Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2562
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
25 มิถุนายน 2562
 
All Blogs
 
นิยายแปลเรื่องดาวพิษ บทที่ 9 ตายซ้ำเจ็ดครา แปลโดยภาวิดา คนบ้านป่า... เรื่องราวกำลังเข้มข้น

LITERATURE
นิยายแปลเรื่องดาวพิษ
บทที่ 9 ตายซ้ำเจ็ดครา
แปลโดยภาวิดา คนบ้านป่า
***********************************************************

ความเดิม:
บทที่ 1 ดาวพิษเวิร์มวู้ด
บทที่ 2 เหตุป่วนสมอง
บทที่ 3 หมอยา
บทที่ 4 ซอยอินนิโก้
บทที่ 5 ปีกเทวดาตกสวรรค์
บทที่ 6 คัมภีร์อาถรรพณ์
บทที่ 7 ร้านบิ๊บเบิ้ลวิคบนสพานลอนดอน
บทที่ 8 ต้องตายก่อนจึงจะได้เป็นอิสระ

ครบ 4 บทสำหรับเดือนนี้นะคะ อีกสี่เดือนกว่าๆก็จะจบค่ะ แต่ช่วงนี้
จขบ.ไม่ค่อยมีเวลาดูแลบล็อก อาจไม่ค่อยได้แวะเวียนทักทาย ขออนุญาตทักทายสั้นๆหรือด้วยคะแนนโหวตนะคะ ถือว่าโหวตคือไลค์ก็แล้วกัน ไม่อยากให้เพื่อนๆรู้สึกว่า ดีแต่เอาโหวตมาทิ้งไว้ให้ เพราะบางท่านก็ไม่ได้สนใจโหวตสักเท่าไร


บทที่ 9 ตายซ้ำเจ็ดครา

อเก็ตต้าจับเรือดสีดำตัวใหญ่ที่เกาะติดหลังฝ่ามือมาบี้จนเลือดแดงคานิ้ว เจ้าหล่อนตามล่ามันทั้งคืนจนคว้าตัวมันได้จากใต้ผ้าห่มที่คันคะเยอบนเตียงที่เย็นเยียบ มันวิ่งหนีพลางก็กัดเจ้าหล่อนไปพลาง

แม่ยังหลับอยู่ข้างซ้ายมือ ไม่รับรู้เสียงหนูแทะปูนยาผนังที่ทำจากโคลนกับขนม้า ชีวิตของคุณนายเลเมี่ยนมีขอบเขตอยู่เพียงเท่านี้ นางไม่เคยออกไปจากห้องที่นอนกับลูกสาวเลย ยามใดที่ตื่นขึ้นมาหลังจากหลับนานๆ นางก็จะกินอาหารที่แคดมุสสามียกขึ้นมาเปลี่ยนให้เรื่อยๆ แล้วล้างความกลัวโลกเสียด้วยจินหนึ่งควอร์ตกับเบียร์แก้วเล็ก ประตูหนาสีดำคือเขตสุดขอบโลกที่ข้ามออกไปไม่ได้ ไม่ต่างอะไรกับกำแพงปราสาทหรือหอคอยสูงแข็งแรงกันไม่ให้นางก้าวออกไปพ้น ทนทานยิ่งกว่ากุญแจสเปนที่มั่นคงที่สุดเสียอีก

ในความมืด อเก็ตต้าปัดเรือดที่บี้จนแบนติดมือออก แล้วเลียรอยเลือดจางๆ ที่นิ้ว รสหวานเหมือนรวงผึ้งที่เคี้ยวไปบ้างแล้ว เจ้าหล่อนพยายามหลับ แต่เสียงหนูกับความหนาวเฉียบจนบาดกระดูกทำให้หลับไม่ลง บริกันด์หายไปเมื่อคืนก่อน ไม่อยู่ช่วยขู่คำรามปกป้องเจ้าหล่อนในความมืด ไม่มานอนขดรอบเท้าให้เจ้าหล่อนอุ่น อเก็ตต้าคิดเอาเองว่ามันคงออกไปวิ่งไล่กวางรอบหนองน้ำแถวทุ่งคอนดิต อาหารของมันยังวางทิ้งอยู่ข้างเตาผิงในห้องโถง

บ้านเช่าลั่นเอี๊ยดอ๊าดเมื่อคานไม้ดึงแผ่นกระดานยืด ฟังคล้ายกับว่าอาคารกำลังสูดหายใจเข้าขยายซี่โครงจนลมเต็มปอดก่อนจะพักนอน แสงเทียนบนโต๊ะที่วางขวดเหล้าจินส่องให้อเก็ตต้าเห็นเงามืดเล็กๆวิ่งปรูดไปตามพื้นห้อง เศษเสี้ยวเงาแอบซุกอยู่ตามมุมห้องราวแอบมองมาจากข้างเตียง เจ้าหล่อนเกลียดห้องนี้มาแต่ไหนแต่ไร ผนังก็หมองคร่ำ พื้นไม้ก็สกปรก หาความสุขสบายไม่ได้ เป็นเพียงที่ซุกหัวนอนหลังจากตรากตรำทำความสะอาด ช่วยหยิบโน่นทำนี่ ซ้ำต้องเดินย่ำอยู่ในลอนดอนที่มีแต่กลิ่นโสโครกมาทั้งวัน

เจ้าหล่อนได้ยินเสียงกรนและเสียงละเมอของผู้เช่าที่นอนจากอีกฟากประตูดำซึ่งแง้มอยู่ บ้านเช่านี้มีผู้พักเต็ม กระทั่งทางเดินคนก็ยังเช่านอน ที่สงบเพียงแห่งเดียวก็คือเก้าอี้หนังตัวใหญ่ในครัวที่พ่อของเจ้าหล่อนใช้เป็นเตียงนอน ข้างๆ เตาผิง ซึ่งยังสะอาดและสว่าง เจ้าหล่อนใช้แขนเสื้อเช็ดไอน้ำที่บานหน้าต่างแล้วมองออกไปยังฟ้ายามราตรี ณ จุดสูงสุดแห่งสรวงสวรรค์ ล้อมรอบด้วยดาวระยิบระยับนับด้วยล้าน คือดาวดวงหนึ่งที่เจ้าหล่อนไม่เคยเห็นมาก่อน มันมีหางเรืองแสงสีแดงดุจเลือดทอดยาวบนท้องฟ้า

จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังตึงเหนือหัว ฝุ่นจากห้องใต้หลังคาร่วงลงใส่เจ้าหล่อน ผงสีขาวระยิบระยับไปทั่วห้องเหมือนหิมะตกสะท้อนแสงเทียน เสียงดังอีกตึงหนึ่ง ตามด้วยเสียงลากโซ่ไปตามพื้นไม้ กระเบื้องชนวนบนหลังคาแผ่นหนึ่งร่วงลงไปกระแทกพื้นถนน เสียงตึงๆ ดังซ้ำอีกหลายครั้ง

ไม่มีใครในบ้านตื่น อเก็ตต้าได้ยินเสียงร้องไห้ลอดลงมาจากพื้นไม้กระดานเหนือหัวสลับเสียงสะบัดโซ่เหล็กดังกราวๆ เจ้าหล่อนค่อยๆ ลงจากเตียงแล้วเดินข้ามพื้นไม้เย็นเฉียบ เอื้อมไปจับประตูที่เห็นมัวๆ พลางเงี่ยหูฟังเสียงกองไฟในครัว นึกรู้ว่าพ่อคงหลับอยู่ ยื่นเท้าผิงไฟ กระโถนปัสสาวะยัดไว้ใต้เก้าอี้

เจ้าหล่อนมองออกไปตามทางเดินมืดๆ เปลวเทียนเล่มเดียวที่จุดอยู่ในซอกข้างผนังไหววับเพราะลมพัดลอดเข้ามาในบ้านอยู่ตลอดเวลา ที่พื้นร่างมนุษย์สองคนนอนกองอยู่ใต้ผ้าห่มหนาและสกปรก ปากทำเสียงจุ๊บจั๊บพลาง ละเมอแกะเกาแผลที่เป็นหนอง
อเก็ตต้าจ้องร่างอ้วนของคนจรจัดซึ่งตอนนี้นอนขวางทางอยู่ เห็นหนวดสีเทาสั้นและหยาบกระตุกอยู่บนดวงหน้าที่พร้อยด้วยแผลฝี เขานอนหงาย ห่มผ้าอยู่ครึ่งตัว ปากอ้ากว้างหอบหายใจพลางกรนสนั่น อเก็ตต้าพยายามหักห้ามใจที่จะไม่คว้าเทียนมาหยดขี้ผึ้งร้อนๆ ใส่ปากเจ้านั่น พี่แกจะได้หยุดกรนและอยู่เงียบๆ เสียที เจ้าหล่อนจะได้ข้ามห้องโถงไปที่บันไดได้

ชายนั้นละเมอพึมพำจนเจ้าหล่อนได้กลิ่นลมหายใจเหม็นๆ เขาขยับตัวโดยพลันแล้วยื่นแขนขวางโถงทางเดินที่เจ้าหล่อนจะไป หนูใหญ่ตัวหนึ่งโผล่จากเสื้อคลุมของเขาวิ่งจี๋เลียบผนังห้องแล้วลงบันไดไปที่ครัว อเก็ตต้าโหย่งตัวก้าวข้ามร่างชายอ้วนที่หลับอยู่ พยายามไม่ถูกตัวเขา

เจ้าหล่อนรีบสาวเท้าไปตามทางเดินสู่บันไดมืดชันแคบๆที่นำขึ้นไปสองช่วง อเก็ตต้าหยุดพักทุกช่วง รู้สึกกลัวจนหนาวสั่น แปลบลึกๆ ขึ้นมาในช่องท้องเหมือนปมเชือกขมวดแน่นอยู่ในนั้น เจ้าหล่อนได้ยินเสียงร้องไห้อยู่หลังประตูห้องใต้หลังคา ฟังดูไกลเหมือนเสียงนกทะเลหลงทาง ทำให้ใจสลดเศร้าเหมือนว่าได้ร่วมโศกกับนกนั้นด้วย
หยากไย่หนาเตอะย้อยลงจากเพดาน ใยสีเทาบางเบาพาดพันใบหน้าอเก็ตต้า เจ้าหล่อนจึงรีบปัดออกจากเรือนผม ตรงบันไดนั้นไม่มีแสง เจ้าหล่อนไม่กล้าใช้เทียนเพราะกลัวว่าพ่อจะเห็น ความมืดมิดรอบกายเหมือนจะกระซิบห้ามให้เจ้าหล่อนหยุด อย่าไปต่อ อย่าขึ้นไปอีก หันหลังกลับเสียก่อนจะสายเกินไป

บนขั้นบันไดนี้แหละที่เจ้าหล่อนได้เห็นบลูสกิน แดนบี้เป็นครั้งแรก ในคืนที่เขาหนีจากคุกนิวเกต แสงสลัวส่องให้เห็นชัดว่าหน้าเขามีรอยสักสีน้ำเงินรูปงูขดม้วนตัวรอบดวงตาทั้งสองและเลื้อยเข้าไปในปาก แดนบี้ซ่อนตัวอยู่ในห้องใต้หลังคา พ่อเจ้าหล่อนช่วยเขาไว้ แต่อีกสองวันถัดมาเขาก็ตายอย่างลึกลับ ถูกลอกคราบเครื่องแต่งกายหรูหราออกเหลือเป็นศพเปลือยอ้าปากแขวนโตงเตงเหมือนไก่งวงตอนคริสต์มาส

พอเขาตายลง ในช่วงที่วิญญาณยังยึดติดกับโลกนี้ ไม่ยอมถูกลากลงนรกก็เกิดพายุรุนแรงอยู่สามวันสามคืน ทั้งกลางวันแสกๆ อยู่ดีๆ โต๊ะในครัวก็พลิกคว่ำ ถ่านหินในเตาผิงปลิวกระจายออกมา จานชามลอยจากหิ้งขึ้นหมุนวนในอากาศเหมือนถูกหยิบด้วยมือที่ไม่มีใครเห็น เสียงเขาร้องคร่ำครวญอยู่บนบันไดนี้สามวัน จากนั้นมา ห้องใต้หลังคาก็กลายเป็นสถานที่น่ากลัว ทุกครั้งที่อเก็ตต้าต้องใช้บันได เจ้าหล่อนต้องปิดตาและไขว้นิ้วเป็นเคล็ด ไม่กล้าเงยหน้าเพราะไม่อยากสบตาไร้วิญญาณของผีบลูสกิน แดนบี้ ยิ่งก้าวไปด้วยความหวั่นกลัวแต่ละก้าวก็ยิ่งหวนนึกถึงคืนนั้นได้มากขึ้นเหมือนความทรงจำนั้นคอยสาปแช่ง กระซิบบอกทุกเรื่องที่เจ้าหล่อนกลัว

ประตูบานเล็กตรงบันไดขั้นบนสุดถูกล่ามโซ่และลงกลอนจากด้านนอก อเก็ตต้า ค้นกระเป๋าตัวเองทุกซอกทุกมุม หยิบชิ้นเหล็กงอๆ บางๆ ออกมาแล้วรีบสอดเข้าไปในรูกุญแจ หมุนให้แง่กระทบลวดสปริง พอรู้สึกว่ากุญแจหมุนก็ค่อยๆ ง้างเงี่ยงโลหะสามชิ้นที่ยึดปิดสนิทออกมาทีละอัน ครั้นแม่กุญแจคลายออก อเก็ตต้าก็รีบเลื่อนสลักประตูทั้งสองอันออกมา

เสียงฝีเท้าหนักๆ ย่ำมาตามชานพักบันไดข้างล่างห่างไปหลายฟุต เจ้าหล่อนแนบตัวชิดผนัง ซ่อนอยู่ในความมืด กลัวว่าบลูสกินจะกลับมา ได้ยินเสียงครางเบาๆ ในขณะที่เงาร่างสูงทอดน่องไปตามทางเดิน สะดุด พึมพำกับตนเอง แล้วเดินเซชนผนังซ้ายทีขวาทีไปยังบันได

เจ้าหล่อนค่อยๆ คลานลงไปสามขั้นแล้วชะเง้อออกไปดู เห็นเงาร่างของผู้ชายทาบทับแสงเงินของดวงจันทร์ที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ชายคนนี้สูง สวมเสื้อคลุมยาวโทรมๆ ลากไปตามพื้น ดึงหมวกลงมาปิดหู เขาเดินโซเซไปพลางเตะต่อยสัตว์ร้ายที่มองไม่เห็นซึ่งเขาคงจินตนาการว่าคอยวิ่งวนอยู่รอบตัว ทันใดนั้น เขาก็ล้มหงายหลังไปชนผนัง ลื่นไถลลงไปนั่งบนพื้นไม้ แล้วมองไปรอบๆ เหมือนคิดว่าโดนหมัดที่มองไม่เห็นอัดจนร่วง จากนั้นก็หลับตาอย่างอ่อนเปลี้ย ฟุบตัวลง พับขา ขดตัวเหมือนแมวอ้วน ตัวสั่นดิกๆ อยู่ข้างผนังปูนเย็นเฉียบ ไม่ช้าก็กรนสนั่น

อเก็ตต้าดอดขึ้นบันไดกลับไปยังประตูที่ถอดกลอนไว้ เจ้าหล่อนเงี่ยหูฟังเสียงรอบๆ ตัว เมื่อได้ยินเพียงเสียงหัวใจตัวเองเต้นจึงผลักประตูค่อนข้างฝืดเปิดออกช้าๆ บานประตูครูดพื้นกระดาน เจ้าหล่อนรีบก้าวเข้าไปในห้องใต้หลังคา
ห้องนั้นสว่างด้วยแสงไฟในเมือง แต่ ตรงหน้าต่างสูงที่แสงจันทร์สีน้ำเงินส่องเข้ามา เจ้าหล่อนเห็นเงาร่างของผู้ชายเรืองเป็นสีเงิน เขานั่งเอาหน้าซบฝ่ามือ รอบๆ เท้ามีหยดน้ำตาแวววาวรวมเป็นแอ่ง

อเก็ตต้าหายใจเฮือกด้วยความประหลาดใจ ชายนั้นเงยหน้าขึ้น เขาลุกยืน ยื่นมือทั้งสองออกมา แสงสีทองสลัวเปล่งจากในตัวเขา ส่องสว่างยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเขาเหยียดมือที่ถูกล่ามโซ่มาหาเจ้าหล่อน ทันใดนั้น แสงสีขาวบริสุทธิ์ก็ส่องจ้าทั่วทั้งห้องจนมองอะไรไม่เห็น ในขณะที่ปีกสองข้างกางแผ่ออกเต็มห้อง เปล่งประกายวูบวาวเป็นจังหวะตามแรงเต้นของหัวใจเขา

อเก็ตต้ายกมือปิดตาป้องแสงจ้าแล้วมองลอดนิ้ว ดูเหมือนว่าแสงจากทั่วโลกถูกดูดเข้าไปยังร่างนั้น แม้กระทั่งเวลาก็เหมือนถูกดูดซึมเข้าไปด้วย อเก็ตต้ารู้สึกว่าตัวเองถูกอุ้มลอยขึ้นจากพื้นอย่างนิ่มนวลเข้าไปหาร่างนั้น เจ้าหล่อนคว้ากรอบประตูไว้แน่น จิกเล็บเข้าไปในเนื้อไม้ที่สีเริ่มลอก แต่พรวดเดียวเจ้าหล่อนก็ถูกกระชากหลุดจากที่ยึดเหนี่ยวแล้วลอยข้ามห้องใต้หลังคาไปสู่อ้อมแขนที่ร่างนั้นกางรับอยู่

อเก็ตต้าโบกมืออย่างร้อนรน พยายามคว้าทุกอย่างที่เห็นผ่านหน้าไปขณะเสียงหัวเราะดังทั่วห้อง เสียงหัวเราะนุ่มนวล ร่าเริง แพรวพราวเข้ากับแสงสว่างจ้า แล้วจู่ๆ เจ้าหล่อนก็ร่วงโครมลงบนพื้นไม้เนื้อแข็งอย่างหมดรูป ในห้องกลับมีแต่แสงจันทร์สลัวๆ อีกครั้ง อเก็ตต้ามองขึ้นไปเห็นเพดานห้องใต้หลังคาซึ่งกระเบื้องทะลุเป็นโพรง แล้วก็เห็นใบหน้าเปื้อนน้ำตาของชายที่ก้มลงมองเจ้าหล่อนนอนแอ้งแม้งอยู่ในบ่อน้ำตาของเขา

“ไม่ต้องพูดอะไร อเก็ตต้า” หน้านั้นบอก เลิกคิ้วและมุมปากข้างหนึ่งพร้อมๆ กันคล้ายจะยิ้มพลางเช็ดหยดน้ำตาที่หน้า “พ่อของเจ้ายังหลับอยู่ในครัว แต่ซาราพัก เพื่อนของเขากำลังมาที่นี่…” เสียงนุ่มนวลแต่เข้มแข็งของเขาก้องเข้าไปในหูอเก็ตต้า ซึมแทรกเข้าไปในหัวใจ

“ทำได้ไงน่ะ” เจ้าหล่อนมองเขา สงสัยว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น กวาดตามองหน้าเขาทุกตารางนิ้วเพื่อหาร่องรอยว่าเขาเป็นใครหรือตัวอะไรแน่

“อย่ากลัวเลย!” เขาพูดอย่างห้าวหาญ ยื่นมือผอมเรียวมาช่วยฉุดเจ้าหล่อนขึ้นจากพื้น

“มนุษย์อย่างเจ้า ถ้าไม่ตกใจกลัวก็มักจะเป็นลมสลบเมื่อได้เห็นข้า แต่เจ้าดูจะไม่เหมือนใคร ดูเหมือนมีอะไรบางอย่างในตัวเจ้าที่...”

“เจ้าคือบลูสกิน แดนบี้ กลับมาล้างแค้นพ่อข้าใช่มั้ย” เจ้าหล่อนรีบลุกขึ้น พยายามถอยหนี

“อย่ากลัวไปเลย ข้าชื่อเทกาตัส เป็นผู้ที่พ่อเจ้า ‘เชิญ’ มา ข้าผิดเองจึงเคราะห์ร้ายเช่นนี้ อดีตของข้ามันน่าเศร้า” เขาทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ ซบหน้ากับฝ่ามือ

“เจ้ามีปีก มัน…” อเก็ตต้าพูดไปพลางปัดฝุ่นจากพื้นที่ติดมากับเสื้อคลุม กวาดตามองไปตามมุมมืด

“เดี๋ยวก็มี เดี๋ยวก็หาย โธ่เอ๋ย ปีกนี่แหละเป็นต้นเหตุให้ข้าตกต่ำจนต้องมาอยู่นี่” เทกาตัสพึมพำอย่างท้อแท้

“เป็นมายากลใช่มั้ยเนี่ย ของจริงรึเปล่า” อเก็ตต้า พยายามมองข้ามไหล่เขาไปหาร่องรอยว่าที่หลังยังมีขนนกสีทองที่เพิ่งเปล่งประกายสว่างจ้าทั่วห้องอยู่หรือเปล่า

“จริงหรือไม่จริงจะสำคัญอย่างไรหรือ คนทั่วโลกช่างกระหายใคร่รู้ ราวกับข้าเป็นสัตว์ประหลาดไร้อำนาจที่มีไว้ขาย เอาไว้ให้คนจ้องดู ต้องอยู่ในสวนสัตว์หายาก อยากจะหลบหนีก็ไปไม่ได้” เทกาตัสตัวสั่นเหมือนนกเกาะคอน สีหน้าแสดงว่าปวดร้าว “ข้าเห็นเจ้าขึ้นบันไดมา ก่อนนี้ข้าพยายามปลุกเจ้าหลายหนแต่เจ้าหลับอยู่เรื่อย”

อเก็ตต้าจ้องไปที่รูบนหลังคา “นั่นเจ้าทำเองเหรอ” เจ้าหล่อนถาม

“ข้าต้องหนี แต่โซ่พวกนี้ตรึงข้าไว้กับโลก” เทกาตัส ยื่นมือมาให้เจ้าหล่อนดู ข้อมือเขาถูกมัดแน่นด้วยตรวนทองขนาดเท่าปลอกข้อมือเสื้อแขนยาว แต่ละชิ้นสลักด้วยอักษรทองตัวเล็กเป็นภาษาที่อเก็ตต้าไม่เข้าใจ “มันยอมให้ข้ากางปีกได้” เขาพูดเคืองๆ พร้อมกับเขย่าตรวนบนข้อมือ “แต่ตราบใดที่ข้ายังติดตรวนข้าก็จะอ่อนแอช่วยตัวเองไม่ได้”

“ตายซ้ำเจ็ดครา” เจ้าหล่อนกระซิบเบาๆ พอตัวเองได้ยิน “หมายความว่าอะไร”

“หมายความว่าข้าอาจต้องอยู่นี่ตลอดกาล” เทกาตัส พูด

“ข้ารู้จักช่างตีเหล็ก เขาทุบตรวนให้หลุดแล้วเอาทองไปขายก็ได้” อเก็ตต้าพูดขณะสำรวจตรวนแต่ละข้างจากระยะปลอดภัย

เขามองเจ้าหล่อนแล้วยิ้ม “ต้องเก่งกว่าช่างตีเหล็กถึงจะถอดตรวนนี่ให้ข้าได้ เครื่องมือทำด้วยโลหะหลอมไม่ว่าชนิดใดไม่มีวันจะถอดมันออกได้ เพราะตรวนนี้สร้างด้วยสิ่งมีค่ายิ่งกว่าโลหะราคาแพง และกุญแจที่ลั่นไว้ก็คือความทะนงและความริษยาหมายเอื้อมเอาสิ่งที่ข้าไม่มีวันจะได้ครอบครองอีกด้วย”

เจ้าหล่อนหยุดแล้วก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกก้าวหนึ่ง อเก็ตต้าไม่แน่ใจว่าเขาเป็นตัวอะไร แต่ไม่กล้าจะเอ่ยคำถามที่คาอยู่ที่ริมฝีปาก “เจ้าเป็น... ”

“ข้าเป็นอะไรก็ได้ที่เจ้าต้องการให้ข้าเป็น” เขาพูดราวกับรู้คำถามก่อนที่เจ้าหล่อนจะเอ่ยออกมา “ข้าเคยเป็นอะไรนั้นไม่สำคัญหรอก ชีวิตของข้าเปลี่ยนไปมาก ข้าเคยถูกลากไปทั่วยุโรปมาแล้ว ถูกนักเล่นแร่แปรธาตุบ้าง โจรบ้าง ขายต่อๆกันไปจนได้มาเป็น “แขก” ของพ่อเจ้า”

“พ่อข้าจะเอาเจ้ามาทำอะไร” เจ้าหล่อนถาม สังเกตเห็นว่าหน้าผากเขามีรอยย่นสีเงิน

“เขาจะเอาข้าไปแสดงที่สแตรนด์ คิดค่าชมหนึ่งชิลลิง นับเป็นหนึ่งในบรรดาสัตว์ประหลาด ข้าได้ยินเขาพูดกับซาราพัก ทั้งคู่วางแผนจะรวบรวมสัตว์ประหลาดที่แปลกพิสดารที่สุดจากทั่วโลก ข้าว่าข้าคงจะแปลกที่สุด” เขาเห็นสีหน้าสับสนของเจ้าหล่อน

“แขกในบ้านนี้ครึ่งหนึ่งมีชะตากรรมแบบเดียวกับข้า แต่ล้วนมาสมัครใจทำเองเพราะต้องการเงิน ส่วนข้า…” เขาหยุดพูดแล้วมองพื้น ลดเสียงลงพูดช้าๆ “ข้าไม่มีทางเลือก ข้าต้องทำตามที่เขาบอก เขาเก็บกุญแจที่พันธนาการข้าไว้กับตัว”

อเก็ตต้าคุ้ยกระเป๋าเสื้อคลุมของตนหาแก้วออร์มุซ “ตายซ้ำเจ็ดครา” เจ้าหล่อนพึมพำซ้ำอีกขณะมองตรวนทอง “ข้าได้ไอ้นี่มาสำหรับอ่านอะไรๆ ที่อ่านไม่ออก” เจ้าหล่อนดึงแก้วออร์มุซออกจากกระเป๋าแล้วเช็ดเลนส์ผลึกใสกับเสื้อคลุม “เห็นมั้ยล่ะ! นี่แหละมีคนให้ข้ามา แธดเดียสบอกว่า มันช่วยให้อ่านได้ มันก็ต้องช่วยให้เข้าใจได้จริงๆ ซิน่า”

เจ้าหล่อนพูดเร็วพลางชูเลนส์นั้นขึ้นเหนือตรวนแล้วอ่านคำที่สลักไว้บนแผ่นทอง “ตายซ้ำเจ็ดครา! ว้า ไม่เห็นเข้าใจมากขึ้นเลย” เจ้าหล่อนพูดด้วยน้ำเสียงท้อแท้ พลิกแก้วออร์มุซในมือแล้วจ้องดู ทันใดนั้นตัวหนังสือก็ดูเหมือนจะเคลื่อนอยู่ในผลึก เปลี่ยนรูปร่างและตำแหน่ง เกาะตัวเป็นคำพูดยาวๆ ที่หมุนวนไปรอบๆ ต่อหน้าต่อตาเจ้าหล่อน

เราเกิดมา ถูกกักไว้ให้มีชีวิตอยู่ถึงเจ็ดยุคแล้วจึงตาย
ข้าจำจะต้องอยู่เฝ้าดูโลกมนุษย์ตลอดเจ็ดยุค
เจ็ดครั้งที่ข้าต้องตายให้มนุษย์และอมตเทพได้เห็น
ตัวต่อและอสรพิษตายเจ็ดครั้งมีแต่จะเน่าเปื่อยกลายเป็นเชื้อราไป


อเก็ตต้าอ่านคำที่ปรากฎใน แก้วออร์มุซ “หมายความว่ายังไง” เจ้าหล่อนถามขณะที่ตัวอักษรเต้นวนอยู่ในเนื้อผลึก “หมายถึงใครล่ะ”

“เป็นคาถาที่สาปข้า ให้ถูกใจตัวเองกักไว้ ถูกความโลภของตนเองขังไว้เอง ข้าต้องใส่ตรวนนี่ไปเจ็ดยุค จึงจะรู้จักตาย” เทกาตัสเขย่าโซ่ที่พันรอบตรวน “ข้าแค่อยากรู้ว่าจะรู้สึกยังไง ถ้าได้จูบเจ้าหล่อนสักครั้ง แค่นั้นเอง แค่จะได้รู้ว่าขณะหนึ่งในชั่วกาลนิรันดร์เป็นอย่างไร--” เขาหยุดแล้วเงี่ยหูฟังเหมือนมีใครกำลังพูดกับเขา “เรามีเวลาไม่มาก ซาราพักจะมาถึงแล้ว เจ้าต้องกลับไปนอน ลงกลอนไว้แล้วอย่าบอกใครเรื่องนี้”

“ข้าทิ้งเจ้าไว้อย่างนี้ไม่ได้หรอก เจ้าถูกขัง” อเก็ตต้าก้าวเข้าไปแล้วดึงโซ่สุดแรงเกิด พยายามช่วยให้เขาเป็นอิสระ “เจ้าไปทำอะไรมาถึงถูกจับมาไว้ที่นี่”

“ข้าถามคำถามนั้นทุกนาทีทุกวันแต่ก็ไม่เคยได้คำตอบ ไม่มีใครยอมฟังข้าแล้ว ข้าถูกทอดทิ้ง” เทกาตัสถอนใจเหมือนกำลังจะร้องไห้ เอียงศีรษะเหมือนได้ยินเสียงจากที่ไกล

“พ่อเจ้าตื่นแล้ว กำลังเขี่ยไฟรอเพื่อนอยู่”

“แล้วเจ้าล่ะ เจ้าอยู่ที่นี่ได้ไง เจ้าต้องหนีไป” เจ้าหล่อนดึงโซ่อีกครั้ง

“เมื่อถึงเวลา เจ้าค่อยช่วยข้า ตอนนี้ไปก่อนเถอะ ถ้าพ่อเจ้าพบเจ้าที่นี่ ข้าช่วยอะไรเจ้าไม่ได้”

อเก็ตต้ามองเขานั่งซบหน้าในฝ่ามือ ดูตัวเขาเล็กบอบบาง เหมือนชายแก่ขอทานที่ไม่มีใครให้อาหารนอนรอความตายอยู่ข้างถนน เทกาตัสเงยหน้าขึ้นโบกมือให้เจ้าหล่อนไป แสงจันทร์สีน้ำเงินฉายฉาบผิวเขา และก่อเกิดเงาที่ทอดยาวไปตามพื้นเหมือนทางให้เดินออกจากห้อง อเก็ตต้าหย่งปลายเท้าเดินข้ามห้องออกไปโดยไม่พูดอะไร ครั้นลงกลอนใส่กุญแจประตูแล้วยืนอยู่มืดๆ ที่บันไดขั้นบนสุด เจ้าหล่อนจึงรู้สึกแวบขึ้นมาว่าถูกเฝ้ามอง ตาใครก็ไม่รู้จ้องมาจากความมืด

ลมเย็นพัดกรูอยู่รอบเท้าทำให้เจ้าหล่อนตัวสั่นขนลุก ในทางเดินมืดๆ นั้น อเก็ตต้าเห็นผู้ชายร่างสูงยืนจ้องออกไปจากหน้าต่างระเบียง อาศัยแสงจันทร์สลัวเจ้าหล่อนเห็นรอบสักจางๆ บนใบหน้าของเขา

บลูสกิน แดนบี้ ชื่อนี้แวบขึ้นในสมองเหมือนฟ้าผ่า ร่างมืดเงยหน้าขึ้นเหมือนรู้ตัวว่าวิญญาณของเจ้าหล่อนเรียกชื่อเขา ใบหน้านั้นเย็นชาเหมือนหน้ากากหนัง ดวงตาสีดำเข้มที่จมลึกอยู่่ในเบ้าจ้องเจ้าหล่อนนิ่งแน่ว งูดำตัวยาวเกาะอยู่ที่หน้าเขาและเลื้อยทะลุเบ้าตาข้างหนึ่งเข้าไปโผล่ออกทางปาก “ข้ากลับมาหาเอ็ง อเก็ตต้า” เขาพูดพลางก้าวเข้าใกล้ ยื่นมือขาวซูบมาหาเจ้าหล่อน “อีกไม่ช้า กลางดึกตอนที่เอ็งนึกไม่ถึง ไม่มีอะไรในโลกนี้จะปกป้องเอ็งให้พ้นมือข้าได้ ข้าได้หมาเอ็งไปแล้ว เป็นค่าชดใช้ที่พ่อเอ็งหักหลังข้า อีกไม่ช้าข้าก็จะเอาเอ็งไป จะทำให้เอ็งมีชะตาเหมือนข้า คอสวยๆ จะถูกบิด แล้วตอนกลางคืนเอ็งจะได้ออกเดินไปกับเพื่อนผีด้วยกัน”

เขาพูดแล้วแค่นยิ้ม แล้วหันหลังหายวับไป



บทแปลนี้มิใช่เวอร์ชั่นก่อนพิมพ์เล่ม
จึงยังมีความลักลั่นเรื่องชื่อสถานที่อยู่บ้าง
ขออภัยด้วยค่ะ
(ติดตาม
บทที่ 10 - ประสานพลังศาสนเวทย์
ต่อไปนะคะ)

LITERATURE
 ขอบคุณของแต่งบล็อกจากอินเทอร์เน็ต



Create Date : 25 มิถุนายน 2562
Last Update : 4 กรกฎาคม 2562 15:31:26 น. 38 comments
Counter : 419 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณกะว่าก๋า, คุณThe Kop Civil, คุณตะลีกีปัส, คุณโอพีย์, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณหอมกร, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณวลีลักษณา, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณhaiku, คุณtoor36, คุณสองแผ่นดิน, คุณRinsa Yoyolive, คุณSweet_pills, คุณAsWeChange, คุณkae+aoe, คุณ**mp5**, คุณสันตะวาใบข้าว, คุณtuk-tuk@korat, คุณNior Heavens Five, คุณlife for eat and travel, คุณJinnyTent, คุณเริงฤดีนะ, คุณruennara, คุณmambymam, คุณALDI, คุณที่เห็นและเป็นมา


 
อุ้ย..ตัวเลือด... นึกถึงโรงหนังตงก๊ก ที่เชียงใหม่

กับโรงหนังใน กท. ตอนเด็กครับ พี่ 555

อ้าวมีแก้ววิเศษด้วย... เรื่องคงจะลึกลับ..ต่อไป
นับถือ ท่านผู้เขียนจริง ๆ ครับพี่ เขียนได้เยอะตอน
ผูกเรื่อง มีขมวดเป็นตอน ๆ ด้วย..


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 25 มิถุนายน 2562 เวลา:7:48:03 น.  

 
ตายซ้ำเจ็ดครา
เป็นคำที่ทำให้เห็นภาพเลยครับพี่
เหมือนทัณฑ์ทรมานที่ต้องเจอวนๆซ้ำๆ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 มิถุนายน 2562 เวลา:7:50:38 น.  

 
มาส่งกำลังใจ แปะไว้ก่อนนะครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 25 มิถุนายน 2562 เวลา:8:41:31 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะพี่ภาขา

บี้เรือดแล้วเอานิ้วมาอม..แว้ก
ตื่นเต้น อเก็ตต้าพามาเจอมนุษย์แสงเงินมีปีกแล้ว
เทกาตัสเป็นใครมาจากฃหน
น่าติดตามค่ะ
แต่เจ้าบลูสกิน ที่มีงูเลื้อยเข้าเลื้อยออลูกตานี่
น่าสะพรึงค่ะ

ขำอเก็ตต้าอยากเอาเทียนหยดลงปากคนนอนกรน..น่าจะได้ผลดีค่ะ..แฮ่ะ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 25 มิถุนายน 2562 เวลา:8:47:57 น.  

 


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 มิถุนายน 2562 เวลา:11:28:56 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะ

กระดังงาพอรู้จัก แต่กล้วยไม้คุณนายเฉียดนี่ ..
น้องงงเต้กอินเดอะเวิร์ดค่ะ มันอิหยังน้อ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 25 มิถุนายน 2562 เวลา:12:09:57 น.  

 
ภาวิดา คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog
แวะมาส่งคะแนนเหมือนเคยค่ะพี่ภา
ชอบอ่านเรื่องเจ้านุ้งที่พี่ภาเล่ามากกว่าค่ะ



โดย: หอมกร วันที่: 25 มิถุนายน 2562 เวลา:13:25:49 น.  

 
มาให้กำลังใจนะคะพี่ภา

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog
ผีเสื้อยิปซี Literature Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
Rinsa Yoyolive Review Travel Blog ดู Blog
toor36 Music Blog ดู Blog
The Kop Civil Sports Blog ดู Blog
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
ภาวิดา คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 25 มิถุนายน 2562 เวลา:15:50:16 น.  

 
จบตอนเร็วจัง ลึกลับชวนติดตามค่ะ รอตอนที่ 10


โดย: วลีลักษณา วันที่: 25 มิถุนายน 2562 เวลา:19:22:05 น.  

 
สวัสดี ค่ะ พี่ภา

ดาวพิษ ตอนนี้ น่ากลัวกว่าตอนอื่นนะ อ่านตอน
อเล็กต้า บี้ตัวเรือดและเอานิ้วเข้าปากดูดเลือด
อั๊ยหยา ทำไมสกปรกอย่างนั้นเนาะ ขยะแขยงสุด ๆ

ตัวละครที่ถูกจับมาอยู่ใต้หลังคา เปิดตัวแล้ว
ชื่อว่า เทกาตัส น่าสงสารตัวละครตัวนี้มากเลยนะ
คำว่า ตายซ้ำเจ็ดครา อ้อ แปลว่า อาจต้องอยู่
นี่ตลอดกาล อ่านแล้วสงสาร เทกาตัส ค่ะ

เจ้าตัวประหลาดอีกตัว บลูสกิน แดนบี้ ที่
อเล็กต้าต้องผจญอยู่ ก็น่าเกลียดน่ากลัวมาก ค่ะ อิอิ
โหวดหมวดงานเขียน ฯ
รออ่านตอนต่อไป ค่ะ



โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 25 มิถุนายน 2562 เวลา:19:39:07 น.  

 
วันนี้อ่านสองตอนรวดค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 25 มิถุนายน 2562 เวลา:20:00:33 น.  

 
ปล.เที่ยวนี้ไปทำบุญร้อยวันให้คุณแม่ค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 25 มิถุนายน 2562 เวลา:20:01:24 น.  

 
สงสารเทกาตัสนะคะ

บลูสกิน แดนบี้ น่ากลัวมากค่ะ

อเก็ตต้า กล้าหาญมากเลย ซนด้วยนะคะนี่ อยากรู้ไปหมด


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 25 มิถุนายน 2562 เวลา:20:36:41 น.  

 
ปล. น่าจะไปพิพิธภัณฑ์ก่อนคุณซาค่ะ
แต่ที่แน่ ๆ แซงซ้ายตัดหน้าลงบล็อกได้ก่อน
อิอิ
เพราะคุณซาถ่ายรูปสวยกว่าเย๊อะ !


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 25 มิถุนายน 2562 เวลา:21:01:36 น.  

 
ตามมาให้กำลังใจครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 25 มิถุนายน 2562 เวลา:21:36:54 น.  

 
ส่งกำลังใจไว้ก่อนครับ พี่ภา



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 25 มิถุนายน 2562 เวลา:22:03:02 น.  

 
แวะกลับมาหาเพื่อนเก่า เพื่อที่จะพบว่าเขา เอ้ย..เธอ เปลี่ยนแนวไปเยอะ เยอะมาก ๆ


โดย: Dearance IP: 61.7.191.251 วันที่: 25 มิถุนายน 2562 เวลา:22:39:19 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณ Dearance
ขอบคุณที่แวะมาทักทายนะคะ
เธออาจเปลี่ยนแนวไปบ้าง
แต่ไม่เคยเปลี่ยนใจเลยค่ะ
ยังคงระลึกถึงคุณเสมอ
เช่นเดียวกับคุณที่เห็นได้ชัดว่า
ยังไม่เปลี่ยนไป แต่หายไปนาน
มากนะคะ กลับไปดูที่บล็อกก็เงียบ

มี Facebook ไหมคะ ถ้ามีรบกวน
พบกันที่โน่น ในชื่อ Pavida Pijarntinh ค่ะ
น่าจะสะดวกกับคุณมากกว่านะคะ



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 25 มิถุนายน 2562 เวลา:23:01:35 น.  

 
อ่านแล้วจินตนาการตามค่ะพี่ภา
สงสารเทกาตัสด้วยค่ะ ถูกนำไปแสดงที่ต่างๆ
แล้วต๋าจะติดตามอ่านต่อนะคะ

ขอบคุณพี่ภาสำหรับกำลังใจค่ะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 26 มิถุนายน 2562 เวลา:0:23:53 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่ภา




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 มิถุนายน 2562 เวลา:6:31:27 น.  

 
ส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 26 มิถุนายน 2562 เวลา:9:53:15 น.  

 
สวัสดีอีกรอบค่าพี่ภา

จริง ๆค่ะ ปรับไม่ว่า แต่ปรับแล้วต้องดี

ปรับแล้วไม่ดีนี่ไม่โอค่ะ

หนูว่าเชฟเปลี่ยนชัวร์ 555


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 26 มิถุนายน 2562 เวลา:10:08:48 น.  

 
สวัสดียามเย็นๆๆค่ะพี่ภา^^

ส่งกำลังใจนะคะพี่ ช่วงนี้แกงงานเยอะค่ะพี่
อาจจะหายๆ ไปบ้าง ถ้ามีเวลาแกงแวะมาทักทายแน่นอนค่ะ...

รักษาสุขภาพเช่นกันนะคะพี่...



โดย: สันตะวาใบข้าว วันที่: 26 มิถุนายน 2562 เวลา:17:16:59 น.  

 
หนูว่าเรื่องนี้สนุกเพราะอเก็ตต้าเป็นตัวเดินเรื่องนี่ล่ะค่ะ

บรรยากาศ สภาพที่หลับที่นอน อเก็ตต้ากับแม่...ภาพบรรยายชัดมากค่ะ ไม่มีอะไรน่ารื่นรมย์ชวนให้นอนหลับเลยค่ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 26 มิถุนายน 2562 เวลา:19:49:00 น.  

 
add friend มาตามคำขู่แล้วครับ ใช้ขื่อ "ปริญญา เพ็ช...." ครับผม อย่า reject คนชื่อนี้ทิ้งนะครับ โกดจีจีด้วย 555


โดย: Dearance IP: 110.77.230.155 วันที่: 26 มิถุนายน 2562 เวลา:21:47:22 น.  

 
สวัสดีค่ะ พี่ภา

ตามมาอ่านต่อค่ะ
ทั้งตัวเรือดทั้งหนู มันอยู่ด้วยกัน

ตัวนี้กินเลือดจากคน
ตัวนั้นก็กินเศษอะไรๆเท่าที่จะหาได้จากคน

บรื๋ออ .... อ่านแล้วขนลุกค่ะ

รักษาสุขภาพด้วยค่ะพี่


โดย: AsWeChange วันที่: 27 มิถุนายน 2562 เวลา:3:51:07 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่ภา




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 27 มิถุนายน 2562 เวลา:6:54:55 น.  

 
แวะมาโหวตค่าาา


โดย: life for eat and travel วันที่: 27 มิถุนายน 2562 เวลา:15:11:35 น.  

 
ทักทายยามบ่ายพร้อมฝนค่ะ พี่ภา



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 27 มิถุนายน 2562 เวลา:16:35:27 น.  

 
เรื่องแปล...หนูชอบที่พี่ภาใช้ฟอนต์ตัวใหญ่ค่ะ เว้นวรรค เว้นบรรทัด ย่อหน้า อ่านง่าย สบายตา ดีเลยค่ะ

ความยาว 1 บท กำลังดีค่ะ ไม่มากไม่น้อยเกินไป ชวนให้ติดตามตอนต่อไปเรื่อย ๆ ได้ลุ้นด้วยนะคะ



โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 27 มิถุนายน 2562 เวลา:16:54:07 น.  

 
ขอบคุณค่ะ พี่ภา
รีบเขียนเรื่องของนุ้งเลยนะคะ รออ่านอยู่ค่ะ อิอิ



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 27 มิถุนายน 2562 เวลา:17:03:54 น.  

 
วันนี้ ลองอ่านดูนิดหนึ่งน่า
อั๊ยหย๋า มันน่าติดตามมาก
น่าค้นหา ลึกลับ ซ่อนเงื่อนงำ ทิ้งติ่งไว้
ว่าใคร คืออะไร ทำไม แล้วจะเกิดอะไรขึ้น
ตอนต่อไปคงได้มาเล็มต่อค่ะ
ตอดเล็กตอดน้อยไปเรื่อย ๆ

พรุ่งนี้เชียงใหม่มีงานสัปดาห์หนังสือครั้งที่ 4
ไม่รู้จะคึกคักหรือเปล่า คนอ่านหนังสือน้อยลงทุกที
หาคนคุยเรื่องหนังสือก็น้อยมาก

จินมีเพื่อนที่เชียงใหม่ที่อ่านหนังสือ
แนวเดียวกันมี 2-3 คน คุยกันอยู่แค่นี้
ถ้าอ่านไม่ใช่แนวเดียวกันเพิ่มมาอีกหน่อย
แต่ก็ยังดีเนอะมีเพื่อนอ่าน เพื่อนคุย
เรื่องไหนสนุก ก็จะแบบว่าแก ๆ ฉันมีเรื่องนำเหนอไรงี้ 555









โดย: JinnyTent วันที่: 27 มิถุนายน 2562 เวลา:19:03:04 น.  

 
ขอย้อนไปอ่านตอน 8 ก่อน มาเม้นท์ตอน 9 นะคะ


“ต้องตายก่อนจึงจะได้เป็นอิสระ”
wording สั้นๆนี้
กินความหมายกว้างไกลและมากมายเสียเหลือเกิน

ตอน 8 นี้ สั้น
แต่ตื่นเต้น ลี้ลับเหลือหลายค่ะ

ตอน 9 นี่..

อเก็ตต้าได้เจอ"เทกาตัส"แล้ว
“ตายซ้ำเจ็ดครา”
ฃ่างน่าสงสารจริงๆ
ที่ต้อง... ถูกกักไว้ให้มีชีวิตอยู่ถึงเจ็ดยุค
แล้วจึงตาย
จะต้องอยู่เฝ้าดูโลกมนุษย์ตลอดเจ็ดยุค
ต้องตายเจ็ดให้มนุษย์และอมตเทพได้เห็นตัว



อเก๊ตต้า..ยังได้รู้ว่าใครกันที่ตามติด แอบมองในเงามืด
"บลูสกิน แดนบี้ " วุ๊ย..เสียวคอแทนจริงๆ


ยิ่งหลายตอนผ่านไป
ความตื่นเต้นๆยิ่งคืบคลานค่ะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 27 มิถุนายน 2562 เวลา:20:21:16 น.  

 
สวัสดีครับพี่ภา ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมครับ


โดย: ruennara วันที่: 27 มิถุนายน 2562 เวลา:20:54:14 น.  

 
จากบล็อก เคยมีหนังแม่มดใจดีนะครับ ผมจำชื่อเรื่องไม่ได้แล้วครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 28 มิถุนายน 2562 เวลา:10:40:11 น.  

 
ขอบคุณนะคะที่แวะคอมเม้นท์


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 28 มิถุนายน 2562 เวลา:10:46:51 น.  

 
ไม่เป็นไรค่ะ กราบขอบพระคุณมากค่ะ

ยังสนุกอยู่เลยอัพเล่นทุกวันค่ะ


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 28 มิถุนายน 2562 เวลา:12:49:48 น.  

 
มาอ่านจนจบ
ผีก็มี


โดย: สองแผ่นดิน IP: 223.204.184.12 วันที่: 1 กรกฎาคม 2562 เวลา:13:09:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ภาวิดา คนบ้านป่า
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 123 คน [?]




BG Pop.Award #14
BG Pop.Award #13
BG Pop.Award #12
BG Pop.Award #11
BG Pop.Award #10
BG Pop.Award #9
BG Pop.Award #8
BG Pop.Award #7
BG Pop.Award #6
....



เอนทรี่หมวดไดอารี่ เริ่ม ม.ค. 2562
  • ตะพาบ 238 วิถีการกินอยู่ของสว.
  • 3F #40: เข้ากั๊น...เข้ากัน"
  • มวลดอกไม้ในความทรงจำ:เทียนฝรั่ง...
  • มวลดอกไม้ในความทรงจำ:ว่านเสน่หา...
  • ตะพาบ 236 สุสานความคิด
  • มวลดอกไม้ตั้งแต่เริ่มปลูกสวนป่า
  • อาชีพนักแปล เล่มที่ 1
  • 3F ข้าวราดผัดถั่วงอก+ไข่ดาวxxx
  • 3F ข้าวราดผัดเครื่องแกงไก่กับ..+ไข่เจียว
  • ตะพาบ 234 ความดีที่คู่ควรแก่การไหว้
  • ตะพาบ 233 เรื่องที่เรา(ไม่สำนึก)เสียใจ
  • 3F ผัดผักหวานกับวุ้นเส้นใส่ไข่
  • ตะพาบ 232 ความเป็นไทย
  • ตะพาบ 231 มิ่งมิตร
  • ตะพาบ 230 ความกลัว
  • ตะพาบ 229 สนามรบ
  • ตะพาบ 228 ต้นไม้ ดอกไม้
  • ตะพาบ 227 ถ้า 1 ปีมี 10 เดือน xx
  • 3F ยำทวาย
  • ตะพาบ 226 พักใจ
  • ชมดอกไม้ที่สิงคโปร์ ตอน 3
  • ตะพาบ 225 เฝ้ารอ
  • ชมดอกไม้ที่สิงคโปร์ ตอน 2
  • ตะพาบ 224 ความกล้าหาญครั้งสุดท้าย
  • 3F แกงขี้เหล็กกับหมูย่าง
  • ชมดอกไม้ที่สิงคโปร์ ตอน 1
  • ตะพาบ 223 เพื่อนใหม่
  • อุ่นเครื่องชมดอกไม้ที่สิงคโปร์x
  • เอื้องมะลิ/หวายตะมอย
  • ตะพาบ 222 ของขวัญที่ไม่อยากได้
  • Cattleya skinneri'Casa Luna'
  • ตะพาบ 221 คู่หู
  • 3F แกงส้มมะรุมกับกุ้ง
  • ปลูกป่าไม้ใหญ่: กระดังงาไทย+นกแก๊ก
  • ตะพาบ 220 ไล่
  • ตะพาบ 219 แพงที่สุดที่เคยซื้อ
  • การเขียนบล็อก 2551-ปัจจุบัน
  • --<>--

    เอนทรี่หมวดสัตว์เลี้ยง เริ่ม ม.ค. 2562
  • เจ้านุ้งกับเสื้อสลายพลังซ่า
  • เจ้านุ้งไม่ชอบใส่เสื้อ&ไม่สู้อากาศเย็น
  • เจ้านุ้งเจาะเลือดเช็คเกล็ดเลือด
  • เจ้านุ้งรายงานตัวอาการดีขึ้น
  • เจ้านุ้งกับผลอัลตร้าซาวด์
  • เจ้านุ้งป่วยหนักมากขึ้น
  • เจ้านุ้งไม่ฉะบาย
  • เจ้านุ้ง"รู้เยอะ"มากขึ้นทุกวันx
  • เจ้านุ้งเกือบ 5 ขวบแล้ว รู้เรื่องและเลี้ยงง่าย
  • เจ้านุ้งโดนแกล้งจนหัวเป็นกระเซิง
  • เจ้านุ้งยังร้อนไม่เลิกแต่ก็มีความสุข
  • เจ้านุ้งผจญอากาศร้อนระดับพระกาฬ
  • เจ้านุ้งกับขนสั้นรับลมร้อน v
  • เจ้านุ้งเฝ้าบ้านให้แม่ไปเที่ยว(อีกแล้ว)
  • เจ้านุ้งเมื่อวันที่อุณหภูมิ 16 องศา
  • เจ้านุ้งกับการดูแลบริเวณบ้าน
  • เจ้านุ้งกับผลไม้สุดโปรด
  • --<>--

    เอนทรี่หมวดงานเขียน เริ่ม เมย.62
  • ตะพาบ 237 วิธีเขียนบล็อกให้น่าสนใจ
  • ตะพาบ 235 เติมพลัง
  • บทที่ 28 พิธีกรรมในคืนเพ็ญ
  • บทที่ 26 ความผิดพลาด& 27 สงคราม
  • บทที่ 24 เผชิญหน้า.. &บทที่ 25 เทพธิดา
  • บทที่ 22 โลกันตร์.. & บทที่ 23 คลายปม
  • บทที่ 20 มอร์บัส & บทที่ 21 ตามบัญชา..
  • บทที่ 18 รัมสกิ้น & บทที่ 19 รถม้า..
  • บทที่ 17 อรุณสีเลือด
  • บทที่ 16 สมุนไพรศักดิ์สิทธิ์
  • บทที่ 15 วิกาลภูตกับผู้คุม
  • บทที่ 14 ไคมีร่า สัตว์พหุพันธุ์
  • บทที่ 13 ภายใต้ผ้าคลุมหน้า
  • บทที่ 12 กำเนิดปีศาจร้าย
  • บทที่ 11 เมืองต้องมนตร์
  • บทที่ 10 ประสานพลังศาสนเวทย์
  • บทที่ 9 ตายซ้ำเจ็ดครา
  • บทที่ 8 ต้องตายก่อนจึงจะได้เป็นอิสระ
  • บทที่ 7 ร้านบิ๊บเบิ้ลวิคที่สะพานลอนดอน
  • บทที่ 6 คัมภีร์อาถรรพณ์
  • บทที่ 5 ปีกเทวดาตกสวรรค์
  • บทที่ 4 ซอยอินนิโก้
  • บทที่ 3 หมอยา
  • บทที่ 2 เหตุป่วนสมอง
  • บทที่ 1 ดาวพิษเวิร์มวู้ด
  • --<>--
    Friends' blogs
    [Add ภาวิดา คนบ้านป่า's blog to your web]
    Links
     

     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.