Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2562
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
13 พฤษภาคม 2562
 
All Blogs
 
นิยายแปล เรื่อง ดาวพิษ บทที่ 4 ซอยอินนิโก้ แปลโดย ภาวิดา คนบ้านป่า

LITERATURE
นิยายแปล เรื่อง ดาวพิษ บทที่ 4 ซอยอินนิโก้
แปลโดย ภาวิดา คนบ้านป่า
*******************************************************

ความเดิม:
บทที่ 1 ดาวพิษเวิร์มวู้ด
บทที่ 2 เหตุป่วนสมอง
บทที่ 3 หมอยา

แผนผัง Bloombury Square
cr:https://historicengland.org.uk/listing/
the-list/list-entry/1000210




 

บทที่ 4 ซอยอินนิโก้

ณ จตุรัสบลูมสเบอรี่ ร่างลึกลับยืนพิงต้นเอล์มแก่ ช่วงเดือนตุลาคมนี้ใบแห้งของมันร่วงพรูลงสู่พื้นราวกับเหรียญทองโปรยปราย เขาไอและถ่มน้ำลายพลางดึงปกเสื้อคลุมขึ้นต้านลมเย็นสะท้านที่พัดใบไม้ปลิวไปตามพื้นหญ้า แกะอ้วนๆ จำนวนหนึ่งเล็มหญ้าอยู่กลางกลุ่มต้นเอล์มพลางระแวงภัยจากคนแปลกหน้าผู้สูบกล้องดินเคลือบรูปยาว ไฟคุกรุ่นในกล้องส่องต้องใบหน้าเขา

บนหอคอยเซนต์จอร์จซึ่งสร้างด้วยหินอ่อนสูงตระหง่านเหนือถนนต่างๆ ที่คลาคล่ำด้วยฝูงชน นาฬิกาเริ่มตีบอกเวลา ข่าวโคมลอยแพร่สะพัดจนผู้คนทั่วไปเชื่อว่าเที่ยงคืนนี้ฟ้าจะไหวอีก เด็กขายของตะโกนบอกข่าวนี้ขณะหิ้วมัดหนังสือพิมพ์ลอนดอนครอนิเคิ้ลวิ่งฝ่าไปทุกถนน ประกาศภัยพิบัติและเรียกร้องให้ผู้คนอยู่ในความสงบ ภายนอกร้านเดอะบูลล์แอนด์เม้าธ์ คนกลุ่มหนึ่งดื่มยินคอยธรณีพิโรธอันน่าตื่นกลัวอีกครั้ง บ้านจะไหวเหมือนคืนก่อนและฟ้าจะกลับมืดสนิทอีก ดวงจันทร์ข้างขึ้นลอยเหนือลำน้ำเทมส์ ทอแสงกระจ่างทาบแผ่นฟ้าสีม่วงเข้ม ขณะที่ผู้หญิงหากินรวยโรคแห่งย่านฮอลบอร์น ท่องไปตามถนนต่างๆ ยกกระโปรงสุ่มไก่บานยาวและขยับผ้าคลุมไหล่สีขาวด้วยท่าที ชวนเชิญสุภาพบุรุษทุกคนให้หยุดสนใจด้วยหวังจะล่อลวง

ข้างหน้าต่างที่เปิดอยู่ บนห้องส่องดาวชั้นสี่ เบล้กและบอนนั่มใช้ช่วงเวลาเย็นนั้นสนทนากันอย่างเคร่งเครียด ทั้งสองรับประทานเนื้อนกพิราบและปลาแมกเคอเรลอบ ทิ้งกระดูกก้างและหนังแข็งกรอบไว้ข้างจาน ชายหนุ่มทั้งสองเฝ้าคอยให้ฟ้าโปร่ง กระแสลมแรงพัดเมฆกระจายไป เปิดท้องฟ้าให้ปรากฏแก่สายตา

เบล้กคลำเปะปะไปหยิบกล้องทองเหลืองอันยาว พยายามปรับเลนส์เพื่อส่องหาดาวหาง เขาฝากอนาคตและชื่อเสียงไว้กับเวิร์มวู้ด เป็นครั้งแรกที่เขากลัวว่าจะเผลอ หลอกตนเองเข้า เช่น อาจเข้าใจผิดเพราะเห็นรอยเปื้อนที่เลนซ์ หรือเงาสะท้อนจากแสงอะไรสักอย่างจากระยะไกล ยิ่งใกล้เที่ยงคืน เขาก็ยิ่งจดจ่อสำรวจขอบฟ้าหาดาวหางจนใกล้จะคลั่ง

บอนนั่มคอยอยู่เงียบๆ อยากให้เพื่อนสงบใจเสียบ้าง เขาเฝ้าดูเบล้กปรับเลนซ์และความสูงของกล้องส่องทางไกล แล้วพออีกครู่ใหญ่ต่อมาก็ตั้งต้นทำแบบเดิมอีกทุกขั้นตอน

“แล้วมันก็ต้องมา เซเบี้ยน ตาเจ้าคงไม่ได้ลวงเจ้าหรอก เชื่อใจเจ้าเองเถอะ พอเที่ยงคืนดาวนั้นก็จะขึ้นและเจ้าจะได้เห็นมันอีกครั้ง” เขาพยายามพูดเอาใจเพื่อนให้หายหวาดวิตก

“เราจะคอย” เบล้กตอบพลางเดินจากกล้องไปเปิดตู้ใหญ่ข้างฝาด้านในสุดของห้อง “ข้ามีอะไรจะอวดเจ้า ถึงเวลาแล้ว”

เบล้กหยิบของที่ห่อด้วยผ้าไหมแล้วเดินกลับไปที่กลางห้อง วางสิ่งนั้นลงบนกรอบเลนซ์ตัวล่างของกล้องดูดาว บอนนั่มยิ่งทวีความตื่นเต้นยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเบล้กค่อยๆ เปิดห่อของ

“นี่คือหนังสือที่ว่าไง ไอแซค เขียนไว้แต่ดึกดำบรรพ์จนไม่มีใครรู้ว่า ใครดลใจให้ใครเขียน” เบล้กบอก “ข้าไม่เคยคิดว่าจะมีวันได้เห็นหนังสือนี้ที่บ้านข้า แต่ตอนนี้มันก็มาแล้วและข้าสมควรขอบคุณดาวโชคลาภที่นำมันมาที่นี่”

บอนนั่มตะลึงจ้องหนังสือปกหนังหนา ตัวหนังสือโบราณสีทอง และกระดาษเก่าแก่ด้วยลมฟ้าอากาศ เบล้กพลิกหนังสือไปจนถึงหน้าสุดท้ายของเล่มที่หกบทที่หก เขาจิ้มนิ้วลงไปที่ข้อความปรากฏชัดอยู่ในที่ว่างริมซ้ายของหน้า

“นี่ไง ดูซี่ ไม่ได้โกหก!” เขาอ่านคำเหล่านั้นให้บอนนั่มฟัง “เวิร์มวู้ด ดาวกระจ่างจักร่วงจากฟ้า หลายชีวาจักต้องวาย เพราะความขื่นคายของมัน” มันจะมาหาเราแล้วไอแซค เราจะได้เห็นเป็นคนแรกๆ และเราไม่มีทางทำอะไรเพื่อหยุดยั้งมันได้หรอก” เบล้กตาลุกด้วยความตื่นเต้นจนใกล้จะเสียสติ “เราจะต้องบอกใครๆให้หมด แต่ข้าเกรงว่าพอบอกแล้วก็จะเกิดกลัวกันยกใหญ่ถึงแก่โกลาหลวุ่นวายกันอย่างที่เราไม่เคยพบมาก่อน แล้วถ้ามันไม่เกิดขึ้นจริง ข้าก็จะกลายเป็นตัวตลกบัดซบที่สุดที่เคยมีมา”

“เจ้าทำก็บัดซบ ไม่ทำก็บัดซบ” บอนนั่มพูดขึ้นอย่างกะทันหันขณะที่เขามองเน็มโมเร็นซิสอย่างกระหาย “เจ้าจะต้องบอกใครสักคน แล้วใครจะดีไปกว่าสมาคมวิชาการเล่า เจ้ารู้หรือเปล่าว่าถ้าดาวหางนั้นไปไม่พ้นมันจะชนโลกตรงส่วนใด ” บอนนั่มเปิดหน้าหนังสือไปเรื่อยๆ พยายามอ่านตัวอักษรและการคำนวณแปลกๆ ที่จารึกอยู่ทุกหน้า

“พอชนชั้นบรรยากาศแรก มันก็จะสลายตัวเป็นอนุภาคนับพันๆ ชิ้น” เบล้กตอบ “แล้วชิ้นส่วนเหล่านี้ก็จะถล่มใส่โลก ตามที่ข้าคำนวณนะ ทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่ปารีสถึงลอนดอนจะถูกทำลายเกลี้ยง ทะเลจะเป็นพิษและโลกจะมืดมนไปหนึ่งชั่วอายุคน!” เขามองบอนนั่ม ใบหน้านั้นโดดเด่นด้วยเงาแสงเทียน “ข้าจะบอกเรื่องนี้แก่สมาคมได้อย่างไร พวกนี้เป็นกลุ่มนักวิชาการปัญญาสูงส่ง กินจนพุงกางและชอบฟังแต่เสียงของตัวเอง เขาต้องคิดว่าคนธรรมดาๆ อย่างข้าเป็นไอ้งั่ง” เบล้กเดินไปเดินมาอยู่ในห้องราวกับประสาทจะกิน

"ถ้าเรามีหลักฐาน ข้าจะพาลอร์ดแฟลมเบิร์กมาที่นี่ให้ได้ ให้เขาดูด้วยตาเอง คนอื่นๆก็จะเชื่อคำเขา ข้าพอจัดการให้เขามาเป็นคืนพรุ่งนี้ได้ ถ้าเรามัวแต่คอย คนอื่นอาจจะอ้างเอาดาวหางนี้เป็นของเขานะ ชื่อเจ้าประทับอยู่ที่ดาวดวงนี้แล้ว เซเบี้ยน งานและการคำนวณที่เจ้าทำทั้งหมดมาถึงแค่นี้แล้ว จะปล่อยให้สูญเปล่าไม่ได้หรอก” บอนนั่มคว้ามือเบล้กมาจับไว้มั่นและเขย่า “ข้าขอแสดงความยินดีกับเจ้า คืนพรุ่งนี้ สมาคมจะยินดีกับเจ้าและคนทั้งโลกจะเห็นว่าเจ้าเป็นอัจฉริยะ ใครจะไปรู้ บางทีเน็มโมเร็นซิสอาจเปลี่ยนแปลงโลกและเจ้าก็จะเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายให้นำความรู้จากหนังสือนี้มาบอกเรา”


ในจัตุรัสเบื้องล่าง คนลึกลับจ้องบ้านนั้นไม่วางตา เขาเขม้นมองขึ้นไปตรงหน้าต่างที่เปิดอยู่ รถลากผ่านเขาไปหลายคัน และยามคนหนึ่งกระแทกไม้เท้าลงบนพื้นดินทุกๆ ย่างก้าว ไม่มีใครเห็นเงาร่างลึกลับใต้ต้นเอล์มหรือแสงไฟคุวาบในกล้องสูบยาดินเคลือบ

อเก็ตต้าได้ยินเสียงเบล้กสะท้อนลงมาตามช่องบันไดเวียน เจ้าหล่อนเปิดประตูหลังบานเล็กออกไปสู่ถนนซอยด้านหลังจตุรัส ทางซ้ายมีแสงไฟจากฮอลบอร์นทอดเงาน่าขนลุกส่องผนังบ้านช่องแถวนั้น หญิงชรานั้นไม่อยู่ที่ใดให้เห็นได้ เจ้าหล่อนมองหาบริกันด์และเรียกชื่อมัน ในความมืดนั้น เจ้าหล่อนอยู่ตามลำพัง

ชั่วพริบตา อเก็ตต้าตัดสินใจวิ่งไปที่ถนน เจ้าหล่อนยกชายกระโปรงยาวด้านหน้าขึ้นรวบไว้กับผ้ากันเปื้อน กระชับผ้าคลุมไหล่แล้ววิ่งถลา เท้ากระทบหินปูถนนดังโกรกเกรก ลุยฝ่าโคลนไปข้างหน้า พอเข้าใกล้แสงไฟก็ออกวิ่งจี๋ด้วยรู้ว่าอยู่ในฝูงชนที่เกาะกลุ่มกันอยู่ตามถนนในถิ่นฮอลบอร์นแล้วจะปลอดภัย

แต่แล้ว ในห้วงลึกแห่งจินตนาการเจ้าหล่อนก็เกิดความคิดอันน่าอกสั่นขวัญหายว่ากำลังถูกติดตาม ตัวอะไรก็ไม่รู้ย่างสามขุมมาข้างหลัง แอบหายใจรดต้นคอพลางกระซิบกระซาบอย่างประสงค์ร้าย ความรู้สึกกลัวที่ทวีขึ้นทำให้อเก็ตต้าหมดแรง ใบหน้าชาจนไร้ความรู้สึกเมื่อจินตนาการว่ามีมือหลายมือแย่งกันคว้าคอหอยเจ้าหล่อนจะลากไปบีบจนหายใจไม่ออก แค่คิดว่ามีนิ้วมือเย็นเฉียบเอื้อมมาที่เจ้าหล่อน ขนที่ต้นคอก็ลุกชัน เจ้าหล่อนก้มลงมองพื้นดินให้แน่ใจว่าจะไม่หกล้มเมื่อเท้าเร่งความเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ เสียงร้องที่อยากกรีดก้องติดขลุกขลักอยู่ในลำคอ

ทันใด อเก็ตต้าต้องชะงักหยุด ซ้ำยังถูกชนล้มลงไปบนพื้น รอบกายมีแต่เสียงอึกทึกของย่านฮอลบอร์น เจ้าหล่อนเงยหน้าขึ้นมองทั้งที่ยังคงงงงวยด้วยแรงกระแทก เบื้องหน้าชายผู้หนึ่งก้มลงมอง เครื่องแต่งกายของเขาตั้งแต่ศีรษะจดเท้าเป็นสีดำสนิท เสื้อคลุมตัวยาวปักด้วยไหมสีทองละเอียดยิบ เข้าชุดกับหัวเข็มขัดหนาที่รองเท้าบู๊ต เขาจ้องเจ้าหล่อนพลางยื่นมือให้เหนี่ยว

“เด็กๆ ควรระมัดระวังเวลาจะไปไหน” เขาพูดด้วยเสียงทุ้มและสำเนียงที่อเก็ตต้าไม่เคยได้ยินมาก่อน “นี่ก็ดึกมากแล้ว คนที่เจ้าต้องไม่อยากพบหรือไม่อยากวิ่งเข้าไปชนน่ะมีอยู่มากนะ” ชายผู้นั้นยิ้มให้อย่างอ่อนโยนพลางฉุดอเก็ตต้าให้ลุกขึ้นยืน

อเก็ตต้าจ้อง เขาสูงเกินหกฟุต ใบหน้าเรียว ตาโตสีเขียวอยู่ภายใต้หมวกปีกอ่อน สีดำ ปกเสื้อตั้งขึ้นป้องลมเย็นเยือกยามราตรี อเก็ตต้าพยายามดึงมือออกจากการเกาะกุมแต่เขาบีบกระชับไว้

“อบอุ่น นิ่มนวลดีจริง...” เขาหยุดและมองสบตาเจ้าหล่อน “เจ้าล่วงรู้หลายสิ่งหลายอย่างแม้จะเป็นเด็กหญิงวัยเยาว์เพียงเท่านี้ รู้มากขนาดนั้นอาจเป็นอันตรายได้” ชายนั้นปล่อยมือเจ้าหล่อน อเก็ตต้ายืนนิ่ง ราวงอกรากลงไปในดินเสียแล้ว เจ้าหล่อนไม่แน่ใจว่าชายผู้นั้นเป็นใครมาจากไหน “ข้ารู้ได้จากสีหน้าเจ้าว่าเจ้าจะต้องไปตามนัด ไปพบใครคนหนึ่งที่เจ้าต้องไม่ปล่อยให้คอย อยากให้ข้าเดินไปส่งที่จุดนัดพบมั้ยล่ะ”

“จะบ้าหรือ คิดอะไรวิตถารอยู่หรือไง” อเก็ตต้าย้อนอย่างดุเดือด

ตอนนั้นแหละที่นาฬิกาเซนต์จอร์จบนหอคอยสูงตีครั้งแรกบอกเวลาเที่ยงคืน
อเก็ตต้าผลักชายนั้นไปทางหนึ่งแล้ววิ่งไปทางซอยอินนิโก้ ทุกสิ่งทุกอย่างในถิ่นฮอลบอร์นนิ่งสนิท ทุกคนเงยขึ้นมองฟ้า คอยว่าจะเกิดการไหวอีกครั้ง ไกลๆ ออกไปมีเสียงยิงปืนเรือและเสียงฟ้าร้องดังก้องไปตามลำน้ำเทมส์ คนทั้งนครลอนดอนเงียบรอ อเก็ตต้าเบียดฝ่าฝูงชนบนถนนไปข้างหน้า ไม่มีใครสังเกตเมื่อเจ้าหล่อนวิ่งไปทางซอยนั้น ไม่มีใครสนใจ ดวงตาทุกคู่จ้องนิ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า ดวงจันทร์ข้างขึ้นลอยสูงอยู่เหนือเมือง ฟ้ามีจุดขาวๆ ใสกระจ่างประดับจักรวาลเหมือนดวงเทียนบนต้นไม้ ความงามนี้ใหม่เอี่ยมราวกับว่าโลกเกิดใหม่อีกครั้ง และนี่เป็นราตรีแรกหลังการสร้างโลก

พอนาฬิกาตีครั้งที่สิบสอง อเก็ตต้าก็เลี้ยวเข้าซอยอินนิโก้ ดูเหมือนว่าซอยจะแคบยิ่งขึ้น มืดมากขึ้นและน่าหวาดหวั่นอันตรายจากสิ่งอัปมงคลยิ่งขึ้นกว่าเดิม รอยเลือดที่กำแพงยังคงอยู่ หินทุกก้อนก่อให้เกิดความรู้สึกกลัว อเก็ตต้าก้าวอย่างลังเลสลับกับเหลียวไปดูข้างหลัง เจ้าหล่อนระวังให้ตัวเองอยู่กลางซอยและคอยมองรอบๆตัว เตรียมพร้อมทุกขณะเผื่อจะมีใครหรือสิ่งใดโผนออกมาจากเงามืด

เสียงอึกทึกจากโรงเตี๊ยมชิพได้ยินไปทั่วซอย อเก็ตต้าได้ยินเสียงผู้ชายตะโกนวางเดิมพันจำนวนสูงในการพนันเปิดไพ่ เสียงหัวเราะแหลมสูงทำให้ซอยนั้นยิ่งน่ากลัวมากขึ้นเมื่อมันสะท้อนจากหินก้อนนี้ไปก้อนโน้น

กำแพงซอยทั้งสองด้านที่ขมุกขมัวด้วยเขม่าถ่านหินเปียกชุ่ม มีราสีเขียวจับหนาตะเกียงเล็กๆ ดวงหนึ่งจุดไว้เหนือประตูโรงเตี๊ยมส่งลำแสงบางๆ สะท้อนจากหมอกปกคลุมพื้นดินสูงระดับเข่า อเก็ตต้ามองไม่เห็นทางเดินหรืออะไรที่อาจซ่อนอยู่ในหมอกเหนือดิน

หมอกหมุนวนแสงวอบแวบรอบๆ ตัวเจ้าหล่อนปรากฏเป็นรูปรอยคล้ายปีศาจไร้หน้า ซอยอินนิโก้ส่วนนี้ลึกและมืดที่สุด อเก็ตต้ารู้สึกโดดเดี่ยวขณะมองหาข่าวสารที่ยายแก่หน้าตาอัปลักษณ์และมีเห็บเหาเต็มตัวอาจทิ้งไว้ให้ เจ้าหล่อนรู้ว่ามันจะต้องอยู่แถวๆ นี้แหละ แต่ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วจะต้องมองหาอะไร

ประตูโรงเตี๊ยมเปิดผางเมื่อชายชราร่างอ้วนล้มคะมำออกมาสู่อากาศหนาวเหน็บยามราตรี อเก็ตต้าหลบแฝงในเงามืดและเฝ้าดูชายนั้นขยับตัวลุกขึ้นพิงกำแพง ส่งเสียงครางอย่างสบายตัวระหว่างปล่อยปัสสาวะออกมานองถนน โดยไม่ทันสังเกตเห็น อเก็ตต้าซึ่งยืนอยู่ห่างไปเพียงสองสามฟุต และแล้วเมื่อยังอยากชิมเหล้ายินราคาถูกอยู่อีกเขาก็คลำทางตามกำแพงกลับไปหาประตูโรงเตี๊ยม พบแล้วก็ดึงเปิดและตะกายเข้าไปภายใน

อเก็ตต้ายังหลบอยู่ในเงามืด เจ้าหล่อนรู้อยู่แก่ใจว่าไม่ได้อยู่ตามลำพัง ทางด้านขวาหมอกหมุนวนต่ำลงราวกับว่าพลังไร้ตัวตนกำลังเดินมาทางเจ้าหล่อน บนหลังคาโรงเตี๊ยมมีเสียงตะกุยเหมือนเสียงกรงเล็บครูดกระเบื้องมุงหลังคาเก่าๆ ฟังคล้ายมียามมาเข้าเวรล่วงหน้ารอบๆ ตัว ความเปียกชื้นเย็นเยียบไต่ขึ้นมาตามแข้งขาเหมือนมือเปียกๆ เกาะกุมผิวเนื้อเจ้าหล่อน อเก็ตต้าอยากจะออกวิ่ง วิ่งหนีและย้อนเวลากลับไป เที่ยงคืนผ่านไปแล้วและยังคงไม่มีร่องรอยใดๆ

แล้วเจ้าหล่อนก็ได้ยินเสียงรถม้าจากลินคอล์นอินน์แล่นมาตามถนน เสียงดังโกรกเกรก เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อขอบล้อโลหะบดหินปูถนนก้อนกลมๆ อาศัยแสงไฟจากโรงเตี๊ยม อเก็ตต้าจับตามองเมื่อม้าสีดำราวไหมสี่ตัวพร้อมเครื่องตกแต่งศีรษะเพื่องานศพเข้ามาสู่สายตา มันเหยาะย่างฝ่าหมอกคลุมดินดูราวกับล่องลอยอยู่บนปุยเมฆ

ม้าทั้งสี่ลากรถสวยงามมาด้วย คนขับนั่งบนที่นั่งสูงกระดกปกเสื้อเดินทางตั้งขึ้น หลังรถมีคนรับใช้ชายสองคนหน้าขาวซีดเหมือนผี สวมวิกโรยแป้งฝุ่น เสื้อคลุมตกแต่งด้วยเกลียวสีทอง เครื่องประดับไหล่ก็ชุบทอง รถม้านั้นหยุดหน้าโรงเตี๊ยม ขวางทางออกจากซอย จากที่ซ่อนในเงามืด อเก็ตต้าเห็นคนขับรถมองไปรอบๆ แล้วก้าวลงมาจากที่นั่งสูงอย่างระมัดระวัง เดินไปเปิดประตูรถและชะโงกเข้าไปภายใน เจ้าหล่อนได้ยินเสียงกระซิบพูดกันอย่างแผ่วเบา ชายนั้นหันมา เสื้อคลุมสีดำยาวลากพื้นเมื่อเขาเดินไปที่ประตูโรงเตี๊ยมและมองกวาดไปตลอดซอย ชายผู้นั้นร่างเล็ก เท้าบิด เดินเตาะแตะเหมือนเป็ด ตอนข้ามบาทวิถี เขาทำให้อเก็ตต้านึกถึงนกอ้วนๆ บินไม่ได้ที่เจ้าหล่อนเคยเห็นจัดแสดงที่สวนสัตว์หายากที่พิกคาเดลลี่ พุงกลมใหญ่ของเขาดันเสื้อคลุมป่องออกไปข้างหน้า ท่าเดินดูไม่มั่นคง ครั้งหนึ่งเขาเดินสะดุด ต้องเซไปพิงกำแพงซอยซึ่งเปียกลื่นและเหม็นเพื่อพยุงตัวไว้

ชายนั้นมองเขม็งฝ่าความมืดอยู่นาน อเก็ตต้าแนบตัวชิดกำแพงด้วยความกลัว หวั่นว่ากำแพงนั้นจะกลืนตนไปตกอยู่ในกำมือของยายแก่อัปลักษณ์ คนขับรถอยู่ห่างไปเพียงไม่กี่ฟุตแต่เขาก็ไม่เห็นเจ้าหล่อน เขาหันกลับเดินลากขาไปที่ประตูรถม้า ชะโงกเข้าไปอีกครั้งก่อนจะถอยกลับและผายมือให้แก่ผู้โดยสารที่มีอยู่คนเดียว

อเก็ตต้าเห็นสตรีร่างสูงก้าวออกมาจากรถม้านั้น หล่อนแต่งกายด้วยเสื้อคลุมกำมะหยี่สีดำชายบานยาวพร้อมด้วยฮู้ดคลุมศีรษะ เสื้อคลุมของหล่อนต้องแสงตะเกียงเป็นมันระยับและทุกก้าวที่หล่อนย่างก็ทำให้หมอกหมุนวน สตรีผู้นั้นสวมหน้ากากรูปเสือมีหนวดแหลมๆ สีดำเส้นหนายื่นออกมาสองข้างแก้ม แต่ละเส้นฝังพลอยและกรอบรอบดวงตาฝังเพชรน้ำงาม คอระหงขาวเหมือนแป้งนวลปลั่งอยู่ในแสงสลัว

หล่อนมองไปในซอยและร้องเรียก “อเก็ตต้า! อเก็ตต้า เลเมี่ยน... ข้ามีข่าวจะบอกเจ้า!”

อเก็ตต้าพยายามแนบตัวชิดกำแพงยิ่งขึ้นเมื่อสตรีผู้นั้นส่งสัญญาณให้คนรับใช้ชายลงมาจากรถม้า

“ออกมาเถอะ อเก็ตต้า ไม่งั้นคนของข้าจะค้นหาเจ้า ข้าไม่ทำอันตรายเจ้าหรอก เจ้าไว้ใจข้าได้” สตรีผู้นั้นพูดจาสำเนียงไพเราะ สุภาพและนุ่มปานครีม กังวานละมุนราวกับว่าไม่เคยขึ้นเสียงเพราะโกรธหรือพูดคำระคายหูเลยสักน้อย

อเก็ตต้าไม่ตอบ เจ้าหล่อนได้ยินเสียงตัวอะไรก็ไม่รู้ตะกุยกระเบื้องมุงหลังคา คงเป็นสัตว์ใหญ่เกาะติดกระเบื้องด้วยกรงเล็บแหลมคม เจ้าหล่อนหันไปมองซอยมืดทางไปฮอลบอร์น ใจนึกอยากจะวิ่งหนี ถนนเงียบสนิท เสียงจากโรงเตี๊ยมค่อยสงบลงจนคล้ายกับว่ามีเพียงเจ้าหล่อนและสตรีผู้นั้นเพียงลำพังในโลกนี้

“อเก็ตต้า” สตรีนั้นพูดเรียบๆ “ข้าอยู่นานไม่ได้และเรื่องที่จะบอกก็สำคัญมาก ชีวิตของเจ้าและของพ่อเจ้าอาจขึ้นอยู่กับเรื่องนี้ ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ตรงนั้น ออกมาเถอะแม่หนู!” สตรีนั้นไม่รอคำตอบ หล่อนหันกลับไปขึ้นรถ คนขับปีนขึ้นด้านหน้า นั่งลงประจำที่ มือที่สวมถุงมือจับสายบังเหียนบังคับม้าให้เข้าที่ก่อนจะขับออกไป

“คอยก่อน!” อเก็ตต้าตะโกนพลางวิ่งพรวดออกจากที่ซ่อนตรงไปที่ประตูรถ “ข้าอยู่นี่ ข้าจะพูดกับท่าน”

ประตูรถเปิดออก อเก็ตต้าสังเกตลวดลายที่ไม่เคยเห็นมาก่อนบนบานประตูสีดำสลับเหลืองสด ไม่ใช่ตราประจำตระกูลสูงศักดิ์ที่เจ้าหล่อนมักได้เห็นบ่อยๆ ตามรถม้าสวยงามซึ่งแล่นกึงกังไปตามถนนฟลีต ประตูรถคันนี้เป็นรูปดวงอาทิตย์สีทองใหญ่เต็มบาน ฝังลายรูปดวงตามนุษย์สีแดงจัดจ้าที่มองตามอเก็ตต้าทุกฝีก้าว

เสียงหนึ่งพูดเบาๆ ออกมาจากความมืดภายในรถ “ขึ้นมา อเก็ตต้า เราจะเดินทางไปด้วยกันสักหน่อย เดินทางไปเปลี่ยนแปลงชีวิตเจ้า”

สุ้มเสียงสตรีนั้นน่าเชื่อถือ อเก็ตต้ารู้ว่าการขึ้นรถไปกับคนแปลกหน้านั้นบ้าสิ้นดี เด็กสาวหลายคนที่เจ้าหล่อนรู้จักทำแบบนี้แล้วหายไปจากถนน กลับมาแต่ร่างไร้วิญญาณทุกคน เจ้าหล่อนหันกลับไปมองในซอย เสียงเหมือนแมวตะกุยหลังคาดังมาอีก อเก็ตต้าเลิกสนใจชะตากรรม รีบก้าวเข้าไปในรถทั้งๆ ที่สันหลังสะท้านเยือก “คืนนี้หนาวนักหรือน่ากลัวจนเจ้าถึงแก่ตัวสั่นเชียวหรือ” สตรีนั้นถามเมื่อยื่นมือออกมารับอเก็ตต้า “สหายของข้าพากันเฝ้าดูเจ้ามานาน... เขาคิดว่าเจ้าจะช่วยเราได้ ที่จริงเขาเชื่อว่าเจ้ามีคุณสมบัติสำคัญที่สมควรจะเข้ามาเป็นสมาชิกของเรา” ประตูรถปิดโครมโดยไม่ทันรู้ตัว รถม้านั้นพุ่งออกไปสู่ถนนปูหินกลมแห่งลินคอล์นอินน์

ภายในรถตามตะเกียงดวงเล็กๆ ไส้ตะเกียงลุกโชนเรืองแสงสีอำพันเข้มส่องให้เห็นเพดานห้องโดยสารและประตูรูปใบไม้สีทอง สตรีนั้นเงียบอยู่หลายนาที หล่อนเอาแต่จ้องผ่านรอยฉลุล้อมเพชรที่หน้ากากสำรวจดวงหน้าของอเก็ตต้าอย่างละเอียด

“ปากเจ้าส่อว่าโกหกเก่ง” สตรีนั้นพูดดังกว่าเสียงรถที่แล่นกึงกังไปตามถนน “เจ้ามักกล่าวคำเท็จรึ อเก็ตต้า”

อเก็ตต้าลังเล “ก็มีบ้าง” เจ้าหล่อนพูดอย่างระมัดระวัง “ใครๆก็โกหกกันไม่ใช่รึ”

สตรีนั้นยิ้มเมื่ออเก็ตต้าพยายามจ้องตาหล่อนไม่ลดละ “ตาเจ้าก็เหมือนโจร” หล่อนกล่าวต่อ “เจ้าขี้ขโมยด้วยรึ อเก็ตต้า”

“ขโมยเมื่ออยากขโมย” อเก็ตต้าตะคอกพลางมองไปทางประตูรถ คิดจะกระโดดหนีให้รอดไปได้ แต่สตรีนั้นเหวี่ยงเท้าไปขวางไว้ระหว่างอเก็ตต้ากับประตู

“ข้าไม่อยากให้เจ้าพลัดตกจากรถ” สตรีนั้นกล่าว เสียงหล่อนเปลี่ยนไปทั้งน้ำเสียงและจังหวะ “เอาเถอะ ยังไม่ใช่ตอนนี้ก็แล้วกัน เรายังไม่เสร็จธุระกับเจ้า”

“เจ้าจะเอาข้าไปทำอะไร” อเก็ตต้าถาม พยายามทำเป็นไม่ตื่นเต้นหวาดกลัวแต่นึกอยากให้บริกันด์อยู่ด้วย จะได้ฉีกคอหอยสตรีผู้นี้เสีย

“นั่งฟังตามสบายเถอะ และอย่าคิดว่าจะกระโดดหนีลงไปจากรถได้” สตรีนั้นกล่าว “ถ้าเราอยากฆ่าเจ้าป่านนี้ก็จัดการเสร็จไปแล้ว เจ้าก็จะเป็นเหมือนเด็กซนข้างถนนอีกคนหนึ่งซึ่งจะพบศพได้ในแม่น้ำเทมส์เวลาน้ำลด...”

อเก็ตต้าไม่ตอบ เจ้าหล่อนสำรวจสตรีนั้นอย่างตั้งอกตั้งใจขณะที่รถม้าโยกหน้าโยกหลัง มีกลิ่นเหล้าไวน์ราคาแพงและกลิ่นหอมของสมุนไพรประเภทยี่หร่า อเก็ตต้าเคยได้กลิ่นนี้แล้วครั้งหนึ่งเมื่อเบล้กวางขวดเมรัยของนิทราเทวีทิ้งไว้ ครั้งนั้น อเก็ตต้าได้แต่มองดูน้ำสีเขียวเข้ม กลัวเกินกว่าจะกล้าแตะต้อง เจ้าหล่อนเพียงดมฝาขวด สูดกลิ่นเหล้าดีกรีสูงและหอมฉุนจนน้ำตาคลอ จมูกก็แสบด้วย ตอนนี้กลิ่นหอมนั้นกำจายไปทั่วรถ เกาะติดเสื้อผ้าสตรีนั้นเหมือนน้ำหอมกลิ่นฉุน

“ท่านจะพาข้าไปไหน” อเก็ตต้าถาม

“ไม่ไกลหรอก เจ้าอยู่ในนี้ปลอดภัยกว่าอยู่บนถนน ข้าอยากให้เจ้าเห็นแม่น้ำ เจ้าอาจรู้สึกอยากคุยมากขึ้นบ้าง” สตรีนั้นค้นทั่วเสื้อคลุมของหล่อน หยิบกระติกเงินออกมา “เจ้าอยากดื่มบ้างไหม จะได้รู้สึกอุ่นในอกและเท้าจะได้หายเย็นชืด” หล่อนหัวเราะพลางยื่นภาชนะเงินเนื้อหนาให้อเก็ตต้า

อเก็ตต้าเมินไป เจ้าหล่อนไม่มีเหตุผลใดที่จะไว้ใจสตรีนี้

“ไม่ใช่ยาพิษหรอก” สตรีนั้นกล่าวพลางหมุนเกลียวฝากระติกเงินและยกขึ้นจ่อริมฝีปาก ดื่มเสียอึกใหญ่ “เห็นมั้ย เจ้าคิดว่าข้าจะฆ่าตัวเองหรือ ดื่มซี่ เราจะได้เป็นมิตรกันอีกนาน เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะวางใจข้าและนี่ก็เป็นเวลาเหมาะแล้วที่จะเริ่มต้น” สตรีนั้นยื่นกระติกให้อีก

“ถ้าเราจะเป็นเพื่อนกัน เหตุใดข้าจึงเห็นหน้าเจ้าไม่ได้ล่ะ” อเก็ตต้าถามพลางรับภาชนะนั้นมาอย่างระมัดระวัง

“ถ้าได้เห็นเจ้าอาจไม่ชอบ คงจะเข้าท่ากว่าถ้าเจ้าจะรู้จักข้าในนามที่ข้าใช้ยามสงคราม เจ้าเรียกข้าว่า เยอร์ซิเนีย ก็ได้” สตรีนั้นยิ้ม อเก็ตต้าเห็นตาเบื้องหลังหน้ากากเป็นประกายสุกใสวาบขึ้นราวกับเพชร “ทีนี้เจ้าจะดื่มหรือไม่ล่ะ เจ้าจะไม่เป็นอันตรายหรอก มันจะทำให้เจ้ารู้สึกดี แจ่มใสไร้กังวล วิญญาณเป็นอิสระและร่างกายอบอุ่น” เยอร์ซิเนียไหวไหล่อย่างพอใจและหัวเราะคิกคักไปพลาง

อเก็ตต้ารู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น กลิ่นหอมแรงจัดจากกระติกพลุ่งเข้าเต็มจมูก เจ้าหล่อนลังเลก่อนจะยกภาชนะนั้นขึ้นจ่อริมฝีปากด้วยรู้ว่าถ้าชิมเข้าไปแม้เพียงจิบเดียวก็จะไม่มีโอกาสกลับใจอีก แค่หนึ่งหยดเจ้าหล่อนก็จะสมานมิตรภาพนี้แน่นแฟ้นราวกับดื่มเลือดแลกสาบาน

เยอร์ซิเนียพูดราวกับล่วงรู้ใจอเก็ตต้า “เราจะเป็นพี่น้องกัน ข้าจะดูแลเจ้า เจ้าจะไม่ต้องกังวลเรื่องใดอีก ข้าจะให้เจ้าเลิกทำงานล้างหม้อล้างกระทะ ขัดถูและเสิร์ฟอาหาร อีกหน่อยเจ้าก็จะไม่ต้องไปส่งอาหารที่คุกนิวเกตอีก” หล่อนหยุดและยิ้มให้อีกครั้ง “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ชอบให้คนคุกจ้องเจ้าแบบนั้น เอาสิ ดื่มให้แก่ชีวิตใหม่”

อเก็ตต้าจูบกระติกแล้วดื่มของเหลวข้นๆ ในนั้น ทีแรกกลิ่นหอมนั้นซ่านลิ้นเมื่อเจ้าหล่อนดื่มเข้าไปอึกใหญ่ ต่อมา กลิ่นและรสลี้ลับที่เจ้าหล่อนอธิบายไม่ได้ก็ทำให้ลำคออุ่นขึ้น อเก็ตต้าพิงพนักเป็นครั้งแรก รู้สึกผ่อนคลายอยู่บนที่นั่งในรถม้าซึ่งบุหนังอ่อนนุ่ม รถม้าโยกเจ้าหล่อนไปมาเหมือนเรือกลางทะเลเมื่อตัวยาสำคัญแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ส่งให้ประสาททุกส่วนร้อนแรงขึ้น เติมเต็มชีวิตใหม่และกำลังวังชาแก่กล้ามเนื้อทุกส่วน

อเก็ตต้ารู้สึกยิ่งกว่ามีชีวิตชีวา ความปิติสุขเอิบอาบไปทั่วกาย เจ้าหล่อนรีบดื่มอีกครั้ง พยายามดื่มจนเต็มอึกเท่าที่จะทำได้ หวังด้วยว่าเหล้าสมุนไพรนี้จะไม่มีวันหมด และแต่ละหยดจะส่งให้เจ้าหล่อนรู้สึกเบิกบานยิ่งขึ้นไปอีก

เยอร์ซิเนียเลื่อนตัวข้ามไปนั่งข้างเจ้าหล่อน ดึงกระติกมาจากมืออเก็ตต้าและดื่มเหล้านั้นไปเล็กน้อย “ข้ายังจำได้ดี เจ้าจะไม่มีวันลืมครั้งแรกที่ดื่มเหล้าสมุนไพรนี้ มันมีพลังอัศจรรย์เปลี่ยนจิตวิญญาณและปลดปล่อยเจ้าเป็นอิสระเหมือนนกอินทรีบินทะยานขึ้นสูง” หล่อนจับมือขวาอเก็ตต้าไว้ กดนิ้วหัวแม่มือของหล่อนลงกลางใจมือนั้น มันเริ่มไหม้เมื่อหล่อนกดแรงขึ้น อเก็ตต้าซึ่งไม่รู้สึกรู้สากับความเจ็บใดๆ เห็นควันบางๆ ลอยขึ้นจากผิวหนังตรงนั้น อ้อยอิ่งอยู่ในอากาศเหมือนภูตที่สิงอยู่ตามพรุ เจ้าหล่อนไม่ยี่หระ

“จำไว้นะ อเก็ตต้า ความสุขและความพอใจสำคัญกว่าพระประสงค์แห่งเทพเจ้าองค์ใดๆ คืนนี้เจ้าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว นับแต่คืนนี้เจ้าจะเริ่มอยู่เพื่อตัวเอง ไม่ใช่เพื่อพ่อเจ้าหรือเพื่อเซเบี้ยน เบล้ก” เยอร์ซิเนียยกมือของอเก็ตต้าขึ้นมาตรงปากและเป่าฝ่ามือเจ้าหล่อน “ที่เจ้าทำมาตลอดชีวิตสั้นๆ ที่ผ่านไปนั้นมากพอที่จะต้องเอาคอไปพาดตะแลงแกงไทเบิร์นมากกว่าหนึ่งครั้งแล้ว การขโมยเป็นเรื่องของคนโง่บัดซบและไม่ช้าเจ้าจะพบว่ามีอีกโลกหนึ่งเปิดกว้างคอยเจ้า โลกที่ครั้งหนึ่งเจ้าไม่เคยเชื่อว่ามี”

“เจ้าจะให้ข้าทำอะไร” อเก็ตต้าถามราวกับกำลังพูดกับใครคนหนึ่งในห้วงฝัน ไม่แน่ใจว่าตนเองกล่าวคำใดบ้างด้วยซ้ำไป”

“ไม่ช้าเจ้าก็จะรู้เอง เจ้าจะรู้ได้จากความคิดจินตนาการที่จะคงค้างอยู่ เป็นความปรารถนาที่จะต้องไขว่คว้ามาให้ได้ ความอยากที่ไม่เคยพอ แล้วเจ้าก็จะรู้ว่าต้องทำอะไรและเราจะพบกันอีก...ในไม่ช้า”

กล่าวจบ รถม้านั้นก็หยุดลงอย่างกระทันหัน อเก็ตต้ากระดอนตกจากที่นั่ง คนรับใช้กระโดดลงจากรถมาเปิดประตู อเก็ตต้ามองออกไปที่ถนนในนครลอนดอนซึ่งตามไฟไว้เพียงสลัวๆ ได้กลิ่นแม่น้ำและได้ยินคนเรือร้องตะโกนบอกเรือเที่ยวสุดท้าย ยามเดินถนนร้องบอกเวลาหนึ่งนาฬิกาและแจ้งว่าทุกอย่างเป็นปกติพลางเคาะไม้เท้าไปตามกำแพง

“ลอนดอนบริดจ์” เยอร์ซิเนียกล่าวเบาๆ “ที่นี่เหละมีชายคนหนึ่งซึ่งเจ้าจะต้องมาพบ มาที่นี่วันอาทิตย์เช้าก่อนไปบ้านเบล้กนะ หาร้านคนขายหนังสือ เขามีของจะให้เจ้า ของที่เจ้าจำเป็นต้องใช้”

คนรับใช้ยื่นมือออกช่วยรับอเก็ตต้าลงจากรถ ปิดประตูรถโดยเร็วแล้วกระโดดกลับขึ้นรถ พอประตูปิดสนิทดังกริ๊ก คนขับก็กระตุกบังเหียนพารถออกแล่นโกรกเกรกไปบนถนนปูหินกลมสู่ย่านบิชอบเกต ม้าสี่ตัวประดับด้วยเครื่องเกียรติยศงานศพเหยาะย่างพร้อมกัน กีบสวมปลอกโลหะเป็นประกายต้องก้อนหิน

อเก็ตต้ายืนอยู่ตามลำพัง ฤทธิ์เหล้าสมุนไพรค่อยๆ ลดลาหมือนจันทร์ค่อยเลื่อนลับดวง ฤทธิ์ของมันเสื่อมซาลงพร้อมๆกับเสียงรถม้าของเยอร์ซิเนียค่อยๆ แผ่วจางหายไปในระยะไกล ราตรีนั้นหนาวเย็นกว่าเคย อเก็ตต้ากระชับผ้าห่มให้แน่นขึ้นเพื่อลดความหนาวจนถึงกระดูกดำ เจ้าหล่อนมองมือของตนซึ่งขณะนี้ไหม้พองเหมือนแผลถูกน้ำร้อนลวก กลางใจมือปรากฏรอยพิมพ์นิ้วหัวแม่มือดำคล้ำตัดกลางเส้นชีวิต อเก็ตต้าถ่มน้ำลายลงไปในมือแล้วขยี้รอยนั้นด้วยหัวแม่มือ มันยิ่งแสบร้อนและขยายขนาดใหญ่ขึ้นต่อหน้าต่อตา เป็นรอยรูปดวงตาสีแดงขนาดใหญ่ตัดขอบสีดำ ปวดตุบๆ ทุกจังหวะหัวใจเต้น อเก็ตต้ารีบห่อมือไว้ในผ้ากันเปื้อน กดผ้าชื้นๆนั้นเข้ากับแผลพลางออกเดินเซๆ จากลอนดอนบริดจ์ไปยังบิชอบเกต


บทแปลนี้มิใช่เวอร์ชั่นก่อนพิมพ์เล่ม
จึงยังมีความลักลั่นเรื่องชื่อสถานที่อยู่บ้าง
ขออภัยด้วยค่ะ

(ติดตามบทที่ 5 ต่อไปนะคะ)
LITERATURE
 ขอบคุณของแต่งบล็อกจากอินเทอร์เน็ต  



Create Date : 13 พฤษภาคม 2562
Last Update : 29 พฤษภาคม 2562 20:50:38 น. 74 comments
Counter : 469 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณผีเสื้อยิปซี, คุณตะลีกีปัส, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณmcayenne94, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณAsWeChange, คุณวลีลักษณา, คุณmelody_bangkok, คุณสองแผ่นดิน, คุณtoor36, คุณกะว่าก๋า, คุณหอมกร, คุณhaiku, คุณThe Kop Civil, คุณสันตะวาใบข้าว, คุณInsignia_Museum, คุณบาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน, คุณtuk-tuk@korat, คุณlife for eat and travel, คุณmariabamboo, คุณSweet_pills, คุณnewyorknurse, คุณkae+aoe, คุณเริงฤดีนะ, คุณทนายอ้วน, คุณชีริว, คุณTurtle Came to See Me, คุณอุ้มสี, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณเนินน้ำ, คุณJinnyTent, คุณmambymam, คุณจารุพิชญ์, คุณruennara, คุณALDI


 
ขอบคุณมือเจิมโหวตค่ะ พี่ภา

มีหลายคนเล่นแคคตัสซักพักก็เริ่มอิ่มตัว แล้วก็เลิกไป
เหมือนเขาว่า ... งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา แหะ ๆ

เดี๋ยวนี้ก็พยายามไม่เล่นมากค่ะ ถ้าไม่โดนใจจริง ๆ รับรองไม่ได้แอ้มเงินข้าพเจ้า
เล่นน้อย ๆ พอให้เพลิดเพลินก็มีความสุขค่ะ ถ้ามากไปเป็นภาระก็เริ่มไม่สนุกแล้ว
ดีใจที่พี่ภามาเล่นด้วยนะคะ อยากเห็นต้นไม้เมื่อ 50 ปีของพี่ภาค่ะ
ถึงจะชราแต่ก็มีคุณภาพนะคะ อิอิ

-----------------------

ส่งกำลังใจก่อนนะคะ
ไว้ค่อยมาตามอ่านทีหลังค่ะ




โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 13 พฤษภาคม 2562 เวลา:10:35:43 น.  

 
แวะมาทักทายวันฝนตกค่ะพี่ภา


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 13 พฤษภาคม 2562 เวลา:11:13:41 น.  

 
จะเข้ามาชูมือว่าหนูอัพบล็อกแล้วน้าาา

โชคดีที่ได้เข้ามาอ่านผลงานแปลของพี่ภาด้วยคะ

อิอิ

ปล.หมดร้อนแล้วเข้าสู๋ฝนค่อยชุ่มฉ่ำหน่อยนะคะ


โดย: ผีเสื้อยิปซี วันที่: 13 พฤษภาคม 2562 เวลา:13:52:55 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะพี่ภาขา

มาส่งอิแปะก่อนค่ะ ค่อยตามอ่านย้อนหลัง
ตาน้องแสบไปหมดแล้ว น้องอัพบล็อกหลายทีเน็ตล่ม เหื่อยค่ะ...


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 13 พฤษภาคม 2562 เวลา:16:23:01 น.  

 
อ่านแล้วคิดถึงนิยายสมัยก่อนเลยค่ะพี่ภา

คิดอะไรวิตถารนี่ สมัยนี้เด็กๆ น่าจะน้อยคนจะรู้จักคำนี้นะคะ 555

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Photo Blog ดู Blog
Sweet_pills Food Blog ดู Blog
Rinsa Yoyolive Review Travel Blog ดู Blog
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
ผู้ชายในสายลมหนาว Travel Blog ดู Blog
ภาวิดา คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 13 พฤษภาคม 2562 เวลา:17:12:22 น.  

 
สวัสดีครับพี่ภา

ก่อนที่ผมจะเริ่มอ่านบทที่ 4
ผมก็ชงกาแฟ Espresso ร้อนหอมกรุ่น พร้อมโดนัทอีกหนึ่งชิ้น แล้วก็เริ่มนั่งอ่าน...

เยอร์ซิเนียปรากฏตัวขึ้นในตอนนี้
ยังเป็นปริศนาว่าเยอร์ซิเนียเป็นแม่มดหรือพวกมีเวทย์มนต์ดำ?

สนุกครับพี่ภา ผมอ่านไปดื่มกาแฟไป จนกาแฟกับโดนัทหมดไปก่อนแล้ว
ก็ยังอ่านต่อจนจบตอน เพลิดเพลินตื่นเต้นเหมือนนั่งดูภาพยนต์ครับ

อ่านจบมีข้อสงสัยคำศัพท์บางอย่าง จะไปค้นกูเกิ้ล ก็อาจต้องตีความหรือคิดคาดเคลื่อน
ถามผู้แปลตรงๆ เลยดีกว่า ดีนะคุยกับผู้แปลได้ด้วย ไม่ต้องจินตนาการเอง
แต่คำศัพท์เหล่าที่สงสัยนี้ ไม่ได้มีผลอะไรกับการดำเนินเรื่องนะครับ มันเป็นองค์ประกอบเล็กน้อย
ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้และสนุกทุกอย่าง

ผมอยากถามพี่ภาว่า...

“ต้นเอล์ม” คือต้นอะไรครับ
“เหล้ายิน” คือเหล้าอะไรครับ
“โรงเตี๊ยม” ในเรื่องนี้คือโรงเหล้าฝรั่ง แบบโรงเตี๊ยมจีนใช่หรือไม่ครับ
ประโยคที่ว่า “เหมือนภูตที่สิงอยู่ตามพรุ” คำว่า “พรุ” คืออะไรครับ

ถามเสร็จขอคุยเล่นต่ออีกนิดนึงครับพี่ ..
วันนี้ผมไปทำธุระ แล้วก็ผ่านร้าน Asia Book
เลยเข้าไปถามจะซื้อหนังสือเรื่อง Wormwood
แล้วก็เปิดบล็อคพี่ภาให้พนักงานเค้าดูปกหนังสือ
พนักงานเช็คดูสินค้าบอกว่าสินค้าหมด
แหม่ ถ้ามีผมก็คงติดมือกลับบ้านมาแล้ว

สุดท้ายผมจินตนาการตรงนี้ครับ...
“ประตูรถคันนี้เป็นรูปดวงอาทิตย์สีทองใหญ่เต็มบาน
ฝังลายรูปดวงตามนุษย์สีแดงจัดจ้า”
(แต่ภาพนี้เป็นขาวดำจินตนาการเป็นสีเอาครับ)



โดย: สีเมจิก (สมาชิกหมายเลข 5106714 ) วันที่: 13 พฤษภาคม 2562 เวลา:18:18:36 น.  

 
เนื้อเรื่องสนุก ตื่นเต้น ชวนติดตามค่ะ
ไม่ทราบเยอร์ซิเนีย จะมีงานอะไรให้อเก็ตต้าทำ


โดย: mcayenne94 วันที่: 13 พฤษภาคม 2562 เวลา:18:32:20 น.  

 
อ่านเม้นท์คุณสีเมจิกแล้วทึ่งเลยครับ
แสดงว่าอ่านละเอียดมากๆ
จนได้ข้อสงสัยหลายประการเลย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 พฤษภาคม 2562 เวลา:19:38:21 น.  

 
อเก็ตต้า นี่ก็ช่างกล้าหาญเนาะคะ

เยอร์ซิเนีย เป็นคนดีหรือเปล่าน้อ

เหล้าสมุนไพร รสชาติเป็นไงน้า...

*** ขอบคุณ พี่ภาค่ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 13 พฤษภาคม 2562 เวลา:19:51:27 น.  

 
เมจิก...เก็บรายละเอียดได้เยอะมาก ๆ

พี่ภากับคุณก๋าเชื่อป่ะขนาดยุงร้องไห้
กับจิ้งจกหกล้ม..เมจิกยังเก็บรายละเอียดได้เลย^^

วันนี้แกงหมดตัวนะพี่..


โดย: สันตะวาใบข้าว วันที่: 13 พฤษภาคม 2562 เวลา:19:58:17 น.  

 
6..“ต้นเอล์ม” มีหลายชนิด ไม่แน่ใจว่า Taylor หมายถึงต้นไหน
“เหล้ายิน” ก็คือเหล้ายินจ้า พอจะกินเป็นแต่ไม่รู้หรอกว่ามันแตกต่างจากอย่างอื่นอย่างไร
“โรงเตี๊ยม” มาจากคำว่า tavern มีความแตกต่างตามท้องถิ่น
ถ้าของจีนพี่คิดว่า มีที่พักด้วย แต่ฝรั่งไม่มี
“พรุ” จำไม่ได้แล้วว่าคำนี้มาจากคำอังกฤษว่ากระไร พี่ก็ทำหนังสือ wormwood
หายไปไหนแล้วไม่รู้ค่ะ

ขอบคุณภาพดวงตาในดวงอาทิตย์ด้วยนะคะ
พยายามจินตนาการอย่างที่แนะนำค่ะ



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 13 พฤษภาคม 2562 เวลา:19:58:59 น.  

 
สวัสดีค่ะ พี่ภา

แว๊บเข้ามาลงชื่อไว้ก่อนค่ะ

เดี๋ยวพอมีเวลาจะแวะเข้ามาอ่านต่อค่ะ


โดย: AsWeChange วันที่: 13 พฤษภาคม 2562 เวลา:20:15:03 น.  

 
กำลังสนุกเลยค่ะพี่ภา ปูเสื่อรอนะคะ


โดย: วลีลักษณา วันที่: 13 พฤษภาคม 2562 เวลา:21:15:51 น.  

 
ท่านประธานที่เคารพครับ (พี่ภาและคุณก๋า)
กระผมขอใช้สิทธิ์ประท้วงคุณสันตะวาใบข้าวแกงเขียวหวานครับ
มีการพาดลิง เอ๊ย พาดพิงด้วยประโยคนี้ครั้บท่านประธาน

“จิ้งจกหกล้ม..เมจิกยังเก็บรายละเอียดได้เลย”

ผมคนน่ะ ไม่ใช่ แมววววว
อิอิ เอาใหม่ ผมคนน่ะ ไม่ใช่ เครื่องตรวจวัดพิเศษอะไรครั้บ

ถ้าเปรียบผมเป็น iPhone12 หรือ Sumsung Note13
แกงต้องเป็น iPhone12 +Plus หรือ Sumsung Note13 +Plus แน่นอนครับ
คุณสมบัติใดๆ ที่ผมมีอยู่นั้น แกงเค้าต้อง +Plus
คุณสมบัติแกงนั้นต้องมากกว่าผมครั้บ ท่านประธาน

... พูดเสร็จ ทำความเคารพประธาน แล้วนั่งลงพลางปาดน้ำตา ...




โดย: สีเมจิก (สมาชิกหมายเลข 5106714 ) วันที่: 13 พฤษภาคม 2562 เวลา:21:54:21 น.  

 
ยุงร้องไห้
จิ้งจกหกล้ม
ป๊าด ---- คุณแกงก็ช่างคิดนะครับเนี่ย 555
เห็นภาพความละเอียดเลย

ผมเห็นด้วยกับพี่ภาครับ
การเรียนรู้ผ่านการถามตอบ
เป็นสิ่งที่ดีจริงๆครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 พฤษภาคม 2562 เวลา:22:13:01 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ภา

อ่านจบตอนที่ 4 อย่างเพลิดเพลิน รอตอนที่ 5 นะคะ
ยิ่งอ่านยิ่งชอบสำนวนค่ะ เป็นสำนวนการแปลที่ไม่เหมือนแปลเลย ไหลลื่นมากค่ะ

ราตรีสวัสดิ์นะคะพี่ภา



โดย: melody_bangkok วันที่: 13 พฤษภาคม 2562 เวลา:22:29:22 น.  

 
ส่งกำลังใจครับ พี่ภา
ยังไม่ได้อ่านสักตอน



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 13 พฤษภาคม 2562 เวลา:22:52:27 น.  

 
นิยายผมขอผ่านจริงๆ ครับ (ยอมรับตรงๆ)

แวะมาให้กำลังใจครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 13 พฤษภาคม 2562 เวลา:23:15:44 น.  

 


สวัสดียามเช้าครับพี่ภา




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 พฤษภาคม 2562 เวลา:6:18:52 น.  

 
14..คุณก็คงไม่ใช่เครื่องตรวจวัดพิเศษอะไรนะ คุณสีเมจิก
เพราะเครื่องเนี่ยมันสื่อความคิดว่าเหมือนจับผิดจับเท็จด้วยประมาณนั้น
แต่อย่างที่คุณถูกน้องแกง"พาดลิง"นั้น
แสดงว่าคุณเป็นคนอ่านจริงและแสวงหาความรู้ในสิ่งที่อ่าน
พี่ก็เป็นคนที่อ่านทุกอย่างที่ผ่านตา
บางครั้งก็ไม่ได้อ่านเพราะชอบเรื่องนั้นๆ
แต่อยากฟังทัศนคติและความสามารถในการใช้ภาษาของคนเขียน
และที่พี่สู้คุณสีเมจิกไม่ได้ก็คือ
ไม่ค่อยได้ช่วยขยายความด้วยประเด็นที่อยากรู้เพิ่มเติม
เพราะก็ไม่ใช่ทุกคนที่อยากให้ถามในสิ่งที่เขาไม่ได้คิดว่าสำคัญ
อย่างที่คุณถามอะไรเล็กๆน้อยๆนั้น
ถ้าเป็นเรื่องวิชาการหรือได้พิมพ์จริงก็ต้องพยายามทำ
บรรณานุกรมหรือเชิงอรรถ
คุณเก็บมาถามในคอมเม้นท์ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี
และช่วยให้พี่ได้เพิ่มเติมเนื้อหาเชิงความรู้ด้วย



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 14 พฤษภาคม 2562 เวลา:7:11:36 น.  

 
ภาวิดา คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog
สวัสดียามเช้าวัน กทม. ฝนฉ่ำฟ้าค่ะพี่ภา



โดย: หอมกร วันที่: 14 พฤษภาคม 2562 เวลา:8:36:37 น.  

 
ตามอ่านไม่ทัน แวะมาทักทายป้าภาก่อนนะคะ


โดย: kae+aoe วันที่: 14 พฤษภาคม 2562 เวลา:9:17:03 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับพี่ภา

ผมชอบบรรยากาศบล็อกมากกว่าเฟซก็ตรงนี้เองครับ
ไม่ค่อยมีใครมาเกรียนตอบ 555
ในบล็อกนี่สุภาพกว่า น่ารักกว่า

ขนาดผมเล่นเฟซ
ไม่ได้ลงสเตตัสการเมือง
มีแต่ธรรมะ บางทียังเจอกวนๆ
จนต้องไล่อันเหรนด์เลยครับ 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 พฤษภาคม 2562 เวลา:10:51:38 น.  

 
กำลังสนุกเลยครับ
นึกถึงบรรยากาศของกรุงลอนดอน สะพาน และรถม้า
เขาบรรยายเครื่องแต่งตัวของตัวละครได้ละเอียด และเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงแต่ละตอน น่าตื่นเต้น คงเป็นเพราะการแปลที่ได้อรรถรสด้วย


โดย: Insignia_Museum วันที่: 14 พฤษภาคม 2562 เวลา:12:39:36 น.  

 
อ่านสนุกทั้งเรื่องและคอมเม้นท์ค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 14 พฤษภาคม 2562 เวลา:13:58:57 น.  

 
สวัสดีอีกรอบค่าพี่ภา

555 เช่นนั้นนั่นเองค่ะ

จะพยายามอ่านเท่าที่จะอ่านได้นะคะพี่


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 14 พฤษภาคม 2562 เวลา:14:21:10 น.  

 
25..เราว่าตอนนี้บ้านเรามีเพื่อนคุยน่ารักๆเพิ่มขึ้น
เรื่อยๆ ชอบจังเลยค่ะ ทำให้ตัวเองก็อยากชวน
เพื่อนๆคนอื่นๆวิ่งไปมาคุยกันให้เหมือนเมื่อก่อน



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 14 พฤษภาคม 2562 เวลา:14:23:36 น.  

 
ชอบด้วยค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 14 พฤษภาคม 2562 เวลา:15:31:58 น.  

 
ได้เห็นคำว่า "เหล้ายิน" ครั้งแรกจากเรื่อง 1984
แต่จากที่เล่มโน้น เขาบรรยายถึงรสชาติของมัน
ได้แย่มากมากกว่าน่าจิบ....ไม่รู้จริงป่าว


โดย: กาบริเอล IP: 1.47.64.158 วันที่: 14 พฤษภาคม 2562 เวลา:16:25:34 น.  

 
แวะทักทายยามเย็นค่าพี่ภา ^^
รีบไปไล่จับแมวค่ะวันนี้ ฟ้ามืดมาเหมือนฝนจะตกอีกแล้ว ดีจังค่ะ อากาศเย็นสดชื่นดีค่ะพี่ภา

อากาศเปลี่ยนแปลง พี่ภาดูแลสุขภาพด้วยนะคะ



โดย: melody_bangkok วันที่: 14 พฤษภาคม 2562 เวลา:17:36:35 น.  

 
สวัสดีค่าา แวะมาโหวตค่ะ ช่วงนี้ยุ่งมากเลยไม่ได้อัพบล็อคเลยค่ะ


โดย: life for eat and travel วันที่: 14 พฤษภาคม 2562 เวลา:18:08:37 น.  

 
ภาวิดา คนบ้านป่า Literature Blogฃ


ส่งกำลังใจค่ะ แปลเก่งมากค่ะ


โดย: mariabamboo วันที่: 14 พฤษภาคม 2562 เวลา:18:40:31 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ภา
แวะเข้ามาอ่านต่อค่ะ

พี่ภาแปลออกมานึกภาพตามไปด้วยได้เลย
ชอบมากค่ะ

แล้วจะแวะมาชมตอนต่อไปนะคะ

รักษาสุขภาพด้วยค่ะพี่


โดย: AsWeChange วันที่: 14 พฤษภาคม 2562 เวลา:20:05:02 น.  

 
แวะมาดึกมาก ส่งกำลังใจให้พี่ภาก่อนนะคะ
พรุ่งนี้ต๋ามาอ่านต่อค่ะพี่ภา


โดย: Sweet_pills วันที่: 15 พฤษภาคม 2562 เวลา:0:53:39 น.  

 


สวัสดียามเช้าครับพี่ภา



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 พฤษภาคม 2562 เวลา:6:14:04 น.  

 
14(ต่อ)..มีน้องอีกคนมาถามเรื่องเหล้ายิน
ก็นะ ชักจะน่าสนใจรู้เสียหน่อยว่า เหล้านี้มันเป็นมาและเป็นไปอย่างไร
ค้นหาแล้วก็มาถึงบางอ้อว่า มันก็เป็นตัวประกอบในเรื่อง
ที่มีความหมายพอสมควรเลย เช่น ทำไมยัยแก่ที่ขอทานจากอเก็ตต้า
จึงบอกว่าจะเอาไปซื้อ geneva
แล้วทำไมไอ้ขี้เมาในโรงเตี๊ยมจึงกระเด็นออกมาแล้วฉี่แตกเนืองนอง

เป็นอันว่า Taylor ก็ได้ฝากความรู้ในศตวรรษที่เค้าเขียนเรื่องนี้ไว้ให้เราด้วย
แต่เพราะพี่คิดว่าเป็นแค่ส่วนประกอบเล็กๆน้อยๆที่ไม่สำคัญต่อการดำเนินเรื่อง
อย่างที่คุณสีเมจิกว่านั้นแหละค่ะ ขอบคุณที่มาช่วย"เบิกเนตร"ด้วยนะคะ

ลิ้งค์ข้อมูลเรื่องเหล้ายินนะคะ
แอลกอฮอล์ สตอรี่



อีกนิดนึงค่ะ เรียกคุณสีเมจิกเนี่ย มันยาวไปหน่อยหรือเปล่า เอาแค่ คุณสี คุณเม หรือ คุณจิก ดีคะ แหะๆ



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 15 พฤษภาคม 2562 เวลา:9:09:33 น.  

 
แวะมาทักทายยามเช้าในวันที่อากาศไม่ร้อนและไม่มีลมค่ะพี่ภา ^^



โดย: melody_bangkok วันที่: 15 พฤษภาคม 2562 เวลา:10:33:41 น.  

 
ขอบคุณป้าภามากๆ นะคะที่เข้าใจ เลิฟๆ ค่ะ


โดย: kae+aoe วันที่: 15 พฤษภาคม 2562 เวลา:11:37:34 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับพี่ภา

เชียงใหม่ฝนตกหนักๆมาสองคืน
อากาศไม่มีควัน
แต่กลางวันก็ร้อนสาหัสเหมือนเดิม
ไม่รู้ตกหนักสองวันแบบนี้
ต้นน้ำปิงจะเป็นยังไงบ้าง
วันก่อนดูภาพถ่ายน่ากลัวมากครับพี่
ต้นน้ำแห้งเหือดเลยครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 พฤษภาคม 2562 เวลา:15:00:55 น.  

 
แวะมาอีกรอบครับพี่ภา

ขอบพระคุณมากครับพี่ ที่ช่วยเพิ่มเติมข้อมูลลงในคลังข้อมูลในสมองของผม

ผมชื่อเมจิก จะเรียกยังไงก็ได้ครับ หรือ จะเรียกนามปากกาผมก็ได้ครับ ยินดีเสมอ ขอให้มีคนเรียกก็พอครับ
จะได้รู้ว่า บนโลกใบนี้ยังมีคนน่ารักๆ มาทักเรา



โดย: สีเมจิก (สมาชิกหมายเลข 5106714 ) วันที่: 15 พฤษภาคม 2562 เวลา:15:59:26 น.  

 
มีเพื่อนมาบอกข่าวแต่เช้าค่ะ ว่าเธอจากไปแล้ว
เพลงนี้ชอบมากค่ะ อ้อนดี ที่เคยรู้จักไม่ใช่ดอริส เดย์ร้องค่ะ
ดาราต่ะก่อนแสดงก็เก่ง ร้องเพลงก็เพราะกันทุกคนเลยนะคะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 15 พฤษภาคม 2562 เวลา:16:58:22 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะพี่ภาขา

มาอ่านรวดเดียวจบตามเคยค่ะ

"..หลายชีวาจักต้องตาย เพราะความขื่นคายของมัน.." ดาวหางเวิร์มวู้ดมันขื่นคายยังไงคะ..งงค่ะ

อ่านไปก็เห็นความสกปรกชื้นแฉะของพื้นซอยและกำแพงเลยค่ะ...มีทั้งเขม่าควันดำและราเขียวสกปรก

ถ้าไปเดินตามอะเก็ตต้า คงเหม็นฉี่ผู้ชายอย่างมาก ก็เล่นเปิดประตูผางออกมายืนฉี่แหงนหน้าอี๊อ๊าสบายใจขนาดนั้น...ส้วมไม่มีหรือไงกันนะคะ

เซอร์วิเนีย จะจัดการกับอะเก็ตต้าอย่างไร เหตุใดหญิงสาวคนก่อนๆที่ไปกับเธอจึงกลับออกมาอย่างไร้วิญญาณ....ตามต่อค่ะ
เริ่มลืมชื่อตัวละคร. น้องเม็มเต็มเร็วมาก..แฮ่ะ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 15 พฤษภาคม 2562 เวลา:18:06:57 น.  

 
ต๊ะตอน 4 นี้ สำหรับคืนนี้ไว้ก่อน
อ้อโดนฝนเป็นหวัด
ตะกี้มือไม้อ่อนทำแก้วหลุดมือ
เศษแก้วบาดน้ิ้วนางข้างซ้าย(ทำไมมาจำเพาะนิ้วนี้นะ)
เแ็นแผลลึก ได้เลือดสดๆ
เลยยังไม่สะดวกอ่าน
ไว้อ้อแวะมาใหม่นะคะ
อย่าเพิ่งให้อเก็ตต้า เป็นไรไป


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 15 พฤษภาคม 2562 เวลา:20:03:47 น.  

 
42.. อุแม่เจ้า อ่านเจาะลึกขนาด
เจาะซะทุกคำเลยนิ 555 งงท่านผู้อ่านเหมียนกันจ้า

ขื่นคาย จำไม่ได้แล้วว่าถอดออกมาจากต้นฉบับ
ว่ากระไร แต่ดูจากความที่เห็นตรงนี้ น่าจะเป็น
อุปมาอุปไมยทางความรู้สึก ไม่ใช่รสชาติหรอกค่ะ

ส้วม อิอิ ศตวรรษที่ 18 ฝรั่งมีอะไรไม่รู้ค่ะ แต่
บ้านเราคงไปในป่า เอิ่ม มันยังไม่มีภาษาไทยนะ
ตัวเอง งงๆมั่งแล้วพี่ ต้นฉบับคงมีอะไรสักอย่างที่
พี่แปลไว้ว่า ถังเมล์ คือบอกว่ามีถังเมล์เปล่าๆอยู่แถวๆ
ที่สกปรกมากๆนั่นแหละ แต่ไอ้พวกขี้เมาเนี่ย จะให้มัน
ไปเที่ยวหาส้วมเหรอ ยากน้าาา มันก็ฉี่แถวนั้นแหละ
ขนาดผู้หญิงยืนอยู่ห่างแค่สองสามฟุต มันยังไม่เห็นเลย
น้องหนูอเก็ตต้าของพี่จะเป็นตากุ้งยิงไหมนั่น

ทำไมเด็กผู้หญิงที่ไปกับเซอร์วิเนียทุกคนต้องตาย
ตอบไม่ได้ค้าบบบบ อย่ามาหลอกให้สปอล์ยเลยน่า
เดี๋ยวหากินไม่ได้ คิดเอาเองละกันโนะ ขนาดอเก็ตต้า
ยังถูกประทับตราไว้ที่ฝ่ามือ

ยังมีชื่อตัวละครอีกล้านเจ็ต ขู่ซะเลย แหะๆ

แปะไว้ตรงนี้นะคะ ต้องมาอ่านเอง เอาไปแปะที่อื่น
อายเค้าจิ คนแปลเริ่มจะติงต๊อง ทั้งที่ขอบคุณคนอ่าน
ที่ชอบถาม จะได้ต๊องได้อีกเยอะๆ ความจริงก็ดีที่ได้
ขยายความด้วย



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 15 พฤษภาคม 2562 เวลา:20:43:00 น.  

 
ขอบคุณค่ะพี่ภาที่แวะไปเยี่ยมแฟร์ ก๋วยเตี๋ยวเป็นยังไงบ้างคะ ฮุๆๆ

นอนหลับฝันดีนะคะพี่ภา



โดย: melody_bangkok วันที่: 15 พฤษภาคม 2562 เวลา:21:54:17 น.  

 
สนุกมากเลยครับ ติดตามต่อครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 15 พฤษภาคม 2562 เวลา:22:41:47 น.  

 
ที่ไปคุย
ยุ่งตลอดครับ การที่จะทำอะไรหลายๆ อย่างไปพร้อมๆ กันมันทำได้ยากจริงๆ ผมไม่ค่อยอยากตัดอะไรทิ้งด้วย จริงๆ ถ้าตัดทิ้งบางอย่างมันสบายขึ้นเลยนะ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 15 พฤษภาคม 2562 เวลา:23:08:50 น.  

 
ในเรื่องเข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้วเหรอครับ เป็นฤดูที่สวยงามแต่ก็เกลียดมากเพราะมันจะเข้าสู่ฤดูหนาวที่ทารุณ
ฟ้าจะไหวนี่คือแผ่นดินไหวเหรอครับ? อ่านลงมาเรื่อยๆ อ่อ ดาวตก
แม็กคอเริล >> แมกเคอเรล
เลนซ์ >> เลนส์
ไม่รู้ฝรั่งเขานึ่งปลาทูแบบบ้านเราป่าว แต่น้ำพริกกะปิเนี่ยไม่มีแน่ๆ ใครหนอช่างคิดค้นสิ่งที่กินกับปลาทูได้สุดยอดเยี่ยงนี้ขึ้นมา ♥

ถ้าอุกกาบาตใหญ่พอสลายไม่หมดตอนผ่านชั้นบรรยากาศกระทบโลกทีก็เกิดหลุมมหึมา ก้อนที่ล้างเผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์นี่เส้นผ่าศูนย์กลางเป็นสิบ กม. เลยครับ
เป็นหายนะที่เหมาะกับการสิ้นโลกมาก โชคดียุคนี้เรามีทีมอาร์มาเกดดอนของบรู๊ซวิลลิส (มีซะที่ไหนเล่า!)

ตัวที่วิ่งตามอเก็ตต้าคิดว่าสัตว์ประหลาดอะไร ที่แท้ตาแก่วิตถาร (ไม่ใช่ละ)
ส่วนคนบนรถม้าหน้าตาเหมือนผีชวนเที่ยวแบบนี้ไม่มีคนปกติยอมตามขึ้นไปแน่ๆ
แต่เอาเถอะ ไม่ลองคนอ่านก็ไม่ได้ผจญภัย อิอิ


โดย: ชีริว วันที่: 15 พฤษภาคม 2562 เวลา:23:20:15 น.  

 
เมื่อเช้ามาอ่านบทแรกไปได้ครึ่งบท
สนใจล่าคัมภรี์บ้างครับ
ใช่ครับ
พี่ภาเคยถามมาครั้งหนึ่ง ต้นไม้ที่ใบคล้ายพัดนำมาจากชวา
อ่านเจอวันนี้ ต้นพัดยายชี หรือ พัดพระนารายณ์ครับ


โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 15 พฤษภาคม 2562 เวลา:23:26:37 น.  

 
เห็นภาพบรรยากาศในซอยอินนิโก้
และตื่นเต้นไปกับอเก็ตต้าด้วยค่ะพี่ภา
ที่ยอมขึ้นรถม้าและยอมดื่มเครื่องดื่มสมุนไพรที่เยอร์ซิเนียหยิบยื่นให้

ต๋าจะตามอ่านต่อนะคะว่าชายที่อเก็ตต้าจะต้องพบที่ลอนดอนบริดจ์ในเช้าวันอาทิตย์คือใคร
แล้วของอะไรที่จะได้รับ
พี่ภาแปลได้อ่านสนุกมากค่ะ

พี่ภานอนหลับฝันดีคืนนี้นะคะ
ขอบคุณพี่ภาสำหรับกำลังใจค่ะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 16 พฤษภาคม 2562 เวลา:0:09:13 น.  

 
สวัสดีค่ะ อ่านคร่าวๆแล้ว น่าสนุกนะคะ ขอแปะไว้ก่อนค่ะ รอวันหยุดมีเวลาจริงจัง มุลจะย้อนไปอ่านตั้งแต่บทที่ 1 เลยค่ะ


โดย: มุล (Pikku Mul ) วันที่: 16 พฤษภาคม 2562 เวลา:1:18:57 น.  

 


สวัสดียามเช้าครับพี่ภา




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 พฤษภาคม 2562 เวลา:6:33:04 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับพี่ภา

น่าจะใช่เล่มเดียวกันครับพี่
หนังสือทำอย่างดี ปกแข็ง
เนื้อกระดาษดีมากครับ
แต่ก็หนักอย่างที่พี่ภาบอกเลย
ผมต้องวางกับโต๊ะแล้วอ่านครับ 555

น้ำปิงแห้งมาก
ปีนี้น่าจะแล้งหนักในหลายพื้นที่ด้วย
ไม่รู้รัฐบาลเตรียมการรับมืออะไรแล้วหรือยังนะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 พฤษภาคม 2562 เวลา:9:16:11 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะพี่ภาขา

กลับมาอ่านคำตอบแล้วนะคะ
โอเช..โอเช...เข้าใจก็ด่ะ

ตัวละครอีกล้านเจ็ด...แอ๊ะ สลบเหมือด
ขอหายตัวไปเที่ยวสัก10วัน คงไม่ได้เข้าบล้อกนะคะ...จะได้ไม่มีคนคอยป่วนพี่ภา...ชอบใช่มั๊ยล่า...แฮ่ะ..ล้อเลียนผู้ใหญ่หมาไม่กัด...กิกิ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 16 พฤษภาคม 2562 เวลา:9:27:48 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Review Food Blog ดู Blog
haiku Topical Blog ดู Blog
ทนายอ้วน Travel Blog ดู Blog
ภาวิดา คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog

ตามมาอ่านย้อนหลังค่ะ
ยอดเยี่ยมเลยค่ะพี่ภา


โดย: อุ้มสี วันที่: 16 พฤษภาคม 2562 เวลา:9:38:59 น.  

 
สวัสดี ยามบ่าย ๆ ค่ะ พี่ภา
หนูเพิ่งกลับมาจาก เวียดนามกลางค่ะ เมื่อคืนนี้
จึงรู้ว่าพี่ภา ลงบทที่ 4 แล้ว เช้านี้เลยรีบมาตามอ่าน
ต่อ ชอบที่ตัวหนังสือโต อ่านง่าย
สำนวนการแปล สละสลวย ชอบการบรรยาย
เหตุการณ์ในเรื่องค่ะ บรรยายได้ละเอียด ใช้คำได้ดี
เห็นภาพของเหตุการณ์นั้น ๆ การบรรยายการแต่ง
กายของตัวละคร เช่น เยอร์ซิเนีย หรือเจ้าขี้เมาที่เซ
ถลาออกจากโรงเตี๊ยมไปยืนฉี่ เห็นภาพตาขี้เมาคน
นี้เลย ในการพรรณนาอารมณ์ของตัวละครต่าง ๆ ก็
ทำให้คิดจินตนาการไปด้วยว่า ตัวละครนั้น ๆ ต้อง
อยู่ในอารมณ์ใด โกรธ กลัว ฯลฯ นี่คือ นักอักษร-
ศาสตร์ตัวจริงค่ะ อิอิ
ตอนที่ 4 เปิดตัวละครตัวใหม่ที่จะมาชวนให้
ติดตามเรื่องราวต่อไป คือ เยอร์ซิเนีย แต่ก็ยังคง
เป็นปริศนา จะเป็นคนดี หรือคนร้ายหนอ ชวน
ติดตามตอนที่ 5 ต่อไป เนาะ
หนูจะรออ่านตอนที่ 5 ต่อไป ค่ะ

โหวดหมวด งานเขียนฯ

ขอบคุณพี่ภาที่ให้กำลังใจ งานเขียนเรื่องเที่ยวไต้หวัน ค่ะ




โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 16 พฤษภาคม 2562 เวลา:13:42:25 น.  

 
มายืนยันคำเดิมค่ะ เอาเท่าที่ไหวนะคะพี่ สุขภาพเราสำคัญกว่าอย่างอื่นทั้งหมดเลย

หนูตั้งแต่ปล่อยวางกับบล็อก ไม่ต้องไปโหวตตอบกลับใครๆ ทุกๆ อันเหมือนเดิม ไม่ต้องมาอัพบล็อกทุกวันเหมือนเดิม

มีเวลาอ่านหนังสือและทำอะไรให้ชีวิตขึ้นเยอะเลยค่ะ มันดีจริงๆ นะคะพี่


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 16 พฤษภาคม 2562 เวลา:17:28:12 น.  

 
ตอบคอมเม้นท์ก่อนนะคะ บล็อกครีมเป็นบล็อกล่าสุดค่ะแต่ไม่ได้ตั้งหน้าหลักจ้า

พักนี้หายหัวเป็นพัก ๆ ค่ะ เหมือนจะไม่ได้อ่านเรื่องแปลของพี่ติดต่อกัน คงต้องย้อนกลับไปอ่านจะได้ต่อเนื่อง


โดย: เนินน้ำ วันที่: 16 พฤษภาคม 2562 เวลา:18:57:12 น.  

 
ขอบคุณค่ะพี่ภา



โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 16 พฤษภาคม 2562 เวลา:20:17:29 น.  

 
สารภาพกับพี่อีกครั้ง ว่าจินไม่ได้อ่านนะค๊า แต่
อยากมาให้กำลังใจค่า

วันนี้ ตอนแรกหอบหนังสือติดตัว 2 เล่ม
แบบว่ารักพี่เสียดายน้อง อีกเล่มยังอ่านไม่จบ
ใจก็อยากจะอ่านอีกเล่ม เลยพกมันทั้งสองเล่มเลย

แต่ไป ๆ มา ๆ ไม่ได้อ่านสักเล่ม 555
เพราะตัวแค่คัดรูปทำบล็อกตะพาบ อิอิ
คัดไปคัดมา ได้ตัดออกเป็นสองตอน
ถ่ายรูปไว้เยอะเกิ๊น 5555

เลือกมาเป็นตะพาบพี่ภาตอนแรก
ที่เหลือทำรูปไว้เผื่อ ตาแฉะเลยค่ะวันนี้
แต่ไม่อัพแคคตัสละค่ะ หลายคนคงเบื่อกันแล้ว
อุบไว้ก่อน อิอิ



โดย: JinnyTent วันที่: 16 พฤษภาคม 2562 เวลา:21:12:48 น.  

 
ที่ไปคุย
ผมยอมรับตรงๆ เลยล่ะครับ นิยายผมไม่อ่านจริงๆ จะมีก็แต่เป็นเรื่องสั้นจบเป็นตอนๆ ส่วนมากเพื่อนๆ ก็รู้แหละครับ

ผมไม่มีปัญหาเรื่องใครจะมาแลกโหวต เพราะเคยแจ้งไปแล้วเมื่อต้นปีว่า "จะโหวตให้ตามความพอใจ" ไม่พอใจก็จะไม่โหวต ผมพยายามจำกัดคะแนนการโหวตให้น้อยลง เพื่อจะได้เห็นถึงจิตใจเพื่อนๆ บล็อกเกอร์มากขึ้น


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 16 พฤษภาคม 2562 เวลา:21:18:10 น.  

 
สวัสดียามค่ำค่ะพี่ภา ^^
แล้วก็... ราตรีสวัสดิ์ค่ะพี่ภา... แหะๆๆ



โดย: melody_bangkok วันที่: 16 พฤษภาคม 2562 เวลา:21:24:08 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณแหม่ม Mambymam
ขอบคุณที่มาให้กำลังใจนะคะ
อยากให้เข้ามาอัะบล็อกบ้าง
เพื่อนๆก็ถามหาบ่อยๆ



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 17 พฤษภาคม 2562 เวลา:5:38:12 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่ภา



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 พฤษภาคม 2562 เวลา:6:35:56 น.  

 
สุขสวัสดีครับ พี่ภา
อ่านจบบทแรกแล้วครับ
หยุด3วันไปเที่ยวไหนดี คิดอยู่แค่เนี๊ยะ



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 17 พฤษภาคม 2562 เวลา:8:02:45 น.  

 

หนอนก็ละเลยเรื่องสุขภาพมานานเหมือนกันค่ะ
ต้องกลับมาดูแลกันใหม่ บางทีเราก็หลงลืมมันไปว่าสำคัญ

ปล.นิยายขอดองไว้หลายๆ ตอนก่อนนะคะ
ส่งกำลังใจ ขอบคุณที่แวะหาไปนะคะ



โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 17 พฤษภาคม 2562 เวลา:10:31:21 น.  

 
"ความสุขและความพอใจสำคัญกว่าพระประสงค์แห่งเทพเจ้าองค์ใด ๆ"
เห็นด้วยเลยค่ะ

"ฤทธิ์เหล้าสมุนไพร มันมีพลังอัศจรรย์เปลี่ยนจิตวิญญาณและปลดปล่อยเจ้าเป็นอิสระเหมือนนกอินทรีบินทะยานขึ้นสูง"
สรรพคุณ คล้าย ๆ กัญชาบ้านเราเลยนะคะ อิอิ

เลือกอ่านเจาะเฉพาะตอนที่ชอบค่ะ


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 17 พฤษภาคม 2562 เวลา:11:21:56 น.  

 
ขอบคุณค่ะ พี่ภา
แก้ไขแล้วนะคะ ไม่รู้จะยิ่งงงเพิ่มขึ้นมั้ย แหะ ๆ



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 17 พฤษภาคม 2562 เวลา:12:46:57 น.  

 
ช่วงนี้ชีวิตต้องสู้มากๆค่ะ เพิ่งจะได้ว่างน้องพิมเลยรีบมาทักทายและส่งกำลังใจให้ ป้าภาสบายดีนะคะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
โอน่าจอมซ่าส์ Food Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
ภาวิดา คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: จารุพิชญ์ วันที่: 17 พฤษภาคม 2562 เวลา:13:07:18 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับพี่ภา

ผมชอบอ่านเรื่องขำขัน
ชอบดูคลิปตลกครับ
มาดามแซวตลอดว่าหัวเราะอะไรเยอะแยะ 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 พฤษภาคม 2562 เวลา:13:32:27 น.  

 
แวะมาทักทายเย็นวันศุกร์ค่ะพี่ภา


โดย: melody_bangkok วันที่: 17 พฤษภาคม 2562 เวลา:16:39:20 น.  

 
แฟร์เป็นคนถ่ายรูปค่ะพี่ภา แหะๆๆ


โดย: melody_bangkok วันที่: 17 พฤษภาคม 2562 เวลา:21:59:03 น.  

 
ตอนนี้..อ้อขอเดา
ชายหนุ่มที่มาพยุงอเก็ตต้าขึ้นมา ท่าจะเป็นพระเอกมังคะ
อืม..จะเริ่มเป็นสาวแล้วซินะ

แถมเธอยังจะได้เพื่อนร่วมสาบาน
หรือพี่น้องร่วมสาบานขึ้นมาอีก
ตอน 4 นี้..รายละเอียดในตัวบุคลลไม่มาก
มีแต่ตัวละครที่เกริ่นไว้ ปูทางไว้
สำหรับตอนต่อๆไปแน่เลย


รอๆๆๆลุ้นๆๆๆสำหรับการอ่านตอน 5 ค่ะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 18 พฤษภาคม 2562 เวลา:11:23:56 น.  

 
อ่านจบบท4
อเก็ตต้าอายุ14ถ้าเป็นนางเอกก็เด็กมากๆครับ


โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 31 พฤษภาคม 2562 เวลา:16:20:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ภาวิดา คนบ้านป่า
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 122 คน [?]




BG Pop.Award #14
BG Pop.Award #13
BG Pop.Award #12
BG Pop.Award #11
BG Pop.Award #10
BG Pop.Award #9
BG Pop.Award #8
BG Pop.Award #7
BG Pop.Award #6
....



เอนทรี่หมวดไดอารี่ เริ่ม ม.ค. 2562
  • ตะพาบ 230 ความกลัว
  • ตะพาบ 229 สนามรบ
  • ตะพาบ 228 ต้นไม้ ดอกไม้
  • ตะพาบ 227 ถ้า 1 ปีมี 10 เดือน xx
  • 3F ยำทวาย
  • ตะพาบ 226 พักใจ
  • ชมดอกไม้ที่สิงคโปร์ ตอน 3
  • ตะพาบ 225 เฝ้ารอ
  • ชมดอกไม้ที่สิงคโปร์ ตอน 2
  • ตะพาบ 224 ความกล้าหาญครั้งสุดท้าย
  • 3F แกงขี้เหล็กกับหมูย่าง
  • ชมดอกไม้ที่สิงคโปร์ ตอน 1
  • ตะพาบ 223 เพื่อนใหม่
  • อุ่นเครื่องชมดอกไม้ที่สิงคโปร์
  • เอื้องมะลิ/หวายตะมอย
  • ตะพาบ 222 ของขวัญที่ไม่อยากได้
  • Cattleya skinneri'Casa Luna'
  • ตะพาบ 221 คู่หู
  • 3F แกงส้มมะรุมกับกุ้ง
  • ปลูกป่าไม้ใหญ่: กระดังงาไทย+นกแก๊ก
  • ตะพาบ 220 ไล่
  • ตะพาบ 219 แพงที่สุดที่เคยซื้อ
  • การเขียนบล็อก 2551-ปัจจุบัน
  • --<>--

    เอนทรี่หมวดสัตว์เลี้ยง เริ่ม ม.ค. 2562
  • เจ้านุ้งโดนแกล้งจนหัวเป็นกระเซิง
  • เจ้านุ้งยังร้อนไม่เลิกแต่ก็มีความสุข
  • เจ้านุ้งผจญอากาศร้อนระดับพระกาฬ
  • เจ้านุ้งกับขนสั้นรับลมร้อน v
  • เจ้านุ้งเฝ้าบ้านให้แม่ไปเที่ยว(อีกแล้ว)
  • เจ้านุ้งเมื่อวันที่อุณหภูมิ 16 องศา
  • เจ้านุ้งกับการดูแลบริเวณบ้าน
  • เจ้านุ้งกับผลไม้สุดโปรด
  • --<>--

    เอนทรี่หมวดงานเขียนเรื่องแปล เริ่ม เมย.62
  • บทที่ 9 ตายซ้ำเจ็ดครา
  • บทที่ 8 ต้องตายก่อนจึงจะได้เป็นอิสระ
  • บทที่ 7 ร้านบิ๊บเบิ้ลวิคที่สะพานลอนดอน
  • บทที่ 6 คัมภีร์อาถรรพณ์
  • บทที่ 5 ปีกเทวดาตกสวรรค์
  • บทที่ 4 ซอยอินนิโก้
  • บทที่ 3 หมอยา
  • บทที่ 2 เหตุป่วนสมอง
  • บทที่ 1 ดาวพิษเวิร์มวู้ด
  • --<>--
    เพื่อนๆที่ไม่ active หรือไม่ทักทายกันแล้ว ยังคงเก็บไว้ในศาลาสมาธินะคะ ออกจากสมาธิเมื่อไร จะเชิญกลับเข้ามาใน Friends' blogs ใหม่ค่ะ
    Friends' blogs
    [Add ภาวิดา คนบ้านป่า's blog to your web]
    Links
     

     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.