ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ เรื่องจากประสบการณ์ และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2568
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
18 ตุลาคม 2568
 
All Blogs
 
นิยาย "Must Have คนนี้ฉันจอง" บทที่ 1

 

1

 

ผ่านไปหลายวัน เอิงเอยปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมงานได้เป็นอย่างดี แม้จะโดนเขม่นเหม็นหน้าตามประสาคนใหม่ ที่มาทีหลังแต่ได้พุงปลาไปกิน ตำแหน่งเชฟเป็นที่หมายปองของผู้ช่วยหลายคน บางคนนึกฝันว่าตนจะได้เสียบแทนเชฟที่ลาออกไป แต่ชวดฉลูขาลเถาะ จึงพาลโกรธยัยน้องมองเป็นคู่แข่ง 

ผู้ที่แสดงออกชัดว่าไม่ชอบเอิงเอยชัดเจนคือ ผู้ช่วยสาวที่ชื่อ...เป้ย 

“อย่าไปสนใจเป้ยเลยนะหนูเอิง” ป้าอุไรเชฟอาวุโสของรีสอร์ตเอ่ยอย่างอ่อนโยนกับเชฟใหม่ ด้วยความเป็นผู้ใหญ่ใจดีและรักความยุติธรรมยิ่ง เหล่าพนักงานจึงรักเคารพและเชื่อฟังผู้ใหญ่คนนี้มาก 

ป้าอุไร เป็นผู้มากบารมีเบอร์สามของพันราตรีรีสอร์ต เป็นรองเพียงบอสสาวกับผู้จัดการ และเป็นผู้รับผิดชอบแผนกครัว มีฝีมืออาหารอีสานและอาหารไทยจัดจ้านยิ่ง 

“ยัยบ้านั่นมันนิสัยไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มีแต่คนไม่ชอบหน้า” ลูกสาวป้าอุไรพูดอย่างหมั่นไส้ ม่านอายุแก่กว่าเอิงเอยสองปี หน้าตาธรรมดา ผิวสองสีมีเสน่ห์ชวนมอง อุปนิสัยตรงไปตรงมา ตำแหน่งผู้ช่วยเชฟเหมือนกับเป้ย

ความสัมพันธ์ของม่านกับเป้ยเข้าขั้นย่ำแย่ หลังเป้ยเคยลงไม้ลงมือกับเพื่อนของม่านจนต้องเข้าโรงพยาบาล ดลพรเรียกไปคาดโทษ โดยบอกว่าถ้าก่อเรื่องอีกจะหักเงินเดือนและจะไล่ออก เป้ยจึงสงบเสงี่ยมลงไปมาก 

ดลพรเห็นว่าสองแม่ลูกไว้ใจได้ จึงให้เอิงเอยพักบ้านพนักงานหลังเดียวกับสองแม่ลูก เป็นบ้านพักสองชั้นคล้ายทาวน์เฮาส์ โดยป้าอุไรกับม่านอยู่ห้องชั้นล่าง ส่วนเอิงเอยอยู่ห้องชั้นบนโดยมีบันไดขึ้นด้านข้าง สองชั้นแยกกันเด็ดขาด ผู้จัดการสาวยังกำชับป้าอุไรให้ดูแลยัยน้องเป็นพิเศษด้วย 

“อ๋อ ค่ะ” เอิงเอยพยักหน้าเข้าใจ

สาวร่างเล็กมองการกระทบกระทั่งกันว่า เป็นเรื่องปกติในทุกที่ทุกแห่ง คนดีในโลกนี้ล้วนมีคนไม่ชอบ ตามคำโบราณที่ว่า ‘คนรักเท่าผืนหนังคนชังเท่าผืนเสื่อ’ หรืออีกนัยก็บอกว่า...อย่าคาดหวังว่าทุกคนจะชอบเรา

เธอไม่คิดจะสร้างปัญหาหรือเป็นศัตรูกับใคร ขอเพียงอีกฝ่ายไม่ล้ำเส้น หญิงสาวจะวางเฉยไม่รู้ไม่ชี้ หลังเข้ามาที่นี่เพื่อทำภารกิจสำคัญเพียงอย่างเดียว ซึ่งไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่? และไม่รู้ว่าจะอยู่ยาวนานกี่เดือนกี่ปี

...ทุกอย่างขึ้นกับการตัดสินใจของไอลดาเท่านั้น

ยัยน้องได้แต่หวังว่า หล่อนจะไม่ตกลงปลงใจกับใครไปเสียก่อน 

แม้เธอจะอยากอยู่เงียบๆ แต่ความที่มีใบหน้าสวยคม องค์ประกอบทุกสัดส่วนนัยน์ตาคม จมูกโด่ง ริมฝีปากเรียวบาง ผิวขาวเนียน รูปร่างเล็กบอบบางกับความสูงร้อยหกสิบกลางๆ ดูแตกต่างจากหญิงสาวทั่วไป และถูกสาวหลายคนหมั่นไส้ หลังมีหนุ่มๆ เข้าหาหมายสานสัมพันธ์ด้วย แต่เธอบอกปัดคนเหล่านั้น หลังหัวใจไม่ว่างนานแล้ว

เอิงเอยไม่คิดว่าตนสวยจัดแบบไอลดา แต่คิดแบบไม่เข้าข้างตัวเองว่า เธอก็มีเสน่ห์อยู่บ้าง 

“น้องเอิงครับ” หนุ่มรปภ. วัยยี่สิบปลายยืนข้างโต๊ะที่พวกเอิงเอยนั่งทานอาหารอยู่

“คะ?” เจ้าของชื่อเงยหน้ามองอาคันตุกะอย่างงงๆ ว่ามีธุระอะไร 

“พี่เอากล้วยทอดมาฝาก ได้ยินว่าน้องเอิงชอบ” เขาวางถุงขนมบนโต๊ะนั้น “เจ้าอร่อยครับ”

หืม?

ยัยน้องมองถุงขนมนั้น ก่อนมองเขาอีกรอบ แต่นึกชื่อเขาไม่ออก จึงได้แต่ส่งยิ้มแล้วพูดตามมารยาท

“ขอบคุณค่ะ”

“แหม เอามาฝากแค่เอิงคนเดียวเหรอ คนอื่นกินด้วยได้ไหม?” ม่านแซวหมอนั่นอย่างหมั่นไส้เต็มแก่ หลังพวกชายเจ้าชู้ขยันมาตีสนิทกับเชฟใหม่ มองแวบเดียวก็ทะลุไปถึงลำไส้ว่า มีเจตนาไม่บริสุทธิ์

เห็นคนสวยหน่อยไม่ได้...ไอ้พวกขี้หลี

“เอ่อ...” เขาใบ้กิน ไม่คิดว่าจะโดนม่านเตะสกัด

“พี่ม่านทานด้วยกันนะคะ” เชฟสาวรีบเลื่อนถุงขนมมาตรงหน้าม่าน หลังเห็นผู้ชายคนนั้นทำท่าไปไม่เป็น

“งั้นไม่เกรงใจนะ” ผู้ช่วยสาวเปิดถุงกล้วยทอด แล้วหยิบมาหนึ่งชิ้น โดยไม่ลืมยิ้มกวนๆ กับชายหนุ่ม “ขอบใจ” 

“อือ” หนุ่มคนนั้นกลอกตาอ่อนใจ ก่อนเดินกลับไปยังโต๊ะที่นั่งกับกลุ่มเพื่อน แล้วมีเสียงโห่ฮาดังขึ้น

“ฮิ้ว” / “สมน้ำหน้า” / “หน้าแตกไหมแก”

“ไม่ไหวเลยไอ้พวกนี้” ม่านบ่นกระปอดกระแปด ตวัดสายตามองไปยังพวกหนุ่มๆ อย่างไม่สบอารมณ์ 

“แกก็ชอบแกล้งคน” ป้าอุไรแจกมะเหงกให้ม่านหลังนิ่งฟังมาตลอด 

“โอ๊ย! เจ็บนะแม่” ม่านโวยวาย พร้อมยกมือลูบตำแหน่งที่โดนเขก แล้วพูดเจตนาในใจออกมา “ฉันแค่อยากช่วยเอิงต่างหาก แม่ก็รู้ว่าเจ้านี่มันเจ้าชู้ไก่แจ้ ไว้ใจได้ที่ไหน”

“ถามหนูเอิงหรือยังว่า อยากให้แกช่วยรึเปล่า” คนเป็นแม่ย้อนถาม

“แหะๆ ลืมถาม” ผู้ช่วยสาวยิ้มแหย ก่อนหันไปทางเอิงเอยที่นั่งทานอาหารต่อเหมือนไม่ใช่เรื่องของตัวเอง “พี่ขอโทษที่ยุ่งเรื่องของเอิง”

“ไม่หรอกค่ะ ขอบคุณพี่ม่านนะคะที่ช่วยเอิง” ยัยน้องยิ้มอ่อนโยน

“พูดแบบนี้ หรือว่ามีคนที่ชอบแล้ว?” ผู้ช่วยสาวเลียบๆ เคียงๆ ถามอย่างใคร่รู้ออกนอกหน้า

บอกว่าอย่ายุ่ง พูดไม่ทันขาดคำ...พูดรู้เรื่องไหมเนี่ย

ป้าอุไรส่ายหน้าอ่อนใจลูกสาวตัวเอง แต่เลือกจะฟังเงียบๆ ด้วยในใจลึกๆ ก็อยากรู้เหมือนกัน 

ตอบอย่างไรดี?

เอิงเอยนิ่งคิดอย่างลังเล ก่อนพูดตามตรงแบบไม่คิดปิดบัง

“ค่ะ แต่สงสัยจะเป็นแค่แอบชอบฝ่ายเดียว”

“โหย ใครกันตาถั่วมาก” ม่านพูดโพล่งออกมา หลังมองว่าเอิงเอยสวยน่ารัก แถมนิสัยจัดว่าดี แม้จะเพิ่งเจอกันไม่นาน แต่ถูกชะตาเชฟใหม่เหมือนเป็นน้องสาวร่วมอุทร 

คนนั้นคือคุณบอสขาของพี่ม่านค่ะ

เอิงเอยยิ้มเศร้า แต่ไม่พูดออกไป 

ป้าอุไรที่แอบสังเกตเอิงเอย ส่งสายตาดุลูกสาวที่พูดมากเกินไป ม่านทำหน้าแหยหุบปากสนิท ทั้งโต๊ะเข้าสู่บรรยากาศชวนกระอักกระอ่วน สาวอาวุโสจึงทำลายความเงียบด้วยการชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ ลดความน่าอึดอัดลงได้มาก พอรับประทานอาหารเสร็จ เอิงเอยไม่มีงานวันนี้ จึงขอตัวกลับห้องพักก่อน เพื่อทำงานอดิเรกของตน 

 

ขาดอะไรอีก?

เธอกวาดตามองเครื่องปรุงที่ตั้งเรียงรายตรงหน้า ไล่ทีละอย่างตามโพยเพื่อเตรียมตัวอัดคลิปปรุงอาหาร มีเส้นหมี่ขาว ไข่ไก่ กระเทียมสับ คะน้า พริกป่น น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ พริกน้ำส้ม น้ำมันพืช

โดยวันนี้จะเป็นการนำเสนอวิธีทำ...ผัดหมี่โบราณ

“อืม ครบแล้ว” เอิงเอยพึมพำกับตัวเอง ขณะอยู่ในห้องพักที่แบ่งโซนเป็นครัวเล็กๆ ผนังห้องสีขาวดูสะอาดสะอ้าน ขนาดอยู่ได้สองคนแบบไม่อึดอัด แบ่งเป็นห้องนอนและมีห้องน้ำในตัวเสร็จ 

ยัยตัวเล็กมีงานอดิเรกเป็นครีเอเตอร์ หรือยูทูปเบอร์ด้านอาหารและขนม มีผู้ติดตามหลักหลายหมื่นโดยนำเสนอเป็นคลิปสั้นๆ ความยาวสิบกว่านาที ตอนวัยรุ่นเธอลองทำคลิปตามกระแสโซเชียล ทำเอาสนุกตามประสาเด็ก พอทำนานเข้ากลายเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว

“โอเคพร้อม เริ่มได้” เธอตั้งสมาธิก่อนกดบันทึกวิดีโอ เริ่มต้นด้วยทักทายผู้ชม แล้วเกริ่นว่าวันนี้จะทำอะไร กล่าวถึงเครื่องปรุงว่ามีอะไรบ้าง ก่อนแพนกล้องจับภาพที่กระทะ

ที่ผ่านมา เอิงเอยไม่เคยให้ตัวเองปรากฏในคลิป ไม่อยากเป็นคนดัง เธอหวงความเป็นส่วนตัวมาก ผู้ติดตามจึงได้ยินแค่เสียงหวานใสอธิบายเป็นจังหวะจะโคนชวนฟังเท่านั้น

“เริ่มจากตั้งกระทะ ใส่น้ำมันใช้ไฟกลางนะคะ ใส่กระเทียมสับผัดจนสีเหลือง ใส่น้ำตาล ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ...” หญิงสาวบรรยายไปขยับมือปรุงอาหารไปอย่างเป็นธรรมชาติ ผัดหมี่เสร็จในเวลาไม่นาน แล้วตักผัดหมี่ใส่จาน พร้อมจัดวางช้อนส้อมให้พร้อมทาน

“ผัดหมี่หน้าตาน่าอร่อยมาก หอมมากด้วย ชวนหิวเลยค่ะ สูตรนี้ไม่ยาก ใครชอบก็ลองไปทำทานดูนะคะ ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ ฝากกดติดตามช่อง ‘อิ่มอร่อยกับเอิงเอย’ ด้วยนะคะ วันนี้ลากันไปก่อน...สวัสดีค่ะ”

เธอทิ้งจังหวะหลายวินาที ก่อนกดหยุดกล้อง

เฮ้อ เสร็จซะที

เหลือแค่ตัดต่อวิดีโอ ใส่อักษรบรรยายอีกนิดหน่อยในโน้ตบุ๊ก แต่ภารกิจแรกตอนนี้คือทานผัดหมี่ร้อนๆ ฉลอง ค่อยมาเก็บงานที่เหลือต่อตอนว่าง แล้วอัพคลิปลงทุกแพลตฟอร์มที่เป็นสมาชิก

“อืม อร่อย” เธอชมตัวเอง หลังชิมผัดหมี่ไปหลายคำ ทานไปยิ้มไป คิดภูมิใจในตัวเอง พร้อมดูโทรทัศน์ไปด้วย

เรานี่ก็เก่งเหมือนกันเนอะ 

เชฟสาวมีความสุขกับการทำอาหารอร่อยให้คนอื่นทาน และค้นหาสูตรใหม่ๆ ต่อไป โดยไม่คิดจะหวงสูตรความอร่อยเอาไว้ 

คราวหน้าทำอะไรดี?

“เอิง เอิง อยู่ไหม?” เสียงของเพื่อนบ้านดังมาจากหน้าประตู

สองแม่ลูกพักอยู่ห้องชั้นล่าง ส่วนเอิงเอยอยู่ชั้นสอง เรือนพักของพนักงานแบ่งเป็นสัดส่วนหญิงชาย บ้านนี้อยู่โซนด้านหลังอาคารสำนักงานที่มีคล้ายกันสิบกว่าหลัง ใกล้ๆ เป็นบ้านสองหลังสวยของไอลดากับดลพร ซึ่งมีรั้วรอบขอบชิด ส่วนโซนบ้านพักพนักงานชายอยู่ห่างออกไปอีกด้าน 

“อยู่ค่ะพี่ม่าน” ยัยตัวเล็กวางจานผัดหมี่ที่ทานไปเกือบหมด กดปิดโทรทัศน์ แล้วลุกไปเปิดประตูห้อง “มีอะไรคะพี่ม่าน?”

“ก็ไอ้พี่ป๊อบไม่มาน่ะสิ โทรไปก็ไม่รับสาย สงสัยจะไปเมาแถวไหน พี่บีมเลยบอกให้เอิงไปช่วยทำแทนที”

พี่ป๊อบ คือเชฟหนุ่มที่รับผิดชอบอาหารมื้อเย็นวันนี้ เพิ่งอกหักหลังโดนแฟนทิ้ง จึงซดสุราต่างน้ำมาหลายวัน ทิ้งงานทิ้งการจนโดนดลพรเรียกไปตำหนิสองรอบ ชายหนุ่มรับปากเหมือนจะสำนึกแต่ยังไม่ปรับปรุงตัว หากยังเหลวไหลแบบนี้ เป็นไปได้มากว่าป๊อบอาจจะไม่ได้ไปต่อ 

“อ๋อ ได้ค่ะ” เอิงเอยรับคำอย่างเข้าใจ 

แม้จะเป็นวันหยุด แต่ยัยตัวเล็กไม่ได้มีปัญหากับการทำโอที มองว่าเรื่องงานต้องใจเขาใจเรา ถ้าช่วยได้เธอก็ช่วยเต็มที่ หากรีสอร์ตมีปัญหาทำให้ลูกค้าไม่ประทับใจ จนร่ำลือปากต่อปากในทางลบ ย่อมกระทบกับรายได้ของธุรกิจ ถ้ารายได้ไม่พอจ่ายเงินเดือน เหล่าพนักงานจะพลอยซวยไปด้วย

“ดีจัง เดี๋ยวพี่จะได้ไปบอกพี่บีม” ผู้ช่วยสาวพูดอย่างโล่งอก ก่อนทำจมูกฟุดฟิด “กลิ่นหอมจัง ทำอะไรอ่ะ?”

“ผัดหมี่ค่ะ พี่ม่านรับหน่อยไหมคะ เอิงทำไว้เยอะเลย” เธอชอบแบ่งอาหารให้คนรอบตัวเพื่อขอคำติชม จะได้มาปรับปรุงให้อร่อยขึ้นในครั้งหน้า 

“เกรงใจจัง แต่รับนะ เอิงทำอะไรก็อร่อย” ม่านพูดจากหัวใจ ติดอกติดใจอาหารฝีมือยัยตัวเล็กมาก จนทำเอาคุณแม่อุไรค้อนแล้วค้อนอีก หาว่าเห็นคนอื่นเก่งกว่าแม่แท้ๆ

“พูดซะ เอิงจะลอยเลยนะคะ” คนฟังหัวเราะคิกคัก

“พี่พูดจริงนะ” ม่านก้าวตามอีกฝ่ายเข้าห้องของเชฟตัวเล็ก นั่งรอไม่นานอีกคนก็ตักผัดหมี่จานโตมายื่นให้ “ว้าว หอมน่าทานมาก ขอบใจนะเอิง เดี๋ยวเย็นนี้พี่ไปช่วยนะ”

“ค่ะพี่ม่าน” เธอแจกยิ้มให้เพื่อนร่วมงาน

พอแขกกลับไป ยัยน้องไปนั่งทานผัดหมี่ต่อ จากนั้นอาบน้ำแต่งตัว หลังเหลือเวลาเตรียมตัวพอสมควร 

เมนูอาหารของพันราตรีรีสอร์ต มีการเปลี่ยนรายการอาหารพิเศษทุกเดือนเพื่อไม่ให้ซ้ำซากจำเจ เป็นการสร้างความประทับใจแก่ลูกค้า และเหล่าพนักงานที่ได้รับสิทธิ์ทานฟรีสามมื้อก็ไม่เบื่อเซ็ง ผลพลอยได้อีกอย่างคือเหล่าเชฟต้องพัฒนาฝีมือและเรียนรู้อะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา 

 

หลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

ใครโทรมา?

ยัยตัวเล็กมองชื่อผู้โทรมา ยิ้มบางก่อนกดรับ

“พี่เอิ้นมีอะไรคะ?” 

เอิงเอยมีพี่สาวคนเดียว เอิ้นโตกว่าสามปีที่เอาใจใส่ดูแลเธอดีไม่ต่างจากไข่ในหินของบ้าน

...ไม่ว่าอยู่ที่ไหน เอิ้นก็ติดต่อทั้งคุยบ้างเขียนบ้างจนเป็นเรื่องปกติ

“เดี๋ยวนี้พูดกับพี่กับเชื้อแบบนี้เหรอ ไม่น่ารักเลยตัวเล็ก” พี่สาวต่อว่าแบบไม่จริงจัง

“อย่ามาเรียกตัวเล็กนะ เค้าโตแล้ว” เอิงเอยทำปากจู๋กับสมาร์ทโฟนยี่ห้อดังรุ่นล่าสุด

“โตแต่ตัวน่ะสิ” พี่สาวพูดทีเล่นทีจริง หัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี การหยอกล้อน้องสาวทำให้อารมณ์ดีง่ายมาก 

“ชิส์ พูดแบบนี้ไม่คุยด้วยแล้ว”

“เฮอะ ขี้ใจน้อยไม่เปลี่ยนเลยนะเรา” เอิ้นพูดกลั้วหัวเราะ “พ่อกับแม่ถามว่า กลับมาแล้วทำไมไม่แวะมาให้เห็นหน้า พ่อกับแม่คิดถึงเรามากน่ะ อีกอย่างคงอยากให้เรามาช่วยงานที่บ้านด้วย”

“เอิงยังไม่อยากทำที่บ้านนี่คะ อยากหาประสบการณ์ให้เก่งๆ ก่อน”

เอิ้นนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนถอนใจเบาๆ

“จะหาประสบการณ์ หรือไปหาคนกันแน่?”

“พี่เอิ้นอ่ะ” น้องสาวพูดเสียงสูงปี๊ด

“หรือไม่จริง?” พี่สาวหัวเราะคิกคัก รู้มานานแล้วว่าเอิงเอยมีใจให้ใคร แต่ไม่แน่ใจนักว่า ไอลดาคิดอย่างไรกับน้องสาวของตน? หล่อนอาจจะแค่เอ็นดูมองเป็นน้องเป็นนุ่งก็ได้ 

เอิ้นเคยเตือนน้องสาวด้วยความเป็นห่วง แต่อีกคนยังคงดันทุรังที่จะรักมั่นคง พี่สาวจึงเอาใจช่วย และช่วยเท่าที่จะช่วยได้ เพื่อให้น้องสาวสมหวังในความรัก

การมาทำงานที่พันราตรีรีสอร์ตก็เป็นส่วนหนึ่งในความช่วยเหลือนั้น 

หลังเอิ้นเห็นดลพรเขียนในแชทกลุ่มเพื่อนมหา’ลัยว่า อยากได้เชฟฝีมือดีมาช่วยงานที่รีสอร์ต หลังคนเก่าแจ้งล่วงหน้าจะลาออกไปทำงานที่อื่น

เอิ้นจึงเขียนไปหาผู้จัดการสาวแนะนำเอิงเอย ดลพรสนใจและขอคุยกับยัยน้องผ่านทางวิดีโอคอลข้ามทวีปโดยใช้เวลาเกือบชั่วโมง และตกลงจ้าง

เอิงเอยจึงแจ้งลาออกจากร้านอาหารเดิมที่ทำงานอยู่หลายปี ด้วยความเป็นญาติกันจึงคุยกันง่าย เธอบินจากอเมริกาลงสนามบินกรุงเทพ แล้วบินต่อไปที่เชียงใหม่ อันเป็นที่ตั้งของพันราตรีรีสอร์ต 

“ร้ายกาจที่สุด พี่สาวใคร?” เอิงเอยตัดพ้อต่อว่าแบบไม่จริงจัง

“เฮอะ กล้าว่าพี่ ต่อไปไม่ช่วยแล้ว” เอิ้นแกล้งงอนกลับบ้าง

“โอ๋ๆ หนูขอโทษ พี่เอิ้นพี่สาวสุดสวย คนดีที่หนึ่งเลย อย่าโกรธเค้านะ”

“พลิกลิ้นเร็วจริงนะเรา ใครกันแน่ที่ร้าย” พี่สาวหยอกกลับ 

“ก็หัดมาบ้าง” น้องสาวหัวเราะเบาๆ

“ว่าแต่เจอควีนหรือยัง? เป็นไงบ้าง?” ถามไปถึงเป้าหมายหลักของน้องสาว

“ก็เจอบ้างค่ะ แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยู่รีสอร์ต”

“แล้วไปไหน?”

“ไปหาแฟนมั้ง” ยัยตัวเล็กตอบกึ่งประชด ได้ยินว่าไอลดากำลังยุ่งกับงานหลายอย่าง แต่ทำงานแบบไหนถึงได้กลับบ้านมืดๆ ค่ำๆ เกือบทุกวัน จึงสันนิษฐานว่า หล่อนน่าจะออกไปเที่ยวกับแฟนมากกว่า 

พอคิดถึงเรื่องนี้ เอิงเอยก็หดหู่กว่าเดิม ไม่ชอบใจเรื่องที่อีกคนมีแฟนแล้ว ไอลดาเนื้อหอมมากมาแต่ไหนแต่ไร เท่าที่รู้หล่อนคบทีละคนสั้นบ้างยาวบ้าง แต่ไม่เคยคบเกินหกเดือน มีเพียงหนุ่มคนปัจจุบันที่ไอลดาคบยาวนานที่สุด...เกือบหนึ่งปี 

ขนาดดลพรยังออกปากว่า “สงสัยคนนี้จะเป็นเนื้อคู่คุณนะ คุณบอส” ไอลดาแค่ยกมุมปากไม่ตอบรับไม่ปฏิเสธ

ขณะที่คนแอบฟังใจห่อเหี่ยวร้าวรานไม่น้อย สังหรณ์ใจไม่ค่อยดีเอาเสียเลย กลัวหล่อนจะคว้าหนุ่มคนนี้เป็นคู่ชีวิตจริงๆ เอิงเอยคงไม่พ้นอกเดาะ ความฝันวัยเยาว์คงแตกสลายในพริบตา

เชฟสาวได้แต่แอบหวังว่า หล่อนจะยังไม่ตกลงปลงใจกับใคร แต่นี่เป็นแค่ความหวังริบหรี่ที่ใกล้จะมอดดับรอมร่อ ไอลดาเป็นไม่ต่างจากอัญมณีเลอค่าที่ใครๆ ก็หมายตาอยากจับจองเป็นเจ้าของ 

ยัยน้องทำงานที่นี่มาหลายวัน หล่อนพูดด้วยแทบนับคำได้ คำพูดส่วนใหญ่ที่ได้ยินคือ...สั่งอาหาร รอยยิ้มหวานสวยกระชากใจคน เธออย่าหวังจะได้รับ ไอลดาปั้นหน้านิ่งใส่เอิงเอยตลอด ไม่แยกเขี้ยวให้ก็บุญมากแล้ว แต่แจกยิ้มให้พนักงานคนอื่นบ้าง คิดแล้วมันน่าน้อยใจชะมัด

คุณบอสขาสนใจฉันซะที่ไหน...ไม่เห็นในสายตาเลยด้วยซ้ำ

“งั้นเหรอ” เอิ้นคิดสงสารน้องสาว แต่ยุ่งมากก็ไม่ได้ เรื่องหัวใจมันบังคับกันได้ง่ายๆ ซะที่ไหน พูดไปก็เสียน้ำลายเปล่า “ตกลงสบายดีใช่ไหม พี่จะได้บอกพ่อกับแม่”

“สบายดีค่ะ ที่นี่งานไม่หนัก แถมพี่บีมดูแลหนูดีมากด้วย” 

“ได้ยินแบบนี้ก็โอเค” เอิ้นเบาใจขึ้นที่ได้ยินแบบนั้น

“เดี๋ยวหนูต้องไปเข้ากะแล้ว ไว้ค่อยคุยกันนะคะพี่เอิ้น”

“ต้องการอะไรเพิ่มก็บอกมานะ”

“ขอบคุณเจ้าค่ะคุณพี่สาว”

“บายตัวเล็ก”

เอิงเอยอมยิ้มอารมณ์ดีกับมือถือ แล้วไปจัดการกับตัวเอง โดยไม่ลืมส่องกระจกเงาบานใหญ่เช็คความเรียบร้อย เงาสะท้อนเผยให้เห็นหญิงสาวรูปร่างบอบบาง อายุยี่สิบต้นๆ สวมเสื้อยืดโทนสีขาวลายการ์ตูนกับกางเกงยีนสีเข้มเกือบดำ ใบหน้าเกลี้ยงเกลาสวยคม ผิวค่อนไปทางขาว นัยน์ตาคมเป็นประกายแฝงความเฉลียวฉลาด จมูกโด่งเป็นสัน เรียวปากแต่งแต้มสีป๊อบพิงค์ดูโฉบเฉี่ยว ปัดมาสคาร่าบางๆ ทำให้ดูสดใสอ่อนกว่าวัย 

ข้อดีข้อหนึ่งของการเป็นเชฟคือ ไม่ต้องแต่งตัวเยอะ อย่างไรเสียก็ต้องใส่ผ้ากันเปื้อนทับ หลังเข้าครัวไม่นานก็จะหัวยุ่ง ตัวเหม็นเต็มไปด้วยกลิ่นอาหารและควันไฟ หลังเลิกงานก็เป็นไม่ต่างจากยายเพิ้ง 

“สวยมากเอิงเอย วันนี้เธอทำได้ดีมาก” ยัยตัวเล็กให้กำลังใจตัวเองเหมือนทุกวัน สูดลมหายใจลึกๆ เรียกความมั่นใจ “ไปลุยกันเอิงเอย”

 

“วันนี้ลูกค้าชมว่าอาหารอร่อยมาก” ดลพรเอ่ยกับเชฟสาวที่แวะไปเข้าห้องน้ำในช่วงใกล้หมดเวลางาน หลังคืนนี้ลูกค้าแน่นขนัดด้วยมีคณะทัวร์เข้าพัก เป็นค่ำคืนที่เหล่าเชฟต้องทำหน้าที่หนักกว่าปกติ 

“ดีใจจัง” เอิงเอยยิ้มกว้าง คำชื่นชมเป็นไม่ต่างกำลังใจให้กับเชฟ ทำให้ความเหนื่อยเบาบาง

“ขอบคุณนะที่มาช่วยวันนี้” 

“พี่บีมอย่าพูดแบบนั้นค่ะ เอิงอยู่ว่างๆ มีงานทำ ได้ค่าขนมดีจะตายไป” เธอพูดยิ้มทีเล่นทีจริง

“ปากหวานแบบนี้ แต่พี่ไม่ขึ้นเงินเดือนให้หรอกนะ ไปขอพี่ควีนเองเลย” ดลพรบุ้ยใบ้พาดพิงไปถึงบอสสาว

“มะ ไม่ดีกว่าค่ะ”

“ทำไมล่ะ?” ผู้จัดการสาวตะล่อมถาม

“เดี๋ยวโดนตะเพิดค่ะ คุณบอสขาน่ากลัวจะตายไป ดุมาก” เอิงเอยทำหน้าแหย เมื่อคิดถึงผู้หญิงหน้าสวยหวานแต่ยิ้มยากคนนั้น

เมื่อก่อนยิ้มง่ายกว่านี้เยอะ สงสัยจะหวงไว้ให้แฟนดูคนเดียว

ยัยน้องอดคิดประชดในใจไม่ได้ 

เราน่ะเหรอกลัว เห็นด้อมๆ มองๆ ควีนตลอด...เด็กคนนี้ปากกับใจไม่ค่อยจะตรงกันเลย

ผู้จัดการสาวกลอกตา แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ต่อไป ดลพรลอบสังเกตปฏิกิริยาของหล่อนกับเธอมาหลายวัน จนสังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ 

ไอลดาเพื่อนสนิทผู้แสนเยือกเย็น ดูหลุดเสียมาดยามมีเอิงเอยเข้ามาเกี่ยวข้อง หลายวันก่อนมีลูกค้าฝรั่งแวะเวียนมาเรียกหายัยน้องหลายรอบ ดูก็รู้ว่าต้องการจีบยัยตัวเล็ก คืนหนึ่งเขาดื่มจัดแล้วเรียกหาเอิงเอย ขณะที่เชฟสาววางตัวไม่ถูก พอหล่อนรู้เข้าก็ลงจากชั้นสอง แล้วเตือนเขาให้หยุดรุ่มร่ามกับเอิงเอย แต่หมอนั่นไม่ฟัง หล่อนจึงให้รปภ. ล็อคตัวแล้วจับส่งตำรวจ 

นอกจากนั้น ยังมีชายหนุ่มที่มาตอแยรังควานยัยน้องอีกสองสามคน อย่างเบาโดนไอลดาเขม่นจนขวัญหนีดีฝ่อ อย่างหนักก็โดนแบนห้ามไม่ให้เข้าบริเวณพันราตรีรีสอร์ต ถ้าหนุ่มคนนั้นทำงานที่นี่ก็ถูกตักเตือนคาดโทษ จนเหล่าพนักงานเริ่มซุบซิบนินทา

ทำเหมือนไม่สนใจยัยน้อง...แต่จริงๆ ใช่ซะที่ไหน 

ผู้จัดการสาวมองออกว่า ไอลดาปกป้องเอิงเอยมาก ถึงภายนอกจะทำเหมือนเย็นชาใส่เชฟใหม่ก็ตาม

สองคนนี้ต้องเคยสนิทกันมากแน่ เอิงเอยถึงรู้ว่าควีนชอบทานอะไรไม่ชอบทานอะไร...อยากรู้จริงว่า ทำไมสองคนถึงได้เหินห่างกันแบบนี้?

ดลพรอยากรู้ต้นสายปลายเหตุ หากช่วยประสานรอยร้าวให้ทั้งคู่ได้ เธอก็พร้อมจะเสนอหน้าเป็นคนดีเข้าช่วยเหลือ ก่อนหน้านี้เคยเขียนถามเอิ้น แต่อีกฝ่ายโยนให้กลับไปถามสองคนนั้นแทน จนแล้วจนรอดก็ยังไม่รู้

และวันนี้ก็สบโอกาส 

“ดูไปเอิงเอย หน้าตาก็พอไปวัดไปวานะ พี่ถามจริงมีแฟนหรือยัง?” 

“พี่บีมขา หน้าตาแบบเอิงแค่พอไปวัดไปวาเองเหรอคะ ฟังแล้วหดหู่จัง” เอิงเอยปั้นหน้าผิดหวังเป็นน้องหมาหูตก 

น่าเอ็นดูไปนะ

“คือพี่ใช้ควีนเป็นมาตรฐานความสวยน่ะ” คนอายุมากกว่าซ่อนยิ้ม ลอบสังเกตปฏิกิริยาของยัยน้อง

“โหย มาตรฐานสูงลิบ เอิงไม่ผ่านเกณฑ์แน่ค่ะ” เธอพูดยิ้มตาหยี

หากแข่งขันกับคนอื่นเรื่องความงาม เอิงเอยอาจโต้แย้งบ้าง แต่ไม่ใช่กับไอลดา หล่อนเป็นคนเดียวที่เชฟสาวยอมศิโรราบให้อย่างเต็มใจ

...ไอลดาสวยที่สุดในสายตาเอิงเอยมาแต่ไหนแต่ไร

“ว้า ยอมแพ้ง่ายจัง ไม่สนุกเลย” ดลพรทำปากบึนนิดๆ 

ยัยน้องหัวร่อเบาๆ ไม่พูดอะไร

“จะสามทุ่มแล้วเตรียมปิดครัวเถอะ จะได้รีบกลับไปพักผ่อน พรุ่งนี้ทำกะเช้าใช่ไหม?” ผู้จัดการสาวเอ่ยขึ้นหลังมองนาฬิกา ไม่คิดใช้งานลูกน้องหนักเกินไป ดูแลลูกน้องอย่างเอาใจเขามาใส่ใจเรา พูดคุยอย่างเป็นกันเอง มองทุกคนเป็นพี่น้องเป็นครอบครัว ขณะเดียวกันก็เคร่งครัดกับกฎระเบียบ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของส่วนรวม

ดลพรนับเป็นเจ้านายที่น่าเคารพรัก พวกพนักงานจึงรักและผูกพันกับรีสอร์ตแห่งนี้มาก งานไม่หนักมาก เงินเดือนสูง สวัสดิการดี มีอาหารสามมื้อ จึงอยากทำงานที่นี่ต่อไปนานๆ พนักงานกว่าครึ่งอยู่กันมาตั้งแต่กิจการเริ่มเปิดใหม่ๆ

“ค่ะพี่บีม” เอิงเอยรับคำ

ดลพรได้ยินเสียงฝีเท้าส้นสูงที่คุ้นเคย จึงหันไปมอง เห็นไอลดาเดินลิ่วๆ เข้ามาในส่วนห้องอาหาร ใบหน้าสวยบึ้งตึงเหมือนโกรธใครมา เธอไม่ทันขยับปากทักทาย พลันมีใครอีกคนตามมาด้วย...แฟนหล่อน

มีอะไรกันอีกล่ะนั่น?

ผู้จัดการสาวขมวดคิ้วสบสายตาเป็นเชิงถามเพื่อนรัก

“ไม่มีอะไร” หล่อนทำหน้าเบื่อหน่าย สบสายตากับเอิงเอยที่ยืนอยู่หน้าประตูครัว จึงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนเบนสายตามองไปทางอื่น 

“ควีน ควีนครับ เรายังคุยกันไม่จบเลยนะครับ” ผู้ชายคนหนึ่งส่งเสียงโหวกเหวก พร้อมก้าวยาวๆ ตามหล่อนเข้ามาในห้องนั้น โดยไม่แยแสสายตาของผู้ใด

เอิงเอยหรี่ตาลงเล็กน้อย สำรวจชายหนุ่มที่แต่งตัวเรียบเนี๊ยบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ดูก็รู้ว่ามีฐานะไม่สามัญ 

หมอนี่คงเป็น...แฟนของพี่ควีนสินะ


*เรื่องนี้มี E-book ขายที่ Meb แล้วนะคะ 

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNDkyOTk2IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMzk2Mzk2Ijt9




Create Date : 18 ตุลาคม 2568
Last Update : 18 ตุลาคม 2568 16:01:42 น. 0 comments
Counter : 211 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณnewyorknurse


ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.