Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2562
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
7 พฤษภาคม 2562
 
All Blogs
 
นิยายแปล เรื่อง ดาวพิษ บทที่ 3 หมอยา

LITERATURE
นิยายแปล เรื่อง ดาวพิษ
บทที่ 3 หมอยา


Author Graham Taylor
Country United Kingdom
Language English
Series Shadowmancer
Genre Fantasy novel, Children's literature
Published 2004 (Faber & Faber)
Media type Print (Hardback & Paperback)
Preceded by Shadowmancer
Followed by Tersias

cr.wikipedia
หมายเหตุ: ให้ข้อมูลหนังสือต้นฉบับมา
เผื่อท่านใดต้องการศึกษาติชมงานแปลนี้
อย่าโหวต book blog/รีวิวหนังสือ ก็แล้วกัน

*************************************************************

ติดตาม:
บทที่ 1 ดาวพิษเวิร์มวู้ด
บทที่ 2 เหตุป่วนสมอง

บทที่ 3 หมอยา

ขณะที่วิ่งฝ่าความสับสนวุ่นวายบนถนนฟลีตมานั้น อเก็ตต้ารู้สึกใจเต้นตึกตักรัวแรง เจ้าหล่อนปัด เห็บ เหา ออกจากหน้า ตามองตรงไปข้างหน้าทั้งๆที่น้ำตากลบตา บริกันด์วิ่งเคียงข้างมา มันหันไปมองรอบๆ ทุกๆ สองสามก้าวเพื่อสำรวจให้แน่ว่าไม่มีใครตามตัวมันและนายสาวมา จมูกมันดมกลิ่นล่องลมหากลิ่นเน่าเหม็นเปียกชื้นของหญิงจรจัดคนนั้น

ในระยะไกล อเก็ตต้ามองเห็นบ้านเช่าของพ่อที่มุมเนินลุดเกต และสะพานฟลีต ควันโขมงจากปล่องไฟทั้งสามระคนเคล้ากับหมอกแม่น้ำที่กำลังจางลง กำแพงบ้านก่อด้วยอิฐหน้าแคบมีคานค้ำยันยื่นออกไปในถนนรับน้ำหนักหลังคากระเบื้อง อเก็ตต้าหยุดหอบหายใจ หวังว่าความกลัวจะเหือดหายไปจากตัว เจ้าหล่อนไม่อยากให้พ่อเดาได้จากอากัปกิริยาว่าตนเพิ่งจะพบเรื่องขวัญหนีดีฝ่อมาหยกๆ นี่เป็นความลับที่เด็กสาวให้พ่อร่วมรับรู้ไม่ได้

หน้าบ้านเช่าหลังนั้น เด็กชายเล็กๆสามคนพนันตีไก่ที่กำลังต่อสู้กันอยู่บนดินฝุ่นฟุ้ง อเก็ตต้ามองดูไก่เต้นหยองแหยงไปข้างหลังบ้างข้างหน้าบ้าง พยายามเหวี่ยงเดือยให้ถูกจุดเป็นจุดตายของอีกฝ่ายให้ได้ ทั้งสองตัวดูเหมือนตุลาการอ้วนๆสองคนสวมวิกโรยแป้งขาว

ไก่ตัวโตที่อ้วนกว่ามีหงอนสีดำสวยอยู่กลางกระหม่อมม่อต้อ หงอนนี้สะบัดไปข้างนั้นทีข้างนี้ทีเหมือนหมวกดำตอนที่มันกระโดดหลบแล้วตวัดตีนเตะไอ้ตัวเล็กกว่าล้มจมโคลน เด็กชายทั้งสามร้องเสียงแหลมด้วยความตื่นเต้นเมื่อเจ้าไก่หงอนดำโดดขึ้นคร่อมเหยื่อ ใช้กรงเล็บตะกุยเป็นแผลยาวและจิกซ้ำ เหยื่อของมันอ่อนพับนิ่งสนิท ตายคาที่ เด็กชายคนโตที่สุดจับขาเปื้อนเลือดของไก่ตัวชนะและยกมันโยนขึ้นไปในอากาศในฐานะที่มันเป็นผู้ชนะ แล้วลากไก่ตัวที่ตายขึ้นมาจากโคลน นิ้วเล็กๆ ของเด็กทั้งสามช่วยกันสำรวจหาบาดแผลอันเป็นสาเหตุให้มันตาย แล้วปล่อยทิ้งลงดิน ปีกของมันตกแผ่ หัวบิดพับไปข้างหนึ่ง เลือดหยดหนึ่ไหลออกมาจากจงอยปาก

ผู้คนแถบถนนฟลีตคล้ายจะลืมทั้งความคิดและความกลัวเรื่องฟ้าดินไหวไปสิ้นแล้ว เรื่องนั้นเกินหยั่งรู้ เหมือนฝันร้ายชวนอกสั่นขวัญแขวน แต่ตอนนี้ก็ตื่นขึ้นมากันหมดแล้วนี่ ชีวิตกลับมาสู่ความชุลมุนวุ่นวายดังเดิม ถนนน้ำครำเต็มไปด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ทิ้งแล้ว เกวียนเทียมม้าติดขัดเต็มถนนเพราะคนขับหวดกระหน่ำด้วยแส้ปม คนแบกเกี้ยวยกเก้าอี้รูปร่างเป็นตู้มีหน้าต่างบานเกล็ดและผู้โดยสารที่ไม่เปิดเผยตัว ตะโกนกันลั่นๆว่า “ขอทางหน่อยขอรับ” เมื่อระหว่างพยายามแหวกฝูงชนวิ่งฝ่าไปสู่นครหลวง อเก็ตต้าตกอยู่ท่ามกลางความรีบเร่ง หูแทบระเบิดด้วยเสียงอึกทึกบนท้องถนน ใจสั่น และกลิ่นฝ่ามือในถุงมือยังติดอยู่ที่หน้า เจ้าหล่อนเตะซากไก่ออกไปข้างหนึ่งและผลักเด็กๆ ให้พ้นทาง พอเด็กๆ ตะโกนด่า บริกก์ก็ขู่คำรามจนเด็กต้องล่าถอยด้วยรู้ว่ามันต้องอยากกัดเนื้อตนอย่างน้อยสักคำเป็นแน่ เบื้องหน้าอเก็ตต้าคือประตูสีแดงซีดจางของบ้านเจ้าหล่อนเอง เหนือประตูมีข้อความเขียนว่า บ้านเช่าของเลเมี่ยน – ยินดีต้อนรับเฉพาะแขกที่รักษาความสะอาด!

ภายใน กลิ่นเนื้อแกะย่างตลบอบอวล เสียงสับเนื้อในครัวดังเข้ามาถึงห้องโถง บริกก์ตรงเข้าไปยังที่นอนประจำของมันที่ข้างเตาผิงริมบันได ตะกุยพื้นแกรกๆ แล้วล้มตัวลงนอนจ้องเปลวไฟ

อเก็ตต้าทำใจยอมเผชิญปัญหาที่อาจมีผลกระทบต่อชีวิตตนได้แล้ว เจ้าหล่อนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าก่อนจะเข้าไปหาพ่อ พ่อกำลังแล่เยื่อไขมันบางๆ ออกจากก้อนเนื้อ เขาแผดเสียงก้องออกมาดังกว่าเสียงมีดสับแยกเนื้อออกจากกระดูก “อเก็ตต้า นั่นเจ้ารึ อเก็ตต้า! มานี่ มีอาหารต้องไปส่งที่คุกนิวเกตนะ คนครึ่งเมืองเป็นบ้าไปหมดแล้ว ส่วนอีกครึ่งก็หิวงั่ก เอ้า เข้ามาในนี้เดี๋ยวนี้!”

เสียงของแคดมุส เลเมี่ยนห้วนห้าว กระด้างและดังสนั่น ไม่มีความนิ่มนวลทั้งในน้ำเสียงหรือกิริยาท่าที เขาเป็นคนร่างสูง โหดร้ายทารุณไม่ฟังเสียงใคร นิ้วมือผอมยาวเป็นคืบ ข้างขมับมีเนื้องอกบวมโป่งรั้งคิ้วจนผิดรูป ทั้งยังดึงผิวเสียตึงทั่วหน้า

อเก็ตต้ารีบเร่งเข้าไปในครัว แคดมุสยืนอยู่ข้างโต๊ะไม้ยาวที่ตั้งอยู่กลางห้อง ผ้ากันเปื้อนเลอะเลือดและไขมัน เตาไฟสีดำพ่นควันและความร้อนออกมาเสียงดังฟู่ๆ ทำให้ขี้ผึ้งเทียนไขอ่อนตัว ดวงตาก็แสบร้อนด้วยน้ำมันที่แตกกระเด็นจากเนื้อแกะติดมันที่เขาย่างอยู่ เลยเตาไฟไปเป็นเตาผิง ด้านบนมีหิ้งทำด้วยไม้หนา หม้อต้มน้ำขนาดใหญ่และโครงโลหะเก็บฟืนท่อน ไฟลุกแดงฉาน ส่งคลื่นแสงร้อนจากเปลวไฟสีอำพันไปสู่ทุกซอกมุม

แคดมุสไม่เงยหน้าขึ้นมองเพราะกำลังสับกระดูกน่องซึ่งแข็งมากไม่ยอมหัก “คืนนี้มันเป็นอะไรยังงี้วะ ยังไม่ทันจะได้นอนก็เกิดเรื่องบ้าบอ เล่นเอาล้มโครมลงไปบนพื้น แล้วเลยลื่นแทบกลิ้งลงกะได แล้วตั้งแต่นั้น ทุกคนที่มาเรียกประตูก็ล้วนแต่ร้องจะกิน” เขาสับกระดูกอีกเปรี้ยงหนึ่ง แรงยิ่งขึ้นจนสะเก็ดกระดูกกระจายว่อน “รุ่งวันใหม่นี่มันออกจะแปลกนะ นังหนู แต่ข้าไม่ยักชอบ ไม่ชอบเลยว่ะ” เขาหยุดปาดเหงื่อที่หน้าผากด้วยมือเปื้อนเลือด เลยเห็นอเก็ตต้ามองเชิงถามถึงแม่ “นอนไปแล้ว เห็นว่าเป็นไข้ แต่ข้าว่าแม่เจ้าถองเหล้าหนักไปน่ะว่ะ”

ว่าแล้วก็ยกมีดปังตอขึ้นเหนือหัวสับเปรี้ยงลงไปเต็มพละกำลังจนกระดูกที่ยังหักคาอยู่ขาดเป็นสองท่อน คมมีดเฉือนฉึกลงไปถึงโต๊ะ แคดมุสถอนหายใจเฮือกอย่างโล่งอกแล้วหัวเราะ “อยากกินกันแต่ขนมปังห่อเนื้อ ก็ราคาแค่เพ็นนีเดียว กินกันได้แค่นั้นแหละ” เขามองอเก็ตต้า เจ้าหล่อนไม่เคยเงียบเท่านี้มาก่อน “ถูกแมวกัดลิ้นขาดไปแล้วเรอะ” เขาถามเสียงเข้ม

“ข้าต้องไปนอนแล้ว วันนี้ยาวจังแล้วกลางคืนก็สั้นนิดเดียว เบล้กสั่งให้ข้ากลับไปทำงานตอนพลบค่ำ เขาไม่ชอบจุดเทียนไขเอง” อเก็ตต้าไม่อาจบอกพ่อได้ว่าเกิดอะไรขึ้น พ่อต้องไม่เชื่อเรื่องที่เจ้าหล่อนเล่าแน่ๆ เด็กสาวคิดว่าพ่อจะหัวเราะเยาะ พ่อมักหัวเราะเยาะเจ้าหล่อน วันนี้อเก็ตต้าอยากให้พ่อปล่อยเจ้าหล่อนไปนอนคิดถึงอนาคตตามลำพัง

“เดี๋ยวก็มีเวลานอนจนพอแหละ แต่ตอนนี้มีงานต้องทำ และงานคือเงิน” แคดมุส พล่ามเรื่อยเปื่อยพลางหย่อนเนื้อซี่โครงแกะลงไปในกระทะก้นลึกใบสูงที่มีน้ำมันร้อนๆ เนื้อทอดส่งเสียงฉี่ฉ่าเมื่อหนังต้องน้ำมันร้อนจนพองกรอบ เขาเปิดประตูเตาอบสีดำด้วยมือข้างหนึ่งทำให้ไฟแดงจ้าที่คุอยู่ส่งกระแสความร้อนออกมาในห้อง แล้วดึงจานอาหารจากอีกฟากหนึ่งของโต๊ะ ขยับเลื่อนมันเข้าเตาอบอย่างเบามือ แล้วเหวี่ยงประตูปิดโครมอย่างพออกพอใจ “เสร็จซะที” เขาพูดพลางหันมาทางอเก็ตต้า “ไอ้หมาแก่เบล้กนั่นเป็นไงบ้าง ยังมีเงินเยอะแยะหรือเปล่า”

อเก็ตต้าทิ้งกระเป๋าสตางค์ลงบนโต๊ะ เสียงดังแปะ ประสานกับเสียงเหรียญกระทบกัน

“สองชิลลิง ข้ากล้าหยิบแค่นี้แหละ วันนี้เขาไม่มีแขก ข้าได้เหรียญหนึ่งจากกระเป๋าเสื้อคลุมของเขา ส่วนอีกเหรียญล้วงจากกระเป๋าตังค์” อเก็ตต้ายิ้ม พอใจในผลงานของตน

“แล้วเขาก็ยังจ่ายค่าจ้างให้เจ้าทำยังงี้อีกด้วย” พ่อหัวร่อ “ใส่รวมไว้ในกระปุก วันหนึ่งเราจะละจากคฤหาสน์ลอนดอนอันหรูหราแห่งนี้ไปอยู่ต่างจังหวัดให้สุขสำราญ ไม่ต้องทำอะไร”

“แต่ที่จริงเขามีแขกคนนึง” อเก็ตต้าคุยต่อ “ไอแซค บอนนั่ม ตานั่นถูกหมาฝูงหนึ่งไล่กัดตอนเกิดแผ่นดินไหว รอดมาได้หวุดหวิด ข้าได้ยินเขาคุยกันสองคน พูดเรื่องอะไรก็ไม่รู้เกี่ยวกับดาวบนฟ้าและหนังสือเล่มหนึ่ง คุยบ้าๆบอๆ เหมือนที่คุยกันประจำน่ะแหละ” อเก็ตต้าวางเหรียญสองอันลงในกล่องไม้ซึ่งเก็บไว้บนหิ้งเหนือเตาผิง “เขาพูดกันว่าหนังสือนั้นมีแต่ความลับทั้งเล่ม บอกได้ด้วยว่าดาวจะพุ่งมาชนโลกหรือไม่ ข้าได้ยินเขาเรียกดาวนั้นว่าดาวหาง”

“บอนนั่มเรอะ สมาชิกสมาคมวิชาการละนั่น ไอ้นี่รวย รวยกว่าเบล้กซะอีก”
แคดมุสครุ่นคิดอย่างหนักเรื่องบุรุษมั่งคั่งสองคนในที่เดียวกัน อเก็ตต้าเห็นได้ชัดว่า หัวสมองพ่อกำลังแล่นปรูดปราดวางแผนใช้สถานการณ์นี้เป็นประโยชน์ “ไอ้เบล้กนั่นคิดว่าตัวเองสำคัญนักหนา อยากแต่จะค้นพบความลับของจักรวาล” แคดมุสพูดพลางดึงถาดขนมปังออกจากเตาอบ “พยายามจดจำเรื่องที่เขาพูดมาให้ได้ทุกคำ คนที่จะยอมจ่ายงามๆ เพื่อได้รู้ความเป็นไปในบ้านนั้นต้องมีแน่” เขาเงยหน้าขึ้นมองและยิ้ม “จำไว้นะ อเก็ตต้า คนที่อดทนรอคอยย่อมจะได้ของดี เราก็คอยมานานพอแล้วนี่นะ เอาละ มาช่วยกันหน่อย เรามีแขกคอยจะกินเยอะแยะและแผ่นดินที่ไหวไปแล้วน่ะ ก็ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายหรอก”

อเก็ตต้ามองไปรอบๆ ห้อง เด็กสาวไม่รู้จักที่ใดไหนอื่นอีก ห้องนี้เป็นโลกของเจ้าหล่อนตั้งแต่เกิด กลิ่นทุกกลิ่น รอยเปื้อนผนังทุกรอย ใยแมงมุมทุกใยที่ห้อยลงมาจากเพดานตลอดวัยสิบสี่ปีของตนล้วนคุ้นตา

เด็กสาวยังจำได้ว่า วันหนึ่งเมื่อยังเล็กๆ เคยทำมือไหม้พองเพราะไปจับประตูเตาอบ จากนั้นมาก็รู้สึกเหมือนว่าเจ้าเตาอบนั่นกลายเป็นสัตว์ร้ายสีดำแอบซุ่มอยู่มุมห้องคอยจ้องแต่จะทำร้ายเจ้าหล่อนอีกให้ได้ เจ้าหล่อนเคยคุ้ยเขี่ยไฟให้ลุกจ้าขึ้นด้วยเชื้อไฟและเศษฟืนที่ลอยน้ำมาในแม่น้ำเทมส์ยามที่ไปเที่ยวเก็บกันกับเพื่อนๆ เวลาน้ำลด ตกค่ำเจ้าหล่อนจะนั่งลงข้างอ่างล้างชามซึ่งมักเต็มด้วยหม้อแช่อยู่ในน้ำที่มีไขมันลอยเป็นคราบ มันเตือนให้เจ้าหล่อนนึกถึงเรือที่เคยเห็นจมอยู่ในโคลนที่โรเธอไรธ์ ข้างหม้อที่โผล่พ้นน้ำดูเหมือนข้างเรือที่จมคว่ำน้ำเข้าปริ่มๆ เจ้าหล่อนจะคอยให้หนูตัวโตๆ วิ่งอ้าวออกมาจากรูเพื่อหาอาหาร แล้วคอยดักฟาดหัวหนูพวกนั้นด้วยที่เขี่ยไฟตอนมันโผล่ออกมาจากความมืด บริกก์มักไล่กวดหนูข้ามพื้นหินสกปรก งับไว้แล้วเหวี่ยงไปปะทะผนังราวกับหนูเป็นตุ๊กตาเศษผ้า พอหนูตายแล้ว มันจะเอาจมูกดุนๆ เผื่อว่ามันจะฟื้นขึ้นมาเล่นเกมไล่ล่าได้อีกอย่างไม่รู้จบรู้สิ้น

เจ้าหล่อนสะดุ้งตื่นจากภวังค์ด้วยเสียงอันห้วนกระด้างของพ่อ “เจ้าเห็นหนังสือที่เบล้กพูดถึงหรือเปล่า มันอาจจะขายได้แพงนา หรือว่าเราจะช่วยเอามาจากเขาเสีย ...”

“เขาต้องรู้ว่าข้าเป็นตัวการแน่ ถึงยังไง ข้าก็ไม่รู้หรอกว่าเขาเก็บไว้ที่ไหน” อเก็ตต้าพูดอย่างลังเล

“ถ้าเราคำนวณเวลาให้ดี พอมีคนมาทำความสะอาดปล่องไฟ -” แคดมุสคิดดังๆ

“เราควรจะทำอย่างที่เราทำอยู่ต่อไปและไม่หาเรื่องยุ่ง” อเก็ตต้าแหว

“บ้าไปแล้วเรอะ นังหนู ไม่อยากช่วยพ่อต่อไปรึไง ชักจะคิดมากเรื่องขโมยขโจรละสิ” แคดมุสสาวเท้ามาทางลูกสาว มีดปังตอยังอยู่ในมือ

มีเสียงเคาะหนักๆ ที่ประตูครัว แคดมุส เลเมี่ยน ฟาดมีดเปรี้ยงลงบนโต๊ะ ประตูเปิดออกและชายผู้หนึ่งก้าวช้าๆ เข้ามาในครัวด้วยฝีเท้าเบา อเก็ตต้าสังเกตว่าเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ซึ่งครั้งหนึ่งต้องดูดีมากนั้น ตอนนี้ฉีกขาดกะรุ่งกะริ่ง เสื้อคลุมยาวถึงเข่าเปื้อนสิ่งสกปรกจากถนน มีรูโหว่มองเห็นซับในตรงศอกและปก เจ้าหล่อนเห็นว่าชายนั้นสวมบู๊ตหนังบางเฉียบจนหนังที่เท้าซึ่งด้านหนาเหมือนตาปลาพอกพูนมาตั้งหกสิบปีดันทะลุออกมาได้ เขาผอมกว่าและสูงกว่าพ่อของเจ้าหล่อน ใบหน้าที่มีริ้วรอยและดูเหน็ดเหนื่อยเป็นสีแทนเพราะกรำแดดต่างแดน

“ท่านเลเมี่ยน” เขากล่าวเสียงนุ่มนวล ดังกว่าเสียงกระซิบเพียงเล็กน้อย “ข้าจะขอสนทนากับท่านตามลำพังหน่อยได้ไหม คงไม่ถือว่าไร้มารยาทเกินไปนะ”

เลเมี่ยนมองอเก็ตต้าเป็นทีให้เจ้าหล่อนออกไปเร็วๆ เจ้าหล่อนหันกลับแล้วเดินไปที่ประตู “ข้าจะไปดูแขกคนอื่นๆ นะพ่อ เผื่อใครจะต้องการคนรับรองดูแล”

ชายผู้นั้นไม่พยายามเบี่ยงตัวหลีกให้พ้นทาง อเก็ตต้าจึงต้องตะแคงตัวเบียดเขาออกไปอย่างลำบาก ชายนั้นยิ้มแป้นให้เจ้าหล่อนทั้งๆ รู้ว่าเด็กสาวรู้สึกทุลักทุเลเหลือทน

“สวยน่ารักนะนี่ เพิ่งแรกรุ่นแท้เทียว” เขาพูดเมื่อเจ้าหล่อนหลีกไปพ้นแล้วแต่แน่ใจว่าเจ้าหล่อนได้ยินทุกคำที่เขาพูด

“ข้าจะทำอะไรให้ท่านได้บ้าง ท่านซาราพัก” แคดมุสถาม พลางเชิญให้สหายนั่งเก้าอี้ที่โต๊ะ ทั้งสองนั่งลงด้วยกัน แคดมุสเห็นตาขาวของซาราพักลุกแดงด้วยแสงสะท้อนจากเปลวไฟ ผมขาวละเอียดหลายปอยที่เสยปาดแนบใบหน้าลงไปถึงคางอย่างประณีตมีเศษขนมปังกรอบติดนุงนัง

“ก็เรื่องร้านของข้าไงล่ะ” ซาราพักกระซิบ “ข้าซื้อบ้านเล็กๆไว้ที่ซอยซีธธิง ใกล้ถนนฮาร์ต ข้างบนมีหลายห้อง ข้าก็เลยจะย้ายเข้าไปอยู่ปลายอาทิตย์นี้” เขาหยุด “แต่ข้าก็ยังต้องการอาหารรสเลิศของท่านอยู่นะ เอาเป็นว่า ทุกเย็นเวลาทุ่มหนึ่งก็แล้วกัน ได้มั้ย” เขาหยุดอีกพลางหันไปมองด้านหลัง เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ “ข้าอยากรู้ว่าจะให้อเก็ตต้าไปเยี่ยมเยือนข้าบ้างได้ไหม ข้าไม่ค่อยมีใครสนทนาด้วย แล้วแม่หนูก็ช่างน่ารักจริงๆ คงพอช่วยให้ชีวิตชายชราสักคนหนึ่งรื่นรมย์ขึ้นได้”

“อะไรๆ ก็เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละ... ถ้าได้ค่าตอบแทนสมควร” แคดมุสตอบพร้อมรอยยิ้มพราวด้วยหวังจะได้เงินเพิ่ม “ร้านของท่านเนี่ย จะขายอะไรหรือ” เขาลุกลี้ลุกลนถามเพื่อหาโอกาสทำธุรกิจ

“ข้าไม่ได้จะขายอะไรหรอก ท่านแคดมุส ข้าจะเปิดร้านรักษาคน ข้าจะเป็นทั้งหมอยาและหมอผ่าตัด เพราะฉะนั้นธุรกิจของข้าก็เกี่ยวกับ ยา ฟัน และการเคาะกะโหลก ข้าสนใจกายวิภาคนะ แต่ศพที่เขายอมให้ใช้ศึกษาก็ยากจะหา”

“คงต้องศึกษามาเยอะมากเลยนะ กว่าจะมาเปิดร้านรักษาได้ ท่านซาราพัก เรื่องพวกนี้เป็นวิชาชั้นสูง สูงเกินกว่าคนอย่างข้าจะเข้าใจ” แคดมุสพยายามแสดงท่าทีสนใจ

“คืองี้ คนเราเนี่ยล้วนต้องเจ็บป่วยกันทั้งนั้น บางทีก็ป่วยกาย ป่วยใจหรือป่วยในวิญญาณ ไม่วันใดก็วันหนึ่งก็จะต้องพึ่งหมอและจิตศัลยกรรมจะเป็นศิลปะสำคัญในอนาคต ข้าตั้งใจว่า เมื่อถึงเวลาสมควรก็จะเปิดโรงหมอเล็กๆ สักแห่ง ถ้าข้าสามารถหาผู้สนใจร่วมทุนทำกำไรได้มากพอน่ะนะ” ขณะที่พูดนั้นเขาประสานสายตากับแคดมุส “ในชีวิตข้านี้ ข้าทำผิดพลาดมาหลายครั้งหลายครา ถูกหลอกเอาสมบัติไปเสียพอแรง แต่ครั้งนี้จะไม่เป็นเช่นนั้นอีกละ คนที่ลงทุนหนึ่งร้อยปอนด์จะต้องได้กำไรหลายเท่าตัว แต่ก็เหมือนศพน่ะแหละ คนที่สนใจเรื่องนี้ก็หายาก” ซาราพักเคาะนิ้วบนโต๊ะช้าๆ ราวกับเคาะจังหวะเพลงประสานเสียงอันน่าพิศวง

“ข้าอาจจะพอรู้จักใครบางคนที่จะช่วยท่านได้ทั้งสองเรื่องน่ะแหละ ท่านซาราพัก” แคดมุสตอบ ตื่นตัวสนใจเต็มที่แล้ว “เงินเป็นร้อยๆ ปอนด์น่ะ มีอะไรค้ำประกันมั้ยว่าจะได้คืนจริงๆ”

“ข้าบอกได้แต่เพียงว่า มีโอกาสทองสำหรับคนที่เหมาะสมเสมอ” ซาราพักเลิกคิ้วข้างหนึ่งและยิ้ม

“ต้องมีอะไรสักอย่างที่ทำให้ท่านมุมานะทำเช่นนี้ ท่านซาราพัก รักษาพยาบาลผู้คน เปิดโรงหมอ เหล่านี้ล้วนเป็นอุดมการณ์อันสูงส่ง” แคดมุสหันมาโน้มตัวเข้าหาซาราพัก “สำหรับข้าแล้ว ข้าพยายามฝ่าฟันทำงานให้ดีที่สุดเพื่อลูกเมียของข้า แต่ได้ฟังข้อต่อรองข้าก็รู้ทันทีว่าดีหรือไม่ และตราบใดที่ครอบครัวเลเมี่ยนอยู่ดีมีสุขและอิ่มหนำสำราญ ข้าก็มีความสุขตราบนั้น แต่ท่านล่ะ สิ่งที่จูงใจท่านคืออะไร”

ซาราพักมองไปรอบๆห้องอีกครั้ง เขาสำรวจประตูและเงี่ยหูฟังอย่างระมัดระวัง ห้องนั้นเรืองสีแดงด้วยแสงจากกองไฟและเทียนไขที่จุดไว้รอบผนังทุกด้านจนสว่างจ้า หน้าต่างบานน้อยตรงหลังครัวเปิดไว้รับแสงใดที่อาจส่องเข้ามา จากถนนอาจมองไม่ออกว่าที่นี่เป็นกลางวันหรือกลางคืน เป็นสถานที่ไร้กาลเวลาด้วยกำแพงหนาแข็งแรงโดยรอบ กำแพงนี้ยืนหยัดผจญการกบฏและการจลาจลของกรรมกรเหมืองถ่านหินมามากมายหลายครั้ง ผ่านมาได้ทั้งคราวที่กาฬโรคระบาดหนัก แม้แต่ไฟไหม้ครั้งใหญ่ก็ทำให้กำแพงเกรียมไปหน่อยเดียวเท่านั้น ซาราพักใช้ความคิดอย่างรอบคอบ สูดลมหายใจเข้ายาวและสม่ำเสมอก่อนจะตอบ

“สหายรัก ข้าเดินทางไปทั่วโลกเพื่อค้นหาความลับข้อหนึ่ง ข้าขุดซากปรักหักพังในหลายเมืองจากอียิปต์ไปถึงเปอร์เซีย ข้าค้นหาอย่างทรหด แต่ก็ไม่พบเห็นสิ่งที่ข้าตรากตรำค้นหา ณ ที่อื่นใดในโลกนี้ นอกจากในที่ลึกเร้นของร่างกายมนุษย์ ข้าค้นหาว่าวิญญาณอยู่ตรงไหนอย่างไรล่ะ” ซาราพักคว้าแขนของแคดมุสกระชับไว้มั่น ดึงเขาเข้ามาใกล้ “ข้ารู้ว่าตัวข้านี่แหละจะเป็นคนหาพบ และเมื่อพบแล้ว ข้าก็จะดักจับวิญญาณมนุษย์ให้ได้ตอนมันออกจากร่าง และพิสูจน์ให้โลกเห็นได้ว่าเราเป็นอมตะ ใคร่ครวญดูเถอะ ท่านแคดมุส ใคร่ครวญดูให้ดี คนเราจะยอมจ่ายสักเท่าไรถ้าจะได้เห็นวิญญาณ แก่นแท้อันเป็นนิรันดร์ที่ข้าจะขังเอาไว้ในขวดแก้วเพื่อให้ชมกันด้วยค่าชมคนละสองชิลลิง ข้าจะเป็นเศรษฐี เราจะเป็นเศรษฐี!” ซาราพักหัวเราะเสียงแหลม

“ท่านคิดว่าเรื่องนี้เป็นไปได้ ท่านทำได้จริงหรือ” แคดมุสถาม พลอยตื่นเต้นขึ้นมาบ้าง

“มันก็เหมือนปริศนาตัวต่อน่ะแหละ ข้าค้นพบปีละหนึ่งชิ้น ตอนนี้ก็เกือบจะสมบูรณ์แล้ว” ซาราพักหยุดพูดพลางมองไปรอบๆ ห้องอย่างตื่นเต้นกระสับกระส่าย “เรื่องนี้ยังบอกใครไม่ได้นะ ต้องเก็บเป็นความลับไว้ก่อน ทางการอาจไม่เห็นด้วยกับงานวิจัยของข้า และข้าก็ไม่อาจเลือกอาสาสมัครมาจากที่ใดที่หนึ่งได้ตามอำเภอใจ”

“อาสาสมัครพวกนี้น่ะ ... ตายแล้วทั้งนั้นใช่มั้ย” แคดมุสถาม ยังไม่ค่อยแน่ใจว่ารู้เรื่อง

“ที่แล้วมาน่ะใช่” ซาราพักตอบเบาๆ “แต่คงจะต้องมีสักครั้งที่ข้าอาจต้องการสักคนสองคนที่ท่านอาจจะเรียกว่า... ยังอยู่ระหว่างละโลกนี้ไปโลกหน้าก็ได้” เขาสูดลมหายใจยาวและดังอีกครั้ง “ข้าอยากได้ไอ้ที่ยังสดๆ น่ะ ที่เคยซื้อมาได้ล้วนถูกแขวนคอนานเกินไปจนชักจะเสียหายไปบ้างแล้ว”

แคดมุสคิดสะระตะ “ข้าพอจะช่วยท่านได้ ข้ามีเพื่อนชื่อจอห์น สวิฟท์ เป็นพัศดีคุกนิวเกต ถ้าได้ค่าตอบแทนสักเล็กน้อยเขาก็คงจัดหาสิ่งที่ท่านต้องการได้ ข้าขอเชิญท่านเป็นแขกรับประทานอาหารเช้าร่วมกับแขกอื่นๆ เถอะ ให้ข้าคิดดูให้ดีเสียก่อน นี่นับเป็นข้อตกลงทางธุรกิจที่ผิดปกติที่สุดและข้าก็อยากเก็บกิจการของเราเป็นความลับสักหน่อย ไม่อยากให้คนเขาคิดกันว่าเลเมี่ยนกำลังคิดเหิมเห่อทะเยอทะยานเกินตัว”

ซาราพักลุกขึ้นยืน คว้ามือแคดมุสมาสั่นอย่างแรงด้วยความดีใจ “ตอนนี้แหละสำคัญนักละ ยุคนี้เป็นยุคแห่งวิทยาศาสตร์และความจริง เราสามารถทำให้คนมองโลกในทัศนะใหม่ได้ ภายในปีเดียวท่านจะได้เข้าไปสนทนาอยู่ในสังคมชั้นสูงของลอนดอน มีกล่องอาหารค่ำส่วนตัวเวลาไปหย่อนใจที่ว็อกซฮอลล์ การ์เด็นส์ (คล้ายๆรีสอร์ตที่มีเครื่องดื่ม การแสดง ดนตรี พลุ การแสดงภาพ ศิลปต่างๆ กลางคืนจุดตะเกียงกว่า 1000 ดวง – ผู้แปล) มีรถม้าหรือไม่ก็เรือล่องแม่น้ำส่วนตัว แถมลูกสาวสวยของท่านก็อาจได้เป็นภรรยาของคนมีหน้ามีตา”

ห้องโถงทางเดินร่วมมีผู้คนมากมายมาคอยอาหารจนเต็มแน่นไปหมด บ้างก็พยายามไล่บริกันด์เพื่อเข้าไปนั่งที่ใกล้เตาผิงแทนมัน อเก็ตต้าแหวกทางเข้าไปเปิดประตูสู่ห้องอาหารขนาดใหญ่ซึ่งใช้พื้นที่ด้านตะวันตกของบ้านแทบทั้งหมด ในห้องนั้นเย็นสะท้าน ไฟที่เพิ่งก่อพยายามลามเปลวจากถ่านหินชื้นๆ ค่อยเพิ่มความร้อนจนเกิดควันหนาสีน้ำตาลซึ่งหาทางพลุ่งออกไปทางปล่องไฟกว้างสู่แสงแดดเดือนตุลาคม

โต๊ะตัวหนึ่งยาวเท่าความกว้างของห้อง มีเก้าอี้ไม้ล้อมรอบ บนโต๊ะมีเทียนไขขนาดใหญ่สี่เล่มให้ความสว่าง เทียนเหล่านี้ลุกไหม้มาสักพักหนึ่งแล้ว ไขมันสัตว์ที่ใช้ทำเทียนสีเหลืองจึงโชยกลิ่นน้ำมันหมูคลุ้งตลบระหว่างก่อเกิดเปลวแสงเหมือนจันทร์เสี้ยวเหนือโต๊ะนั้น ข้างใต้โต๊ะเป็นพื้นหินว่างๆ ดูดำมืด อเก็ตต้าผลักประตูหนักนั้นให้เปิดพร้อมๆ กับที่หนูหางยาว รีบเร่งหนีไปถึงมุมสุดห้องแล้วผลุบลงทางรอยแตกของพื้นไม้

คลื่นมนุษย์รุนเจ้าหล่อนเข้าไปในห้อง มีทั้งคนโซแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเปื้อนโคลนมอมแมม คนที่สูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง และคนสูงศักดิ์ที่ตกลงสู่ฐานะชาวสลัม ในจำนวนนี้มีนักแสดงข้างถนน คนช่างคุยโม้โอ้อวด และชายผู้หนึ่งซึ่งอ้างว่ามีรอยแผลเหมือนพระเยซูถูกตรึงกางเขนและเปิดแผลให้สาธารณชนชมเพื่อเก็บเงินครั้งละหกเพ็นนี บ้านเช่านั้นราคาถูก มีเตียงนอนรวม ถังเมล์อยู่ใต้เตียงและราวให้เช่าราคาหนึ่งฟาร์ธิงสำหรับคนที่ไม่มีเงินถึงสองเพ็นนีสำหรับเช่าที่พอนอนราบได้ ราวเชือกนั้น จะช่วยให้ผู้เช่าได้พักขาอันอ่อนล้าโดยคุกเข่าลงพาดเชือกให้ตัวลอยพ้นพื้นเย็นเยือก ไม่ต่างจากประดานกเกาะคอน โยกเยกไปตามเชือกที่แกว่งไกว จนหลับไปอย่างทุลักทุเลและหลับได้ไม่สนิท

อาหารเช้าเสิร์ฟอย่างว่องไว เนื้อร้อนๆแผ่นหนา ขนมปังก้อนกลมยาว และเหล้ายินในขวดดินถูกลำเลียงออกมาจากครัว มือไม้สับสนอลหม่านแย่งกันหยิบอาหารหนุบหนับอย่างหิวโหย คว้าแผ่นเนื้อร้อนๆ มาห่อด้วยขนมปังราคาหนึ่งเพ็นนีแล้วกลั้วคอด้วยเหล้ายินราคาถูกหนึ่งถ้วยใหญ่

อเก็ตต้าคอยดูแลที่โต๊ะเพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนได้กินอาหารและไม่มีใครแย่งเอาไปเกินส่วนของตน นายแมนเพอร์ดิพันมือทั้งสองของเขาด้วยผ้าแดงสองผืนทับผ้าพันแผลสีขาวจ๊วกซึ่งปกปิดรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ที่มีเลือดไหลอยู่ตลอดเวลา เจ้าหล่อนมองเขาอย่างพิจารณา เขาไม่เคยยอมให้ใครดูรอยแผลศักดิ์สิทธิ์นั้นโดยไม่จ่ายค่าดู เจ้าหล่อนเฝ้าดูเขากิน และสังเกตว่าเขาเจ็บปวดจริงๆ เขายกมือทั้งสองขึ้นในท่าที่ลำบากลำบน เมื่อพยายามประคองชิ้นขนมปังขึ้นใส่ปาก อเก็ตต้ารีบแบะก้อนขนมปังออกแล้วฉวยเนื้อชิ้นหนึ่งวางลง ยื่นขนมปังห่อเนื้อนั้นให้แมนเพอร์ดิพลางยิ้ม เขาพยักหน้า ก้มศีรษะเล็กน้อยแสดงความขอบคุณ

อเก็ตต้าไม่มีศรัทธาในศาสนา ก็ถ้าพระผู้เป็นเจ้าทรงรักมนุษย์ทุกคนแล้วไซร้ไฉนจึงทรงปล่อยให้เจ้าหล่อนยากจนแสนเข็ญปานนี้ได้ลงคอ เด็กสาวไม่มีความจำเป็นหรือความอยากจะดูรอยศักดิ์สิทธิ์บนมือแมนเพอร์ดิ มันไม่มีความหมายอะไรสำหรับเจ้าหล่อน ไม่เห็นจะน่าสนใจเท่ากับอูฐที่เคยได้เห็นนอกสถานเก็บสัตว์หายากของกุค ที่เขาลอบฉกจากซากปรักหักพังที่บาบิโลนแล้วพาข้ามทะเลทรายอาราเบียมา สำหรับเจ้าหล่อนแล้ว นายแมนเพอร์ดิก็เหมือนมนุษย์ประหลาดซึ่งพักรวมอยู่ที่นี่ มีตั้งแต่เด็กชายผิวเหมือนแมลงปีกแข็ง ผู้หญิงสามแขนและเด็กหญิงที่หูใหญ่มากจนใครๆ เรียกแม่หนูว่ามนุษย์หูช้าง เจ้าหล่อนได้เห็นมาหมดแล้ว เขาซื้อขายสิ่งมีชีวิตประหลาดๆ เหล่านี้กันในห้องนี้แหละแล้วก็นำไปแสดงในพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวบ้าง งานแสดงนิทรรศการที่สวนว็อกซฮอลล์บ้าง

อเก็ตต้ารู้ว่ามนุษย์ประหลาดเหล่านี้บ้างก็มีลักษณะแปลกๆ เพราะปลอมแปลงตัวเอง ครั้งหนึ่งเจ้าหล่อนได้เห็นชายผู้หนึ่งเสียบแซมขนเป็ดไว้ที่หน้าแล้วอ้างว่าเป็นกึ่งคนกึ่งนกอินทรี อีกคนหนึ่งฝนฟันให้ดูเหมือนเขี้ยวหมาป่า แล้วย้อมผิวด้วยน้ำชา

นายแมนเพอร์ดินั้นต่างจากที่กล่าว เขาเป็นคนสุภาพ มีเมตตาและอ่อนน้อมถ่อมตน ทั้งหมดที่เขามีคือรอยแผลที่เลือดไหลไม่รู้หยุด และเรื่องราวที่ว่ารอยแผลศักดิ์สิทธิ์นี้เกิดขึ้นกับเขาในคืนหนึ่งระหว่างเกิดนิมิตและเขาเฝ้าวิงวอนขอให้แผลนั้นลบเลือนไปเสีย

แด๊กด้า ซาราพัก เดินเนิบๆ เข้ามาในห้องแล้วนั่งลงที่ปลายโต๊ะ เขามองอเก็ตต้าและยิ้มให้เจ้าหล่อนพลางหยิบอาหารเช้าให้ตนเอง ก่อนเอียงตัวเข้าหาแมนเพอร์ดิและกล่าววิจารณ์อะไรสักอย่างซึ่งเจ้าหล่อนไม่ได้ยิน

อเก็ตต้ามองเห็นพ่อออกจากครัว ถือถาดอาหารเดินขึ้นบันได เขามองเจ้าหล่อนเป็นเชิงบอกให้กลับไปทำงาน “เรามีแขก แขกพิเศษ เป็นกวี เขามาถึงเมื่อคืนนี้ ไม่ต้องการให้ใครรบกวน เขาอยู่แต่ในห้อง ข้าคนเดียวเท่านั้นที่จะเป็นคนนำอาหารไปให้เขา เข้าใจมั้ย”

กล่าวแล้ว แคดมุสก็หันไปลากเท้าเดินขึ้นบันไดไปสู่ขั้นบนสุด อเก็ตต้าตามไปห่างๆ ประหลาดใจในการกระทำของพ่อ เจ้าหล่อนเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าของเขา พอขึ้นไปถึงบันไดขั้นบนสุดเขาก็หยุดมองกลับลงมาตามขั้นบันได วางถาดลงบนโต๊ะเล็กแล้วล้วงกุญแจออกมาจากกระเป๋า อเก็ตต้าแอบอยู่ข้างฝาตรงทางเลี้ยวของบันได เจ้าหล่อนได้ยินเสียงสอดกุญแจเข้าไปในล็อกและไขอย่างรีบเร่ง ประตูเปิดเสียงดังเอี๊ยด เจ้าหล่อนกลั้นหายใจรอฟังทุกเสียง

“เจ้ากินอาหารหรือไม่” พ่อหล่อนถามเสียงดังฟังชัด “นี่ขนมปังกับเนื้อ ข้าเอาน้ำมาให้ดื่ม ไม่รู้ว่าทำไมข้าถึงคิดว่าหน้าตาอย่างเจ้าคงไม่ดื่มเหล้ายิน” ไม่มีเสียงตอบ อเก็ตต้าเริ่มหายใจใหม่อย่างเบาที่สุด พยายามฟังหาเบาะแสที่จะบอกได้ว่าใครอยู่ในห้องใต้หลังคา แล้วก็มีเสียงลากโซ่ไปตามพื้นไม้ในห้อง

“เจ้าเอาโซ่ออกให้ข้าได้ไหม” เจ้าหล่อนไม่เคยได้ยินเสียงตอบแผ่วโหยนั้นมาก่อน จากที่ที่ซ่อนอยู่ เจ้าหล่อนตัดสินไม่ได้ว่าเป็นเสียงชายหรือหญิง เสียงนั้นละมุนละม่อม แผ่วเบา และแจ่มใส “ข้าไม่มีทั้งพละกำลังและความตั้งใจจะหนี”

เงียบกันอยู่เป็นนาน พ่อหล่อนจึงตอบว่า “นายกุค บอกข้าว่าเจ้าจะหายตัวไปก่อนที่ข้าจะรู้ตัวเสียอีก ต้องไม่ถอดโซ่ มิฉะนั้นเขาจะบินหนีไป”

“ข้าจะบินไปที่ไหนได้ล่ะ หน้าต่างมีลูกกรง ประตูก็ล็อก จะให้ข้าคลานออกไปใต้ประตูหรือจะให้ข้าหลบออกไปทางรูหนู” เสียงนั้นตอบ

“เจ้าเป็นสัตว์ประหลาดที่ข้าเป็นเจ้าของ ข้าจ่ายราคางามซื้อเจ้ามาและเจ้าอาจจะเป็นประโยชน์เมื่อถึงเวลา เมื่อครู่นี้มีนักวิทยาศาสตร์บอกว่าเขาอาจใช้ตัวอะไรแบบเจ้านี่แหละให้เป็นประโยชน์ได้ แต่นั่นแหละนะ แม้แต่เขาเองก็อาจจะงงเต็ก ว่าเจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่”

แคดมุสเดินไปตามพื้นไม้ อเก็ตต้าได้ยินความเคลื่อนไหวของพ่อทุกอย่าง พ่อวางถาดลงบนโต๊ะ “ข้าจะทิ้งอาหารนี้ไว้ที่นี่ กินอะไรก็ได้ที่เจ้าอยากกิน เจ้ายังอ้วนขึ้นได้อีกหลายปอนด์ ไอ้กระหร่อง ไม่ต้องดูสุขภาพดีนักก็ได้ ข้าซื้อเจ้ามาเพราะฟันของเจ้าต่างหาก ถ้าเอาไปปลูกถ่ายในปากสุภาพบุรุษสักท่านหนึ่งจะแจ๋วมากเลยว่ะ” แคดมุสหัวร่อ

“ชะตากรรมของข้าจะเป็นเช่นใด ข้าจะต้องอยู่ที่นี่ตลอดไปหรือ” เสียงนั้นถาม

“เจ้าต้องอยู่ที่นี่จนกว่าข้าจะตัดสินใจเป็นอย่างอื่น หน้าตาเจ้าน่าดูชิบโป๋งเลยว่ะ นี่ถ้าเอาเจ้าไปออกงานให้คนดูข้าคงร่ำรวยหลาย สิ่งที่ทำให้เจ้ามีค่าเป็นพิเศษก็คือเจ้าเป็น...”

ประตูหน้าเหวี่ยงเปิดเมื่อเกิดเสียงชุลมุนในห้องโถงทางเดินร่วม บริกันด์เริ่มเห่าเมื่อผู้มากินอาหารเช้าพรวดพราดออกจากห้องอาหารไปสู่ถนน แคดมุส เลเมี่ยนรีบเร่งออกจากห้องใต้หลังคา อเก็ตต้าถลาลงบันไดกลับไปห้องเจ้าหล่อน ที่ถนนข้างล่าง นักโทษประหารคนหนึ่งนั่งเงียบๆ มาในเกวียน ตัวโยกไปมา เกวียนนั้นถูกลากฝ่าถนนฟลีตที่เป็นโคลนไปสู่ตะแลงแกงไทเบิร์น ขอบปลอกโลหะที่รัดล้อของรถม้าขนาดใหญ่นั้นดีดโคลนกระจายเป็นปื้น ตาของชายนักโทษเหลือบมองขึ้นไปบนชั้นสูงสุดของบ้านเช่าตรงขอบชายคา เขาเห็นใบหน้าหนึ่งชั่วแวบเดียว หน้านั้นแนบอยู่กับกระจกหน้าต่างห้องใต้หลังคา ชั่วพริบตาหนึ่งนั้น หัวใจของนักโทษประหารยิ่งปวดร้าวเป็นหลายเท่าทวีคูณ เขาเห็นความเศร้าบนใบหน้าที่แนบหน้าต่างนั้น ใบหน้าที่แสดงความโศกศัลย์ยิ่งกว่าความเสียใจของเขาเอง และด้วยสังหรณ์ เขารู้ว่าชะตากรรมของชายที่เขาจ้องอยู่นั้นร้ายแรงกว่าของตนเสียอีก


(ติดตามบทที่ 4 ต่อไปนะคะ)
LITERATURE
 ขอบคุณของแต่งบล็อกจากอินเทอร์เน็ต  



Create Date : 07 พฤษภาคม 2562
Last Update : 13 พฤษภาคม 2562 5:44:55 น. 64 comments
Counter : 462 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณกะว่าก๋า, คุณJinnyTent, คุณmcayenne94, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณmambymam, คุณtoor36, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน, คุณRinsa Yoyolive, คุณmelody_bangkok, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณร่มไม้เย็น, คุณสันตะวาใบข้าว, คุณSweet_pills, คุณThe Kop Civil, คุณnewyorknurse, คุณkae+aoe, คุณเริงฤดีนะ, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณล้งเล้งลัลล้า, คุณเรียวรุ้ง, คุณตะลีกีปัส, คุณผู้ชายในสายลมหนาว, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณtuk-tuk@korat, คุณชีริว, คุณหอมกร, คุณบาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน, คุณAsWeChange, คุณALDI, คุณวลีลักษณา, คุณInsignia_Museum


 
ฝรั่งก็มีเล่นพนันตีไก่เหมือนกันเหรอคะ
พี่ภาบรรยายได้ออกรสมาก มองเห็นภาพเลยค่ะ
สงสารไก่ที่แพ้หมดสภาพ แบบนี้ถ้าเป็นเมืองไทยคงได้ลงหม้อเป็นแน่แท้ แหะ ๆ


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 7 พฤษภาคม 2562 เวลา:14:47:14 น.  

 
1.. ไม่รู้หรอกค่ะ ต้องไปถาม
อีตาคนเขียนต้นฉบับ



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 7 พฤษภาคม 2562 เวลา:15:09:06 น.  

 
พี่ภาเก่งมากๆเลยครับ
แปลหนังสือเป็นเล่มเลย
เมื่อเช้าผมลองนั่งแปลคำคมสั้นๆ
ไม่กี่ประโยค
มึนไปครึ่งวันครับ
กดกูเกิ้ลเป็นระวิง 5555

ความห่วงใยในตัวลูก
ผมว่าจะกี่ปีผ่านไป
ก็ยังห่วงใยไม่เปลี่ยนแปลงจริงๆครับ
ทุกวันนี้ผม 40 กว่า มีลูกแล้ว
พ่อกับแม่ก็น่าจะมองผมเป็นเด็กอยู่เสมอครับ 555




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 พฤษภาคม 2562 เวลา:15:14:42 น.  

 
ลองอ่านหลายย่อหน้าค่ะ
แต่ไม่ประติดประต่อ เลือกอ่านบางย่อหน้า
พี่ภาแปลเก่งจัง อ่านได้ไหลลื่นเลย
อันนี้ รู้สึกได้จริง ๆ
สัมผัสได้ตั้งแต่ย่อหน้าแรกที่ทดลองอ่าน
พี่ภาจะต้องเป็นนักอ่านตัวยงสมัยสายตายังดี ๆ อยู่แน่ ๆ เลย

จินเชื่อว่าคนที่จะเขียนได้ดีหรือแปลได้ดี
จะต้องมีพื้นฐานการอ่านที่มากมาก่อน
ไม่อย่างนั้นจะแปลได้ไม่น่าอ่านหรือไหลลื่น
และใช้ถ้อยคำที่ชวนอ่าน

แปลใคร ๆ ก็แปลได้ ถ้าเข้าใจภาษา
แต่จะแปลให้น่าอ่านหรือมั้ยนั้น มันอยู่ที่ระสบการณ์คน
และคน ๆ นั้นต้องผ่านการอ่านหนังสือมาเยอะ
เพราะจะเข้าใจศัพท์แสลง และภาษาของนิยาย
ที่คนเขียนเขาจินตนาการ บางทีไม่ได้เปะๆ ตามศัพท์ที่พิมพ์

จากประสบการณ์การอ่านและ
จากความรู้สึกส่วนตัวนะคะพี่ แฮร่



โดย: JinnyTent วันที่: 7 พฤษภาคม 2562 เวลา:17:52:42 น.  

 
ตื่นเต้นจริงค่ะ มือเท้าเย็นไปหมด
ลุ้นด้วย ในห้องใต้หลังคามีใคร
จะถูก หมอนักทดลอง จับวิญญาณได้รึเปล่านะคะ
ลุ้นตอนต่อไปค่ะ
เคยมีคนทำการทดลองพบว่า
หลังความตาย น้ำหนักของผู้เสียชีวิตหายไป 21กรัม
จึงสรุปว่าวิญญาณมีน้ำหนัก 21 กรัม ซาราหมอโรคจิตคนนี้จะจับวิญญาณได้มั้ยคะ หรือจะทำอะไรเด็กสาว อเก็ตต้า น่ากลัวจริง


โดย: mcayenne94 วันที่: 7 พฤษภาคม 2562 เวลา:19:08:47 น.  

 
มาเป็นกำลังเล็กๆให้พี่ภาค่ะ


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 7 พฤษภาคม 2562 เวลา:19:18:56 น.  

 
ว่าพ่ออเก็ตต้าหน้าตาน่ากลัวแล้ว มนุษย์ประหลาดอีกหลายคนดูน่ากลัวกว่าอีกค่ะ

แคดมุสซื้ออะไรมาคะ อยากรู้เลย หน้าตาเค้าเป็นยังไง ฟันเค้าเป็นยังไงน้อ...

หนูไม่ได้โหวตรีวิวหนังสือนะคะ ไม่หลงแน่นอนค่ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 7 พฤษภาคม 2562 เวลา:20:32:52 น.  

 
แวะมาให้กำลังใจครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 7 พฤษภาคม 2562 เวลา:21:43:21 น.  

 
ส่งกำลังใจก่อนครับ พี่ภา ฝนกำลังตกหนักขึ้นเรื่อยๆ



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 7 พฤษภาคม 2562 เวลา:21:55:20 น.  

 
เด็กสาวเก็บความลับกับตัวไมได้นานเลยค่า
วัยแบบนี้
เห็นอะไรก็ตื่นเต้นไปหมด

คุณภาคล่องมากค่า กับการแปล ดูไหลรืนไม่มีสะดุดกันเลยทีเดียว



โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 8 พฤษภาคม 2562 เวลา:0:44:40 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่ภา




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 พฤษภาคม 2562 เวลา:6:23:42 น.  

 
สวัสดีตอนสายค่ะพี่ภา

วันนี้ได้อ่านงานแปลพี่ภา ยิ่งอ่านยิ่งสนุกค่ะ ชอบสำนวนและการใช้คำของพี่ภาจริงๆค่ะ



โดย: melody_bangkok วันที่: 8 พฤษภาคม 2562 เวลา:10:28:29 น.  

 
ขอบคุณเม้นท์และกำลังใจค่า
ได้ไอเดียทำเมนูส่งการบ้าน 3F ด้วยแหละ อิอิ
ป่านนี้คงเดินส่องต้นไม้อยู่ที่ jj แน่เลย



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 8 พฤษภาคม 2562 เวลา:10:50:43 น.  

 
สวัสดี ค่ะ พี่ภา

มาติดตามอ่าน เรื่องแปลของพี่ภาต่อค่ะ ตอนที่
3 หมอยา เปิดตัวละครใหม่ ที่อนาคต แคตมุส พ่อ
ของอาเก็ตต้าจะไปเป็นหุ้นส่วนแล้ว

ชวนติดตามตอนต่อไป คือ ปริศนา ตัวประหลาดที่แคตมุสซื้อมา ตอนที่ 4 คงได้เปิดเผย
ความลับนี้นะเนี่ย แล้วยังมีนักโทษอีกคนในตอนจบ

อัพบล็อกใหม่ อย่าลืมมาชวนนะคะ แล้วก็ลง
อย่านานนัก เดี๋ยวลืมตอนแรก ๆ ห้าห้า อ่านไป
ก็ลุ้นไป แปลแล้วอ่านง่าย สงสัยเรื่องไก่ชน
สงสารเจ้าไก่ที่ตายด้วย ฝรั่งมันก็มีเรื่องได่ชน
ด้วยนะเนี่ย อิอิ

โหวดหมวด งานเขียน ฯ


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 8 พฤษภาคม 2562 เวลา:10:58:19 น.  

 
ส่งกำลังใจค่ะพี่ภา...


โดย: สันตะวาใบข้าว วันที่: 8 พฤษภาคม 2562 เวลา:16:26:53 น.  

 
ถ้างั้นพี่ภาน่าจะมาเดินช่วงเย็นค่ะ แดดไม่ร้อนมาก พอได้อยู่ค่ะ แล้วก็แวะร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา ดูวิวกลางคืนเข้าท่าดีเหมือนกันนะคะ

*** น้ำในคลองใส...เค้าว่ากันว่า พอจะทำถวายพระองค์ท่าน ก็ทำได้ แล้วทำไมตั้งนานไม่ทำ ประมาณนั้นค่ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 8 พฤษภาคม 2562 เวลา:19:38:14 น.  

 
เรื่องที่พี่ภาแปลหากทำเป็นภาพยนตร์คงตื่นเต้น
ทั้งกับเนื้อเรื่องและหลายฉากที่ดูสยองนะคะ
มีคิดธุรกิจดักจับวิญญาณขังในขวดแก้วแล้วเก็บค่าชมด้วย
สิ่งมีชีวิตชนิดใดที่แคดมุสซื้อแล้วขังไว้ในห้องใต้หลังคา
น่าติดตามอ่านต่อค่ะ

ต๋าชอบประโยคที่แฝงในเรื่องอย่าง

"คนที่อดทนรอคอยย่อมจะได้ของดี" หรือ
"มีโอกาสทองสำหรับคนที่เหมาะสมเสมอ"

ให้ข้อคิดที่ดีจังค่ะพี่ภา

พี่ภานอนหลับฝันดีคืนนี้นะคะ
ขอบคุณพี่ภาสำหรับกำลังใจค่ะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 8 พฤษภาคม 2562 เวลา:23:10:57 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ภา
แวะมาอ่านเมื่อคืนแต่หมดกระเป๋าค่ะ
สงสารไก่ชนจังนะคะ สู้จนตัวตาย พอตายแล้ว
ก็ไม่มีคนสนใจ ไร้ค่า...

วันนี้อากาศดีมากๆ น้อยเลยไปร้านต้นไม้ มีตั้งแต่
ต้นดอกไม้ ปลูกแค่หน้านี้และปลูกแล้วกลับมาอีก
ผัก ต่างๆ มะเขือเทศนาๆชนิด ปีที่แล้วปลูกหลายต้น
ไม่ได้กินเลย มีน้องกวางมาช่วยกินจนหมด

พี่สบายดีนะคะ


โดย: newyorknurse วันที่: 9 พฤษภาคม 2562 เวลา:2:21:12 น.  

 
มาติตตามด้วยค่ะ อ่านไปนิดหน่อยรู้สึกสนุกดี เดี๋ยวเลิกงานจะหาเวลาอ่านต่อค่ะ

ปล.ที่ซีไปร้องเพลงเป็นกิจกรรมนอกโรงเรียนค่ะ แต่ต้องกินเวลาเรียนไปบ้าง แจ้งครูแล้ว ครูบอกจะช่วยตามงานให้ค่ะ


โดย: kae+aoe วันที่: 9 พฤษภาคม 2562 เวลา:8:26:18 น.  

 
555 อ่านไม่ครบนะคะ

แต่ไม่ได้เห็นคำว่าชิบโป๋งมานานแล้วเลยค่ะ

ปัดเห็บ เหา ออกจากหน้า อื้อหืออออออ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ผู้ชายในสายลมหนาว Travel Blog ดู Blog
The Kop Civil Sports Blog ดู Blog
Froggie Book Blog ดู Blog
ภาวิดา คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 9 พฤษภาคม 2562 เวลา:8:46:19 น.  

 
ดีที่ยังไม่ได้ผ่านไปถึงตอน 4
ไม่งั้นอ้อก็กลับมาหาตอน 3 อ่านอีก

ตอนนี้อธิบายถึงฝั่งบ้านนางเอก
มีรายละเอียดเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ
เพื่อการดำรงชีวิตของพ่อแคดมุส
ที่เป็นหัวหน้าครอบครัวอเก็ตต้า

สงสัยจังว่าหมอซาราพักที่มีท่าทางเป็นตาเฒ่าหัวงู จะทำอย่างว่า(จับวิญญาณใส่ขวด)ได้จริงไหม
และแคดมุส เลี้ยงอะไรไว้ข้างบนบ้าน

เดาว่า นางเอกจะต้องเป้นคนช่วยเขาออกมาเป็นแน่แท้

สนุกๆจังค่ะ
(รอติดตามตอนต่อไป


อ้อ up blog แล้ว ไม่ค่อยได้เข้ามาเท่าไหร่พักนี้
เพราะต้องใช้Computer
แต่เห็นทักทายใน FB จะใช้มือถือ
ซึ่งสะดวกและรวดเร็วกว่า


เฉพาะวันหยุดเท่านั้น ที่ทักทายพี่ๆน้องๆเพื่อนได้

กทม.ร้อนมากมายเช่นเคย
Take care นะคะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 9 พฤษภาคม 2562 เวลา:9:10:17 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Rinsa Yoyolive Review Travel Blog ดู Blog
Kavanich96 Funniest Blog ดู Blog
หอมกร Movie Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
ภาวิดา คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
3ตอนแล้ว เดี๋ยวเข้ามาอ่านแบบจริงจังค่ะพี่ภา ช่วงนี้น้องงานล้นมือมากๆเลยค่ะ


โดย: ล้งเล้งลัลล้า วันที่: 9 พฤษภาคม 2562 เวลา:11:38:04 น.  

 
ต้องย้อนอ่านตั้งกะบทแรกก่อนนะคะพี่ภา


โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 9 พฤษภาคม 2562 เวลา:11:40:06 น.  

 
21.. ดาวพิษตอนต่อไปจะเป็นยังงัยมั่ง
พี่แปลทิ้งไว้ 15 ปีแล้ว
ตามอ่านก่อนอัพทีละบทเหมือนกันค่ะ
เจงๆ ป่าวกั๊กหรอก
ต้องช่วยกันลุ้นแว้ววววว



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 9 พฤษภาคม 2562 เวลา:12:56:04 น.  

 
ไปอินเดีย กับบริษัท tourtogoindia
ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น โอเปอร์เรชั่นไทยทราเวลค่ะ
ไม่ได้รู้จักหรือใครแนะนำมาก่อน หาในอินเตอร์เนต
0952395989 โทร

หนูจัดไปส่วนตัว 4 คน แต่เขาจัดให้ได้ตั้งแต่ 2 คนค่ะ บอกจำนวนวันที่เราสะดวก เลือกสถานที่ๆเราอยากไปเห็น บริษัทจัดการเดินทางให้ ประกอบกับสิ่งที่เราอยากเปลี่ยนแปลง ถ้าทำได้ และแจ้งราคาค่ะ ไปแค่ 4 คืน 5 วัน ( 41,700 ต่อคนไม่รวมทิป และทิปพิเศษคนเข็นรถค่ะ )

จะเดินทางลำบากก็ช่วง กุสินารา มา พาราณสีทางรถใช้เวลาเดินทาง ราว 8-9 ชมค่ะ ถ้ามีเครื่องบินได้ หนทางนี้จะเหนื่อยน้อยค่ะ


โดย: mcayenne94 วันที่: 9 พฤษภาคม 2562 เวลา:13:11:55 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะพี่ภาขา

ขอละไว้นอกสายตาก่อนนะคะ
อ่านในมือถือไม่สามารถจริงๆ
แต่น้องหยอดอิแปะไว้ก่อน
ค่อยย้อนกลับมาอ่านค่ะ
ปล่อยให้ดาวพิษ คันไปเรือยๆ
เริ่มลืมชื่อตัวละครแระ
เดี๋ยวคงตีกันยุ่งอิรุงตุงแหนะ
ใครเป็นใครกันบ้างล่ะคะเนี่ย


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 9 พฤษภาคม 2562 เวลา:14:49:44 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับพี่ภา

ปีนี้เชียงใหม่ก็ร้อนจัดเลยครับ
ผมไม่ได้ออกกำลังกายมาสองวันแล้ว
เพราะรู้สึกว่าอากาศร้อนมากเกินไปครับ
ก็ระมัดระวังตัวเองอยู่พอสมควร
ไม่ห้าวครับ 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 พฤษภาคม 2562 เวลา:15:43:54 น.  

 
ญี่ปุ่นไปได้เรื่อยๆ ครับ


โดย: ผู้ชายในสายลมหนาว วันที่: 9 พฤษภาคม 2562 เวลา:16:10:38 น.  

 
แอบมาอ่านก่อนหน้าแล้วครับพี่....
เย็นนี้เลยกลับมาอ่านต่อ... ผู้เขียน ๆ ให้เห็นสภาพ
บ้านที่เลอะเทอะ ความปากร้าย

ชีวิตที่ต้องต่อสู้...ได้ดี รวมทั้งแหะ ๆ ผู้แปล ๆ
ืทำให้อินกับเรื่องได้ง่าย... ชมนะครับพี่

...

ีีืที่บล๊อกผมรถเล็ก ป้ายเหลืองเป็นรถบุคคล ความจุ
กระบอกสูบไม่เกิน 660 ซีซี.. คนใช้เยอะอย่างที่
พี่ไปแล้วเห็น..

ส่วนแท๊กซี่ผมไม่เคยนั่ง เคยดูรถเขาใช้โตโยต้าคราวน์ คนขับแต่งตัวเรียบร้อยใส่ถุงมือ ใส่สูท.. ป้าย
แท๊กซี่เคยดูผ่าน ๆ น่าจะเป็นปายสีเขียวแก่อักษร
ขาว

ระยะนี้คนเขียนบล๊อกหมายเลข ยังเยอะเป็นบางวัน
แต่ สังคมแคบ..เขาไม่ค่อยมีจิตใจแบบพวกเราเมื่อ
ก่อน.. เขาเขียนให้คนอ่าน แต่ไม่สือสารกลับเมื่อ
เราไปแวะเยือนไปเม้นท์ คือไม่กลับไปทักทาย

น้อยคนที่จะกลับไปทักทาย (ไม่รู้ว่าแรงไปหรือเปล่า มารยาทนะครับ เหมือนเราเดินผ่านกันเห็น
กันบ่อยก็ยิ้มให้ แต่เขาทำหน้าตาย...ไม่ยิ้มตอบ)

ปกติถ้าวันใดว่างผมจะเข้าไปอ่านไปทัก นักเขียน
ใหม่ 3 คนต่อวันส่วนเพื่อน ๆ พวกเราแน่นอนผม
มักจะไปอ่านก่อน บางทีก็เม้นท์เลย..


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 9 พฤษภาคม 2562 เวลา:19:55:21 น.  

 
สวัสดีครับพี่ภา

ตอนที่ 3 เนื้อเรื่องตื่นเต้นเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ ครับพี่ภา มีตัวละครเพิ่มเข้ามาอีกหลายตัวเลย

เรื่องนี้ถ้านำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ก็คงสนุกนะครับ

บรรยากาศของเรื่องที่พี่ภาแปล เล่าผ่านตัวอักษร
เป็นเรื่องราวในปี ค.ศ. 1756 ที่กรุงลอนดอน
ในมุมมองและโลกทัศน์ของผมนั้น
บรรยากาศเหมือนกับหนังสองเรื่องที่ Johnny depp เล่น
คือ Sleepy Hollow และ Sweeny Todd ที่ผมเคยดู
แต่ผมคิดว่าบรรยากาศในเรื่อง Wormwood น่าจะเก่ากว่าสองเรื่องนั้นด้วยซ้ำ
ไม่ทราบว่าพี่ภาเคยดูสองเรื่องนี้รึเปล่านะครับ





ขณะนี้ Wormwood ดาวพิษเวอร์มวู้ดเพิ่งออนแอร์ที่บล็อคที่ภาแค่ตอนที่ 3 เอง
ยังไม่จบลงง่ายๆ คงมีอะไรตื่นเต้นอีกเยอะ

ผมลองไปค้นดูชื่อผู้เขียน G.P. Taylor ใน google ดู
เห็นยังมีอีกหลายเรื่องที่เค้าเขียนไว้
เป็นแนวนิยายแฟนตาซีแบบ Wormwood ทั้งนั้นเลย
เสียดายนะครับที่เล่มนี้ไม่ได้ตีพิมพ์
ถ้าตอนนั้นตีพิมพ์แล้วขายดีขึ้นมา
พี่ภาคงโดนจองให้แปลเรื่องของคุณ G.P. Taylor อีกหลายเรื่องแน่ๆ ครับ


โดย: สีเมจิก (สมาชิกหมายเลข 5106714 ) วันที่: 9 พฤษภาคม 2562 เวลา:20:16:57 น.  

 
สวัสดียามค่ำค่ะพี่ภา ^^
วันนี้อากาศไม่ค่อยร้อนค่ะ เลยหาเรื่องออกไปติดต่องานนอกออฟฟิศ
สรุปเกรียมกลับมาเหมือนเดิมค่ะ แหะๆๆ
พี่ภาก็ดื่มน้ำเยอะๆนะคะะะ



โดย: melody_bangkok วันที่: 9 พฤษภาคม 2562 เวลา:20:19:55 น.  

 
ถ้าชื่อแคทแมวเนี่ย ผมเป็นตัวเอกเลยนะ


โดย: ลุงแมว วันที่: 9 พฤษภาคม 2562 เวลา:21:28:32 น.  

 
ซุ่มค่ะ
ค้นเรื่องกว่าจะเขียนบล็อกเสร็จ
เดี๋ยวมาอ่านใหม่นะคะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 9 พฤษภาคม 2562 เวลา:21:32:14 น.  

 
เห็นคำว่าหมอยาแล้วอันตรายทุกที กลัวสระอาหาย

แปลเล่มนี้แบ่งลงได้กี่บล็อกครับพี่ภา?
นิยายฝรั่งก็มีตีไก่เหมือนกันนะเนี่ย แถมบรรยายซะละเอียดยิ่งกว่าฉากคนสู้กัน
บ้านเราตัวที่แพ้มักกลายเป็นแกงไก่ บ้านเขาอาจไปเกิดเป็น KFC
อ่านมาอีกหน่อยเจอเนื้อแกะย่าง อาหารชวนหิวล้วนๆ
ที่จะชนโลกคือดาวหาง (comet) เหรอครับ ไม่ใช่อุกกาบาต (meteor)
ซาราพักจะเปิดร้านหมอแล้ว แต่หมอผ่าตัดก็ต้องใช้ศพศึกษายิ่งกว่ากายวิภาคอีกไม่ใช่เรอะ???
แต่เชียร์ให้ไขความลับเรื่องวิญญาณนะครับ มันคือหนึ่งในสิ่งที่มนุษย์อยากรู้มากที่สุดแล้ว
ถ้าไขความลับนี้ได้น่าจะแก้ปัญหาได้อีกล้านแปดเลย
มีอรรถาธิบายว็อกซฮอลล์การ์เด็นส์จากผู้แปลด้วย พี่ภาเซอร์วิซดี ♥ เป็นผมคงทับศัพท์โดยไม่รู้ว่ามันเป็นสถานที่มีอยู่จริง




โดย: ชีริว วันที่: 9 พฤษภาคม 2562 เวลา:22:19:11 น.  

 


สวัสดียามเช้าครับพี่ภา




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 พฤษภาคม 2562 เวลา:6:29:58 น.  

 


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 10 พฤษภาคม 2562 เวลา:8:54:45 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะพี่ภาขา

กลับมาอ่านจอใหญ่ ปรู๊ดเดียวเสร็จค่ะ
สงสารไก่ชนที่ตาย พี่ไทยพี่หรั่งใจร้ายพอๆกัน

แคดมุสจะร่วมมือทำการจับวิญญาณกับซาราพักแบบไหน
แคดมุสซื้อใครมากักขังผูกโซ่ไว้
เหตุใดจึงทอดสายตาเศร้าไปหาชายที่ต้องโทษประหารบนเกวียน
อเก็ตต้า จะได้รู้เห็นเหตุการณ์น่าระทึกอะไรอีก

สรุปใจความสำคัญได้จิ๋วเดียว

อุ๊ย....ชวนติดตามอ่ะ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 10 พฤษภาคม 2562 เวลา:8:59:32 น.  

 
พี่ภาเปิดตัวละครไว้
แต่ไม่เฉลย
ผมเดาหัวหมุนเลยครับว่าเขาคนนั้นคือใคร 5555



แล้วก็ยังเดาไม่ออกด้วยครับ 555

ตอนนี้เชียงใหม่ฟ้าครึ้มมาก
ไม่มีแดด แต่ไม่มีฝน
แต่อากาศร้อนอบอ้าวมากจริงๆครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 พฤษภาคม 2562 เวลา:9:39:31 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ภาคนสวยสมวัย
ภาวิดา คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog



โดย: หอมกร วันที่: 10 พฤษภาคม 2562 เวลา:10:29:46 น.  

 


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 พฤษภาคม 2562 เวลา:11:12:07 น.  

 
ขอบคุณค่ะ


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 10 พฤษภาคม 2562 เวลา:12:37:18 น.  

 
บรรยายซะได้กลิ่นบรรยากาศเลยค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 10 พฤษภาคม 2562 เวลา:13:51:30 น.  

 
55555

ใช่ค่ะ

แต่รุ่นแม่หนูก็ไม่ค่อยใช้นะ หนูนี่แหละเคยใช้ชิบโป๋งบ่อยๆ ค่ะ

แม่จะใช้ชิบเป๋งมากกว่า


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 10 พฤษภาคม 2562 เวลา:13:56:54 น.  

 
พี่ภาใจถึงนะคะเนี่ย ยอมให้แม่ค้าฟันไป 75 บาท แต่ก็คุ้มค่ะ
ได้มาแบบสำเร็จรูปก็ดีค่ะ ชัวร์แน่ ๆ ว่า ได้ดอกและสีที่ต้องการ

ซื้อพวกต้นเล็ก ๆ ราคาถูก เอามาลุ้นก็สนุกไปอีกแบบ
แต่บางทีเล็กเกินก็ไม่ทนไม้ทนมือ ใจเสาะตายไปก่อนจะเห็นดอก
บางทีก็คิดว่า ยอมจ่ายแพงอีกนิด แต่ชัวร์กว่าก็น่าสนใจค่ะ
หลังจากทำตายไปแหม่บ ๆ เมื่อวานนี้ 1 ต้น แหะ ๆ

ต้นแมมชูแมนราคาไม่แพงนะคะ ต้นที่บ้าน 3 ต้น 100 ค่ะ
งวดก่อนเจอ ดอกใหญ่กว่าที่บ้านอีก เขาเอา 50 เลยตัดใจ 555


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 10 พฤษภาคม 2562 เวลา:15:21:12 น.  

 
ตัดใจ ถอยค่ะ อิอิ
แต่ขากลับนึกว่าจะวนกลับไปเอา แต่เผอิญหมดแรงซะก่อน 555
เพราะเหนื่อยแล้วก็ไม่มีมือจะถือแล้วด้วย

สรุป ไม่มีวาสนาต่อกันก็แคล้วคลาดอย่างนี้แหละค่ะ
เลยอดเสียตังค์เลย


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 10 พฤษภาคม 2562 เวลา:15:50:47 น.  

 
30..ขอบคุณคอมเม้นท์ค่ะ คุณสีเมจิก
คุณเป็นบล็อกเก้อร์ในจำนวนน้อยมาก
ที่อ่านจริงและค้นคว้ามาคอมเม้นท์อีกด้วย
พี่ยังไม่ค่อยได้ทำขนาดนี้เลยค่ะ

สำนักพิมพ์ซื้อนิยายแฟนตาซีของ Taylor
ชุดนี้มาทั้งสามเล่มแล้วค่ะ พิมพ์เล่มแรกไป
ก็ได้รับการตอบรับดี แต่พอเล่มนี้ นิยายประเภทนี้
ก็ถึงขาลง สนพ.คิดสะระตะแล้วก็ว่า
ไม่น่าพิมพ์ก็เลยหยุดแค่นี้ค่ะ
Taylor ก็ดีนะคะ เค้าคิดค่าลิขสิทธิ์เฉพาะเล่มแรก

พี่แปลเรื่องนี้ไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว
หลังจากนั้นไม่นานก็มีปัญหากับสายตา ทำให้อ่านหนังสือ
ได้ครั้งละไม่มาก และดูภาพยนตร์จอใหญ่ไม่ได้เลย
คงจะพอได้ถ้าใช้แว่นพิเศษ แต่เพราะไม่ค่อย
สนใจจะดูก็เลยพักหนังจอใหญ่ไปเลย
และต่อจากนั้นอีกไม่นานก็มาสิงอยู่ในบล็อกนี้แหละ 11 ปีแล้ว

เอาไว้พี่จะลองไปหาแผ่นสองเรื่องนั้นมาเปิดดูเองบ้างค่ะ
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์นั้นมากๆนะคะ



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 10 พฤษภาคม 2562 เวลา:16:04:30 น.  

 
34..รู้จักหมอยาไม่มีสระอาของข้าวโพดไหม
แสนจะนุ่มนิ่มนุ่มนวลน่าลูบไล้จะตายไป๊ 555
ไอ้ความคิดเหมือนที่ชีริวว่าอันตรายนี่แหละ
ทำให้หมอยาของข้าวโพดกลายเป็นหนวดข้าวโพดไป
แล้วมันจะเหลือความน่าลูบไล้ตรงไหนล่ะนั่น
เอาแค่นี้แหละ เรื่องพวกนี้อย่ามาเปิดช่องทางให้พี่
ติดลมยาวเลยจ้าาาา แล้วก็ยังมีอีกเยอะ

เล่มนี้มี 28 บทค่ะ ถ้าจะแบ่งลงให้ครบ 50 ตอนก็ได้
เพราะบทมันยาวมาก แต่ว่าจะลงให้จบทันสิ้นปี
คือไม่สนใจเรื่องโหวตอะไรอีกแล้ว ทำอะไรที่สนุกๆเล่นดีกว่า

อีแด๊กด้า ซาราพัก มันจะเปิดร้านหมอยาและหมอผ่าตัด
บังหน้าเท่านั้นแหละ ที่มันจะทำคือหาทางดักจับวิญญาณใส่ขวด
ไปเปิดแสดงเก็บเงิน แต่อย่างชีริวก็เดาได้หรอกว่า มันทำ
สำเร็จหรือเปล่า แต่กว่าจะถึงจุดนั้นก็น่าดูเหมือนกันค่ะ

ชื่อสถานที่ในเรื่องนี้มีอยู่จริงและมีประวัติทั้งนั้นค่ะ
ไว้ตอนหน้าพี่จะลงแผนผัง Bloomsbury Square ซึ่ง
ตอนนี้ก็จะรู้จักกันว่าแถวๆ Camden Town ถ้าจำไม่ผิดนะคะ

ขอบคุณคอมเม้นท์นี้ค่ะ อย่างที่พี่บอก น้อยคนจะให้เวลา
คอมเม้นท์เช่นนี้ แค่เข้ามาอ่านและคุยด้วยจนดูว่าอ่านจริง
คนแปลก็ปลื้มแล้ว



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 10 พฤษภาคม 2562 เวลา:16:07:47 น.  

 
อ่านแล้วลุ้น ๆ ค่า


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 10 พฤษภาคม 2562 เวลา:16:08:30 น.  

 
สวัสดีค่ะ พี่ภา

สารภาพเลยค่ะว่า ขอเก็บไว้อ่านอีกทีนะคะ
อิอิ ตอนนี้แวะมาทักทายก่อน คิดถึงจริงๆค่ะ

ปล.อัพบล็อกแล้วจ้า


โดย: FreakGirL วันที่: 10 พฤษภาคม 2562 เวลา:17:09:57 น.  

 
ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่บ้านค่าพี่ภา

เมื่อวานพี่ภาเล่าประสบการณ์ตอนไปเรียนต่อ
ที่เมืองนอก ไปยืนอ่านหนังสือจนเค้าเอาเก้าอี้มาให้นั่ง
นึกภาพตามแล้วยิ้มเลยค่ะ
เจ้าของร้านใจดีมาก ๆ เลยนะคะ
คนที่เค้าดีกับเราติดต่อกันเรื่อยมา
จู่ ๆ วันหนึ่งเค้าเสีย มันน่าใจหายเนอะ

เชียงใหม่ร้อนมากจริงๆ ค่ะ
โรคฮีตสโตรกเป็นเรื่องที่น่าสนใจศึกษาไว้
จะเกิดกับคนที่รักรอบตัวเราเมื่อไหร่ไม่รู้

สงกรานต์ทางเหนือ ประเพณีเก่า ๆ
ถ้าเป็นน้อง ๆ ที่กลับไปอยู่บ้านนอก
ก็ยังคงปฏฺิบัติกันต่อ ๆ มาอยู่
ถ้าอยู่ในตัวเมือง โอกาสทำบุญแบบดั้งเดิมยากค่ะ
โลกหมุนเวียนเปลี่ยนไป เข้าใจอยู่

จินเองถ้าไม่ได้กลับบ้านเกิดที่ อ.สะเมิง
ก็คงไม่ได้เข้าวัดทำบุญตามประเพณีแบบนี้
อยู่ในเมือง อย่างมากก็แค่ ถวายสังฆภัณฑ์ เวชภัณฑ์
ไม่ก็ไปถวายเพลช่วงเช้า แค่นั้นจริง ๆ








โดย: JinnyTent วันที่: 10 พฤษภาคม 2562 เวลา:18:26:21 น.  

 
ถ้าพี่ภาไปเที่ยวชม เก็บภาพมาฝากกันด้วยนะคะ


โดย: mcayenne94 วันที่: 10 พฤษภาคม 2562 เวลา:18:36:22 น.  

 
สวัสดียามค่ำและขอบคุณกำลังใจค่ะพี่ภา ^^
ใช่แล้วค่ะ ครั้งนี้ก็ไปคนเดียวค่ะ
พอจะใกล้วันหยุด เพื่อนก็จะมีแอบแหย่ๆ ครั้งนี้จะไปปลีกวิเวกที่ไหนอีกล่ะ แหะๆๆ

นอนหลับฝันดีนะคะพี่ภา



โดย: melody_bangkok วันที่: 10 พฤษภาคม 2562 เวลา:20:17:10 น.  

 
เบรกเอี้ยดตัวโก่งเลยค่ะ 555
นึกว่าพี่ภาอัพบล็อกแคคตัสฮามาโตะ
ปรู๊ดมาเลย มัวแต่ท่องนอกบ้านหลายบ้านวันนี้

พี่ภาเลี้ยงเยอะ ๆ เลยค่ะ เชียร์เลย
ที่เห็นดอกง่าย ๆ ก็จะเป็นสกุลแมมมิลลาเรีย,
ยิมโนคาไลเซียม, โลบีเวีย ออกดอกให้ชื่นใจบ่อย
ถ้าสายพันธุ์อื่นเป็นฤดูกาล บางทีต้องต้นโต
ก่อนถึงจะได้ยลดอกเค้า

อีกอย่างถึกบึกบันมาก จินมือร้อนยังรอดเลย จริง ๆ นะ
เห็นคุณแหม่มเลี้ยงออกดอกสวยงามมาก
พี่ภาก็คงไม่ต่างกัน เพราะดูแลต้นไม้ดีมาก ๆ เลย
เพราะคนที่รักและชอบต้นไม้ดอกไม้
ไม่ว่าจะเลี้ยงอะไรก็รอดและทำได้ดีจริง ๆ

ส่วนจิน อย่าถามถึงต้นอื่น
ต้องถึกและบึกบึนคล้ายแคคตัสเท่านั้น
ถึงจะอยู่กับจินรอด 5555





โดย: JinnyTent วันที่: 10 พฤษภาคม 2562 เวลา:20:36:27 น.  

 
สวัสดีค่ะ พี่ภา ตามมาอ่านต่อค่ะ

ต้องย้อนไปอ่านบทที่สองก่อน
เพราะไม่ได้แวะเข้ามา

เรื่องราวเริ่มสนุกเข้มข้นขึ้น
.... ฝีมือจากผู้แปลที่มืออาชีพแท้จริงลย
รอลุ้นตอนต่อไปค่ะ

สำหรับข้าวหมาก
ซื้อเขาเอาก็สะดวกดีค่ะ ไม่ต้องมานั่งลุ้นว่า
งวดนี้จะออกหัว หรือออกก้อย

เพราะหัวเชื้อที่สั่งซื้อมา
เขาไม่ได้ระบุวันหมดอายุไว้ให้
ที่เสียก็มีค่ะ ต้องเสี่ยงดวงกันจริงๆ


พี่ภารักษาสุขภาพด้วยนะคะ
พักผ่อน มีความสุขในวันหยุดสุดสัปดาห์ค่ะพี่


โดย: AsWeChange วันที่: 11 พฤษภาคม 2562 เวลา:1:56:13 น.  

 


สวัสดียามเช้าครับพี่ภา



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 พฤษภาคม 2562 เวลา:6:47:23 น.  

 
สวัสดียามสายโด่งค่ะ..
ขอบคุณที่แวะไปชมนะคะ ..อิอิ ..

ว๊าว เพิ่งทราบนะคะ เนี่ยว่ามีงานแปลด้วย ...

ต้องอ่านซะแล้วค่ะ ..


โดย: poongie วันที่: 11 พฤษภาคม 2562 เวลา:11:39:08 น.  

 
ทักทายยามค่ำคืนค่ะพี่ภา
นอนหลับฝันดีนะคะ



โดย: melody_bangkok วันที่: 11 พฤษภาคม 2562 เวลา:22:15:50 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับพี่ภา




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 พฤษภาคม 2562 เวลา:22:43:36 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่ภา



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 พฤษภาคม 2562 เวลา:6:25:33 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ภา

สนุกตื่นเต้นค่ะ เรื่องราว ตัวละคร ฉากที่ๆบรรยาย
อ่านรวมๆแล้ว ออกสีเทาดำนะคะ แต่เป็นเรื่องราวที่แปลกน่าติดตามค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ


โดย: วลีลักษณา วันที่: 12 พฤษภาคม 2562 เวลา:19:54:22 น.  

 
วิ่งมาเคาะประตูทักทายค่ะพี่ภา



โดย: melody_bangkok วันที่: 12 พฤษภาคม 2562 เวลา:20:59:56 น.  

 
ขอบคุณโหวตค่ะพี่ภา



โดย: หอมกร วันที่: 13 พฤษภาคม 2562 เวลา:9:50:27 น.  

 
อ่านแบบไม่เร่งรีบ เพราะจะต้องจินตนาการสถานที่ ผู้คน สิ่งที่คล้ายกับคนแต่ไม่รู้ว่าอะไร รวมทั้งธุรกิจแปลกๆ ข้ามไม่ได้สักประโยคเดียวเลย เแพาะตอนที่ตัดฉากมาถึงผู้คนที่แปลกๆและหิวโหย ในห้องนั้น คงต้องทำความเข้าใจอีกครั้งครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 13 พฤษภาคม 2562 เวลา:13:18:45 น.  

 
อ่านจบบท 3 มีสัตว์ประหลาดด้วย


โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 31 พฤษภาคม 2562 เวลา:13:52:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ภาวิดา คนบ้านป่า
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 122 คน [?]




BG Pop.Award #14
BG Pop.Award #13
BG Pop.Award #12
BG Pop.Award #11
BG Pop.Award #10
BG Pop.Award #9
BG Pop.Award #8
BG Pop.Award #7
BG Pop.Award #6
....



เอนทรี่หมวดไดอารี่ เริ่ม ม.ค. 2562
  • ตะพาบ 229 สนามรบ
  • ตะพาบ 228 ต้นไม้ ดอกไม้
  • ตะพาบ 227 ถ้า 1 ปีมี 10 เดือน xx
  • 3F ยำทวาย
  • ตะพาบ 226 พักใจ
  • ชมดอกไม้ที่สิงคโปร์ ตอน 3
  • ตะพาบ 225 เฝ้ารอ
  • ชมดอกไม้ที่สิงคโปร์ ตอน 2
  • ตะพาบ 224 ความกล้าหาญครั้งสุดท้าย
  • 3F แกงขี้เหล็กกับหมูย่าง
  • ชมดอกไม้ที่สิงคโปร์ ตอน 1
  • ตะพาบ 223 เพื่อนใหม่
  • อุ่นเครื่องชมดอกไม้ที่สิงคโปร์
  • เอื้องมะลิ/หวายตะมอย
  • ตะพาบ 222 ของขวัญที่ไม่อยากได้
  • Cattleya skinneri'Casa Luna'
  • ตะพาบ 221 คู่หู
  • 3F แกงส้มมะรุมกับกุ้ง
  • ปลูกป่าไม้ใหญ่: กระดังงาไทย+นกแก๊ก
  • ตะพาบ 220 ไล่
  • ตะพาบ 219 แพงที่สุดที่เคยซื้อ
  • การเขียนบล็อก 2551-ปัจจุบัน
  • --<>--

    เอนทรี่หมวดสัตว์เลี้ยง เริ่ม ม.ค. 2562
  • เจ้านุ้งโดนแกล้งจนหัวเป็นกระเซิง
  • เจ้านุ้งยังร้อนไม่เลิกแต่ก็มีความสุข
  • เจ้านุ้งผจญอากาศร้อนระดับพระกาฬ
  • เจ้านุ้งกับขนสั้นรับลมร้อน v
  • เจ้านุ้งเฝ้าบ้านให้แม่ไปเที่ยว(อีกแล้ว)
  • เจ้านุ้งเมื่อวันที่อุณหภูมิ 16 องศา
  • เจ้านุ้งกับการดูแลบริเวณบ้าน
  • เจ้านุ้งกับผลไม้สุดโปรด
  • --<>--

    เอนทรี่หมวดงานเขียนเรื่องแปล เริ่ม เมย.62
  • บทที่ 7 ร้านบิ๊บเบิ้ลวิคที่สะพานลอนดอน
  • บทที่ 6 คัมภีร์อาถรรพณ์
  • บทที่ 5 ปีกเทวดาตกสวรรค์
  • บทที่ 4 ซอยอินนิโก้
  • บทที่ 3 หมอยา
  • บทที่ 2 เหตุป่วนสมอง
  • บทที่ 1 ดาวพิษเวิร์มวู้ด
  • --<>--
    เพื่อนๆที่ไม่ active หรือไม่ทักทายกันแล้ว ยังคงเก็บไว้ในศาลาสมาธินะคะ ออกจากสมาธิเมื่อไร จะเชิญกลับเข้ามาใน Friends' blogs ใหม่ค่ะ
    Friends' blogs
    [Add ภาวิดา คนบ้านป่า's blog to your web]
    Links
     

     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.