นิยาย "Must Have คนนี้ฉันจอง" บทที่ 7
7 “ผมต้องขอโทษจริงๆ ไม่คิดว่าอเล็กซ์ จะแสดงกิริยาหยาบคายกับลูกน้องของคุณบีม” แซมก้มหัวขอโทษกับดลพรแทนลูกทัวร์ฝรั่งขี้เมาที่หน้าตึกสำนักงานของพันราตรีรีสอร์ต เมื่อคืนกว่าจะพาลูกทัวร์กลับมาถึงรีสอร์ตค่อนข้างดึก สองผู้บริหารกลับที่พักไปแล้ว จึงไม่กล้าไปรบกวน แล้วแวะมาขอโทษในช่วงเช้ามืดแทน แซมแอบหวังว่าจะได้เจอไอลดา แต่ต้องฝืนยิ้มเมื่อเจอดลพรแทน หลังอีกคนมักจะมาตรวจรอบรีสอร์ตก่อนหล่อน “ช่างเถอะค่ะ” ดลพรโบกมือ ไม่คิดฟื้นฝอยหาตะเข็บ แต่อดพูดทิ้งท้ายไม่ได้ “ขอแค่ไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกก็พอ ไม่งั้นครั้งหน้าฉันคงต้องส่งตำรวจ” “เข้าใจแล้วครับ” ไกด์หนุ่มยิ้มเจื่อน ก่อนลดเสียงเบาลง “คุณควีนโกรธผมหรือเปล่าครับ?” โกรธสิ โกรธมากเลยล่ะ “ค่ะ” ดลพรพยักหน้า “ควีนสนิทกับน้องคนนั้นน่ะค่ะ” ซวยแล้ว! ชายหนุ่มถอนใจเบาๆ สีหน้าเผยร่องรอยผิดหวัง “แบบนี้ผมก็คงดูแย่มากในสายตาคุณควีน” ยังตัดใจไม่ได้สินะ ดลพรอ่านความปรารถนาในใจเขาออก หลังไกด์หนุ่มตามจีบหล่อนมาหลายปี ทว่าความสัมพันธ์ไม่เคยก้าวหน้า หลังหล่อนเว้นระยะกับเขา เธอรู้แก่ใจว่า เพื่อนสนิทคิดกับแซมแค่พันธมิตรทางธุรกิจเท่านั้น จึงอดสงสารระคนสมเพชชายหนุ่มผู้คลั่งรักผู้นี้ไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ ยังไงก็ไม่ใช่อยู่นั่นแหละ ผู้จัดการสาวคิดลังเลใจหลายวินาที “ขอพูดอะไรตรงๆ ได้ไหมคะ?” “เอ่อ ครับ” “ฉันรู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องของฉัน แต่เรื่องที่คุณชอบควีน ฉันว่า...” ดลพรพูดโพล่งออกมา “เอ่อ...ครับ” แซมพยักหน้า เรื่องที่เขาจีบหล่อนไม่ได้เป็นความลับ “บอกตรงๆ ...คือฉันอยากให้คุณตัดใจจากควีนเถอะ” หา! แซมกลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างยากเย็น ก่อนกลั้นใจถามออกมา “บอกผมทีว่าผมไม่ดีตรงไหน คุณควีนถึงไม่เคยมองผม ไม่ให้โอกาสผมเลยสักครั้ง ผมมั่นใจว่า ผมดูแลคุณควีนได้ดีกว่า...ผู้ชายคนนั้นแน่” ‘ผู้ชายคนนั้น’ ในความหมายของแซมคือ...พอล กินอะไรเข้าไป ถึงได้มั่นหน้าเบอร์นี้ ผู้จัดการสาวคิดขำไกด์หนุ่ม แต่ซ่อนรอยยิ้มไว้อย่างแนบเนียน “คุณคิดแบบนี้จริงๆ เหรอ?” “ครับ” แซมรับคำหนักแน่น “แต่ฉันไม่คิดแบบนั้น” คนฟังจ้องหน้าคู่สนทนาเขม็ง “ถ้าควีนได้ยินคุณพูดแบบนี้ มีหวังหัวเราะเยาะคุณแน่” “ผมพูดอะไรผิด?” เขาเลิกคิ้วขึ้นแบบไม่เข้าใจ “คุณควรถามตัวเองว่า ที่จริงแล้วคุณรักควีน หรือแค่หลงใหลควีนกันแน่?” ดลพรไม่ตอบคำถามของแซม แต่ย้อนถามเขาแทน “บางคนเหมาะจะเป็นคนรัก แต่กลับบางคนดีเลิศประเสริฐศรี หล่อรวย แต่เป็นได้แค่เพื่อน” เพื่อนเหรอ...ฉันไม่ได้อยากเป็นแค่เพื่อนสักหน่อย แซมกำหมัดข้างตัวแน่น ใช้สมองไตร่ตรองทุกถ้อยคำของดลพร คิดแล้วก็ปวดร้าวรวดไปถึงหัวใจ “ฉันคิดว่าคุณไม่ควรทรมานตัวเองแบบนี้ ตามตื้อคนที่เป็นไปไม่ได้ มันเสียเวลาชีวิตนะ” เพื่อนรักหล่อนพยายามเลือกถ้อยคำที่ไม่แสลงหูคนฟังจนเกินไป “ฉันคิดว่ามันถึงเวลาที่คุณควรไปต่อ ปล่อยวางควีนซะ เปิดประตูใจให้กว้าง สักวันหนึ่งคุณอาจจะเจอคนที่ใช่ คนที่รักคุณหมดหัวใจก็ได้” แปลว่า...หมดหวังสินะ ไกด์หนุ่มก้มหน้าต่ำ จิกเล็บเข้าที่อุ้งมือเต็มแรง แต่ไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย ทว่าหัวใจเกิดบาดแผลยาวลึก เขายืนซึมกระทือไร้ชีวิตชีวา แม้ดลพรสงสารแต่ก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้ การปล่อยวางเป็นเรื่องส่วนบุคคล ปลงได้หรือไม่ได้...ขึ้นอยู่กับตัวเองเท่านั้น “ค่อยๆ คิดไปนะคะ ฉันขอตัวไปทำงานก่อน” ผู้จัดการสาวพูดทิ้งท้าย แล้วหมุนตัวหันหลังจากไป เจ็บชะมัด... ไกด์หนุ่มยืนหมดอาลัยตายอยากอยู่ที่เดิม อันที่จริง เขารู้นานแล้วว่ายากจะเปลี่ยนใจไอลดา แซมหลอกตัวเองไปวันๆ ว่าต้องมีสักวันที่สาวสวยจะหันมาสนใจตนบ้าง เป็นไปไม่ได้สินะ ฉันควรยอมรับความจริงได้แล้ว ชายหนุ่มถอนใจเฮือก แค่คิดมันง่าย แต่ทำได้หรือเปล่าเป็นอีกเรื่องหนึ่ง อีกใจคิดค้าน เขาหมุนตัวก้าวเท้าไปสมทบกับลูกค้าของตน เพื่อทำภารกิจไกด์ของตนต่อไป แซมปั้นหน้ายิ้มแย้มร่าเริงเช่นปกติ ทั้งที่ก้อนเนื้อในอกแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ หยิ่งในศักดิ์ศรี ไม่คิดจะแสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็น ไกด์หนุ่มไม่รู้วันใดบาดแผลนี้จะสมาน ได้แต่หวังว่าวันนั้นคงอยู่ไม่ไกลเกินไป ไม่เช่นนั้นเขาอาจจะอกแตกตายซะก่อน ช่วงสาย ดลพรได้นำกล่องใส่ฉลากมาให้พวกเชฟของรีสอร์ตจับ ว่าใครจะได้ทำอาหารมื้อกลางวันวันไหน กิจกรรมนี้จะเริ่มต้นขึ้นในอีกสามวันข้างหน้า โดยจะจัดต่อเนื่องไปห้าวันเท่าจำนวนเชฟของรีสอร์ต โดยจะนำชื่อเชฟติดที่บอร์ดข่าวของรีสอร์ต เพื่อให้พวกพนักงานรับรู้ และสามารถมาร่วมชิมและเชียร์เชฟแต่ละคน นี่นับเป็นกิจกรรมที่ทำให้เหล่าเชฟหลายคนตื่นเต้นและตื่นตัว “หนูเอิงคิดออกหรือยังว่าจะทำอะไร?” ป้าอุไรกระซิบถาม หลังตนจับได้วันที่สาม ส่วนเอิงเอยได้วันที่สี่ ถือว่าโชคดีมากที่ไม่ได้อันดับต้นๆ “เอิงเลือกไม่ถูกค่ะ” ยัยน้องตอบ หลังเมื่อเช้าเขียนลิสต์อาหารที่จะทำไว้หลายอย่าง จึงออกอาการรักพี่เสียดายน้อง “แล้วป้าอุไรล่ะคะ?” “คงจะเหมือนๆ กัน” ผู้อาวุโสพูดยิ้ม การให้เลือกปรุงอาหารที่คิดว่าเก่งที่สุดเพียงอย่างเดียว...มันง่ายซะที่ไหน หากเทียบกับการทำตามออเดอร์ของลูกค้านับว่าง่ายกว่าเยอะ ไม่ต้องเปลืองสมอง “เอาเถอะยังมีเวลาคิด ทำให้เต็มที่ก็พอ ได้แค่ไหนแค่นั้น” อุไรไม่ได้คาดหวังว่าตนจะได้รางวัล แต่ไม่คิดจะออมมือให้คนอื่น ไม่ยอมให้ใครมาถอนหงอกว่าไร้ฝีมือ หญิงสูงวัยเป็นพวกทำอะไรก็เต็มที่เสมอ...ไม่อยากมาสำนึกเสียดายทีหลัง แบบหลายคนที่ชอบพูดติดปากแก้ตัวว่า “รู้งี้ ตอนนั้นทำให้ดีกว่านี้ ก็คงชนะไปแล้ว...” ในโลกนี้ ไม่มียาวิเศษแก้อาการ “รู้งี้” ได้ ที่จริงแล้ว ทุกชีวิตบนโลกล้วนเท่าเทียมกัน มีแค่ปัจจุบันเหมือนกัน หากพลาดแล้ว ก็คือพลาดเลย ไม่อาจย้อนไปแก้ไขอดีตได้ “ชีวิตจริงไม่มีปุ่มรีเซท เหมือนในเกมหรอกนะ” ใครบางคนเคยพูดทีเล่นทีจริงกึ่งเตือนสติ ไม่อยากให้ใช้ชีวิตประมาทจนเกิดความผิดพลาดยากแก้ไข แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าใจ ให้ตายสิ! ฉันไม่น่าบอกเรื่องนี้กับคุณบอสขาเลย...ปากพาซวยจริงๆ ยัยเอิงเอย เอิงเอยหัวเราะเบาๆ แอบรู้สึกผิดที่ไอเดียของตนทำให้คนอื่นต้องมาเดือดเนื้อร้อนใจไปด้วย แต่พอคิดว่า ไอเดียของตนช่วยให้พันราตรีรีสอร์ตมีเมนูอาหารอร่อยถูกปากลูกค้า นับว่าเป็นกลยุทธ์ดึงดูดลูกค้าให้มาใช้บริการมากขึ้น หรือก็คือการช่วยไอลดา ช่วยดลพร และช่วยพนักงานทุกคน ความรู้สึกไม่ดีพลันสลายหายไป กลายเป็นความสุขอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก ...ถึงจะเป็นประโยชน์ส่วนเล็กๆ แค่ 1% ก็ตาม อย่างน้อยฉันก็มีประโยชน์กับพี่ควีนบ้าง เผื่อว่าวันหน้าพี่ควีนจะหันมาปรึกษาฉัน ในยามต้องการความช่วยเหลือ ยัยน้องไม่อยากถูกหล่อนเห็นเป็นแค่เด็กน้อย ตัวกระจิดริดแบบวัยเยาว์ที่พึ่งพาไม่ค่อยได้ เธออยากได้รับการยอมรับจากไอลดาในฐานะผู้ใหญ่คนหนึ่ง อยากเดินเคียงข้างหล่อน ไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และไม่อยากถูกมองข้ามอีกต่อไป ชุดวันนี้เรียบง่าย แต่สวยไม่แพ้ชุดเมื่อวาน ยัยน้องปรายตามองไปทางไอลดาที่นั่งอยู่ไม่ไกลนัก ณ ห้องอาหารชั้นล่างของอาคารสำนักงาน หล่อนเผยรอยยิ้มบางขณะคุยกับดลพร แต่เธออยู่ไกลจึงไม่ได้ยินว่าทั้งคู่คุยอะไรกัน วงหน้ารูปไข่สวยชวนมองจนยากจะละสายตา จึงไม่แปลกใจที่แซมหรือใครหลายคนจะหลงใหลใฝ่ฝันถึงผู้หญิงคนนี้ อยากอยู่ใกล้ อยากสนิทสนมด้วย รวมถึงอิจฉาหมั่นไส้พอลเป็นที่สุด หลังเขาได้ดอกฟ้าดอกสวรรค์ไปครอบครอง เด็กกะโปโลแบบฉัน จะไปเทียบชั้นกับนายพอลอะไรนั่น...ไหวที่ไหน เธอปวดใจทุกครั้งที่หวนคิดไปถึงแฟนคนปัจจุบันของหล่อน เด็กเพิ่งเรียนจบจะไปสู้รบปรบมือกับทายาทเจ้าของโรงแรมใหญ่ได้อย่างไร เจ็บใจชะมัดที่ดันเกิดช้าไปตั้งหลายปี ถ้าฉันเกิดเร็วกว่านี้สักหน่อยก็คงดี เชฟสาวคิดตีโพยตีพายแบบพาลๆ ลืมตัวเผลอจ้องหน้าไอลดานานไปหน่อย หล่อนมองมาพร้อมเลิกคิ้วอย่างสงสัยว่ามีอะไร ยัยน้องเบนสายตาหลบวูบ หัวใจเต้นแรงแทบกระโจนมาเต้นนอกอก อย่าเต้นแรงนักสิ เดี๋ยวได้ช็อคกันพอดี เธอรีบตั้งสติอย่างเร็ว ทันใดนั้น ดลพรปรบมือเสียงดัง เกือบทุกคนในห้องนั้นหันไปมอง “ตอนนี้เชฟแต่ละคนรู้แล้วว่าต้องทำอาหารวันไหน วัตถุดิบอยากได้อะไรพิเศษก็เบิกได้ ให้ทำเผื่อสำหรับยี่สิบที่นะ เพื่อนร่วมงานจะได้ช่วยกันชิมว่าอร่อยถูกปากขนาดไหน ขอให้ทั้งห้าคนแสดงฝีมือกันอย่างเต็มที่เพื่อรางวัลของคุณบอสควีน ส่วนฉันจะล้างท้องรอ” ผู้จัดการสาวพูดจบ มีเสียงเฮขึ้นจากผู้ชายหลายคนที่อยู่แถวนั้น “ผู้จัดการครับ” ดลพรกวาดตาไปตามต้นเสียง มีรปภ.คนหนึ่งยกมือ “ว่าไง?” “เชฟทำแค่ยี่สิบที่ แล้วถ้าอดชิมทำไงครับ?” ผู้จัดการสาวนิ่งไปอึดใจ มุมปากที่เคลือบลิปสีโทนแดงยกขึ้น “ก็ทำ...ใจ” เสียงฮาดังขึ้นอีกรอบ หลายเสียงหัวเราะร่วน แม้แต่ไอลดาก็หลุดยิ้มขำเพื่อนรัก “โหย ผู้จัดการอ่ะ” ชายคนเดิมพูดโอดครวญ ไม่คิดว่าจะได้คำตอบยียวนกวนแบบนี้ “เอาเป็นว่าใครว่างก็มาร่วมชิมนะ ใครมีงานก็ทำไป ห้ามโดดงานมา เข้าใจนะ” ดลพรย้ำทิ้งท้าย ผู้จัดการสาวหันไปทางไอลดา “มีอะไรอีกไหม?” “เอิงเอย” “คะ?” ยัยน้องขานรับแบบงงๆ “ตามฉันมา” หล่อนเอ่ยคำสั่งเสียงเรียบ หืม? เจ้าของชื่อทำหน้าเหลอหลา แต่พอเห็นสายตาดุๆ ของเจ้าหล่อน ก็รีบรับคำอย่างไว “รับทราบค่ะ” “วันนี้ไม่มีอะไรแล้ว แยกย้ายได้” ดลพรพูด ก่อนหันไปพยักหน้ากับบอสสาว สองผู้บริหารหมุนตัวเดินขึ้นชั้นสอง เอิงเอยเดินตัวลีบตามไป มีอะไรกับฉันล่ะเนี่ย? ยัยน้องบ่นในใจ พนักงานเกือบทุกคนมองตามเชฟสาวอย่างเคลือบแคลงสงสัย เต็มไปด้วยความใคร่รู้ว่า...บอสสาวจะคุยอะไรกับเชฟสาวคนใหม่? แต่ละคนมองหน้ากันไปมา ทว่าไม่กล้าพูดออกมา ด้วยเกรงคำนินทาจะลอยไปถึงหูไอลดา แล้วอาจจะซวยได้ ได้แต่อดกลั้นไว้ แล้วค่อยพิมพ์คุยเม้าท์มอยต่อในกลุ่มลับของตนแทน เมื่อหมดธุระ ผู้คนจึงสลายตัวไปทำธุระของตน สงสัยเอิงจะเป็นคนโปรดของคุณบอสจริงๆ ม่านอดคิดแบบนั้นไม่ได้ ไม่ได้อิจฉาตาลุกแต่อย่างใด พอหันไปเห็นสายตาของเป้ยสาวขี้อิจฉาประจำรีสอร์ต ยืนมองตามหลังคนทั้งสามแทบไม่กระพริบตา ไฟลุกออกตาแล้วแก ผู้ช่วยสาวกลั้นขำไว้ไม่ไหว เธอเคยได้ยินคำบอกเล่าว่าเป้ยคบได้ทั้งสองเพศ ตอนแรกม่านไม่เชื่อนัก แต่พอเห็นเป้ยวนเวียนคอยบริการเทคแคร์ไอลดา ถึงขนาดอาสาจะเป็นแม่บ้านให้ แต่บอสสาวปฏิเสธ จึงเชื่อเกินครึ่งว่าเป็นเรื่องจริง “หัวเราะอะไร?” ป้าอุไรหรี่ตามองลูกสาวในไส้กึ่งคาดคั้น “ขำคนขี้อิจฉา” ม่านส่งสายตาไปทางเป้ย จึงโดนหยิกเอวแรงหนึ่งหน “โอ๊ย เจ็บนะแม่” “สอดรู้จริงนะเรา บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปยุ่ง” คนเป็นแม่ดึงแขนลูกสาวให้เดินออกไปด้วยกัน “ฉันแค่เห็นโดยบังเอิญ” ลูกสาวพยายามอธิบาย “บางทีทำเป็นไม่เห็นบ้างก็ได้” ป้าอุไรพูดอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ไม่อยากให้ม่านแกว่งเท้าหาเสี้ยน ไม่ใช่ทุกคนจะมีเหตุผลและพูดรู้เรื่อง บางทีความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงานก็มาจากเรื่องหยุมหยิม ประกอบกับม่านมีนิสัยกวนประสาท หรืออีกนัยก็คือกวนบาทา จึงดึงดูดให้คนเหม็นหน้าได้ไม่ยาก ...โดยเฉพาะเป้ย ผู้ช่วยสาวคนนี้รุ่นราวคราวเดียวกับม่าน ทั้งคู่เข้ามาทำงานช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ตำแหน่งเดียวกัน พอคุยกันก็แซะกันไปมาตามประสาคนใจร้อนปากไว ลงท้ายจึงกลายเป็นคู่ศัตรู หากไม่โดนดลพรคาดโทษเอาไว้ว่า ถ้าก่อเรื่องอีกครั้งจะโดนไล่ออก เป้ยคงเล่นงานม่านไปแล้ว อย่าขยันหาเรื่องนักเลยลูกสาวที่เคารพ คนเป็นแม่คิดประชดในใจ “จะพยายามค่ะ” ม่านทำหน้าจ๋อย “แกก็พูดแบบนี้ทุกที ไปกลับบ้าน ฉันจะซ้อมทำอาหาร” “เจ้าค่ะ” “นั่งสิ” ไอลดาบอกเชฟสาวให้นั่งที่โซฟาในห้องทำงาน ก่อนเดินไปหยิบแฟ้มบนโต๊ะมายื่นให้เอิงเอย “ลองอ่านดู” พูดจบ หล่อนทิ้งตัวนั่งเก้าอี้นวมตัวยาวตรงข้าม ส่วนดลพรไม่ว่างมาคุยด้วย หลังมีงานเอกสารค้างบนโต๊ะทำงาน จึงปล่อยให้เพื่อนรักคุยกับเชฟสาวแค่สองคน สูตรอาหารพันราตรีรีสอร์ต ยัยน้องอ่านชื่อแฟ้มในใจ ก่อนพลิกเปิดดู ภายในนั้นมีสูตรอาหารอย่างละเอียดยิบ ทำไมสูตรพวกนี้ดูคุ้นๆ เธอพลิกดูต่อไปอีกหลายหน้า ยิ่งดูก็ยิ่งขมวดคิ้ว ไม่นานก็เงยหน้าขึ้นถามบอสสาว “ให้ดูทำไมคะ?” เอิงเอยไม่เข้าใจจุดประสงค์ของไอลดา หลังเธอรู้สูตรเฉพาะเมนูหลักที่ตนรับผิดชอบ เข้าใจดีว่านี่คือความลับทางธุรกิจ “เชฟใหม่ที่เพิ่งเข้ามาควรรู้เรื่องพวกนี้ไว้บ้าง เผื่อต้องทำแทนเชฟคนอื่น จะได้ไม่พลาด” หล่อนปั้นหน้านิ่ง ใช่เหรอ...ทำไมฉันไม่ยักรู้ ดลพรที่นั่งอ่านเอกสารอยู่เงยหน้าขึ้นมองไปทางเพื่อนรัก รู้ว่านี่ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด แต่เลือกจะหุบปาก รอฟังว่าไอลดาตั้งใจจะทำอะไรกันแน่? อาหารพวกนี้ ส่วนใหญ่ฉันทำได้อยู่แล้ว “อ๋อ ค่ะ” ยัยน้องพึมพำตอบ โดยไม่ละสายตาไปจากแฟ้มตรงหน้า มีทั้งอาหารไทย และอาหารฝรั่งที่เธอคุ้นเคย จะมีปัญหาบ้างก็คงเป็นอาหารอีสาน อดถามขึ้นไม่ได้ “คุณบอสขาเอาสูตรพวกนี้มาจากไหนคะ?” “ดูจากเน็ตแล้วมาลองผิดลองถูก” ไอลดาบอกตามตรง มองว่านี่ไม่ใช่ความลับ แหล่งความรู้สมัยนี้หาง่ายมาก แค่กดไม่กี่คลิกก็เจอแล้ว ...แต่ผลลัพธ์ดีหรือไม่ดี เป็นอีกเรื่องหนึ่ง “คุณบอสทดลองเองหมดทุกเมนู?” ยัยน้องเงยหน้าขึ้นจ้องหล่อน เผยสีหน้าพิศวง คิดไม่ถึงว่านางพญาสาวจะมีเวลาว่างเข้าครัว “ทำไมฉันเข้าครัวเองประหลาดหรือไง” สาวสวยย้อนถามเสียงขุ่น รู้สึกเหมือนโดนสบประมาทอย่างไรอย่างนั้น ซวยแล้ว ฉันทำให้มหารานีโมโหซะแล้ว “ปะ เปล่าค่ะ แค่คาดไม่ถึง” เอิงเอยยิ้มแหย หน้าเจื่อนเล็กน้อย รู้สึกผิดที่ทำให้หล่อนขุ่นเคืองแบบไม่ตั้งใจ รีบก้มหน้าลงพลิกดูเอกสารในมือหน้าถัดไป หลังนั่งพลิกดูจนจบ จึงเงยหน้าสบตาไอลดา “อยากให้ฉันทำอะไรคะ?” “ฉันอยากได้สูตรสเต๊กแบบฝรั่ง ช่วยทดสอบให้ทีสิ” หล่อนไม่อ้อมค้อมถึงจุดประสงค์ที่ให้ยัยน้องมาคุยวันนี้ หลังเคยทดสอบทำเองหลายครั้ง แต่ยังไม่ถูกใจรสชาติ “สเต็กแบบไหนคะ?” “สเต๊กหมูพริกไทยดำ สเต๊กปลาทอด ราดน้ำสลัดครีมแอปเปิ้ลอะไรทำนองนั้น ฉันทดสอบแล้วรู้สึกว่ามันขาดๆ เกินๆ” สูตรอาหารที่ค้นมาได้ ส่วนใหญ่เป็นสูตรพื้นๆ ไม่ได้บอกเคล็ดลับทั้งหมด หากจะมานั่งทดสอบเองก็เสียเวลามากเกินไป จึงเลือกที่จะถามผู้รู้ซึ่งก็คือยัยตัวเล็ก น่าจะเป็นวิธีที่สะดวกรวดเร็วที่สุด “ไม่มีปัญหาค่ะ” เอิงเอยเอ่ยอย่างมั่นใจ เมนูพวกนี้เคยทำประจำตอนอยู่ร้านอาหารเก่าที่อเมริกา “เดตไลน์เมื่อไหร่คะ?” “หลังแข่งเสร็จก็ได้ ฉันไม่รีบ” “เข้าใจแล้วค่ะ” “ค่าวัตถุดิบมาเบิกที่ฉันนะ” คนพี่ไม่คิดเอาเปรียบยัยน้อง หลังตนมีฐานะเป็นเจ้านาย “ค่ะ” “ถ้าทดสอบที่ห้องพักไม่สะดวก จะมาใช้ครัวที่บ้านฉันก็ได้ อุปกรณ์น่าจะครบกว่า” ไอลดาพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา “ฉันจะได้ดูขั้นตอนการทำด้วย” บ้านพี่ควีน! “ได้เหรอคะ?” เอิงเอยเอียงคอ นัยน์ตาวาว แสดงความสนใจแบบไม่ปิดบัง ตั้งแต่มาทำงานที่นี่ เธอไม่เคยเข้าเขตบ้านพักของหล่อน “อืม บอกล่วงหน้าหน่อยก็ดี เผื่อบ้านฉันรก” บ้านรก...เป็นไปได้! ยัยน้องไม่คิดเชื่อสักเท่าใด หลังหล่อนเป็นคนค่อนข้างรักสะอาดและเจ้าระเบียบเข้าขั้นสุด น่าจะพอๆ กับพระมารดาของเธอ “เข้าใจแล้วค่ะ” เชฟสาวกระตุกมุมปากรู้เท่าทัน เรียกสายตาค้อนน้อยๆ จากไอลดา
*เรื่องนี้มี E-book ขายที่ Meb แล้วนะคะ
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNDkyOTk2IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMzk2Mzk2Ijt9
| Create Date : 31 ตุลาคม 2568 |
| Last Update : 31 ตุลาคม 2568 16:43:05 น. |
|
0 comments
|
| Counter : 136 Pageviews. |
 |
|