Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2562
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
14 มิถุนายน 2562
 
All Blogs
 
นิยายแปลเรื่องดาวพิษ บทที่ 7 ร้านบิ๊บเบิ้ลวิคบนสพานลอนดอน แปลโดยภาวิดา คนบ้านป่า

LITERATURE
นิยายแปลเรื่องดาวพิษ
บทที่ 7 ร้านบิ๊บเบิ้ลวิคบนสพานลอนดอน
แปลโดยภาวิดา คนบ้านป่า
***********************************************************

ความเดิม:
บทที่ 1 ดาวพิษเวิร์มวู้ด
บทที่ 2 เหตุป่วนสมอง
บทที่ 3 หมอยา
บทที่ 4 ซอยอินนิโก้
บทที่ 5 ปีกเทวดาตกสวรรค์
บทที่ 6 คัมภีร์อาถรรพณ์


เนื่องจากเพื่อนๆที่อ่านประจำอยากให้ลงถี่ขึ้นหรือมากบทขึ้นในแต่ละ
ครั้ง จขบ.อยากลงครั้งละ 2 บท แต่ลองทำแล้วเนื้อหายาวมากจน
ดูอึดอัด จึงตกลงใจว่าอัพทีละบทต่อไปแต่ให้ถี่ขึ้นประมาณเดือนละ
4 บทนะคะ ยังอยากเขียนงานตะพาบต่อไปและเอาใจแฟนคลับ
เจ้านุ้งด้วย แต่จะมีกำลังอัพได้เพียงเดือนละห้าหกเอนทรี่เท่านั้น


บทที่ 7 – ร้านบิ๊บเบิ้ลวิคที่สะพานลอนดอน

กระดิ่งทองเหลืองใบจิ๋วดังกรุ๊งกริ๊งอยู่เหนือหัวเมื่ออเก็ตต้าพยายามแทรกผ่านช่องเล็กเข้าไปในร้าน ป้ายเหนือประตูเป็นรูปหน้าหนังสือเล่มใหญ่ทาสีทองเขียนด้วยอักษรตัวหนาว่า “ร้านหนังสือบิ๊บเบิ้ลวิค – แธดเดียส เบรสเกอร์เดิ้ล – เย็บเล่มและขายหนังสือ” ลมแรงจากแม่น้ำพัดป้ายที่แขวนอยู่บนเสาแกว่งไปมา เชื้อเชิญทุกคนเข้าสู่โลกใหม่

อเก็ตต้าก้าวพรวดจากแสงแดดยามเช้าอันสดชื่นเข้าสู่ร้านที่มืดและเหม็นอับด้วยกลิ่นกระดาษเปียกแฉะ กลิ่นนั้นเตือนให้เจ้าหล่อนระลึกถึงชายหาดโรเธอไรธ์ที่เหม็นกลิ่นเครื่องในปลาเน่าๆ ซึ่งกองไว้บนทรายแห้งท้ายตลาด เพดานโค้งใหญ่เหมือนเพดานโบสถ์ หยากไย่เส้นยาวๆ มีฝุ่นจับเขรอะแกว่งไปมาสะท้อนแสงเทียนที่จุดอยู่ทุกช่องทางเดิน

คำพูดของเยอร์ซิเนียก้องอยู่ในความทรงจำของอเก็ตต้า “ร้านหนังสือ… ที่สะพานลอนดอน” ตอนนี้ก็อยู่ในร้านหนังสือบิ๊บเบิ้ลวิคแล้ว เจ้าหล่อนไม่เคยอยู่ในที่เช่นนี้มาก่อน ห้องอันใหญ่โตนั้นกรุผนังด้วยกระดานไม้โอ๊กสีคล้ำที่ได้มาจากซากเรือโบราณที่จมอยู่ในแม่น้ำ รูปสลักแม่ย่านางเรือประดับอยู่บนผนังสูงขึ้นไป เป็นสตรีแต่งกายอย่างประณีตด้วยชุดสีม่วงและน้ำเงิน จ้องลงมายังแถวชั้นหนังสือฝุ่นจับหนาที่อัดแน่นแทบระเบิดด้วยหนังสือปกหนังจำนวนมาก พอเข้าไปแล้วอเก็ตต้าก็ปิดประตูร้านเบาๆ กั้นเสียงระฆังของโบสถ์ที่มุมถนนกรับสตรีต เสียงระฆังดังหง่างเหง่งเศร้าๆ เป็นท่วงทำนองประสานเสียงด้วยเนื้อความว่าพระเจ้ายังไม่สิ้นพระชนม์ ผู้หลับไหลจงตื่นลุกขึ้นจากเตียง แล้วก้าวเข้ารับแสงอาทิตย์ซึ่งจะสลายมนตร์ของความมืดให้สิ้นไป แต่ผนังของร้านที่มีชั้นวางหนังสือหนาทึบวางประกบทำให้ไม่ได้ยินเสียงระฆังนั้นเลย

ยิ่งเดินวกวนไปตามชั้นวางหนังสือสูงประดุจเขาวงกตเหล่านี้ อเก็ตต้าชักจะรู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆว่าตนกำลังถูกจ้องมอง เจ้าหล่อนเงยขึ้นมองแม่ย่านาง ดวงตาไร้ชีวิตจ้องกลับมา หนูวิ่งรอบเท้าเจ้าหล่อนแล้วเลยมุดเข้าไปในกำแพง เด็กสาวเดินช้าๆ อย่างระมัดระวังไปตามแถวชั้นหนังสือยาวๆ สองแถวที่สูงกว่าเจ้าหล่อนสามเท่าตัว เจ้าหล่อนรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆติดคอตอนที่พยายามหายใจโดยไม่ให้มีเสียง รู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่ามีคนอยู่ตรงนั้น แต่เป็นคนที่มองไม่เห็นตัว ไม่มีวี่แววของเจ้าของร้าน มีเพียงชั้นวางหนังสือระเกะระกะเป็นทิว เมื่อลมพัดกรูขึ้นมาตามรอยแตกของไม้พื้น ฝุ่นขาวละเอียดก็ร่วงพรูเหมือนสายฝนจนเป็นหมอกคลุ้มทุกทางเดิน

อเก็ตต้าหยุดยืนนิ่งพลางเงี่ยหูฟัง เจ้าหล่อนเหลือบเห็นร่างดำๆ เล็กๆ พุ่งตัวจากมุมมืดหนึ่งไปยังอีกมุม เจ้าหล่อนได้ยินตัวร้านส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด เสียงน้ำไหลเบาๆ จากเบื้องล่างไกลลิบ รู้สึกว่ามีลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอ เป่าปกเสื้อ ได้ยินเสียงเด็กๆ กระซิบกระซาบ แต่ครั้นหันไปทางต้นเสียง ร้านก็ยังคงว่างเปล่า

ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเหมือนหนังเปียกๆ ครูดไปบนเนื้อไม้ที่หิ้งชั้นบนสุด ควันฝุ่นและขี้หนูพุ่งวนขึ้นจากพื้นราวกับลมหมุน หนังสือปกหนังสีดำเล่มใหญ่หล่นลงพื้น สันหนากระแทกกระดานไม้สกปรกดังตึง แล้วเปิดกางออกเหมือนหงส์ดำถูกยิงตกจากฟ้า

ควันฝุ่นท่วมตัวอเก็ตต้าจนแทบหายใจไม่ออกเมื่อเจ้าหล่อนเบียดเข้าชิดชั้นหนังสือ ได้ยินเสียงเด็กๆ กระซิบแผ่วเบาอีก ยั่วเย้าหลอกหลอนให้เจ้าหล่อนกลัว “ใครน่ะ?” เจ้าหล่อนตะโกน “หลอกข้าทำไม?”

เสียงเด็กหัวเราะคิกคักดังมาจากหลังชั้นหนังสือ อเก็ตต้าอยากวิ่งหนีออกจากร้านไปสู่แสงสว่าง มือล่องหนที่แสนซุกซนผลักหนังสือปกหนังอีกเล่มลงจากชั้นเหนือหัวเจ้าหล่อน กระดาษหนากระแทกไม้แข็งจนยุบ สันหนังสือกระทบพื้นก่อน แล้วกางออก เสียงหัวเราะเบาๆ สะท้อนตามทางเดินอีกครั้งเหมือนกับว่ามีเด็กสักร้อยคนกลุ้มรุมเจ้าหล่อนอยู่

อเก็ตต้ารู้สึกว่าสายลมที่พัดทะลุช่องแตกของไม้กระดานพากลิ่นแม่น้ำขึ้นมาด้วย หน้าหนังสือเริ่มสบัดปลิวเหมือนใบไม้เดือนตุลาคมก่อนร่วงลงมาเปิดตรงหน้าที่มีตัวหนังสือสีดำหนา

เจ้าหล่อนค่อยๆ คืบคลานเลียบไปตามชั้นหนังสือ เงยขึ้นไปดูว่าจะมีเล่มไหนหล่นใส่เจ้าหล่อนอีกหรือไม่ ฝุ่นฟุ้งขึ้นรอบเท้าเหมือนควันหนา แล้วหายวับไปไวพอๆ กับตอนปรากฎขึ้น ปล่อยให้เจ้าหล่อนจ้องหนังสือหน้าเหลืองซีดที่กางอยู่ ตัวหนังสือสีดำหนาซึ่งดูเหมือนลายมือเขียนสะดุดตาเจ้าหล่อน:

อย่าหยิ่งนักเลยความตายเอ๋ย แม้บางคนจะเห็นว่าเจ้ายิ่งใหญ่น่าสะพรึงกลัว
อย่าเพิ่งตายนะ ความตายที่น่าสงสาร ทั้งเจ้าก็ยังไม่อาจฆ่าข้าได้…
เจ้าเป็นทาสของโชค ดวงชะตา พระราชาและคนสิ้นหวัง!


อเก็ตต้ารีบอ่านแต่ละบรรทัด สังหรณ์ใจว่าที่ได้อ่านคือคำทำนายพิเศษสำหรับเจ้าหล่อนโดยเฉพาะ เป็นคำพูดของใครก็ไม่รู้ที่พูดไม่ได้แต่เจรจาด้วยเสียงหัวเราะของเด็ก เล่นพนันเสี่ยงดวงกับจินตนาการของเจ้าหล่อน อเก็ตต้าเป็นทาสของโชคชะตาและติดกับอยู่ในวงเวียนของความรู้อันลึกลับ ได้ยินเสียงหัวเราะล้อหลอกอีกแล้ว

อเก็ตต้า ได้ยินเสียงของหรือคนตัวใหญ่ๆ ถูกลากไปตามพื้นหินดังมาจากที่ลึกลงไปจากตรงที่เจ้าหล่อนยืนอยู่ แสงเทียนส่องวูบวับทะลุขึ้นมาตามร่องพื้นกระดานไม้โอ๊กแผ่นใหญ่ อเก็ตต้าหมอบลงบนพื้นฝุ่นหนา เพ่งลอดรอยแตกช่องใหญ่ลงไปยังห้องใต้ดิน ลึกลงไปข้างล่าง ชายร่างอ้วนเตี้ย ผมบางจนหัวเกือบล้านกำลังลากกระสอบยาวอ้วนๆ ไปตามพื้น เขาทิ้งกระสอบไว้ตรงมุมห้องแล้วหันกลับไปที่ประตู ตอนนี้อเก็ตต้ามองไม่เห็นเขาแล้ว แต่ต่อมาเจ้าหล่อนได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ย่ำตุ้บตั้บขึ้นมาตามขั้นบันไดไม้ เหมือนเสียงสัตว์ประหลาดในทะเลกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้

เจ้าหล่อนวิ่งไปที่ช่องทางเดินถัดไป ตรงนั้นว่างเปล่า ไม่มีเสียง รอบตัวมีแต่ชั้นหนังสือและหนังสือมากมายสุดจะนับ ดูสับสนไม่มีที่สิ้นสุด เจ้าหล่อนวิ่งไปตามทางเดิน เลี้ยวแล้ววิ่งอีก พยายามหาประตูร้าน เลี้ยวแต่ละครั้งเจ้าหล่อนก็รู้ว่ากำลังถูกลากไปจนตรอก วงกตชั้นหนังสือล่อให้เข้าใกล้จุดศูนย์กลางเข้าไปเรื่อยๆ

เสียงฝีเท้าน้อยๆ เริ่มไล่ตามเจ้าหล่อน เสียงเหมือนเด็กหัวเราะดังไปทั่ว อเก็ตต้า วิ่งเร็วขึ้นอีกในขณะที่หนังสือทยอยกันกลิ้งตกจากชั้นลงสู่พื้นไล่หลังเจ้าหล่อน กระแทกไม้กระดานดังกราวเหมือนฝนห่าใหญ่ เจ้าหล่อนวิ่งไปทางซ้าย แล้ววกไปทางขวา เลี้ยวแต่ละครั้งเสียงฝีเท้าก็ยิ่งใกล้เข้ามา เสียงกระซิบแผ่วๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ แล้วทันใดนั้นอเก็ตต้าก็เข้ามาถึงกลางร้าน โต๊ะสามขาตัวใหญ่มีกระดาษกองอยู่เต็มตั้งทะมึนค้ำหัว ข้างโต๊ะมีบันไดเล็กๆ ไว้รองแป้นเหยียบทำด้วยไม้โอ๊กเก่าคร่ำคร่า ข้างขวาเป็นประตูบานใหญ่เปิดแง้มอยู่ กลิ่นแม่น้ำโชยผ่านเข้ามาจากความมืดข้างนอก

เสียงหัวเราะและฝีเท้าไล่กวดกันหยุดลง เสียงเล็กๆ เงียบไป ทั่วห้องเงียบสงัดจนน่าขนลุก แผ่นกระดาษเริ่มปลิวไปตามลมแรงเจือกลิ่นเกลือซึ่งพัดมาจากห้องใต้ดิน เสียงฝีเท้าหนักๆ กระแทกดังทุกย่างก้าว อเก็ตต้ารู้ว่าจะไม่ได้อยู่คนเดียวอีกนานเท่าไหร่ ความกลัวซ่านไปทั่วกายขณะคิดว่าจะทำอย่างไรดี จะวิ่งก็ต้องทนให้ผีเด็กไล่ จะอยู่ก็ต้องเผชิญชะตากรรมตามลำพัง แผลรูปตาร้อนผ่าวอยู่ในผ้าพันแผลทำเอง ปวดตุบๆ หนักยิ่งขึ้นเมื่อเลือดฉีดแรง หูแว่วคำพูดของ เยอร์ซิเนีย อีกครั้ง “ร้านหนังสือ สะพานลอนดอน…”“

ทันใดนั้น ประตูสู่ห้องใต้ดินก็เปิดผาง ชายอ้วนเตี้ยผมบางหัวเริ่มล้านยืนอยู่ตรงหน้า เขายิ้มให้อเก็ตต้าราวกับว่ารอเจ้าหล่อนอยู่ เขาหอบหนังสือมาตั้งใหญ่

“น้ำกำลังจะขึ้น ต้องย้ายหนังสือพวกนี้ ทุกเล่มมีค่ามาก มากทีเดียว ไม่อยากให้เปียก” เขามองอเก็ตต้าแล้วยิ้ม “ทำตัวให้เป็นประโยชน์หน่อยซี่ มาช่วยข้าเร้ว”

ท่าทางเขาทุลักทุเลด้วยน้ำหนักของหนังสือ อเก็ตต้าลังเลแล้วก้าวไปช่วยรับหนังสือปกหุ้มผ้าลินินเล่มใหญ่เหม็นอับมาจากเขาสามเล่ม เจ้าหล่อนอ่านชื่อหนังสือตัวทองบนสันของแต่ละเล่ม:“บทสนทนากับผู้วายชนม์ ลักษณะและแผนภูมินรก มรณศิลป:ตายอย่างไรจึงจะดี“

เจ้าของร้านเห็นแววตาของเจ้าหล่อน “สำหรับนักโทษที่คุกนิวเกตน่ะ” เขาพูด “จวนจะถูกแขวนคอ เป็นสุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้ว ต้องการเตรียมตัวให้พร้อมเผชิญเรื่องที่จะเกิดขึ้น” เขาวางหนังสือที่เหลือลงไว้บนพื้น “เจ้าวางไว้บนเก้าอี้นั่นก็ได้ เป็นสินค้าสั่งพิเศษที่จะมีคนมารับ” เขาหยุดแล้วดึงผ้าขาวผืนใหญ่จากกระเป๋าเสื้อกั๊กมาเช็ดหน้าผากชื้นเหงื่อ
“ข้าชื่อแธดเดียส เบรสเกอร์เดิ้ล แต่เจ้าจะเรียกว่านายแธดเดียสก็ได้ เอาละ ข้าจะช่วยอะไรเจ้าได้บ้าง”

อเก็ตต้าไม่รู้จะตอบอย่างไร “ข้า.... ข้า…” เจ้าหล่อนอึกๆ อักๆ เหมือนปลากำลังจะตายเพราะขาดอากาศหายใจ “ข้ากำลังหาอะไรบางอย่าง”

“เราก็หากันทุกคนน่ะแหละ ไม่ใช่รึ” เขาพูดไปก็มองเจ้าหล่อนตั้งแต่หัวจดเท้า แธดเดียส เป็นชายเตี้ยพุงพลุ้ย ผมเส้นใหญ่หยาบสีเทายาวถึงบ่า หวีปัดขึ้นไปปกปิดส่วนที่เริ่มล้าน แววตาเป็นประกายของเขาทำให้อเก็ตต้าสนใจ เจ้าหล่อนรู้ว่าเคยสบตาคู่นี้มาก่อนแต่ไม่รู้ว่าที่ไหน พอเขายิ้ม เจ้าหล่อนก็เห็นว่าเขาใส่ฟันปลอมที่ดูจะใหญ่เกินปาก แม้จะทำขึ้นมาด้วยฝีมือชั้นเลิศ ฐานฟันทองแดงเคลือบติดสปริงแข็งนั้นทำให้ปากเขาอ้าพะงาบทุกคำที่พูด

“เจ้าพอจะรู้ว่ากำลังหาอะไรอยู่รึเปล่าล่ะ ข้าจะได้ช่วยหาไง” เขาพยายามรวบผมขึ้นไปกองไว้บนกระหม่อม “ข้าเองเนี่ยจบมาจากอ็อกซฟอร์ด ที่นั่นแหละทำให้ข้ารักหนังสือ หนังสือนำความสุขมาสู่ชีวิตที่น่าเบื่อหน่ายและนำเราไปสู่ความสำราญ พาเราไปยังที่ต่างๆ และก่อเกิดความคิดที่เราไม่อาจค้นพบได้ด้วยตนเอง” เขาหยุดพูดแล้วมองมือเจ้าหล่อนที่พันแผลไว้ “นั่นเจ้าไปทำอะไรมาล่ะ” เขาถาม

“ไฟลวกน่ะ” เจ้าหล่อนรีบตอบ “โดนเทียน หมอซาราพักบอกให้ข้าพันผ้าไว้…”

แธดเดียสมองเจ้าหล่อนเหมือนว่าจำชื่อซาราพักได้ เขาทำเสียงคล้ายขุ่นเคืองแล้วจ้องบรรดาหนังสือที่กระจัดกระจายทั่วร้าน “วันนี้ยุ่งมากเลย เหมือนกับว่าคนพวกนั้น-” เขาหยุดพูดราวจะรู้สึกตัวว่าพูดมากไปแล้ว “อ้อ ใช่สิ! หนังสือ! เจ้ารู้มั้ยว่าหนังสือชวนให้เราฝัน” เขาจูงมืออเก็ตต้าพาเดินไปที่หน้าต่างบานเตี้ยหลังร้านซึ่งมองออกไปเห็นแม่น้ำเทมส์ “อ่านหนังสือเล่มนึง ฝันไปได้หนึ่งสัปดาห์ ข้าว่างั้น ลืมเนยแข็งหรือครีมนมไปเลย ถ้าอยากจะฝันก็ไปอ่านหนังสือ ยิ่งอ่านหนังสือของข้ายิ่งดีใหญ่!”

แธดเดียสไล่นิ้วไปตามชั้นหนังสือเหมือนกำลังหาเล่มใดเล่มหนึ่งอยู่ แล้วคว้าเล่มบางสีเขียวมายื่นให้ อเก็ตต้า “เล่มนี้ของข้าเอง” เขาพูดอย่างปลื้ม “เล่มนี้เริ่มชีวิตขึ้นมาจากความฝัน ฝันแบบที่เจ้าฝันก่อนจะตื่นขึ้นน่ะ ข้าจำฝันนั้นได้ดี”

“เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร” อเก็ตต้าถามพลางพลิกดู

“เกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่ใช้เวลานานนับปีเสาะหาบางสิ่งบางอย่าง แล้วเขาก็พบใครคนหนึ่งแล้วตกหลุมรัก และเขาก็ไม่ต้องค้นหาอีกต่อไป” แธดเดียสมองไปยังแม่น้ำนอกหน้าต่าง คนทั้งสองเกิดรู้สึกเศร้าซึมขึ้นมาพร้อมกันอย่างน่าแปลกจึงได้แต่มองดูวิวที่เปลี่ยนไปอย่างเงียบๆ อยู่ด้วยกันหลายนาที ไกลลงไปข้างล่างนั้น เรือสีแดงและสีเขียวลำน้อยๆ ขนคนข้ามแม่น้ำเทมส์กลับไปกลับมา คลื่นเล็กๆ ซัดกระทบตลิ่งที่ฝั่งตรงกันข้าม ควันพุ่งเป็นลำจากปล่องควันสูงข้างโรงงานฟอกหนังที่หมู่บ้านเซ้าธ์วาร์ก ขึ้นไปจรดฟ้า ลอยอยู่เหนือท้องทุ่งเขียวขจีที่ทอดไปตามริมฝั่งแม่น้ำ

เหมือนกับว่าทั้งสองเฝ้ามองขอบฟ้าหาบางอย่างที่สูญเสียไป ของอันมีค่าที่หลุดมือไป น้ำเริ่มขึ้น ข้างล่างแม่น้ำเทมส์อันเก่าแก่ส่งเสียงทอดถอนใจเมื่อวงน้ำกระแทกเสาสะพานหนาจนแตกเป็นฟองฝอยสีขาว แธดเดียสมองลงไปยังคนเรือที่กำลังพยายามออกแรงแจวหนีให้พ้นน้ำวน

“คนฉลาดเดินข้ามสะพาน มีแต่คนโง่ที่ลอดใต้สะพานไป ว่ากันว่าในวันงานฉลองนักบุญคลีเมนต์นั้น พอพระอาทิตย์ขึ้น ก็จะเกิดน้ำวนใต้สะพาน ตอนแดดฉายกระทบน้ำพอดีนะ ถ้าเราดิ่งจากสะพานลงไปตรงกลางน้ำวนก็จะถูกพาจากโลกนี้ไปยังอีกโลกหนึ่ง เป็นที่อันงดงามและลึกลับที่เราไม่ต้องตกเป็นทาสของโชค ดวงชะตา กษัตริย์และคนสิ้นหวังอีกต่อไป”

อเก็ตต้าฟังคำพูดนั้นแล้วตัวสั่นและหยุดฝัน ร่างสั่นเทิ้มเหมือนถูกควบคุมไว้ด้วยพลังจิตโดยฉับพลัน

แธดเดียสเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น “ข้าก็เคยโดนอย่างนี้หนหนึ่ง เหมือนมีคนเดินทะลุตัวเราไป ได้แต่หวังว่าคนนั้นจะผ่านออกไปทางด้านหลังโดยไม่รังแกเรา” เขาพูดไปก็มองไปรอบๆ เหมือนว่าไม่ได้พูดกับเจ้าหล่อนแต่กับคนอื่นที่อยู่แถวนั้นและคอยฟังคำสนทนาทุกคำ เขามองหนังสือในมืออเก็ตต้าอีก “ความปรารถนาของมนุษย์หลายคนนั้นเกิดจากหน้าหนังสือ เหมือนจุดไฟให้จินตนาการ การปฏิวัตินั้นอาจเกิดขึ้นจากคำพูดคำเดียว เพียงประโยคเดียวก็ทำให้คนกล้าสู้ศึกไหนๆ ทั้งสิ้น” จู่ๆ เขาก็หยุดพูด เหมือนลืมเรื่องสำคัญมากบางอย่าง “คุยกันมาตั้งนาน ข้ายังไม่ได้ถามชื่อเจ้าเลย ข้าผิดเอง พูดมากเกินไปอยู่เรื่อย”

“อเก็ตต้า เลเมี่ยน” เจ้าหล่อนตอบด้วยใจลอย “มาจากบ้านเช่าที่ถนนฟลีต”
เขามองออกไปนอกหน้าต่างอีกเหมือนว่าไม่ได้ยินเจ้าหล่อนตอบ “มีหนังสือเพียงเล่มเดียวที่ข้าต้องการนำมาสะสม แล้วถึงจะตายตาหลับได้ เป็นหนังสือหายากเสียจนถ้าข้าได้มาก็สามารถได้คนที่ข้าสูญเสียไปเมื่อนานมาแล้วคืนมาด้วย” เขาหันไปจ้องอเก็ตต้าพลางเม้มริมฝีปากกลั้นความโกรธ น้ำตาหยดผ่านแก้มช้าๆ “ข้าเกือบได้หนังสือนี้มาครั้งหนึ่ง เตรียมที่บนหิ้งไว้รอแล้ว แต่ก่อนที่จะไปเอามา ก็ถูกแย่งไป ไม่ได้เห็นอีกเลย ข้าสูญเสียคนเพียงคนเดียวที่ข้าห่วงไปพร้อมกันด้วย นางเป็นเด็กสาวเหมือนเจ้านี่แหละ ยิ้มเหมือนกัน หัวใจนางเร่าร้อนต้องการมากกว่านักวิชาการหนุ่มจากอ็อกซฟอร์ด ชีวิตของนางนั้นตั้งเป้าไว้ที่ความยิ่งใหญ่ ส่วนของข้านั้นคือความไร้ชื่อเสียง นางทิ้งบางอย่างไว้ให้ข้าที่ข้าไม่มีวันลืมและจะติดตัวไปจนวันตาย” แธดเดียสถูฝ่ามือขวา

“หนังสือนี้มีชื่อรึเปล่า” อเก็ตต้าถาม อยากช่วยเขา “ข้าไปค้นร้านหนังสือทุกแห่งในลอนดอนก็ได้ ข้าอ่านหนังสือออกนะ ท่านจะได้หนังสือและผู้หญิงที่เสียไปคืนมาไง”

“ทำไมจะช่วยข้าล่ะ” แธดเดียสนั่งบนขอบหน้าต่าง จ้องออกไปข้างนอก “เจ้าไม่รู้จักข้าสักหน่อย ไม่เคยพบข้ามาก่อนด้วย”

“แล้วมันมีชื่อมั้ยล่ะ” เจ้าหล่อนถามย้ำ

“คัมภีร์เน็มโมเร็นซิส … มันชื่อว่า คัมภีร์เน็มโมเร็นซิส” เขาพูดด้วยท่าทีครุ่นคิด “เป็นหนังสือเก่าเขียนไว้นับพันปีมาแล้ว ประดิษฐ์เสียสวยเชียว จู่ๆ เขาก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีก ความหดหู่หายวับไป “หนังสืออย่างนี้มีค่ามากเท่ากับทรัพย์ทั้งหมดที่ข้ามี มีค่าพอที่จะสละชีวิต…”

ชื่อคัมภีร์เน็มโมเร็นซิสสลักเข้าไปในใจของอเก็ตต้า เหมือนกุญแจสอดเข้าในแม่กุญแจได้พอดิบพอดีแล้วค่อยๆ บิด เจ้าหล่อนท่องชื่อซ้ำแล้วซ้ำอีก ภาพของอีกโลกหนึ่งแวบผ่านความทรงจำ มือเจ้าหล่อนเริ่มปวดเมื่อเลือดสดๆ ไหลซึมทะลุผ้าออกมา เจ้าหล่อนกุมมือเข้ามาชิดตัวเมื่อความปวดตุบๆ แรงขึ้นถี่ขึ้น แธดเดียส คว้าเจ้าหล่อนไว้ไม่ให้ล้ม อเก็ตต้านั่งลงบนกรอบหน้าต่าง หวังว่าความปวดจะหายไป ความคิดเรื่อง คัมภีร์เน็มโมเร็นซิสวนเวียนอยู่ในสมอง เอ่อท้นขึ้นมาในคอหอยเหมือนถูกบังคับให้พูดคำนั้น

“คัมภีร์เน็มโมเร็นซิส!” เจ้าหล่อนตะโกนเหมือนผู้หญิงท้องแก่ถูกมัดไว้กับเก้าอี้ทำคลอด “คัมภีร์เน็มโมเร็นซิส! คัมภีร์เน็มโมเร็นซิส!” สีหน้าเจ้าหล่อนโล่งเมื่อนามนั้นหลุดออกมาพร้อมกับมือคลายปวด เจ้าหล่อนรู้ว่านี่คือชื่อหนังสือของเบล้กที่เขาพูดถึงเมื่อคืนฟ้าไหว

เจ้าหล่อนก้มมองผ้าพันแผลเปื้อนเลือดที่แธดเดียสกำลังรีบคลายออก เขายกผ้าปิดแผลขึ้นเผยให้เห็นผิวหนังใหม่เอี่ยม แผลไหม้หายไปแล้ว ไม่มีแผลเป็น มีแต่เครื่องหมายสีแดงก่ำรูปดวงตาตัดเส้นดำจ้องมายังคนทั้งสอง อเก็ตต้ากำมือ – ไม่เจ็บเลย

แธดเดียสมองเจ้าหล่อน “ข้ารู้ว่าเจ้ามีอะไรแปลกๆ” เขาพูดพลางพับผ้าโยนทิ้ง “วันนี้ข้าถูกกำหนดให้พบเจ้า เจ้าถูกส่งมาหาข้า ข้ารู้จักเครื่องหมายนี้ดี มันเผาเข้าไปในมือเหมือนฝังเมล็ดพืช แล้วเมื่อถึงเวลาก็ระเบิดออกมางอกงามในใจ สองสามวันมานี้---”

“แย่สุดๆ” อเก็ตต้าสอดคำ “ประหลาดอย่างไม่น่าเชื่อ เรื่องที่ข้าไม่เคยประสบมาก่อนก็เกิดขึ้นทุกหัวมุมถนน ข้าไม่มีใครจะเล่าให้ฟังได้ พ่อข้าจะ---” เจ้าหล่อนหยุดพูดแล้วมองแธดเดียส

“เขาจะคิดว่าเจ้าต้องไปโรงพยาบาลบ้าและ เพริดจนเสียคนกลายเป็นผู้หญิงหากินแถวว็อกซฮอลล์ไปเลย ข้ารู้จักแคดมุส เลเมี่ยน เขาไม่ใช่นักฝัน ไม่มีวิสัยทัศน์ ตีนติดดิน เหล้าจินเต็มพุง ”

แธดเดียสและอเก็ตต้าหัวเราะ นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าหล่อนรู้สึกโล่งอกเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบคนที่เข้าใจเจ้าหล่อนแล้ว

“ข้ารู้ว่าเจ้าพบอะไรมา ข้าแธดเดียสจะเป็นเพื่อนของเจ้าเสมอ”
กระดิ่งประตูส่งเสียงเร่งร้อนขึ้นมากระทันหัน แธดเดียสมองอเก็ตต้าแล้วทำใบ้ให้เงียบ “ไปหาหนังสือเถอะ พวกเด็กๆ จะไม่กวนเจ้าตอนที่เรามีแขกเข้าร้าน ต้องมีหูพิเศษถึงจะฟังออกว่าพวกเขาอยู่ตรงไหน ซึ่งไม่ได้มีกันทุกคน”

เสียงส้นรองเท้าตอกโลหะดังแต๊ก แต๊ก แต๊ก ข้ามพื้นร้าน ผ่านแถวหนังสือมาหาคนทั้งสองอย่างจงใจ อเก็ตต้าแกล้งทำเป็นง่วนมองชั้นหนังสือตรงหน้า ขณะที่แธดเดียสกลับไปที่โต๊ะของเขา ก้าวขึ้นบันไดแล้วยืนบนที่เหยียบ จากจุดนั้นเขาสามารถมองเห็นทางเดินในร้านได้ทุกแถว เขาหยิบแว่นกรอบหนาออกจากกระเป๋าเสื้อกั๊กมาสวมที่ปลายจมูก แล้วจ้องไปในแสงสลัว

ชายร่างสูงเดินตามทางเดินยาวแถวหนังสือประวัติศาสตร์ตรงมาหา แธดเดียส เขาแต่งกายด้วยสีดำล้วน สวมหมวกนุ่มดึงลงมาปิดหน้า เสื้อคลุมปักดิ้นทอง รองเท้าหุ้มข้อเรียบดำเหมือนปกพระคัมภีร์ เขาเลี้ยวมายืนตรงหน้าแธดเดียสผู้กำลังมองข้ามแว่นลงมาเหมือนนกเค้าแมวดุๆ ตัวใหญ่ เขาจ้องกลับไปยังแธดเดียส เลิกคิ้วข้างหนึ่ง ยิ้มกระด้าง

“ข้ากำลังหาหนังสือเล่มหนึ่ง” เขาพูดดังๆ สำเนียงนั้นทำให้อเก็ตต้าหันมามองหน้าเขาทันที ความตระหนกที่ได้เห็นชายผู้นี้ทำให้เจ้าหล่อนผงะไปพิงชั้นหนังสือ เขาคือคนที่พบที่ฮอลบอร์น และชายแปลกหน้าในความฝัน เขามองเจ้าหล่อนแล้วยิ้ม

“พบกันสามครั้งในสามวัน” เขาพูดเสียงนุ่ม “ข้าว่าเจ้ากำลังตามข้าอยู่นะนี่”
แธดเดียสรีบขัดขึ้น “ท่านกำลังหาหนังสือพิเศษอยู่หรือขอรับ ดูจากเสื้อผ้าแล้วท่านไม่น่าจะใช่คนแถวนี้”

“ท่านเป็นคนฉลาดมากและทายถูกทั้งสองอย่าง หนังสือที่ข้ากำลังหานั้นพิเศษมาก เคยเป็นของข้ามาก่อน แต่ข้าไปวางลืมเสียที่ไหนไม่รู้เมื่อหลายปีก่อน” เขาหยุดแล้วจ้องอเก็ตต้า “จริงๆ แล้วข้าโง่มาก หนังสือนั้นไม่ควรให้ตกไปอยู่ในมือผู้อื่น เพราะมีเรื่องราวที่เป็นความลับของตระกูลอยู่หลายเรื่องเกินไป”

“ท่านต้องมาจากตระกูลดีๆ แน่ถึงมีหนังสือเขียนเกี่ยวกับท่าน!” อเก็ตต้าพูดฉาดฉาน
“ไม่มีใครอยากเขียนอะไรเกี่ยวกับข้าหรอก”

“มีคนรู้จักเราอย่างดีเพียงคนเดียวนั้นดีกว่าแค่คนทั้งโลกเคยได้ยินชื่อ” ชายแปลกหน้าตอบ

“แล้วหนังสือเล่มที่เกี่ยวกับท่านใครเป็นคนเขียนล่ะขอรับ” แธดเดียสถาม “ข้าอาจจะรู้จักก็ได้”

“น้องสาวคนนึง…คนที่ทิ้งครอบครัวไป เจ้าหล่อนขี้ขลาดเกินกว่าจะกล้าเปิดเผยชื่อ เอาแต่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคนอื่น” ชายแปลกหน้ามองไปรอบร้านเหมือนฟังอะไรอยู่ “ท่านมีลูกกี่คนน่ะ” เขาถาม มองหน้าแธดเดียส “ข้าได้ยินเด็กคนนึงเรียกท่าน”

“เสียงคลื่นกระทบสะพานต่างหาก หรือเสียงเหยี่ยวทะเล อะไรทำนองนั้นน่ะ ข้าไม่มีลูก” แธดเดียสพูดโกรธๆ “ท่านต้องการหนังสือหรืออะไรอีก”

“หนังสือ แต่รู้สึกได้ว่าที่นี่ไม่มี ข้าจะค้นหาต่อไป” เขาหยุดแล้วมองอเก็ตต้า “เอาละ สาวน้อย จนกว่าจะพบกันอีกครั้ง เส้นทางของเราจะบรรจบกันอีกแน่ – บางที อาจจะในฝันด้วย”

ชายแปลกหน้าโค้งคำนับด้วยท่าทีของผู้ได้รับการอบรมมาอย่างผู้ดีมีสกุล หันกลับแล้วเดินออกจากร้านไปอย่างว่องไว กระดิ่งประตูดังกรุ๊งกริ๊งเมื่อเขากระแทกประตูปิด
อเก็ตต้ามองแธดเดียส แล้วกัดริมฝีปากอย่างกังวล “เขาตามข้าอยู่” เจ้าหล่อนโพล่งออกมา “ข้าเห็นเขาหนนึงที่ฮอลบอร์น แล้วอีกหนในความฝัน เขาต้องการอะไรบางอย่าง”

“เขาเป็นชาวต่างชาติ พวกนี้ทำอะไรแปลกๆ พบเขาสองหนเหรอ.. ก็ลอนดอนเป็นเมืองเล็กนี่นา” อเก็ตต้ารู้สึกว่าเขาไม่ได้บอกทุกอย่างที่เขารู้ “พวกฮูเกอโนต์เที่ยวไปมีอยู่ทุกหนแห่ง ก็แค่ชาวฝรั่งเศสหลงทาง เอาแต่วิ่งหนีกษัตริย์ของตัวอยู่” แธดเดียสหัวเราะแล้วค้นหาของในกระเป๋าเหมือนต้องการให้เจ้าหล่อนเลิกคิดเรื่องนี้ “ข้ามีของอยู่อย่างนึง พิเศษและเก่าแก่มาก แต่จะช่วยให้เจ้าอ่านคำพูดที่เจ้ามองไม่เห็นหรือไม่เข้าใจได้ ข้ารู้ว่าเจ้ามาหาอะไรบางอย่างและสิ่งนั้นก็คือ นี่ ไงล่ะ!”
แธดเดียสล้วงลึกเข้าไปในกระเป๋า หยิบผลึกมันวาวขนาดไข่ห่านครึ่งฟองออกมา ขอบแก้วผลึกคือมาลัยใบฮอลลี่ที่ทำด้วยเงิน ต้องแสงตรงหน้าต่างทอประกายสีรุ้งกระทบหน้าเจ้าหล่อน

“ข้าต้องการให้เจ้ารับไว้ นี่คือแก้วออร์มุซ ของมีประโยชน์มากสำหรับคนแก่ อัลฮัสซานทำขึ้นมา และข้าต้องการให้เจ้ารับไว้เป็นของขวัญเพื่อมิตรภาพของเรา มันจะช่วยให้เจ้าเข้าใจคำที่อ่านไม่ออกด้วยตาเปล่า” เขากระโดดลงจากโต๊ะสูง สาวเท้ายาวๆ สามก้าวมายืนตรงหน้าอเก็ตต้า แล้วยื่นแก้วออร์มุซให้ “รับไปซะ อาทิตย์หน้ากลับมาอีกนะ แล้วข้าจะเล่าให้ฟังอีก ใครจะไปรู้ เจ้าอาจบังเอิญพบคัมภีร์เน็มโมเร็นซิส แล้วทำให้แธดเดียสมีความสุขก็ได้!”

อเก็ตต้ารู้สึกอยากพูด อยากเล่าความลับว่าเจ้าหล่อนรู้แล้วว่าใครมีคัมภีร์นี้อยู่ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลา แธดเดียส ยัดแก้วออร์มุซใส่มือขวาของเจ้าหล่อน มันมีขนาดพอดิบพอดีกับรอยไหม้เป็นรูปดวงตา เมื่อเจ้าหล่อนมองเข้าไปในผลึกแก้วออร์มุซมันก็ขยายให้เห็นทุกเส้นและทุกรอยบนฝ่ามือ เจ้าหล่อนแปลกใจที่รายละเอียดของดวงตาถูกขยายอย่างสมบูรณ์แบบให้เห็นเหมือนว่าแต่ละเส้นประกอบขึ้นจากตัวอักษรขนาดจิ๋วเขียนชิดกันจนดูเป็นเส้นเดียว

“มันแสดงหลายอย่างให้เจ้าเห็นได้ ไม่มีเวทมนตร์หรือเล่ห์กลอะไรหรอก แค่วิทยาศาสตร์มหัศจรรย์น่ะ” แธดเดียสคว้าแขนเจ้าหล่อนพาเดินไปที่ประตู “ข้าหวังว่าจะได้เจอเจ้าอีก ข้ามีเพื่อนไม่กี่คนและตอนนี้ข้ามีเพิ่มอีกหนึ่งแล้ว” ดูเหมือนเขาพูดจากใจจริง แววตาสำแดงมิตรจิต อเก็ตต้าไม่ตอบ ก้าวออกไปสู่ถนน มือยังกำผลึกแก้ว นึกสงสัยว่าทำไมหนังสือของเบล้กจึงได้สำคัญนัก

สะพานลอนดอนมีผู้คนพลุกพล่าน ผู้คนที่เบียดเสียดยัดเยียดคอยจับกระเป๋าไว้แน่นเพราะกลัวนักล้วง อเก็ตต้ามองไปรอบตัว มองหาชายแปลกหน้าตามช่องประตูทุกแห่ง เจ้าหล่อนเอาแก้วออร์มุซใส่กระเป๋า แต่ยังใช้มือขวากุมไว้แน่น ระหว่างค่อยๆ เดินฝ่าถนนสกปรกไปยังบิช็อบเกต เจ้าหล่อนมัวแต่ครุ่นคิดเสียจนไม่ได้สังเกตว่าชายแปลกหน้ากำลังจ้องเจ้าหล่อนทางหน้าต่างกระจกหนาและสกปรกของร้านกาแฟ เจ้าหล่อนกำลังคิดถึงแธดเดียส รอยยิ้มชวนอุ่นใจและแววตาแปลกๆ น่าฉงนของเขา คิดถึงแก้วออร์มุซ เจ้าหล่อนไม่เคยได้ของขวัญแบบนี้จากใครมาก่อน อย่างไม่มีเหตุผลเสียด้วยซินะ เด็กสาวยิ้ม รู้ว่าชีวิตกำลังเปลี่ยนไปและเจ้าหล่อนกำลังเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ความทรงจำเลือนๆ เกี่ยวกับเมรัยมธุรสซ่านลิ้นขึ้นมา เจ้าหล่อนกระชับเสื้อคลุมแนบตัว ระลึกถึงรสชาติที่ห่างหายไปนานแล้ว

ดวงอาทิตย์ลอยต่ำลงบนฟ้าทางทิศใต้ ทอดเงาหนาๆ พาดสะพานลอนดอนบริดจ์ ชายแปลกหน้าหยิบหมวกแบบฝรั่งเศสสีดำของเขาขึ้นจากโต๊ะในร้านกาแฟแล้วรีบก้าวออกมาสู่แสงแดด เขาหยิบแว่นทองออกจากกระเป๋า กระจกแว่นเป็นสีน้ำเงินเข้มเจียระไนจากไพลินชั้นเลิศ นูนเกลี้ยงวาววับสะท้อนแสงแดด เขาดึงหมวกลงแล้วตั้งคอเสื้อขึ้น สวมถุงมือบางสีดำปกปิดนิ้วเรียวขาว


บทแปลนี้มิใช่เวอร์ชั่นก่อนพิมพ์เล่ม
จึงยังมีความลักลั่นเรื่องชื่อสถานที่อยู่บ้าง
ขออภัยด้วยค่ะ

(ติดตาม
บทที่ 8 ต้องตายก่อนจึงจะได้เป็นอิสระ
ต่อไปนะคะ)

LITERATURE
 ขอบคุณของแต่งบล็อกจากอินเทอร์เน็ต



Create Date : 14 มิถุนายน 2562
Last Update : 19 มิถุนายน 2562 16:09:46 น. 24 comments
Counter : 429 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกะว่าก๋า, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณkae+aoe, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณmcayenne94, คุณสองแผ่นดิน, คุณสันตะวาใบข้าว, คุณhaiku, คุณThe Kop Civil, คุณtuk-tuk@korat, คุณtoor36, คุณAsWeChange, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณวลีลักษณา, คุณเริงฤดีนะ, คุณSweet_pills, คุณALDI, คุณที่เห็นและเป็นมา


 
“เกี่ยวกับชายคนหนึ่ง
ที่ใช้เวลานานนับปี
เสาะหาบางสิ่งบางอย่าง
แล้วเขาก็พบใครคนหนึ่ง
แล้วตกหลุมรัก
และเขาก็ไม่ต้องค้นหาอีกต่อไป”


ชอบประโยคนี้มากๆเลยครับพี่ภา



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 มิถุนายน 2562 เวลา:11:32:27 น.  

 
จะเมนท์เหมือนคุณก๋า 55555

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
**mp5** Dharma Blog ดู Blog
JinnyTent Home & Garden Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Parenting Blog ดู Blog
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
The Kop Civil Movie Blog ดู Blog
ภาวิดา คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 14 มิถุนายน 2562 เวลา:11:37:31 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับพี่ภา

ปัญหาของหมิงในตอนนี้คือ
เค้าเรียนตามเกณฑ์ปกติครับ 555
ในขณะที่เพื่อนที่เรียนพิเศษเยอะๆ
จะเรียนนำไปเยอะมาก
บางคนอยู่ ป.6
แต่เรียนเนื้อหาวิชาของ ม.2- ม.3 แล้วครับ
เพื่อเตรียมจะไปสอบเข้า

เท่ากับพอเด็กที่เรียนพิเศษ
กลับมาเรียนในระดับชั้นตัวเอง
ก็ทำข้อสอบได้คะแนนเต็ม
เพราะเรียนนำไปเยอะมาก

มึนเลยครับพี่ 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 มิถุนายน 2562 เวลา:19:30:59 น.  

 
ตอนนี้สนุกเลยค่ะพี่ภา



โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 14 มิถุนายน 2562 เวลา:20:55:58 น.  

 
มาส่งกำลังใจครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 14 มิถุนายน 2562 เวลา:22:38:27 น.  

 
ปัญหาคือ
หมิงหมิงไม่มีวินัยนี่ล่ะครับ
ถ้าไม่ตามงาน
ก็มักไม่ส่งงานครับ 555
ผมอยากให้รับผิดชอบตรงนี้ให้ดีขึ้นด้วย

เค้าจะชอบทำเฉพาะวิชาที่ชอบครับ
ยังวิชาที่ไม่ถนัด
ก็เหมือนจะไม่ค่อยสนใจเลย 5555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 มิถุนายน 2562 เวลา:23:04:04 น.  

 
ลึกลับ ๆๆๆๆ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 14 มิถุนายน 2562 เวลา:23:12:06 น.  

 
แวะมาให้กำลังใจก่อนครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 14 มิถุนายน 2562 เวลา:23:44:44 น.  

 
สวัสดีค่ะ พี่ภา

แวะมาช้าไปหน่อย เลยได้อ่านสองตอนติดต่อกันเลย

สนุก สำนวนชวนอ่านและติดตาม ชอบค่ะ

รักษาสุขภาพด้วยค่ะพี่
ขอบคุณที่แวะไปตามค่ะ


โดย: AsWeChange วันที่: 15 มิถุนายน 2562 เวลา:4:29:50 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่ภา




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 มิถุนายน 2562 เวลา:6:35:53 น.  

 
มาติดตามต่อครับ
ต่อยๆอ่านไปเรื่อยๆจะได้อรรถรสของการจินตนาการ เพราะภาพบ้านเมืองของเขาไม่ค่อยคุ้นเคยเหมือนเมืองในเขตร้อนอย่างบ้านเรา
แต่ก็รับรู้ได้ถึงอารมณ์ของตัวละครและบรรยากาศของสถานที่ที่นักเขียนได้ถ่ายทอดอย่างละเอียด
รวมทั้งการแปลอย่างมืออาชีพครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 15 มิถุนายน 2562 เวลา:8:45:23 น.  

 
คนฉลาดเดินข้ามสะพาน มีแต่คนโง่ที่ลอดใต้สะพานไป
อันนี้น่าทำเป็นป้ายไว้ตรงสะพานลอยนะคะ อิอิ

------------------------

มารายงานว่าอัพบล็อกใหม่ ตอบคำถามพี่ภาด้วยค่ะ
เดี๋ยวต้องไปธุระนอกบ้าน ถ้ามีอะไรจะกลับมาตอบทีหลังนะคะ



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 15 มิถุนายน 2562 เวลา:9:10:54 น.  

 
เพิ่งได้มาอ่าน เมื่อคืนโหวตไว้ก่อนค่ะ
ลุ้นเสียแทบไม่ได้หายใจ สนุกตื่นเต้น
ชวนติดตาม ชายเสื้อคลุมดำคือใครกัน
และทำไม แธดเดียสจึงอยากได้ เน็มโมเรนซิส
อเก็ตต้า ก็ยังปิดปากสนิท
ทั้งที่รู้ว่าหนังสืออยู่ที่ไหน..รอติดตามค่ะ


โดย: mcayenne94 วันที่: 15 มิถุนายน 2562 เวลา:15:09:53 น.  

 
สวัสดี ยามเย็นค่ะ พี่ภา

วันนี้ออกไปธุระนอกบ้าน ค่ะ เลยมาอ่านช่วง
บ่ายแก่ ๆ ดูช่างมารื้อบันไดบ้าน จะปูกระเบื้องค่ะ
กว่าจะจบก็มาเย็นพอดี บ้านหนูตึกแถว ไม่มี กบ
คางคก ค่ะ ไม่กลัวไปเหยียบถูกเมื่อมาเยี่ยมพี่ภา
ตอนมืดค้ำ ห้าห้า

ตอนที่แปด ร้านหนังสือ บิ๊บเบิ้ลวิค ก็เพิ่มตัว
ละครใหม่ คือ แธคเดียส เบรสเกอร์เคิล กับชายอีก
คนที่มาหาซื้อหนังสือ อเก็ตต้า หายไปน่าจะสอง
ตอนนะ อิอิ ปมปริศนาบนฝ่ามือที่ เยอร์ซิเนีย ฝาก
ไว้ ก็ยังไม่ได้คลายปม แก้วออร์มุส จะมีประโยชน์
ต่อ อเก็ตต้า มากน้อยเพียงใด ยังเป็นปมปริศนา
ชวนติดตามต่อไป ค่ะ รออ่านต่อค่ะ พี่ภา อิอิ

โหวดหมวด งานเขียน ฯ




โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 15 มิถุนายน 2562 เวลา:17:36:59 น.  

 
ตอนนี้ก็มองๆหา รร. ให้หมิงไปเรื่อยๆครับ
บางบ้านเค้าเตรียมการณ์มาสองปีแล้วครับ 555
มัธยมทางเลือกไม่มีในเชียงใหม่ด้วยครับพี่
สุดท้ายก็กลับเข้าเรียนในระบบเหมือนเดิม 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 มิถุนายน 2562 เวลา:20:12:43 น.  

 
สวัสดีอีกรอบค่าพี่ภา

555

คนไม่ชอบก็ไม่ชอบเลยนะคะขนมเนี่ย คนชอบก็ช้อบชอบ อย่างหนูเป็นต้น

ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะพี่ภา


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 15 มิถุนายน 2562 เวลา:20:24:00 น.  

 
ขอบคุณค่ะพี่ภา


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 15 มิถุนายน 2562 เวลา:20:55:05 น.  

 
สนุกมากเลยค่ะพี่ภา รออ่านตอนที่ 8 นะคะ


โดย: วลีลักษณา วันที่: 15 มิถุนายน 2562 เวลา:22:27:13 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่ภา



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 มิถุนายน 2562 เวลา:6:42:50 น.  

 
กำลังอ่านไป ทำกับข้าวเย็นไป
เดี๋ยวอ่านจบ มาเม้นท์อีกทีนะคะ
เดี๋ยวกับข้าวไหม้
คริ คริ



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 16 มิถุนายน 2562 เวลา:17:50:44 น.  

 
ตอนที่นายกฯแนะนำให้อ่าน animal farm
ผมยังนั่งขำกับหมิงเลยครับ
หมิงบอกเรื่องนี้เค้าตำหนิเผด็จการไม่ใช่เหรอป๊า 5555

แปลกดีครับ
ผมว่านายกไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้แน่ๆครับ
ถ้าอ่านแล้วตีความออกมาตามที่พูโถึงตามสื่อ
ก็น่าคิดมากๆ
ว่าท่านตีเนื้อหาในแง่มุมไหน

งงในงงครับ 555

Summerhill ผมเองก็ได้อ่านแนวคิดนี้
ตั้งแต่ยังไม่มีลูกครับพี่

แต่ รร.ทางเลือกนั้นก็ยังแยกเป็นหลายแบบหลายแนวมาก
ของหมิงหมิงจะคล้ายๆฟินแลนด์ครับ
เน้นการเล่น การเตรียมตัวเพื่อการเรียนรู้
ไม่เร่งการเรียนรู้
แต่ทำไปทำมาทุก รร. เร่งกันหมด
รร. ก็อดไม่ได้หรอกครับ ต้องปรับตาม
ไม่งั้นเด็กย้ายหนีหมด 5555

Home School ผมก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะทำครับ
ถ้าเลือกทางนี้พ่อแม่ต้องมีความรู้พอสมควร
ต้องสอนลูกได้บ้างในบางวิชาครับ

สุดท้ายการที่เราบอกว่าไม่เร่ง ไม่ซีเรียสเรื่องเรียน
ถึงเวลาก็ต้องจริงจังเพื่อการแข่งขันอยู่ดีครับ
ระบบบีบให้เราต้องเดินทางนี้

ผมก็คุยกับหมิงมาเรื่อยๆครับ
ปรึกษากันตลอดว่าจะทำยังไง ไปในทิศทางใด



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 มิถุนายน 2562 เวลา:18:28:36 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะ

มาย้อนหลังอ่านค่ะ
อ่านในมือถือทรมานสายตามากๆ
อเก็ตตาน่าจะเป็นตัวแปรสำคัญ
ในการได้หนังสือเน็มโมเร็นซีส
ใครจะได้น้อ แธดเดียสกับอเก็ตต้า
จะผูกพันกันอย่างไร
ตามต่อไปค่ะ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:11:52:01 น.  

 
อ่านจบบทที่ 7 + ตะพาบ ความกลัว
พระ-นาง เจอกัน
แก้วออร์มุซ ช่วยทำให้นางเอกอ่านคัมภีร์เน็มโมเร็นซิสได้ ใช่หรือเปล่าครับ




โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:16:12:56 น.  

 
สวดยอดเลยตอนนี้
อเก๊ตต้า ได้เจอ คนที่จะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆได้
แผลในมือหาย
ได้พบชาย(ในฝัน)
และได้ของวิเศษ"แก้วออร์มุซ"
ของมีประโยชน์มาก
ที่จะช่วยให้เข้าใจคำที่อ่านไม่ออกด้วยตาเปล่า”

แล้วจะเอา"คัมภีร์เน็มโมเร็นซิส"
ออกมาให้"แธดเดียส" ได้อย่างไร
ติดตามๆ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 27 มิถุนายน 2562 เวลา:20:00:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ภาวิดา คนบ้านป่า
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 123 คน [?]




BG Pop.Award #14
BG Pop.Award #13
BG Pop.Award #12
BG Pop.Award #11
BG Pop.Award #10
BG Pop.Award #9
BG Pop.Award #8
BG Pop.Award #7
BG Pop.Award #6
....



เอนทรี่หมวดไดอารี่ เริ่ม ม.ค. 2562
  • ตะพาบ 238 วิถีการกินอยู่ของสว.
  • 3F #40: เข้ากั๊น...เข้ากัน"
  • มวลดอกไม้ในความทรงจำ:เทียนฝรั่ง...
  • มวลดอกไม้ในความทรงจำ:ว่านเสน่หา...
  • ตะพาบ 236 สุสานความคิด
  • มวลดอกไม้ตั้งแต่เริ่มปลูกสวนป่า
  • อาชีพนักแปล เล่มที่ 1
  • 3F ข้าวราดผัดถั่วงอก+ไข่ดาวxxx
  • 3F ข้าวราดผัดเครื่องแกงไก่กับ..+ไข่เจียว
  • ตะพาบ 234 ความดีที่คู่ควรแก่การไหว้
  • ตะพาบ 233 เรื่องที่เรา(ไม่สำนึก)เสียใจ
  • 3F ผัดผักหวานกับวุ้นเส้นใส่ไข่
  • ตะพาบ 232 ความเป็นไทย
  • ตะพาบ 231 มิ่งมิตร
  • ตะพาบ 230 ความกลัว
  • ตะพาบ 229 สนามรบ
  • ตะพาบ 228 ต้นไม้ ดอกไม้
  • ตะพาบ 227 ถ้า 1 ปีมี 10 เดือน xx
  • 3F ยำทวาย
  • ตะพาบ 226 พักใจ
  • ชมดอกไม้ที่สิงคโปร์ ตอน 3
  • ตะพาบ 225 เฝ้ารอ
  • ชมดอกไม้ที่สิงคโปร์ ตอน 2
  • ตะพาบ 224 ความกล้าหาญครั้งสุดท้าย
  • 3F แกงขี้เหล็กกับหมูย่าง
  • ชมดอกไม้ที่สิงคโปร์ ตอน 1
  • ตะพาบ 223 เพื่อนใหม่
  • อุ่นเครื่องชมดอกไม้ที่สิงคโปร์x
  • เอื้องมะลิ/หวายตะมอย
  • ตะพาบ 222 ของขวัญที่ไม่อยากได้
  • Cattleya skinneri'Casa Luna'
  • ตะพาบ 221 คู่หู
  • 3F แกงส้มมะรุมกับกุ้ง
  • ปลูกป่าไม้ใหญ่: กระดังงาไทย+นกแก๊ก
  • ตะพาบ 220 ไล่
  • ตะพาบ 219 แพงที่สุดที่เคยซื้อ
  • การเขียนบล็อก 2551-ปัจจุบัน
  • --<>--

    เอนทรี่หมวดสัตว์เลี้ยง เริ่ม ม.ค. 2562
  • เจ้านุ้งกับเสื้อสลายพลังซ่า
  • เจ้านุ้งไม่ชอบใส่เสื้อ&ไม่สู้อากาศเย็น
  • เจ้านุ้งเจาะเลือดเช็คเกล็ดเลือด
  • เจ้านุ้งรายงานตัวอาการดีขึ้น
  • เจ้านุ้งกับผลอัลตร้าซาวด์
  • เจ้านุ้งป่วยหนักมากขึ้น
  • เจ้านุ้งไม่ฉะบาย
  • เจ้านุ้ง"รู้เยอะ"มากขึ้นทุกวันx
  • เจ้านุ้งเกือบ 5 ขวบแล้ว รู้เรื่องและเลี้ยงง่าย
  • เจ้านุ้งโดนแกล้งจนหัวเป็นกระเซิง
  • เจ้านุ้งยังร้อนไม่เลิกแต่ก็มีความสุข
  • เจ้านุ้งผจญอากาศร้อนระดับพระกาฬ
  • เจ้านุ้งกับขนสั้นรับลมร้อน v
  • เจ้านุ้งเฝ้าบ้านให้แม่ไปเที่ยว(อีกแล้ว)
  • เจ้านุ้งเมื่อวันที่อุณหภูมิ 16 องศา
  • เจ้านุ้งกับการดูแลบริเวณบ้าน
  • เจ้านุ้งกับผลไม้สุดโปรด
  • --<>--

    เอนทรี่หมวดงานเขียน เริ่ม เมย.62
  • ตะพาบ 237 วิธีเขียนบล็อกให้น่าสนใจ
  • ตะพาบ 235 เติมพลัง
  • บทที่ 28 พิธีกรรมในคืนเพ็ญ
  • บทที่ 26 ความผิดพลาด& 27 สงคราม
  • บทที่ 24 เผชิญหน้า.. &บทที่ 25 เทพธิดา
  • บทที่ 22 โลกันตร์.. & บทที่ 23 คลายปม
  • บทที่ 20 มอร์บัส & บทที่ 21 ตามบัญชา..
  • บทที่ 18 รัมสกิ้น & บทที่ 19 รถม้า..
  • บทที่ 17 อรุณสีเลือด
  • บทที่ 16 สมุนไพรศักดิ์สิทธิ์
  • บทที่ 15 วิกาลภูตกับผู้คุม
  • บทที่ 14 ไคมีร่า สัตว์พหุพันธุ์
  • บทที่ 13 ภายใต้ผ้าคลุมหน้า
  • บทที่ 12 กำเนิดปีศาจร้าย
  • บทที่ 11 เมืองต้องมนตร์
  • บทที่ 10 ประสานพลังศาสนเวทย์
  • บทที่ 9 ตายซ้ำเจ็ดครา
  • บทที่ 8 ต้องตายก่อนจึงจะได้เป็นอิสระ
  • บทที่ 7 ร้านบิ๊บเบิ้ลวิคที่สะพานลอนดอน
  • บทที่ 6 คัมภีร์อาถรรพณ์
  • บทที่ 5 ปีกเทวดาตกสวรรค์
  • บทที่ 4 ซอยอินนิโก้
  • บทที่ 3 หมอยา
  • บทที่ 2 เหตุป่วนสมอง
  • บทที่ 1 ดาวพิษเวิร์มวู้ด
  • --<>--
    Friends' blogs
    [Add ภาวิดา คนบ้านป่า's blog to your web]
    Links
     

     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.