรื่องเจ้าให้ข้าฟังแล้ว ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ที่นี่ ออกมาเถอะ!”

“มันไม่ออกมาให้เจ้าเห็นหรอก อเก็ตต้า!” เสียงหนึ่งดังขึ้น อเก็ตต้าสะดุ้งโหยงและมองไปรอบๆ ร้านอย่างกระวนกระวาย

ประตูห้องใต้ดินเปิดออก แธดเดียสเดินออกมาพร้อมหอบหนังสือกองโต สาวสวยสง่างามนางหนึ่งในชุดเสื้อคลุมหน้าหนาวผ้าขนสัตว์เนื้อหนาสีดำเดินตามมา หล่อนยิ้มให้อเก็ตต้าพลางแหงนดูโต๊ะ “ระวังตกล่ะ มันสูงพอๆ กับตะแลงแกงเชียวนะ” หล่อนพูดขึ้นพร้อมกับดึงหมวกคลุมศีรษะที่ติดกับเสื้อคลุมขึ้นและเดินมุ่งหน้าไปที่ประตู “แธดเดียส ส่งหนังสือพวกนั้นไปให้ท่านแฮ็ทเชิร์ดที่พิคคาดิลลี่นะ นอกจากท่านแล้ว เขาเป็นคนขายหนังสือคนเดียวที่ข้าไว้ใจ เขาจะได้ส่งหนังสือพวกนั้นไปให้ญาติของข้าที่ฝรั่งเศส นางคงยินดีที่ได้รับหนังสือที่ข้าหาได้ล่าสุดชุดนี้”

สุ้มเสียงของสตรีผู้นั้นมีกังวานที่ทำให้อเก็ตต้ารู้สึกกลัว เมื่อหล่อนเดินจากไป อเก็ตต้ารู้สึกเหมือนหล่อนดูดพลังความเชื่อมั่นที่เจ้าหล่อนเพิ่งค้นพบไปเสียสิ้นราวกับว่าวิญญาณส่วนหนึ่งถูกกระชากออกไป

“ด้วยความยินดีอย่างยิ่งขอรับ เลดี้ แฟลมเบิร์ก” แธดเดียสตอบพลางวางหนังสือลงบนพื้น มองดูเลดี้ แฟลมเบิร์กเคลื่อนกายหายออกไปจากร้านอย่างแนบเนียนราวไวน์ที่รินไหล
เสื้อคลุมของหล่อนปลิวไสวอยู่ด้านหลังก่อนที่หล่อนจะหันไปยิ้มกับอเก็ตต้า “ยินดีที่ได้พบเจ้า อเก็ตต้า”

อเก็ตต้าขัดจังหวะขึ้นก่อนที่แธดเดียสจะทันพูดอะไรต่อ “ข้ามีข่าวมาบอก ต้องยอมเปิดเผยความลับนะนี่ ข้าสัญญาไว้ว่าจะไม่บอกใครแต่...” เจ้าหล่อนหยุดพูดและมองไปรอบๆ ร้าน หวังจะได้ยินสัญญาณบางอย่างที่จะบอกให้เจ้าหล่อนพูดต่อไป รอฟังเสียงที่บอกให้เจ้าหล่อนเปิดเผยความลับ

“ถ้าเจ้าสัญญาไว้แล้วว่าจะไม่บอกใคร ก็ควรคิดให้ดี ความลับมีพลังอำนาจและคำพูดก็คุมไม่ได้ ก็เหมือนลูกธนูที่พุ่งไปจากลิ้นนั่นแหละ”

“ข้าอยากบอก อยากบอกความลับท่าน เรื่องเน็มโมเร็นซิสนี่แหละ ข้าเอาแต่คิดถึงคัมภีร์เล่มนี้ไม่หยุดทั้งวันทั้งคืน เรื่องที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นมากมายนับแต่ข้าพบท่าน”

“คัมภีร์รึ เจ้าได้ยินเรื่องคัมภีร์มาอย่างนั้นรึ” แธดเดียสถามด้วยท่าทีร้อนรน “สาวน้อย อย่าทำร้ายจิตใจข้าเลย ข้าคุยกับใครต่อใครมานักต่อนักแล้วก็เก้อซะทุกครั้งไป”

“ข้ารู้ว่าคัมภีร์อยู่ที่ไหนและใครเป็นผู้ครอบครอง!” เจ้าหล่อนโพล่งวาจาที่แข่งกันออกจากปากเร็วกว่าความคิดเสียอีก

ความเงียบช่างยาวนานนักระหว่างที่แธดเดียสเดินไปเดินมาพลางลูบเส้นผมยาวของตนที่เริ่มบางลง

“ขะ ข้าเอามาให้ท่านได้นะ” เจ้าหล่อนพูดเบาๆ

เขาเงยหน้าขึ้นมอง “ให้ข้าอย่างนั้นรึ เจ้าจะเอาคัมภีร์เน็มโมเร็นซิสมาให้ข้าอย่างนั้นรึ เอาคัมภีร์กลับมาบ้านให้แธดเดียสน่ะรึ” เขายิ้มร่าเหมือนเด็ก “คัมภีร์เล่มนี้อยู่ที่ใครล่ะ”

“เป็นของเจ้านายข้าเอง เซเบี้ยน เบล้ก”

“คัมภีร์เป็นของข้าต่างหาก!” แธดเดียสตะคอกเสียงเขียว “คัมภีร์เล่มนั้นเป็นของข้า เคยเป็นมาตลอดและจะเป็นตลอดไป เบล้กเป็นแค่ไอ้หัวขโมย ไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น” เขาเอามือทุบโต๊ะไม้โอ๊กฟอกสีเหมือนเด็กนิสัยเสียอาละวาดเพราะของเล่นพัง

“ข้าเอากลับมาคืนท่านก็ได้ ถ้าคัมภีร์เป็นของท่านก็ไม่ถือว่าข้าเป็นขโมยสินะ” อเก็ตต้าพูดพลางยกเท้าขึ้นจากพื้น “ข้าจะพยายามเอามาให้ท่านในคืนนี้” พลันเจ้าหล่อนก็เกิดกลัวตรอกอินนิโก้ และสัตว์ร้ายที่จับตัวหล่อนขึ้นมา

“เจ้าจะทำเพื่อข้าได้หรือ ทำเพื่อแธดเดียสแน่หรือ” เขาพูดอย่างอ่อนโยนพลางหันมาหาเจ้าหล่อน

“ข้าต้องบอกท่าน ท่านแธดเดียส ข้าไม่สามารถเก็บความลับนี้ได้นานไปกว่านี้ อะไรๆ เปลี่ยนไปเยอะเหลือเกิน” เจ้าหล่อนพูด

“ความลับนำความยินดีมาสู่เพื่อนแสนดีของเจ้า เน็มโมเร็นซิสเป็นคัมภีร์พิเศษที่ดีเกินไปสำหรับด็อกเตอร์เซเบี้ยน เบล้ก ถ้าเจ้าเอากลับคืนมาได้ เจ้าจะได้รับค่าตอบแทนอย่างงาม”

“ข้าทำเพื่อมิตรภาพของเราน่ะ ไม่ได้หวังผลตอบแทน” อเก็ตต้าเริ่มถอยไปที่ประตู กวาดตาดูรอบๆ ตลอดเวลา รู้สึกเหมือนกำลังถูกจับตาดูอยู่ “คืนนี้ถ้าข้ามาได้ก็จะมา อย่าใส่กุญแจประตูล่ะ ข้าจะพยายามเอาคัมภีร์มาคืนให้ท่าน”

“ข้าจะเตรียมอาหารไว้ จัดงานเลี้ยงชนิดที่เจ้าไม่เคยเห็นมาก่อน เราจะฉลองกันจนเช้าเลย” แธดเดียสพูดพลางเดินไปส่งเจ้าหล่อนที่ประตู “วันนี้เป็นวันพิเศษ เจ้าทำให้แธดเดียสมีความสุขมาก”

เจ้าหล่อนหยุดตรงประตูและหันมามองแธดเดียส “ท่านเชื่อไหมว่าคนตายกลับมาเอาชีวิตท่านได้” เจ้าหล่อนถามหน้านิ่วคิ้วขมวด

“ข้ากลัวแต่คนเป็น” เขาตอบ “คนตายก็ตายไปแล้ว ข้าไม่เกี่ยวข้องด้วย และพวกนี้ก็ไม่เกี่ยวข้องกับข้า”

“ท่านเคยเห็นผีไหม” เจ้าหล่อนคาดคั้นต่อ

“ข้าเห็นอะไรมาเยอะ บางเรื่องก็แปลกๆ แต่เรื่องผีน่ะเขาเอาไว้หลอกเด็ก จำไว้ว่า จิตคนเราเล่นกลได้ และดวงตาก็พลอยเล่นเหลวไหลตามไปด้วย ต้องมีคนตายกลับมาให้ข้าเห็นก่อนข้าถึงจะเชื่อ”

อเก็ตต้าหันกลับไปดึงด้ามจับประตู กระดิ่งส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งและอากาศยามเช้าก็พัดกรูเข้ามาจากสะพานลอนดอนบริดจ์ เจ้าหล่อนรู้สึกสับสนเรื่องการทรยศและผิดสัญญา แต่ก็รู้สึกว่าสบายใจดีเหลือเกิน

อเก็ตต้ามองสำรวจดูสะพาน ฝูงชนยังคงจับกลุ่มกันอยู่ที่ประตูหน้าร้านกาแฟ ไม่มีวี่แววคนแปลกหน้าชุดดำ มีเพียงซากหนูฟันหัก ขนาดใหญ่เท่าหมาตัวหนึ่ง นอนหงายอยู่ในท่อระบายน้ำที่ทอดขนานไปกับความยาวของสะพาน เจ้าหล่อนก้าวออกไปจากร้านและโบกมือให้ตอนที่เขาปิดประตู

เขามองผ่านกระจกบานหนาที่เป็นคลื่นจนขณะเจ้าหล่อนเดินลับตาไปมุ่งหน้าเข้าเมือง ข้างหลังเจ้าหล่อนคนแบกน้ำตาบอดที่มีถังไม้คาดอยู่บนหลังสะดุดล้มคะมำเพราะลาอ้วนที่นำทางเลือกเดินลงลุยโคลนในถนนโสโครก แธดเดียสสำรวจดูจนแน่ใจว่าเขาอยู่ตามลำพังแล้วจึงปิดประตูและดึงม่านปิดกระจกลง

“ข้าคิดว่าแค่นี้ก็พอแล้ว” เขาพูดด้วยความภูมิใจพลางหันกลับ เดินไปที่ประตูห้องใต้ดิน เดินลงบันไดไม้แผ่นหนาที่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดเวลาเขาทิ้งน้ำหนักตัว บันไดพาเขาดิ่งลงไปจนถึงตอม่อสะพานและลึกลงไปในความมืด รอบๆ มีแต่เสียงกระแสน้ำวนกระทบเสาหินหนาทึบที่ยึดร้านรวงและบ้านช่องไว้กับพื้นสะพานเหนือแม่น้ำ

แธดเดียสหยิบตะเกียงจากขาตั้งชูขึ้นเหนือศีรษะ แสงเรืองอบอุ่นนุ่มนวลกลืนหายเข้าไปในรอยแยกมืดสนิทที่เปิดอยู่ตรงหน้า บันไดชันลึกลงไปเรื่อยๆ ในที่สุด เขาก็มาถึงประตูไม้ขนาดใหญ่มีหัวตะปูเป็นร้อยๆ ตัวตอกไว้ มีกะโหลกแมวห้อยอยู่ด้านนอก ผูกไว้กับบานประตูด้วยริบบิ้นสีชมพูซึ่งขโมยมาจากหมวกคลุมผมเด็ก

เขาผลักประตูเลื่อนหายเข้าไปในผนัง พ้นความมืดและเงาดำเข้าไปเป็นห้องที่ฝากรุหิน สาหร่ายสีเขียวเล็ดรอดเข้ามาตามรอยแตกของผนัง เพดานมีรอยรั่วทำให้น้ำจากแม่น้ำเทมส์หยดเป็นทางยาวนองไปตามพื้นห้อง

แธดเดียสเข้าไปแล้วปิดประตูและลงสลักทั้งสามอัน ทั้งห้องมีแต่เก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ตัวหนึ่ง เชิงเทียนทองเหลืองอันใหญ่อันหนึ่งและห่วงเหล็กใหญ่ตรึงอยู่กับหินกลางห้อง แกร่งพอจะล่ามม้าได้สักพันตัว เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้และมองไปรอบห้อง ยิ้มกับตัวเอง “ออกมาได้แล้ว” เขาตะโกนพลางสางผมด้วยนิ้วมือ “ข้าไม่ได้มีเวลาทั้งวัน เรามีเรื่องต้องพูดกัน” ไม่มีเสียงตอบ ได้ยินแต่เสียงน้ำไหลแรงอยู่เหนือหัว เขาตะโกน “เจ้าต้องการให้ข้าท่องคาถาโง่ๆ นั่นใช่ไหม” แล้วพูดเสียงดังพลางกระทืบเท้า “จงปรากฏกายในบัดดลเทอญ!” คาถานั้นสะท้อนก้องจากผนังชื้นๆ “นี่ยังไม่ดังพอที่จะทำให้เจ้าออกมาพบข้ายังงั้นรึ เจ้าวายร้าย”

กลุ่มควันสีน้ำเงินลอยขึ้นเหนือพื้นหินตรงมุมห้อง แธดเดียสเห็นกระดูกหัวไหล่และซี่โครงเปื้อนเลือดสามชิ้นลอยอยู่กลางอากาศ “จงปรากฏกายในบัดดลเทอญ!” เขาตะโกนอีกครั้งหนึ่ง “อย่าให้ข้าต้องรอ ข้าต้องการพูดกับเจ้า เร็วเข้าสิ!” เขากระทืบเท้าเหมือนเด็กที่ถูกตามใจจนเคยตัว

วิญญาณเริ่มก่อรูปร่างและเนื้อหนัง แขนต่อติดเข้ากับลำตัวซึ่งมีกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ปกคลุมด้วยผิวสีน้ำเงิน ปีศาจร้ายผุดขึ้นมาจากความมืด ค้อมกายลงและหันไปหาแธดเดียส

เมื่อปีศาจก่อร่างได้สำเร็จบริบูรณ์ แธดเดียสก็กล่าวว่า “ทีนี้ข้าก็มีงานให้เจ้าทำละ แม่สาวคนหนึ่งมีแก้วออร์มุซอยู่ในกระเป๋า เจ้าจะสังเกตเห็นหล่อนได้ชัดเจน ตามหล่อนไปนะและจงจัดการกับทุกคนที่พยายามยับยั้ง ไม่ให้หล่อนนำเน็มโมเรสซิสมาให้ข้า ข้าอยากให้หล่อนมาที่นี่คืนนี้ เพราะฉะนั้นระวังอย่าให้หล่อนถูกใครจับตัวไป เข้าใจไหมบลูสกิน”

บลูสกิน แดนบี้ จ้องตอบด้วยดวงตาดำกลวงโบ๋ งูที่พันรอบใบหน้าเลื้อยเข้าปากแล้วออกมาทางจมูก

“ด้วยความเต็มใจนายท่านแธดเดียส แล้วหลังจากนั้นขอให้ข้าฆ่าหล่อนจะได้หรือไม่” เขาถามเสียงกระด้าง

“ยัง หล่อนยังมีประโยชน์ต่อข้าอีกมาก” เขาหยุดคิด “ข้าคิดว่าเจ้าคงเป็นผีตัวที่หล่อนถามถึง”

“ข้าต้องไปอยู่ ไปเห็นหล่อนในบ้านนั้นอีกครั้ง” ปีศาจอ้าปากหายใจเมื่องูเลื้อยผ่านเข้าออกใบหน้า “ที่แห่งสุดท้ายที่ข้าได้เห็นเมื่อยังเป็นคน ก่อนที่...” มันหยุด สีผิวเข้มขึ้นด้วยความโกรธ “ข้าจะถูกสาปให้เป็นปีศาจล่องลอยอยู่ในภพนี้ ทีไอ้เจ้าแคดมุส เลเมี่ยนละก็ใช้ชีวิตสุขสำราญได้เต็มที่ อย่างหนึ่งที่ข้ารู้ก็คือ ไม่มีทางที่หล่อนจะได้พบหมารับใช้ที่จงรักภักดีอีกเลย ตอนนั้นน่ะมันหอนเหมือนลูกหมาร้องหาแม่”

“ฟันสีเขียวและกระดูกนิ้วทำให้เจ้าต้องผูกติดกับข้าตลอดไป” แธดเดียสตอบ เขาล้วงถุงกำมะหยี่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อกั๊กและหยิบแท่งกระดูกขึ้นแกว่งตรงหน้าผีแดนบี้

“เมื่อไหร่ท่านจะปล่อยข้าเป็นอิสระล่ะ” แดนบี้ถาม “ตั้งแต่ตายมาข้าก็รับใช้และทำตามที่ท่านสั่งมาตลอดหนึ่งปีกับอีกหนึ่งวัน”

“จริงๆ แล้วคำสาปน่ะล้างไม่ได้หรอกนะ แดนบี้เอ๋ย แต่ข้าสัญญาแล้วว่าจะหาร่างให้เจ้าได้สิงต่อหลังจากที่ต้องจบชีวิตลงเร็วเกินไปเพราะถูกแขวนคอน่ะ” แธดเดียสพับถุงกระดูกเก็บกลับลงในกระเป๋าอย่างเรียบร้อยเช่นเดิม “จะเป็นร่างแคดมุส เลเมี่ยนหรือเบล้กก็คงไม่แปลกหรอกนะ เลือกเอาเถอะว่าเจ้าต้องการชีวิตแบบไหน อยากอยู่กระต๊อบหลังเล็กๆ ชื้นแฉะย่านกลางเมืองลอนดอน หรือจะใช้ชีวิตแบบผู้ดีมีตระกูลในย่านจตุรัสบลูมส์เบอรี่ จะได้วางมาดแบบหนุ่มสำอางที่ทาปากแดงชิมรสช็อกโกแล็ตให้ชุ่มลิ้น จะเลี้ยงงูต่อไปก็ยังได้ด้วย... ”



บทแปลนี้มิใช่เวอร์ชั่นก่อนพิมพ์เล่ม
จึงยังมีความลักลั่นเรื่องชื่อสถานที่อยู่บ้าง
ขออภัยด้วยค่ะ


(ติดตาม
บทที่ 12 กำเนิดปีศาจร้าย
ต่อไปนะคะ)

LITERATURE
 ขอบคุณของแต่งบล็อกจากอินเทอร์เน็ต



Create Date : 06 กรกฎาคม 2562
Last Update : 8 กรกฎาคม 2562 19:12:54 น. 32 comments
Counter : 316 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณเริงฤดีนะ, คุณกะว่าก๋า, คุณmcayenne94, คุณInsignia_Museum, คุณtuk-tuk@korat, คุณอุ้มสี, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณวลีลักษณา, คุณlife for eat and travel, คุณtoor36, คุณสองแผ่นดิน, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณThe Kop Civil, คุณhaiku, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณSai Eeuu, คุณkae+aoe, คุณตุ๊กจ้ะ, คุณสันตะวาใบข้าว, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณผีเสื้อยิปซี, คุณที่เห็นและเป็นมา, คุณหอมกร, คุณ**mp5**, คุณตะลีกีปัส, คุณmelody_bangkok, คุณALDI


 
เจิมๆๆๆ
ไปอาบน้ำแปรฃงฟัง
แล้วจะมาอ่านนิยายดีๆค่ะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 6 กรกฎาคม 2562 เวลา:7:06:12 น.  

 
เป้าที่กะจะลงมีดคือหัวใจของเจ้า
หากเจ้ามี

.
.

ชอบประโยคนี้ครับพี่ภา
ทำให้เห็นภาพชัดเจนมาก



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 กรกฎาคม 2562 เวลา:7:34:52 น.  

 
สงสัยว่าอเก็ตต้าจะช่วยคนผิดซะแล้วค่ะ


โดย: mcayenne94 วันที่: 6 กรกฎาคม 2562 เวลา:11:28:51 น.  

 
อ่านแล้ว ผมนึกถึงการฟังละครวิทยุครับ
ที่ให้รายะเอียดทั้งสถานที่และอารมณ์ของตัวละคร จึงจินตนาการเห็นภาพได้ชัดเจน เช่น "ในร้านเงียบสงัด กลิ่นกระดาษอับๆ และกลิ่นแม่น้ำเทมส์ขุ่นคลั่กโสโครกโชยเข้าจมูก"
แม่น้ำเทมส์ตอนนี้คงใสกว่ายุคนั้นนะครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 6 กรกฎาคม 2562 เวลา:12:31:01 น.  

 
จริงด้วย อเก๊ตต้าไว้ใจคนง่ายเกินไป
อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปอีกหนา

มีแต่สิ่ง/คนเลวร้ายรอบๆตัวนางเอก
น่าสงสารจริงๆ

Fantacy+ Thriller+Drama


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 6 กรกฎาคม 2562 เวลา:14:41:32 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เริงฤดีนะ Food Blog ดู Blog
ภาวิดา คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog

อุ้มแวะมาอ่านค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 6 กรกฎาคม 2562 เวลา:17:53:48 น.  

 
บลูสกิน แดนบี้ น่ากลัวสมกับเป็นผีจริง ๆ ค่ะ




โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 6 กรกฎาคม 2562 เวลา:19:51:30 น.  

 
ชวนติดตามมากค่ะ
รอตอนต่อไป


โดย: วลีลักษณา วันที่: 6 กรกฎาคม 2562 เวลา:20:57:17 น.  

 
มาอ่านต่อค่ะ กำลังมันเลย


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 6 กรกฎาคม 2562 เวลา:21:00:20 น.  

 
แวะมาสวัสดีค่ะ โหวตเรียบร้อยค่ะ


โดย: life for eat and travel วันที่: 6 กรกฎาคม 2562 เวลา:21:08:21 น.  

 
ลงต่อเนื่องถึงตอนที่ 11 แล้ว

แวะมาให้กำลังใจครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 6 กรกฎาคม 2562 เวลา:23:22:07 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่ภา



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 กรกฎาคม 2562 เวลา:6:40:30 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่ภา พี่หนูหล่อ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 7 กรกฎาคม 2562 เวลา:7:04:17 น.  

 
ผู้เขียนบรรยาย กลิ่นตัวกลิ่นปาก กลิ่นหมวก
แถมได้กลิ่นเหล้าราคาถูก... น่าแขยง 555 เขียน
ได้ดีเลยครับ

...

ผมพยายามแวะมาบล๊อกพี่ วันนี้ 3 ครั้งเพิ่งสำเร็จ
เพราะเข้าไม่ได้.. รวมทั้งของคนอื่นด้วย
ยังไม่รู้สาเหต คงเป็นด้วยระบบสื่อสาร

ตอนเย็นนี้เข้าได้แล้ว ค่อยสบายใจหน่อยกล้วระบบ
ล่ม 555


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 7 กรกฎาคม 2562 เวลา:18:11:05 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับพี่ภา



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 กรกฎาคม 2562 เวลา:18:46:48 น.  

 
ครับพี่

ถ้ามีภาพด้วย
บางทีก็เปิดดูยากนิดนึงครับ
ต้องใช้เน็ตแรงๆ

อย่างคอมผมก็เก่ามาก
บางทีก็เปิดภาพเปิดคลิปไม่ค่อยขึ้นครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 กรกฎาคม 2562 เวลา:20:25:18 น.  

 
สวัสดี ยามดึก ค่ะ พี่ภา

ตามอ่านทันที ค่ะ พี่ภา เนื้อหาเริ่มเข้มข้นมาก
ขึ้น ตัวละครอย่าง แธดเดียส กลับกลายเป็นคนเลว
ไป ทั้ง ๆ ที่ อาเก็ตตร้าไว้ใจ จะนำคัมภีร์มาให้ เขา
ถึงบอกว่า รู้หน้าไม่รู้ใจจริง ๆ ค่ะ สงสารอาเก็ตตร้า

เจ้าผีบลูสกิน แดนบี้ ตัวละครใหม่ มีความแค้น
กับอาเก็ตตร้า เรื่องอะไร รอเปิดปมตอนต่อไป ค่ะ

โหวดหมวด งานเขียนฯ
รออ่านตอนต่อไป นะคะ


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 7 กรกฎาคม 2562 เวลา:22:07:45 น.  

 
แวะมาให้กำลังใจพี่ภาค่ะ


โดย: Sai Eeuu วันที่: 7 กรกฎาคม 2562 เวลา:22:10:53 น.  

 


สวัสดียามเช้าครับพี่ภา




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 กรกฎาคม 2562 เวลา:6:30:21 น.  

 
จันทร์สวัสดีครับ พี่ภา
เดี๋ยวค่อยๆมาอ่านครับ



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 8 กรกฎาคม 2562 เวลา:8:27:25 น.  

 
อ่านบทก่อน นึกว่า แธดเดียส เป็นคนดี
กลายเป็นคนเลวกว่าคนอื่น(เลี้ยงผีได้ด้วย)
รออ่านบทต่อไปครับ



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 8 กรกฎาคม 2562 เวลา:11:57:16 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะ

บลูสกิน ดูเหมือนจะน่าสงสารที่ถูกสะกดวิญญาณเป็นทาสรับใช้แธดเดียส

อเก็ตต้าจะเป็นตัวดำเนินเรื่องต่อไปอย่างไร
จะขโมยคัมภีร์เน็มโมเร้นซีสมาให้แธดเดียสได้หรือไม่
ตามอ่านค่ะ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 8 กรกฎาคม 2562 เวลา:14:48:42 น.  

 
เลิกงานปุ๊บ...น้องฝนมารอรับกลับบ้านเลยค่ะพี่ภา...


โดย: สันตะวาใบข้าว วันที่: 8 กรกฎาคม 2562 เวลา:17:41:33 น.  

 
กลอนเงียบๆเหงาๆ มันเขียง่ายค่ะพี่ภา แล้วมีมุมให้เขียนเยอะ คำศัพท์ที่เกี่ยวกับความเหงา ความรักก็มีเยอะหยิบมาเขียนได้ง่ายค่ะ

ขอบคุณที่แวะไปนะคะ


โดย: วลีลักษณา วันที่: 8 กรกฎาคม 2562 เวลา:19:50:52 น.  

 
ส่งกำลังใจค่า
นอนหลับฝันดีนะคะ

รออ่านเรื่องนุ้งด้วยค่ะ


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 8 กรกฎาคม 2562 เวลา:22:31:10 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่ภา



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 กรกฎาคม 2562 เวลา:6:38:51 น.  

 
ภาวิดา คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog
มีวิญญาณโผล่มาแล้วค่ะพี่ภา



โดย: หอมกร วันที่: 9 กรกฎาคม 2562 เวลา:7:38:03 น.  

 
ส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 9 กรกฎาคม 2562 เวลา:9:24:34 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะพี่ภาขา

อิแปะที่มีเหลือ โยนลงไถ้ให้น้องทั้งหมดได้เลย
ยิ่งกำลังบ่จี๊อยู่ช่วงนี้ ไม่มีตังก์ซื้อทุเรียนกินค่ะ
จะผอมแล้วอ่ะ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 9 กรกฎาคม 2562 เวลา:11:12:49 น.  

 
น้องอ่านก่อน ผ่อนทบต้นค่ะ..กิกิ
(แกล้งพูดไปงั้น ลืมล้วนๆเลยนะคะ)


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 9 กรกฎาคม 2562 เวลา:11:15:31 น.  

 
ผมพยายามลงรูปไม่ให้เกิน 10-15 ภาพต่อบล็อกครับพี่ภา
ถ้าลงเยอะกว่านี้อาจจะเปิดภาพได้ช้าครับ

ภาพเซ็ตนี้ผมถ่ายเอาไว้ได้เยอะเลย
เพราะมีทั้งงิ้วแดงและทองกวาวขึ้นคู่กันครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 กรกฎาคม 2562 เวลา:14:12:25 น.  

 
ตอนที่ 11?!?

หนูหายไป กลับมาตอนที่ 11 แล้ว ขอกลับไปไล่อ่านอย่างไว แหะๆๆ
ช่วงนี้สลับร่างไม่ถูกเลยค่ะพี่ภา อยากมีซัก 3 ร่าง -*-

พี่ภาสบายดีนะคะ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ ช่วงนี้ฝนตกบ่อยมากเลยค่ะ



โดย: melody_bangkok วันที่: 9 กรกฎาคม 2562 เวลา:15:57:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ภาวิดา คนบ้านป่า
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 123 คน [?]




BG Pop.Award #14
BG Pop.Award #13
BG Pop.Award #12
BG Pop.Award #11
BG Pop.Award #10
BG Pop.Award #9
BG Pop.Award #8
BG Pop.Award #7
BG Pop.Award #6
....



เอนทรี่หมวดไดอารี่ เริ่ม ม.ค. 2562
  • ตะพาบ 238 วิถีการกินอยู่ของสว.
  • 3F #40: เข้ากั๊น...เข้ากัน"
  • มวลดอกไม้ในความทรงจำ:เทียนฝรั่ง...
  • มวลดอกไม้ในความทรงจำ:ว่านเสน่หา...
  • ตะพาบ 236 สุสานความคิด
  • มวลดอกไม้ตั้งแต่เริ่มปลูกสวนป่า
  • อาชีพนักแปล เล่มที่ 1
  • 3F ข้าวราดผัดถั่วงอก+ไข่ดาวxxx
  • 3F ข้าวราดผัดเครื่องแกงไก่กับ..+ไข่เจียว
  • ตะพาบ 234 ความดีที่คู่ควรแก่การไหว้
  • ตะพาบ 233 เรื่องที่เรา(ไม่สำนึก)เสียใจ
  • 3F ผัดผักหวานกับวุ้นเส้นใส่ไข่
  • ตะพาบ 232 ความเป็นไทย
  • ตะพาบ 231 มิ่งมิตร
  • ตะพาบ 230 ความกลัว
  • ตะพาบ 229 สนามรบ
  • ตะพาบ 228 ต้นไม้ ดอกไม้
  • ตะพาบ 227 ถ้า 1 ปีมี 10 เดือน xx
  • 3F ยำทวาย
  • ตะพาบ 226 พักใจ
  • ชมดอกไม้ที่สิงคโปร์ ตอน 3
  • ตะพาบ 225 เฝ้ารอ
  • ชมดอกไม้ที่สิงคโปร์ ตอน 2
  • ตะพาบ 224 ความกล้าหาญครั้งสุดท้าย
  • 3F แกงขี้เหล็กกับหมูย่าง
  • ชมดอกไม้ที่สิงคโปร์ ตอน 1
  • ตะพาบ 223 เพื่อนใหม่
  • อุ่นเครื่องชมดอกไม้ที่สิงคโปร์x
  • เอื้องมะลิ/หวายตะมอย
  • ตะพาบ 222 ของขวัญที่ไม่อยากได้
  • Cattleya skinneri'Casa Luna'
  • ตะพาบ 221 คู่หู
  • 3F แกงส้มมะรุมกับกุ้ง
  • ปลูกป่าไม้ใหญ่: กระดังงาไทย+นกแก๊ก
  • ตะพาบ 220 ไล่
  • ตะพาบ 219 แพงที่สุดที่เคยซื้อ
  • การเขียนบล็อก 2551-ปัจจุบัน
  • --<>--

    เอนทรี่หมวดสัตว์เลี้ยง เริ่ม ม.ค. 2562
  • เจ้านุ้งกับเสื้อสลายพลังซ่า
  • เจ้านุ้งไม่ชอบใส่เสื้อ&ไม่สู้อากาศเย็น
  • เจ้านุ้งเจาะเลือดเช็คเกล็ดเลือด
  • เจ้านุ้งรายงานตัวอาการดีขึ้น
  • เจ้านุ้งกับผลอัลตร้าซาวด์
  • เจ้านุ้งป่วยหนักมากขึ้น
  • เจ้านุ้งไม่ฉะบาย
  • เจ้านุ้ง"รู้เยอะ"มากขึ้นทุกวันx
  • เจ้านุ้งเกือบ 5 ขวบแล้ว รู้เรื่องและเลี้ยงง่าย
  • เจ้านุ้งโดนแกล้งจนหัวเป็นกระเซิง
  • เจ้านุ้งยังร้อนไม่เลิกแต่ก็มีความสุข
  • เจ้านุ้งผจญอากาศร้อนระดับพระกาฬ
  • เจ้านุ้งกับขนสั้นรับลมร้อน v
  • เจ้านุ้งเฝ้าบ้านให้แม่ไปเที่ยว(อีกแล้ว)
  • เจ้านุ้งเมื่อวันที่อุณหภูมิ 16 องศา
  • เจ้านุ้งกับการดูแลบริเวณบ้าน
  • เจ้านุ้งกับผลไม้สุดโปรด
  • --<>--

    เอนทรี่หมวดงานเขียน เริ่ม เมย.62
  • ตะพาบ 237 วิธีเขียนบล็อกให้น่าสนใจ
  • ตะพาบ 235 เติมพลัง
  • บทที่ 28 พิธีกรรมในคืนเพ็ญ
  • บทที่ 26 ความผิดพลาด& 27 สงคราม
  • บทที่ 24 เผชิญหน้า.. &บทที่ 25 เทพธิดา
  • บทที่ 22 โลกันตร์.. & บทที่ 23 คลายปม
  • บทที่ 20 มอร์บัส & บทที่ 21 ตามบัญชา..
  • บทที่ 18 รัมสกิ้น & บทที่ 19 รถม้า..
  • บทที่ 17 อรุณสีเลือด
  • บทที่ 16 สมุนไพรศักดิ์สิทธิ์
  • บทที่ 15 วิกาลภูตกับผู้คุม
  • บทที่ 14 ไคมีร่า สัตว์พหุพันธุ์
  • บทที่ 13 ภายใต้ผ้าคลุมหน้า
  • บทที่ 12 กำเนิดปีศาจร้าย
  • บทที่ 11 เมืองต้องมนตร์
  • บทที่ 10 ประสานพลังศาสนเวทย์
  • บทที่ 9 ตายซ้ำเจ็ดครา
  • บทที่ 8 ต้องตายก่อนจึงจะได้เป็นอิสระ
  • บทที่ 7 ร้านบิ๊บเบิ้ลวิคที่สะพานลอนดอน
  • บทที่ 6 คัมภีร์อาถรรพณ์
  • บทที่ 5 ปีกเทวดาตกสวรรค์
  • บทที่ 4 ซอยอินนิโก้
  • บทที่ 3 หมอยา
  • บทที่ 2 เหตุป่วนสมอง
  • บทที่ 1 ดาวพิษเวิร์มวู้ด
  • --<>--
    Friends' blogs
    [Add ภาวิดา คนบ้านป่า's blog to your web]
    Links
     

     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.